ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article

หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

       หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

       แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

       มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง

 

 

 

 

บทชีวิตสะใภ้ที่ 14

 

บรรยากาศภายในบ้านเอริณเต็มไปด้วยความไออุ่นจากเพื่อนรักทุกคน เพื่อนสนิทของรอยคีนส์ที่เคยเรียนด้วยกันต่างก็พากันนำอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ มาสมทบในงานเลี้ยงด้วย ปณัฐดามีโอกาสได้พบและคุยกับเพื่อนสนิทของรอยคีนส์ทุกคน การต้อนรับที่เป็นกันเองและเต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพดี ๆ ที่มอบให้กัน ทำให้ปณัฐดาคลายความคิดถึงบ้านได้บ้าง

 รอยคีนส์เอาเหล้าแสงโสมให้เพื่อนสนิทได้ดื่มกันทุกคน และก็มอบของฝากที่ซื้อมาจากเมืองไทยให้กับเพื่อน ๆ ด้วย ซึ่งเพื่อนทุกคนดูพึงพอใจและมีความสุขไม่น้อยที่ได้รับของฝากจากเมืองไทยพร้อมกับได้ดื่มเหล้าไทยอย่างแท้จริง แต่ละคนต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หากมีโอกาสจะพากันไปเที่ยวเมืองไทยให้ได้ ปณัฐดาได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิทของคนรักก็ได้แต่ยิ้มอย่างสุขใจ

 งานเลี้ยงในตอนกลางคืนจบลงประมาณตีหนึ่ง ปณัฐดาเข้านอนพร้อมกับรอยคีนส์ โดยที่เอริณและแดเนียลก็กลับเข้าห้องนอนพร้อม ๆ กัน ส่วนเพื่อนสนิทคนอื่นๆ ต่างก็พากันแยกย้ายกลับบ้าน คืนนี้อากาศที่เมืองนิวออร์ลีนส์กำลังดี  ไม่ร้อนและหนาวจนเกินไป ไอเย็นจากแอร์ภายในบ้านทำให้ปณัฐดาต้องนอนห่มผ้าตลอด รอยคีนส์ยังเป็นผู้ชายที่น่ารักและคอยปกป้องดูแลเธอเป็นอย่างดี เขากอดเธอไว้แน่นและคอยลูบผมเบา ๆ เพื่อให้เธอหลับสบาย จุดตรงนี้ทำให้ปณัฐดารู้สึกมาตลอดว่า เธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด

 อากาศในยามเช้ารับอรุณมีลมเย็น ๆ พัดโชยเบา ๆ ให้ชื่นใจ ทั้งปณัฐดาและคนรักพร้อมทั้งเอริณและแดเนียลตื่นนอนกันแต่เช้า เอริณเดินเข้าไปในครัวโดยที่มีปณัฐดาเดินตามหลังมาติด ๆ เธอยืนมองเอริณกำลังจับนั่นจับนี่ตามประสาของเจ้าบ้านที่ดูเหมือนกำลังทำอะไรสักอย่างก็อดไม่ได้ที่จะถาม

 "เอริณมีอะไรให้ณัฐช่วยไหม"

 เอริณยิ้มให้คนที่ถาม และก็ก้มลงหยิบกาแฟไปด้วย "ไม่มีหรอก พอดีฉันกำลังจะทำกาแฟนะ ว่าแต่เธอดื่มกาแฟไหม"

 "ไม่ดื่มจ้า ณัฐดื่มกาแฟไม่เป็น เคยหัดดื่มแต่ไม่ค่อยชอบ เพราะหัวใจเต้นไม่ค่อยปกติ จากนั้นไม่กล้าดื่มอีกเลย" ปณัฐดาตอบพลางยิ้มไปด้วย เมื่อนึกถึงภาพประสบการณ์การดื่มกาแฟครั้งแรก ทำให้เธอเข็ดขยาดมาตลอด

 "เอานมอุ่น ๆ ไหม ฉันมีนมอยู่ในตู้เย็นเยอะเลยนะ"

 "ไม่เป็นไรจ้า ตอนนี้ณัฐไม่หิวอะไรเลย ขอน้ำเปล่าดีกว่า"

 เอริณเป็นเพื่อนที่น่ารักเสมอ เธอเดินไปหยิบแก้วน้ำและรินน้ำใส่แก้วให้ปณัฐดา จากนั้นก็หย่อนตัวนั่งลงข้าง ๆ หญิงสาว ทั้งสองคนนั่งคุยกันตามประสาผู้หญิง เรื่องที่คุยกันส่วนใหญ่ก็เรื่องทั่วไปเสียมากกว่า

 เมื่อกาแฟชงเสร็จแล้ว ทั้งรอยคีนส์ เอริณ แดเนียลต่างก็พากันนั่งดื่มกาแฟอยู่ที่โต๊ะตรงห้องครัวด้วยกัน พอดื่มกาแฟเสร็จทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นเอริณก็พาทุกคนขับรถมารับประทานอาหารไทยในเมืองนิวออร์ลีนส์ ปณัฐดาดูเหมือนจะตื่นเต้นมาก ๆ ที่มีโอกาสได้เห็นคนไทยด้วยกัน เธอยกมือไหว้พนักงานต้อนรับและก็ยิ้มไม่หุบ

 "สวัสดีค่ะ คนไทยหรือเปล่าคะ" พนักงานต้อนรับถาม ยิ้มเป็นกันเอง

 "ค่ะ คนไทยค่ะ"
 "วันนี้กี่ที่นั่งดีคะ"

 "สี่ที่นั่งคะพี่" พนักงานต้อนรับปรายตาหันไปทางเอริณและแดเนียล "คุณนี่เอง นึกว่าใคร"

เอริณและแดเนียลกล่าวทักทายตามมารยาท "ฉันบอกคุณแล้วยังไงว่าฉันจะพาเพื่อนคนไทยมารับประทานอาหารที่ร้านคุณ ยังไงก็ช่วยทำอาหารอร่อย ๆ ให้เพื่อนฉันได้ทานด้วยนะ เขาจะได้หายคิดถึงบ้าน"

 "ไม่มีปัญหาค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ" พนักงานต้อนรับพาทุกคนมานั่งที่โต๊ะตรงมุมหน้าต่างด้านหน้าของร้าน

 จากนั้นก็เอาน้ำและเครื่องดื่มต่าง ๆ มาเสิร์ฟ รอยคีนส์หันมาทางปณัฐดาและจับมือเธอเบา ๆ แววตาของเขาอ่อนโยนและดูอบอุ่นตลอด

 "คุณอยากทานอะไรก็สั่งให้เต็มที่นะที่รัก ผมอยากให้คุณได้ทานอาหารอร่อย ๆ รู้สึกว่าเขาจะมีส้มตำและข้าวเหนียวด้วยนะ" รอยคีนส์หันไปถามเพื่อนสนิทเพื่อความแน่ใจ

 "ใช่จ้า ที่นี่เขามีส้มตำและข้าวเหนียวด้วยแหละ ฉันชอบมาก ๆ เลย แดเนียลก็ชอบเหมือนกัน" เอริณยืนยันและก็หันไปยิ้มให้แดเนียล

 "ผมก็ชอบส้มตำ อร่อยมากๆ เลย" แดเนียลยืนยันเห็นด้วยกับแฟนสาว

 อาหารไทยหลายชนิดถูกสั่งมาเต็มโต๊ะ ทุกคนนั่งรับประทานอาหารและคุยกันสนุกสนาน ปณัฐดาแม้จะหิวอาหารไทยอยู่มาก แต่พอให้ทานจริง ๆ เธอกลับทานได้นิดเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าหญิงสาวปลื้มอกปลื้มใจกับมิตรภาพและสิ่งดี ๆ ที่ได้รับจากคนรักและเพื่อนสนิทของคนรักมากกว่า ทำให้เธออิ่มเอิบใจถึงขนาดไม่ต้องทานอาหารก็ยังได้

 เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว รอยคีนส์หยิบเงินมาจ่ายค่าอาหาร แต่ก็ถูกเอริณและแดเนียลปฏิเสธเสียก่อน

 "วันนี้ขอเราสองคนเป็นเจ้ามือนะคีนส์ ถือว่าเราสองคนเลี้ยงต้อนรับปณัฐดาแล้วกัน"

 "จะดีเหรอเอริณ ค่าอาหารเยอะนะ ให้ผมออกดีกว่า"

 "ไม่ต้องเลยนะ นายนะคิดเล็กคิดน้อยไปได้ เพื่อนกันไม่ต้องคิดมากนะ"

 "ขอบคุณนายและเอริณมาก ๆ เลย"
 ปณัฐดาสบตาเอริณด้วยความซึ้งใจ ไม่คิดว่าเพื่อนคนรักจะมีน้ำใจที่ดีกับตนอย่างนี้
 "ขอบคุณเอริณมากนะที่ดีกับณัฐตลอด"

 เอริณจับมือปณัฐดาและส่งยิ้มอันอบอุ่นให้ "ไม่เป็นไร เราเป็นเพื่อนกัน ด้วยความยินดีจ้า"

 เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ทางเอริณและแดเนียลต่างก็พาปณัฐดาและรอยคีนส์ขับรถไปเที่ยวในตัวเมืองนิวออร์ลีนส์ ปณัฐดาได้แต่มองภาพบรรยากาศด้านนอกกระจกรถด้วยความตื่นเต้น จากนั้นเอริณก็ขับรถมาจอดที่สถานที่แห่งหนึ่ง และก็พาทุกคนเดินข้ามฝั่งไปอีกฝากหนึ่ง

 "ที่นี่เขาเรียกเฟร้นควอร์เตอร์ (French Quarter) จ้า เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ค่อนข้างขึ้นชื่อของเมืองนิวออร์ลีน โดยเฉพาะเบอร์บินสตรีท (Bourbon Street) นะ นักท่องเที่ยวที่มาที่นิวออร์ลีนส์ต่างก็รู้จักทั้งนั้น เพราะมีร้านอาหารอร่อย ๆ ผับบาร์ที่ค่อนข้างโดดเด่นเรื่องอาหารและดนตรีมาก ๆ" เอริณเล่าอย่างสุขใจ ซึ่งปณัฐดาได้แต่ฟังและมองภาพรอบตัวไปด้วย

เฟร้นควอเตอร์ (French Quarter)ตั้งอยู่ติด ๆ กับแม่น้ำมิสซิปซิปปี้ ซึ่งสามารถมองเห็นภาพบรรยากาศแม่น้ำสายหลักที่ใหญ่ที่สุดแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี บริเวณรอบ ๆ แม่น้ำสายนี้มีปืนใหญ่สมัยโบราณตั้งประดับไว้ ซึ่งปืนใหญ่เหล่านี้ตั้งไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1812 สมัยที่อเมริกาทำสงครามกับประเทศอังกฤษ ซึ่งในช่วงนั้นผู้คนในรัฐหลุยส์เซียน่า ไม่ว่าจะเป็นคนเคจั่น ชาวนา ชาวสวน อเมริกันอินเดียน โจรสลัด รวมทั้งพวกข้าทาสคนผิวดำต่างก็เข้าร่วมช่วยกองทัพอเมริกันสู้รบกับทหารอังกฤษในครั้งนี้ด้วย

 แอนดรู แจ๊คสัน (Andrew Jackson)ซึ่งสมัยนั้นได้รับเลือกให้เป็นนายพลของกองทัพอเมริกันที่นำทีมสู้รบในพื้นที่ทางใต้ โดยที่หลาย ๆ คนรู้จักชื่อเสียงของเขาเป็นอย่างดี เพราะแอนดรู แจ็คสั้นเป็นนายพลที่มากไปด้วยความสามารถในการสู้รบต่าง ๆ โดยเฉพาะแนวการรบที่แปลกแนวไปจากกองทหารหน่วยอื่น ๆ เช่น การลักลอบส่งคนอเมริกันอินเดียนและโจรสลัดรวมทั้งประชาชนทุกคนในแถบหลุยซ์เซียน่าเข้าไปฆ่าทหารอังกฤษในช่วงกลางคืน ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้เป็นกลยุทธ์การสู้รบที่ค่อนข้างอื้อฉาวโด่งดังของกองทัพ และก็ถูกประนามว่ากองทหารของนายพลแอนดรูไม่มีความเป็นลูกผู้ชายในการสู้รบ ที่มีการลักลอบฆ่าทหารอังกฤษโดยที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

 รูปปั้นของนายพลแอนดรู แจ๊คสั้นยังคงตั้งอยู่ในเมืองนิวออร์ลีนส์ ซึ่งผู้คนในเมืองนี้ต่างก็เคารพนับถือเป็นอย่างมาก หากไม่มีนายพลคนเก่งคนนี้ อเมริกาก็อาจจะไม่ได้มีประเทศที่เป็นของตัวเองทุกวันนี้ และก็คงไม่มีอำนาจและชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้

 สภาพบ้านเรือนและตึกสูงชั้นบนถนนเลียบแม่น้ำมิซซิปปี้เต็มไปด้วยร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านเบเกอร์รี่ ร้านอาหาร ร้านขายภาพแกแลรี่ ร้านขายเสื้อผ้าบูติกชั้นนำและร้านอื่น ๆ ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง ที่ขาดไม่ได้เลยก็ร้านขายของที่ระลึกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคนหลุยส์เซียน่าโดยเฉพาะ ปณัฐดาและเพื่อน ๆ พากันเดินชมภาพบรรยากาศอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะภาพรถรางไฟฟ้าที่วิ่งอยู่บนรางเลียบถนนติด ๆ กับแม่น้ำมิสซิปซิปปี้

จากนั้นเอริณก็พาทุกคนเดินเข้าไปนั่งภายในร้านแห่งหนึ่ง คาเฟ่ ดู มอน(Cafe du Monde) เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่ออันดับต้น ๆ ของเมืองนิวออร์ลีนส์ เมนูที่เป็นที่นิยมของคนที่นี่ก็คือขนมปังบินเยช์ (Beignet)ซึ่งมีลักษณะคล้าย ๆ ป๋าท่องโก๋ในเมืองไทย โดยที่มีแป้งน้ำตาลโรยหน้าในการรับประทานแต่ละครั้ง

ปณัฐดาพยายามอ่านชื่อร้านซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เธอออกเสียงไม่ถูก เพราะเป็นภาษาฝรั่งเศส ทำให้ต้องหันไปถามคนรักและเพื่อนสนิท แต่ละคนช่วยสอนวิธีการออกเสียงแบบคนเคจั่นให้เธอ ทำให้หญิงสาวอมยิ้มรับอย่างมีความสุข ซึ่งสภาพภายในร้านเปิดกว้างให้ลูกค้าสามารถรับลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านจากแม่น้ำมิซซิปซิปปี้ได้อย่างสบาย ๆ

 ทุกคนสั่งอาหารว่างและขนมมานั่งรับประทานด้วยกัน ภาพนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศที่เดินผ่านไปมาทำให้อดที่จะหันไปมองไม่ได้ เมื่อทานอาหารจนหมดทุกคนก็พากันแวะไปเที่ยวเฟร้นมาร์เก็ต (French Market) ซึ่งเป็นตลาดสดที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันนักและมีการขายสินค้าที่ค่อนข้างคล้าย ๆ กับตลาดเมืองไทย ปณัฐดาตื่นเต้นเป็นอย่างมากเมื่อเห็นผักและผลไม้วางขายด้านนอกเหมือนตลาดสดที่เมืองไทย หญิงสาวตื่นตามองรอบ ๆ และปรายยิ้มให้กับทุกคน เสมือนว่าที่ตรงนี้เป็นสถานที่ ๆ เธอคุ้นเคยที่สุด

 "คุณอยากได้อะไรก็เลือกเอานะที่รัก ไม่ต้องเกรงใจ" รอยคีนส์หันมาบอกหญิงสาว รอยยิ้มและใบหน้าของชายหนุ่มช่างอบอุ่นยิ่งนัก

 "ขอบคุณค่ะ"

 ปณัฐดาบอกคนรักก่อนที่จะเดินดูผักและผลไม้ไปพลาง ๆ เธอไม่ได้เลือกซื้ออะไร แต่เพราะชอบภาพบรรยากาศตลาดนัดที่ค่อนข้างเหมือนเมืองไทย ทำให้เธอสุขใจกับการเดินเที่ยวตลาดเสียมากกว่า

 พอช่วงบ่ายของวันนั้น เอริณและแดเนียลพาทั้งสองคนขับรถมาเที่ยวที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ทุกคนเดินชมภาพต้นไม้ที่มีอายุเป็นร้อย ๆ ปีในสวนแห่งนี้ ต้นไม้ส่วนมากเป็นต้นโอ๊คที่มีขนาดใหญ่และแผ่กิ่งก้านที่สวยงาม ซึ่งกิ่งก้านบางส่วนสามารถยาวทอดลงมาติดกับพื้นดิน ทำให้สามารถนั่งเล่นได้อย่างสบาย ๆ

 ปณัฐดาหลงรักสวนสาธารณะแห่งนี้ เพราะกิ่งไม้ที่แผ่กิ่งก้านอย่างได้ขนาดทำให้เธอนึกถึงภาพตอนเด็ก ๆ หากที่บ้านนาของเธอมีต้นไม้ที่ใหญ่และมีกิ่งขนาดแข็งแรงที่น่าปีนเล่นอย่างนี้ หญิงสาวก็คงจะใช้เวลาอยู่แต่บนต้นไม้เสียมากกว่าที่จะไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ

 "เธอชอบที่นี่ไหมปณัฐดา" เอริณถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
 "ชอบจ้า สวยมาก ๆ เลยนะ"

 "ฉันดีใจที่เธอชอบ น้อยคนนักที่จะชอบนิวออร์ลีนส์ คนส่วนใหญ่มักจะบอกว่าเมืองนี้แคบและน่าอึดอัด"

 "แต่ณัฐไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย ณัฐว่าเมืองใหญ่ ๆ ก็แคบเป็นธรรมดา แต่ณัฐชอบนะ ตรงสภาพชีวิตบ้านเรือน ผู้คน ต้นไม้และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยังคงมีไว้ให้ชื่นชม เมืองใหญ่ ๆ ส่วนมากจะไม่ค่อยมีหรอก จะมีแตกตึกสมัยใหม่ปลูกตั้งเรียงรายมากกว่า"

 "ฉันดีใจที่เธอชอบปณัฐดา" เอริณส่งยิ้มมาให้ปณัฐดาก่อนที่แหงนดูต้นโอ๊คด้านหน้าอย่างคุ้นเคย  "ต้นนี้มีอายุเป็นร้อยปีเลยนะ ฉันฝันมาตลอด หากฉันแต่งงาน ฉันจะจัดงานแต่งงานของฉันที่สวนแห่งนี้ บรรยากาศคงจะโรแมนติกมาก ๆ"

 "ฉันคิดว่าเธอต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกเลยเอริณ" ปณัฐดาบอก หันไปยิ้มให้เพื่อนสาว

 เอริณยิ้มรับ ใบหน้าแดงชมพู "ขอบคุณมากจ๊ะ"

เมื่อพากันขับรถชมวิวรอบ ๆ เมืองนิวออร์ลีนส์เสร็จแล้ว เอริณพาทุกคนขับรถกลับมาบ้าน เพื่อพักผ่อนอีกครั้ง พอช่วงเย็นก็ไปเที่ยวต่อที่บ้านเบก้าและเจอรามี เพราะทั้งสองคนจัดงานเลี้ยงต้อนรับปณัฐดาและรอยคีนส์ไปด้วย งานเลี้ยงที่บ้านเบก้าก็มีเพื่อนสนิทกลุ่มเดิมมาร่วมงาน และอาหารการกินก็เพียบพร้อมไปหมด โดยที่ส่วนใหญ่จะเน้นอาหารที่รับประทานกันอย่างง่าย ๆ เสียมากกว่า

 งานเลี้ยงสนุกสนานไม่น้อยไปกว่างานเลี้ยงที่บ้านเอริณ ขณะที่คุยกันอยู่นั้นรอยคีนส์ก็เอ่ยปากขอเอริณและเบคก้าให้ช่วยเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับปณัฐดา หญิงสาวทั้งสองโผเข้ากอดปณัฐดาด้วยความยินดีและดีใจ

"ยินดีด้วยนะปณัฐดา พวกฉันยินดีเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้เธอนะ อะไรที่เธออยากให้พวกฉันช่วย ก็ขอให้บอกนะ ยินดีเสมอ"

"ขอบคุณมากเอริณ ขอบคุณมากนะเบคก้า" ปณัฐดายิ้มสดใส

"ไม่เป็นไรจ้า เพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อนใช่ไหม"

"ขอบคุณอีกครั้งนะ"

ปณัฐดาและรอยคีนส์รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เพื่อนทั้งสองยินดีเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ โดยที่คนรักของเพื่อนทั้งสองคนอาสาเป็นตากล้องคอยบันทึกภาพความทรงจำดี ๆ ในงานแต่งงานด้วย

พอประมาณเที่ยงคืนเอริณและแดเนียลต่างก็พาปณัฐดาและรอยคีนส์ขับรถกลับมาบ้าน ปณัฐดาและรอยคีนส์มีความสุขและประทับใจน้ำใจเพื่อนสนิททุกคน รอยคีนส์ไม่ลืมที่กล่าวขอบคุณเพื่อนสนิททั้งงสองคนที่ยินดีเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ปณัฐดาในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งเพื่อนสาวทั้งสองคนต่างก็ตอบรับด้วยความยินดี

 เมื่องานเลี้ยงเลิกรา ทุกคนต่างก็พากันกลับมาบ้าน เอริณและแดเนียลพร้อมทั้งปณัฐดาและรอยคีนส์พากันขับรถมาถึงบ้านประมาณตีหนึ่ง พอมาถึงบ้านทุกคนต่างก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้านอน คืนนี้ปณัฐดาหลับตาลงด้วยความสุขที่ได้รับสิ่งดี ๆ จากเพื่อนในนิวออร์ลีนส์ พรุ่งนี้ตอนบ่าย ๆ เธอกับรอยคีนส์ต้องขับรถกลับบ้านแล้ว คงจะไม่ได้เห็นเพื่อน ๆ ที่น่ารักอย่างนี้อีกนาน

 

 ในเช้าวันใหม่ปณัฐดาตื่นแต่เช้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยที่รอยคีนส์เองก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดกระเป๋าจนเสร็จ จากนั้นก็มานั่งดื่มกาแฟและรับประทานอาหารเช้ากับเอริณและแดเนียล ซึ่งอาหารเช้าที่รับประทานส่วนใหญ่จะเป็นอาหารง่าย ๆ อย่างซีเรียลกับนมสด

 เอริณและแดเนียลขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยที่ปณัฐดาและรอยคีนส์เดินมานั่งดูข่าวทางทีวีที่ห้องรับแขก เพียงไม่นานทั้งเอริณและแดเนียลก็อาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จ และก็เดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายใบเล็ก ๆ

 "เราจะไปกันเดี๋ยวนี้เลยไหม" เอริณถาม

 "ก็ดีเหมือนกัน ซื้อของเสร็จแล้วผมจะได้กลับเมืองดีริดเดอร์เลย ป่านนี้แม่คงจะห่วงผมกับปณัฐดาน่าดู"

 เอริณพาปณัฐดาและรอยคีนส์พร้อมทั้งแดเนียลมาซื้ออาหารเอเชี่ยนที่ร้านคนเกาหลีใต้ติด ๆ กับถนนใหญ่ใกล้สนามบินของเมืองนิวออร์ลีนส์ ซึ่งร้านตรงนี้อยู่ทางด้านเหนือของเมืองนิวออร์ลีนส์ ทันทีที่เดินเข้าไปภายในร้าน ปณัฐดาเดินดูสินค้าภายในร้านอย่างละเอียด สายตาของหญิงสาวมองเห็นน้ำพริกนรกแทบจะกลั้นน้ำตาของความดีใจไว้ไม่อยู่ พอไปเห็นครกใบใหญ่ที่ไว้ตำส้มตำอยู่ไม่ไกลนัก หญิงสาวเดินไปลูบคลำเสมือนกับว่าได้เห็นสิ่งของมีค่าอย่างนั้นแหละ เธอดีใจเป็นอย่างมากที่ร้านนี้มีครกขาย รอยคีนส์เดินตามหลังมาเห็นใบหน้ายิ้มสดใสของหญิงสาวก็อดดีใจไปด้วย

 "ต่อไปคุณจะได้ตำส้มตำทานเอง ไม่ต้องห่วงว่าไม่มีครก คุณอยากได้อะไรเลือกใส่ตะกร้าเลยนะที่รัก ไม่ต้องเกรงใจ เพราะอีกหลายเดือนกว่าเราจะได้มาที่นิวออร์ลีนส์อีก" รอยคีนส์บอก น้ำเสียงอ่อนนุ่ม

 ปณัฐดาหันไปยิ้มให้คนรักด้วยความสุขใจ "เลือกได้ทุกอย่างเลยใช่ไหมคะ" หญิงสาวยิ้ม อดที่จะถามย้ำไม่ได้

"ครับ ทุกอย่างที่คุณต้องการเลย"

ปณัฐดายิ้มแป้นทันที "ขอบคุณมากค่ะ"

 ในวันนั้นปณัฐดาเลือกซื้อครกและสากมาชุดหนึ่ง และก็เดินไปหยิบอาหารประเภทน้ำพริกใส่ตะกร้าไปด้วย พอเดินผ่านมาเห็นพวกเครื่องปรุงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซอสน้ำมันหอย พริกและอาหารชนิดอื่น ๆ ที่ใช้ในการปรุงอาหารไทย ที่ขาดไม่ได้เลยก็น้ำพริกไทยที่แสนจะเอร็ดอร่อย หญิงสาวก็หยิบใส่ตะกร้าทั้งหมด โดยที่มีรอยคีนส์คอยช่วยเลือกไปด้วย ส่วนเอริณและแดเนียลก็ช่วยถือตะกร้าไปด้วย

 เมื่อจ่ายค่าอาหารเสร็จแล้ว ปณัฐดาก็เอาขนมไทยที่ซื้อจากร้านเอเชี่ยนแบ่งปันให้เอริณและแดเนียลได้รับประทานด้วยกัน จากนั้นก็ยืนคุยกันด้านหน้าร้านก่อนที่จะกอดคอร่ำลาเพื่อนสนิทเพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองดีริดเดอร์ ตลอดระยะเวลาที่เดินทางกลับมาจากเมืองนิวออร์ลีนส์ ปณัฐดานึกถึงใบหน้าที่ใจดีของเอริณและแดเนียลเสมอ คิดถึงใบหน้าของเบก้าและเจอรามีไปด้วย พร้อมทั้งเพื่อน ๆ สนิททุกคนที่มีโอกาสได้รู้จักกันที่เมืองนิวออร์ลีนส์ เธอรู้สึกรักและผูกพันกับเพื่อนเหล่านี้เป็นอย่างมาก แม้จะเจอแค่ไม่นาน แต่เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เพื่อนเหล่านี้มีให้เธอและรอยคีนส์ตลอด เธอรู้สึกรักและผูกพันกับเพื่อนเหล่านี้เสมือนพี่น้องคนบ้านเดียวกัน

 

 

 






Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones