ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article

 หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน


       หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

       แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

       มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง
 
 




บทชีวิตสะใภ้ที่ 16
 

ราตรีอันเหน็บหนาวท่ามกลางความเงียบในความมืด สายลมแห่งความคิดถึงพัดผ่านเข้ามาในชีวิตปณัฐดาอีกครั้ง คืนนี้หญิงสาวนอนไม่หลับพลิกตัวไปมา ใจก็คิดสารพัดอย่างกับชีวิตรักของตัวเอง แน่นอนที่สุดเธอตื่นเต้นกับงานแต่งงานที่จะมีขึ้นในเช้าวันใหม่ แต่ทว่าหัวใจดวงน้อย ๆ กลับนึกถึงภาพชีวิตในเมืองไทยที่ผ่านมาในอดีต ปณัฐดาคิดถึงพ่อที่เสียชีวิตไปนานหลายปี คิดถึงแม่ผู้จากโลกนี้ไปนานแสนนานและเธอไม่เคยเห็นหน้าเลยสักครั้ง เธออยากให้พ่อและแม่ได้มาอยู่ร่วมงานแต่งงานของเธอสักครั้ง แต่เพราะโชคชะตาฟ้าลิขิตเอาไว้ ทำให้พ่อและแม่จากไปก่อนที่จะได้เห็นเธอเป็นสาวของผู้ชายที่ดีที่สุด


ปณัฐดายอมรับคิดถึงพี่น้องทุก ๆ คนที่รักและห่วงใยเธอ คิดถึงเพื่อนสนิททุกคนที่เคยผจญภัยชีวิตในเมืองกรุงด้วยกัน คิดถึงภาพอดีตความรักเก่า ๆ ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต หญิงสาวไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่า  ในชีวิตนี้เธอจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าสาวเหมือนคนอื่นเขา เธอรู้สึกว่าชีวิตตัวเองในวันนี้มาไกลกว่าที่คาดฝันเอาไว้ ไม่รู้ว่าบุญวาสนาอะไรทำให้เธอพบรักกับผู้ชายที่อยู่คนละซีกโลก เธอไม่เคยคิดเลยว่าพหรมลิขิตจะกำหนดให้เธอได้พบเจอรักแท้ ที่ต้องแลกกับการจากแผ่นดินเกิดเพื่อมีชีวิตอยู่เคียงข้างกันและกัน


ปณัฐดาไม่เคยลืมไปได้เลยว่า ครั้งหนึ่งเธอเกือบแต่งงานกับผู้ชายไทยคนหนึ่ง คนแรกและคนที่เธอคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจวบจนลมหายใจสุดท้าย แต่สวรรค์ไม่ได้สร้างให้เธอเกิดมาเพื่อเคียงคู่ชายหนุ่มคนนั้น ทำให้เรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้น และส่งผลให้เธอและเขาไม่สามารถรักกันได้ ไม่ว่าคนที่เป็นอดีตจะทำให้ปณัฐดาเจ็บปวดและเข็ดขยาดกับคำว่ารักมากแค่ไหน แต่เธอก็พยายามใช้เวลาเรียนรู้ที่จะรักใครสักคนอย่างจริงใจ รักด้วยความบริสุทธิ์ใจที่ถูกกลั่นกรองออกมาจากหัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอ


ผู้หญิงหลายคนเคยผ่านชีวิตรักที่แตกต่างกัน บางคนสมหวังกับรักแรกและเป็นรักสุดท้ายที่เคียงคู่กัน บางคนรักและผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็ใช่ว่าพวกเธอเหล่านี้จะไม่มีโอกาสได้เจอรักแท้ ความรักสำหรับปณัฐดาแล้ว ไม่ได้มีกฏเกณฑ์อะไร เธอไม่เคยตั้งมาตรฐานผู้ชายที่จะแต่งงานด้วยว่าจะต้องสูงส่ง สิ่งที่ปณัฐดาต้องการและปรารถนามากที่สุดก็คือรักแท้อย่างจริงใจ และรักที่ผู้ชายคนหนึ่งสามารถยอมรับทุกอย่างของความเป็นเธอได้ทั้งหมด นี่แหละคือสิ่งที่หญิงต้องการจากชายคนรัก


ก่อนที่ปณัฐดาจะพบรักกับรอยคีนส์ หญิงสาวไม่เคยปฏิเสธเลยว่าเคยรักผู้ชายไทยคนหนึ่ง และผู้ชายไทยคนนี้ก็เป็นคนสุดท้ายที่เธอรักเสียด้วย ผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนสนิทที่ปณัฐดาเผลอใจรักอย่างไม่รู้ตัว  เธอรู้ดีว่าความรักที่เกินเลยของคำว่าเพื่อนไม่มีวันสมหวังได้ แต่ปณัฐดาก็สุขใจที่ได้แอบรักเพื่อนชายคนนี้ แม้ว่าบางครั้งจะรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องทนรับกับสภาพรักข้างเดียว หากแต่ความรักที่เธอมีให้เพื่อนเป็นรักที่บริสุทธิ์ไม่เคยคาดหวังสิ่งใดตอบแทน เธอก็มีความสุขกับการได้รักอย่างนี้


ความเป็นเพื่อนไม่เคยเปลี่ยน แต่ความรู้สึกที่ผ่านไปในแต่ละวันมันถลาล้ำลึกยากที่จะถอนตัวออกมาได้ หากแต่ความรู้สึกเหล่านี้ถูกซ่อนเร้นเอาไว้ในคำว่าเพื่อน แต่พอไม่นานปณัฐดาทราบข่าวว่าเพื่อนชายมีแฟนเป็นตัวเป็นตน มีแผนที่อาจจะแต่งงานกัน หญิงสาวยอมรับว่าเสียใจที่เผลอใจไปรักเพื่อนสนิท รู้สึกว่าตัวเองผิดที่ปล่อยให้ความรู้สึกบางอย่างคิดเกินเลยคำว่าเพื่อน เธอเริ่มตัดใจจากเพื่อนชายคนนี้และก้าวออกไปจากชีวิตของเขา เธอไม่เคยติดต่อไปหาเพื่อนชายคนนี้อีกเลย เธอหายเงียบไปกับสายลมและวันเวลาที่เดินผ่านไปทุก ๆ วัน ในวันที่เธอใช้เวลาในการรักษาแผลในหัวใจ เพียงไม่นานปณัฐดาก็มีโอกาสได้รู้จักกับรอยคีนส์ ได้เรียนรู้เข้าใจกันและกัน และทุกอย่างก็ก่อเกิดเป็นความรักพร้อมๆ กับการตัดใจไปจากเพื่อนชายคนนั้นด้วย


ทุกครั้งที่ได้นึกถึงภาพอดีตเก่า ๆ ปณัฐดารู้สึกภูมิใจที่ตัวเองผ่านชีวิตตรงนั้นมาได้ ไม่ใช่เพราะการได้แต่งงานกับรอยคีนส์ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ แต่ที่เธอภูมิใจมากที่สุด เพราะในชีวิตนี้เธอมีโอกาสได้เลือกรักคนที่ดีที่สุด และเป็นผู้ชายที่รักเธอมากที่สุดด้วย ไม่ใช่รักข้างเดียวที่ไร้ซึ่งความหวังใด ๆ


"นอนไม่หลับเหรอที่รัก" เสียงของรอยคีนส์เอ่ยถาม เขาหรี่ตามองเธอนิดหนึ่ง


"ค่ะ ณัฐนอนไม่หลับเลย"

"คิดอะไรอยู่เหรอ"

"คิดเยอะเลยค่ะ คิดถึงอดีตเก่า ๆ คิดถึงพ่อและพี่น้องทุก ๆ คนด้วย"


"คิดถึงผมด้วยไหม" รอยคีนส์ถามและเอี่ยวตัวมาโอบกอดร่างหญิงสาวเอาไว้


"คิดค่ะ คิดไม่ถึงว่าจะได้แต่งงานกับผู้ชายที่น่ารักและใจดีอย่างคุณ"


"ขอบคุณครับ ผมก็คิดไม่ถึงว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงไทยอย่างคุณ"


"ขอบคุณนะคะที่แต่งงานกับณัฐ" เธอบอกคนรัก


"ขอบคุณเช่นกันที่แต่งงานกับผม ขอบคุณที่เป็นคนดีของผมมาตลอด"


"ณัฐดีใจที่มีโอกาสได้รู้จักคุณ"

"ผมก็เช่นกันที่รัก คุณนอนพักดีไหม พรุ่งนี้จะได้ตื่นขึ้นมาแต่เช้า หน้าตาจะได้สดใส ผมอยากให้คุณพักผ่อนให้มาก ๆ พรุ่งนี้เรามีอะไรต้องทำอีกเยอะ"


"ค่ะ"

ปณัฐดาพยายามลืมเรื่องราวที่ครุ่นคิดและก็หลับตาลงอย่างช้า ๆ หญิงสาวจินตนาการภาพงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในพรุ่งนี้ เธอรู้สึกตื่นเต้นกับการแต่งงานแบบพิธีคริสต์ เพราะเธอและรอยคีนส์ไม่ได้เข้าร่วมศาสนาคริสต์แต่อย่างใด แต่เพราะสภาวะความจำเป็นที่ต้องแต่งงานอีกครั้งเพื่อปรับเปลี่ยนวีซ่า ทำให้ปณัฐดาต้องแต่งงานอีกครั้งอย่างพิธีของคนคริสต์ เพียงแต่ปณัฐดาและรอยคีนส์ไม่สามารถไปทำพิธีแต่งงานที่โบสถ์ได้ เนื่องมาจากทั้งสองคนไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ และไม่ได้เป็นสมาชิกของโบสถ์ใดโบสถ์หนึ่งในเมืองดีริดเดอร์ และเมืองที่พักอาศัยอยู่ไม่อนุญาตให้คนที่ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์จัดงานแต่งงานที่โบสถ์ได้

 


 

เช้าวันรุ่งขึ้น ปณัฐดาตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า เธออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินเข้าไปในห้องครัว มิสซิสเมเปิ้ลนั่งดื่มกาแฟไปพลาง ๆ ส่วนด้านจอห์นนั้นออกไปให้อาหารวัวแต่เช้าและปล่อยให้วัวออกหากินในฟาร์มหลังบ้าน พร้อมทั้งให้อาหารเป็ดและไก่ด้วย ปณัฐดาช่วยมารดาคนรักทำอาหารทุกอย่างรวมทั้งอาหารไทยจนเสร็จ จากนั้นก็ช่วยจัดโต๊ะเตรียมงานให้เรียบร้อย โดยที่มีการทดลองเปิดไฟซุ้มงานแต่งงานไปด้วย จากนั้นก็ออกมาดูความเรียบร้อยที่โต๊ะในงานพิธี เสร็จแล้วก็กลับเข้ามาในบ้านเพื่อเตรียมเครื่องดื่มทุกอย่างไว้ต้อนรับแขก


ทางด้านรอยคีนส์นั้น ก็ตื่นแต่เช้าและขับรถเข้าไปในเมือง เพื่อรับเครื่องดื่มและอาหารในส่วนอื่น ๆ กลับมาที่บ้าน จากนั้นก็เข้าไปจัดเตรียมข้าวของไว้สำหรับนักดนตรีที่จะมาบรรเลงในงานเลี้ยงตอนค่ำ สำหรับบาร์บาร่านั้นก็ช่วยงานในครัวกับมิสซิสเมเปิ้ลไปพลาง ๆ พอประมาณแปดโมงเช้าทั้งเอริณ แดเนียล เบคก้าและเจอรามีต่างก็ขับรถมาถึง ทั้งสี่คนพักในห้องนอนซึ่งอยู่ติด ๆ กับห้องของปณัฐดาและรอยคีนส์


พ่อและแม่ของเอริณไม่ได้มาพักที่บ้านด้วย เนื่องมาจากต้องการพักอยู่ในโรงแรมตัวเมืองดีริดเดอร์มากกว่า พอตอนสาย ๆ พ่อกับแม่เอริณก็พากันขับรถมาช่วยงานด้วย ทางด้านอลันนั้นได้ขับรถออกมาจากบ้านตั้งแต่เช้าแล้ว แต่เนื่องมาจากจำเส้นทางไม่ได้ จึงได้โทรติดต่อกับรอยคีนส์ให้ช่วยบอกเส้นทางให้ แค่เพียงไม่นานอลันก็มาถึง ซึ่งก็มาร่วมงานคนเดียว โดยที่ไม่มีเรโชลภรรยามาเป็นเพื่อน เนื่องมาจากเรโชลติดภาระต้องดูแลลูก ๆ


เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว รอยคีนส์และเพื่อน ๆ ก็พากันไปนั่งพักผ่อนที่ลานหน้าบ้าน โดยที่แต่ละคนมีเหล้าเบียร์ไว้สำหรับดื่มฉลองกันด้วย ทางด้านปณัฐดาก็วิ่งเข้าออกกับการที่ต้องช่วยมารดาคนรักจัดเตรียมของทุกอย่าง พอประมาณสาย ๆ จอห์นก็กลับมาถึงบ้าน


"ผมยังไม่ได้ไปเอาน้ำแข็งเลย" จอห์นบอกมิสซิสเมเปิ้ล


"ก็รีบไปเอาสิ"

"น้ำแข็งถังใหญ่ทีเดียว ผมต้องการให้คนไปช่วย"


"เดี๋ยวผมไปช่วยเอง" รอยคีนส์อาสา


"ให้ณัฐไปดีกว่าค่ะ คุณอยู่ดูแลเทคแคร์ต้อนรับแขกดีกว่า" ปณัฐดาอาสา เพราะคิดว่าการไปเอาน้ำแข็งไม่ได้ยากเย็นอะไร


"จะดีเหรอครับ มันหนักนะ"


"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พ่อกับณัฐจะช่วยกันยกถังน้ำแข็งเอง คุณอยู่ทางนี้ก็ช่วยดูแลความเรียบร้อยแล้วกัน ไว้ณัฐกลับมาค่อยไปอาบน้ำแต่งตัว"


"ครับ มีอะไรก็โทรบอกผมนะ"


"ค่ะ"


ปณัฐดาเดินต้อย ๆ ไปขึ้นรถซึ่งจอห์นสตาร์ทเครื่องรออยู่ที่หน้าบ้าน หญิงสาวไม่เคยเกี่ยงเลยที่จะต้องไปช่วยจอห์นยกของหนัก ๆ ในวันแต่งงาน ปณัฐดารู้สึกว่างานแต่งงานเป็นงานที่สำคัญของตัวเอง เธอจะต้องช่วยเหลืองานคนอื่น ๆ ให้มากที่สุด ซึ่งต่างจากเมืองไทย ในวันแต่งงานที่ผ่านมา ปณัฐดาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะพี่สาวและพี่น้องคนอื่น ๆ ต่างก็ดูแลความเรียบร้อยทุกอย่าง แต่การมาใช้ชีวิตในอเมริกากับรอยคีนส์แตกต่างจากเมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะรอยคีนส์มีพี่น้องหลายคนก็จริง แต่ทว่าชายหนุ่มไม่ได้สนิทสนมแต่อย่างใด และไม่ได้ติดต่อกันนานแสนนาน การที่จะให้พี่น้องคนอื่น ๆ มาช่วยงานก็คงจะดูไม่งามนัก อีกอย่างพี่น้องของรอยคีนส์ก็ไม่ได้มีใครสนใจยุ่งเกี่ยวช่วยเหลือรอยคีนส์แต่อย่างใด เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าพี่ ๆ ของรอยคีนส์ไม่ชอบพ่อแท้ ๆ ของชายหนุ่ม กอรปกับความเกลียดชังตรงนี้มันก่อตัวกันไว้นานแสนนานและส่งผลถึงรอยคีนส์ด้วย

 


รอยคีนส์เติบโตเหมือนคนไม่มีพี่น้องเลย ชีวิตเหมือนเป็นลูกคนเดียวของพ่อและแม่ มีเพียงวินเฟรดเท่านั้นซึ่งเป็นพี่ชายคนโตที่ยังติดต่อไปมาหาสู่กันบ้าง แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมมากนัก เพราะวินเฟรดแต่งงานมีครอบครัวไปนานหลายปี ทุกวันนี้รอยคีนส์มีเพียงแม่และจอห์นเท่านั้นที่เป็นครอบครัวที่สำคัญ นอกจากนั้นก็มีเพื่อน ๆ สนิทเพียงไม่กี่คนที่คอยช่วยเหลือให้กำลังใจตลอด


ปณัฐดาเข้าใจดีว่าการแต่งงานกับรอยคีนส์ เธอต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ และมีความรับผิดชอบหลายอย่างที่รับสภาพให้ได้ทุกอย่าง แม้ว่าจะเหนื่อยล้าเมื่อเห็นภาพความสุขที่แตกต่างจากเมืองไทยและอเมริกา แต่ปณัฐดาก็ไม่เคยท้อ เพราะเธอรู้สึกว่า ณ วันนี้เธอตัดสินใจแต่งงานกับรอยคีนส์ เธอจะต้องอยู่ดูแลช่วยเหลือเขาให้ตลอดรอดฝั่ง


พอขับรถมาถึงร้านน้ำแข็ง จอห์นและปณัฐดาก็ช่วยกันยกถังน้ำแข็งใส่ที่กระบะด้านหลังรถ จากนั้นก็ขับรถกลับมาบ้าน เมื่อเอาน้ำแข็งลงหมดแล้ว ปณัฐดาก็ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพราะมารดาคนรักจะต้องพาเธอไปทำผมที่ร้านเสริมสวยในเมืองดีริดเดอร์


"ฉันต้องดูแลเรื่องเครื่องดื่มเสียก่อน คุณช่วยพาปณัฐดาไปทำผมได้ไหมจอห์น" มิสซิสเมเปิ้ลหันไปบอกสามีด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า


"ให้ผมพาปณัฐดาไปทำผมร้านไหนเหรอ"

"ก็ร้านที่ฉันทำประจำยังไงล่ะ  คุณจำได้ไหมจอห์น"


"ใช่ร้านของวิคกี้หรือเปล่า" จอห์นถาม


"ใช่ ๆ ฉันโทรบอกวิคกี้ไว้แล้ว ยังไงก็ช่วยพาปณัฐดาไปหน่อยนะ คีนส์คงจะไปด้วยไม่ได้ เพราะต้องช่วยฉันดูแลงานที่บ้าน"


"ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะพาไปเอง ปณัฐดาก็เหมือนลูกสาวของผม เธอแต่งงานผมก็อยากเห็นลูกสาวของผมสวยที่สุดในงาน" จอห์นตอบรับก่อนที่จะเดินไปตามปณัฐดาที่ลานหน้าบ้าน


รอยคีนส์หยิบกระเป๋าสตางค์ให้กับปณัฐดา "คุณจะซื้ออะไรก็ใช้จ่ายตามสบายนะ ค่าทำผมก็เอาจากนี้จ่ายให้เขา อย่าลืมให้ทิปเขาด้วยนะที่รัก"


"ค่ะ"

วันนั้นเป็นวันแรกที่ปณัฐดาเข้าไปในร้านเสริมสวยที่อเมริกา ตั้งแต่มาอยู่อเมริกาปณัฐดาไม่เคยสนใจเรื่องทำสวยแต่อย่างใด หญิงสาวมีความสุขและพึงพอใจในความงามแบบพื้น ๆ ที่มีอยู่ในตัว ถึงจะไม่โดดเด่นอะไร แต่ก็มีความเป็นธรรมชาติแบบที่เธอชอบ เมื่อรถของจอห์นวิ่งมาจอดที่หน้าบ้าน ปณัฐดารีบลงจากรถทันทีและเดินตามหลังจอห์นเข้ามาในร้าน


"สวัสดีค่ะ วันนี้พาสาวที่ไหนมาล่ะจอห์น ภรรยาคุณไม่มาด้วยหรือ" หญิงวัยกลางคนผมบลอนกล่าวทักทายจอห์นอย่างคุ้นเคย รอยยิ้มอย่างเป็นมิตรทำให้ปณัฐดารู้สึกชื่นใจขึ้นมาบ้าง


"สาวที่ไหน นี่ลูกสาวผมเอง คนที่ผมเคยเล่าให้ฟังยังไงล่ะวิคกี้" จอห์นมักจะบอกกับใคร ๆ ว่าปณัฐดาเป็นลูกสาวอยู่เสมอ อาจจะเป็นเพราะว่าจอห์นรักและเอ็นดูปณัฐดาเหมือนลูกคนหนึ่ง


"ปณัฐดา นี่วิคกี้ เจ้าของร้านเสริมสวย"


ปณัฐดายื่นมือไปทักทายวิคกี้แบบธรรมเนียมอเมริกันพร้อมทั้งส่งยิ้มให้นิดหนึ่ง


"ดิฉันปณัฐดา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"


"ฉันวิคกี้ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"


"วันนี้เป็นวันแต่งงานของปณัฐดา ฝากคุณช่วยทำผมให้ลูกสาวผมหน่อยได้ไหมวิคกี้ เอาแบบสวย ๆ แบบที่ลูกสาวผมชอบนะ" จอห์นหันไปบอกวิคกี้


"ได้เลยจอห์น วันนี้ฉันจะทำผมให้ลูกสาวให้สวยที่สุด รับรองลูกสาวคุณจะสวยและเด่นที่สุดในงาน"

 


ปณัฐดาได้แต่ยืนยิ้ม ไม่ได้พูดจาอะไร ปกติเจ้าสาวแต่ละคนจะห่วงสวยห่วงงามเป็นธรรมดา เจ้าสาวแต่ละคนมักจะคาดหวังว่าตัวเองต้องสวยและโดดเด่นที่สุดในงานแต่ง แต่ปณัฐดากลับไม่ได้คิดอย่างนั้น เธอรู้สึกว่างานแต่งที่อเมริกาก็เหมือนกับงานเลี้ยงธรรมดาทั่วไป ต่อให้ทำผมเลิศหรูแค่ไหน หญิงสาวก็รู้สึกว่าตัวเองก็ยังเป็นแค่ผู้หญิงบ้านนาธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เครื่องสำอางทันสมัยทุกอย่างที่แต่งเติมบนใบหน้าให้ดูดีนั้น ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของปณัฐดาเปลี่ยนไปเลย แต่เพราะปณัฐดาอยู่ในสังคมที่มีผู้คนมากมาย เธอจึงเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลมกลืนกับชีวิตที่เป็นอยู่


วิคกี้ถือแม็กกาซีนแฟชั่นผมแบบต่าง ๆ ยื่นให้ปณัฐดา


"เลือกเอาเองนะปณัฐดา ว่าอยากได้ทรงผมแบบไหน เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอออกมาสวยที่สุด"


"ขอบคุณมากคะคุณวิคกี้"

"ไม่เป็นไรจ๊ะ"

ปณัฐดาเปิดดูทรงผมแบบต่าง ๆ ในแม็กกาซีนเล่มหนา พอเปิดได้เพียงไม่กี่หน้า หญิงสาวรู้สึกถูกชะตากับทรงผมแบบในหนังสือเป็นอย่างมาก ซึ่งทรงผมในแบบไม่ได้หรูหราอะไร หากแต่เป็นการเกล้าผมไปด้านหลังแต่ปล่อยชายด้านหน้าไว้นิด ๆ และก็ม้วนให้เป็นเกลียวลงมา และด้วยความที่ปณัฐดาและรอยคีนส์สั่งดอกกล้วยไม้สีชมพูอมม่วงเอาไว้ เพราะหวังจะปักกับผมไว้ใส่ในงานแต่งงาน ทำให้เธอถูกใจแบบทรงผมนี้มากทีเดียว


"คุณวิคกี้ ฉันขอทรงผมแบบนี้ได้ไหมคะ"


วิคกี้ก้มดูแบบทรงผมในแม็กกาซีน "ได้จ้า ไม่ยากเลย ว่าแต่เธอมีดอกไม้อะไรปักหรือเปล่าล่ะ"


"มีค่ะ เดี๋ยวบ่าย ๆ ก็คงจะไปเอาดอกไม้ที่สั่งไว้ที่ร้านดอกไม้ค่ะ"


"ได้เลยจ๊ะ"

เพียงไม่นานวิคกี้ก็พาปณัฐดาไปนอนที่เตียงด้านข้างของร้าน ซึ่งเป็นเตียงที่จัดทำไว้เพื่อสำหรับสระผมให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ เสร็จแล้วก็เอาผ้าขนหนูซับผมให้ปณัฐดาจนแห้งและพามานั่งที่โต๊ะด้านหน้ากระจกบานใหญ่ วิคกี้ทำการเป่าผมให้ปณัฐดาจนแห้ง จากนั้นก็ใช้หวีถี่ ๆ หวีผมให้เรียบที่สุด และก็ค่อย ๆ เกล้าผมขึ้นตามแบบในแม็กกาซีน เพียงไม่นานปณัฐดาก็ได้ทรงผมแบบที่เธอพึงพอใจที่สุด


"ชอบไหมปณัฐดา" วิคกี้ถามขณะที่ยืนมองผลงานของตัวเองไปด้วย


"ชอบค่ะ ดูดีมาก ๆ เลย ขอบคุณมากนะคะวิคกี้"

"ไม่เป็นไรจ๊ะ"

"ค่าทำผมเท่าไรคะ"

"หกสิบเหรียญจ้า"

ปณัฐดารู้สึกตกใจกับราคาค่าทำผมเป็นอย่างมาก เพราะในชีวิตไม่เคยทำผมที่ไหนราคาสูงอย่างนี้เลย เมื่อสมัยอยู่เมืองไทย ปณัฐดาเคยทำผมราคาแค่เพียงร้อยสองร้อยบาทเท่านั้น แต่พอบวกลบคูณหารราคาเงินดอลลาร์เป็นเงินบาทไทย หญิงสาวก็รู้สึกได้เลยว่าค่าครองชีพที่อเมริการสูงกว่าเมืองไทยมาก ในวันนั้นปณัฐดาไม่ได้พูดอะไรออกไป เธอเข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดี และก็ยื่นเงินเจ็ดสิบเหรียญให้วิคกี้พร้อมกับไม่ลืมกล่าวคำขอบคุณด้วย

 


จอห์นพาปณัฐดาขับรถกลับมาบ้าน จากนั้นรอยคีนส์ก็พาปณัฐดาขับรถไปรับดอกไม้สดและดอกกล้วยไม้ที่สั่งไว้ในร้านที่เมืองดีริดเดอร์ เมื่อเข้าไปในร้านทั้งสองสัมผัสได้ถึงความไม่เป็นมิตรของเจ้าของร้าน พนักงานทุกคนในร้านต่างก็มองปณัฐดาด้วยสายตาแปลก ๆ เหมือนเธอเป็นคนแปลกประหลาดที่หลุดมาจากอีกโลกหนึ่ง


"สวัสดีครับ ผมมารับดอกไม้ที่สั่งเอาไว้ครับ" รอยคีนส์พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบของพนักงานในร้าน


"ชื่ออะไรคะ" พนักงานสาวถาม


"รอยคีนส์ครับ"

พนักงานสาวเปิดสมุดรายชื่อตรวจดูสักพัก จากนั้นก็เดินเข้าไปด้านในร้าน เพียงครู่เดียวก็เดินกลับมาพร้อม ๆ กับดอกกุหลาบสีขาวกับชมพูที่มัดกับยางยืดเป็นจุก ๆ สามช่อ และก็ดอกกล้วยไม้อีกสองก้าน ปณัฐดามองช่อดอกไม้ที่ไร้ซึ่งความปราณีตในความสวยงามอย่างเศร้าใจ ใจของเธอรู้สึกผิดหวังกับร้านดอกไม้ร้านนี้เป็นอย่างมาก


"เท่าไหร่ครับ"

"หนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญค่ะ"

รอยคีนส์ไม่พูดไม่จา รู้ว่าราคาดอกไม้ที่แพงหูฉี่เพราะดอกกล้วยไม้ที่ทางร้านต้องสั่งตรงมาจากมลรัฐฮาวาย ชายหนุ่มหยิบเงินยื่นให้กับพนักงานสาว พอจ่ายเงินเสร็จแล้วก็เอาดอกไม้ให้ปณัฐดาดู


"คุณคิดว่าเป็นยังไงบ้างครับ สวยไหม"


ปณัฐดายิ้มไม่ออกเลย เธอรู้สึกเสียใจที่ร้านดอกไม้จัดดอกไม้ให้ไม่สมกับราคาเลยสักนิด


"ดอกไม้สวยดีค่ะ แต่ณัฐว่าจัดช่อไม่สวยเลยนะคะ เขาเอาดอกไม้มารวม ๆ กัน แล้วเอายางยืดมัด ริบบิ้นก็ไม่มี แบบนี้ณัฐก็ทำได้ค่ะ" ปณัฐดาบอกคนรัก


"เอางี้ดีไหมครับ ผมว่าเราเอาดอกไม้กลับไปบ้าน เดี๋ยวให้คุณแม่ดูให้ คุณแม่คงจะจัดการให้เอง"


"ก็ได้ค่ะ"

วันนั้นปณัฐดานั่งรถกลับมาบ้านด้วยความเสียใจ ไม่คิดเลยว่าร้านดอกไม้ที่ขึ้นชื่อในเมืองนี้จะจัดช่อดอกไม้ได้ห่วยที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต ทุกครั้งที่รู้สึกผิดหวังจากการกระทำของคนที่นี่ ปณัฐดาก็มักจะคิดถึงฝีมือการจัดดอกไม้ของคนไทยที่เมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะเธอรู้ดีว่าคนไทยมีฝีมือด้านนี้ และค่อนข้างละเอียดอ่อนกับการจัดแต่งดอกไม้ต่าง ๆ

 


เมื่อมาถึงบ้าน รอยคีนส์เอาดอกไม้และพาปณัฐดาเดินตรงดิ่งมาหามารดาทันที ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวให้มารดาได้ฟัง ซึ่งมิสซิสเมเปิ้ลเดินมาหยิบช่อดอกไม้จากมือปณัฐดาไปดูด้วยความผิดหวัง


"นี่ร้านจัดดอกไม้ทำเองหรือนี่ ทำไมฝีมือแย่จัง"


"ผมก็ไม่ทราบครับคุณแม่ พนักงานที่ร้านดูไม่เป็นมิตรเลย"

"ไม่ต้องห่วงคีนส์ เดี๋ยวแม่จัดการเอง แม่ว่าคนที่ทำงานในร้านนี้ คงจะเห็นคีนส์ไว้ผมยาวเหมือนพวกไม่มีการศึกษา หรือไม่ก็เห็นปณัฐดาเป็นแค่ผู้หญิงต่างชาติ เลยไม่สนใจจะทำดอกไม้ให้สวย ๆ คนพวกนี้นะต้องเจอกับแม่" มิสซิสเมเปิ้ลเองก็ไม่พอใจยิ่งนักที่เห็นช่อดอกไม้ตรงหน้า


บาร์บาร่าเดินมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงเข้าไปหยิบช่อดอกไม้ออกมาดู "ใครเป็นคนจัดดอกไม้เหรอคีนส์"


"ร้านในเมืองครับ"

"ทำได้ห่วยมาก ๆ เลยนะเนี่ย"

"ฉันรับไม่ได้เลยบาร์บาร่า ฉันไม่คิดเลยว่าร้านดอกไม้ร้านนี้จะทำอะไรแบบขวานผ่าซากอย่างนี้ ฉันคิดว่าคนพวกนี้คงจะเห็นปณัฐดาเป็นคนต่างชาติ และเห็นคีนส์ไว้ผมยาว เลยไม่ค่อยให้เกียรติ กะว่าทำอะไรห่วย ๆ ก็ได้ อย่างนี้ดูถูกกันชัด ๆ เลยนะเนี่ย" มิสซิสเมเปิ้ลดูโกรธเคืองอยู่มากทีเดียว


"ใจเย็น ๆ เถอะนะคะเมเปิ้ล วันนี้คุณยุ่งทั้งวัน เอาแบบนี้ดีไหม เดี๋ยวฉันจะเข้าไปคุยกับร้านดอกไม้เอง ดูสิว่าพวกเธอจะช่วยแก้ไขให้ดีขึ้นไหม คุณไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวฉันจะเทคแคร์เรื่องดอกไม้เอง" บาร์บาร่าหันไปบอกมิสซิสเมเปิ้ล


"เธอแน่ใจนะบาร์บาร่าว่าเธอจัดการเรื่องนี้ได้"

"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันมีวิธีของฉันแหละ"


"ขอบใจมากนะ ยังไงก็ฝากดูแลเรื่องนี้ด้วยนะ"


"ได้เลย"

เพียงไม่นานบาร์บาร่าก็พาปณัฐดาและรอยคีนส์ขับรถกลับมาที่ร้านดอกไม้ร้านเดิม พนักงานสาวยิ้มทักทายอย่างเป็นกันเองเมื่อเห็นบาร์บาร่า ปณัฐดาและคนรักเดินตามหลังบาร์บาร่ามาติด ๆ บาร์บาร่าไม่รีรออะไร เธอขอพบเจ้าของร้านทันที จากนั้นก็ยืนคุยกันสักพัก

 


"ฉันไม่สนใจว่าจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกกี่เหรียญ วันนี้เป็นวันแต่งงานของคนที่ฉันรัก ฉันอยากให้พวกคุณช่วยจัดช่อดอกไม้สวย ๆ ให้ใหม่ ให้สมกับฐานะลูกชายและลูกสะใภ้ของฉันหน่อยได้ไหม ไม่ใช่ช่อดอกไม้มัดยางยืดแบบนี้ มันดูไม่เหมาะสมกับราคาเลยนะเนี่ย"


บาร์บาร่าพูดตรงไปตรงกับเจ้าของร้าน และก็แกล้งอ้างเหตุผลว่ารอยคีนส์เป็นลูกชายของตัวเอง เจ้าของร้านได้ยินคำตำหนิของบาร์บาร่าก็ได้แต่กล่าวขอโทษกับช่อดอกไม้ที่พนักงานได้จัดทำให้ จากนั้นก็เอาช่อดอกไม้ทั้งสามอันเข้าไปด้านในทันที หญิงวัยกลางคนเจ้าของร้านสั่งให้ลูกน้องใส่ริบบิ้นสีขาวประดับดอกช่อดอกไม้อย่างสวยงาม และก็มีการปรับแต่งบางส่วนให้ดูดีมากขึ้น เวลาเพียงไม่นานเจ้าของร้านก็เดินกลับมาพร้อมกับช่อดอกไม้สวย ๆ


"แบบนี้โอเคหรือเปล่าคะ"

"ค่อยดูดีหน่อย" บาร์บาร่าตอบ หันไปทางปณัฐดาซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก "ชอบหรือเปล่าปณัฐดา คีนส์ล่ะ ชอบหรือเปล่า"


"ครับ/ค่ะ" ปณัฐดาและรอยคีนส์ตอบรับแทบจะพร้อมกัน


"ค่าแก้ไขเท่าไร"

"หนึ่งร้อยเหรียญค่ะ พอดีดิฉันเพิ่มดอกไม้ให้อีก ประดับรอบ ๆ ช่อใหญ่ และก็มีการประดับริบบิ้นลูกไม้รอบ ๆ ข้างด้วยค่ะ"


รอยคีนส์ยื่นเงินให้บาร์บาร่า แต่บาร์บาร่ายกมือบอกปัด


 "ไม่เป็นไรคีนส์ เดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง ถือว่าเป็นของขวัญจากฉันให้เธอทั้งสองคนแล้วกัน"


"ขอบคุณมากค่ะ"


"ขอบคุณมากครับบาร์บาร่า"


"ไม่เป็นไรจ๊ะ"
 

 

ทั้งปณัฐดาและรอยคีนส์รู้สึกซาบซึ้งน้ำใจจากบาร์บาร่าเป็นอย่างมาก หากไม่มีบาร์บาร่าคอยจัดการพูดคุยกับเจ้าของร้านดอกไม้ให้ในครั้งนี้ ปณัฐดาและเพื่อนเจ้าสาวอีกสองคนก็คงได้ถือช่อดอกไม้มัดยางยืดในงานแต่งงานแน่ ๆ เมื่อเดินออกมาจากร้าน ปณัฐดาสังเกตดูใบหน้าของบาร์บาร่า เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวรู้สึกไม่พอใจร้านดอกไม้เป็นอย่างมาก แต่เพราะความเป็นผู้ใหญทำให้บาร์บาร่าสามารถควบคุมอารมณ์และสถานการณ์ทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ปณัฐดามองการกระทำของบาร์บาร่าและรู้สึกชื่นชมในความเป็นคนใจเย็นของบาร์บาร่าเป็นอย่างมาก เพราะความใจเย็นทำให้บาร์บาร่าสามารถเปลี่ยนสถานการณ์จากที่แย่ ๆ กลับมาเป็นสิ่งที่ดีได้

 

 
 
 



Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones