ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article

 

 

กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง
เพื่อนพ้องหยอกล้อสนุกสนาน
ม.3/1 รุ่นที่ 2 ปี 2536
โรงเรียนละลมวิทยา
 

            ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ความรักอย่างแท้จริง  แต่ครั้งหนึ่ง ณ ที่ตรงนั้นก็ล้วนแต่มีความทรงจำที่งดงามเสมอ ขอบคุณที่มีโอกาสได้สัมผัสความรู้สึกนั้น

 

 

          นักเรียนในรุ่นของฉันแบ่งเป็นสองห้อง ในห้องเรียนของฉันมีนักเรียนหญิงทั้งหมด  12 คน นักเรียนชาย 13 คน เวลาที่เริ่มเรียนแต่ละคาบวิชา คุณครูมักจะเรียกชื่อพวกเราอยู่ตลอด เพื่อตรวจว่ามีนักเรียนคนไหนมาเรียนบ้าง และใครขาดลามาสายบ้าง

            กาญจนา สุดใจ (โอ๋)

            ณัฐฑินี โคตรอาสา (กุ้ง)

            จันทร์เพ็ญ คำภา (เดือน)

            นิภาพร น้อยสงวน (แป๋ว)

            บัวเหลียญ อุ้มเชื้อ (บัวเหลียญหรือแอนนา)

            ปิยะภรณ์ บัวศรี (รจ)

            พรทิพย์ ศรีลาชัย (อ้อย)

            พิไล ประเสริฐสุข (จัด)

            ไพรัตน์ แก้วรักษา (ตูลร์)

            ยุพิน สุทธิพันธ์ (พิน)

            ราตรี งามศิริ (แอ๋ว)

            รำพึง แก้วปลั่ง (ผึ้ง)

            รวมทั้งเด็กนักเรียนผู้ชายที่เริ่มต้นด้วย วัฒนา (กิ), วัลลภ (วายุภัค), วิโรจน์ อภัยสม (เตี้ย), ไล (ไล), สถาน ปรางมาศ (ถาน), สมัย (วีระวัฒน์) พรมชื่น (เจิด), สุรัตน์ (รัตน์), สุริยา, สุริยา (โสตพงษ์), สุวิทย์ โสตพงษ์ (วิทย์), แหว่น แก้วตะวัน (แทร์), อัศวิน ภาชู (เมา), เด็ด รดทะยงค์ (เด็ด)

            ทุกครั้งที่คุณครูเรียกชื่อ พวกเราทุกคนต่างก็ขานรับ (มาค่ะ/มาครับ) พลางสอดสายตามองดูเพื่อน ๆ ในห้องเรียนไปด้วย บางครั้งฉันกับเดือนก็มักจะมาโรงเรียนสาย บางทีปั่นจักรยานซ้อนท้ายกันขึ้นเนินไม่ไหว ก็ต้องช่วยกันเข็ญเอา และก็มาปั่นอีกทีเวลาที่ลงเนินเท่านั้น วันไหนไม่ได้ปั่นจักรยานไปเรียนหนังสือ ก็จะนั่งรถโดยสารเป็นหลัก ซึ่งเวลามารอรถโดยสารคันแรกไม่ทัน ก็ต้องรอรถคันที่สองและสามตามแต่จะเอื้ออำนวย แต่ไม่ว่าจะแก่นแก้วและเหี้ยวห้าวตามประสาวัยแรกรุ่นกำลังเรียนรู้และเติบโตสักแค่ไหน แต่แปลกฉันกับเพื่อนสนิทก็ไม่เคยขาดเรียนแต่อย่างใด พวกเรามาเรียนทุกวัน มาให้คุณครูเห็นหน้าประจำ และมาเรียนเพื่อได้เห็นหน้าเธอ....รุ่นน้องที่ฉันแอบชอบ

            ติ๊ก (ชัยวัฒน์ ศรีลาชัย) เป็นนักเรียนชายรุ่นน้องของฉันหนึ่งปี แต่งตัวสะอาดสะอ้านดูดีตลอด ผิวพรรณขาวนวลสวยกว่าเด็กผู้หญิงบางคนเสียอีก นัยน์ตาน่ารักดูไม่หยิ่งเลยสักนิด แม้ว่าติ๊กจะเป็นคนที่พูดน้อย แต่เวลายิ้ม ก็ทำให้คนที่แอบชอบอย่างฉันใจสั่นอยู่ตลอด ติ๊กมีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวชื่อโอและไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นประจำ ติ๊กเป็นญาติสนิทของอ้อยเพื่อนรักในกลุ่มของฉัน และมีนามสกุลเดียวกันกับอ้อยด้วย

            ฉันพบกับติ๊กครั้งแรกเมื่อตอนเรียนอยู่ ม. 2 มีโอกาสได้เห็นภาพรุ่นน้องมากหน้าหลายตาเข้ามาเรียนโรงเรียนเดียวกัน ฉันและเพื่อน ๆ ในกลุ่มพากันมองรุ่นน้องแต่ละคนก็อดที่ส่งยิ้มไปให้ไม่ได้ ติ๊กเป็นคนที่พูดไม่เก่ง อยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทตลอด แม้เวลาที่วางมาดขรึมอย่างไม่ตั้งใจ แต่ก็ยังคงดูน่ารักสำหรับฉันเสมอ

            การเป็นรุ่นพี่ที่แอบชอบรุ่นน้องที่หน้าตาดีระดับต้น ๆ ของโรงเรียนนั้น ก็มีดีอยู่บ้าง ตรงที่ คำว่าชอบไม่มีทางที่คนหน้าตาดีอย่างติ๊กจะหันมามองหรือรักคนที่หน้าตาขี้เหร่อย่างฉันแน่นอน

            แต่เพราะมีเพื่อนรักเพื่อนสนิทในกลุ่มอย่างอ้อยที่เป็นญาติกับติ๊ก ทำให้ฉันมีความสุขกับการได้แอบชอบติ๊กอยู่มาก เพราะการได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับติ๊กนั้น เหมือนกับฉันกำลังนั่งฟังนิทานเรื่องที่โปรดปรานที่สุด

            "ติ๊กเป็นญาติเราเองกุ้ง บ้านติ๊กอยู่ทางทิศเหนือถนนออกไปฝั่งเหนือสุดของบ้านละลม เลยบ้านเราไปไม่ไกลมากนัก ติ๊กเป็นลูกชายคนเล็กด้วยนะ แถมนิสัยดีมาก ๆ เลย"

            คำบอกเล่าของอ้อย ทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของฉันชื่นใจอยู่มากทีเดียว

            "ลูกชายคนเล็กเหมือนเราเลย เราเป็นลูกสาวคนเล็กด้วย นี่ถ้าได้แต่งงานกันก็คงจะเหมาะกันที่สุดเลยนะอ้อย"

            ฉันพูดขึ้นอย่างสนุกสนาน อมยิ้มไปพลาง ๆ เหมือนคนเพ้อฝันในวังวนจินตนาการ แต่พอตั้งสติได้ก็รู้ว่า ฉันชอบติ๊กก็จริง แต่ไม่ได้คิดฝันที่จะเป็นคนรักหรือแต่งงานด้วย เพราะติ๊กกับฉันแตกต่างกันสิ้นเชิง ผู้ชายที่หน้าตาดีอย่างติ๊ก และเป็นเด็กดีของคุณครู มีหรือจะมาชอบรุ่นพี่ที่กระโดกกระเดก ผอมแห้ง ขี้เหร่ หาความน่ารักงดงามไม่ได้เลยจ้า

            "หยุดเพ้อได้แล้วกุ้ง"

            เดือนเพื่อนรักอีกคนเอ่ยทักและตีไหล่ฉันเบา ๆ เหมือนคอยเตือนสติฉันไปด้วย ทำให้ฉันหัวเราะออกมาทันที และก็รู้สึกเขินนิด ๆ

            "จริง ๆ เราก็ไม่ได้คิดขนาดนั้นหรอกเดือน แค่คิดเล่น ๆ สนุก ๆ เท่านั้น เราชอบติ๊กได้ แต่เราไม่คิดฝันที่จะเป็นแฟนกับเขาหรอกนะ แค่เราได้เห็นติ๊กยิ้มให้นิดหนึ่ง ก็เหมือนกำลังใจสำคัญ ทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยมีพลังใจขึ้นมานิดหนึ่ง ทำให้เราอยากมาเรียนทุก ๆ วัน เพราะจะได้เห็นติ๊กด้วย จริงไหมอ้อย" ฉันตอบเดือนแต่อดไม่ได้ที่จะหันไปหาอ้อยขอแรงสนับสนุนในฐานะเพื่อนหัวอกเดียวกัน

            อ้อยยิ้มทันทีและพยักหน้าเห็นด้วย "เออ ๆ เราเข้าใจกุ้งนะ พวกเธอก็ต้องเข้าใจเพื่อนด้วย เพราะเราก็รู้สึกกับตรี (ชาตรี) เพื่อนรุ่นน้องแบบที่กุ้งรู้สึกกับติ๊กเลยแหละ"

            อ้อยตอบตามตรงเพราะอ้อยเองก็แอบชอบตรีเพื่อนรุ่นน้องรุ่นเดียวกับติ๊กด้วย ซึ่งตรีอยู่ที่บ้านธาตุและไม่ไกลจากโรงเรียนมัธยมของพวกเรามากนัก และดูเหมือนเพื่อนในกลุ่มนั้น อ้อยจะมีอะไรคล้ายฉันหลายอย่าง โดยเฉพาะการแอบชอบรุ่นน้องที่หน้าตาดีอันดับต้น ๆ ของโรงเรียนแห่งนี้

            "ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกเรานะอ้อย" ฉันหันไปทางอ้อยอีกครั้ง ทำให้อ้อยยิ้มไม่หุบ

            "เบื่อจังเลยพวกนี้ ถ้าชอบเขา ทำไมไม่บอกตรง ๆ ล่ะ" จัดเอ่ยขึ้น พลางหัวเราะคิก ๆ สนุกสนาน เพราะอยากแกล้งและอยากรู้ว่าฉันกับอ้อยจะทำยังไง

            "ไม่ได้นะเว้ย เดี๋ยวน้อง ๆ ตกใจเสียก่อน" แป๋วค้านขึ้นมาทันที เพราะแป๋วเองก็แอบชอบกอล์ฟเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนอยู่ชั้นเดียวกับติ๊กและตรี ซึ่งกอล์ฟเป็นเด็กบ้านทำนบและบ้านเดียวกับแอ๋วและพิณ เพื่อนในกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้กอล์ฟก็คงจะเป็นญาติแอ๋วด้วย

            "ไปแอบชอบคนอื่นแบบนี้ แล้วบรรดาแฟนที่หล่อ ๆ ที่เราเลือกให้แต่ละคนล่ะ พวกเธอจะว่ายังไง" เดือนพูดขึ้นพลางหัวเราะไปด้วย ทำให้อ้อย ฉัน และแป๋วนิ่งไปชั่ววินาทีก่อนที่จะหัวเราะตามเดือนไปด้วย

            ใช่สิ แฟนที่เดือนพูดถึงไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เดือนมักจะจับคู่รุ่นน้องในโรงเรียนที่หน้าตาขี้เหร่แปลกไปจากเพื่อน ๆ ให้พวกฉันในกลุ่มทุกคน

            "เธอก็พูดไปเดือน แฟนที่เธอพูดไม่ใช่เลย เลิกล้อเล่นได้แล้วนะ" อ้อยพูดขึ้นและก็ยิ้มเต็มใบหน้า ซึ่งระหว่างนั้นเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็พลอยยิ้มไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นพิณ จัด แป๋ว แอ๋ว มณ ผึ้ง ฉันและเดือน ก็หัวเราะสนุกสนานกับการได้พูดหยอกเล่นกัน

            "กุ้งไปชอบติ๊กแบบนี้ ระวังหนุ่มคนนั้นอกหักนะ" มณพูดขึ้น ทำให้ฉันหันไปมองคนพูดทันทีและยิ้มอยู่ตลอด

            "พอได้แล้วมณ เลิกแซวได้แล้ว เรามันพวกหลายใจ ไม่ได้รักเดียวใจเดียวเหมือนเดือนหรอก เดือนนะ เขารักพี่แชงคนเดียว" ฉันตอบมณแต่หันไปแซวเพื่อเอาคืนเดือนบ้าง ทำให้เดือนยิ้มและมองค้อนไปด้วย

            แชงที่ฉันและเพื่อน ๆ แซวให้เดือนนั้น ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นรุ่นน้องสองปีที่มีอายุต่างกันแค่ปีเดียวกับพวกฉัน แชงเป็นเด็กผู้ชายที่อัธยาศัยดี ยิ้มให้กับทุก ๆ คนที่พูดคุยทักทายด้วย แชงชอบใส่เสื้อตัวใหญ่ ๆ กางเกงหลวม ๆ เวลามาเรียนหนังสือ ริมฝีปากของแชงจะใหญ่กว่าคนปกติทั่วไป เวลาที่ยิ้ม ก็ดูโดดเด่นที่ไม่เหมือนคนปกติทั่วไป ทำให้เดือนไม่ชอบที่ถูกแซวแชงให้ตลอด

            "พอเลยกุ้ง ถ้าเธอไม่หยุด คอยดูเย็นนี้เราจะบอกน้องหัวโตว่าเธอรักน้องเขามาก ๆ เลย"

            คำขู่ของเดือนทำให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มหัวเราะไปตาม ๆ กัน ส่วนฉันยิ้มไม่ออก เพราะอดห่วงไม่ได้ว่าเดือนจะแกล้งพูดขู่เล่นหรือทำจริง ๆ เพราะเดือนชอบแซวฉันให้กับรุ่นน้อง ม. 1 เป็นประจำ

            ฉันจำได้ว่า นอกจากน้องหัวโตที่มีหัวโตกว่าเด็กปกติทั่วไปที่เดือนคอยพูดแซวให้แล้ว เดือนก็ยังแซวรุ่นน้องที่ชื่อเก่งที่อยู่บ้านไพรพัฒนาให้ฉันด้วย เวลาที่นั่งรอรถโดยสารกลับบ้าน เก่งชอบมานั่งคุยกับฉันและเดือนอยู่บ่อย ๆ

            และคำแซวของเดือนที่เป็นเรื่องสนุกสนานนั้น กลับทำให้ฉันเป็นกังวลเป็นอย่างมาก เพราะฉันเริ่มรู้สึกว่าเก่งจะหวั่นไหวและมาตีสนิทกับฉันมากขึ้น  บางวันก็ชอบมายืนข้าง ๆ ฉันรอรถโดยสารกลับบ้านพร้อมกัน ทั้งที่เก่งน่าจะไปยืนกับเพื่อน ๆ ร่วมรุ่นเดียวกันเสียมากกว่า

            ทุก ๆ เย็นช่วงที่รอรถโดยสาร เก่งจะมายืนกับฉันและคุยเรื่องนั่นเรื่องนี้ แม้แต่เรื่องครอบครัวของเก่งเอง เก่งก็เล่าให้ฟังตลอด โดยเฉพาะเรื่องที่พ่อกับแม่แยกทางกัน โดยที่เก่งไม่รู้ว่าจะได้ย้ายไปเรียนอยู่กับพ่อหรือแม่ในอนาคต ฉันนั่งฟังที่เก่งเล่าเรื่องราวชีวิตให้ฟังอยู่เงียบ ๆ บีบมือตัวเองอยู่ตลอด แต่ในใจแอบคิดอยู่เสมอว่า เก่งจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังทำไม หรือว่าเก่งกำลังคล้อยตามคำแซวของเดือน ทำให้เก่งรู้สึกว่าฉันเป็นคนที่รักเขา และรับฟังทุกเรื่องในชีวิตของเขา และเดือนเองก็ไม่เคยหยุดแซวเก่งให้ฉัน ยังคงสนุกกับการได้แกล้งได้หยอกกับฉัน จวบจนวันหนึ่งฉันทนไม่ได้กับการที่ถูกเดือนแซวเรื่องเก่งอยู่บ่อย ๆ เลยตัดสินใจพูดอะไรออกไป

            "เลิกแซวได้แล้วเดือน เราไม่ชอบเลย" ฉันพูดขึ้นและแสดงสีหน้างอนไปด้วย

            "ไม่ชอบแสดงว่าคิดจริงหรือเปล่า" เดือนยังคงแซวและยิ้มไปด้วย หัวเราะคิก ๆ ตามประสา

            วันนั้นฉันไม่ตอบโต้เดือนอีกเลย แต่เลือกที่จะเดินไปหาเก่ง รวบรวมความกล้าที่มีอยู่ทั้งหมด

            "เก่ง พี่อยากจะบอกเก่งว่า พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเก่งเลยนะ เก่งเป็นรุ่นน้องพี่เท่านั้น อย่าไปเชื่อพี่เดือนเลย พี่เดือนชอบแซวแบบสนุก ๆ เท่านั้น พี่เบื่อมาก ๆ เลย รำคาญสุด ๆ"

            ฉันบอกเก่งเสร็จก็เดินไปรอรถโดยสารฝั่งทิศเหนือเพียงคนเดียว เก่งยิ้มเศร้า ๆ และมองตาฉันก่อนที่จะเดินหน้าเศร้าไปนั่งกับเพื่อน ๆ ร่วมรุ่นทางทิศใต้  ส่วนเดือนก็เดินตามหลังฉันมา และนั่งลงเคียงข้าง

            "เราหยอกเล่นนะกุ้ง จริงจังไปได้ อย่าโกรธกันนะ" เดือนเอ่ยขึ้นเบา ๆ น้ำเสียงดูเศร้านิด ๆ เหมือนกลัวว่าฉันจะโกรธ

            "เราไม่ได้โกรธหรอก แต่เราไม่ชอบ เธอแกล้งหยอกเราแบบนี้ ถ้าน้องเก่งคิดอะไรกับเราจริง ๆ เราจะทำอย่างไร เราไม่ได้คิดอะไรกับน้องเก่งเลยนะเดือน น้องดูน่าสงสารออก เลิกแซวเรากับน้องเก่งได้แล้ว เราไม่อยากเป็นคนผิดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร เราอยากให้น้องเขารู้สึกกับเราแบบรุ่นพี่คนหนึ่ง ไม่ใช่อย่างอื่น"

            "ก็ได้ เราจะหยุดแซวเธอเรื่องเก่ง" เดือนตอบหนักแน่น ยิ้มให้ฉันนิดหนึ่งก่อนจะก้มหน้าเงียบเพียงครู่เดียวก็เอ่ยขึ้น "แต่ห้ามเราหยุดแซวน้องหัวโตไม่ได้หรอกนะ ตราบใดที่เธอยังคงแซวแชงให้เรา"

            เดือนหัวเราะขึ้นมาทันที ตากลมสวยดูเป็นประกายได้แกล้งเพื่อนรัก ทำให้ฉันอดไม่ได้ทุบหลังเพื่อนเบา ๆ โดยที่เดือนรีบกระโดดออกห่างก่อนจะวิ่งหนีไปอีกฝากหนึ่ง ฉันได้แต่ยืนและมองหน้าเดือนพลางหัวเราะไปด้วย

            "อยากจะบ้าตาย อยากจะกรี้ดดัง ๆ คนที่หล่อ ๆ มีเยอะแยะในโรงเรียนเรา ทำไมเธอไม่แซวให้เราบ้าง แซวให้สมหวังไปเลย ทำไมชอบแซวแต่คนไม่หล่อให้ล่ะ" ฉันตะโกนบอกเดือน จนทำให้เพื่อน ๆ ที่อยู่ไม่ไกลนักหันมามองด้วยสายตาแปลกประหลาด

            "ที่เราไม่แซวคนหล่อให้ เพราะกลัวเธอจะรักเขาจริง ๆ อย่างน้อยแซวคนหน้าตาไม่หล่อให้ เธอจะได้ไม่อกหักเหมือนเรายังไงล่ะ"

            ฉันอึ้งอยู่สักพักที่ได้ยินเพื่อนรักตะโกนข้ามฟากบอกสิ่งที่รู้สึก อดคิดตามเพื่อนไม่ได้ ที่จริงเดือนเองก็พูดถูกทุกอย่าง คนที่หน้าตาไม่ดีอย่างฉันจะไปแอบชอบคนหน้าตาดีอันดับต้น ๆ ในโรงเรียนได้ยังไง ดูไม่เจียมเนื้อเจียมตัวเลย และก็ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน

            หลังจากที่คุยกับเก่งในวันนั้น ฉันก็ไม่ได้คุยกับเก่งอีกเลย และเก่งเองก็ไม่เคยมาตีสนิทหรือวุ่นวายกับฉันอีกเลย ฉันมาทราบอีกทีก็ตอนที่เพื่อนเก่งบอกว่า เก่งได้ย้ายไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัด คงไม่ได้มาเรียนที่นี่อีกแล้ว ฉันเองก็อดไม่ได้ที่คิดถึงรุ่นน้องคนนี้ แต่ก็ภาวนาให้เก่งโชคดี ได้เรียนที่ดี ๆ เรียนจบสูง ๆ มีอนาคตที่ดีและยาวไกล

            ช่วงชีวิตของฉันกับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนแห่งนี้ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก มีหน้าที่มาเรียนหนังสือและเรียนให้ดีที่สุด และนอกจากการมาเรียนหนังสือแล้ว ฉันก็มีความสุขกับการได้เห็นหน้าติ๊กทุก ๆ วัน เวลาที่ทางโรงเรียนมีกิจกรรมดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นวันไหว้ครูหรืออะไรก็ตามแต่ที่มีติ๊กได้รับเลือกเป็นตัวแทนให้ถือพานประจำห้องเดินเคียงคู่กับนักเรียนหญิงชั้นเดียวกัน ตรีและกอล์ฟได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนห้องที่ยืนเคียงข้างเพื่อนนักเรียนหญิงร่วมชั้นเดียวกัน พวกฉันก็ได้แต่มองอย่างเข้าใจ ส่วนอ้อยและแป๋วรวมทั้งเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

            "อยากเป็นคนนั้นที่ยืนถือพานเคียงข้างเธอจังเลย"

            เพื่อนในกลุ่มแซวขึ้น แม้จะทำให้เพื่อน ๆ หัวเราะกันทั้งกลุ่ม แต่ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดในหัวใจดวงน้อย ๆ

            "แม้ไม่ได้ถือพานยืนเคียงข้างเธอ แต่ก็ดีใจที่ได้ชอบคนที่หน้าตาดีใช่ไหมกุ้ง" อ้อยพูดขึ้นและตบไหล่เบา ๆ เหมือนต้องการให้กำลังใจไปด้วย

            ฉันยิ้มระบายเต็มใบหน้า "ใช่เลยอ้อย" ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับอ้อยเพื่อนรัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อที่จะให้กำลังใจตัวเอง "อย่างน้อย ๆ ก็มีความสุขที่ได้ฝันและแอบชอบคนที่หล่อที่สุดและดูดีที่สุดในโรงเรียนเรา" ฉันเอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจพลางยิ้มอย่างสุขใจ แป๋วพยักหน้าเห็นด้วย

            "เข้าใจคิดนะกุ้ง เธอพูดถูกใจเราจริง ๆ เลย"

            เหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไปด้วยดี ภาพที่เห็นคนที่แอบชอบยืนเคียงข้างคนที่คุณครูเลือกให้เป็นตัวแทนของชั้นเรียนไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของฉันและเพื่อน ๆ เปลี่ยนไปเลยสักนิด ความรู้สึกที่ฉันชอบติ๊กก็ยังคงมั่นคงเหมือนเดิม

            เวลาพักเที่ยงในแต่ละวัน ฉันกับเพื่อนสนิทในกลุ่มก็มักไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด บางวันก็ปั่นจักรยานไปบ้านละลมเพื่อไปทานข้าวที่บ้านอ้อย แป๋ว หรือไม่ก็บ้านของมณ วันไหนเบื่อ ๆ ก็พากันหาอะไรทานที่โรงเรียน และก็จับกลุ่มคุยกันบนสนามหญ้าข้าง ๆ อาคารเรียนทางทิศเหนือ เวลาที่เห็นกลุ่มของติ๊ก ตรี หรือไม่ก็กลุ่มของกอล์ฟเดินผ่านมา พวกเราก็จะพากันแซวสามหนุ่มสุดหล่อประจำโรงเรียนตลอด คนที่ถูกแซวดูไม่ค่อยเขินอายซักเท่าใด แต่คนที่ร่วมด้วยช่วยแซวกลับอายเป็นที่สุด และก็คงจะหนีไม่พ้น ฉัน อ้อยและแป๋วเสียมากกว่า ส่วนเพื่อน ๆ ในกลุ่มก็ได้แต่หัวเราะและพูดแซวอย่างสนุกสนาน พร้อม ๆ กับมองดูปฏิกิริยาของฉันและเพื่อน ๆ ที่แอบชอบสามหนุ่มไปด้วย ยิ่งเห็นพวกฉันอายมาก ๆ เพื่อนก็ยิ่งแซวมากขึ้น เพราะการได้เห็นเพื่อน ๆ แก้มแดงข่วยเขินที่สุด คือความสุขของเพื่อน ๆ ในกลุ่ม

            ในบางวันที่ต้องเดินไปเรียนวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์ ดนตรีและศิลปะที่อาคารใหญ่ทางทิศใต้ ฉันกับเพื่อน ๆ ก็ต้องเดินผ่านห้องเรียนของติ๊ก ตรี และกอล์ฟอยู่เสมอ ยิ่งถ้าวันไหนที่เดินผ่านไปเห็นสามหนุ่มอยู่หน้าห้อง ก็ยิ่งรู้สึกเขินอายยิ่งนัก และวันไหนที่เห็นติ๊กกับเพื่อนเดินผ่านหน้าห้องเรียนของฉัน หัวใจของฉันก็เต้นไม่เป็นจังหวะ จำต้องวิ่งไปหลบที่ผนังในห้องเรียนด้านใน ไม่อยากให้ติ๊กรู้ว่าฉันแอบชอบ ไม่อยากให้คนหล่อรู้ว่ามีคนขี้เหร่แอบปลื้ม แต่การได้แอบชอบคนที่หน้าตาดี เป็นอะไรที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิต

            ฉันเป็นคนที่เก็บความรู้สึกไม่ค่อยอยู่ และมักจะแสดงออกด้วยสีหน้าหรือไม่ก็คำพูดเท่านั้น เวลาที่ฉันรักและชอบใครหรือแม้แต่โกรธเกลียดใคร ฉันจะเป็นคนที่แสดงออกโดยตรง ไม่ว่าจะทางสีหน้าหรือแม้แต่คำพูดคำจา ทุกคนที่รู้จักสนิทสนม จะรู้ว่า ฉันเป็นคนอย่างไร และค่อนข้างตรงไปตรงมาที่สุด

            จวบจนวันหนึ่ง ฉันกับอ้อยกลับมาจากเข้าห้องน้ำที่ด้านหลังโรงเรียน เราสองคนเดินผ่านหน้าห้องของติ๊กและตรี วันนั้นเป็นจังหวะที่ติ๊กและตรีนั่งคุยกับเพื่อน ๆ สนิทหน้าอาคารเรียน ทันทีที่เห็นติ๊กอยู่ตรงทางด้านหน้า ฉันรู้สึกตัวสั่นไปหมด รู้สึกประหม่าอย่างมากที่ต้องเดินผ่านคนที่แอบชอบ ตัวอ้อยเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกับฉันเลย  เพียงแต่อ้อยเก็บความรู้สึกได้เนียนและเก่งกว่าฉันมาก พอเดินผ่านสองหนุ่มและมาถึงห้องเรียน พ้นสายตาของติ๊กและตรีออกมาไกลมาก ฉันกับอ้อยก็วิ่งปรี้ดเข้าไปในห้องเรียนทันที และก็จับมือกันแน่น ใจเต้นระทึก สบตากันยิ้มอยู่ตลอด

            "ขนาดเดินผ่านแค่ไม่กี่วินาที เราก็ยังใจสั่นอยู่ตลอด ได้แอบมองนิด ๆ ก็รู้ว่าตรีหล่อเหมือนเดิม ใบหน้าของตรีกำลังจะมีนวดเล็ก ๆ ดูมีเสน่ห์มากนะกุ้ง เราแค่แอบมองแต่ไม่ให้ตรีรู้ตัว แอบเห็นตรียิ้มกับเพื่อนด้วยแหละ ผู้ชายอะไรโคตรน่ารักเลย" อ้อยเล่าอย่างถูกอกถูกใจ สีหน้าดูตื่นเต้นไม่น้อย แก้มแดงเหรื่อ ๆ ไม่ต่างกับฉันเลย

            "อ้อยเก่งจังเลยที่เก็บความรู้สึกได้เมื่อเดินผ่านตรี แต่เรานี่สิ พังไม่เป็นท่า เก็บอาการไม่อยู่ แก้มร้อนระอุไปหมดอย่างไม่รู้ตัว ยิ้มและพูดอะไรไม่ออก ไม่กล้ามองติ๊กแม้แต่เสี้ยวเดียว ยิ่งเพื่อนติ๊กคนหนึ่งที่รู้ว่าเราแอบชอบติ๊กแซวขึ้น เรายิ่งอายมาก ๆ ต้องเอามือปิดหน้าข้างหนึ่ง ถือรองเท้านักเรียนข้างหนึ่ง โคตรอายเลยอ้อย เราไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ตรงไหน" ฉันตอบอ้อยไปตามความจริงทั้งหมดที่รู้สึก

            "ก็เอาไว้ตรงหัวนั่นแหละกุ้ง เบื่อจังพวกแอบชอบรุ่นน้อง" พิณพูดขึ้นขณะที่เดินเข้ามาได้ยินฉันกับอ้อยสนทนากันอยู่ และก็ยิ้มให้นิด ๆ ก่อนที่จะเดินผ่านไปที่หน้าต่าง

            ฉันกับอ้อยหันไปมองพิณและหัวเราะคิก ๆ ถูกใจ "แล้วได้มองติ๊กไหมกุ้ง" อ้อยถามขึ้น

            "ไม่กล้ามองเลยอ้อย" ฉันตอบเบา ๆ กลัวเพื่อนคนอื่น ๆ จะได้ยิน

            "แต่เราเห็นติ๊กมองกุ้งด้วยนะ" อ้อยพูดขึ้น ยิ้มไปด้วย

            รอยยิ้มเบิกบานกับสิ่งที่ได้ยินทำให้หัวใจพองโตที่สุด "จริงเหรออ้อย"

            "จริงสิ" อ้อยตอบอย่างมั่นใจ

            "ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้มองติ๊กหรือสบตาคนที่เราแอบชอบ แต่เราก็รู้ว่าติ๊กหล่อที่สุด" ฉันเอ่ยบอกอ้อย เหมือนเด็กหญิงที่พร่ำเพ้อถึงคนที่หลงรักหมดหัวใจ

            "แต่เราว่าตรีหล่อกว่าติ๊กนะกุ้ง เธอห้ามลืมสังเกตใบหน้าตรีนะ ตรีกำลังมีนวด สงสัยเริ่มเป็นหนุ่มแล้ว หล่อมาก ๆ เลย" อ้อยพูดขึ้น สีหน้าดูมีความสุขมากที่ได้พูดถึงคนที่แอบรัก

            "ดูท่าอ้อยจะมองตรีชัดกว่าเรามากเลยนะ แต่เราไม่กล้ามองเลย วันหลังอ้อยช่วยมองติ๊กให้เราหน่อยได้ไหม แล้วอ้อยก็มาเล่าให้เราฟังด้วยนะ อ้อยเป็นพี่น้องกับติ๊ก อ้อยมองติ๊กนาน ๆ ได้อยู่แล้ว ติ๊กคงไม่โกรธหรอก นะอ้อยนะ" ฉันอดไม่ได้ที่อ้อนวอนเพื่อนสนิทให้ช่วย เพราะรู้ว่าตัวเองไม่กล้าที่จะมองหน้าหรือแม้แต่สบตาผู้ชายที่แอบชอบแน่นอน

            "เออน่า เดี๋ยวเราจะมองให้เองกุ้ง"

            ฉันกระโดดกอดคออ้อยทันที "อ้อยใจดีที่สุดเลย ขอบคุณมาก ๆ นะเพื่อน"

            "เพื่อนกัน ก็ต้องช่วยกันสิ จริงไหม" อ้อยพูดขึ้นและยิ้มสดใสไปด้วย

            หลายวันผ่านไป ช่วงระหว่างที่พักเที่ยง ฉันและเพื่อน ๆ นั่งคุยกันที่เดิม และก็ทราบว่าแป๋วและอ้อยขับรถไปเล่นบ้านแอ๋วที่บ้านทำนบด้วย เพราะไม่เห็นแป๋วแวะมาหาฉันและเดือนที่หมู่บ้าน

            "แป๋วนะแผนสูง แกล้งไปหาแอ๋ว แต่เบื้องหลังอยากไปเห็นกอล์ฟหรือเปล่า" ผึ้งแซวขึ้น

            แป๋วยิ้มสดใส แก้มแดงชมพู ดูน่ารักไปอีกแบบ เพราะคงเขินอายที่ถูกเพื่อนในกลุ่มแซว

            "ก็มีบ้างแหละผึ้ง อย่าว่าแต่เราเลยนะ ผึ้งล่ะ แอบชอบน้องดำคนหล่อเข้มหรือเปล่า"

            ผึ้งไม่ตอบ ไม่ยอมรับ แต่ใบหน้าแดงไม่ต่างกับฉันเลย วันนั้นเพื่อน ๆ ในกลุ่มได้แต่ยิ้มให้กับความสุขของเพื่อน ๆ ที่แอบชอบสามหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน

            ยิ่งใกล้วันที่ฉันเรียนจบมัธยมต้น คำว่าชอบที่ฉันมีให้ติ๊ก อ้อยมีให้ตรี แป๋วมีให้กอล์ฟนั้น ก็ยังไม่เคยเปลี่ยน จากสามหนุ่มสามมุมสุดหล่อรุ่นน้องยังคงเป็นขวัญใจของสามสาวในกลุ่มของฉันตลอด

          ฉันยังคงชอบติ๊กอยู่เสมอ ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ได้มากขึ้น และไม่เคยลดน้อยลงเลย ความรู้สึกตรงนั้นยังคงมั่นคงอยู่เช่นเดิม

            แม้ว่าฉันจะเคยพับจรวจพร้อมเขียนคำว่า "แอบชอบจังคนน่ารัก" โยนให้ติ๊กผ่านหน้าต่างที่ห้องเรียน แต่ก็ไม่รู้ว่า ติ๊กจะมีโอกาสได้อ่านความรู้สึกของฉันตรงนั้นไหม หรือติ๊กอาจจะได้อ่านแต่เพราะไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉัน จึงไม่เคยแสดงออก เพราะติ๊กคงจะกลัวว่า การที่ติ๊กปฏิเสธหรือบอกกับฉันตรง ๆ ว่าไม่เคยชอบคนขี้เหร่อย่างฉัน อาจจะเป็นการทำร้ายจิตใจกันเกินไป และก็เลือกที่จะวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย ถึงแม้จะเขินอายบ้างเวลาที่ฉันและเพื่อน ๆ แซว แต่ติ๊กไม่เคยเอ่ยคำพูดใด ๆ ให้ฉันได้ยิน และฉันเองก็ไม่เคยเดินไปบอกติ๊กโดยตรงว่าแอบชอบ เพราะกลัวเจ็บจนไม่กล้าจะพูดความจริงออกไป

            ฉันเองก็เกรงว่าจะรับไม่ได้หากได้ยินติ๊กพูดว่า "ผมไม่ชอบคนขี้เหร่" หรือไม่ก็คำว่า "เราต่างกันเกินไป" เพราะติ๊กเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีอันดับต้น ๆ ของโรงเรียน ส่วนฉันก็หน้าตาขี้เหร่อันดับท้าย ๆ ของห้อง และความจริงระหว่างฉันและรุ่นน้องก็คงจะต่างกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะอายุ หน้าตา ความพร้อมทางด้านครอบครัว และจุดตรงนี้ทำให้ฉันเลือกที่จะไม่พูดเสียดีกว่า

            ฉันเข้าใจดีว่า ความรู้สึกที่ไม่เคยได้พูดออกไปให้คนที่เรารู้สึกชอบให้ได้ยินนั้น มันยังคงเก็บซ่อนไว้ในใจเสมอ และงดงามในความทรงจำครั้งเยาว์วัยที่สุด

          สุดท้ายทั้งฉัน แป๋ว อ้อย และเพื่อน ๆ ในกลุ่มต่างก็ไม่มีใครสมหวังกับคนที่เคยแอบรักแอบชอบสมัยกระโปรงบานคอซองเลยสักคน พวกเราต่างก็เติบโตแยกย้ายกันไปมีครอบครัว อยู่คนละมุมของประเทศ บ้างก็อยู่ในทวีปที่ไกลแสนไกล บางคนก็จากโลกนี้ไปอยู่อีกภพหนี่งที่ไกลมาก บ้างก็ได้กลับมาอยู่บ้านเกิดที่รัก แต่ละคนมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นไม่น้อยไปกว่ากัน และในมิตรภาพของความเป็นเพื่อนนั้น พวกเราทุกคนยังรักและห่วงหาอาทรกันและกันเสมอ ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ความเป็นเพื่อนยังคงมั่นอยู่ตรงนั้นตลอดไป

 
บางครั้งเราอาจจะกลายเป็นกำลังใจให้ใครบางคนโดยไม่รู้ตัว
 
และบางคนก็เป็นคนที่เราคอยให้กำลังใจอยู่ห่าง ๆ โดยที่เขาไม่เคยรู้สึกอะไรเลย
 
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
 บางทีกับบางเรื่องราว
 การไม่รู้ความจริงคือสิ่งที่ดีที่สุด
 
 
 
บันทึกโดย ณัฐฑินี โคตรอาสา โจนส์
เลขที่ 2 เลขประจำตัว 98
วันที่ 23มกราคม 2559

 

 

 

 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones