ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article

 

 

นานมากแล้วที่ฉันไม่เคยฝันเห็นหลานชายคนนี้ เพราะตั้งแต่เขาเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน ฉันก็ฝันเห็นเขาแค่เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) เป็นลูกชายคนเดียวของพี่สวน ซึ่งพี่สวนเป็นลูกสาวคนเล็กของพ่อที่มีกับภรรยาคนแรกในบรรดาลูกสาวสามคน จะว่าไปแล้วเธอเป็นพี่สาวต่างมารดากับฉันนั่นเอง น้องเนาะเป็นหลานที่ฉันรักมากในบรรดาหลาน ๆ รุ่นเดียวกัน เราสองคนเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก น้องเนาะอายุน้อยกว่าฉันเพียงไม่กี่ปี เป็นหลานที่ฉันสนิทมากที่สุด และเป็นหลานที่ให้ความรักและความเคารพฉันเสมอมา ไม่เคยทำอะไรให้ฉันเสียใจเลยสักครั้ง แต่น่าเสียดายที่น้องเนาะอายุสั้น ไม่ได้อยู่ดูโลกใบนี้เคียงข้างทุกคนที่รักเขา น้องเนาะเสียชีวิตไปเมื่อปี 2010 แม้ว่าน้องเนาะจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่หลานชายคนนี้ก็อยู่ในความทรงจำของน้าสาวคนนี้เสมอมา น้องเนาะยังคงเป็นหลานที่ฉันรักและคิดถึงตลอด และด้วยความรักและความผูกพันที่มีด้วยกันตั้งแต่เด็ก บางครั้งความฝันกับความจริงที่น้องเนาะต้องการสื่อถึงฉันก็ช่างแม่นยำเหลือเกิน   

                เมื่อคืนวานนี้ ตรงกับคืนวันที่ 14 ตุลาคม 2015 ฉันมักจะสวดมนต์และแผ่เมตตาก่อนนอนทุกคืนเสมอ เพราะฉันคิดว่า การได้สวดมนต์และแผ่เมตตาทำให้จิตใจสงบมากขึ้น และทำให้เจ้ากรรมนายเวร เจ้าทุกข์เจ้ายากได้รับส่วนบุญจากการแผ่เมตตาของฉันด้วย ระหว่างที่แผ่เมตตา ฉันเองก็ไม่ลืมที่จะขออโหสิกรรมจากทุก ๆ คนที่ฉันเคยทำให้เขาเสียใจ และก็อโหสิกรรมให้ทุก ๆ คนที่เคยทำให้ฉันเสียใจด้วย    

                ฉันหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ฝัน ภาพในฝันมีพี่น้องมากมายหลายคนมาช่วยงานทำบุญบ้านที่ศรีสะเกษ พี่น้องแต่ละคนต่างก็วุ่นอยู่กับการทำอาหารไว้ต้อนรับแขก บางคนก็ออกมาช่วยรับแขก ภาพทุกอย่างในความฝันเหมือนภาพความจริงที่ฉันสัมผัสเพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ในขณะนั้นฉันเดินไปช่วยงานพี่ป้าน้าอาบางคนเสร็จก็เดินออกมายืนหน้าบ้าน ฉันเห็นภาพน้องเนาะยืนอยู่เพียงลำพังด้านหน้า อดไม่ได้ที่จะเข้าไปทักทาย เพราะในฝันไม่ได้รู้สึกเลยว่า หลานชายคนนี้เสียชีวิตไปแล้ว ยังคิดว่าเขามีชีวิตปกติดีทั่วไป ฉันอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามหลานชายด้วยความเป็นห่วงอย่างคุ้นเคย    

                "เนาะหิวข้าวไหม เดี๋ยวน้าหาอะไรให้ทานนะ ข้างในมีอาหารเยอะแยะเลย แม่ครัวพ่อครัวทำอาหารตั้งหลายอย่างแหนะ" ฉันเอ่ยบอกหลานชายในฝันด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เพราะทุกครั้งที่เห็นหลานก็อดไม่ได้ที่จะถามเรื่องอาหารการกิน เพราะกลัวหลานจะยังไม่ได้รับประทานอาหาร     

                น้องเนาะหันมายิ้มให้ฉันนิดหนึ่ง ใบหน้าของเขาชัดเจน แววตาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด เหมือนภาพความจริงมากกว่าที่จะเป็นความฝัน

                "ผมทานแล้วครับน้า"  

                "เข้ามานั่งด้านในบ้านด้วยกันสิ หนูมายืนอยู่ทำไมหน้าบ้าน" ฉันเอ่ยบอกหลาน  

                "ผมไม่เป็นไรครับน้า" น้องเนาะตอบ และก็หันไปมองผู้คนที่เข้ามาช่วยงาน ซึ่งเป็นภาพผู้คนที่มาช่วยงานโดยมีพี่หงาคอยต้อนรับอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า    

                "หนูมีอะไรจะบอกน้าหรือเปล่า" ฉันอดไม่ได้ที่จะถาม เพราะสีหน้าและท่าทางของหลานชายดูเหมือนมีเรื่องอยากจะบอกฉัน   

                "ผมแค่อยากรู้ว่า น้าทำบุญบ้านมาตั้งสามครั้ง เวลาที่คนอื่นมาช่วยงาน น้าบอกให้คนเหล่านี้เอาเงินไปให้น้าหงาโดยตรง ผมรู้ว่าน้ามอบหมายให้น้าหงาวิ่งเต้นเรื่องงาน เวลาที่งานเสร็จและมีเงินเหลือ น้าหงาเคยเอาเงินนั้นมาคืนให้น้าบ้างไหม" น้องเนาะถามคำถามแปลก ๆ ทำให้ฉันอึ้งอยู่สักพัก แปลกใจทำไมหลานชายตั้งคำถามแบบนี้ แต่ก็ตอบหลานไปตามตรง   

                "ถามแปลกจังเลย หนูอยากรู้ทำไมล่ะ"

                "ผมแค่อยากรู้ครับน้า"

                "ก็ในปีแรกที่น้าทำบุญบ้าน น้าก็ให้เงินน้าหงาสองหมื่นบาทเพื่อจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนอีกหนึ่งหมื่นน้ามอบให้น้าโอ๊ะจัดการเรื่องปัจจัยพระ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ น้าจัดแจงจ่ายเองทั้งหมด ก็เห็นมีเงินเหลือประมาณสามพันบาทที่น้าหงาเอามาคืนให้ตอนงานเสร็จ แต่น้าบอกให้น้าหงาเอาเงินนี้ไปซื้ออาหารการกิน เหล้ายา เลี้ยงพวกพ่อครัวแม่ครัวมาที่มาทำอาหารในงาน ส่วนเงินใส่ซองตอบแทนน้ำใจพ่อครัวแม่ครัว น้าก็เอาเงินที่ผู้คนมาช่วยงานแบ่งใส่ซองให้พ่อครัวแม่ครัวตามสัดส่วนความเหมาะสมที่น้าหงาบอก ซึ่งเงินที่ได้จากคนมาช่วยงานและผูกข้อไม้ข้อมือนั้น น้าได้มาทั้งหมดสองหมื่นนิด ๆ ส่วนที่เหลือก็จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับงานโดยตรง เงินเหลือเท่าใด น้าก็แบ่งให้พี่น้องทุกคน โดยน้าแบ่งให้ครอบครัวน้าอ้วนสองพันห้า และโตโต้สองพัน เพราะเห็นว่าน้องโตโต้ยังเรียนหนังสืออยู่ ที่เหลือน้าก็แบ่งให้ครอบครัวน้าหงาสองพันห้าร้อยบาท และให้น้องหงิมและน้องดีโด้คนละห้าร้อย เพราะน้องหงิมทำงานแล้ว มีงานทำและมีเงินใช้เอง ส่วนน้องดีโด้ยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล การใช้เงินไม่เยอะเหมือนคนที่เรียนระดับมหาวิทยาลัย ก็เลยให้แค่เพียงห้าร้อยบาท แล้วน้าก็แบ่งให้ครอบครัวน้านางหนึ่งพันห้าร้อยบาท ให้เงินน้องกุ๊บกิ๊บสองพันบาทเพื่อไปเรียนหนังสือต่อที่มหาวิทยาลัย พร้อมกับเสื้อผ้าสวย ๆ และของใช้ในกระเป๋าใบใหญ่ที่น้าขนมาให้จากอเมริกาด้วย น้องโจโจ้น้าให้สองพันบาทรวมค่ารถที่มาช่วยงานนี้ด้วย ส่วนน้องอุ๊งอิ๊งกับน้องเอิน ๆ น้าให้คนละห้าร้อย ที่เหลือน้าให้แม่ของน้องเนาะห้าร้อยบาท และให้ป้ารีนห้าร้อยบาท และเลี้ยงฉลองก่อนกลับอเมริกาน้าก็เลี้ยงหมูกะทะพี่น้องทุก ๆ คนด้วย ไม่ได้เอาเงินส่วนนี้มาใช้ส่วนตัว ส่วนใหญ่ก็ให้พี่น้องและใช้จ่ายซื้ออาหารให้พี่น้องรับประทานด้วยกัน ในปีนั้นพี่น้องทุกคนได้รับของฝากจากน้าเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสวย ๆ ที่น้ากับน้าผู้ชายที่ซื้อมาให้ด้วยใจ ก็ไม่เห็นมีอะไรน่าเป็นห่วงเลยนะ" 

                "แล้วสองปีที่ผ่านมาล่ะ" น้องเนาะยังคงอยากรู้ ฉันเองไม่เข้าใจทำไมหลานอยากรู้เรื่องทั้งหมด ไม่อยากจะตอบคำถามหลาน เพราะรู้สึกว่ารายละเอียดมันดูละเอียดอ่อนจนเกินไป   

                "แล้วหนูจะอยากรู้ทำไมล่ะ" ฉันอดไม่ได้ที่จะถามหลานตามที่รู้สึก 

                "ผมอยากรู้ น้าบอกผมไม่ได้เหรอ"   

                "น้าบอกได้ บอกทุกอย่างที่หนูอยากรู้ เพราะน้าไม่มีความลับอยู่แล้ว เมื่อปี 2014 ตอนที่ทำบุญ น้าก็ไม่เห็นมีเงินเหลืออะไร เพราะน้าบอกน้าหงาไว้แล้ว ถ้าเหลือก็คือให้เอาไปซื้ออาหารเลี้ยงพ่อครัวแม่ครัว ไม่ต้องเอามาคืน เลี้ยงให้กินอิ่มกันทั่วถึง และน้าก็ไม่เห็นน้าหงามาบอกว่ามีเงินเหลือไหม และน้าก็ไม่เคยถาม แต่วันสุดท้ายก่อนน้าบินกลับอเมริกา น้าก็ควักงบประมาณตัวเองพาน้าหงาซื้ออาหารมาทำหมูกะทะและชวนพี่น้องมากินเลี้ยงด้วยกัน น้าก็ชวนแม่ของหนูและพี่น้องคนอื่น ๆ ด้วยนะ แต่แม่ของหนูไม่ยอมมา ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งน้าเองก็ไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมรับว่าชวนทุกคนตลอด"   

                "แล้วปีนี้ล่ะ" น้องเนาะยังคงอยากรู้ทุกอย่าง 

                "ปีนี้เหรอ" ฉันเอ่ยขึ้นพลางหันไปมองญาติพี่น้องบางคนที่เดินเข้ามาในงาน อดไม่ได้ที่จะยกมือไหว้ต้อนรับและเชิญให้เข้าไปในบ้าน โดยที่พี่หงาและพี่น้องคนอื่น ๆ คอยช่วยเหลืออยู่ด้านใน

                "หนูอยากรู้ทำไมล่ะ"

                "น้าบอกได้ไหม"

                "ได้ เดี๋ยวน้าจะเล่าให้ฟัง ในปีนี้น้าบินไปอยู่เมืองไทยสองเดือนเต็ม ๆ น้าได้โทรบอกน้าหงาไว้แล้วว่า ทำบุญบ้านจะจัดงานเล็ก ๆ เพราะทราบข่าวว่ามีงานศพแม่น้าลมอยู่ใกล้ ๆ กัน ก็ยิ่งไม่ควรจัดงานอะไรใหญ่โต มันดูไม่งามที่จะมีงานบุญติด ๆ กับงานศพ น้าหงาเองก็เห็นด้วย เพราะเธอต้องวิ่งไปช่วยงานศพด้วย น้ากับน้าผู้ชายต้องการจัดงานทำบุญบ้านแค่เอาฤกษ์และทำตามพิธีเท่านั้น พี่น้องและเพื่อนก็ชวนแต่คนสนิท ๆ เท่านั้น น้าให้งบประมาณการจัดงานแก่น้าหงาไปหนึ่งหมื่นห้าพันบาทเพื่อจัดงานเล็ก ๆ และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ซื้อที่ห้างโลตัสน้าเป็นคนจ่ายแทบทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายที่อยู่ด้านนอก น้าหงาเอางบประมาณที่น้ามอบให้จัดการเอง น้าไม่ยุ่งและไม่เคยไปถามอะไร และคิดว่างบประมาณที่ให้น้าหงานั้นมากพออยู่แล้ว เพราะพี่น้องบางคนก็เอาผลไม้และเอาไก่มาให้ฟรี ๆ ด้วย"   

                "แล้วน้าหงามีเงินเหลือมาคืนให้น้าหรือเปล่า" น้องเนาะถามย้ำ   

                "น้าไม่ทราบจ้า เพราะน้าไม่เคยถามเรื่องเงินเหลือเลย แต่ถ้าเงินขาด เขามาขอ น้าก็ให้ น้ารับผิดชอบทุกอย่าง"   

                "แล้วเงินคนที่มาช่วยงานล่ะ" น้องเนาะยังคงถามรายละเอียดถี่ยิบ จนฉันรู้สึกแปลกใจมาก ๆ   

                "น้าเคยบอกน้าหงาว่า เงินที่ทุกคนมาช่วยงาน ให้ใส่ซองพระให้หมด อย่าเก็บไว้เด็ดขาด แต่น้าหงาไม่เห็นด้วย น้าหงาบอกว่า เงินปัจจัยได้จำแนกจัดไว้เรียบร้อยแล้ว และแนะนำให้น้าเก็บไว้เองโดยไม่ต้องเอาไปรวมกับซองปัจจัย แต่น้าไม่ได้เก็บ เพราะไม่เห็นด้วยที่จะเก็บเงินที่คนอื่นมาช่วยงานใส่กระเป๋าตนเอง และน้าก็ปฏิเสธที่จะทำ จำนวนเงินที่ทุกคนมาช่วยงาน หากเงินนั้นน้าได้รับโดยตรงระหว่างที่อยู่ในงาน น้าก็จะยื่นให้อาจารย์ที่ทำพิธีใส่ในซองให้กับพระทุกองค์แบ่งเท่า ๆ กันรวมอยู่ในปัจจัยที่ตั้งไว้แล้ว แต่ถ้าคนอื่นๆ มาช่วยงานทีหลัง น้าก็เอาเงินนี้ซื้ออาหารเลี้ยงทุก ๆ คน ส่วนเงินที่คนอื่น ๆ เอามาช่วยงานและน้าหงาเป็นคนรับ น้าไม่ทราบว่าน้าหงาได้เอาเงินมารวมกับซองปัจจัยหรือไม่ เพราะน้าไม่ได้ตามเรื่องนี้ วันนั้นน้าเองก็มัวแต่ยุ่งกับงานและอยู่กับแขกที่มาช่วยงานด้วย"   

                "ทีหลังน้าควรจะสนใจนะ เพราะเวลาที่คนอื่นเขามาช่วยงาน เขามีน้ำใจและตั้งใจเอาเงินมาช่วยน้าโดยตรง ไม่ใช่ให้น้าหงารับเงินไปใส่กระเป๋าตัวเอง มันไม่ใช่งานของน้าหงานะ มันเป็นงานทำบุญบ้านของน้า คนที่ควรจะรับเงินคือน้าเท่านั้น" น้องเนาะพูดพลางแสดงสีหน้าไม่พอใจ   

                "แล้วหนูมาบอกน้าทำไมล่ะ หนูต้องการบอกอะไรน้าเหรอ" ฉันเอ่ยถามหลานชาย เพราะไม่เข้าใจสิ่งที่น้องเนาะต้องการสื่อให้ฉันทราบ   

                "เพราะเวลาที่มีคนมาบอกงาน คนที่เขาเคยมีน้ำใจช่วยน้านั้น น้ากับน้าผู้ชายจะได้ช่วยเขาได้ จะได้รู้ว่าจำนวนเงินเท่าใด"   

                ฉันฟังที่หลานชายบอกก็คิดตามไปด้วย อันที่จริงน้องเนาะก็พูดถูกทุกอย่าง หลานชายคงอยากจะเตือนสติแก่ฉันในเรื่องบางอย่าง แต่ในเมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ผ่านไปแล้ว ฉันเลยเลือกที่จะเอ่ยบอกหลานชาย

                "น้าขอบใจหนูมากนะที่มาเตือนน้า แต่น้าก็ไม่เคยมีปัญหานะ น้าบอกทุกคนไว้เลย หากใครก็ตามที่เคยมาช่วยงานทำบุญบ้านน้า ไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใด หากคนใดมีงานบุญหรืองานอะไรก็ตามแต่ จะเป็นญาติพี่น้องใกล้ชิดหรือไม่สนิทมาก หรือผู้คนในหมู่บ้านเดียวกัน ถ้าพวกเขามาบอกงาน ก็แสดงว่าเขาให้เกียรติน้าพอสมควร น้าก็จะต้องหาวิธีส่งเงินไปช่วยงานคน ๆ นั้นให้ได้ หนูไม่ต้องห่วงนะ น้าจดจำทุกคนที่มีน้ำใจให้น้าได้ตลอด และน้ากับน้าผู้ชายยินดีช่วยเต็มที่เสมอ"  

                "ต่อไปนี้ ถ้าน้าจะทำอะไร ผมอยากให้น้าทำทุกอย่างด้วยตัวเองนะ รับน้ำใจทุกคนที่มีให้ด้วยตัวเอง และตอบแทนน้ำใจทุกคนด้วยตัวเอง ไม่ต้องผ่านใคร" เสียงน้องเนาะตอบทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินออกไป ทิ้งให้ฉันยืนงงกับคำพูดที่ได้ยินอยู่มาก  

                ฉันหันไปเรียกหลานชายอีกครั้ง "แล้วหนูจะไปไหนล่ะ อยู่ทานข้าวกับน้าก่อนสิ" 

                ไม่มีเสียงตอบรับจากน้องเนาะ คงมีแต่ภาพหลานชายค่อย ๆ จางหายไปในมุมมืดของความฝัน แม้ว่าฉันจะร้องเรียกชื่อหลานชาย ทั้งในฝันและชีวิตจริงในขณะที่หลับอยู่ แต่หลานชายก็หายไป ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมารู้สึกแปลกใจทำไมฝันแบบนี้ เหมือนจริงมากกว่าที่จะเป็นความฝัน เพราะฉันตอบคำถามหลานทุกอย่างเหมือนคนที่มีสติปกติดี ไม่ได้อยู่ในฝัน แต่ก็แปลกที่มันเป็นความฝันที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ฉันพยายามข่มตาหลับต่อ และไม่คิดมากกับความฝัน แต่ก็หลับตาลงไม่ได้ เพราะเวลาที่ฝันเห็นน้องเนาะ ส่วนใหญ่จะเป็นความฝันที่แม่นเสียเหลือเกิน น้องเนาะคงจะมีเรื่องที่ห่วงใยฉันและคนรัก และคงจะหวังดีหลาย ๆ อย่าง เพราะคงไม่อยากเห็นฉันกับคนรักเสียใจ หรือมีปัญหากับพี่น้องคนใดคนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นสัญญาณบอกอะไรสักอย่างที่หลานชายคนนี้มักจะมาเข้าฝันอยู่เสมอ  

                ฉันยังคงนอนคิดถึงความฝันอยู่ตลอด แปลกใจว่าทำไมต้องฝันเห็นน้องเนาะและเรื่องราวแบบนี้ ทั้งที่ฉันไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับพี่น้องเลย เวลาที่ฉันให้อะไรใคร ฉันก็ให้เพราะใจอยากให้ แต่เวลาที่ถูกพี่น้องด่าเวลาทะเลาะกัน เพราะพี่น้องบางคนเสียผลประโยชน์จากฉัน เพราะคาดหวังและอยากได้ในสิ่งที่ฉันและคนรักมีมากเกินไป เมื่อถูกปฏิเสธและความเห็นหลายอย่างที่ต่างกัน ฉันกับคนรักกลับเป็นคนที่ถูกด่าหาว่าเป็นคนเลวและเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ลืมพี่ลืมน้อง ทั้งที่ความจริงมันตรงกันข้ามกันเลย เพราะคนที่เห็นแก่ตัวจริง ๆ มักจะเล่าแต่สิ่งดี ๆ ที่ตนเองมอบให้คนอื่น แต่จะไม่เคยเล่าว่า "สิ่งที่ตนเองได้รับจากคนอื่นว่ามีมากเพียงใด"  

                ดังนั้นจึงไม่แปลกที่สังคมปัจุบันนี้ มีบางคนเลือกที่จะเป็นคนเงียบและไม่พูดอะไร เพราะเขารู้สึกว่า สังคมบางครั้งได้ตัดสินเขาไปแล้วโดยการเลือกที่จะฟังคน ๆ หนึ่งแทนที่จะให้คนสองคนมีโอกาสพูดเหมือน ๆ กัน คนบางคนยอมเสียน้ำตา เก็บความรู้สึกเจ็บปวดไว้ในใจลึก ๆ เลือกที่จะระบายความในใจให้คนที่ไว้ใจที่สุดฟังเท่านั้น และไม่พูดกับใครอีกเลย และบางคนก็เลือกเดินออกไปจากปัญหาทุกอย่างเงียบ ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ได้เลยว่า คำตอบที่แท้จริงคืออะไร

                ฉันเองก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้นที่บางครั้งเก็บความรู้สึกไว้ในใจตลอด ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่า  

                "คนที่ถูกกล่าวหาว่าเลวทั้งที่ไม่เคยได้พูดความจริงสักครั้ง ก็ยังดีกว่าคนที่พูดดีให้กับตัวเอง โดยที่ไม่ยอมพูดความจริงด้านเลวของตน และเลือกที่จะปั้นเรื่องพูดให้ตัวเองดูดีเท่านั้น คนแบบนี้น่ารังเกียจมากกว่า....คนเราไม่ว่าจะดีเลวแค่ไหน จิตใจเรารู้ตัวตลอด เพียงแต่จะยอมรับหรือว่าจะดื้อด้านปฏิเสธจนตาย หากแต่กฏแห่งกรรมยังคงมองเห็นทุก ๆ การกระทำของพวกเราเสมอ บาปกรรมอยู่ในใจตลอด"   

                เวลาที่ฝันเห็นน้องเนาะแบบนี้ บางครั้งฉันก็นึกกลัวว่า ความฝันกับความจริงมันจะเกิดขึ้นจริงเหมือนกับลางสังหรณ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกัน ฉันได้แต่ภาวนาอย่าให้สิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น อยากให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับทุกคนที่ฉันรัก แม้ว่าฉันกับพี่น้องบางคนจะทะเลาะกัน แต่ฉันก็ไม่ได้เกลียดพวกเขา ฉันเพียงแค่ไม่ชอบนิสัยและการกระทำบางอย่าง และนิสัยบางอย่างที่ฉันไม่ชอบนั้น เป็นนิสัยที่ฉันกับคนรักเกินจะรับไหวจริง ๆ คนบางคนถึงจะเป็นพี่น้องในสายเลือดก็จริง แต่บางทีนิสัยก็ต่างกันลิบลิ่ว พี่น้องบางคนก็เหมือนไฟที่ลุกไหม้โชกโชน ยิ่งอยู่ใกล้ ก็ยิ่งร้อนและยิ่งเจ็บตัวมาก บางทีการอยู่ห่าง ๆ กันแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะมันทำให้เรายังรักกันอยู่บ้าง  

 

                ค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นคืนที่สองที่ฉันฝันเห็นน้องเนาะเข้ามาในฝันคุยเป็นเรื่องเป็นราว ฉันยังคงจำครั้งแรกที่ฝันเห็นน้องเนาะได้ชัดเจน วันนั้นน้องเนาะมาเข้าฝันเพราะต้องการปลอบใจฉันที่คุณแม่ของน้องเนาะ (พี่สวน) ทำให้ฉันเสียความรู้สึกและเสียใจ  

                เหตุการณ์ในฝันเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2013 ก่อนฉันบินกลับไปทำบุญบ้านที่เมืองไทยครั้งแรก ในขณะที่กำลังนอนหลับสบาย ๆ จู่ ๆ น้องเนาะก็มาโผล่เข้ามาในฝัน ใบหน้าของหลานชายเหมือนเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ฉันเคยเห็น ใบหน้าไม่ได้ยิ้มให้เห็นความสุขแม้แต่นิดเดียว แต่นัยน์ตาดูซ่อนเร้นไว้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ภาพของน้องเนาะไม่ได้ผิดไปจากตอนเด็ก ๆ เลย โดยเฉพาะถ้อยคำที่เอื้อนเอยพูดคุยกันนั้น น้องเนาะก็ยังคงเป็นหลานรักของฉันเหมือนเดิม ในฝันน้องเนาะจูงมือฉันเดินไปที่นาของพี่สวน เราสองคนเดินไปบริเวณที่ดินฝั่งที่ติดกับลำห้วย ซึ่งมีต้นยางใหญ่หลายต้นตั้งตระหง่านอยู่ริมห้วย ฉันยังคงยืนเคียงข้างกับหลานชายตลอด มองดูภาพน้ำห้วยที่เต็มไปด้วยผักตบชวา 

                "น้าเล็กอย่าโกรธแม่ได้ไหมครับ ที่แม่ไม่ยอมขายไม้ให้น้า" เสียงของหลานชายอ้อนวอน น้ำเสียงเหมือนรู้สึกผิดกับสิ่งที่แม่ได้ทำกับฉันไว้ นัยน์ตาเหมือนจะร้องไห้ น้องเนาะยังจับมือฉันเอาไว้แน่น  

                ฉันปรายยิ้มอย่างไม่ตั้งใจ "หนูกลัวน้าโกรธแม่เหรอ"

                "ครับ ผมรู้ว่าน้าโกรธแม่"

                "หนูไม่ต้องคิดมากนะ น้าหายโกรธแม่แล้ว น้าแค่เสียความรู้สึกและเสียใจเท่านั้น" ฉันตอบหลานรักไปตามความจริง 

                "น้าไม่ต้องเสียใจและไม่ต้องเสียความรู้สึกนะ ผมอยากให้น้าดูอะไร"  

                "อะไรเหรอ" ฉันถามหลานชาย เพราะอยากรู้ว่าหลานรักมีอะไรจะบอก  

                น้องเนาะชี้มือไปที่ต้นยางขนาดใหญ่ติด ๆ ริมห้วย ซึ่งเป็นต้นยางที่ใหญ่พอสมควรที่พี่อ้วนเคยไปขอซื้อพี่สวนให้ฉันตอนที่สร้างบ้านของฉันและคนรัก เพราะตอนนั้นไม้ที่ใช้สำหรับสร้างบ้านไม่พอ ขาดเหลือไปหลายส่วน พี่อ้วนเห็นว่าพี่สวนมีต้นไม้ใหญ่อยู่หลายต้น ลูกก็ไม่มี คงจะแบ่งขายให้น้องได้บ้าง กอปรกับฉันและคนรักตั้งใจจะปลูกบ้านและให้พี่สวนมาอยู่ด้วย โดยส่งเงินไปให้ทุก ๆ เดือน พี่อ้วนเห็นว่าฉันและคนรักดีเสมอต้นเสมอปลายกับพี่สวน จึงคิดว่า การขอซื้อไม้จากพี่สวนก็คงจะได้รับน้ำใจและความเห็นใจจากพี่สวนบ้าง แต่ผลที่ได้รับกลับไม่ใช่ พี่สวนปฏิเสธการขายไม้ให้ฉันอย่างไม่มีเยื่อใย ไม่สนใจความรู้สึกอะไรเลย เธอยืนยันเสียงแข็งว่าจะเก็บไม้ทั้งหมดไว้ให้หลานน้อยได้ปลูกบ้าน ไม่คิดจะแบ่งขายให้ใคร วันนั้นพี่่อ้วนโทรมาบอกฉัน ร้องไห้เสียใจอย่างหนัก เพราะไม่คิดว่าน้ำใจดี ๆ ที่ฉันเคยมอบให้พี่สวนเสมอมา ในวันที่ฉันและคนรักต้องการน้ำใจช่วยเหลือ พี่สวนกลับปฏิเสธได้อย่างลงคอ  

                วันนั้นฉันจำได้แม่น พี่อ้วนบอกกับฉันทางโทรศัพท์ว่า "การทำดีกับพี่สวนคงจะไม่ขึ้น เพราะพี่สวนมักจะอ้ามือรับสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากพวกเราทั้งหมด แต่เธอไม่เคยมอบสิ่ง ๆ ให้เราบ้างเลย เธอเป็นพี่สาวต่างมารดาก็จริง แต่การกระทำของเธอมันไม่ใช่เลย เพราะถ้าคนที่เป็นพี่น้องกัน เขาก็ต้องมีน้ำใจให้กันและกัน โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่เคยให้ความช่วยเหลือยามที่ตนลำบาก"

                แม้วันนั้นฉันจะเสียใจและเสียความรู้สึกจากพี่สวนมาก แต่ฉันก็เข้มแข็งมากพอ และบอกพี่อ้วนไปว่า 

                "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เขาไม่ขายให้ ก็ไม่เห็นเป็นไร เรามีเงินมากพอที่ซื้อไม้จากที่อื่นได้ ก็ให้เขารู้ไปเลยว่า แม้ไม่มีน้ำใจจากเขา บ้านหลังนี้ก็สร้างให้เสร็จได้เหมือนกัน เอางี้ดีกว่า เราหาซื้อจากคนอื่นดีกว่า" วันนั้นฉันบอกพี่อ้วนไปแบบนั้น แม้ว่าในใจจะเจ็บกล้ำกลืนกับการแล้งน้ำใจของพี่สวน แต่ก็พยายามที่จะเข้าใจเหตุผลของเธอให้มาก ๆ  

                หลังจากที่วางสายจากพี่อ้วนเสร็จ ฉันก็อดไม่ได้ที่จะเล่าความจริงให้คนรักได้รับรู้ คนรักไม่พอใจเป็นอย่างมาก และก็โวยวายถึงความแล้งน้ำใจของพี่สวนทันที 

                "เงินการช่วยเหลือต่าง ๆ ที่คุณกับผมส่งไปให้พี่สวน ผมขอสั่งห้ามไม่ให้คุณโอนเงินไปให้พี่สวนอีกเด็ดขาด คนอะไร ไม่มีน้ำใจให้คุณกับผมเลย ตอนที่ตกทุกข์ได้ยาก ผมกับคุณโอนเงินไปช่วยเหลือทุกอย่าง ตอนเดินไม่ได้ ก็คอยโทรหาให้กำลังใจ ส่งเงินไปให้ใช้ทุกเดือนไม่เคยขาด ตอนลูกเขาไม่สบาย นอนอยู่โรงพยาบาลที่ศรีสะเกษ คุณก็ให้เงินช่วยเหลือ ให้ค่ารถพี่่อ้วนเป็นตัวแทนไปเยี่ยมหลาน เงินที่คุณเคยทิ้งไว้กับพี่อ้วนเพื่อไว้ทำพาสปอร์ตกับครอบครัว คุณก็ให้พี่่อ้วนดึงออกมาไปช่วยเหลือน้องเนาะทั้งหมด ค่าเช่าที่นาที่ไร่ที่อ้วนและพี่โอ๊ะให้คุณทุก ๆ ปี คุณก็ยกให้พี่สวนทั้งหมด พอลูกพี่สวนตาย เราสองคนโอนน้ำใจไปช่วยเหลือมากมาย  ผมถือว่ามากกว่าใคร ๆ ในบรรดาพี่น้องในตระกูลคุณเสียอีก แถมมีเงินเผื่อให้พี่สวนใส่กระเป๋าอีกด้วย คุณกับผมคอยเป็นห่วงเป็นใย คอยช่วยเหลือ นี่ผมกับคุณตั้งใจจะปลูกบ้าน ทำห้องนอนที่ชั้นล่างด้วย เพื่อจะพาพี่สวนมาอยู่ด้วย ให้อยู่บ้านหลังใหญ่จะได้สบาย ไม่ต้องอยู่อย่างลำบาก ตั้งใจจะส่งเงินให้ใช้ทุกเดือน แต่พี่สาวคุณคนนี้ไม่มีน้ำใจเลย ใจดำมาก ผมคิดว่า เราสองคนควรจะหยุดทำดีกับคนไร้น้ำใจได้แล้ว ให้คนที่เขารักได้ดูแลเขาดีกว่า ผมกับคุณไม่มีค่าสำหรับเขาหรอก และไม่จำเป็นต้องไปดูแลเขาเหมือนแต่ก่อนแล้ว ผมไม่แปลกใจเลย เพราะพี่สวนเป็นแค่พี่สาวต่างมารดากับคุณ เขาไม่ใช่พ่อแม่ของคุณ คุณรักเขาและมีน้ำใจให้เขาเสมอมา แต่เขาไม่ได้รักคุณเลย ไม่เคยมีน้ำใจให้คุณ ผมว่าเราสองคนควรจะหยุดได้แล้ว"   

 

                คำพูดของคนรักในวันนั้นเด็ดขาดเป็นที่สุด ปกติคนรักเป็นคนที่มีน้ำใจมาก ๆ คอยช่วยเหลือมีน้ำใจให้พี่น้องทุกคน แต่เมื่อใดที่เห็นคนที่เราสองคนเคยให้ความช่วยเหลือแล้งน้ำใจ ไม่ให้ความช่วยเหลือยามที่พวกเราต้องการ ทั้งที่มีโอกาสที่จะช่วยสองเราเต็มที่ แต่เลือกที่จะปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย คนรักก็จะหยุดมอบน้ำใจให้ทันที ฉันเองรู้สึกผิดไปด้วยที่พี่สาวแล้งน้ำใจ และก็เข้าใจสิ่งที่คนรักรู้สึกมากทีเดียว เพราะฉันก็เจ็บไม่น้อยไปกว่าเขา 

                "น้าดูสิครับ ต้นไม้ต้นนั้นถูกฟ้าผ่าที่ยอดมัน น้าคงไม่อยากได้ต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่าไปสร้างบ้านใช่ไหม" เสียงน้องเนาะเอ่ยบอกอีกครั้ง และหันมามองหน้าฉันเหมือนกำลังรอคำตอบ 

                ฉันหันไปมองต้นไม้ที่หลานชายชี้ให้ดู เห็นสภาพรอยไหม้บนยอดอย่างชัดเจน มันเป็นสภาพที่ถูกฟ้าผ่าอย่างแรง  

                "เออ ฟ้าผ่าจริง ๆ ด้วย"   

                "ยังไงน้าอย่าโกรธเกลียดแม่ของผมเลยนะ ผมไม่อยากเห็นน้าโกรธเกลียดแม่เลย" น้องเนาะเอ่ยบอก นัยน์ตาวิงวอนเชิงขอร้อง   

                "ไม่หรอก น้าหายโกรธแล้วแหละ เพราะบ้านก็สร้างเสร็จแล้ว น้าไม่คิดอะไรมากหรอก" ฉันตอบไปตามที่รู้สึก เพราะตอนนั้นไม่ได้รู้สึกโกรธพี่สวนเลย อาจจะมีแต่เสียใจเสียความรู้สึกที่ยังคงมีอยู่บ้าง แต่ก็ให้อภัยเธอทุกอย่างกับความแล้งน้ำใจของเธอ 

                "ผมดีใจที่น้าไม่โกรธแม่" น้องเนาะพูดขึ้นอย่างเร็ว เห็นรอยยิ้มจาง ๆ เต็มใบหน้า คงจะมีความสุขที่รับรู้ว่าฉันไม่ได้โกรธเกลียดแม่ของตนเอง  

                ในวันนั้นฉันตื่นนอนขึ้นมาอย่างแปลกใจ ปกติไม่เคยฝันเห็นหลานชายแบบนี้เลย ตั้งแต่กลับไปทำบุญบ้านที่เมืองไทยเมื่อปี 2013 และปี 2014 ฉันก็ไม่มีโอกาสได้คุยกับพี่สวนเรื่องไม้ของเธอเลย จวบจนเมื่อเดือนกรกฏาคมปี 2015 ที่ฉันกลับไปอยู่บ้านที่เมืองไทย ฉันมีโอกาสได้แวะเอาขนมไปให้พี่สวนและเอากล้องถ่ายรูปไปถ่ายรูปเก่า ๆ ที่อัลบัมที่บ้านของเธอด้วย ฉันคุยกับเธอหลายอย่าง และก็อดไม่ได้ที่ถามเธอเรื่องไม้  

                "ต้นไม้ที่ติด ๆ กับริมห้วยมีเพียงไม่กี่ต้น ต้นหนึ่งถูกฟ้าผ่า ตอนนี้พี่ขายให้คนอื่นแล้ว ก็ได้เงินไม่เยอะหรอก ต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่า มักได้ราคาถูกมาก แต่พี่ก็ต้องเอา เพราะดีกว่าให้มันผุตายเสียเปล่า ๆ" 

                พี่สวนตอบโดยไม่รู้เลยว่า ฉันฟังเรื่องเล่าของเธอและกำลังประติดประต่อเรื่องความฝันกับความจริงที่เกิดขึ้นกับเธออยู่ และแน่นอน สิ่งที่น้องเนาะมาเข้าฝันฉันในคืนวันนั้นเมื่อหลายปีก่อน มันเป็นความจริงทุกอย่าง ต้นไม้ที่พี่อ้วนเคยขอซื้อจากพี่สวนให้ฉัน และถูกพี่สวนปฏิเสธที่จะขายให้นั้น ถูกฟ้าผ่าจริง ๆ และพี่สวนก็ขายให้คนอื่นไปด้วยราคาที่ถูกกว่าที่ฉันเสนอซื้อหลายเท่า ฉันได้แต่ยิ้มรับในชะตากรรมของพี่สวน ฉันเชื่อเลยว่า คนเราถ้าทำแต่สิ่งดี ๆ เราก็จะได้พบแต่สิ่งดี ๆ มีแต่คนเห็นอกเห็นใจได้รับความช่วยเหลือตลอด แต่ถ้าเราเป็นคนที่ไร้น้ำใจกับคนที่เคยมีน้ำใจให้ การทำมาหากินก็ค่อนข้างลำบาก  

                ขณะที่ฉันนั่งกดชัดเตอร์ถ่ายภาพเก่า ๆ พี่สวนเล่าเรื่องราวชีวิตให้ฟังหลายอย่าง เธอพูดคุยสรรเสริญทุก ๆ คนในหมู่บ้านให้ฉันฟังตลอด แต่แปลกตรงที่เธอไม่เคยพูดถึงฉันและพี่ ๆ ของฉันคนอื่น ๆ เลย เธอไม่เคยเอ่ยคำขอบคุณสักคำให้ฉันได้ยินที่ฉันกับคนรักเคยมอบน้ำใจให้เธอและลูกชาย ไม่เคยพูดถึงสิ่งดี ๆ ที่ฉันและพี่ ๆ คนอื่น ๆ ได้ช่วยเหลือเธอยามยาก

                ฉันพยายามที่จะเข้าใจเธอและไม่คิดอะไรมาก แม้ไม่เคยได้ยินคำว่า "ขอบคุณ" หรือคำว่า "ขอโทษ" จากปากเธอ แต่ฉันก็ยังคงรักและนับถือเธอในฐานะพี่สาวต่างมารดา และก็คงจะมอบความรักและมอบน้ำใจให้เธอเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าจะให้ฉันส่งเงินไปช่วยเหลือเธอทุก ๆ เดือนอย่างที่เคยทำแต่ก่อน ก็คงจะทำไม่ได้ เพราะคนรักของฉันไม่ยอมเด็ดขาดและยืนยันเสียงแข็งเสมอว่า  

                "เราพยายามทำดีกับทุก ๆ คน แต่ถ้ายามที่เราต้องการความช่วยเหลือ และคน ๆ นั้นเป็นคนที่เราเคยช่วยเหลือ และเขาปฏิเสธที่จะช่วยเหลือยามที่เราลำบาก ทั้งที่เขามีโอกาสที่จะช่วยเราได้ แต่เลือกที่จะไม่ช่วย ดังนั้นเราก็ไม่ควรที่จะฝืนใจทำดีกับเขาต่อไป เราช่วยเหลือเขาเท่าที่จะช่วยได้ แต่ถ้าจะให้ทั้งหมดหัวใจคงเป็นไปไม่ได้ เพราะผมไม่ยอม และการกระทำของเขาที่ผ่านมา แสดงให้เห็นได้เลยว่า พี่สาวคุณคนนี้ไม่ได้รักคุณกับผมเลยสักนิด และเมื่อเราสองคนไม่มีคนรัก เราก็ต้องรักตัวเองให้มาก ๆ ดังนั้นเราจะต้องเก็บและสร้างเพื่ออนาคตของสองเรา เพื่อก้าวไปข้างหน้าที่มั่นคงและดีที่สุด เวลาแก่ตัวไปจะได้ไม่เป็นภาระให้พี่น้องและสังคม สำหรับคนที่ไร้น้ำใจกับเรา เราก็ควรที่จะให้เขาได้มีเวลาได้รับสิ่งดี ๆ กับคนที่เขารักและมอบสิ่งดี ๆ ให้ดีกว่า สำหรับคุณกับผมรอดูเขาอยู่ห่าง ๆ แบบนี้ดีที่สุด เพราะเมื่อใดที่เขาถูกทุกคนทิ้งไป ไม่มีใครหยิบยื่นน้ำใจให้ และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เมื่อนั้นเราจะเข้าไปในชีวิตเขา และอาจจะให้ความช่วยเหลือเขาตามกำลังเท่านั้น เขาควรจะได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตของคนอื่นบ้าง เหมือนที่พระเคยสอน "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" และมันก็คงจะเป็นแบบนี้กับทุก ๆ ชีวิตในโลกใบนี้" 

 

                วันนั้นคนรักพูดจบก็กอดฉันไว้แน่น ๆ แม้เขาจะรู้ว่า ชีวิตของฉันมีคนที่รักและจริงใจเพียงไม่กี่คน แต่คนรักก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่รักและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตฉัน และทุก ๆ ความเจ็บปวดที่เราสองคนได้สัมผัสจากพี่น้องบางคนที่เมืองไทย เราก็จำเป็นบทเรียนสอนตัวเองตลอด อย่างน้อย ๆ เราก็ได้เรียนรู้ว่า รักแท้มีแค่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น และอยู่กับปัจุบันและความจริงให้มากที่สุด   

                คำพูดของคนรักทำให้ฉันรู้สึกอิ่มเอิบใจอยู่มาก ฉันไม่ได้โกรธหรือเกลียดพี่สวนเลยสักนิด ยิ่งความรักที่ฉันมีให้น้องเนาะมากเพียงใด ก็ยิ่งทำให้ฉันให้อภัยทุก ๆ สิ่งที่พี่สวนทำให้ฉันเสียใจ ฉันเฝ้าภาวนาให้เธอเจอแต่สิ่งดี ๆ แม้ว่าผู้คนในหมู่บ้านบางคนอาจจะคิดว่าฉันกับคนรักใจดำที่ไม่เคยส่งเงินไปให้พี่สวนได้ใช้อย่างที่เคยทำ แต่จะมีสักกี่คนที่ได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้และทราบความในใจของฉัน หรือแม้จะไม่มีคนได้รับรู้เลยก็ตาม แต่ฉันก็เชื่อมั่นว่า เทวดาฟ้าดินเห็นทุกการกระทำของฉันและคนรักเสมอ แม้แต่ดวงวิญญาณของน้องเนาะเอง ก็ยังคงเข้าใจน้าสาวคนนี้มาตลอด และยังคอยให้กำลังใจน้าทั้งสองเสมอมาไม่เคยเปลี่ยน

 

                    มิมีคราใดที่น้าจะไม่เคยคิดถึงหนู น้องเนาะ หลานรักของน้า

                    บันทีกความฝันไว้ ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2015

 

 

 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones