ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


มนต์รักข้ามคลอง article

 

 

ลุ่มน้ำห้วยบ่มีวันเหือดหาย

ความฮัก....บ่มีวันเสื่อมคลาย

ขอแค่มีเธอ....อยู่เคียงข้างกาย

ต่อให้ว่ายน้ำสักกี่ฟากฝั่ง...ผมก็จะทำเพื่อเธอ

 

คำนำเรื่อง

 

มนต์เสน่ห์ของอีสานบ้านนา งดงามเสมอ แม้แต่ความรักความผูกพันของผู้คนในชนบท ก็ยังคงเต็มไปด้วยคุณค่าที่ยากจะเปรียบเทียบได้ วิถีชีวิตของคนอีสานไม่ได้ต่างกันมากนัก หลายครอบครัวส่งลูกหลานมาทำงานในเมืองกรุง เพื่อที่จะเก็บเงินเก็บทองสร้างฐานะให้ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนก็ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีเก่า ๆ เอาไว้เสมอ ครอบครัวไหนที่พอมีอันจะกิน ก็มักจะส่งลูกให้ไปเรียนหนังสือในตัวจังหวัด เพราะหวังจะให้ได้ทำงานเป็นข้าราชการมีชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนในหมู่บ้าน

แต่ผมเป็นลูกอีสานขนานแท้ ไม่ได้อยากเป็นข้าราชกรเหมือนที่พ่อแม่ปรารถนา ไม่ได้อยากมาทำงานในเมืองกรุงดั่งเฉกเช่นคนอื่น ๆ เขา สิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาตลอดก็คือ การมีชีวิตที่ติดดินแบบเรียบง่ายอย่างที่ผมเติบโตมา

อาชีพชาวไร่ชาวนา คืออาชีพที่ผมรักและปรารถนามากที่สุด และมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมปรารถนาและอยากได้ไม่น้อยไปกว่ากัน นั่นก็คือ หัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมรักมาก เพราะผมรักและผูกพันกับเธอมาตั้งแต่เด็ก ๆ จวบจนทุกวันนี้

 

 

 

 

 

  มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 1

 

เสี่ยง อาบน้ำแล่วแล้วบ่ลูก เฟ้าอาบน้ำเด้อ สิได้มากินข้าวนำกัน เสียงแม่ดังแว่วมาจากบนเรือน แม่คงจะทำอาหารเย็นใกล้เสร็จแล้ว

ผมเพิ่งกลับมาจากซ้อมมวยกับอ้ายปอ เพื่อนรุ่นพี่ในหมู่บ้านที่คบหาเที่ยวกินด้วยกัน ปีนี้ผมเรียนอยู่ปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยด้านเกษตรที่จังหวัดสุรินทร์ ทุก ๆ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ ผมจะต้องกลับมาช่วยงานพ่อแม่ที่บ้านเป็นประจำ ซึ่งระยะทางจากบ้านผมไปยังมหาวิทยาลัยก็ไม่ไกลมากนัก ทำให้ผมมีโอกาสได้กลับมาอยู่กับพ่อแม่ทุก ๆ วันหยุด

ครอบครัวของผมมีอาชีพทำนา ทำไร่ ช่วงที่ว่างจากการเก็บเกี่ยว ครอบครัวของผมก็ปลูกผักที่สวนหลังบ้านไว้ขายให้ผู้คนในหมู่บ้าน ซึ่งสวนแห่งนี้เป็นที่ดินกว้าง ตั้งอยู่ติด ๆ กับลำน้ำห้วย พ่อกับแม่มักจะปลูกพริกและผักกาดขาวเป็นหลัก เพราะผักสองชนิดนี้ถือว่าทำเงินให้กับครอบครัวไม่น้อย  

พ่อกับแม่ของผมไม่ใช่คนร่ำรวย เงินรายได้ที่ส่งเสียให้ผมไปเรียนที่ต่างจังหวัดนั้น ก็เป็นเงินจากการทำนาทำไร่ทั้งหมด ส่วนรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ นั้น พ่อกับแม่ก็ได้จากการขายผักที่สวนหลังบ้าน ดังนั้นผมจึงต้องกลับมาช่วยพ่อแม่ทำงานทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เพื่อที่จะได้ช่วยท่านทั้งสองเก็บเงินพยุงฐานะครอบครัวให้มั่นคงกว่านี้

ใคร ๆ ก็บอกว่า เกิดเป็นลูกอีสานต้องขยันและอดทน ตัวผมเองก็เป็นแบบนั้นจริงๆ  ผมต้องทำงานช่วยพ่อกับแม่ตลอด ไม่เคยบ่นเลยสักคำ ส่วนเรื่องเรียนก็ไม่ถึงกับโดดเด่นอะไร แต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเพื่อน ๆ เลย ผมเลือกเรียนทางด้านเกษตร เพราะมีใจรักด้านการทำนาทำไร่เป็นชีวิตจิตใจ ชีวิตของผมผูกพันกับการเป็นชาวไร่ชาวนามาตั้งแต่เกิด มากกว่าที่จะไปเป็นคนเด่นคนดังอยู่ในเมืองกรุง

ครับ คั่นพ่อกับแม่หิว ก็พากินก่อนเด้อ ขอผมอาบน้ำก่อน

ผมใส่ผ้าขาวม้าเดินลงไปที่ชายคลอง ซึ่งพ่อกับผมได้หาไม้กระดาน ทำเป็นท่าเล็ก ๆ ไว้สำหรับอาบน้ำโดยเฉพาะ แม่น้ำห้วยแห่งนี้เป็นแม่น้ำที่ยาวตั้งแต่ภูเขาพนมดงรักษ์ไปยังในเขตตัวเมือง แม้ว่าแม่น้ำสายนี้จะไม่กว้างขวางเหมือนแม่น้ำมูล หรือแม้แต่แม่น้ำโขงที่ขึ้นชื่อของภาคอีสาน แต่ความยาวของแม่น้ำสายนี้ ก็หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนแถวจังหวัดผมได้มากทีเดียว

ปีนี้ผมอายุยี่สิบกว่าปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักที ผมเองก็ไม่ได้ปักใจอยู่กับสาวคนไหนเลย ทุกครั้งที่ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน และนั่งอยู่ที่ริมแม่น้ำห้วย ผมก็มีความสุขเป็นที่สุด ไม่เข้าใจทำไมต้องมีความสุขด้วย ทั้งที่แม่น้ำสายนี้ก็เหมือนกับคลองทั่วไป ไม่ได้มีอะไรแปลกประหลาดเลย ความตื้นลึกก็ยังคงเท่าเดิม ผักตบชวาก็ยังออกดอกเป็นสีเดิม ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีอื่นแต่อย่างใด คุณอยากรู้ไหมว่าเพราะอะไรผมถึงมีความสุขกับชีวิตแบบนี้

อดีตเก่า ๆ ยังไงล่ะครับ ภาพอดีตที่ผมนึกถึงทีไร หัวใจของผมมีความสุขทุกที

ผมวางขันน้ำและสบู่ลงบนพื้นไม้ นั่งมองไปยังต้นผีพ่วนที่ฝั่งตรงข้ามของลำน้ำห้วย ซึ่งที่ดินฝั่งนั้นจะเป็นที่นาของชาวบ้านเสียส่วนใหญ่ ที่นาของคนที่อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับบ้านของผมนั้น ก็ไม่ใช่ที่นาของใครที่ไหน แต่ที่นาแห่งนั้นเป็นที่นาของคู่อริผมนั่นเอง เวลาได้คิดถึงคู่อริคนนี้ทีไร ผมเป็นต้องอมยิ้มถึงความซุกซนแก่นแก้วของเธอทุกที ไม่เข้าใจทำไมต้องรู้สึกอย่างนั้นด้วย

คู่อริของผมไม่ใช่ผู้ชายนะครับ เธอเป็นเด็กผู้หญิงแก่นเฟี้ยวที่สุดก็ว่าได้ ผมกับเธอเรียนด้วยกันตั้งแต่ ป. เด็กเล็กจนถึงมัธยม ถึงผมกับคู่อริคนนี้จะเรียนด้วยกันมาตลอด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมและเธอเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเลยสักครั้ง ที่จริงเธอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกครับ ก็คงจะซนตามประสาเด็กผู้หญิงทั่วไป แต่ผมนี่สิชอบหาเรื่องให้เธอโกรธ ชอบให้เธอไล่ด่า เตะ ตีผมเป็นประจำ วันไหนที่ผมไม่ได้ทำให้เธอโกรธ เวลากลับมาจากโรงเรียนทีไร รู้สึกเหมือนชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง

ผมจำได้เมื่อสิบกว่าปีก่อน ขณะที่ผมนอนเล่นอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน ก็ได้ยินเสียงของใครบางคนพากันร้องเพลงอย่างสนุกสาน เสียงร้องเพลงนั้นดังมาจากต้นผีพ่วนที่อยู่ตรงริมห้วยพอดี ผมอดไม่ได้ลุกขึ้นมายืนดูใต้ต้นมะพร้าวติด ๆ กับลำน้ำห้วย ตอนแรกก็ยืนฟังเพลงจนจบ แอบอมยิ้มในน้ำเสียงคนร้องด้วย

 

บ้านน้องอยู่ฝั่งคะโน้น บ้านพี่อยู่ฝั่งคะนี้
หัวสะพานตรงกัน อาบน้ำกันเห็นกันทุกที
อื้ม มามาซิ ข้ามคลอง มารักกันรักกัน

ถึงน้องอยู่ฝั่งคะโน้น ไกลโพ้นพี่ก็ใฝ่ฝัน
พี่จะว่ายน้ำไป มอบหัวใจทุกคืนทุกวัน
ขอ ให้รักมั่น ผูกพัน มารักกันด้วยใจ

ทน พี่ทน พี่ทนว่ายน้ำข้ามคลอง
คลอง ข้ามคลอง ข้ามคลองที่กว้างห่างไกล
รักมันปักอุรา พี่ว่ายข้ามมาด้วยความเต็มใจ
เอาความรักมาให้ ขวัญใจ ด้วยความหวังดี

บ้านน้องอยู่ฝั่งทางโน้น บ้านพี่อยู่ฝั่งทางนี้
แม้นว่าน้องเมตตา ว่ายน้ำมาหาพี่สักที
อื้ม ลองดูซิ ข้ามคลอง มารักกันรักกัน

 

            ผมหัวเราะหึ ๆ เมื่อรู้ว่าเพลงที่ยัยแป้งและเพื่อน ๆ ร้อง เป็นเพลง รักข้ามคลอง ที่แสนจะดังในยุคนั้น และด้วยความที่ยังเด็ก ผมก็คิดไปตามเนื้อเพลงด้วย ยิ่งรู้ว่าคนที่ร้องเพลงนี้เป็นคู่อริของผมเสียด้วย มีหรือที่ผมจะไม่แกล้งเธอตามเคย

ผู้ใด๋หน้อ สิข้ามคลองไปหาเพิ่น หน้าตาปานลิงอดข้าวบัดซั่น ผมตะโกนด่าคนร้องเพลง เพราะรู้ว่าเขาคนนั้นเป็นใคร

                ยัยแป้งคู่อริของผมคนนี้คนเดียว เด็กหญิงผมสั้น ๆ เหมือนกะลามะพร้าวครอบหัว ผิวดำ ๆ ตัวมอมแมม ร่างผอม ๆ เดินกระโดกกระเดก นิสัยของเธอซ่าส์ยิ่งกว่าเด็กผู้ชายเสียอีก นอกจากนั้นยัยแป้งก็เป็นคนที่ไม่เคยยอมใครที่ไหน ถ้าใครทำให้เธอโกรธ เธอก็ทำให้เจ็บได้เหมือนกัน ตรงนี้ผมเจอมาหลายหนแล้ว

 หน้าคื้อลิงแล้วมันหนักตรงไหนของเมิ่งว่ะบักเสี่ยง ว่าแต่เขา โตเองหน้าตาปานหมาขี้เรื้อน

                ยัยแป้งปากจัดตั้งแต่เด็ก เธอไม่เคยยอมแพ้ใครง่าย ๆ ไม่ว่าเพื่อนหญิงหรือผู้ชาย ถ้าใครรังแกหรือทำให้เธอโกรธละก้อ เธอสู้ตายตลอด มีแต่ผมนี่สิชอบทำให้เธอโกรธได้ไม่รู้จักเบื่อ

                บ๊ะ ยัยแป้งปากหมา ด่าไผ่บ่ด่า กล้ามาด่าคนอย่างบักเสี่ยงบ่ เดี๋ยวเจอดี

                โอ้ยบักเสี่ยงขา แป้งย่านตายเลยค้า ย่านอีหลี แหวะ แน่จริงข้ามคลองมาสิว่ะ บักเสี่ยง

เธอไม่ได้ท้าผมแต่อย่างเดียว แต่ยืนเท้าสะเอวทำหน้าลิงแสดงกิริยายียวนใส่ผมอีกต่างหาก นิสัยชอบท้าและปากจัดไม่มีใครเก่งกาจเท่ายัยแป้งเลย

                ในวันนั้นกลุ่มยัยแป้งมีอยู่ประมาณห้าคน ซึ่งเพื่อนส่วนใหญ่ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอทั้งหมด ในบรรดาพี่น้องของเธอ มักจะชอบเล่นด้วยกันเป็นกลุ่มๆ มีเด็กผู้หญิงสามคนและเด็กผู้ชายสองคน พวกยัยแป้งถึงจะซนแต่ก็รักพี่น้องยิ่งกว่าใคร ๆ  ถ้าพี่น้องคนไหนถูกรังแกจากกลุ่มเพื่อนคนอื่น ๆ มา ยัยแป้งต้องยกพวกไปลุยให้ได้ แม้แต่กลุ่มของผมก็เคยเจอกับกลุ่มยัยแป้งมาแล้ว

                ตัวเท่าจิ้งหรีด ทำเป็นมาท้าเขาเนาะยัยแป้ง อย่าให้คนอย่างบักเสี่ยงข้ามคลองไปได้นะ จะเตะให้หลังเอนเลยผมเองก็โหดไม่น้อยไปกว่ากัน

                ยัยแป้งหัวเราะคิก ๆ กับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม

อุ๊ย! สิมาเตะเขา ขายังกะเขียดตาปาด แน่จริงข้ามมาสิว่ะ เดี๋ยวสิจับหักขาคื้อเขียดเลย กลุ่มของยัยแป้งตบมือเชียร์ใหญ่เลย แต่ละคนพากันหัวเราะถูกอกถูกใจที่ด่าผมได้เต็มที่

                ผมโกรธจัด หน้าแดง มือกำ ๆ ปั้นไว้แน่น อยากจะข้ามคลองไปเตะยัยแป้งให้ได้ แต่ก็นึกกลัว เพราะผมตัวคนเดียว จะไปตามบักเถิกกับบักทิดเพื่อนสนิทก็กระไรอยู่ กลัวยัยแป้งจะหาว่าผมขี้ขลาด ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะใช้แผนเดิม

                ถ้าแน่จริงข้ามคลองมาสิว่ะยัยแป้ง มาสู้กันตัวต่อตัว อย่าเอาแต่ด่าสิว่ะ

                อย่ามาท้าเด้อบักเสี่ยง แล้วจะหาว่าคนอย่างแป้งบ่เตือนเด็กสาวใจนักเลงต้องยกให้เธอคนเดียว

                ปากจัดคื้อกรรไกรเลยหน้อ ตัวแห้ง ๆ แบบซี่บ่สิมาเตะเขาได้ เป็นต้าย่านแทหน้อ ผมด่าให้ยัยแป้ง ทำหน้าทำตายียวนกวนปราสาทเธออีกต่างหาก

                คั่นเมิ่งบ่ย่าน ก็ข้ามคลองมาสิว่ะบักเสี่ยง เมิ่งนะคนขี้ขลาด ลูกผู้ซายเขาบ่ขี้ขลาดหรอกว่ะ แค่ว่ายน้ำข้ามคลองก็บ่กล้าแล้ว แหวะ

ยัยแป้งทำท่าอาเจียนใส่ผม ทำให้ผมอดไม่ได้จึงกระโจนลงน้ำห้วยทันที และก็ว่ายน้ำไปทางฝั่งยัยแป้งอย่างเร็ว

                มันมาแล้วโว้ย!”

ยัยแป้งตะโกนบอกเพื่อน ๆ จากนั้นก็พากันลงจากต้นผีพ่วนอย่างเร็ว เพียงครู่เดียวก็พากันหาก้อนดินเขวี้ยงใส่ผม ซึ่งตอนนั้นผมกำลังว่ายน้ำอยู่กลางห้วย พอเจอก้อนดินเขวี้ยงใส่หัว ก็รีบว่ายน้ำกลับไปที่เดิม

                “ยัยแป้ง อีเด็กผีบ้า อีลูกพ่อแม่บ่สั่งสอน ตอนเด็ก ๆ ผมเองก็ด่าเก่งใช่ย่อย และก็ไม่ยอมยัยแป้งเสียด้วย

กล้าด่าพ่อแม่ของเขาบ่บักเสี่ยง อย่างนี้ต้องโดนหนังสติ๊กพิฆาตซะแล้ว

พูดแล้วยัยแป้งก็เล็งหนังสติ๊กกับก้อนดินกลม ๆ เล็ก ๆ มาตรงอกของผมอย่างจัง

โป๊ก ......โป๊ก .....โป๊ก

ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ยัยแป้งยิงแม่น และก็ทำเวลาอีกด้วย กว่าผมจะหนีออกมาได้ ก็โดนหนังสติ๊กพิฆาตของยัยแป้งไปหลายลูกเหมือนกัน และสุดท้ายผมก็ได้หัวโน่กลับเข้าบ้านตามเคย

                วีรกรรมของผมกับยัยแป้งนั้นมีอยู่ตลอด เวลาไปโรงเรียนก็มีเรื่องกันประจำ บางทีผมนึกหมั่นไส้ยัยแป้งก็แกล้งสารพัด บางทีก็ทำเธอร้องไห้ พอเห็นน้ำตาของเธอ ผมก็อดสงสารไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าไปปลอบโยน ได้แต่เดินหนี แต่เมื่อใดที่เธอเสียน้ำตาและเรื่องราวไปถึงคุณครู ผมก็มักจะถูกเรียกไปตีหน้าชั้นเป็นประจำ ซึ่งก็ทำให้เธอสะใจไม่น้อย แต่เวลาที่เธอทำผมเจ็บ ถึงจะเจ็บมากแค่ไหน ผมก็ไม่กล้าร้องไห้ ด้วยนิสัยเด็กผู้ชายที่น้อยครั้งที่จะร้องไห้ให้ใครได้เห็นน้ำตา แต่เธอนี่สิโชคดีชะมัด และก็ไม่เคยถูกครูลงโทษเลยสักครั้ง

                ครอบครัวของผมกับครอบครัวยัยแป้งรู้จักกันนานแล้ว บ้านยัยแป้งอยู่ที่คุ้มทางใต้ ส่วนบ้านผมอยู่คุ้มทางเหนือ เวลาผมไปโรงเรียนจะต้องเดินผ่านบ้านยัยแป้งทุกครั้ง วันไหนที่มีเรื่องกันจากโรงเรียน ยัยแป้งจะแก้เข็ดผมโดยการหาหนังสติ๊กมาดักยิงผมที่หน้าบ้านตลอด เวลาที่ผมไล่เตะ เธอก็วิ่งเข้าบ้านอย่างเร็ว ซึ่งผมก็ไม่กล้าตามไปถึงบ้าน เพราะกลัวพ่อยัยแป้งจะด่าเอา ดีไม่ดีพ่อยัยแป้งอาจจะแบกปืนลูกซองออกมายืนหน้าบ้านก็ได้ ดังนั้นผมจึงได้แต่กุมความแค้นเอาไว้ในใจ และตั้งใจจะเอาคืนกับยัยแป้งให้หมด

                พอเรียนอยู่ระดับมัธยม ผมกับยัยแป้งก็ไปเรียนโรงเรียนเดียวกันเสียด้วย ซึ่งโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ก็ตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านของผมไปทางทิศเหนือประมาณหกกิโลเมตรได้ ยัยแป้งกับเพื่อนสนิทจะปั่นจักรยานไปเรียนกันทุกวัน ผมเองก็เช่นเดียวกัน ปั่นจักรยานกับเพื่อน ๆ ชายตลอด ถึงจะเรียนในระดับมัธยมแล้ว แต่ผมก็ใช่จะเลิกแกล้งยัยแป้ง

                ผมจำได้เสมอว่า ในปีสุดท้ายที่เรียนมัธยมกัน วันนั้นพวกผมเรียนวิชาเลือกเสรี ผมกับยัยแป้งดันเลือกวิชาเสรีเหมือนกันอีกต่างหาก ในวันนั้นครูที่สอนวิชานี้ไม่อยู่เสียด้วย ทำให้พวกผมว่างกันทั้งห้อง ยัยแป้งกับเพื่อน ๆ พากันไปนั่งเล่นใต้ต้นไม้ ส่วนผมและเพื่อน ๆ ชายก็เตะบอลที่สนามใกล้ ๆ กับต้นไม้

                มีอยู่ช่วงหนึ่งผมเผลอเตะบอลไปโดนหลังยัยแป้งอย่างแรง เธอหันควับมาทางผม แววตาเห็นได้ชัดว่าโกรธเคืองเป็นอย่างมาก เพราะตากลมโตสวยของเธอลุกโชนราวกับเปลวไฟ เธอเก็บลูกบอลได้ก็เอาลูกบอลมาตีผมจนน่วม ผมไม่กล้าสู้เธอแต่อย่างใด เกรงเพื่อน ๆ จะหาว่าผมรังแกผู้หญิง ก็เลยยอมให้เธอตีแต่เพียงฝ่ายเดียว พอทนเจ็บไม่ได้สุดท้ายก็จำต้องวิ่งหนี

                หากเมื่อครั้งก่อน ๆ นั้น ผมไม่เคยยอมยัยแป้งหรอก รอบนั้นผมยอมให้เธอตีเพราะรักษาเกียรติลูกผู้ชายเอาไว้ ไม่รังแกเด็กผู้หญิงต่อหน้าเพื่อนฝูง หุ ๆ แต่ผมก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก เก็บความอดทนไม่ค่อยอยู่ จึงเลือกที่จะแกล้งยัยแป้งโดยการแอบไปเปิดลมยางรถจักรยานของเธอ

                ในเย็นวันนั้น ผมเห็นยัยแป้งจูงจักรยานเดินกลับบ้าน แถมฝนตกพร่ำ ๆ อีกต่างหาก เธอเดินตากฝนกลับมาบ้านกับเพื่อนสาวสองคน เวลาที่ผมปั่นจักรยานผ่าน เห็นแล้วก็อดสงสารเธอไม่ได้ แต่ผมก็ยอมรับว่าตัวเองใจแข็ง และก็ไม่ยอมเข้าไปช่วยเธอเลย เพราะอยากจะแก้เข็ดให้สาแก่ใจ

วันนั้นพอผมกลับมาถึงบ้าน ก็นั่งคิดกังวลใจอยู่ใต้ถุนบ้าน และก็มาแอบมองยัยแป้งซึ่งเดินผ่านถนนหน้าบ้านผมไปด้วย ใจก็คิดโกรธตัวเองไม่น่าจะทำกับเธอแรงขนาดนั้นเลย แต่ผมก็ทำไปแล้ว ถ้าจะให้ผมไปขอโทษยัยแป้งละก้อ ผมก็คงไม่ทำแน่นอน เพราะความทรนงของผมมันมีเยอะกว่าที่จะยอมผู้หญิงอย่างยัยแป้ง

                ชีวิตของผมกับยัยแป้งสนิทกันในฐานะคู่อริมากพอสมควร วันไหนไปโรงเรียนไม่ได้สู้รบกัน ผมกินข้าวไม่ค่อยได้ อยากจะแกล้งเธอทุกที ยิ่งเห็นเธอร้องไห้และโกรธ ผมยิ่งสะใจ เพื่อนบางคนชอบล้อว่าผมรักยัยแป้ง แต่ให้ตายเหอะ ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอย่างนั้นเลย หรืออาจจะคิดแต่ผมไม่รู้ตัว ตอนนั้นผมยังเด็กมาก ยังไม่เข้าใจคำว่ารักเป็นเช่นใด รู้แต่ว่าเวลาไม่ได้เห็นยัยแป้ง ชีวิตของผมมันไม่ค่อยมีความสุขเลย

                พอเรียนจบมัธยมปลาย ยัยแป้งก็ขึ้นไปทำงานกับเพื่อน ๆที่กรุงเทพ ส่วนผมก็ไปเรียนต่อที่จังหวัดใกล้เคียงกัน และก็ยังคงกลับมาบ้านตลอด ห้าปีกว่า ๆ ที่ผมไม่เคยเห็นยัยแป้งคู่อริคู่ใจ ไม่รู้หน้าตาของเธอเป็นยังไงบ้าง จะกระโดกกระเดกเหมือนตอนเด็ก ๆ หรือเปล่า หรือว่าเธอยังไว้ผมทรงกะลามะพร้าวครอบหัวเหมือนตอนเด็ก ๆ เวลาคิดถึงเธอทีไรผมก็อดยิ้มไม่ได้ บางทีก็อยากเห็นหน้าเธอ อยากรู้ว่าเธออยู่ดีมีสุขอย่างไรบ้าง

                หลายเดือนที่ผ่านมา ผมหันมาคบเพื่อนต่างรุ่น เพื่อนคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพี่ชายคนโตของยัยแป้งนั่นเอง ผมกับอ้ายปอสนิทกันพอสมควร ซึ่งอ้ายปอนั้นเป็นนักมวยประจำหมู่บ้านของผม ไม่ว่าจะไปชกที่ไหนก็มีคนตามเชียร์อยู่ตลอด ถึงจะชกแพ้หรือชกชนะ แต่ผู้คนในหมู่บ้านต่างก็ชอบลีลาท่าชกของอ้ายปอเป็นที่สุด

                ผมไม่ได้อยากเป็นนักมวยแต่อย่างใด แต่ก็ชอบไปซ้อมมวยกับอ้ายปอที่บ้าน อ้ายปอมักจะสอนท่าชกมวยให้ผมทุก ๆ ครั้ง เพื่อที่จะให้ผมได้เก็บเอาไว้ป้องกันตัว ผมกับอ้ายปอสนิทกันมาก บางวันครอบครัวอ้ายปอก็เรียกผมกินข้าวเย็นด้วยกันตลอด ส่วนพ่อกับแม่ของผมก็เอ็นดูอ้ายปอเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่ง บางทีพ่อกับแม่ของผมก็บอกให้ผมเก็บผักฝากไปให้ครอบครัวอ้ายปอตลอด แต่แปลกนะ ไม่ว่าผมจะไปที่บ้านอ้ายปอบ่อยแค่ไหน แต่ผมก็ไม่เคยเห็นยัยแป้งเลยสักครั้ง

                ในอีกสองวันข้างหน้า ก็เป็นวันงานบุญออกพรรษา ที่หมู่บ้านของผมจัดงานใหญ่โตพอสมควร ในช่วงกลางคืนจะมีรำวงชาวบ้านเพื่อการกุศล โดยที่สาวชาวบ้านทุกคนจะถูกเกณฑ์ให้มาเป็นนางรำอยู่บนเวที นอกจากนั้นก็มีหนังกลางแปลง สอยดาว และก็การทำบุญตักบาตรเทโวด้วย นับว่าโชคดีที่มหาวิทยาลัยของผมหยุดหลายวัน ทำให้ผมได้อยู่เที่ยวงานบุญในครั้งนี้ด้วย

                พอผมอาบน้ำเสร็จแล้ว รีบขึ้นไปบนเรือน ไปนั่งกินข้าวกับพ่อกับแม่

                เสี่ยง กลับวิทยาลัยมื้อได๋ล่ะลูก แม่ถามผมขณะที่นั่งกินข้าวด้วยกัน

                อีกหลายมื้อครับแม่ บ่ต้องห่วงผมดอกครับ ผมบอกแม่

                จังได๋ก็ตั้งใจเรียนเด้อลูก เบิ่งอ้ายแสงเป็นโตอย่างเด้อ เขาสิจบปลายปีนี่แล้ว เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็สิได้ขึ้นไปงานรับปริญญาของพี่ชายโต เสี่ยงสิไปนำกันอยู่บ่ลูก

                อยากไปอยู่ดอก แต่คั่นติดเรียน ผมก็ไปบ่ได้ดอกครับ

                คั่นไปบ่ได้ ก็บ่เป็นหยั่งดอกลูก เดี๋ยวแม่สิถ่ายรูปมาให้เบิ่ง

                วันนี้ผมไม่ได้ออกไปเล่นข้างนอกบ้านแต่อย่างใด นอนดูทีวีอยู่ในบ้าน พอตอนเช้าก็ตื่นมาช่วยแม่ตักน้ำรดผัก ช่วงที่หิ้วถังน้ำไปที่แม่น้ำห้วย สายตาของผมก็หันไปมองฝั่งตรงข้าม เห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งเดินอยู่ฝั่งที่นาของยัยแป้ง เธอคนนั้นไม่เห็นผมแต่อย่างใด หรืออาจจะเห็นแต่ไม่สนใจก็ได้

ผมเห็นเธอเดินตามหลังพ่อของยัยแป้ง ซึ่งก็มีพี่สาวยัยแป้งถือตะกร้ามีข้าวโพดใส่ในตะกร้าด้วย สาวคนนั้นช่วยหักข้าวโพดใส่ตะกร้า ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นใครกันแน่ ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่อยากคิดว่าเป็นยัยแป้งคู่อริของผม เพราะถ้าเป็นยัยแป้ง เธอคงไม่สวยขนาดนี้แน่นอน ผู้หญิงคนนี้ผิวพรรณสวยกว่าสาวคนใดในหมู่บ้านเสียอีก ถ้าให้ผมคิด เธออาจจะเป็นญาติของยัยแป้งก็ได้

                เสี่ยง เฟ้ารดน้ำผักติ้ล่ะลูก แดดเริ่มออกแล้ว เดี๋ยวผักสิเหี่ยวหมด

เสียงแม่ตะโกนมาจากตัวเรือน ทำให้ผมรีบตักน้ำใส่ถังและหาบไปรดผักอย่างเร็ว

พอผมช่วยงานพ่อกับแม่จนเสร็จ ในช่วงเย็น ๆ ผมก็ขับรถมอร์เตอร์ไซต์ไปซ้อมมวยกับอ้ายปอตามเคย วันนี้ที่บ้านอ้ายปอมีญาติเต็มไปหมด ผมหันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่เห็นสาวคนนั้นเลย ในใจก็คิดว่าเธอคงกลับบ้านไปแล้ว พอซ้อมมวยกันจนเหนื่อย ทุกคนเริ่มหิวน้ำกัน อ้ายปอก็ตะโกนเรียกใครคนหนึ่ง

แป้ง เอาน้ำมาให้พวกอ้ายกินแหน่

คื้อบ่ขึ้นมากินบนเฮื้อนล่ะอ้าย เสียงยัยแป้งตอบกลับมา ผมจำเสียงเธอได้ดี เสียงที่ดังก้องอยู่ในแก้วหูผมตลอด

หัวใจผมเริ่มเต้นแรง อยากเห็นหน้าตาคู่อริเมื่อครั้งเยาว์วัยเหลือเกิน อยากเห็นทรงผมกะลาครอบหัวของเธอยิ่งนัก อยากรู้ว่าไม่ได้เจอกันแค่สี่ห้าปี ยัยแป้งคนนี้จะมีหน้าตาเปลี่ยนไปแค่ไหน

อ้ายบอกให้เอาน้ำลงมาให้กิน บ่ได้ยินบ้อ เอาน้ำใส่เหยือกแล้วเอาลงมาให้พวกอ้ายใต้กกบักม่วงเด้อ อ้ายสิทา อ้ายปอตะโกนบอกน้องสาวอีกครั้ง

ยัยแป้งกับผมเป็นลูกสุดท้องเหมือนกัน ผมเป็นพี่ยัยแป้งหลายเดือน แต่ก็ไม่เคยเรียกพี่เรียกน้องกันเลยสักครั้ง ในตอนนี้ผมอยากรู้จังเลยว่า ถ้าเจอกันรอบนี้ยัยแป้งจะยังเรียกผมว่า บักเสี่ยง เหมือนเดิมหรือไม่

ผมนั่งพักเหนื่อยคุยกับเพื่อน ๆ ที่ซ้อมมวยด้วยกัน พอเห็นผู้หญิงใส่ผ้าซิ่นกับเสื้อแขนสั้นสีชมพูอ่อน ๆ เดินมาลงบันไดมาตรงหน้า ผมก็หันไปมองด้วยความตะลึง นี่ใช่ยัยแป้งคู่อริของผมหรือเปล่า ผมเอามือขยี้ตาหลาย ๆ ครั้ง อยากรู้ว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไป เพ่งมองเพื่อความแน่ใจ

ผู้หญิงคนนี้ผมยาวประบ่า ผิวพรรณเปล่งปลั่งดูมีน้ำมีนวล เวลายิ้มมีหลักยิ้มทั้งสองข้าง ทำให้เธอดูน่ารักไปอีกแบบ ผิวพรรณสะอาดสะอ้านไม่มีสิวแม้แต่เม็ดเดียว วันนี้เธอใส่ที่คาดผมสีชมพูลายดอกไม้เล็ก ๆ เข้ากับผมสีดำสนิท กิริยาท่าทางไม่ได้กระโดกกระเดกเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ เธอส่งยิ้มมาให้พวกผมทุกคน เมื่อสบตากลมสวย ขนตางอนสีดำเข้ม ใจของผมแทบจะหยุดเต้น

คั่นบ่พอ ก็บอกเด้อ เดี๋ยวสิเอามาให้อีก เธอยื่นเหยือกน้ำให้พี่ชาย ทำท่าจะเดินกลับขึ้นเรือน

แป้ง อ้ายปอเรียกเธอ

อีหยั่งล่ะ เธอขาน ทำท่าเหมือนรำคาญพี่ชาย

แป้งจำเสี่ยงได้อยู่บ่ เรียนรุ่นเดียวกันคือบ่ทักกันแหน่ อ้ายปอหันไปบอกเธอ

สาวแป้งหันหน้ามามองผม นัยน์ตากลมสวยดูขึงขังนิดหนึ่ง เหมือนเธอจะจำเรื่องราวเก่า ๆ ที่ผมเคยรังแกเธอได้ตลอด

จำได้ ไผ่สิจำบักเสี่ยงบ่ได้ เธอตอบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมเลยสักคำ

อย่าไปเอิ้นเพิ่นบัก เป็นผู้สาวแล้ว เขาเป็นอ้าย ก็ต้องเอิ้นเขาอ้าย ฮู้อยู่บ่

ใบหน้าแป้งดูไม่ค่อยพอใจยิ่งนักที่ถูกพี่ชายบอกสอนต่อหน้าผม เธอพยักหน้านิดหนึ่ง

ฮู้แล้วค่ะ

คั่นฮู้....คื้อบ่สวัสดีทักทายเขาแหน่ล่ะ ยืนเซ่ออยู่เฮ็ดหยั่ง อ้ายปอบอกกึ่งตำหนิ

เธอประนมมือขึ้น สวัสดีค่ะอ้ายเสี่ยง

ผมเริ่มเรียนรู้จากสาวแป้งในครั้งนี้ ถึงเธอจะเคยเป็นเด็กที่ซนแค่ไหน แต่คราวนี้สาวแป้งกลายเป็นคนที่ว่านอนสอนง่ายกว่าที่คิด

สวัสดีครับ ผมรับไหว้ ยิ้มแก้มปริ ตายังมองใบหน้าสวยผ่องอยู่อย่างนั้น

พอสักพัก แน้มอีหยั่งอ้ายเสี่ยง บ่เคยเห็นคนบ่ เธอหันมาตะวาดใส่ผม ทำให้ใบหน้าที่ยิ้มเบิกบานหุบปากทันที

บ่ได้แน้มอีหยั่งครับ ผมตอบสาวแป้งตะกุกตะกัก ไม่กล้าแม้จะโต้เถียงเธอเหมือนตอนเด็ก ๆ

บ่แน้มก็ดีแล้ว แป้งบ่มั่กให้ใผ๋มาแน้ม ที่แท้สาวแป้งก็ไม่ชอบสายตาผมนี่เอง

เธอพูดจบก็ขึ้นไปบนเรือน ผมและเพื่อน ๆ ชายที่ซ้อมมวยด้วยกันต่างก็พากันมองตามหลังสาวแป้งตลอด คราวนี้สาวแป้งไม่ใช่ยัยแป้งคนเดิมแล้ว เธอเป็นสาวงามประจำหมู่บ้านของผมก็ว่าได้ ไม่รู้ว่าผมไปอยู่ที่ไหนมา ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นสาวแป้งมาก่อน

หลังจากที่สาวแป้งกลับไปแล้ว ผมก็ไม่มีกำลังใจจะซ้อมมวยเลย จิตใจล่องลอยไปอยู่กับสาวแป้งเสียหมด ไม่รู้อะไรทำให้ผมเป็นแบบนั้น ตอนเด็ก ๆ ผมออกจะเกลียดและไม่ชอบขี้หน้ายัยแป้ง แต่ทำไมวันนี้แค่เห็นหน้าของเธอ ใจของผมแทบจะร่วงอยู่บนพื้นให้ได้ ต่อให้วันนี้ยัยแป้งจะมาด่าผมแค่ไหน ผมก็จะยอมให้ยัยแป้งด่าผมได้ทั้งวัน เพราะผมชอบใบหน้าและรอยยิ้มของเธอเหลือเกิน

ตาลอยเลยนะบักเสี่ยง บักทิดเพื่อนสนิทหยอกแซว

ผมหันมายิ้มให้เพื่อนสนิท ทิด โตเคยเห็นสาวแป้งมาก่อนอยู่บ่

บ่เคยเห็นนิ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกคื้อกัน แต่สาวแป้งงามเนาะ บ่ฮู้มีผู้บ่าวแล้วบ่

คั่นโตอยากอยากฮู้ก็ถามอ้ายปอเบิ่งติ้ บักทูนเพื่อนสนิทยุผมอีกต่างหาก

มีหรือที่ผมจะไม่กล้าถาม ผมเดินไปนั่งข้าง ๆ อ้ายปอ

สาวแป้งมีผู้บ่าวแล้วบ่อ้ายปอ

อ้ายปอจ้องหน้าผมอย่างเอาเรื่อง  โตสิอยากฮู้ไปเฮ็ดอีหยั่งล่ะเสี่ยง แป้งยังเด็กอยู่ ไผ่สิมาจีบล่ะ

อีหลีบ่อ้ายปอ ผมยิ้มแป้น แอบดีใจที่ได้ยินคำนี้

บ๊ะ อีหลีบ่อีหลีก็เรื่องของแป้ง บ่เกี่ยวกับโต เฟ้ามาซ้อมมวยกันต่อ เดี๋ยวสิได้เมื้อเฮื้อนกัน อ้ายปอดูไม่ค่อยชอบมากนักที่ผมถามเกี่ยวกับสาวแป้ง สงสัยอ้ายปอคงจะหวงน้องสาวน่าดู

เมื่อซ้อมมวยกันเสร็จแล้ว เพื่อน ๆ คนอื่นต่างพากันกลับบ้านไปแล้ว เหลือแต่ผมช่วยอ้ายปอเก็บของไปไว้ใต้ถุนบ้าน

เสี่ยง อยู่กินข้าวนำกันก่อนติ้ อ้ายปอออกปากชวน

ผมยังบ่หิวดอกอ้าย ขอบคุณหลาย ๆ ผมปฏิเสธด้วยความเกรงใจ ทั้งที่ใจจริงอยากจะไปนั่งร่วมวงกินข้าวกับครอบครัวนี้จะตาย โดยเฉพาะได้เห็นหน้าสาวแป้งด้วย อาหารคงจะอร่อยน่าดู

สิมาเกรงใจอีหยั่งล่ะ เป็นหมู่กันก็ไปกินนำกั้นตั้ว โตก็เป็นหมู่กับแป้งบ่แมนบ่

ครับ

บัดซั่นไปล้างมือซะ สิได้ไปนั่งกินข้าวนำกัน

พอล้างมือเสร็จแล้ว ผมกับอ้ายปอก็พากันขึ้นมานั่งบนเรือน ซึ่งเห็นสาวแป้งช่วยแม่กับพี่สาวจัดกับข้าวอยู่ที่ฝั่งครัว ผมหันไปมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นก็หันมาคุยกับอ้ายปอและพ่อของแป้ง ผมอมยิ้มในใจตลอด ไม่คิดว่าจะได้พบแป้งอีกครั้ง ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับแป้ง ผมรู้สึกสุขใจไปอีกแบบหนึ่ง เป็นความสุขเหมือนที่ผมเคยรู้สึกเมื่อครั้งยังเด็ก ๆ

 

 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



[1]

Opinion No. 1 (147185)

 มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 2

 

 

แป้ง ตักข้าวเพิ่มที่หนึ่งเด้อ มื้อนี่เสี่ยงอยู่กินข้าวนำต้าเฮ้าเด้อ

เสียงบอกของอ้ายปอ ทำให้แป้งหันมามองผมนิดหนึ่ง ผมไม่ค่อยกล้าสบตาสวยคู่นั้น และก็วางตัวเรียบร้อยน่ารักที่สุด นั่งขัดสมาธิอยู่ข้าง ๆ อ้ายปอ

ขยับมาติ้ลูก เข้ามาใกล้ ๆ กัน สิได้ตักกับข้าวได้ แม่ของแป้งบอกผม ทำให้ผมต้องขยับมาใกล้ ๆ

ขณะที่นั่งกินข้าวด้วยกัน ผมก็รู้สึกเขิน ๆ อยู่ตลอด ยิ่งนั่งติดกับสาวแป้งแล้วด้วย มือไม้สั่นไปหมด ผมสังเกตเห็นแป้งก็เขินอายไม่น้อยไปกว่ากัน เห็นได้จากจานข้าวของเธอที่ยังพูนอยู่เหมือนเก่า เหมือนกับไม่ได้กินเลยสักคำ

คื้อมากินน้อยแท้ลูก กินหลาย ๆตั้ว สิได้โตไว ๆ แม่หันไปบอกแป้งซึ่งนั่งข้าง ๆ

แป้งบ่หิวคะแม่ เธอแก้ตัวด้วยอาการข่วยเขิน ถ้าจะให้ผมเดา ผมคิดว่าเธอคงจะอายผม ถึงไม่กล้ากินข้าว

แป้ง คั่นอิ่มแล้วก็ไปตักน้ำให้อ้ายกินแหน่

พ่อของแป้งหันมาสั่ง ผมเห็นเธอค่อย ๆ ลุกไปตักน้ำที่ชานเรือนติด ๆกับห้องครัว ใจก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความเป็นคนเรียบร้อยของเธอ ซึ่งแตกต่างจากที่ผมเคยเห็นเมื่อครั้งยังเด็กมาก

ยามแล้งอย่าลืมไปซ้อมรำวงบ้านผู้ใหญ่เด้อลูก เขาสิหัดสาว ๆ ให้ซ้อมรำวงกัน แม่ของแป้งหันมาบอก

ก็ให้เขาซ้อมไปตั้ว เกี่ยวอีหยั่งกับแป้งล่ะคะแม่ เธอทำทีไม่สนใจ

เกี่ยวติ้ลูก ก็แม่รับปากผู้ใหญ่บ้านแล่วว่าสิส่งแป้งไปเป็นสาวรำวงงานบุญนำ

เธอทำหน้ามุ่ย เหมือนไม่พอใจ คื้อแม่ไปรับปากเขาล่ะ แป้งบ่อยากไปรำ

เป็นหยั่งล่ะลูก ไปรำซอยงานวัด ได้บุญสิตาย เอื้อยปลาก็มีผู้บ่าวมาหมั้นแล้ว สิไปรำแบบซั่นก็บ่ได้ มันบ่งามฮู้อยู่บ่ แม่เลยต้องส่งแป้งไปแทน คั่นแป้งบ่ไป คนอื่น ๆ เขาก็สิหาว่าต้าเฮ้าบ่ซอยงานวัด

ที่แท้แม่ของสาวแป้งก็ส่งเธอไปฟ้อนรำแทนเอื้อยปลานั่นเอง เพราะเอื้อยปลาแต่งงานกับหนุ่มต่างหมู่บ้านไปหลายปีแล้ว ทำให้ไม่สามารถไปเป็นสาวรำวงในงานบุญของหมู่บ้านได้

เธอทำหน้าออดอ้อนแม่อยู่สักพัก มือเรียวเล็ก ๆ ก็โอบกอดแขนแม่เอาไว้ ทำให้ผมอดที่จะหันไปมองไม่ได้ ท่าทางของเธอน่ารักชะมัด ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ได้แต่อมยิ้มอยู่ในใจ

แป้งบ่อยากไปรำคะแม่ แป้งอยากอายเขา

สิไปอายผู้ได๋ล่ะลูก

สาวแป้งหันไปมองพี่ชายนิดหนึ่ง และก็หันมามองหน้าผม

แป้งอายผู้บ่าว เพิ่นชอบแน้ม แป้งบ่มั่ก

คำตอบของเธอทำให้ผมกลั้นหัวเราะทันที ซึ่งอ้ายปอก็หัวเราะเช่นเดียว เธอหันควับมาทางผม

บักเสี่ยง หัวเราะอีหยั่ง เธอยังพูดไม่ทันจบก็โดนแม่ตีมือเสียก่อน

เอิ้นเขาอ้าย! เขาเป็นอ้าย อย่าไปเอิ้นอ้ายแบบเก่าเด้อ บัดซั่นแม่สิจับตีมือให้เข็ด แม่ตำหนิเธอนิดหนึ่ง

หญิงสาวทำหน้างอน แต่ตากลมสวยยังจ้องมองผม ซึ่งผมเองก็ยังอมยิ้มอยู่ตลอด

อ้ายเสี่ยงยิ้มอีหยั่ง

บ่ได้ยิ้มอีหยั่งครับ ผมตอบ ไม่กล้าสบตาเธอ แต่หันไปมองหน้าพ่อของแป้งมากกว่า เหมือนต้องการขอความช่วยเหลือ

แป้งอย่าไปหาเรื่องอ้าย ปล่อยให้อ้ายกินข้าวแซ่บ ๆ แหน่ลูก ตอนน้อย ๆ ก็กัดกันสิตาย โตขึ้นยังสิมากัดกันอีบ่ พ่อของแป้งหันมาดุ ทำให้สาวน้อยจอมแก่นอย่างแป้งเงียบสนิท

แม่ค่ะ แป้งบ่อยากไปรำ แป้งรำบ่งาม เธอออดอ้อนแม่ตามเคย หาเหตุผลขอความเห็นใจจากแม่ ส่วนสายตาก็ทำหน้าทำตาออดอ้อนเสียด้วย ซึ่งผมเห็นแล้วก็อดสงสารเธอไม่ได้

ผู้ได๋ว่าลูกสาวแม่รำบ่งาม แป้งนะเป็นนางรำแถวหน้าของโรงเรียนบ้านต้าเฮ้าตั้ว จำบ่ได้บ่ลูก

ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นพยักหน้าเห็นด้วย แมนอยู่บ่ลูกเสี่ยง แม่ของแป้งหันมาถามผม ซึ่งนั่งเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ อยู่ข้าง ๆ ผมแทบจะกลืนข้าวไม่ทัน เพราะต้องรีบตอบคำถามนี้

 แมนครับแม่ แป้งรำสวย ผมเผลอปากชมเธอไปจนได้ หัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ทำเอาเธอเขินอายทีเดียว

ก็ตอนแป้งโตน้อย ๆ แป้งก็รำงามอยู่ดอก แต่พอโตขึ้นแป้งรำบ่งามแล้วคะแม่ มือแข็งไปหมดแล้ว

บ่งามก็หัดได้ตั้วลูก เดี๋ยวเมียผู้ใหญ่บ้านสิหัดให้ บ่ต้องย่านเด้อ

ตลอดเวลาที่ได้นั่งใกล้ ๆ กับแป้ง ผมรู้สึกสุขใจเหลือเกิน ถึงเธอจะยังดุอยู่บ้าง แต่ผมก็ชอบให้เธอแกล้งผมบ่อย ๆ เพราะรู้สึกชีวิตมีรสชาติไปอีกแบบ เมื่อกินข้าวเสร็จแล้ว แป้งก็ช่วยพี่สาวเก็บกวาดบ้านจนเรียบร้อย

พอสักพักก็เห็นเธอเดินลงไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านกับพี่สาว ซึ่งผมยังนั่งคุยกับอ้ายปอและพ่อของแป้งเกี่ยวกับเรื่องทั่วไป พอสักพักก็ขอตัวกลับบ้าน เมื่อขับรถออกมาจากบ้านของแป้ง ผมก็ไม่ได้กลับบ้านแต่อย่างใด แต่กลับขับรถไปตามบักทิดกับบักทูนเพื่อนสนิท เพื่อที่จะชวนไปดูสาว ๆ ในหมู่บ้านซ้อมรำกัน

ผมและเพื่อน ๆ ขับรถมาถึงหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน ก็เห็นผู้คนเต็มไปหมด โดยเฉพาะสาว ๆ ในกลุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับแป้ง ซึ่งก็มีสาวดาว สาวติ๋ม ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแป้งตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ สามสาวนี้ตอนเด็ก ๆ หน้าตาไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่พอโตขึ้นสาวแป้งดูจะสวยโดดเด่นกว่าใคร ๆ ในกลุ่มเสียอีก

ผมยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นภาพสาวน้อยใส่ผ้าซิ่นยาวขนาดหัวเข่า หัดรำกับหญิงวัยกลางคน กิริยาท่าทางของเธออ่อนช้อยกว่าที่ผมคิด เพลงที่ซ้อมรำกันส่วนใหญ่เป็นเพลงหมอลำมากกว่า มีทั้งท่าฟ้อนรำจังหวะเร็ว ๆ และแบบช้า ๆ ผมกับเพื่อนสนิทยืนดูสาว ๆ ฟ้อนรำจนเสร็จ

คืนนั้นผมกลับมาถึงบ้านเสียดึก นอนคิดถึงใบหน้าของแป้งตลอด เวลาที่เธอโกรธและงอนดูน่ารักเสียจริง ๆ ยิ่งเห็นเธออ้อนแม่แล้วด้วย ผมล่ะไม่อยากเชื่อว่าสาวน้อยที่ปากจัด ๆ อย่างเธอจะเปลี่ยนได้ขนาดนี้ ผมนอนไม่หลับ ลุกมาเปิดทีวีดูอยู่ที่ห้องด้านนอก พอสักพักแม่ก็ลุกมานั่งดูทีวีเป็นเพื่อน

นอนบ่หลับบ่ลูก แม่เอ่ยถาม ขณะที่ตายังเพ่งมองรายการบนจอทีวี

ครับแม่ ผมนอนบ่หลับ

มีอีหยั่งบ่ซำบายใจบ่ แม่ถามด้วยความเป็นห่วง

บ่ครับ

ผมคลานไปนอนหนุนตักแม่ ทำตัวเหมือนตอนที่ยังเด็ก ๆ แม่เอามือลูบหัวของผมเบา ๆ

อยากได้อีหยั่งล่ะ มาอ้อนแม่แบบซี่ แม่เป็นผู้หญิงคนเดียวที่รู้ใจผมไปหมด

แม่ครับ มื้ออื่นเซ้า ผมขอข้าวเปลือกกระสอบหนึ่งได้อยู่บ่

สิเอาไปเฮ็ดอีหยั่งล่ะลูก

สิเอาไปขาย ไว้เที่ยวงานบุญมื้ออื่นครับ

คั่นสิเอาเงินก็ได้ตั้ว บ่เห็นต้องขายข้าวเปลือกนิ แม่สิให้ไปสองร้อย

แม่ครับ สองร้อยบ่พอดอกครับ ผมเป็นผู้บ่าวแล้วนะแม่ ขอข้าวเปลือกกระสอบหนึ่งได้อยู่บ่

ปกติแม่ก็บ่เคยเห็นลูกชายแม่เป็นแบบซี่ บ่แมนไปแอบฮักสาวใด๋มาละติ้

ฮักไผ๋ละครับ ผมบ่ได้ฮักผู้ได๋

อย่ามาตั้วแม่เลยเสี่ยง แม่เลี้ยงโตมากับมือ มีอยู่บ้อที่แม่สิเบิ่งโตบ่ออก แม่ว่าลูกซายแม่กำลังมีค้วมฮัก

ผมไม่ตอบแม่ แต่แอบอมยิ้มอยู่ตรงตักแม่ ส่วนแม่นั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธอย่างใด แถมยังขออนุญาตพ่อให้ผมเอาข้าวเปลือกไปขายในตอนเช้าอีกต่างหาก เหมือนกับแม่รู้ใจว่าผู้หญิงที่ผมรักคือใคร ตอนเย็นวันงานแม่เก็บผักใส่ถุงใบใหญ่

เสี่ยง เอาผักกาดไปให้บ้านอ้ายปอแหน่ลูก แม่ได้ยินเขาเว่ากันว่า สาวแป้งกลับมาจากกรุงเทพบ่แมนบ่ เผื่อน้องอยากกินผัดผักกาดขาว

ปกติครอบครัวของผมก็มีน้ำใจให้ครอบครัวแป้งเสมอ ส่วนครอบครัวแป้งก็แบ่งปันน้ำใจมาให้ครอบครัวของผมเป็นประจำ แต่วันนี้แม่ผมใจดีเป็นที่สุด ผมไม่รอช้าเอาผักใส่ตะกร้ารถมอเตอร์ไซต์ตัวเก่ง รีบขับรถมายังบ้านแป้งอย่างเร็ว พอมาถึงบ้านก็หิ้วถุงผักเดินเข้ามาใต้ถุนบ้าน

แม่ให้ผมเอาผักกาดมาให้ครับ ผมยื่นผักให้แม่ของแป้ง ซึ่งเดินออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ขอบใจหลาย ๆ ลูก นั่งก่อนติ้ล่ะเสี่ยง อ้ายปอก็บ่อยู่ เห็น ไปสอยงานวัดเขา คงสิกลับมาตอนค่ำ ๆ แม่หันไปบนเรือน แป้งเอาน้ำมาให้อ้ายกินแหน่ลูก

สวรรค์ช่างเข้าข้างผมเสียจริง ๆ พอสักพักผมก็เห็นสาวน้อยแก้มใส เดินถือขันน้ำลงมาให้ผม

อยู่บ้านบ่มีน้ำกินบ้อ

เธอไม่ยื่นน้ำให้ผมเปล่า แต่ถามคำถามกวน ๆ อีกต่างหาก ทำเอาผมชะงัก อยากจะโกรธแต่โกรธไม่ลง อดไม่ได้ จึงแอบแหย่เธอเล่น

บ้านอ้ายน้ำบ่แซ่บคื้อบ้านแป้ง

หญิงสาวแก้มแดงเรื่อ ตาโตเหมือนจะไม่พอใจ แต่กลับไม่ใช่ เธอเดินฉับ ๆ หลบไปนั่งข้าง ๆ แม่

คั้นอ้ายเสี่ยงมั่กน้ำบ้านแป้ง ก็มาบ่อย ๆ เด้อ เดี๋ยวแป้งสิตักน้ำให้กิน กิ้นให้ท้องแตกไป้เลย ที่แท้เธอก็หามุขมายั่วผมนี่เอง ทำให้ผมแทบสำลักน้ำ ซึ่งไม่ว่าเธอจะซนแค่ไหน เธอก็ถูกแม่ตีมือทุกครั้ง

อย่าไปว่าอ้ายแบบซั่น มันบ่ดีฮู้อยู่บ่

แม่ก้อ เข้าข้างอ้ายตลอด เธอทำหน้างอน แต่ซุกหน้านัวเนียอยู่กับไหล่ของแม่ ดูเหมือนเด็กน้อย ผมล่ะแอบยิ้มในความน่ารักของเธอ

ผมกลับก่อนเด้อครับ สิได้ไปนอนพักเอาแฮงไว้ไปฟ้อนรำวงคืนนี้ แป้งมองค้อนผม เพราะเธอคงจะเดาออกว่าผมอาจจะไปขอเต้นรำกับเธอก็ได้

ผมรีบยกมือไหว้แม่ของแป้งและขับรถออกมา ระหว่างทางก็ยิ้มหวานมาตลอดทาง นึกถึงใบหน้าของแป้งทุกลมหายใจ

เย็นวันนี้ผมอาบน้ำให้สะอาด ทาแป้งตามเนื้อตัว ใส่โคโลญน์หอม ๆ แต่งตัวให้หล่อที่สุดเท่าที่จะทำได้ กะว่าจะให้สาวแป้งตะลึงในความหล่อของผมซะหน่อย

คืนนี้ผมได้เงินจากการขายข้าวเปลือกประมาณห้าร้อยบาท แถมแม่ก็ใจดีให้เงินผมอีกสองร้อยบาท และผมเองก็แอบไปขอพ่อเพิ่มอีกหนึ่งร้อยบาท สรุปแล้วคืนนี้ผมได้เงินมาทั้งหมดแปดร้อยบาทถ้วน บัตรเข้าชมงานคืนนี้แค่ยี่สิบบาท ส่วนตั๋วค่าเข้าเต้นรำวงรอบละห้าบาท ถือว่าไม่แพงมาก ส่วนงานอื่น ๆ ผมไม่ได้สนใจเลย ใจของผมสนใจแต่เวทีสาวรำวงเท่านั้น

ผมขับรถไปหาเพื่อนผู้ชายในกลุ่ม ซึ่งมีอ้ายปอรวมอยู่ในนั้นด้วย พวกเราทุกคนเดินมาชมงานด้วยกัน จากนั้นก็ไปนั่งกินเหล้าพอหอมปากหอมคอ ซึ่งก็ไม่ได้เมาอะไร  เหล้าเล็ก ๆ น้อยให้ความซาบซ่าส์ตามประสาคนหนุ่มเท่านั้น

เมื่อเวทีสาวรำวงเริ่มเปิดเพลง พวกผมก็ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง เพราะจะไปดูสาวงามแต่ละคนเต้นรำกัน เพื่อน ๆ ผมแต่ละคนต่างก็จองสาวที่ตัวเองชอบไว้แล้ว

โตรำกับแป้งได้ แต่ห้ามจีบเด้อ บัดซั่นโดนเตะ อ้ายปอหั่นมากำชับผม เหมือนกับรู้ว่าผมแอบชอบแป้งตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้า

ครับอ้ายปอ ผมขอฟ้อนซื่อ ๆได้อยู่บ่

ได้ แต่โตต้องสอยกั้นผู้บ่าวคนอื่นบ่ให้มาจีบแป้งนำเด้อ อ้ายปอสั่งผม

ครับ บ่มีปัญหาครับอ้ายปอ เดี๋ยวผมสิกั้นผู้บ่าวคนอื่น ๆ ให้เองครับ

เมื่อเดินมาถึงหน้าเวทีสาวรำวง ผมก็เห็นสาวน้อยแต่ละคนนั่งเรียงเป็นแถวประมาณยี่สิบคน สาว ๆทุกคนใส่ผ้าซิ่นสั้นขนาดเข่า ใส่เสื้อลูกไม้คอจีบแขนสั้นสีสันแตกต่างกันไป ซึ่งก็ดูน่ารักไปอีกแบบ แต่ละคนใส่รองเท้าคัดชูบ้าง บางคนก็ใส่รองเท้าสวมส้นสูง

คืนนี้สาวแป้งของผมก็สวยไม่น้อยหน้าใคร เธอเกล้าผมไปข้างหลัง ระบายชายผมไว้แต่พองาม มีดอกไม้ปักเหมือนสาวคนอื่น ๆ ผ้าซิ่นไหมสีเขียวอ่อน ๆ เข้ากับผิวพรรณของเธอ ผ้าลูกไม้สีขาวเข้ากับชุดเป็นอย่างดี ผมเห็นเธอใส่รองเท้าไม้ส้นสูงแบบที่สาว ๆ ในเมืองกรุงใส่กัน เวลาที่เห็นเธอหัวเราะกับเพื่อน ๆ ทำให้ผมมองตาค้างทีเดียว

นี่นะหรือผู้หญิงที่ผมเคยแกล้งสมัยเด็ก ๆ ผู้หญิงที่ถูกผมล้อเลียนว่าขี้เหร่อยู่ตลอด คนที่ผมทำให้ร้องไห้ตั้งหลายครั้งหลายครา คนที่ผมเกลียดขี้หน้าที่สุด คนที่ทำให้ผมโกรธเป็นประจำ

นับตั้งแต่ที่ได้เห็นหน้ากันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมเปลี่ยนความรู้สึกทุกอย่างที่เคยมีทั้งหมด ผมรักแป้งหมดหัวใจ รู้สึกอยากมีเธออยู่กับผมตลอด ไม่อยากให้หนุ่มคนไหนมาเต้นรำกับเธอ

เพลงแรกบรรเลงขึ้น ซึ่งเป็นเพลงสุดฮิตในช่วงนั้น โบว์รักสีดำ เข้ากับบรรยากาศในงานนี้เสียเหลือเกิน

เสี่ยง ๆๆ เฟ้าแหน่ เดี๋ยวผู้บ่าวคนอื่น ๆ สิไปรำนำแป้งเสียก่อน

อ้ายปอตะโกนบอกผม พลางยื่นบัตรมาให้อีกต่างหาก ส่วนบักทิดกับบักทูนก็ลากผมขึ้นไปบนเวทีพร้อม ๆ กัน เพราะพวกมันก็อยากเต้นรำกับสาวดาวและสาวติ๋มด้วยแหละ

หนุ่ม ๆ แต่ละคนเดินไปโค้งสาว ๆ ที่ตัวเองชอบพอ และก็ออกมารำกันที่หน้าเวที ผมไม่รอช้าเดินตรงไปหาแป้งทันที แล้วก็โค้งงาม ๆ หนึ่งครั้ง และก็ยืนยิ้มหวานรออยู่ตรงนั้น

มาเฮ็ดหยั่งล่ะ ไปรำกับคนอื่นไป้ มารำกับแป้งเฮ็ดหยั่ง เธอบอกไล่ผมเบา ๆ แก้มแดง เหมือนกับเขินอายไม่น้อย

อ้ายอยากรำนำแป้ง ผมบอกเธอด้วยถ้อยคำที่สุภาพ แกมหวานนิดหนึ่ง

แต่แป้งบ่อยากรำนำอ้าย เธอบอกปัด แต่ก็จำใจลุกขึ้น เมื่อสบตากับพี่ชายตรงรั้วด้านล่างเวที

รำก็ได้ แต่รำเพลงเดียวเด้อ

ครับ ผมรับปากไปยังงั้นแหละ กระหยิ่มในใจ เรื่องอะไรผมจะรำแค่เพลงเดียว อุตส่าห์ขายข้าวเปลือกมารำงานนี้โดยเฉพาะ

เธอลุกขึ้นมาฟ้อนกับผม หัวใจของผมพองโตยิ่งกว่าลูกโป่งที่ขายในงานวัดเสียอีก นอกจากแป้งจะน่ารักแล้ว ลีลาการฟ้อนรำของแป้งก็สวยจริง ๆ ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่นอกเวทีหันมามองผมด้วยสายตาอิจฉาเป็นแถว ๆ

ผมไม่ได้ฟ้อนรำเปล่า แต่ตาจ้องมองใบหน้างดงามของเธอตลอด จนทำให้หญิงสาวเขินอายอยู่ไม่น้อย บางทีเธอก็แกล้งทำเป็นไม่มองหน้าผมบ้าง แต่ก็ใช่จะหนีสายตาผมไปได้ ต่อให้เดือนดับหรือฟ้าสลาย หรือโลกหยุดหมุน ผมก็จะมองแป้งคนเดียวเท่านั้น

อ้ายเสี่ยง แน้มอีหยั่ง คื้อแต่บ่เคยเห็นคน เธอถาม แก้มแดงเรื่อ ทำเอาผมมีความสุขยิ่งนัก เวลาที่ได้ยินเสียงเธอ ทำให้ผมมีกำลังใจขึ้นเป็นกองเลย

แน้มแป้ง

แน้มก็ดี แป้งสิถามอีหยั่งแหน่

อยากถามอีหยั่ง ถามมาโลดครับ

แป้งขาวอยู่บ่

ผมแทบสำลักน้ำลายเมื่อได้ยินเธอถามแบบนั้น ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอถามคำถามนี้ขึ้นมา หรืออาจจะเป็นเพราะว่าตอนเด็ก ๆ ผมเคยล้อเลี่ยนเธอว่าดำก็ไม่รู้ ทำให้เธอมองเป็นปมด้อยของตัวเอง พอเห็นผมมองบ่อย ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะถาม หรือว่าเธอเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง

ขาวครับ ผมตอบ ซึ่งก็มันก็จริง แป้งผิวพรรณขาวเนียนสวยกว่าตอนเด็ก ๆ มาก ถึงขนาดที่ผมจำไม่ได้ คิดดูสิว่าแตกต่างมากแค่ไหน

เธอยิ้มไม่หุบ ไม่กล้าสบตาผม และก็รำไปเรื่อย ๆ พอจบเพลง ก็เดินกลับมานั่ง ส่วนผมก็เดินลงเวทีไป...อย่างน่าเสียดาย ไม่อยากให้เพลงจบเลย อยากรำต่อกับแป้งไปเรื่อย ๆ แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้น ผมต้องยอมรับว่าโลกความจริงมันไม่เหมือนกับที่ผมฝันหรอก

พอลงมาจากเวทีได้ อ้ายปอก็หันมากระซิบบอกผม

เสี่ยง เห็นบักกบอยู่บ่ มันแน้มแป้งตลอด สงสัยมันสิไปรำกับแป้ง โตต้องกั้นมันไว้ก่อน อย่าลืมซื้อตั๋วไว้หลาย ๆ ใบเด้อ

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายของผมก็ไม่รู้ อ้ายปอไม่ชอบขี้หน้าอ้ายกบเป็นอย่างมาก เพราะเคยเป็นคู่ชกมวยกันมาบ่อย ๆ ทำให้ไม่กินเส้นกันเลย พอเห็นอ้ายกบมองสาวแป้งตาเป็นมัน อ้ายปอก็เกิดอาการหวงน้องสาวขึ้นมา เลยต้องส่งผมไปเป็นตัวกันสาวแป้งจากหนุ่ม ๆ ไว้ก่อน

พอเพลงที่สอง สาม....และสิบ...ยี่สิบเพลงผ่านไป ผมก็ไปรำกับสาวแป้งตลอด ผมเห็นเธอมีสีหน้าเหนื่อยล้าเอาการ ก็อดไม่ได้ที่จะควักเงินให้เพื่อนสนิทไปซื้อน้ำส้มมาให้เธอ

อ้ายเอาน้ำส้มมาฝากแป้ง

ขอบคุณหลาย ๆ เธอหยิบน้ำส้มมาดื่มนิดหนึ่ง จากนั้นก็แบ่งให้เพื่อนสาวได้ดื่มด้วย

ผมเหมาตั๋วค่าเต้นไปสามร้อยบาท และก็เต้นรำกับแป้งตลอด คนทั้งงานก็มองมาคู่ของผมด้วยความสงสัย พี่ชายของแป้งถึงจะไม่อยากให้ผมจีบแป้ง แต่ก็ยังดีกว่าให้อ้ายกบมาเต้นคู่กับแป้ง และก็จำใจให้แป้งเต้นรำกับผมอยู่อย่างนั้น แต่สาวแป้งนี่สิ ดูเธอจะเหนื่อยหน่ายเบื่อขี้หน้าผมเต็มที่แล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งผมขึ้นไปโค้งเธอตามเคย แป้งนั่งมองหน้าผม

อ้ายเสี่ยงค่ะ ไปฟ้อนกับคนอื่นเถอะนะ แป้งเหมื่อยค่ะ บ่มีแฮงสิรำแล้ว เธอตอบ น้ำเสียงเหนื่อยล้า

บ่ครับ คั่นไปฟ้อนกับคนอื่น อ้ายบ่เฮ็ดดอก อ้ายสินั่งทาอยู่หม่องนี่ ไว้แป้งมีแฮงค่อยฟ้อนกันต่อผมรักเดียวใจเดียว แป้งจะไล่ให้ผมไปเต้นกับคนอื่นได้ยังไง เรื่องอะไรผมจะไป สู้นั่งรออยู่ตรงหน้าดีกว่า อย่างน้อย ๆ ก็คงได้ใจเธออยู่บ้าง

เธอรู้สึกเขินอายถ้าต้องนั่งอยู่กับที่ แล้วมีผมนั่งอยู่ตรงหน้าเหมือนเฝ้ารอคอย สุดท้ายสาวแป้งก็จำใจลุกขึ้นมารำกับผมอีกตามเคย พอรำได้สักพักเธอก็หันมาบอกผม

อ้ายเสี่ยง แป้งเหมื่อย บ่มีแฮงเลย

พักจักหน่อยดีบ่

แป้งย่านคนอื่นสิว่าเอา

บัดซั่นก็ฟ้อนต่อ

ผมบอกเธอ ทั้งที่ใจก็สงสารแป้งยิ่งนัก อยากให้เธอนั่งพัก แต่ก็ไม่อยากให้เธอต้องกลายเป็นเป้าสายตาให้กับคนอื่น ๆ เกรงว่าคนอื่นจะหาว่าเธออู้ คืนนั้นผมมีความสุขที่สุดที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอ ดีใจที่อ้ายปอเกลียดอ้ายกบ ทำให้ผลพลอยได้รับโอกาสดี ๆ ตรงนี้ไปด้วย

พอประมาณเที่ยงคืน เวทีรำวงก็ปิด ผมเห็นแป้งและเพื่อนสาวพากันไปนั่งดูหนังกลางแปลง ผมและอ้ายปอพากันมานั่งอยู่ด้านหลัง เหมือนต้องการคุ้มครองสาว ๆ แถมป้องกันหนุ่ม ๆ บ้านอื่นมาจีบด้วย อ้ายปอดูท่าจะห่วงน้องสาวพอสมควร แต่ไม่รู้จะกันหนุ่มต่างบ้านได้อย่างไร จึงได้แต่ส่งผมไปช่วยทำหน้าที่แทน

และแล้วผมก็ได้มานั่งสื่อติด ๆ กับแป้งอีกจนได้

หนังมวนอยู่บ่ ผมถาม ทั้งที่ใจไม่สนใจหนังกลางแปลงเลยสักนิด

ก็มวนตั้วเนาะ อ้ายบ่ได้เบิ่งบ่ หรือว่าหลับใน เธอถาม

เบิ่งครับ คาแต่เบิ่งคนงามนำ ผมแอบหยอกเธอ ทำให้สาวแป้งยิ้ม แก้มแดง

พองานเลิกผมก็เดินมาส่งแป้งกับอ้ายปอ น้อยคนนักที่จะรู้ว่าผมรักสาวแป้ง เพราะปกติทุกคนเห็นผมกับอ้ายปอเดินด้วยกันเป็นประจำ พอเห็นผมเดินกับอ้ายปอในงานก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คงมีแต่บักทูนกับบักทิดและผู้หลักผู้ใหญ่บางคนเท่านั้นที่ดูออก

คืนนั้นแป้งยิ้มให้ผมนิดหนึ่งก่อนจะขึ้นไปบนเรือน ผมขับรถกลับมาบ้าน นอนฝันถึงหน้าสาวแป้งอยู่ตลอด ใจก็คิดถึงแต่แป้งมิห่ายหาย อยากอยู่ใกล้และอยากเห็นรอยยิ้มของเธอ ณ บัดนี้แป้งได้กลายเป็นผู้หญิงที่ผมเก็บมาฝันทุกคืนวัน

By ์Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-06 15:01:45


Opinion No. 2 (147186)

 มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 3

 

 

 เช้าวันนี้ผมตื่นขึ้นมาช่วยพ่อกับแม่ทำงานตั้งแต่หัวรุ่ง ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทั้งวัน ใจก็ยังคิดถึงสาวแป้งคนดีอยู่ตลอด ไม่ว่าจะมองไปทางไหน โลกก็สดใสไปเสียหมด บางทีก็นั่งยิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า การกระทำของผมทำให้แม่อดไม่ได้ที่จะเหน็บถาม เพราะแม่คงจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับผมอยู่ไม่มากก็ไม่น้อยทีเดียว

สาวแป้งฟ้อนงามอยู่บ่ลูก แม่ถาม อมยิ้ม เก็บผักในสวนไปด้วย แม่คงรู้ว่าผมแอบรักแป้ง

งามครับ ผมตอบเบา ๆ ไม่กล้าสบตาแม่ และก็ช่วยแม่เก็บผักไปพลาง ๆ

เสี่ยงฮักน้องบ่ แม่ถามอีกครั้ง ยิ้มละไมเหมือนเดาใจผมออก แถมหันมายิ้มให้ผมอีกต่างหาก

น้องบ่ฮักผมดอกแม่ ผมไม่ได้ตอบคำถามแม่ แต่เลือกที่จะตอบเป็นอย่างอื่น

คั่นเสี่ยงเป็นคนดี น้องก็ฮักแหละ

อีกสามวันสาวแป้งจะกลับไปทำงานที่เมืองกรุง ซึ่งก็เหมือนกับผมที่จะต้องกลับไปเรียนต่ออีก ผมไม่อยากให้ถึงวันนั้นเลย เพราะไม่อยากจากเธอไปไหนไกล อยากอยู่ใกล้ ๆ มีสาวแป้งเคียงข้าง แต่ก็คงได้แต่ฝันเท่านั้น

เย็นวันนั้นผมนอนอ่านหนังสืออยู่บนบ้านไปพลาง ๆ พอได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซต์ใครบางคนมาจอดหน้าบ้าน ก็หยุดอ่านหนังสือทันที และก็ตั้งใจฟังเสียงแม่สนทนากับใครบางคน

ป้าสาลี่ค่ะ แม่ให้แป้งมาซื้อบักพิก

เอาจักบาทล่ะลูก

สิบบาทพอค่ะ แป้งสิเอาไปกินอยู่กรุงเทพนำ เมื่อได้ยินใครบางคน ผมวางหนังสือทันที เดินไปที่ริมหน้าต่าง แอบมองเธออยู่บนบ้าน

เสี่ยงเอ้ย ลงมาเก็บบักพิกให้น้องแหน่ลูก

แม่เรียกยังไม่ทันขาดคำ ผมก็วิ่งพรวดพราดลงบันไดมาทันที หัวแทบจะทิ่มบันไดให้ได้ แต่พอเจอหน้าแป้ง หัวใจของผมก็เต้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตลอด ส่วนแม่นั้นก็เดินไปหยิบตะกร้าใบเล็ก ๆ มายื่นให้ผม

เก็บหลาย ๆ เด้อลูก น้องสิเอากลับไปกินอยู่กรุงเทพนำ แม่บอก จากนั้นก็เดินไปทำงานที่ครัวต่อ ทิ้งให้ผมและแป้งยืนอยู่แค่สองคนเท่านั้น

สวนบักพิกอยู่หลังบ้านครับ ผมชี้มือ เดินนำ โดยที่มีสาวแป้งเดินตามมาติดๆ

บ้านอ้ายปลูกบักพิกหลายอยู่บ่

หลายครับ แป้งสิซอยอ้ายเก็บบักพิกอยู่บ่ ผมถาม ไม่ค่อยกล้าสบตาเธอมากนัก

คั่นแป้งซอย อ้ายเสี่ยงสิแถมให้แป้งนำบ่ เธอถามแถมส่งยิ้มมาให้ผมนิดหนึ่ง

ใจของผมตอนนั้นไม่อยากบรรยายเลยว่ารู้สึกอย่างไร ต่อให้ยกพริกทั้งสวนให้กับแป้ง ผมก็ยินดีเสมอ

แถมครับ บ่คิดเงินนำ ผมตอบ ยิ้มกรุ้มกริ่มในใจ

แป้งบ่เอาฟรีดอก ของซื้อของขาย แป้งบ่มั่กเอาเปรียบผู้ได๋

กับคนอื่นก็ซังเขาตั้ว แต่กับอ้ายบ่เป็นหยั่ง ถือว่าเป็นญาติกัน

แป้งหันมามองผมแวบหนึ่ง เธอยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง แป้งบ่ได้เป็นญาตินำอ้ายเด้อ

แต่อ้ายอยากเป็นญาตินำแป้ง

ผมพูด ตายังจ้องมองแป้งตลอด เธอหลบหน้า เดินลัดไปทางแปลงผักด้านมุมติดกับริมห้วย ซึ่งมีคลองเล็ก ๆ กว้างประมาณสองเมตรกั้นระหว่างแปลงพริกกับแปลงผักชนิดอื่น ๆ แป้งเดินข้ามไปฝั่งปลูกพริก และก็ช่วยผมเก็บพริกไปพลางๆ

ในขณะนั้น ผมไม่ได้เก็บพริกเร็ว ๆ เพราะอยากถ่วงเวลาให้เธออยู่กับผมนาน ๆ พอสักพักแป้งก็เดินเอาพริกมาใส่ตะกร้า

อีหยั่งนิ้ เก็บตั้งบักดน ได้บักพิกสิบเม็ดเองบ่

ก็อ้ายเป็นคนเก็บซ้านิ๊

พอดีแหละ เดี๋ยวก็ค่ำมืดก่อน เฟ้าแหน่ แป้งสิได้เมื้อเฮื้อน

สาวแป้งก้มเก็บพริกอยู่ฝั่งหนึ่ง ผมแอบมองเธอตลอด ไม่ได้สนใจเก็บพริกเอาเสียเลย เวลาที่แป้งหันมามองผมก็รีบหลบหน้า ทำทีเป็นไม่สนใจ แต่เวลาที่เธอเผลอ ผมมองตาค้างและยิ้มอยู่อย่างนั้น

ยุงหลายแท้หน้อ เบิ่งติ้ล่ะกัดขาหมดแล้ว เฟ้าแหน่คะอ้ายเสี่ยง เธอหันมาบอก และก็บ่นไปด้วย

ที่จริงผมก็อดสงสารเธออยู่หรอก เพราะเธอใส่ผ้าซิ่นเสียด้วย ทำให้ยุงกัดขาเธอง่าย ต่างกับผมที่ใส่กางเกงยีนขายาว ปลอดภัยไร้ยุงกัด

เบิ่งติ้ล่ะมันกัดตาแป้ง โอ้ย! คื้อมันคันแท้ บักยุงบ้า! หม่องอื่นก็บ่กัด มากัดตาคนอยู่ได้

แป้งวิ่งเอาพริกมาใส่ตะกร้า เอามือขยี้ตาไปด้วย เพราะคงจะทนคันจากที่ยุ่งกัดไม่ได้ เจ้ายุงก็เหลือเกิน ที่อื่น ๆ ไม่กัด แต่ดันมากัดตาคนสวยของผม พอสักพัก

อ้ายเสี่ยง แป้งแสบตา

เธอหลับตาหรี่ ๆ ทำท่าจะร้องไห้ น้ำตาเริ่มไหล คงจะแสบตาน่าดู เก็บพริกแดง ๆ เสียด้วย ผมวางตะกร้าพริกลง ตั้งใจจะพาเธอข้ามคลองเล็ก ๆ มาอีกฝั่ง เพราะจะได้ไปตักน้ำในโอ่งหลังบ้านให้เธอได้ล้างตา

แป้งยางได้อยู่บ่

ได้ค่ะ ไปทางได๋ล่ะ

ทางพิ้ ยางได้อยู่บ่

ได้ค่ะ

ผมยอมรับว่าแป้งปากแข็งที่สุด หรี่ตามองครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่ก็ยังบอกว่าเดินได้ ไม่รู้ว่ามองเห็นทางหรือเปล่า น้ำตาอาบแก้มอีกต่างหาก ผมยอมรับว่าเธอเดินได้ก็จริง แต่เดินประเภทคลำหาทางต่างหาก

อ้ายว่าเกาะแขนอ้ายดีกั่ว ผมยื่นแขนไปให้เธอเกาะ

บ่เป็นหยั่งค่ะ เธอคงจะถือตัว ไม่กล้าจับมือถือแขนกับผม

ไม้ข้ามคลองมันตัวหน่อยเดียว แป้งสิข้ามได้อยู่บ่

ได้ค่ะ

เธอปากแข็งอีกแล้ว ผมรู้ว่าเธออาจจะตกลงไปในคลองก็ได้ แต่ก็ไม่กล้าขัดใจ ปล่อยให้เธอทำตามใจตัวเอง จากนั้นผมก็เดินข้ามมาก่อน ยื่นมือไปให้แป้งเกาะ แต่เธอปฏิเสธตามเคย

บ่ต้องค่ะ

เมื่อเธอไม่รับน้ำใจจากผม ดังนั้นผมจึงข้ามมารออีกฝั่ง และก็ยืนดูเธอเดินข้ามขอนไม้เล็ก ๆ ไปพลาง ๆ ใจก็แอบลุ้นไปด้วยว่าเธอจะทำได้หรือไม่ และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

โครม! น้ำกระเด็นเต็มไปหมด

จังหวะนั้นผมไม่รอช้า กระโดดลงไปในคลองทันที ใจก็อดเป็นห่วงเธอไปสารพัด ผมรู้ว่าแป้งว่ายน้ำแข็ง รู้ว่าน้ำในคลองนี้ไม่ลึก แต่ภาพที่เห็นเธอจมไปในน้ำนี่สิ ทำให้ผมห่วงเธอยิ่งนัก หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเธอถือโอกาสล้างตาไปด้วย แต่ใจของผมมันไม่ได้ฟังอะไรเลย พอลงไปในคลองได้ ก็กอดเธอไว้แน่น กะจะช่วยอุ้มเธอข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง

เธอผลักผม ปล่อยแป้งอ้ายเสี่ยง อ้ายสิเฮ็ดอีหยั่ง

อ้ายลงมาซอยแป้งซือ ๆ

แป้งบ่ได้เป็นอีหยั่ง แค่ตกน้ำคลองก็ทอนั่นเอง

อ้ายเป็นห่วง

บ่ต้องห่วง อ้ายปล่อยแป้ง อย่ามากอดแป้ง

ผมปล่อยมือเธอทันที มองตาละห้อย ได้แต่ยอมให้เธอค่อย ๆ ข้ามไปอีกฝั่ง แป้งล้างตาด้วยน้ำในคลอง ซึ่งเธอพอจะมองได้บ้าง ผมเดินตามหลังเธอมาติด ๆ ใจก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ พอขึ้นมาบนฝั่งได้ เธอก็เกิดเจ็บข้อเท้าขึ้นมา

ผมรู้ว่าเธอทนตั้งแต่อยู่ในน้ำ ไม่ยอมให้ผมช่วย สาวแป้งทนขนาดข้ามน้ำมาขึ้นอีกฝั่งได้ พอเธอทำท่าจะเดินก็ต้องหยุดนั่งกับพื้น ผมวิ่งไปนั่งข้าง ๆ เธอ

แป้งเป็นอีหยั่ง

แป้งเจ็บขา บ่ฮู้ขาเป็นอีหยั่งเสียงตอบรับเอื่อย ๆ ด้วยสีหน้าเศร้า ๆ

แป้งยางได้อยู่บ่

ได้ค่ะ

เธอลุกขึ้นทำท่าจะเดินต่ออีก แต่ก็ต้องนั่งลงกับพื้น จู่ ๆ ตากลมสวยก็มีน้ำใส ๆ ไหลรินออกมา เพราะคงจะเจ็บมาก ผมเห็นน้ำตาของแป้งแล้วสงสารจับใจ ไม่อยากเห็นคนที่ผมรักร้องไห้เลย ผมคุกเข่านั่งลงข้าง ๆ เธอ แก้มแถบจะชนกัน เอามือไปจับขาข้างที่เธอเจ็บ เข้าใจว่าขาคงจะพลิกหรือไม่ก็ขาแพลง

เจ็บหลายอยู่บ่

ผมถามเธอด้วยความเป็นห่วง มือยังจับที่ต้นขาของเธออยู่ตลอด

เจ็บหลายอยู่ เธอตอบเบา ๆ

เดี๋ยวอ้ายสิอุ้มเด้อ

บ่ค่ะ บ่ต้องดอกค่ะ  

แป้งส่ายหัว เอามือบอกปัดไปด้วย ไม่เห็นด้วยกับความคิดของผม เธอยังคงดื้อรั้นที่จะเดินด้วยตัวเอง แต่พอลุกขึ้นเดินได้แค่ก้าวเดียว ก็เป็นต้องนั่งลงกับพื้นอีกครั้ง เธอจับขาที่เจ็บเอาไว้ตลอด กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้เหมือนเด็กน้อยเลย นี่เป็นครั้งที่เท่าไรที่ผมเห็นแป้งร้องไห้ น้ำตาของเธอที่ผมเห็นในคราวนี้ มันไม่ได้ทำให้ผมสะใจเหมือนคราวก่อนเลย หัวใจของผมตอนนี้กลับรู้สึกเจ็บปวดไปกับเธอด้วย

ผมคุกเข่านั่งตรงหน้าเธออีกครั้ง แป้งเชื่อใจอ้ายอยู่บ่ อ้ายสัญญาอ้ายบ่เฮ็ดอีหยั่งแป้ง

เธอไม่ได้ปฏิเสธ แต่สบตาผม ตากลมสวยกระพริบเป็นระยะ ๆ แก้มยังเปื้อนด้วยน้ำตา ผมสลวยของเธอเปียกปอนด้วยน้ำคลอง เสื้อและผ้าถุงเปียกน้ำเช่นเดียวกับผม

ผมไม่รอคำตอบ ตัดสินใจก้มช้อนร่างของแป้งอุ้มขึ้นทันที สายตาของผมและแป้งสบตากัน ผมรู้ว่าเธออาย แก้มแดงเรื่อ แป้งหลบตาผมที่จ้องมองแก้มเนียนของเธอ หญิงสาวเอามืออีกข้างกุมอกเอาไว้ เหมือนกับกลัวว่าผมจะทำไม่ดีไม่ร้าย พอเดินมาถึงหลังบ้าน แม่กับพ่อก็วิ่งพรวดพราดมาจากห้องครัวทันที

น้องเป็นอีหยั่งล่ะลูก คือเปียกกันมาแบบซี่ แม่ให้ไปเก็บบักพิกบ่แมนบ่ แม่มีสีหน้าตกใจไม่น้อย ถามอยู่ตลอด ส่วนผมก็ค่อย ๆ วางแป้งลงที่แคร่ด้านหน้าบ้าน

แป้งขาแพลงครับแม่ ยางบ่ได้ ผมเลยอุ้มน้อง

แป้งเจ็บอยู่บ่ลูก แม่ลูบผมแป้งเบา ๆ ปลอบโยนไปด้วย ส่วนพ่อก็ขึ้นไปเอาผ้าขนหนูบนบ้าน มาให้เธอได้เช็ดเนื้อเช็ดตัวไปด้วย

สาวแป้งที่เคยปากจัด หลังจากที่ถูกผมอุ้ม เธอกลายเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูดคุยอีกเลย แต่น้ำตาที่ยังไหลรินจากการปวดข้อเท้าและฤทธิ์ของพริกนี่สิ ทำให้หลาย ๆ คนสงสัยไม่น้อย อาจจะคิดว่าผมทำไม่ดีไม่ร้ายกับเธอก็ได้

เสี่ยงไปเฮ็ดอีหยั่งน้อง พ่อถาม น้ำเสียงเคร่งขรึม

ผมบ่ได้เฮ็ดอีหยั่งครับพ่อ ผมแค่อุ้มน้องซือ ๆ

เสี่ยงเฮ็ดแบบซี่ได้จังได๋ น้องเสียหายเด้อลูก ไปอุ้มน้องได้จังได๋ น้องเป็นสาวเป็นแซ้ บ่แมนเด็กน้อยแล้วได๋

ผมเห็นน้องยางบ่ได้ เลยสอยอุ้ม บ่ได้เฮ็ดอีหยั่งอีหลี

แป้งหันไปบอกแม่ซึ่งนั่งกอดเธออยู่ข้าง ป้าค่ะ อ้ายเสี่ยงบ่ได้เฮ็ดหยั่งแป้ง อ้ายอุ้มแป้งซือ ๆ

บ่ได้เฮ็ดอีหยั่ง ก็คื้อเฮ็ดแหละลูก แป้งเสียหาย เดี๋ยวพ่อกับแม่สิพาแป้งไปหาหมออยู่อนามัย จากนั้นสิพาไปส่งบ้านเด้อลูก

ค่ะ แป้งพยักหน้า ตอนนี้เธอดูเรียบร้อยมาก ต่างกันเป็นคนละคนเลย

แม่หันมาบอกผม เสี่ยงไปเอากุญแจรถ เอารถกะบะออก พ่อกับแม่สิพาน้องไปอนามัย

โชคดีที่พ่อกับแม่มีรถกะบะตอนครึ่ง ทำให้สะดวกต่อการไปไหนมาไหน

แป้ง ให้อ้ายเสี่ยงอุ้มไปขึ้นรถเด้อลูก คั่นยาง เดี๋ยวสิเจ็บกั่วนี่ แม่หันไปบอกแป้ง ซึ่งเธอยอมทำตามแต่โดยดี

พ่อกับแม่ขึ้นไปนั่งด้านในรถก่อนแล้ว ส่วนผมนั้นก็อุ้มแป้งไปนั่งเบาะด้านหน้าข้าง ๆ กับคนขับ ผมเอาเข็มขัดนิรภัยใส่ให้เธอ เราสองคนไม่ได้พูดคุยกันเลยสักคำ ได้แต่สบตากัน คงมีแต่ความเงียบปิดกั้นความรู้สึกของสองเรา ผมขับรถมาถึงอนามัยก็ต้องอุ้มเธอเข้าไปด้านในอีก

ทางด้านเจ้าหน้าที่สาธารณะสุข ซึ่งประจำอยู่ที่อนามัยก็ตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นผมอุ้มแป้งมาด้านใน ทุกคนมองด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

สาวแป้งเป็นอีหยั่งมาล่ะครับคุณป้า

บ่ฮู้คื้อกัน สงสัยขาแผลงมั้งคุณหมอ แม่มักจะเรียกเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขว่าคุณหมออยู่เสมอ

ขอผมเบิ่งก่อน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พาแป้งเข้าไปในห้อง ซึ่งผมกับแม่และพ่อนั่งอยู่ด้านหน้าอนามัย พ่อมีสีหน้าเป็นกังวลยิ่งนัก

เฮ็ดจังได๋ล่ะแม่สาลี่

เฮ็ดจังได๋ล่ะ ต้าเฮ้าก็ต้องรับผิดชอบลูกสาวเขาตั้ว

แม่หันมามองหน้าผม ซึ่งนั่งก้มหน้าอยู่ข้าง ๆ แม่เอามือจับไหล่ผมเบา ๆ ตาจดจ้องเหมือนต้องการถามอะไรสักอย่าง

เสี่ยงฮักน้องอยู่บ่ลูก

ครับแม่

ผมตอบรับอย่างเต็มอก ผมรักแป้ง ไม่รู้ว่ารักตอนไหน อาจจะตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม หรือเพิ่งจะรักเมื่อเห็นหน้ากันไม่กี่วันก็ได้ แต่ผมยอมรับจากใจว่ารักแป้งหมดหัวใจ ไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน

ดีแล้วลูก คั่นลูกฮักน้อง ก็บ่มีปัญหาอีหยั่งดอก ก็เฟ้าเรียนหนังสือให้จบล่ะ

ครับแม่ ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเห็นพ่อกับแม่คิดหนักขนาดนี้ รู้สึกผิดที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

ผมยกมือไหว้พ่อกับแม่ทันที แม่ครับ พ่อครับ ผมขอโทษที่เกิดเรื่องแบบซี่ ผมบ่ได้ตั้งใจครับ

พ่อกับแม่กอดผมไว้แน่น เสี่ยงอย่าคึดหลายลูก คงบ่เป็นอีหยั่งดอก เดี๋ยวพ่อกับแม่และเสี่ยงไปบ้านน้องนำกันเด้อ

"ครับ"

ระหว่างที่นั่งคุยกันอยู่นั้น เจ้าหน้าเดินออกมาด้านหน้าประตู แป้งยังคงนั่งอยู่ด้านใน ขาข้างหนึ่งพันด้วยผ้าสีน้ำตาล ผมเห็นเธอพยายามลงจากเตียง จึงเดินไปช่วยอีกแรง

แป้งบ่เป็นอีหยั่งดอก อ้ายบ่ต้องอุ้มแป้งแล้ว

อ้ายบ่อุ้มก็ได้ แต่ให้อ้ายพยุงแป้งเด้อ แป้งยอมให้ผมช่วยพยุงแต่โดยดี เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ว่านอนสอนง่าย ไม่ได้ดุด่าเหมือนแต่ก่อน และดูอ่อนโยนกว่าที่ผมคิด

จากนั้นผมก็พยุงเธอมานั่งที่รถ และก็ขับรถมาส่งเธอพร้อมพ่อกับแม่ของผมที่บ้าน ทันทีที่รถจอดหน้าบ้าน พ่อกับแม่ พี่สาว และอ้ายปอก็พากันเดินออกมาดู เมื่อเห็นภาพผมพยุงแป้งลงมาจากรถ อ้ายปอก็วิ่งมากระชากคอเสื้อผม สีหน้าไม่พอใจ

เสี่ยง โตคือมากอดน้องสาวอ้ายแบบซี่ พูดยังไม่ทันจบ ผมยังไม่ได้ตอบอะไร ก็ถูกอ้ายปอซัดตรงหน้าอย่างจัง จนร่างของผมล้มไปนอนกับพื้น

อ้ายปออย่าไปซกอ้ายเสี่ยง

แป้งร้องห้ามพี่ชาย ส่วนพ่อของผมก็เข้าไปห้ามอ้ายปอเอาไว้ โดยที่มีพ่อของแป้งดึงอ้ายปอไว้อีกคน ส่วนแม่ของผมก็วิ่งมาพยุงผม ทางด้านแม่และพี่สาวของแป้งก็วิ่งไปกอดแป้ง

มีเรื่องอีหยั่งกันล่ะนี่ คือแป้งเป็นแบบซี่

แป้งขาแพลงคะแม่ บ่เกี่ยวกับอ้ายเสี่ยง อ้ายเสี่ยงบ่ได้เฮ็ดอีหยั่งแป้ง ผมสบตาเธอ นึกขอบคุณที่เธอปกป้องผมบ้าง

อ้ายปอยังมองผมตาขวางตลอด เพราะยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด ใจก็คงยังโกรธผมอยู่ไม่น้อย แต่ก็ระงับอารมณ์ไว้บ้าง พ่อกับแม่แป้งเชิญครอบครัวของผมขึ้นมาบนเรือน บรรยากาศในบ้านตึงเครียดยิ่งนัก แป้งเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านในบ้านกับพี่สาว พอสักพักก็เดินกะโผลกะเผลมานั่งข้าง ๆ แม่

มีเรื่องอีหยั่งกันล่ะลูก แม่ให้ไปซื้อบักพิกบ่แมนบ่ คื้อมาเป็นแบบซี่ แม่ของแป้งหันถามหญิงสาว

ค่ะแม่ พอดีแป้งตกคลอง อ้ายเสี่ยงเลยลงไปซอย

ผมหันไปมองแป้ง รู้สึกเหมือนเธอกลายเป็นจำเลยที่ต้องสารภาพทุกอย่าง เลยตัดสินใจพูดขึ้นมา

ผมกอดแป้งครับ เห็นแป้งตกน้ำเลยเข้าไปซอย พอแป้งยางบ่ได้ ก็เลยอุ้มครับ ผมขอรับผิดชอบทุกอย่างครับ

ทุกคนตาโตเบิกกว้าง อ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยิน หันไปมองหน้าแป้ง และสลับมามองหน้าผมเป็นระยะ ๆ เมื่อเห็นสถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น แม่ของผมจึงตัดสินใจพูดบ้าง

ลูกสาวแม่ใหญ่ลำดวนเป็นสาวแล้ว คงจะเสียหายเพราะว่าถูกลูกชายข้าเจ้าอุ้ม ทางข้าเจ้าขอรับผิดชอบทุกอย่าง

รับผิดชอบจังได๋ล่ะแม่สาลี่ พ่อของแป้งถาม น้ำเสียงเข้ม สีหน้าเคร่งเครียด

อยากให้เฮ็ดจังได๋ล่ะ ทางผมยอมทุกอย่างครับ พ่อของผมพูดขึ้นบ้าง

ผมรู้สึกสงสารพ่อกับแม่จับใจ สงสารพ่อกับแม่ของแป้งด้วย นึกโกรธตัวเองที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น นึกเสียใจที่ทำให้ครอบครัวเป็นทุกข์ไปด้วย

ผมขอแต่งงานกับน้องครับ ผมตัดสินใจพูดคำนี้ออกมา แป้งมองผมอย่างไม่อยากเชื่อ

อ้ายเสี่ยง อ้ายบ่ต้องมาแต่งงานเพื่อรับผิดชอบแป้งดอก แป้งบ่ได้เสียหายอีหยั่ง แป้งพูดขึ้นทันที ทำให้ทุกคนหันไปมองเธอและผมสลับกันไปมาอีกครั้ง

เสี่ยงสิแต่งงานจังได๋ล่ะ เสี่ยงบ่ได้ฮักน้องนิ๊ คนที่จะแต่งงานกันได้ เขาก็ต้องฮักกันตั้วเนาะ พี่สาวแป้งพูดขึ้น เหมือนต้องการเตือนสติผม

ผมประนมมือไหว้พ่อกับแม่เสร็จแล้ว ก็หันไปไหว้พ่อกับแม่แป้งด้วย ซึ่งทุก ๆ คนรับไว้พร้อม ๆ กัน

ผมฮักแป้งครับ ฮักมาตลอด สายตาผมสบตากับหญิงสาว เห็นเธออึ้ง แก้มแดง มองหน้าผมอย่างไม่อยากเชื่อ แป้งฮักอ้ายแหน่อยู่บ่ ผมหันไปถามเธอ

แป้งทำตากระพริบ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี แป้ง..................

ฮักอ้ายอยู่บ่ลูก แม่ของเธอถาม เอามือลูบผมหญิงสาวเบา ๆ เหมือนคอยให้กำลังใจ

เธอหันไปมองอ้ายปอซึ่งพยักหน้าให้ หันไปทางพ่อก็พยักหน้าให้เช่นเดียวกัน

คั่น พ่อกับแม่ อ้ายปอและเอื้อยปลา ฮักอ้ายเสี่ยง แป้งก็ฮักค่ะ

ผมใจชื่นขึ้นมาบ้าง แต่แป้งยังตอบไม่ตรงกับคำถามที่ผมต้องการรู้ เพราะดูเหมือนแป้งจะรักผมโดยมีข้อแม้อยู่บ้าง

แป้งฮักอ้ายเสี่ยงอยู่บ่ ตอบตรง ๆ เอาแบบความฮู้สึกจากใจเด้อลูกหล้า บ่ต้องเอาอ้ายกับพ่อแม่ไปอ้าง อ้ายปอถามน้องสาว สายตาดูมีอำนาจยิ่งนัก เหมือนต้องการเค้นเอาคำตอบจากปากของแป้งให้ได้

แป้งหันมามองผมนิดหนึ่ง และมองทุก ๆ คน แก้มแดงเรื่อ ผมรู้ว่าเธอรู้สึกอายที่จะต้องสารภาพความจริงต่อหน้าทุกคน ผมเชื่อว่าแป้งเองก็รู้สึกไม่ต่างกับผม เราสองคนอาจจะรักกันตั้งนานแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง

แป้ง ก็ฮักอ้ายเสี่ยงค่ะ

แป้งฮักอ้ายตอนได๋ล่ะ ผมถามขึ้นทันที เพราะอยากรู้ความจริงจากใจเธอ หัวใจพองโตยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้

บ่ฮู้คื้อกัน คงจะฮักพร้อม ๆ กับอ้าย

ฮู้อยู่บ่แป้ง อ้ายฮักแป้งตั้งแต่เรียนนำกันแล้ว บ่เห็นหน้าหลายปีคึดฮ้อดหลาย ๆ

เธอยิ้มรับ ก้มหน้าเอียงอาย ไม่ได้พูดอะไร แถมซุกแก้มกับต้นแขนของแม่ด้วย เหมือนอยากจะหลบหน้าทุก ๆ คน เพราะเขินอายกับสิ่งที่ได้พูดออกไป บรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย ทุกคนมีรอยยิ้มให้กัน และก็ยังไม่มีใครพูดอะไร

บัดซั่นแป้งแต่งงานนำอ้ายเนาะ ผมไม่รอช้าหันไปถามเธอ แถมเผลอไปจับมือหญิงสาวอีกต่างหาก ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจ้องหน้ากันเหมือนจะเอาเรื่อง ผมค่อย ๆ ปล่อยมือแป้งอย่างเสียดาย เพราะกลัวจะโดนอ้ายปกชกหน้าอีกรอบ

แต่งก็แต่งค่ะ แต่อ้ายต้องขอพ่อกับแม่เองเด้อ

ครับ ผมหันไปมองพ่อและแม่ของแป้ง ยกมือไหว้อีกครั้ง

แม่ครับ พ่อครับ ผมขอแต่งงานกับน้องแป้งเด้อครับ

พ่อกับแม่ของแป้งยิ้มอ่อนโยน ใบหน้าใจดี ทุกคนพยักหน้าอนุญาตให้ผมได้แต่งงานกับแป้ง

อันลูกชายของกระผมก็ยังเรียนบ่ทันจบ แม่ลำดวนกับพ่อดวง สิว่าอีหยั่งอยู่บ่ คั่นกระผมขอหมั้นหนูแป้งไว้ก่อน ไว้ให้ลูกชายเรียนจบค่อยแต่งงานกันพ่อของผมถามฝ่ายพ่อแม่ของแป้งอีกครั้ง

สิไปว่าอีหยั่งล่ะ ให้ลูกเสี่ยงเรียนจบก่อน ทาได้อยู่บ่แป้ง

ได้ค่ะพ่อ แป้งสิทาอ้าย ตอนนี้แป้งก็อยากเฮ็ดงานเก็บเงินซื้อรถไถให้พ่อกับแม่นำค่ะ

ที่แท้แป้งไม่อยากแต่งงานกับผมตอนนี้ เพราะว่าเธอใฝ่ฝันอยากเก็บเงินซื้อรถไถให้พ่อนี่เอง สำหรับผมแล้ว แค่ได้หมั้นกันเอาไว้ แค่นี้ผมก็สุขใจเหลือเกินแล้ว อย่างน้อย ๆ หนุ่มทุกคนในหมู่บ้านจะได้รู้ว่า แป้งเป็นคู่หมั้นของผม จะได้ไม่มีหนุ่มคนไหนกล้ามาจีบ

 คั่นแบบซั่นต้าเฮ้าก็ตกลงตามนี้เนาะ บัดซั่นมื่ออื่นวันดีอยู่ดอก คั่นสิจัดพิธีหมั้นมื่ออื่นสิว่าจังได๋ล่ะพ่อดวงกับแม่ลำดวน แม่ผมปรึกษาหารือวันหมั้น

มื่ออื่นก็ดี เพราะว่าอีกสองมื่อลูกแป้งก็จะกลับไปทำงานอยู่เมืองกรุง สิได้บ่ต้องลางาน

ผมยิ้มหวาน ส่งสายตาไปให้แป้งตลอด เธอไม่กล้าสบตาผม ก้มหน้าก้มตาตลอด มือเรียวสวยเกาะแขนแม่เอาไว้

บัดซั่นก็ตกลงตามนี้เด้อ มื่ออื่นข้าเจ้าจะพาญาติพี่น้องมาตอนเซ้า ๆ

แม่สาลี่ ขอบคุณหลายเด้อ ที่บ่รังเกียจลูกแป้ง แม่ของแป้งหันมาบอกแม่ผมอย่างเกรงใจ

รังเกียจอีหยั่งล่ะ ข้าเจ้าก็เห็นหนูแป้งตั้งแต่โตน้อย ๆ หักคื้อลูกคื้อหลานมาดนแล้ว คั่นได้เป็นดองกันมันก็ดีตั้วหน้อ แม่ผมยิ้มรับ หันไปมองว่าที่ลูกสะใภ้

สิ่งที่ได้ยินพ่อกับแม่สนทนากับครอบครัวของแป้งนั้น ทำให้ผมดีใจเป็นอย่างมาก  อยากจะกอดแป้งเป็นที่สุด แต่ก็กอดไม่ได้ ผมจึงทำได้แต่กอดแม่แทน ผมดีใจที่แป้งกำลังจะเป็นคู่หมั้นของผม ไม่คิดว่าผู้หญิงที่เคยเตะตีกัดกับผมอยู่บ่อย ๆ จะกลายเป็นผู้หญิงที่ผมรักมากขนาดนี้ รอยยิ้มของแป้งทำให้ผมเก็บไปฝันเป็นพลังใจให้ตัวเองตลอด ผมจะรอให้ถึงวันที่ผมกับแป้งแต่งงานกัน ได้แต่หวังว่าทุกอย่างคงจะผ่านไปด้วยดี

By ์Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:26:25


Opinion No. 3 (147187)

  มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 4

 

คืนนั้นผมขับรถกลับมาบ้าน ยิ้มไม่หุบตลอดทาง ใจก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ผมเก็บภาพเรื่องราวระหว่างผมกับแป้งมานอนคิดทั้งคืน ส่วนพ่อกับแม่นั้นก็ขับรถไปบอกลุงป้าน้าอาให้ไปร่วมงานสู่ขอแป้งในวันพรุ่งนี้เช้าด้วย ซึ่งญาติพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงต่างก็ตกอกตกใจกับเรื่องระหว่างผมกับแป้งเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วหัวใจของผมรักใครกันแน่

ญาติหลาย ๆ คนล้วนแต่คิดว่าผมรักน้องรำพึง ลูกสาวกำนันที่ไปร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยกัน เพราะเห็นผมกับรำพึงสนิทกันมาก แต่หามีใครรู้ไหมว่า รำพึงเป็นเพียงเพื่อนสนิทเท่านั้น แท้จริงเลยผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลย

เมื่อพ่อกับแม่กลับมาจากธุระข้างนอก ก็พากันมานั่งเคี้ยวหมากที่เฉลียงหน้าบ้าน ผมเข้าไปนั่งข้าง ๆ แม่ ช่วยตัดหมากให้แม่ได้กิน

แม่เหมื่อยอยู่บ่ครับ

เหมื่อยอยู่ดอก แต่แม่บ่เป็นหยั่งดอกลูก แม่บอก ถอนหายใจยาว

พ่อล่ะครับ ผมหันไปทางพ่อบ้าง ซึ่งพ่อยังคงนั่งสูบยาเส้นอยู่ข้าง ๆ

พ่อบ่เป็นหยั่งดอกลูก ว่าแต่เสี่ยง ต้องตั้งใจเรียนให้จบไว ๆ เด้อล่ะ สิได้มาซอยพ่อกับแม่เฮ็ดงาน บ่ฮู้ว่าพ่อแม่หนูแป้งเขาสิตกสินสอดแพงปั่นได๋

พ่อครับ แม่ครับ ให้ผมออกจากมหาวิทยาลัยมาซอยพ่อกับแม่เฮ็ดงานเก็บเงินดีอยู่บ่

บ่ได้ลูก สิออกจากวิทยาลัยบ่ได้ พ่อบ่ยอม คั่นโตออกจากวิทยาลัย พ่อบ่ไปขอหนูแป้งให้ดอกเด้อ พ่อสั่งห้ามเด็ดขาด น้ำเสียงหนักแน่น ทำให้ผมนิ่งเงียบ

ผมแค่อยากซอยพ่อกับแม่  

คั่นอยากซอยก็เฝ้าเรียนให้จบตั้ว สิได้มาซอยกันเฮ็ดงาน

สิ่งที่ผมได้พูดออกไปนั้น ผมรู้สึกสงสารพ่อกับแม่จับใจ ที่ต้องมารับภาระกับเรื่องราวของผมไปด้วย ผมเคยใฝ่ฝันมาตลอดว่า ถ้าจะแต่งงานกับผู้หญิงสักคน ผมจะหางานทำและเก็บเงินไปขอผู้หญิงที่ผมรักด้วยตัวเอง แต่ความฝันของผมก็ต้องสลาย เพราะว่ามาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเสียก่อน ทำให้ผมต้องยอมรับและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด

คืนนี้ผมกลับเข้านอนด้วยความสุขใจและกลัดกลุ้มใจปะปนกันด้วย นึกถึงใบหน้าพ่อแม่ นึกถึงใบหน้าของแป้ง ใจผมสับสนวุ่นวายไปหมด ผมยอมรับว่ารักและไม่อยากเสียแป้งไป แต่ก็สงสารพ่อแม่ที่ต้องทำงานหนักอีกรอบ ลำพังทำงานหนักส่งเงินให้ผมได้เรียนวิทยาลัย มันก็มากพอแล้ว แต่นี่พ่อกับแม่ต้องทำงานเก็บเงินให้ผมได้แต่งงานกับแป้งอีกด้วย

ผมนอนไม่หลับ ลุกขึ้นมานอนดูทีวีไปพลาง ๆ พอสักพักแม่ก็เข้ามานั่งข้าง ๆ

นอนบ่หลับบ่ลูก แม่ถามด้วยความเป็นห่วง

นอนบ่หลับครับแม่

เป็นหยั่งล่ะ ไปนอนซะ มื่ออื่นสิได้หน้าตาสดชื่น

แม่ครับ คั่นแม่กับพ่อไปขอน้องแป้ง พ่อกับแม่ขอไว้สักสองปีได้อยู่บ่ครับ

คื้อขอไว้ดนแท้ลูก เป็นอีหยั่งล่ะ

ผมอยากเรียนหนังสือให้จบก่อน อยากบวชให้พ่อกับแม่นำ จากนั้นก็มาซอยเฮ็ดงานเก็บเงินไปแต่งงานกับแป้งเอง พ่อกับแม่บ่ต้องลำบาก ต้าเฮ้าบ่ต้องเป็นหนี้ผู้ได๋นำ

เอาแบบซั่นบ่ลูก น้องสิทาได้อยู่บ่

คั่นน้องแป้งฮักผมอีหลี ก็ต้องทาได้ครับ ผมยืนยัน

บัดซั่นก็ได้ แต่แม่ว่า ลูกชายแม่ไปนอนซะ ตื่นยามเซ้าสิได้หน้าตาสดชื่น

ครับ แม่เองก็อย่านอนดึกเด้อครับ

จ้า บ่ห่วงดอก แม่กับพ่อสิเฟ้านอนแต่หัวค่ำอยู่

 

เสียงไก่ขันบอกเวลาในช่วงเช้ารุ่ง ผมได้ยินเสียงพ่อกับแม่ตื่นแต่เช้ากุลีกุจอกับหลายอย่าง ผมรีบลุกขึ้นและก็ออกไปช่วยงานพ่อกับแม่อย่างเร็ว ในวันนี้ญาติพี่น้องมาช่วยงานแต่เช้า บางคนก็นั่งห่อหมากห่อพลูอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน ส่วนป้าบางคนก็ช่วยแม่ทำกับข้าว ทางด้านพ่อนั้นก็วิ่งเต้นไปหากำนัน เพื่อที่จะขอให้ไปเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในการสู่ขอครั้งนี้ น้าสาวและเพื่อนฝูงต่างก็มาช่วยงานคนละไม้คนละมือ เมื่อช่วยงานเสร็จแล้ว แม่ก็สั่งให้ผมลงไปอาบน้ำที่ริมน้ำห้วย ขณะที่อาบน้ำอยู่เพื่อนสนิทเดินมายืนที่ริมห้วย

เฮ็ดจังได๋ล่ะเสี่ยง สาวแป้งจึงตอบตกลงรับหมั้นกับโต บักทิดเพื่อนสนิทถามขึ้น น้ำเสียงดูสงสัยอยู่มาก

บ่ได้เฮ็ดจังได๋ ก็คนมันฮักกันเนาะ

ฮักตอนได๋ล่ะ อย่าบอกเด้อว่าโตฮักสาวแป้งตั้งแต่เรียนหนังสืออยู่นำกัน

แล้วแต่โตสิคึด ผมตอบ และก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไปด้วย

ก็เฮ้าบ่เคยเห็นโตจีบสาวแป้งจักเทือ อยู่ ๆ ก็สิมาหมั้นกันแล้ว เฮ้าก็อดสงสัยเป็นธรรมดาตั้วเนาะบักทิดยังสงสัยไม่หยุด

แล้วสาวแป้งฮักโตอยู่บ่เสี่ยง บักถึกเพื่อนสนิทอีกคนถามแทรก

ก็ฮักตั้วเนาะ แป้งบอกว่าฮัก

อีหลีบ่ อย่ามาตั้วกันเด้อสู เฮ้าอยากฮู้ว่าสาวแป้งฮักโตอีหลีบ่ เห็นพี่สาวเฮ้าบอกว่า สาวแป้งเฮ็ดงานอยู่กรุงเทพ มีผู้บ่าวมาจีบเต็มไปหมด โตบ่ย่านอกหักบ่เสี่ยงบักถึกเพื่อนสนิทถามด้วยความเป็นห่วง

คนงามก็ต้องมีคนมาจีบเป็นธรรมาดตั้วเนาะ เฮ้าบ่ย่านดอก ผมยืนยันคำเดิม

คั่นโตมั่นใจขนาดนั้น เฮ้าก็บ่ว่าดอก สาวแป้งอาจจะมีผู้บ่าวมาจีบหลายคนก็จริง แต่สาวแป้งอาจจะฮักแค่โตผู้เดียวก็ได้ บักถึกยิ้มพริ้มพราย

เฮ้าเชื่อใจแป้ง เขาคงบ่ฮักอกเฮ้าดอก

แล้วสาวรำพึงล่ะ สาวรำพึงก็ฮักโตบ่แมนบ่ บักทิดหันมาถาม

เฮ้าบ่ฮู้ ฮู้แต่ว่าหัวใจของเฮ้าฮักแป้งผู้เดียว สาวรำพึงหมู่กันซื่อ ๆ ผมตอบหนักแน่น เพราะผมไม่เคยมีรำพึงอยู่ในหัวใจเลย

เอ้อ เฮ้าเซื่อแล้วว่ะ คั่นโตมั่นใจขนาดนั้น พวกเฮ้าก็ดีใจนำเด้อ บักทิดพูดทิ้งท้าย

ขบวนการไปสู่ขอแป้งได้จัดตั้งขึ้นที่หน้าบ้านของผม วันนี้ผมใส่เสื้อลายดอกไม้แขนสั้น กางเกงสแล็คขายาวสีกรมท่า และก็มีผ้าขาวม้าคาดเอวเอาไว้ ส่วนญาติพี่น้องเพื่อนฝูงก็แต่งตัวไม่ต่างกันมากนัก หนุ่มสาวที่เกณฑ์มาช่วยงานครั้งนี้ ต่างก็ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน โดยที่บักทิดเป็นคนตีกลองยาวประกอบจังหวะเพลง มีเหล้าขาวคอยแจกให้ดื่มคนละจอกสองจอกตลอดทาง ทางด้านพ่อกับผู้หลักผู้ใหญ่ก็เดินอยู่ตรงกลางของขบวน แต่ละคนดูยิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยไปต่าง ๆ นานา ถึงความรักของผมที่มีต่อแป้ง

ไปฮักกันตอนได๋ล่ะเสี่ยง ป้าเห็นโตกับหนูแป้งตีกันมาตลอดตั้งแต่โตน้อย ๆ คิดจังได๋ถึงมาฮักกัน คนที่สงสัยไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่แทบทั้งหมู่บ้านก็ว่าได้

ก็ฮักตั้งแต่ตีกันแหละมั้ง แม่ของผมตอบแทน

เขาบอกว่าคนซังกัน สุดท้ายก็ฮักกัน มันแมนอีหลีตั้วนี่ ป้าสำอางพูดขึ้น ยิ้มใจดี และก็หันมามองหน้าผม

บ่แมนไปแกล้งเขาบ่อย ๆ แล้วโตเองไปหลงฮักเขาบ่นี่ ลุงแม้นสามีป้าสำอางหันมาถามผม

ก็ประมาณนั่นแหละลุง สมัยเรียนคั่นบ่ได้แกล้งน้องแป้ง กินบ่ได้นอนบ่หลับอีหลี อยากแต่สิแกล้งน้องแป้งให้ได้ ผมตอบพลางยิ้มไปด้วย

ตอนนั้นโตคงสิบ่ฮู้ใจตัวเอง แท้จริงแล้วโตฮักสาวแป้งมาดนแล้ว เลยหมักหยอกหมักแกล้งสาวแป้งอยู่ตลอด ป้าสมศรีพูดแทรกขึ้นมาบ้าง

ผมยอมรับว่าเขินอายทุกครั้งที่ถูกแซว คนในหมู่บ้านมีใครบ้างที่ไม่รู้วีรกรรมความดื้อซนของผมและสาวแป้ง ทุกคนรู้ดีว่าผมกับสาวแป้งมักจะตีกันบ่อย จัดว่าเป็นคู่อริประจำหมู่บ้านก็ว่าได้ ทุกคนต่างก็สงสัยใคร่อยากรู้ไปหมดว่าผมไปรักสาวแป้งตอนไหน ผมเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน อาจจะตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ หรือไม่ก็ตั้งแต่สมัยเธอร้องเพลง รักข้ามคลอง บนต้นผีพ่วนก็เป็นได้

เมื่อขบวนแห่มาถึงหน้าบ้านของสาวแป้ง ก็มีญาติผู้หลักผู้ใหญ่มายืนต้อนรับอยู่ด้านหน้า อ้ายปอมาช่วยต้อนรับอีกแรง โดยการหาเหล้าหาน้ำให้หนุ่มสาวได้กินกัน ส่วนเอื้อยปลาก็ออกมาต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ให้ขึ้นไปบนเรือน

สักพักอ้ายปอเดินมาหาผม โตอย่าเฮ็ดให้แป้งเสียใจเด้อเสี่ยง บ่จังซั่นโตกับอ้ายเห็นดีกันแน่

ไม่รู้ว่าเป็นคำขู่หรือคำสั่งกันแน่ ผมรู้แต่ว่าผมไม่เคยคิดที่จะทำให้แป้งเสียใจเลย หัวใจของผมอยากจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด

บ่ต้องห่วงครับอ้ายปอ ผมสิฮักและดูแลแป้งให้ดีที่สุด ผมรับปากหนักแน่น ส่งยิ้มอย่างเป็นกันเองให้อ้ายปอ

อ้ายปอตบไหล่ผมเบา ๆ อย่างคุ้นเคย ดี.... อ้ายสิเชื่อโต พากันขึ้นไปบนเฮื้อนซะ พิธีสิเริ่มแล่ว

ผมขึ้นมาบนเรือนที่เฉลียงกว้างใหญ่ ญาติพี่น้องต่างก็นั่งเคี้ยวหมากพูดคุยกัน ใจของผมเต้นแรงผิดปกติ เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ไม่ได้เห็นแป้ง ใจของผมมันโหยหาเธอแค่ไหน อยากเห็นหน้า อยากสบตาเธอสักครั้ง ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำให้คนงามของผมเป็นเช่นใดบ้าง

ไปพาน้องออกมาซะ ผู้หลักผู้ใหญ่เขาทาอยู่ แม่ของแป้งหันมาบอกเอื้อยปลาซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ

จ้ะแม่ เอื้อยปลาลุกขึ้น เดินเข้าไปที่ห้องนอนด้านใน

พอสักพักประตูห้องเปิดออกมา ผมยิ้มค้าง ใจเต้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สาวดาวและสาวติ๋มเพื่อนสนิทของแป้งเดินเคียงข้างกันมา วันนี้แป้งของผมเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ ผมที่ม้วยไปทางด้านหลังกับดอกไม้สดที่ปักไว้พู่หนึ่ง ทำให้เธอสวยเหมือนสาวชาวบ้านนา

ผ้าซิ่นไหมที่ใส่ในวันนี้ ช่างเข้ากับผิวพรรณของเธอยิ่งนัก เสื้อลายลูกไม้สีชมพูอ่อน ๆ แขนจีบสั้น ๆ ทำให้เห็นต้นแขนขาวผ่อง ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสทำให้แขกเรื่อที่มาในงาน ต่างก็หันไปมองเป็นแถว แป้งในวันนี้ไม่ใช่สาวน้อยแสนซนที่หลาย ๆ คนเคยเห็นกัน แต่แป้งของผมโตเป็นสาวเต็มตัวที่สวยโดดเด่นไม่น้อยไปกว่าใคร ๆ ในหมู่บ้าน

ตั้งแต่โตเป็นสาว ป้ายังบ่เคยเห็นสาวแป้งเลย คื้อมางามคั่กแท้หนอ ป้าสมศรีตาโต ปากก็พร่ำชมถึงความงามของสาวแป้ง

งามบ่งาม พอบักเสี่ยงมาเห็นปุ๊บ หัวใจของมันก็ฮักหมดใจเลยแหละ

เสี่ยงเอ้ย คนงาม ๆ เรียบร้อยแบบซี่ ไปหาอยู่ไซบ่ได้แล้วลูก จังได๋ก็ขอให้ฮักน้องหลาย ๆ เด้อ ป้าแย้มญาติห่าง ๆ บอกพลางหันมาแตะไหล่ผมเบา ๆ

ครับป้า ผมสิฮักน้องหลาย ๆ

เอื้อยปลาจูงมือแป้งมานั่งติด ๆ กับผม เรือนร่างของเธอหอมเหมือนดอกไม้ที่ปักอยู่บนเส้นผม แป้งหันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่งก่อนที่จะหลบตาเอียงอาย หันไปทางอื่น แต่ผมนี่สิมองเธอตาหยาดเยิ้ม อยากจะหอมแก้มเนียน ๆ ของเธอเหลือเกิน

สายตาที่จ้องไม่กระพริบทำให้แป้งหันมามองผมอีกรอบ เธอสบตาผมอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไม่ได้รู้สึกอายอย่างครั้งก่อน

แน้มอีหยั่งอ้ายเสี่ยง เธอถามเสียงดุ ทำให้ทุกคนอมยิ้มไปตาม ๆ กัน

ผมยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามเธอแต่อย่างใด ตายังคงจ้องมองและอมยิ้มอยู่ในใจ พอสักพักป้าคนที่นั่งด้านหลังก็มาสะกิดผม

อย่าไปแน้มหลาย สาวแป้งคงสิอยากอาย

ให้ตายสิ จะไม่ให้ผมมองว่าที่คู่หมั้นของผมได้อย่างไร ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้เลย แต่ก็ยอมทำตามคำบอกของผู้ใหญ่ แต่ก็ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ผมเห็นแป้งแก้มแดงเรื่อเป็นระยะ ๆ ซึ่งก็คงจะเขินอายผมจริง ๆ ส่วนทางด้านผู้ใหญ่นั้น ก็เจรจาตกลงสินสอดทองหมั้นทั้งหมด ขณะที่ทางด้านหนุ่ม ๆ สาว ๆ นั้นก็พูดคุยหยอกแซวกันสนุกสนาน

หมั้นกันไว้สองปี แต่งพฤษภาปีถัดไปโน้น คือแต่บ่มีปัญหาอีหยั่งเนาะ ผู้ใหญ่ฝ่ายผมถามผู้ใหญ่ฝ่ายแป้ง

บ่มีปัญหาอีหยั่งดอกครับ ทางกระผมยินดีครับ อยากให้ลูกสาวโตกว่านี้ อีกอย่างลูกแป้งก็ยังเด็กอยู่นำ

แป้งสิทาอ้ายเสี่ยงได้อยู่บ่ลูก กำนันซึ่งเป็นผู้ใหญ่ทางฝ่ายผมหันไปถามแป้ง

เธอหันไปมองผู้ใหญ่ทุกๆ คน และหันมามองตาผม นัยน์ตาแป๋วสดใสดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก

แป้งสิทาอ้ายค่ะ

เสี่ยงล่ะลูก โตได้สัญญาหมั้นหมายกับน้องเอาไว้แล้ว ก็ต้องรักษาสัญญาเด้อลูก มันบ่แมนแต่สัญญาหมั้นเท่านั้น แต่มันเป็นสัญญาหัวใจของลูกผู้ชายได๋

ผมหันไปมองผู้ใหญ่ฝ่ายแป้ง สบตาพ่อกับแม่ของแป้ง และก็สบตาอ้ายปอกับเอื้อยปลาซึ่งเป็นคนที่สำคัญไม่น้อย และหันมาสบตาแป้งอีกครั้ง

ผมสัญญาจะเก็บเงินมาแต่งงานกับน้องแป้งให้ได้ครับ และจะฮักน้องแป้งคนเดียว

แม่หยิบกำไลข้อแขนออกมาจากกระเป๋าสะพาย

นอกจากของหมั้นทุกอย่างแล้ว แม่ก็ขอยกกำไลข้อแขนอันนี้ให้เสี่ยงได้มอบให้หนูแป้งเด้อลูก เป็นสัญญารักระหว่างลูกสองคน แม่ยื่นกำไลข้อแขนทองวงนั้นให้ผม

ผมรับกำไลข้อมือมาช้า ๆ สบตากับแม่ ใจอยากจะขอบคุณแม่หลายอย่าง รู้ว่ากำไลข้อมือชิ้นนี้เป็นสมบัติที่พ่อเคยมอบให้แม่สมัยที่แต่งงานกันใหม่ ๆ

ขอบคุณครับแม่

บ่เป็นหยั่งลูก แม่ยกให้ลูก สิได้ใส่ให้น้อง เป็นสัญญารักระหว่างกัน

มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้จับมือแป้ง จับแบบที่เราสองคนเต็มใจ ด้วยความรักไม่ใช่ความเกลียดชังหรือโกรธเกลียดกันเหมือนเมื่อครั้งที่ยังเด็ก ๆ แป้งยื่นมือมาให้ผมใส่กำไลให้ โดยที่มีพี่สาวคอยช่วยจับมือแป้งให้ผมด้วย

ผมค่อย ๆ สวมกำไลให้แป้ง สองเราสบตากันตลอด เธอยิ้มเอียงอาย ผมดีใจที่มีวันนี้ ดีใจที่แป้งเป็นคู่หมั้นของผม กี่ปีแล้วที่ผมเฝ้ารอพบเจอเธอ อยากจะขอบคุณเจ้าพริกในสวนหลังบ้าน ที่เป็นต้นเหตุให้มีวันนี้ ให้ผมและแป้งได้รู้ความจริงจากใจ

พิธีหมั้นผ่านไปด้วยดี หลังจากนั้นครอบครัวของแป้งก็เชิญญาติผู้ใหญ่ทุกคนทางฝ่ายผมได้ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ผมได้นั่งทานอาหารกับแป้งอีกครั้ง รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เราสองคนไม่ได้พูดคุยกันมากนัก คงจะมีก็แต่เพื่อน ๆ และผู้หลักผู้ใหญ่เท่านั้นที่พูดหยอกพูดแซวอยู่ตลอด

                เมื่อเสร็จงานแล้ว ผู้ใหญ่ต่างก็พากันกลับบ้านไปก่อนแล้ว ผมเองก็ต้องกลับไปช่วยงานทางบ้านเช่นเดียวกัน เพราะพรุ่งนี้เช้าผมก็ต้องกลับไปเรียนหนังสือต่ออีก ซึ่งก็เหมือนกับแป้งที่ต้องกลับไปทำงานเช่นเดียวกัน คืนนี้หลังจากที่ทำงานเสร็จแล้ว แม่ก็เดินมาบอกผม

เสี่ยง ไปเก็บผักกับบักพิกที่สวนหลังบ้านไปให้สาวแป้งหน่อยติ้ลูก สาวแป้งสิกลับกรุงเทพมื่ออื่นบ่แมนบ่

ครับแม่ แป้งกลับกรุงเทพมื่ออื่น

บัดซั่นก็ไปเก็บผักเก็บบักพิกให้น้องแหน่ น้องสิได้เอาไปกินอยู่กรุงเทพ

ครับแม่

ผมเดินเข้าไปที่สวนหลังบ้าน ยืนเก็บพริกจนเต็มตะกร้า และก็เก็บผักในสวนมาด้วย ซึ่งก็มีผักกาดขาว และก็ผักหวานหลายกำไปฝากแป้งด้วย ผมหันไปมองคลองที่แป้งตกลงไปเมื่อคืนนี้ นึกถึงภาพทุกอย่างที่เกิดขึ้น พลางอมยิ้มไปด้วย นึกขอบคุณคลองที่ทำให้ผมได้ใกล้ชิดกับแป้งมากขึ้น ผมเดินข้ามคลองกลับมาบ้านด้วยใจที่เป็นสุข จากนั้นก็เอาพริกและผักมาล้างให้สะอาดก่อนที่จะเอาไปใส่ในตะกร้ารถมอเตอร์ไซต์ด้านหน้า

แม่ครับ เดี๋ยวผมสิเอาบักพิกกับผักไปฝากแป้งเด้อครับ

จ้ะลูก เฟ้าไปเฟ้ามาเด้อ อย่าอยู่ดึก น้องสิได้นอนพักผ่อน มื่ออื่นสิได้มีแฮงนั่งรถกลับกรุงเทพ

ครับแม่ ผมตอบรับก่อนที่จะขับรถมาที่บ้านแป้ง

                เมื่อขับรถมาถึงหน้าบ้าน ก็เห็นแป้งยืนพัดข้าวช่วยแม่อยู่ที่ใต้ถุนบ้าน ส่วนเอื้อยปลานั้นก็นั่งรีดผ้าอยู่บนเรือน ทางด้านอ้ายปอนั้นก็ซ้อมมวยอยู่กับเพื่อน ๆ หลังบ้าน ผมถือถุงผักมายืนอยู่ตรงข้าง ๆ แป้ง ซึ่งในตอนแรกแป้งทำทีไม่เห็น แต่สักพักก็ถูกแม่สะกิด

                “อ้ายมาหา คื้อบ่เว้านำอ้ายล่ะลูก เชิญอ้ายมานั่งในเฮื้อนแหน่ แม่สั่งแป้ง

                สิมาเฮ็ดหยั่งล่ะคะแม่ เมื่อเช้าก็มาแล้ว มาเฮ็ดหยั่งกระเดาะกระเดี๊ยะ

                “อ้ายคงมีธุระนำแป้งมั้ง แม่บอกแป้ง และก็หันมายิ้มให้ผม

                จังได๋ก็คุยกับน้องเด้อลูก เดี๋ยวแม่สิขึ้นเฮื้อนก่อน เหมือนรู้หน้าที่ แม่ปล่อยให้ผมอยู่กับแป้งสองต่อสอง

                ครับแม่ ผมยิ้มตอบรับทันที

                แป้งหันมามองผม เธอทำทีไม่สนใจ มือยังเก็บข้าวเปลือกในกระด้งอยู่

                อ้ายเสี่ยงมาเฮ็ดอีหยั่งกระเดาะกระเดี๊ยะ เธอถาม ตาไม่มองผม

                ผมหน้าจ๋อยเมื่อได้ยินแป้งพูดแบบนั้น เดินมายืนอยู่ใกล้  ใจก็อยากจะบอกเธอเหลือเกิน ว่าผมคิดถึงเธอมากแค่ไหน

                ใจสั่งมาครับน้ำเสียงเรียบง่าย ใบหน้ายิ้มตลอด

เว้าไปพู้น ปากหวานแทหน้อ มาเว้าคื้อเพลงเสก โลโซเล้ย แป้งมองค้อน ปากก็บ่นไปเรื่อยเปื่อย

ใจอ้ายมันสั่งมาอีหลีตั้ว มันสั่งให้อ้ายมาหาแป้ง มันจะเป็นเพลงผู้ได๋ก็บ่สำคัญดอก มันสำคัญอยู่ที่ว่าหัวใจอ้ายอยากมาหาแป้ง

แป้งยิ้ม เธอไม่ตอบ แต่เดินนำมานั่งที่แคร่ใต้ต้นมะยม

อ้ายมีอีหยั่งล่ะ ถึงได้มาหาแป้ง

อ้ายเอาบักพิกมาฝาก มีผักนำเด้อ ผมยื่นถุงใบใหญ่ให้เธอ

เอามาให้เฮ็ดหยั่งล่ะ

ก็เมื่อวานเห็นแป้งบอกว่าสิเอาบักพิกไปกินอยู่กรุงเทพบ่แมนบ่ ก็เลยเก็บมาฝาก

เดี๋ยวแป้งสิขึ้นไปเอาเงินบนเฮื้อนมาให้อ้าย เธอทำท่าจะลุกขึ้น แต่ผมไปคว้าข้อมือไว้ก่อน

แป้ง! เงินบ่สำคัญกับอ้ายดอก อ้ายอยากให้แป้งซือ ๆ

บ่ได้ดอกอ้าย ของซื้อของขาย แป้งสิเอาซือ ๆ บ่ได้ดอก ดูเป็นการเอาเปรียบอ้ายเกินไป

แป้งฮักอ้ายบ่แมนบ่

เธอไม่ตอบ สบตาผม ถ้าแป้งฮักอ้ายก็รับมันไว้ซะ กับอ้ายบ่ต้องคึดอีหยั่งหลาย

ขอบคุณอ้ายหลาย ๆ เธอรับถุงพริกมาวาง และก็นั่งลงที่แคร่ไม่ไกลกับผมมากนัก

ผมนั่งมองแป้งอยู่สักพัก เห็นเธอไม่พูดไม่จา ก็เลยชวนคุย

แป้งสิกลับกรุงเทพมื่ออื่นบ่แมนบ่

ค่ะ เธอตอบรับเบา ๆ ใบหน้าดูเศร้านิด ๆ

อ้ายก็สิกลับมหาวิทยาลัยมื่ออื่นคื้อกัน บ่ฮู้มื่อได๋สิได้พ้อดแป้งอีก

คงจะประมาณปีใหม่ บ่แน่อาจจะช่วงสงกรานต์ปีหน้า เธอตอบ

คื้อมาดนแท้ล่ะ ใจของอ้ายคงอดคึดฮ้อดแป้งบ่ได้

คั่นอ้ายฮัก ก็ต้องทาแป้งค่ะ แป้งลางานบ่อย ๆ บ่ได้ดอก

อ้ายสิทาแป้ง ประมาณพฤษภาคมปีหน้าอ้ายก็สิเรียนจบแล้ว แป้งสิมางานรับปริญญาของอ้ายอยู่บ่

งานรับปริญญาอ้ายอยู่ใสคะ แป้งถาม เพราะคงจะไม่รู้จริง ๆ

อ้ายก็ยังบ่ฮู้เลย จักเขาฮับกันอยู่กรุงเทพหรือว่าฮับอยู่มหาวิทยาลัยที่อ้ายเรียนอยู่

จังได๋ก็บอก คั่นอ้ายอยากให้แป้งไปแสดงความยินดีนำ แป้งสิได้ลางานแต่ดน ๆ"

 “ครับ เดี๋ยวอ้ายสิเขียนจดหมายบอกเด้อ จังได๋ก็อย่าลืมไปให้ได้

ค่ะ

เย็นวันนั้นผมนั่งคุยกับแป้งหลายชั่วโมง เราสองคนแลกที่อยู่กันและกัน เพื่อที่จะได้เขียนจดหมายมาหากัน เพราะระยะทางระหว่างเราสองคนมันไกลเหลือเกิน ผมเองก็คงตั้งใจเรียนให้จบไว ๆ เพราะจะได้มาช่วยพ่อแม่ทำงานเก็บเงินไว้แต่งงานด้วย ส่วนแป้งก็มีภาระที่ต้องรับผิดชอบทางครอบครัว

 

เช้าวันถัดมา ผมมายืนส่งแป้งขึ้นรถประจำทางกลับกรุงเทพ ใจของผมรู้สึกหดหู่เป็นอย่างมาก เห็นแววตาของเธอแล้วสงสารจับใจ แป้งคงไม่อยากจะจากบ้านนาและพี่น้องทุกคนมาอยู่เมืองกรุง แต่เพราะภาระทำให้เธอต้องมาทำงานที่เมืองกรุง ผมมองเธอด้วยความอาลัยอาวรณ์ ไม่อยากร้างลาเธอเลย

อ้ายสิเขียนจดหมายไปหาแป้ง จังได๋ก็อย่าลืมตอบจดหมายอ้ายแหน่เด้อ ผมบอกเธอ ส่งยิ้มอย่างสุขใจปนเศร้า

ค่ะ แป้งสิทาจดหมายอ้าย เธอพยักหน้า แววตากลมสวยหม่นเศร้าไม่น้อยไปกว่าผม

ไปอยู่ทางโพ้นก็ดูแลโตเองให้ดีเด้อ อ้ายเป็นห่วง

อ้ายเสี่ยงคื้อกัน เบิ่งโตเองให้ดีหน่ำ อย่าเฮ็ดงานหนัก

หลังจากที่ร่ำลากันเสร็จ แป้งก็เดินไปกอดลาแม่และพี่สาว ซึ่งมาส่งที่สถานีรถประจำทางของอำเภอด้วย แป้งร่ำไห้กอดแม่และพี่สาว เพราะคงจะไม่อยากจากแม่กลับไปอยู่เมืองกรุง วันนี้แป้งนั่งรถกลับเมืองกรุงกับสาวดาวและสาวติ๋ม เพราะทั้งสองคนทำงานอยู่ที่เดียวกัน ซึ่งก็มีบักทิดกับบักถึกมาส่งสองสาวเช่นเดียวกับผม

มือเล็ก ๆ โบกร่ำลาบนรถประจำทาง นัยน์ตากลมสวยมีน้ำใส ๆ เอ่อเบ้า ผมสงสารเธอจับใจ อยากจะวิ่งไปกอดเธอเอาไว้ แต่ก็ทำไม่ได้ จึงจำใจยอมรับว่าทุกอย่างถูกกำหนดให้เป็นอย่างนี้ มีแต่เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักของผมและแป้งไปด้วย ในตอนนี้ผมหายใจเข้าออกก็มีแค่แป้งเท่านั้น เฝ้ารอวันให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ วันที่ผมและแป้งจะได้แต่งงานอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องพรากจากกันอีกต่อไป

เมื่อรถทัวร์วิ่งลับตาไปไกลแสนไกล ผมก็ร่ำลาแม่และพี่สาวของแป้งด้วย เพราะจะต้องนั่งรถกลับไปเรียนต่อ ตามเส้นทางที่ผมเลือก เวลาอีกสองปีข้างหน้าเหมือนจะไม่นาน แต่สำหรับการรอคอยของผมนั้น มันช่างนานเหลือเกิน แต่ถึงจะนานแค่ไหน แต่ผมก็ตั้งใจจะรอแป้งเสมอ

By ์Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-06 13:44:33


Opinion No. 4 (147188)

 มนต์รักข้ามคลอง  บทที่ 5

 

ป้ารำไพเป็นพี่สาวของแม่ผม ซึ่งแต่งงานกับสามีที่เป็นคนพื้นเพจังหวัดสุรินทร์มานานมากแล้ว สามีของป้ารำไพทำงานเป็นอาจารย์สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนหนังสืออยู่ ป้ารำไพและสามีมีลูกสาวเพียงคนเดียว ซึ่งอายุน้อยกว่าผมประมาณสี่ปี ป้ารำไพแต่งงานช้ากว่าแม่ของผม ทำให้มีลูกอายุน้อยกว่าผมหลายปี ตอนนี้ระวิวรรณลูกสาวคนเดียวของป้ารำไพเรียนกำลังอยู่มัธยมปลาย แต่อีกไม่นานก็คงจะเข้ามหาวิทยาลัย เวลาที่ผมไม่ได้กลับไปช่วยงานพ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัด ผมก็มีหน้าที่ช่วยติวหนังสือให้ลูกสาวของป้าด้วย

อ้ายเสี่ยงค่ะ โจทย์ข้อนี้วิไม่เข้าใจเลยค่ะ อ้ายเสี่ยงช่วยอธิบายให้วิหน่อยได้ไหมคะ

ระวิวรรณเติบโตในตัวเมืองสุรินทร์ จึงเป็นธรรมดาที่เธอมักจะพูดภาษาไทยมากกว่าภาษาอีสาน บางครั้งเธอก็พูดผสมผสานกันไปหมด จนทำให้ผมเองก็สับสนในภาษาไปด้วย

ผมวางปากกาละสายตาจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ หันมามองน้องสาว

เป็นอีหยั่งล่ะบ่เข้าใจ คื้อวิบ่ถามคุณครูล่ะ

วิบ่กล้าถาม กลัวเพื่อน ๆ หาว่าวิโง่ สาวน้อยแรกแย้มยิ้มอาย ๆ

คนถามบ่แมนคนโง่ตั้วน้อง เทือหลังคั่นบ่ฮู้อีหยั่งก็ถามคุณครูไปเลย สิได้บ่ต้องมาถามอ้าย

ค่ะ แต่วันนี้อ้ายเสี่ยงช่วยวิก่อนนะคะ พรุ่งนี้วิต้องส่งการบ้านแล้ว

ไซเอามาให้อ้ายเบิ่งติ้ เป็นอีหยั่งถึงบ่เข้าใจ

ทุก ๆ ครั้งที่ระวิวรรณมีปัญหาเรื่องโจทย์เลข ผมก็ต้องสวมบทบาทครูอยู่ตลอด

เข้าใจแล้วบ่

เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณอ้ายเสี่ยงมาก ๆ นะคะ

เออ บ่เป็นหยั่งดอก เวลาไปเรียนก็อย่าคาแต่แน้มผู้บ่าวหลาย เดี๋ยวสิเรียนบ่ฮู้เรื่อง และก็ถือโอกาสสั่งสอนน้องสาวไปด้วย

เมื่อถูกสอนสาวน้อยคนดีอย่างระวิวรรณก็ทำหน้ามุ่ยไม่พอใจ อ้ายเสี่ยงก็พูดไป วิไม่ได้ไปมองหนุ่ม ๆ ที่ไหนเลย

ขอให้มันจริงเถอะ อย่าเว้าแต่ปาก

ค่ะ

ช่วงที่ผมกับน้องนั่งทำงานกันอยู่นั้น จู่ ๆ รำพึงก็ขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้าน เมื่อใส่ขาตั้งรถเสร็จแล้ว เธอก็เดินกระฟัดกระเฟียดมาที่ม้าหินอ่อน ซึ่งผมและระวิวรรณนั่งอยู่ด้วยกัน พอเดินมาถึงม้าหินอ่อน สาวรำพึงก็โยนกระดาษที่กำยู่ยี่ลงบนโต๊ะทันที

หมายความว่าจังได๋อ้ายเสี่ยง หมายความว่าจังได๋คะ เธอร้องไห้แถมโวยวายอีกต่างหาก ทำให้ผมและระวิวรรณตกใจเป็นอย่างมาก

มีอีหยั่งล่ะรำพึง คื้อมาฮ้องไห้แบบซี่ล่ะน้อง

ยังมีหน้ามาถามอีกว่ามีอีหยั่ง อ้ายไปเฮ็ดอีหยั่งมา เธอตะคอกใส่ผม ทำเหมือนกะผมไปทำผิดกับเธอเอาไว้อย่างนั้นแหละ

อ้ายไปเฮ็ดอีหยั่งมาล่ะ มีอีหยั่งก็เว้ามาโลด บ่ต้องมาฮ้องไห้

คื้ออ้ายเฮ็ดแบบซี่ อ้ายบ่ฮู้บ่ว่ารำพึงฮู้สึกจังได๋

เฮ็ดอีหยั่งล่ะ อย่ามาฮ้องไห้ มีอีหยั่งก็เว้ากับอ้ายมาตรง ๆ

ก็อ้ายไปหมั้นกับนังแป้ง คื้ออ้ายบ่บอกรำพึงแหน่ อ้ายเฮ็ดแบบซี่ได้จังได๋

ผมส่ายหัว ไม่เข้าใจการกระทำของเธอ อ้ายไปหมั้นกับสาวแป้ง แล้วมันเกี่ยวอีหยั่งกับรำพึงล่ะ

เกี่ยวสิ ก็อ้ายคบอยู่กับรำพึงบ่แมนบ่

ผมแทบสำลักอากาศที่กำลังหายใจอยู่ หันไปมองรำพึงอีกครั้ง

คบอีหยั่งล่ะ คบเป็นหมู่นั่นแมนคั่ก ๆ แต่คั่นบอกว่าคบเป็นผู้ฮักกัน บ่แมนเด้อ อ้ายบ่เคยคิดอีหยั่งกับรำพึง นอกจากหมู่และน้องสาวทอนั่น

ทั้งหมดเหล่านี้คือความจริงที่ผมรู้สึกกับรำพึงมาตลอด เมื่อได้ยินความจริงจากปากของผม รำพึงก็ร้องไห้โฮ เธอส่ายหัวไม่ยอมรับความจริงที่ผมได้บอกไป และก็ยังคิดเข้าข้างตัวเองว่าผมต้องรักเธอ

รำพึงบ่เชื่อ คั่นอ้ายบ่ฮักรำพึง อ้ายสิมาคบกับรำพึงเฮ็ดอีหยั่ง

อ้าวรำพึง! ก้อรำพึงกับอ้ายเป็นคนบ้านเดียวกัน สิบ่ให้คบเป็นหมู่กันบ่ บัดซั่นอ้ายก็เป็นผู้บ่าวกับผู้สาวหลายคนแล้วตั้ว คั่นพวกผู้สาวพากันคึดคื้อรำพึง

อ้ายเสี่ยงบ่ต้องมาเว้า...อ้ายก็ฮู้ว่ารำพึงรู้สึกจังได๋กับอ้าย

เพราะอ้ายฮู้ อ้ายถึงอยากบอกความจริงกับรำพึงเอาไว้

รำพึงเอามือทุบโต๊ะอย่างแรง จ้องหน้าผม น้ำตาอาบแก้ม รำพึงจะบ่ยอมให้อ้ายแต่งงานกับนังแป้งเด็ดขาด รำพึงจะทำทุกอย่าง อ้ายบ่เชื่อก็ทาเบิ่งเด้อ

เมื่อข่มขู่ผมเสร็จแล้ว สาวรำพึงก็วิ่งไปสต้าทเครื่องยนต์ ผมยืนงงมองหน้าระวิวรรณสลับไปมา ผมและระวิวรรณส่ายหัวกับการกระทำของรำพึง เพราะไม่รู้ว่าอะไรทำให้รำพึงเป็นได้ถึงขนาดนี้ นี่แสดงว่าตั้งแต่เรียนหนังสือด้วยกันมาเมื่อครั้งยังเด็ก ๆ จนโตเป็นหนุ่มเป็นสาว รำพึงแอบมีใจให้ผมมาตลอดนะสิ ถึงว่าสาวรำพึงจึงดีกับผมเหลือเกิน จนผมแทบจะไม่อยากเกรงใจเลย ไอ้ผมเองก็ไม่ได้คิดอะไรกับรำพึงเลย มีแต่ความรู้สึกแบบเพื่อนแบบน้องเท่านั้นที่มีให้เธอมาตลอด ต่างกับแป้งที่ผมรู้สึกรักแบบไม่ใช่เพื่อนมาเนิ่นนาน

ผมเห็นสาวรำพึงสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่นาน ก็ไม่ติดสักที จึงเดินเลียบไปยืนข้าง ๆ

ให้อ้ายซอยสต้าทเครื่องให้อยู่บ่ เพราะความสงสารถึงอาสา

บ่ต้อง! รำพึงบ่ต้องการให้อ้ายมาซอย

ตามใจ ผมเดินกลับมานั่งที่ม้าหินอ่อนเหมือนเดิม

พอไม่นานรำพึงก็หันมาทางระวิวรรณ น้องวิ เอื้อยฝากมอเตอร์ไซต์ไว้ก่อนเด้อ เดี๋ยวมื่ออื่นสิมาเอา

จากนั้นสาวรำพึงก็เดินไปยืนโบกรถวินมอเตอร์ไซต์รับจ้างที่หน้าบ้าน ระวิวรรณได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ สีหน้ายังงงกับการกระทำของหญิงสาวอยู่มาก ผมเองก็เช่นเดียวกัน ตอนแรกก็นึกว่าผีเข้าสิงรำพึงเสียอีก แต่พอคุยกันได้สักพัก จึงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

เป็นยังไงบ้างอ้ายเสี่ยง

บ่เป็นอีหยั่ง อ้ายก็อยู่ซือๆ

ก็สาวรำพึงเขางอนอ้าย ทำไมอ้ายไม่ไปง้อเขาล่ะคะ

อ้ายสิไปง้อเฮ็ดอีหยั่ง บ่แมนผู้สาวอ้าย

แล้วตกลงอ้ายเสี่ยงหมั้นกับสาวแป้งจริง ๆ เหรอคะ

ผมยิ้ม เวลาได้ยินชื่อแป้งทีไร รู้สึกมีกำลังใจที่สุด ครับ อ้ายหมั้นไว้แล้ว

ใครมงใครหมั้นกันเหรอจ๊ะ ป้ารำไพกลับมาจากตลาดพอดี เดินมานั่งที่ม้าหินอ่อนข้าง ๆ ผม

ก็อ้ายเสี่ยงนะคะคุณแม่ อ้ายเสี่ยงหมั้นสาวไว้แล้วค่ะระวิวรรณกอดประจบแม่ บอกเล่าเรื่องราวของผมไปด้วย

ป้ารำไพจ้องหน้าผมเหมือนจะเอาเรื่อง เพราะเรื่องหมั้นของผมป้ารำไพไม่เคยรู้

โตไปหมั้นผู้สาวอยู่ไซล่ะเสี่ยง คื้อบ่ป้าแหน่

ผมก็หวาสิบอกป้าอยู่ แต่เห็นป้ายุ่ง ๆ ก็เลยบ่ได้บอก

บ่ได้...บ่ได้เสี่ยง...โตเป็นหลานฮักของป้า มีอีหยั่งโตก็ต้องบอกป้าให้ฮู้นำ

ครับ ผมหมั้นผู้สาวแถวบ้านผมครับ เรียนรุ่นเดียวกัน ตอนนี้ผู้สาวของผมเฮ็ดงานอยู่กรุงเทพครับ

แล้วแม่หญิงคนนั้นเรียนหนังสือจบทอได๋ เฮ็ดงานอีหยั่งล่ะ

แป้งเรียนจบ ม. ปลาย ทำงานสาวโรงงานอยู่ครับ

กรี๊ด ๆ เสี่ยงไปหมั้นผู้สาวแบบซั่นได้จังได๋ เสี่ยงก็เรียนสูง น่าจะหาผู้หญิงที่มีการศึกษาคื้อกัน คื้อมาใฝ่ต่ำแท้ ป้าบ่มั่กเด้อ

ป้าครับ ผมบ่ได้สนใจเรื่องการศึกษาเด้อครับ ผมฮักแป้งมาดนแล้ว คั่นบ่ได้สาวแป้งมาเป็นคู่ครอง ผมก็ฮักผู้ได๋บ่ได้ดอกครับ

ป้ามองค้อนผมนิดหนึ่ง ส่ายหัวไม่เห็นด้วยกับความคิดของผม

ควมฮักมันกินบ่ได้ดอกเสี่ยง แต่ควมอยู่รอดนี่สิมันสำคัญ บ่ได้แล้วเสี่ยง ป้าสิโทรไปหาแม่โต เป็นอีหยั่งกัน คือยอมให้โตหมั้นกับผู้สาวง่าย ๆ บ่แมนผู้หญิงเขาสิจับโตบ่

บ่ครับ สาวแป้งบ่ได้จับผม ตัวผมนี่แหละจับเขา

ว้าย! ไปจับลูกเขาจังได๋ล่ะบักหลานฮัก

บ่ได้จับอย่างเดียวตั้ว ผมกอดนำผมตอบพลางยิ้มอย่างสุขใจ

คื้อมาซัวแบบซี่ล่ะหลานป้า ไปกอดลูกเขาได้จังได๋

ก็กอดไปแล้ว มันห้ามใจบ่อยู่ เพราะอุบัติเหตุผลักดันหัวใจของผมให้เฮ็ดแบบซั่น

โอ้ย! ป้าล่ะปวดหัว แล้วพ่อแม่โตว่าจังได๋แหน่ล่ะ

ต้าเฮ้าก็ต้องรับผิดชอบครับ

ป้าถอนหายใจ มองหน้าผม สุดท้ายโตก็เลยต้องหมั้นผู้สาวแมนบ่

ครับ ผมขอเขาแต่งงานครับ

เบิ่งติ้ล่ะ เรียนยังทันจบ สิมาอยากได้เมียแล่ว

ผมก็หมั้นไว้ก่อน ทาให้เรียนจบและได้เฮ็ดงานเก็บเงินก่อน จังคอยแต่งงานกัน

อ้าว...แล้วสาวรำพึงกับสาวมดตาหน่อยของโตล่ะ สิว่าจังได๋

ผมบ่ได้คึดอีหยั่งกับสาวรำพึง

แล้วสาวมดตาหน่อยล่ะ คนนี้ก็งามคั่กอยู่ได๋ เป็นถึงลูกสาวเจ้าของร้านรถไถเด้อ

ผมเฉย ๆ บ่ได้คึดอีหยั่ง

แต่ผู้สาวสองคนนี่เขาฮักโตได๋เสี่ยง

นั่นนะสิค่ะคุณแม่ ตะกี้พี่รำพึงก็มาร้องไห้ วีนแตกอยู่หน้าบ้านเรา ดูสิยังทิ้งมอเตอร์ไซต์ฮ้างไว้เป็นความทรงจำด้วยแหละค่ะ ระวิวรรณฟ้องตามเคย

อีหลีบ่นิ เป็นตาเหลือโตนเนาะ คือโตบ่ง้อสาวรำพึงแหน่ล่ะเสี่ยง

ง้ออีหยั่ง ผมบ่ได้เป็นผู้บ่าวสาวรำพึงนิ

บ่ได้เป็นก็น้ำใจเพื่อนมีอยู่บ่หล้า น่าสิปลอบโยนปรับความเข้าใจกันแหน่ สิได้บ่เสียหมู่ ป้ารำไพแนะนำ

ผมทำหน้าเหนื่อยหน่าย ไม่อยากทำตามสิ่งที่ป้าแนะนำ รู้แก่ใจว่ามันเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ผมเกรงว่าทำไปแล้วเหมือนเป็นการให้ความหวังกับรำพึง ผมไม่อยากให้เธอตั้งความหวังอะไรกับผมเอาไว้ เพราะไม่อยากให้เธอเสียใจ ด้วยหัวใจที่แท้จริงของผมไม่ได้คิดอะไรกับรำพึงเลย

ป้าครับ ผมบ่ต้องเฮ็ดได้อยู่บ่

บ่เฮ็ดก็ได้ แต่โตสิแน้มหน้ากำนันบุญรวยได้อยู่บ่

ผมถอดใจ ไม่อยากทำเลย แต่ก็ติดปัญหาตรงกำนันบุญรวยนี่แหละ ทำให้ผมต้องตามไปง้อสาวรำพึงจนได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นการง้อในฐานะเพื่อนเท่านั้น

ก็ได้ครับป้า เดี๋ยวมื้ออื่นผมสิไปง้อเขา สิปรับความเข้าใจกัน

ดี ๆ ลูก เป็นหมู่ก็คบกันไว้ ถึงบ่ได้ฮัก ก็อย่าทำร้ายจิตใจกัน

ครับป้า

พอสักพักรถมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งก็วิ่งมาจอดหน้าบ้าน เห็นถุงสองข้างที่เต็มไปด้วยจดหมาย ทำให้ใจของผมเต้นตุ๊บ ๆ อยู่ตลอด

จดหมายของคุณสิริวงษ์ คำนวณธรรม วงเล็บ อ้ายเสี่ยง ครับ ซองจดหมายสีชมพูทำให้ผมรู้เลยว่าเป็นของใคร รีบลุกจากม้าหินอ่อนเดินไปรับจดหมายทันที

ขอบคุณหลาย ๆ อ้าย เมื่อเห็นชื่อคนที่ส่งมา ใจของผมก็พองโตยิ่งกว่าลูกโป่ง

กรุณาส่งถึงมือผู้รับ ไม่บังคับแต่ขอร้อง คำอ้อนวอนที่น่ารัก ๆ ทำให้ผมนึกถึงใบหน้าของแป้งทันที

จดหมายฉบับนี้เป็นฉบับแรกในชีวิตที่ผมได้รับจากแป้ง ผมยังจำลายมือของเธอได้ดี สมัยเรียนหนังสือด้วยกัน ผมชอบแอบดูลายมือของเธอเป็นประจำ แม้ลายมือของแป้งจะไม่สวยเหมือนเพื่อนบางคน แต่ผมก็ชอบที่เธอเขียนเล่นลายตะหวัดอยู่ตลอด

จดหมายผู้ใด๋เสี่ยง ป้ารำไพถาม

จะของใครล่ะคะคุณแม่ ซองสีชมพูแบบนี้ต้องของสาวแน่เลยระวิวรรณกระซิบบอกแม่ ทำหน้ายียวนกวนปราสาทผมนิดหนึ่ง

ของผู้สาวผมครับ ผมขอตัวก่อนเด้อครับป้า เดี๋ยวยามแลงสิลงมาซอยงานลุง

คื้อบ่เปิดอ่านอยู่พิ้ล่ะ ป้าอยากฮู้

บ่ได้ดอกครับป้า อันนี้เป็นของส่วนตัว ผมไปล่ะ

ผมถือซองจดหมายสีชมพูเดินเข้ามาในห้องนอน หอมจดหมายครั้งหนึ่งก่อนเปิดอ่าน รู้สึกคิดถึงแป้งแทบขาดใจ ขนาดไม่ได้เจอหน้ากันแค่ไม่กี่วัน ผมยังโหยหาเธอขนาดนี้ ความห่างไกลมันทำให้หัวใจทรมานแบบนี้นี่เอง ผมล้มนอนบนเตียง ค่อย ๆ คลี่กระดาษสีชมพูออกมาอ่านข้อความด้านใน

 

สวัสดีค่ะอ้ายเสี่ยง

            อ้ายซำบายดีอยู่บ่คะ เรียนหนักอยู่บ่ แป้งซำบายดีค่ะ พอกลับมาถึงกรุงเทพก็ต้องเข้างานกะดึก วันก่อนแป้งแอบหลับที่ทำงานด้วยแหละ ผู้จัดการเข้ามาเห็น นึกว่าผู้จัดการจะเรียกไปทำโทษ แต่ผู้จัดการบ่ว่าอีหยั่งเลยค่ะ ผู้จัดการคนใหม่ของแป้งใจดีหลาย ๆ  แป้งกับหมู่มีความสุขกับการเฮ็ดงาน ดาวและติ๋มได้เข้างานกะเดียวกับแป้งนำแหละ เวลาไปเฮ็ดงานก็ไปพร้อมกัน เวลากลับก็กลับพร้อมกัน

            พ่อกับแม่อ้ายเป็นจังได๋แหน่ล่ะคะ ท่านซำบายดีอยู่บ่ แป้งฝากความคึดฮ้อดไปให้ท่านทั้งสองนำเด้อ ถ้าอ้ายไปบ้านแป้ง ก็ฝากความคึดฮ้อดไปให้ครอบครัวแป้งนำเด้อค่ะ แป้งจะตั้งใจเฮ็ดงานเก็บเงินให้ได้หลาย ๆ เวลากลับไปอยู่บ้านสิได้ไม่อดอยาก อ้ายเสี่ยงก็ตั้งใจเรียนหนังสือให้จบสูง ๆ เด้อ แป้งเป็นคนเรียนน้อย แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้อ้ายเสมอ

                                                ฮักและคึดฮ้อดกันนำเด้อ

                                                            แป้ง

 

 

 

ผมจูบจดหมายของแป้ง วางมันลงแนบกับอก คึดถึงเธอจับใจ ดีใจที่ได้รับข่าวคราวเกี่ยวกับเธอ ไม่รู้ว่าแป้งไปอยู่ที่โน้นจะมีหนุ่ม ๆ มาจีบบ้างไหม ไม่อยากจินตนาการเลย เวลาคิดทีไรเกิดอาการหึงหวงทุกที ได้แต่พยายามบอกตัวเองไม่ให้หวาดระแวง เพราะถ้าแป้งมีหนุ่มมาจีบมันก็คงไม่แปลก แต่ผมเชื่อใจแป้ง คิดว่าแป้งคงจะรักผม เหมือนกับที่ผมรักเธอเช่นเดียวกัน

คิดแล้วก็เอากระดาษมาตอบจดหมายคู่หมั้นสาวทันที จะไม่ให้ผมตอบจดหมายเธอได้ยังไง ตอนนี้หัวใจของผมมันร่ำร้องหาแต่แป้งเท่านั้น นอนไม่ได้หลับหลายวันเพราะมัวแต่ปลาบปลื้มที่ได้แป้งมาเป็นคู่หมั้น นึกถึงภาพที่ผมเผลอไปกอดเธอที่คลอง แล้วก็อมยิ้มทุกที ยิ่งภาพตอนที่ผมอุ้มแป้งนั้น ตัวเธอช่างอุ่นเหลือเกิน ทำให้ผมแทบจะไม่อยากวางเธอลงบนแคร่เลย คิดถึงทีไรใจก็พร่ำเพ้อหาแต่เธออยู่อย่างนั้น

มือจับปากกาเขียนความรู้สึกของหัวใจไปให้คนรัก

 

                แป้งสุดที่รักของอ้ายเสี่ยง

                        อ้ายซำบายดีครับ อ้ายดีใจหลาย ๆ ที่ได้รับจดหมายแป้ง ฮู้อยู่บ่แป้งเฮ็ดให้อ้ายมีแฮงเรียนหนังสือหลาย ๆ แป้งคงสิเฮ็ดงานหนัก จังได๋ก็อย่าลืมพักผ่อนรักษาสุขภาพแหน่เด้อ อ้ายเป็นห่วง บ่อยากให้ผู้สาวอ้ายโตผอม ๆ กินหลาย ๆ เด้อ บ่ต้องย่านอ้วน ถึงสิอ้วนต่อให้ตกคลองอีก อ้ายก็ยังอุ้มแป้งได้ อ้ายคึดฮ้อดแป้งหลาย ๆ บ่ฮู้สิบอกจังได๋ แต่ก็บอกจากใจ อ้ายดีใจที่เฮ้าสองคนหมั้นกัน อ้ายสิตั้งใจเรียนให้จบ จะได้เฮ็ดงานเก็บเงินไปแต่งงานกับแป้ง จังได๋แป้งก็อย่าลืมเป็นกำลังใจให้อ้ายแหน่เด้อ

                        อยู่กรุงเทพผู้บ่าวคื้อแต่สิหลาย จังได๋ก็อย่าลืมอ้ายเสี่ยงคนนี้ คนที่ฮักแป้งมาดน ฮักอยู่เสมอ ฮักมาตลอดเด้อ ฮักหมดใจ อ้ายสิทาวันที่แป้งกลับมาบ้านนาของต้าเฮ้า ส่วนเรื่องพ่อกับแม่ของอ้านนั้น ท่านซำบายดี บ่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวอ้ายสิบอกให้ว่าแป้งคึดฮ้อด คั่นอ้ายได้กลับบ้านนา เดี๋ยวสินำความคึดฮ้อดของแป้งไปบอกพ่อกับแม่ให้เด้อ บ่ต้องเป็นห่วง ขอให้แป้งฮู้ไว้เสมอว่า อ้ายเป็นห่วงแป้งหลาย ๆ

            บทกลอนนี้อ้ายขอมอบให้แป้งคนงามของอ้ายครับ

 

 

 

                        คลองแสนสวยรวยระรินกลิ่นไอแป้ง

                        ยามลมแรงต้องแสงจันทร์สว่างใส

                        กายแนบนิดชิดข้างกลางหัวใจ

                        ใต้แสงไฟมีอ้ายเสี่ยงเคียงคู่เธอ

           

                       คึดฮ้อดแป้ง.....ฮักแป้งผู้เดียว...ฮักตลอดไป

                                                      อ้ายเสี่ยงของแป้ง

 

 

 

ผมจูบจดหมายเสร็จแล้วก็ค่อย ๆ พับอย่างปราณีต ใส่ซองสีชมพูที่แวะซื้อเมื่อหลายวันก่อน จ่าหน้าซองถึงผู้รับ และก็ไม่ลืมใส่คำขอร้องสั้น ๆ ไว้ด้วย

พี่ไปรษณีย์สุดหล่อ ขอได้โปรดส่งจดหมายให้คนน่าฮักด้วยครับ

ผมนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียว ตั้งใจไว้ว่าพรุ่งนี้จะแวะไปไปรษณีย์แต่เช้า เพื่อที่จะได้ส่งจดหมายไปให้แป้ง ป่านนี้แป้งคงจะรออ่านจดหมายของผมเช่นเดียวกัน จากนั้นก็ลงไปช่วยงานลุงที่หลังบ้านตามปกติ วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุด ดีใจที่ได้อ่านจดหมายจากแป้ง และเฝ้าฝันอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งผมคงได้พบเธออีกครั้ง

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก่อนเพื่อน ลงมารับประทานอาหารกับครอบครัวของป้า พอรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ยกมือไหว้ป้ากับลุงก่อนพากันเดินออกมาที่ลานหน้าบ้าน ซึ่งก็มีระวิวรรณคอยนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์ของผมไปเรียนหนังสือพร้อมๆ กันทุกวัน ผมจะต้องแวะไปส่งน้องสาวคนนี้ที่โรงเรียนเสียก่อน จากนั้นจึงจะขับรถไปที่มหาวิทยาลัยของตัวเอง

พอเดินออกมาจากบ้าน ผมก็หันไปบอกน้องสาว

วิ ให้อ้ายแวะส่งจดหมายอยู่ไปรษณีย์ก่อนได้อยู่บ่

อย่านานนะคะ เดี๋ยววิไปโรงเรียนสาย

บ่ดนดอก อ้ายไปคาเดียว

เมื่อขับรถมาถึงไปรษณีย์ ผมก็ให้ระวิวรรณรออยู่ที่รถมอเตอร์ไซต์ ส่วนผมก็รีบขึ้นไปส่งจดหมายที่ไปรษณีย์

ส่งแบบธรรมดาหรือด่วนค่ะ

ด่วนครับ กี่วันถึงครับ ผมตอบอย่างเร็ว

พรุ่งนี้ก็ถึงแล้วค่ะ ถ้างั้นช่วยกรอกข้อมูลในนี้ด้วยค่ะ ไปรษณีย์สาวยิ้มพร้อมแนะนำ

ขอบคุณครับ ผมกรอกข้อมูลจนเสร็จ จากนั้นก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่

ยี่สิบห้าบาทค่ะ

ผมล้วงเงินยื่นให้เจ้าหน้าที่ พอเสร็จธุระแล้วก็ขับรถไปส่งระวิวรรณที่โรงเรียน จากนั้นก็รีบขับรถกลับไปเรียนหนังสือต่อ พอจอดรถเสร็จแล้วก็แวะซื้อน้ำดื่มก่อนจะแวะเข้าห้องเรียน

อ้ายเสี่ยง สิเฟ้าไปไซคะ รำพึงมีเรื่องเว้านำอ้าย

ผมหยุดกึก หันมาทางเจ้าของเสียง ยิ้มให้นิดหนึ่ง รำพึงมีอีหยั่งสิเว้านำอ้ายล่ะ

อาทิตย์นี้พ่อของรำพึงมารับบ่ได้ บอกให้รำพึงกลับบ้านพร้อมอ้าย

ผมพยักหน้า เพราะคนบ้านเดียวกันถือว่าไม่ได้มีอะไรเสียหายนัก ถ้าจะให้รำพึงนั่งซ้อนมอเตอร์ไซต์กลับบ้านพร้อมกัน

ก็ได้ บ่มีปัญหาดอก แล้วสิให้อ้ายไปรับจักโมงล่ะ อ้ายจะกลับบ่ายวันศุกร์ใด๋

ก็ประมาณสี่โมงแลงนะคะ อย่าลืมมารับรำพึงล่ะ

ได้ บ่มีปัญหา บัดซั่นอ้ายไปเรียนก่อนเด้อ

ผมไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะตั้งแต่มาเรียนวิทยาลัยเดียวกับรำพึง ก็เคยขับรถซ้อนท้ายกันกลับบ้านบ่อยครั้ง ผมไม่เคยคิดอะไรกับรำพึงเลย นอกจากเพื่อนและคนบ้านเดียวกันเท่านั้น ดังนั้นผมจึงไว้ใจเธอเป็นธรรมดา ส่วนเธอจะคิดอะไรนอกเหนือไปจากนั้น ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ผมเคยวางตัวกับเธอแบบไหนก็ยังคงวางตัวแบบนั้น

ความรักระหว่างผมกับแป้งยังคงดำเนินไปด้วยดี เราสองคนติดต่อกันทางจดหมายเป็นหลัก เพราะถ้าโทรศัพท์หากันก็ในช่วงโอกาสสำคัญ ๆ เท่านั้น ใจจริงผมก็อยากจะโทรหาแป้งบ่อย ๆ แต่เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายสูง จึงเลือกที่จะเขียนจดหมายติดต่อกันมากกว่า ซึ่งแป้งเองก็ไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรที่ผมไม่สามารถโทรไปหาเธอบ่อย ๆ ได้ แป้งดูจะมีความสุขกับการเขียนจดหมายมาหาเสียด้วย

 

ลอยกระทงผ่านไปปีใหม่ก็เข้ามาแทนที่ ปีใหม่ปีนี้แป้งเขียนจดหมายมาบอกผมล่วงหน้าแล้วว่า จะกลับเยี่ยมบ้านพร้อมกับรถผ้าป่าสามัคคี เนื่องมาจากรุ่นพี่ในหมู่บ้านซึ่งไปทำงานอยู่กรุงเทพหลายปี พากันทำผ้าป่ามาลงที่วัดในหมู่บ้าน ซึ่งก็มีหนุ่มสาวแถวบ้านหลายคนกลับมาพร้อม ๆ กับผ้าป่าในครั้งนี้ด้วย

เทศกาลปีใหม่ที่หมู่บ้านของผมนั้น ผู้คนหลายครอบครัวต่างก็มีการกินเลี้ยงสนุกสนาน ที่บ้านของผมก็มีงานเลี้ยงเช่นเดียวกัน วันนี้พี่ชายคนโตของผมกลับมาเยี่ยมบ้านด้วย ซึ่งก็มีพี่ป้าน้าอาบ้านข้างเรือนเคียงมาร่วมนั่งกินข้าวด้วยกัน ช่วงระหว่างที่นั่งล้อมวงอยู่กับครอบครัว หัวใจของผมก็เต้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใจก็คิดเฝ้ารอแต่ใครบางคน

เสี่ยง หนูแป้งกลับมาเยี่ยมบ้านอยู่บ่ลูก แม่ถาม มือยังตักข้าวใส่จานอยู่เลย

ครับแม่ แป้งมากับรถผ้าป่าสามัคคีครับ

แล้วเสี่ยงบ่ไปฮับน้องบ่ลูก

ไปครับ รถผ้าป่ามาฮ้อดก็ประมาณบ่าย ๆ ครับ

จังได๋ก็ไปฮับน้องแหน่เด้อ เป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน อย่าให้พ่อแม่หนูแป้งว่าเฮ้าได้

ครับ แม่บ่ต้องห่วงดอกครับ

วันนี้ครอบครัวของป้ารำไพก็พากันแวะมาเยี่ยมครอบครัวของผมด้วย ซึ่งพ่อกับแม่ก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนระวิวรรณก็เดินตามผมอยู่ตลอด บางทีเธอก็ออดอ้อนให้ผมพาไปดูนั่นดูนี่ ใจจริงผมก็รู้สึกรำคาญอยู่บ้างเพราะผมไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวเลย กว่าจะปลีกตัวจากเธอได้แต่ละครั้งก็เหนื่อยเอาการ

อ้ายเสี่ยงไปไหนคะ

อ้ายไปธุระ

ขอวิไปด้วยสิค่ะ

ไปบ่ได้ดอก ธุระมีแต่ผู้ชาย ผู้หญิงไปมันบ่งาม

ผมไม่รีรอพูดความยาวสาวความยืดกับเธอ พอสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ก็ขับมอเตอร์ไซต์ออกไปที่บ้านแป้งทันที พอมาถึงก็เห็นอ้ายปอนั่งกินเหล้ากับเพื่อน ๆ ที่ใต้ถุนบ้าน ผมยกมือไหว้ทักทายครอบครัวของแป้งเสร็จก็เดินมานั่งข้าง ๆ อ้ายปอ

อ้ายปอยื่นเหล้ามาให้ผมแก้วหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยชอบกินเหล้าเสียด้วย แต่เพราะความเกรงใจจึงต้องรับเอาไว้

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:00:05


Opinion No. 5 (147190)

 ขอบคุณครับ

โตกลับมาฮ้อดบ้านตอนได๋เสี่ยง อ้ายปอถาม

เมื่อวานครับอ้าย

แล้วเรื่องเรียนเป็นจังได๋แหน่

เทอมนี้เทอมสุดท้ายแล้วครับ มีนาคมนี้ก็จบแล้วครับ

อ้ายปอพยักหน้า ไม่ได้ถามอะไรอีก และหันไปคุยเรื่องอื่น ๆ พอสักพักรำพึงก็ขับรถมาที่บ้านของแป้ง เธอเดินลงมานั่งข้าง ๆ ผม โดยที่ไม่พูดคุยทักทายเจ้าของบ้านเลยสักนิด ทำให้ผมรู้สึกละอายแทนเธอไม่น้อย แต่เพราะรำพึงคิดว่าตัวเองเป็นลูกสาวกำนัน เธอจึงไม่ได้สนใจใคร

อ้ายเสี่ยงค่ะ พ่อให้มาตาม

อ้ายไปบ่ได้ดอก อ้ายสิไปฮับแป้งอยู่วัด

                ผมปฏิเสธ เพราะตั้งใจจะไปรับแป้งพร้อมกับอ้ายปอ หากผมไม่ไปรับแป้งตามที่รับปากไว้ในจดหมาย ผมรู้สึกว่าตัวเองทำผิดกับเธอ

                พ่อบอกว่ามีธุระสำคัญสิเว้านำอ้าย

                ธุระอีหยั่ง จังคอยเว้ากันมื้อหลัง อ้ายบ่ว่าง

                อ้ายปอหันไปมองสาวรำพึงซึ่งมีสีหน้าไม่พอใจ ก็อดไม่ได้ที่จะสะกิดผม

                พ่อกำนันคงมีธุระสำคัญอีหลี คั่นบัดซั่นบ่ให้รำพึงมาตามดอก อ้ายว่าเสี่ยงไปหาข้าเจ้าก่อนไป ส่วนเรื่องไปฮับแป้งบ่ต้องห่วง คั่นเสี่ยงกลับมาบ่ทัน เดี๋ยวอ้ายสิบอกให้

                “ผมย่านแป้งเคี่ยดให้ผม เสียงอ่อย ๆ บอกพี่ชายคนรัก

                แป้งบ่เคี่ยดดอก บ่ต้องย่าน อ้ายปอยืนยัน

                ครับ บัดซั่นผมไปก่อนเด้ออ้าย เดี๋ยวสิเฟ้ากลับมา

                ผมขับรถตามหลังรำพึงไปที่บ้านกำนันบุญรวย ซึ่งภายในบ้านมีการกินเลี้ยงกันสนุกสนาน รำพึงพาผมเข้าไปในบ้านเพื่อไปคุยธุระกับกำนันบุญรวย ผมยกมือทักทายผู้ใหญ่ทุก ๆ คนก่อนที่จะนั่งลงข้าง ๆ กำนันบุญรวย

                เห็นรำพึงบอกว่า พ่อกำนันมีธุระกับผมบ่ครับ

                ก็มีอยู่ดอกธุระ แต่พ่ออยากชวนโตมากินเหล้านำกันก่อน

                ผมสิไปฮับผู้สาวครับ ไว้จังคอยกลับมากินได้อยู่บ่ครับ

                โตหมายถึงสาวแป้งบ่เสี่ยง

ครับ

โอ้ย รถผ้าป่ายังมาบ่ฮ้อดดอก เฟ้าไปเฮ็ดหยั่ง

                กำนันบุญรวยเทเหล้าใส่แก้วยื่นให้ผม กินเหล้าเป็นหมู่พ่อแหน่ บ่ได้กินเหล้านำโตดนแล้ว

                ผมมิอาจปฏิเสธน้ำใจของกำนันได้เลย จึงจำต้องรับน้ำใจจากท่าน ขอบคุณหลาย ๆ ครับ

                เมื่อมีเหล้าแก้วแรกก็ต้องมีแก้วที่สอง และก็มีแก้วที่สามตามมาเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ผมขอตัวกลับก็ถูกกำนันดึงมือไว้ตลอด ส่วนรำพึงนั้นก็คอยหากับแกล้มมาเพิ่มให้เรื่อย ๆ มิพอแค่นั้นก็มีญาติพี่น้องของเธอมาร่วมวงด้วย ผมเริ่มเมามาก จำไม่ได้ว่าเวลาตอนนี้กี่โมงแล้ว ใจก็คิดถึงแต่แป้ง จึงขอตัวกลับบ้าน แต่เพราะผมเมามากถึงขนาดขับรถเองไม่ได้ กำนันจึงให้รำพึงเอารถกระบะพาผมมาส่ง ผมยอมให้รำพึงพาผมมาส่งที่บ้านแต่โดยดี คิดว่ามานอนพักไม่กี่ชั่วโมงก็คงสร่างเมา จากนั้นค่อยไปหาแป้งก็ได้ เพราะเธอคงจะไม่ว่าอะไรที่ผมไปหาช้า

                พอมาถึงบ้านไม่มีใครอยู่ที่บนเรือนเลยสักคน พ่อกับแม่และญาติพี่น้องคงจะพากันไปรับขบวนผ้าป่าที่วัด ผมบอกให้รำพึงกลับไป จากนั้นก็นอนหลับอยู่บนแคร่ แต่รำพึงไม่ยอมกลับ เธอพาผมขึ้นไปบนเรือนข้างบน

                รำพึงสิกลับอยู่ดอก แต่รำพึงอยากพาอ้ายขึ้นไปนอนบนเฮื้อน

                บ่เป็นหยั่งดอก อ้ายนอนหหม่องนี่ก็ได้

                บัดซั่นเดี๋ยวรำพึงไปหาน้ำมาเช็ดเนื้อเช็ดโตให้อ้ายเด้อ

                ผมยอมรับว่าเมามาก ไม่ได้สนใจเธอเลย พอหัวถึงแคร่ก็หลับทันที ไม่รู้ว่ารำพึงไปทำอะไรบ้าง ถึงจะหลับแต่ใจของผมก็ยังห่วงหาคนรักอยู่ตลอด อยากจะให้สร่างเมาไว ๆ จะได้ขับรถไปหาเธอ แต่พยายามจะลืมตาก็ลืมไม่ขึ้น เพราะฤทธิ์สุรามันดึงตาผมให้หลับอยู่ตลอด

 

 

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-06 14:31:10


Opinion No. 6 (147191)

 มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 6

 

 

            ผมไม่รู้สึกตัวเลยว่าหลับไปนานแค่ไหน รู้แต่ว่าเสื้อที่สวมใส่ถูกถอดออก และก็มีผ้าเย็น ๆ ช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ ทำให้ผมรู้สึกสดชื่นอยู่บ้าง พอที่จะหรี่ตามองอะไร ๆ ได้บ้าง พอเห็นคนที่เช็ดตัวให้เป็นรำพึงก็รีบบอกปัดทันที เพราะไม่เหมาะไม่ควรที่รำพึงจะมาปรนนิบัติผมอย่างนี้ แม้แต่คนรักของผมก็ยังไม่เคยทำเลย ความเสียหายไม่ได้อยู่ที่ผม แต่อยู่ที่ผู้หญิงต่างหาก อีกอย่างผมก็มีคู่หมั้นแล้ว จะให้ผู้หญิงอื่นมายุ่มย่ามก็คงไม่งามมากนัก

            รำพึงกลับไปเฮื้อนไป บ่ต้องมาเช็ดโตให้อ้าย

                รำพึงอยากซอยอ้าย บ่ต้องย่านดอกค่ะ รำพึงบ่ถือ

                ฤทธิ์เหล้าทำให้ผมไม่มีแรงห้ามรำพึง ปากได้แต่พูด ส่วนมือก็บอกปัดไปมา พอสักพักก็ได้ยินมอเตอร์ไซต์ของใครบางคนมาจอดที่หน้าบ้าน ผมค่อย ๆ หรี่ตาดูคิดว่าต้องเป็นแม่หรือไม่ก็พ่อ เพียงครู่เดียวที่ผมก็เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นยืนน้ำตาซึมอยู่ด้านหลังรำพึง ผมก็สะดุ้งตัวทันที ผมจำเธอได้ติดตา หัวใจมันสั่งให้ผมลุกขึ้นอย่างเร็ว เพราะห่วงความรู้สึกของเธอเหลือเกิน อย่าให้ผมอธิบายเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพที่รำพึงปรนนิบัติผมนั้น มันได้ทำร้ายจิตใจผู้หญิงที่ผมรักเป็นอย่างมาก

                แป้ง....แป้งฟังอ้ายก่อน อย่าเฟ้าไป

ผมพยายามจะวิ่งตามเธอ แต่ก็ตามไม่ทัน เพราะผมเมามากเลย เดินแทบจะไม่ไหว จึงต้องล้มตัวนอนลงกับที่ ปากก็ร้องเรียกชื่อเธออยู่อย่างนั้น ส่วนรำพึงก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย หรือเธอมีความสุขที่ผมกับแป้งเข้าใจผิดกันก็ไม่รู้ ผมเห็นรำพึงยิ้มหร่าเหมือนสะใจที่เห็นแป้งร้องไห้วิ่งหนีออกไป ใจของผมนี่สิรู้สึกผิดกับเธอเหลือเกิน

                ช่วงที่แป้งวิ่งไปสตาร์ทเครื่องยนต์ เป็นจังหวะที่ครอบครัวของผมขับรถกลับมาจากวัดพอดี แป้งยกมือไหว้พ่อกับแม่และทุกคนในครอบครัวเสร็จแล้วก็ขับรถออกไป โดยที่ไม่รอพูดคุยกับผมเลยสักคำ ของฝากที่เธออุตส่าห์ซื้อมาฝากผมจากเมืองกรุงนั้น ก็ถูกวางไว้ที่แคร่ใต้ถุนบ้าน

                คื้อมาเมาแบบซี่ล่ะเสี่ยง ลูกไปอยู่ไซมา แม่ถาม

                ผมพูดจาอ้อแอ้ฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ แม่ครับ แป้งเคี่ยดให้ผม เพิ่นหนีผมไปแล้ว

                ก็บ่ให้เขาหนีจังได๋ล่ะ ลูกมาเฮ็ดโตแบบซี่

                ผมเมาครับแม่ ผมบ่ได้เฮ็ดอีหยั่ง

                แม่หันไปมองรำพึง ซึ่งนั่งถือผ้าขนหนูเปียกชื้นอยู่ข้าง ๆ ผม

                รำพึงกลับบ้านไปก่อนซะลูก ขอบใจหลาย ๆ ที่ดูแลอ้ายเสี่ยง เทือหน้าเทือหลังบ่ต้องเฮ็ดเด้อลูกเด้อ มันบ่งามฮู้อยู่บ่

                ค่ะ รำพึงตอบรับ ทำหน้าแหย ๆ ก่อนที่จะกลับบ้านไป

                คงเหลือแต่ผมนี่สิจะหลับก็หลับไม่ลง เพราะใจร้อนรนห่วงความรู้สึกของแป้งเสียเหลือเกิน ยิ่งเห็นน้ำตาของเธอแล้ว ก็ยิ่งทำให้ใจผมกระวนกระวายยิ่งนัก อยากจะไปพบหน้าและปรับความเข้าใจกับเธอให้ได้

                ไปกินเหล้าบ้านผู้ได๋มา คื้อเสี่ยงบ่ไปฮับหนูแป้งอยู่วัดล่ะลูก

                ผมไปแล้วครับ แต่ไปบ่ฮ้อด

                แล้วเป็นจังได๋มานอนอยู่บ้านแบบซี่

                ผมไปกินเหล้าบ้านกำนันมาครับแม่

                แม่เช็ดตัวให้ผมไปพลาง ๆ ปากก็ถามสารพัดอย่าง คื้อไปกินเหล้ากับเขา โตบอกแม่ว่าไปฮับหนูแป้งบ่แมนบ่

                ครับแม่ แต่ว่าพ่อกำนันชวนผมไปกินเหล้านำ

                แล้วเสี่ยงก็เป็นคนขี้เกรงใจ ก็เลยต้องนั่งกินเหล้านำเพิ่นแบบซั่นบ่ เป็นจังได๋ล่ะลูก ผิดนัดกับคู่หมั้น แถมเขามาเห็นเสี่ยงอยู่กับหนูรำพึงสองต่อสอง เรื่องมันบ่แมนน้อย ๆ เด้อลูก มันสิไปกันคั่กแล้ว

                แม่ครับ ผมขอโทษ ผมบ่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบซี่

                “ฮ่วย! แล้วสิเฮ็ดจังได๋ล่ะ บ่แมนพ่อแม่ของหนูแป้งสิบ่มาถอนหงอกแม่บ่นิ เพิ่นก็คงว่าแม่บ่สั่งสอนลูกชายให้ดีล่ะมั้งนิ

                แม่ครับ แม่ซอยหาอีหยั่งให้ผมกินแหน่ได้อยู่บ่ ผมอยากสร่างเมาไว ๆ สิได้ไปหาแป้ง

                “ก็ได้ เดี๋ยวสิให้พ่อหาเปลือกต้นนุ่นมาต้มให้กิน นอนทาไปก่อนเด้อ บ่ต้องไปใสล่ะ

                ครับแม่

                ผมนอนหลับไปเสียนาน มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนแม่ปลุกให้กินอะไรสักอย่าง

                เป่าก่อนเด้อลูก มันยังฮ้อนอยู่ แม่บอกและก็ช่วยพยุงผมให้ลุกขึ้นมานั่ง

                ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเมาเหล้ามากที่สุด ไม่เคยกินเหล้าหนักอย่างนี้เลย รู้สึกเวียนหัวอยากจะอาเจียนให้ได้ ผมนั่งดื่มน้ำที่แม่เอามาให้กินจนหมดขัน รสชาติน้ำนั้นก็ขมหาความอร่อยไม่ได้เลย แต่เพราะอยากสร่างเมาทำให้ผมทนกินจนหมดเกลี้ยง

จากนั้นก็นอนพักต่อ พ่อกับพี่ชายช่วยกันพยุงผมมานอนบนบ้าน ผมนอนหลับไปตั้งนาน ไม่รู้ว่ากี่ชั่วโมงกี่ยามแล้ว พอตื่นมาอีกทีก็กระหายน้ำเอามาก ๆ และก็อยากเข้าห้องน้ำเสียด้วย ผมค่อย ๆ ลุกขึ้น ยังรู้สึกมึนและปวดหัวอยู่เลย แต่ก็พยายามช่วยตัวเองให้มากที่สุด

                พอสร่างเมาบ้าง ผมก็ลงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะรู้สึกร่างกายเหม็นแต่กลิ่นเหล้า ผมตั้งใจว่าอาบน้ำเสร็จแล้วจะขับรถไปที่บ้านแป้งสักหน่อย อยากจะปรับความเข้าใจกับเธอให้ได้ พอกำลังจะหยิบกุญแจรถแม่ก็เดินมาห้ามไว้

                บ่ต้องไปดอกลูก ดึกแล้ว ถึงไปลูกก็บ่ได้เห็นหนูแป้งดอก ให้น้องนอนพักเถอะนะ มื่ออื่นค่อยเว้ากัน

                “คั่นผมบ่ไปง้อ แป้งสิเคียดหลาย ผมย่านน้องบ่เว้านำ

                ตอนนี้หนูแป้งก็กำลังเคียดอยู่นำ ทาเว้ากันมื่ออื่นบ่ดีบ่ลูก ให้น้องใจเย็น ๆ ก่อน แม่ว่าเสี่ยงไปนอนก่อนซะลูก มื่ออื่นจังคอยไปหาน้อง

                ผมไม่ได้เข้าไปนอนในห้องนอน แต่นอนอยู่ที่ห้องโถงด้านนอก ส่วนแม่นั้นก็เปิดทีวีดู ครอบครัวของป้ารำไพก็พากันเข้านอนหมดแล้ว คงเหลือแต่ระวิวรรณเท่านั้นที่นั่งดูทีวีกับแม่ของผม

                สาวแป้งน่ารักจังเลยนะคะอ้ายเสี่ยง ระวิวรรณหันมาบอก

                ผมอมยิ้ม ภูมิใจกับคำชมของน้องสาวที่มีต่อคนรัก วิเห็นแป้งแล้วบ่

                ก็เห็นสิค่ะ ถึงว่าอ้ายเสี่ยงกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะสาวแป้งนี่เอง

                บ่ต้องมาเว้าเลย คื้อโตปล่อยให้รำพึงมาดูแลอ้าย โตไปอยู่ไซมา

                เอ้าอ้ายเสี่ยง อ้ายมาพูดแบบนี้ไม่ถูกนะคะ วิก็ไปวัดกับแม่และน้าสิค่ะ พอดีคุณน้าแนะนำสาวแป้งให้วิรู้จักตั้งแต่เจอกันที่วัดแล้วค่ะ

                แล้วแป้งถามหาอ้ายอยู่บ่

                ก็ถามหานะสิค่ะ เห็นเธอหน้าจ๋อยเลยที่ไม่เห็นอ้ายไปรับ เธอก็เลยนั่งรถกลับบ้านกับพี่ชายสองคน

                ผมคิดหนัก รู้สึกผิดที่ทำตัวไม่ดี ทำให้คนรักผิดหวังในตัวเอง ไม่รู้ว่าแป้งจะให้อภัยผมไหมนี่ รำพึงก็เหลือเกิน ผมไล่ให้กลับบ้านไปตั้งนานแล้ว เธอก็ยังอยู่ประคับประคองเช็ดตัวให้ผมอีก พอแป้งมาเห็นภาพบาดใจก็กลายเป็นโกรธผมมากขึ้น ยิ่งใคร ๆ ในหมู่บ้านชอบคิดว่าผมกับรำพึงรักกันแล้วด้วย ก็ยิ่งทำให้เรื่องวุ่นวายไปกันอีก แล้วตัวผมจะทำยังไงดีล่ะนี่ ผมนอนคิดเอามือก่ายหน้าผากทั้งคืน ทำไมเรื่องของหัวใจทำให้ผู้ชายอย่างผมต้องคิดหนักถึงขนาดนี้

                เช้าวันรุ่งขึ้นผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ก็ลงมานั่งที่แคร่ใต้ถุนบ้าน วันนี้แม่ตื่นมาทำอาหารแต่เช้า เพราะจะเอาอาหารไปทำบุญที่วัดด้วย ป้ารำไพและระวิวรรณก็พากันช่วยแม่ของผมกับทำข้าวเช่นเดียวกัน ส่วนพ่อนั้นก็ไปธุระข้างนอก คงเหลือแต่พี่ชายเท่านั้นที่นอนดูทีวีอยู่บนบ้าน

                มีอีหยั่งให้ผมซอยอยู่บ่แม่

                ไปเก็บตะไคร้ให้แม่แหน่ลูก แม่สิเฮ็ดต้มแซ่บ

                ผมเดินไปเก็บตะไคร้มาให้แม่ ใจก็ยังคิดถึงคนรักไม่หาย อยากจะไปหาเธอให้ได้

แม่ครับ ผมไปหาแป้งก่อนเด้อครับ

                เดี๋ยวก่อนเสี่ยง อย่าเฟ้าไป้ แม่อยากให้เสี่ยงไปวัดกับแม่ก่อน ไปเฮ็ดบุญนำกันก่อน จังคอยไปหาน้องเทือหลังก็ได้ ดีบ่ดีน้องอาจจะไปวัดแต่เช้าแล้วมั้ง

แม่หันมาห้ามผมเอาไว้ คงจะมีเหตุผลบางอย่างที่แม่ไม่อยากให้ผมไปพบแป้งตอนนี้

                ผมนั่งคอตก หน้าตาวิตกกังวล ไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้เลย แต่ก็ขัดใจแม่ไม่ได้ ก็เลยต้องทำตามที่แม่ต้องการ

                วัยรุ่นใจร้อนจังเลยนะคะคุณป้า สงสัยเมื่อคืนคิดหนักแน่เลยค่ะ ระวิวรรณได้ทีก็กระแหนะกระแหน๋ผมตามเคย

                ฮ่วย! มันก็ใจฮ้อนแบบซี่แหละ เบิ่งติ้ล่ะ เรียนยังบ่ทันจบ ไปหมั้นผู้สาวไว้แล้ว ป้ารำไพเสริม

                ก็ผมฮักของผมนี่ครับป้า

                ก็ฮู้อยู่ว่าฮัก แต่มันเร็วเกินไป ทาให้เรียนจบก่อนก็บ่ได้

                สองคนนี่เขาฮักกันมาตั้งแต่โตน้อย ๆ แล้วเอื้อยรำไพ ความฮักห้ามกันบ่ได้ดอก ต้าเฮ้าเป็นแม่ก็ต้องเฮ็ดทุกอย่างให้ถูกต้องตามประเพณี แม่หันไปบอกป้ารำไพ

                ประเพณีบ่ เป็นจังได๋ล่ะ ลูกชายเลยเรียนบ่จบต้องไปขอเมียไว้ให้ก่อน เป็นเอื้อยบ่ได้ดอก บ่ยอมเด็ดขาด

                บ่เฮ็ดก็บ่ได้ดอกเอื้อยรำไพ ลูกสาวเขาเสียหาย คนของเฮ้าก็ฮักเขานำ มันก็บ่ได้เสียหายอีหยั่ง หนูแป้งก็เห็นมาตั้งแต่โตน้อย ๆ คนฮู้จักกันทั้งนั้น แม่เล่าไปตามที่รู้สึก

                น้องสาลี่แน่ใจอยู่บ่ว่าหนูแป้งบ่ได้คิดสิจับหลานชายฉัน บ่แมนเห็นหลานชายฉันเรียนมหาวิทยาลัยแล้วอยากได้ผัวเรียนจบสูง ๆ ล่ะบ้อ ป้ารำไพคิดไปไกลเสียเหลือเกิน

                เชื่อใจได้เลยเอื้อยรำไพ ครอบครัวหนูแป้งเขาบ่แมนคนแบบซั่นเด้อ คั่นบ่ดีจริงข้อยก็บ่ไปขอลูกสาวเขาให้ลูกชายดอก แม่ยืนยันหนักแน่น

                คั่นน้องสาลี่คึดว่าครอบครัวนี่ดีอีหลี เอื้อยก็บ่ว่าอีหยั่งดอก จังได๋ต้าเฮ้าก็ทาเบิ่งกันไปก่อน

                ผมนั่งฟังแม่และป้ารำไพถกเถียงกันเรื่องแป้งก็ปวดหัวยิ่งนัก ป้ารำไพยังคิดว่าแป้งจะมาจับผมอีก ยังมีอคติกับแป้งอยู่ตลอด ผมไม่เข้าใจทำไมป้าไม่คิดบ้างว่าผมนี่แหละเป็นคนจับแป้ง ป้าไม่เคยเข้าใจหัวอกของผมเลย ยังดีนะที่แม่ของผมยังเดาใจผมออก ถ้าแม่คิดเหมือนป้ารำไรละก้อ ผมคงจะไม่มีโอกาสได้แต่งงานกับแป้งแน่ ๆ เลย

                พอทำกับข้าวเสร็จแล้ว ทุกคนอาบน้ำแต่งตัวกันเรียบร้อย จากนั้นครอบครัวของผมก็พากันเอาอาหารไปทำบุญที่วัด ในวันนี้ผู้คนในหมู่บ้านมาทำบุญกันเยอะมาก ผมชะเง้อมองหาหวานใจอยู่ตลอด แต่ก็ไม่เห็นหน้าเธอเลย ไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน ผมนั่งอยู่ข้าง ๆ พ่อกับแม่ ซึ่งมีระวิวรรณนั่งติด ๆ กับผม ผู้คนที่ไม่รู้ว่าระวิวรรณเป็นลูกของป้ารำไพ ต่างก็คิดว่าผมพาผู้หญิงคนใหม่ในเมืองสุรินทร์กลับมาบ้านด้วย

                ผู้สาวคนใหม่บ่เสี่ยง ลุงดำคนในหมู่บ้านถาม ส่งยิ้มมาให้ผม

                บ่แมนครับลุง น้องสาวผมเอง ลูกสาวป้ารำไพ ผมรีบตอบทันที ไม่อยากให้ใคร ๆ เข้าใจผิดกัน

                ส่วนระวิวรรณก็ไม่พูดไม่จา ทำทีเป็นไม่สนใจ ไม่ช่วยผมแก้หน้าเลยสักนิด นึกแล้วก็แค้นใจน้องสาวคนนี้อยู่เหมือนกัน

                ใสล่ะสาวแป้ง บ่ได้มาเฮ็ดบุญนำโตบ่เสี่ยง บักทิดเพื่อนซี้ของผมเดินมานั่งข้าง ๆ

                ยังบ่ฮู้เลย เฮ้าก็แน้มหา แต่บ่ฮู้เพิ่นไปอยู่ไซไม่ได้ตอบเปล่าแต่ผมก็ชะเง้อหาแป้งไปด้วย และก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นใครคนหนึ่งเดินมากับครอบครัวและมีหนุ่มรูปงามช่วยถือตะกร้าผลไม้ให้ด้วย

                หัวใจผมยังบอบช้ำกับเรื่องเมื่อคืนอยู่เลย พอมาเห็นภาพแป้งกับผู้ชายคนนั้นมาทำบุญด้วยกัน ผมแทบจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ถ้าไม่ติดตรงที่ว่านั่งอยู่ในศาลาวัดที่มีผู้คนมากมาย ผมก็คงจะลุกไปถามแป้งแล้วแหละ แป้งหันมามองผมแวบเดียว เธอทำทีเหมือนไม่เห็นผมอยู่ในสายตา ทำให้ผมเสียใจยิ่งนัก รอยยิ้มที่ผมส่งไปให้เธอไม่มีความหมายอะไรเลยหรือนี่ หรือว่าเธอยังเคืองผมไม่หาย ก็แน่ละสิผมยังไม่ได้ไปง้อเธอเลย จะให้เธอหายโกรธผมได้ยังไง

                อ้ายเสี่ยง นั่นคู่หมั้นอ้ายไม่ใช่เหรอคะ ระวิวรรณหันมาถามผม เธอส่งยิ้มไปให้แป้งด้วย ซึ่งแป้งก็ยิ้มรับอย่างเป็นมิตร

                ก็แมนตั้วเนาะ

                วันนี้สาวแป้งมากับหนุ่มเสียด้วย หล่อจังเลย โคตรหล่อเลยค่ะ วิอิจฉาสาวแป้งที่สุดเลย

ระวิวรรณชอบทำหน้าระริกระรี้เมื่อเห็นคนหล่อ ผมรู้ดีกว่าน้องสาวคนนี้เป็นคนที่แพ้ความหล่อของหนุ่ม ๆ เห็นคนหล่อเป็นต้องกรี๊ดกร๊าดอยู่ตลอด

                ฮ่วย! มันสิมาหล่ออีหยั่ง คั่นหล่อจริง แป้งบ่หมั้นนำอ้ายดอก ผมยังเข้าข้างตัวเองตลอด

                หมั้นได้ก็ถอนหมั้นได้นี่ค่ะ อ้ายเสี่ยง!” ระวิวรรณไม่สนับสนุนผม แต่ชอบพูดให้ผมหมดกำลังใจอยู่เรื่อย

                อย่ามาเว้าแบบซี่เด้อ คั่นเว้าแบบซี่ อ้ายสิบ่ซอยติวหนังสือให้อีก

                ระวิวรรณหุบปาก ไม่พูดอะไรต่อ แต่ทำหน้างอนไม่สนใจผมอีกเลย ซึ่งก็มีแต่ผมเท่านั้นที่กลุ้มอกกลุ้มใจเหลือเกิน ไม่รู้ว่าวันนี้มาทำบุญจะได้บาปกลับไปบ้านหรือเปล่า เพราะจิตใจของผมมันไม่บริสุทธิ์เลย มันมีแต่ความทุกข์วนเวียนอยู่ในหัวตลอด

                คื้อบ่ไปนั่งกับหนูแป้งล่ะลูก แม่หันมาบอกผม เมื่อเห็นแป้งนั่งอยู่อีกฝากหนึ่ง

                ผมบ่กล้าครับแม่

                “เป็นหยั่งบ่กล้าล่ะ ไปย่านอีหยั่ง เสี่ยงเป็นคู่หมั้นหนูแป้งบ่แมนบ่ แม่หันมาตำหนิผม

                ก็แมนครับ แต่แป้งมีผู้บ่าวนั่งนำ

                ผู้บ่าวอยู่ไซ

                ผมบอกให้แม่หันไปดูแป้งและพ่อหนุ่มคนนั้น แม่หันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่ง

                ผู้บ่าวคนนั้นเป็นลูกลุงหนูแป้ง บ่แมนผู้บ่าวดอกลูก

                อีหลีบ่ครับ แม่อย่ามาตั้วผมเด้อ

                สิตั้วอีหยั่งล่ะ เฝ้าไปหาน้องไป สิได้ปรับความเข้าใจกัน

                ผมไม่รอช้าบอกบักทิดเพื่อนสนิทให้ไปเป็นเพื่อน และค่อย ๆ คลานไปนั่งด้านหลังแป้ง ซึ่งวันนี้แป้งแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ ปกติเธอก็สวยอยู่แล้ว แต่ผมก็เห็นแป้งสวยเพิ่มทุก ๆ วัน แป้งเห็นผมคลานมานั่งข้างหลัง เธอก็คลานไปนั่งข้างหน้าพ่อแม่ทันที เธอกะจะไม่เปิดโอกาสให้ผมได้นั่งใกล้เลยสักนิด แถมไม่ส่งยิ้มให้ผมเลย ผมล่ะอยากจะบ้าตาย จะคลานข้ามหัวผู้หลักผู้ใหญ่ไปนั่งข้างหน้ากับเธอก็กระไรอยู่ ได้แต่มองหลังคนรักอย่างเศร้า ๆ

                แม่และพี่สาวของแป้งหันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่ง คงรู้ว่าผมอยากคุยกับแป้ง จึงสะกิดแป้ง

                แม่ก็แน้มอยู่ตั้งบักดน คึดอยู่ในใจว่าลูกสาวแม่เป็นอีหยั่งถึงขอมานั่งข้างหน้า แม่ลูบหลังแป้งเบา ๆ

ก็แป้งอยากมานั่งกับแม่ เธอตอบทำทีไม่สนใจผม

ก็อ้ายเขามานั่งนำ คื้อบ่ไปนั่งนำกันล่ะลูกแม่หันมาบอกแป้ง ผมได้ยินชัดแจ๋ว ไม่ลืมส่งยิ้มให้เธอเป็นระยะ ๆ

                แป้งเกาะมือแม่เอาไว้ เธอทำท่าออดอ้อน ไม่สนใจผมเลยสักนิด แป้งบ่อยากไปนั่งนำอ้าย

                เป็นอีหยั่งล่ะ เป็นคู่หมั้นกันก็นั่งนำกันตั้ว สิได้เฮ็ดบุญนำกัน เกิดชาติหน้าสิได้เกิดมาเป็นคู่กันอีก

                บ่ค่ะ แป้งบ่อยากคู่กับคนหลายใจ

                ที่แท้แป้งก็คิดว่าผมกับรำพึงต้องมีใจให้กันแน่เลย ภาพเมื่อวานนี้มันทำให้เธอคิดได้ขนาดนี้เชียวหรือ ผมมองแป้งตาละห้อย อยากจะคุยกับเธอเหลือเกิน เอื้อยปลาเห็นหน้าเศร้า ๆ ของผม ก็อดสงสารไม่ได้ จึงขยับไปนั่งข้างหลังกับสามีของเธอ และให้ผมขึ้นมานั่งแทนที่ตัวเอง

                ผมชื่นใจขึ้นมาบ้าง ที่พี่สาวแป้งช่วยเปิดทางให้ผมได้นั่งใกล้ ๆ กับแป้ง ผมหันไปมองแป้ง ใบหน้าที่เคยเศร้าเริ่มจะยิ้มได้บ้าง การได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอทำให้ใจผมตื่นเต้นเป็นที่สุด วันนี้แป้งของผมใส่ผ้าซิ่นงาม ใส่เสื้อลายลูกไม้สีขาวชมพูน่ารักอีกแล้ว ผมก็เกล้าขึ้นสูงมีดอกไม้เน็บไว้อีกต่างหาก คอตั้งระหงดูสวยโดดเด่นทีเดียว แป้งไม่ได้สวยเหมือนผู้หญิงในเมืองใหญ่ แต่หน้าตาของเธอสวยกลมกลืนกับชีวิตท้องทุ่งเหลือเกิน ในตอนนั้นผมนึกแอบอิจฉาเจ้าปินโตที่ตั้งอยู่ติด ๆ กับหญิงสาวยิ่งนัก

                แป้งครับ

เสียงนุ่มนวลเอื้อนเอ่ยเรียกชื่อคนที่ผมรัก แต่เธอไม่หันหน้ามามองผมเลย กลับนั่งคุยกับลูกชายลุง เหมือนกับไม่มีผมอยู่ตรงนั้น ผมรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ใจ อยากจะไล่หนุ่มหล่อที่นั่งข้าง ๆ แป้งให้ออกไปไกล ๆ ผมจะได้คุยกับแป้งเสียที

แป้งครับ อ้ายมีเรื่องสิเว้านำ รอบนี้น้ำเสียงจริงจังกว่าเก่า แป้งหันมามองผมนิดหนึ่ง

แป้งบ่มีอีหยั่งสิเว้านำอ้าย แป้งมาเฮ็ดบุญ มาฟังพระสวด

และเธอก็ไม่คุยกับผมจริง ๆ ทำให้ผมนั่งหน้าจ๋อยอยู่ข้าง ๆ เธอ คงมีแต่เอื้อยปลากับบักทิดเท่านั้นที่คุยกับผม ทำให้ผมไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวตลกอยู่ตรงนั้น พอพระสวดเสร็จก็มีการถวายอาหาร แม่ของแป้งหันมาบอกผม

เสี่ยง มาถวายอาหารพระกับน้องติ้ลูก

ผมค่อย ๆ คลานมาติด ๆ กับแป้ง ห่างกันแค่คืบเดียว แต่ก็ได้กลิ่นไอของดอกไม้ที่ปักอยู่บนเส้นผมดำขลับ ตอนแรกผมก็นั่งมองว่าดอกไม้อะไรหนอ ทำไมกลิ่นมันหอมเหลือเกิน ที่ไหนได้ ดอกลั่นทมนี่เอง ช่วงที่ถวายอาหารผมก็ถือโอกาสจับมือแป้งช่วยยกอาหารไปถวายพระด้วย ถึงแป้งจะไม่พูดกับผม แต่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเธอผมก็ชื่นใจเหลือเกิน

ช่วงที่พระนั่งฉันอาหารอยู่ แป้งก็ขยับห่างไปนั่งติด ๆ กับแม่ เธอคุยอะไรก็ไม่รู้ เสียงอู้อี้ซึ่งฟังไม่ได้ศัพท์เลย ผมเอียงหูฟังตั้งรัศมีให้ชัดแจ๋ว แต่ก็ยังไม่ได้ยินอีก จึงได้แต่ส่งสายตาไปให้เธอเป็นระยะ ๆ พอสักพักดาวและติ๋มก็เดินมานั่งข้างหลังผม

แป้ง ไปซอยล้างจานแหน่ แม่ผู้ใหญ่บ้านมาขอให้ผู้สาวซุกคนไปซอยกันล้างจาน ติ๋มบอก

แม่ขา แป้งไปซอยเขาล้างจานก่อนเด้อค่ะ

ไปซะลูก ล้างจานแล่วแล้ว ก็เฝ้ากลับมารับพรจากพระเด้อ

ค่ะ แม่

แป้งค่อย ๆ คลานออกมาหาเพื่อนสาว ซึ่งมีผมมองตามอยู่ตลอด พอสักพักพวกเธอก็พากันเดินไปที่ศาลาด้านหลังวัด ซึ่งเป็นห้องเก็บจานและห้องครัวของวัดด้วย ผมกับบักทิดไม่รอช้ารีบคลานตามแป้งไปด้วย เรื่องอะไรผมจะนั่งเซ่ออยู่ที่นี่ แป้งไปไหนผมก็ตามไปด้วย

ผมไม่ได้เข้าไปช่วยแป้งแต่อย่างใด เพราะมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเรียกไปนั่งที่โต๊ะใต้ต้นบักบก ผมเองก็เป็นคนอัธยาศัยดีเสียด้วย จึงไม่กล้าขัดศรัทธาเพื่อนฝูง จึงต้องไปนั่งพูดคุยกับเพื่อน ๆ นิดหนึ่ง แต่สายตาของผมนี่สิมันขัดศรัทธาเพื่อนอยู่เรื่อย เพราะผมยังมองแป้งอยู่ตลอดเวลา

แป้งนั่งล้างจานกับเพื่อนผู้หญิงสี่ห้าคน ซึ่งก็มีหนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านสองสามคนมาช่วยกันหาบน้ำใส่ในโอ่งให้ด้วย ผมเองก็ตั้งใจจะไปช่วยเหมือนกัน แต่ติดปัญหาตรงที่เพื่อนๆ ยังไม่ยอมให้ผมลุกออกไปไหนได้เลย จึงได้แต่มองอยู่ห่าง ๆ ไปก่อน พอสักพักก็เห็นรำพึงเดินเอาจานกองใหญ่ไปยังจุดที่แป้งกับเพื่อน ๆ นั่งล้างจานอยู่ ผมคิดในใจอาจจะมีเรื่องกันก็ได้

นี่ยัยแป้ง! ช่วยล้างจานกองนี้ให้ฉันหน่อยสิยะ

ไม่สั่งเปล่าแต่รำพึงกระแทกจานลงตรงหน้าของแป้งด้วย แป้งมองหน้ารำพึงด้วยความไม่พอใจ

อยากได้ ก็ล้างเอาเองติ้ มาสั่งเขาเฮ็ดหยั่งเธอตอบทำทีไม่สนใจ

ก็พ่อของฉันบอกให้พวกแกล้างจานให้ฉัน

รำพึงสั่งพลางยืนเชิดหน้า มือไพล้หลัง สายตาดูถูกดูแคลนคนรักของผมเหลือเกิน

อีหยั่งล่ะนังรำพึง คื้อมาสั่งแบบซี่ พวกเฮ้าบ่แมนขี้ข้าโตเด้อ อยากได้จานก็ล้างเอาเองติ้ มือก็มี บ่ได้พิการบ่แมนบ่ ดาวย้อนให้รำพึง

พ่อฉันบอกให้พวกแกเป็นคนล้าง ไม่ใช่ฉัน

รำพึงยืนกรานเอาพ่อกำนันมาแอบอ้างตลอด เพราะคิดว่าตัวเองเป็นลูกกำนัน บารมีสูงส่งกว่าใคร ๆ

ตั้งแต่ไปเรียนมหาวิทยาลัย โตบ่เว้าภาษาอีสานเลยหน้อรำพึง เว้าแต่ภาษาไทย เฮ็ดตัวคื้อพวกผู้ดีตีนแดง ตะแคงตีนเดิน แงบ ๆ ยังมีหน้ามาสั่งต้าเฮ้าอีก

หุบปากเลยนะนังติ๋ม

บ่หุบ และก็บ่ล้างไห้นำ มีปัญหาอีหยั่งอยู่บ่นังรำพึง ติ๋มเอาบ้าง

รำพึงมองหน้าติ๋มเหมือนจะเอาเรื่อง ปากสั่นระริก มือกำแน่น ใบหน้าโกรธจัด

มีสิ ถ้าพวกแกไม่ล้างจานให้ฉัน ตัวฉันนี่แหละจะฟ้องพ่อกำนัน

 “ไปโลด ไปฟ้องผู้ว่าจังหวัดนำก็ได้ บ่ย่านดอก ดาวเอาบ้าง

รำพึงเคยชินกับการมีคนเอาอกเอาใจตลอด พอมาเจอแป้งและเพื่อน ๆ ขัดใจบ้าง เธอก็อารมณ์ฉุนเชียวมากทีเดียว ขากระทืบกับพื้น สายตาลุกโชนดังกับเพลิงพายุ

ยี้...อีพวกผีบ้า อีพวกบ้านนอก อีพวกไม่มีการศึกษา คอยดูนะ ฉันจะบอกให้พ่อมาจัดการกับพวกแกให้ได้

แป้งวางจานลงในกะละมัง ลุกขึ้นทันที บ้านนอกแล้วมันหนักหัวผู้ได๋ว่ะ หรือว่าโตบ่แมนคนบ้านนอกรำพึง

ฉันไม่บ้านนอกหรอกยะ เพราะฉันมีการศึกษา อนาคตกว้างไกล น้ำหน้าอย่างพวกแกก็เป็นได้แค่สาวโรงงาน หรือไม่ก็ขี้ข้าเขา รำพึงได้ทีก็ด่าฉอด ๆ

แป้งเองก็ใช่จะยอมใครง่าย ๆ เป็นสาวโรงงานแล้วมันหนักหม่องได๋โตรำพึง

ก็กระจอกงอกง่อยยังไงยะ รำพึงด่าพลางทำหน้าเบะใส่แป้งและเพื่อน ๆ

กระจอกแล้วมันเป็นอีหยั่ง คนกระจอกก็คนคื้อกันเด้อบ่แมนบ้อ

By ์Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-06 15:12:27


Opinion No. 7 (147201)

             นี่ยัยแป้ง ฉันจะบอกอะไรให้แกนะ คนที่ไม่มีการศึกษาอย่างพวกแก ก็น่าจะเจียมเนื้อเจียมตัวหน่อย อย่าคิดฝันสูงไปจับผู้ชายที่มีการศึกษาเลยนะยะ มันเทียบกันไม่ติดหรอก จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีล่ะ

แป้งจ้องมองรำพึง เธอคงจะโกรธไม่น้อย ที่อยู่ ๆ ก็มีคนมาดูถูกดูแคลน

บ่ต้องห่วงดอกรำพึง เฮ้าเป็นคนเจียมตัวอยู่แล้ว เฮ้าบ่ฮักดอกพวกเรียนสูงคื้อโต

ไม่ชอบ แล้วทำไมเธอหมั้นกับพี่เสี่ยงล่ะ ปากกับใจไม่ตรงกันนี่หนา

ผมรู้ว่าแป้งเจ็บไม่น้อยกับคำด่าของรำพึง เธอคงรู้ว่ารำพึงหมายถึงอะไร นี่ก็แสดงว่าการที่ผมหมั้นกับแป้ง ใคร ๆ ต่างก็พากันคิดว่าแป้งต้องการจับผมหรือนี่ แล้วไม่มีใครรู้เหรอว่าผมนี่แหละรักแป้งจริง ๆ

คั่นโตอยากได้ โตก็เอาไปซะ เฮ้าบ่เอา บ่ต้องมาด่าเฮ้านำ

ผมไม่สนใจเพื่อนผู้ชายอีกแล้ว ลุกพรวดพราดเดินมาหาแป้งและเพื่อน ๆ รำพึงวิ่งแจ้นมาเกาะแขนผม แป้งสบตากับผม แค่เห็นแววตาก็ดูรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร

อ้ายเสี่ยงขา พวกยัยแป้งรังแกรำพึงค่ะ นี่มันพากันด่ารำพึงสารพัดเลยนะคะอ้ายเสี่ยง

ผมไม่สนใจคำพูดของรำพึง ไม่สนใจที่เธอออดอ้อนออเซาะผมอยู่ สิ่งที่ห่วงมากที่สุดก็คือความรู้สึกของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ผมได้ยินทุกถ้อยคำที่พวกเธอถกเถียงกัน แต่ผมก็อยากได้ยินจากปากคนที่ผมรัก

แป้ง มีเรื่องอีหยั่งกันล่ะ

บ่มีอีหยั่ง ไผ๋ที่ฮู้โตว่าเป็นพวกผู้ดีมีเงิน มีการศึกษา อย่ามายุ่งกับแป้ง

คื้อแป้งเว้าแบบซี่ อ้ายบ่แมนคนแบบซั่นได๋

แป้งส่ายหัว มันก็คื้อกันแหละ ต่อไปอ้ายอย่ามายุ่งกับแป้ง แล้วก็อย่าให้รำพึงมาด่าแป้งนำ เพราะถ้าแป้งหมดความอดทนเมื่อใด๋ แล้วสิหาว่าแป้งบ่เตือน

อ้ายเสี่ยงขา บ่ต้องไปง้อมันเลย อีพวกบ้านนอกไม่มีการศึกษาก็ยังงี้แหละค่ะ

รำพึงดึงแขนผมเอาไว้ ห้ามไม่ให้ผมตามไปง้อแป้ง

ปล่อยอ้ายรำพึง ผมแกะมือรำพึงออกจากแขน

คำก็บ้านนอก สองคำก็บ้านนอก บัดซั่นต้าเฮ้าสู พากันเอาน้ำบ้านนอก ๆ มาสาดคนเมืองแหน่หนา

แป้งพูดจบก็ตักน้ำใส่ขันสาดผมกับรำพึงจ้าละหวั่น เพื่อน ๆ ของเธอก็ร่วมด้วยช่วยกันอีกต่างหาก ผมไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใด ยอมให้แป้งเอาน้ำสาดแต่โดยดี หากการทำเช่นนี้แล้วทำให้เธอมีความสุข ได้ระบายความทุกข์ออกมา ผมก็จะยอมทุกอย่าง

ผมเห็นแป้งหัวเราะถูกอกถูกใจที่ได้แกล้งผมกับรำพึง พอน้ำหมดโอ่งพวกเธอก็พากันหยุด

เป็นจังได๋ล่ะอ้ายเสี่ยง น้ำบ้านนอกเย็นบ่อ้าย มันคื้อน้ำคนมีการศึกษาอาบกันอยู่บ่คะ

เธอตะโกนบอก ทำหน้ายียวนกวนผมอีกต่างหาก หัวเราะสนุกสนานเหมือนกับการได้แกล้งผมคือสิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุด การกระทำของเธอไม่ได้ทำให้ผมโกรธเลย แต่กลับทำให้เธอดูน่ารักมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมทำให้ผมอยากจะลงโทษเธอด้วย

ผู้ชายอย่างผมเคยยอมผู้หญิงได้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น ยิ่งมาถูกแป้งยั่วแบบนี้ ผมก็ยิ่งต้องห้ามอารมณ์ตัวเองเอาไว้ให้มาก ๆ  

แป้ง คื้อมาเว้าแบบซี่

เว้าแล้วเป็นอีหยั่ง แป้งสิเว้า

อยากฮู้อยู่บ่ว่าน้ำเป็นจังได๋ ผมเดินเข้าไปใกล้ ๆ กับคนรัก ก้มหน้ากระซิบใกล้ ๆ เธอ จมูกแทบจะหอมแก้มเธอให้ได้

น้ำเย็น คื้อน้ำคลองที่สองเฮ้ากอดกันนั่นแหละ จำบ่ได้บ่

แป้งมองหน้าผม เธอหยุดพูดทันที ผมส่งสายตาให้เธออย่างมีความหมาย ไม่ลืมที่จะยิ้มให้เธอ ก่อนที่จะเดินไปที่รถ ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลมากนัก ส่วนรำพึงนั้นก็วิ่งตามหลังผมมา

อ้ายเสี่ยงขา รอรำพึงนำ

ผมไม่ได้สนใจรำพึง ขับรถกลับมาบ้านอย่างเร็ว พอมาถึงบ้านก็ต้องอาบน้ำอีกรอบ นึกเคืองแป้งอยู่บ้างที่ทำให้ผมเปียกปอน แต่มาคิดอีกทีผมก็โกรธเธอไม่ลง ใช่สิผมรักเธอมากเกินที่จะโกรธได้

หลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ผมก็ขับรถกลับมาที่วัดอีก ซึ่งผู้คนก็ทยอยพากันกลับบ้านไปแล้ว ผมไปรับแม่และญาติพี่น้องมาส่งที่บ้าน ก่อนที่จะขับรถไปบ้านแป้ง ซึ่งเอื้อยปลานั่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้าน

เอื้อยปลา แป้งอยู่บ้านอยู่บ่ครับ

เอื้อยปลาหันมายิ้มให้ผม เชิญให้ผมนั่งบนแคร่ใต้ถุนบ้าน

แป้งบ่อยู่ ไปขุดมันกับหลานอยู่เถียงนาโพ้น เอื้อยปลาบอก ยิ้มอย่างเป็นกันเอง

นาฝั่งได๋ล่ะเอื้อย

ฝั่งตรงข้ามกับบ้านโตแหละเสี่ยง แป้งไปกับหลานสาว เห็นบ่นว่าอยากกินขนมหวานมันสำปะหลัง เลยพาหลานสาวไปขุดมันกันสองคน

ขอบคุณหลาย ๆ เอื้อย ผมไปก่อนเด้อครับ

ผมยิ้มทันที ทำไมโอกาสมันเหมาะเจาะอย่างนี้ ผมรีบขับรถกลับมาบ้านอย่างเร็ว ชะเง้อมองข้ามคลองไปฝั่งที่นาของแป้ง แต่ก็ไม่เห็นมีใคร จึงปีนต้นมะม่วงดูเพื่อความแน่ใจ พอเห็นแป้งและหลานสาวช่วยกันขุดมันอยู่ใกล้ ๆ กับต้นตาล ผมไม่รอช้ารีบลงจากต้นมะม่วงอย่างเร็ว

สิไปอาบน้ำบ่ลูก พ่อถาม เมื่อเห็นผมเดินลงไปที่น้ำห้วย

ครับ ผมว่าสิข้ามไปฝากโพ้นนำ

ไปเฮ็ดหยั่งล่ะ พ่อถาม ทำหน้างง

ไปหาผู้สาวครับ

พ่อพยักหน้ายิ้ม ๆ เดินเข้าไปภายในบ้าน ผมกระโจนลงห้วยทันที รีบว่ายข้ามไปอีกฝั่งอย่างเร็ว หัวใจผมมันเต้นแรงทุกครั้งที่จะได้คุยกับแป้ง ยิ่งโอกาสได้อยู่สองต่อสองแล้วด้วย ไม่อยากพูดเลยว่าผมมีความสุขแค่ไหน พอขึ้นฝั่งมาได้ก็ค่อย ๆ ย่องไปแอบดูแป้งกับหลานสาว

น้าแป้ง ขุดกกนี่ดีกั่ว หัวมันคื้อแต่สิใหญ่ น้องข้าวปุ้นบอกน้าสาว มือยังถือตะกร้าไม้ไผ่เดินไปมา

เดี๋ยวก่อนเถาะ น้ายังขุดมองนี่บ่แล่วเลย สิเฟ้าไปใส

กกนั่นหัวมันโตน้อย ๆ เดียวเอง น้าแป้งมาขุดกกนี่ดีกั่ว

โอ้ย! คือน้องข้าวปุ้นมาหลายใจแท้หน้อ ตะกี้ก็บอกให้น้าขุดกกนี่ แล้วนี่สิให้ไปขุดกกทางโพ้นอีกแล้ว คนอีหยั่งหัดหลายใจแต่น้อย ๆ

แป้งก้มหน้าก้มตาขุดมันอยู่ ไม่ได้สนใจหันไปมองคนข้างหลังเลย น้องข้าวปุ้นหันมาเห็นผมซึ่งยืนอยู่ตรงพุ่มไม้ เด็กน้อยส่งยิ้มทำท่าจะเรียกชื่อผม แต่ก็ต้องหยุด เมื่อเห็นผมทำปากจุ๊อย่าได้พูดอะไร ผมค่อย ๆ เดินมานั่งข้าง ๆ แป้ง

อ้ายบ่ได้หลายใจได๋ อ้ายฮักแป้งคนเดียว

แป้งมองหน้าผม สีหน้าตกใจอยู่บ้าง อ้ายเสี่ยงมาเฮ็ดอีหยั่ง

อ้ายก็มาตามหาหัวใจของอ้ายตั้วเนาะ

แถวนี่บ่มีหัวใจอ้ายดอก บ่ต้องมาตาม แป้งทำทีไม่สนใจ

ไผ่ว่าบ่มี หัวใจของอ้ายก็อยู่มองนี่

ผมรู้ว่าแป้งยังงอนผมอยู่ เธอยังคงเคืองเรื่องรำพึงอยู่มาก เห็นได้จากใบหน้าที่เฉยชากับผมอยู่ตลอด

บ่แมนดอก หัวใจอ้ายอยู่บ้านรำพึงโพ้น เธอตอบไม่กล้าสบตากับผม

แป้ง! คื้อแป้งบ่เข้าใจอ้ายแหน่ แป้งคึดไปโพ้น อ้ายบ่ได้คิดอีหยั่งกับรำพึงได๋

คนมีการศึกษาสูง ๆ ก็เหมาะกับคนที่มีการศึกษาสูงๆ คื้อกัน อ้ายกับแป้งบ่เหมาะกันดอก

คื้อแป้งเว้าแบบซี่ล่ะ อ้ายเฮ็ดอีหยั่งผิด

อ้ายบ่ผิดดอก แต่เฮ้าบ่คู่ควรกัน

เธอลุกขึ้น ปักเสียมลงกับพื้นดิน เดินไปหยิบตะกร้ากับหลานสาวมาใส่มัน ซึ่งน้องข้าวปุ้นยังไล่จับตั๊กแตนอยู่รอบ ๆ บริเวณนั้น พอเอามันใส่ตะกร้าเสร็จแล้ว แป้งก็หันมามองผมนิดหนึ่ง แววตาของเธอเศร้า ไม่ได้สดใสเหมือนที่ผมเคยเห็น ใบหน้าดูไม่มีความสุขเลย

แป้งสิถอนหมั้นกับอ้าย ต่อไปอ้ายสิได้แต่งงานกับคนที่คู่ควรกัน พูดจบก็ทำท่าจะเดินหนี

แต่ผมไม่ยอมให้แป้งจากไปเฉย ๆ เอื้อมมือไปดึงแขนเธอเอาไว้ กะจะรั้งให้เธออยู่คุยกับผมก่อน คำว่าถอนหมั้นที่ผมได้ยินจากปากแป้งนั้น มันทำให้ใจผมหล่นไปอยู่กับพื้นทันที เพราะแรงดึงจากผมทำให้ร่างของแป้งถลันมาอยู่ในอ้อมกอดของผมทันที

เราสองคนสบตากัน ผมเห็นนัยน์ตากลมสวยมีน้ำใส ๆ อยู่เต็มเบ้า เธอคงกลั้นน้ำตาเอาไว้ แก้มแดงเรื่อผสมผสานกับความรู้สึกที่เห็นได้ชัด ในตอนนี้ใจของผมมันสั่นผิดปกติ

อ้ายบ่ยอมให้แป้งถอนหมั้น อ้ายฮักแป้งฮู้อยู่บ่

เธอไม่ตอบ หันหน้าหนี แต่ร่างยังอยู่ในอ้อมกอดของผม น้ำใส ๆ ไหลรินออกมาช้า ๆ เธอคงจะเสียใจไม่น้อยที่พูดคำนี้ออกมา รู้ว่าถ้อยคำได้ทำร้ายจิตใจของผม และก็คงทำร้ายหัวใจตัวเองด้วย

หรือว่าแป้งบ่ได้ฮักอ้ายแล้ว

แป้ง...............

บอกให้อ้ายได้ยินแหน่ว่าแป้งบ่ได้ฮักอ้ายแล้ว

ผมถามซ้ำ หัวใจของผมมันร้องไห้กระซิกๆ อยู่ตลอด ไม่ต่างกับหญิงสาวที่ผมกอดอยู่ตอนนี้ เธอก็ร้องไห้เช่นเดียวกัน

ก็แป้งเห็นอ้ายกับสาวรำพึง…………..”

แล้วแป้งก็คึดไปเองแบบซั่นบ่ อ้ายบ่ได้มีอีหยั่งกับสาวรำพึง

แต่แป้งเห็น............

คืนนั้นอ้ายเมา อ้ายขอโทษที่บ่ได้ไปฮับแป้ง เพราะอ้ายบ่กล้าขัดใจลุงกำนัน อ้ายก็เลยกินเหล้าเป็นหมู่เขา แล้วรำพึงมาส่งอ้ายอยู่บ้าน อ้ายให้รำพึงกลับบ้าน แต่รำพึงบ่ยอมกลับ แล้วเขาก็เช็ดโตให้อ้าย แต่อ้ายบ่ได้มีอีหยั่งนำเขาได๋ ถึงอ้ายจะเมาแต่อ้ายก็มีสติ

ผมสบตากับเธอ ดวงตาสวยซึ้งกลมโตยังมองผมอยู่ตลอด ผิวเนียนสวยน่าหอมยิ่งนัก

อ้ายฮักแป้ง คั่นอ้ายสิมีอีหยั่งกับผู้หญิง อ้ายก็ขอมีแต่กับแป้งคนเดียว หัวใจของอ้ายเป็นของแป้ง บ่เหลือให้ผู้ได๋เลย

เธอยิ้มนิด ๆ หลบหน้าเอียงอาย มือเรียวสวยเช็ดน้ำตาไปด้วย ทำให้ผมชื่นใจยิ่งนัก อยากจะหอมแก้มเธอแต่ก็ไม่กล้า เกรงว่าเธอจะโกรธเอา แค่ได้กอดเธอในตอนนี้ก็สุขใจเหลือเกิน

แป้งอย่าเว้าเรื่องถอนหมั้นอีกเด้อ อ้ายบ่มั่ก มันทำร้ายจิตใจอ้าย ฮู้อยู่บ่

แป้งขอโทษ

บ่เป็นหยั่งดอก สัญญานำอ้ายติ้ ว่าต้าเฮ้าสิฮักกัน สิบ่มีไผ่คนอื่น จะมีแค่เฮ้าสองคน

สัญญาค่ะ

น้าแป้งค่ะ ข้าวปุ้นอยากเมื่อเฮื้อน ข้าวปุ้นหิวข้าว

เสียงของน้องข้าวปุ้นทำให้ผมค่อยๆ ปล่อยแป้งออกจากอ้อมอก ไม่รู้ว่าน้องข้าวปุ้นมายืนอยู่ตอนไหน ผมหันไปยิ้มให้เด็กน้อย

น้องข้าวปุ้นไปกินข้าวบ้านน้าเสี่ยงอยู่บ่ มื้อนี่บ้านน้าเฮ็ดกับข้าวหลายอย่างตั้ว มีแต่แซ่บ ๆ ได๋ ผมหันไปบอกสาวน้อย

ไป๋ค่ะ น้าแป้งไปนำกันเนาะ

แป้งหันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่ง ผมสบตาเธออีกครั้งเหมือนรอการตัดสินใจจากคนรัก น้องข้าวปุ้นเกาะมือแป้ง ทำหน้าออดอ้อนอีกต่างหาก

จ้ะ ไป๋ก็ไป

แล้วจะไปกันจังได๋คะ ข้าวปุ้นว่ายน้ำบ่เป็น

บ่เป็นหยั่ง เดี๋ยวอ้ายสิว่ายน้ำไปเอาเรือบ้านน้าสาวมาฮับ แป้งกับข้าวปุ้นทาอยู่ฝั่งนี่เด้อ

ผมรีบเดินกลับไปที่น้ำห้วยอีกครั้ง ว่ายน้ำอย่างเร็วไปเอาเรือที่ฝั่งบ้านน้าสาวของผม และก็พายมารับแป้งและข้าวปุ้น ช่วงระหว่างที่พายเรือข้ามฝากมาบ้านผมนั้น สาวน้อยข้าวปุ้นก็ร้องจะเอาดอกบัวให้ได้ ผมเลยต้องพายเรือพาเธอไปเก็บดอกบัวก่อน

ข้าวปุ้นอยากได้ดอกนั่นค่ะ น้าแป้งซอยเก็บให้แหน่ได้อยู่บ่คะ

ได้จ้า

แป้งเอื้อมเก็บดอกบัวให้หลานสาว ส่วนผมก็เก็บดอกบัวเล็ก ๆ สีชมพูอมม่วงที่อยู่ไม่ไกลจากตัวมากนัก พอพายเรือออกมาได้สักพัก ผมก็ยื่นดอกบัวให้กับแป้ง

ดอกบัวงาม ๆ สำหรับคนงามของอ้าย

แป้งยิ้มหวานให้ผม สองเราสบตากัน อย่าให้บอกเลยว่าหัวใจของผมรู้สึกเช่นใด หัวใจของผมมันสุขใจยิ่งนัก ดีใจที่ผมกับแป้งเข้าใจกัน ไม่ได้โกรธเคืองกันอีก กว่าผมกับแป้งจะได้แต่งงานกันก็ประมาณปลายปีหน้า  ผมไม่รู้ว่าเส้นทางความรักของผม ที่อยู่ระหว่างการรอคอยที่จะมีวันนั้น ผมและแป้งต้องเจออุปสรรคมากแค่ไหน ผมยังรักษาคำมั่นสัญญาที่มีให้กับเธอ เพราะหัวใจของผมมันมีแค่เพียงเธอเท่านั้น   

By ์Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:08:33


Opinion No. 8 (147202)

 มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 7

 

 

หลังจากที่เสร็จงานบุญปีใหม่ แป้งก็ต้องกลับไปทำงานที่เมืองกรุง ส่วนผมก็ต้องกลับไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเหมือนเดิม ผมในฐานะที่เป็นคู่หมั้นของแป้ง ก็ไม่ลืมที่จะมาส่งคนรักขึ้นรถที่สถานีขนส่งประจำอำเภอด้วย ซึ่งก็มีญาติพี่น้องของแป้งมาส่งเธอเช่นเดียวกัน เมื่อแป้งร่ำลาพ่อกับแม่เสร็จแล้ว เธอก็เดินมาคุยกับผม

อ้ายเสี่ยง ตั้งใจเรียนหนังสือเด้อ แป้งสิคอยให้กำลังใจอ้ายเสมอ

ดวงตากลมสวยซึ้ง และรอยยิ้มหวานส่งมาให้ผม ทำให้ผมยิ้มไม่หุบเลย

ครับ อ้ายสิตั้งใจเรียนครับ คงสิได้รับปริญญาก็ประมาณปลายปีนี้แหละครับ แป้งอย่าลืมไปงานรับปริญญาของอ้ายเด้อ

ค่ะ แป้งบ่ลืมดอก

แล้วเมื่อใด๋แป้งสิกลับมาอยู่บ้านต้าเฮ้าล่ะ

ก็สงกรานต์นี่แหละค่ะ เพราะแป้งเก็บเงินซื้อรถไถให้พ่อได้แล่ว พ่อกับแม่ก็คงบ่ให้แป้งไปอยู่เมืองกรุงแล้วแหละ

ผมใจชื่นขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าแป้งจะกลับมาอยู่บ้าน ต่อไปก็หายห่วงเรื่องหนุ่มเมืองกรุงมาจีบแป้ง และก็คงจะง่ายถ้าผมจะมาหาแป้งที่บ้านบ่อย ๆ

อ้ายดีใจที่แป้งสิกลับมาอยู่บ้านต้าเฮ้า ไปอยู่เมืองกรุงคนหลาย อ้ายเป็นห่วงฮู้อยู่บ่

สิมาห่วงอีหยั่ง แป้งไปเฮ็ดงาน คนที่พ้อดก็คนในโรงงานเท่านั่นแหละ

ก็ห่วงอยู่แหละ ผู้สาวอ้ายเป็นคนงาม ย่านผู้บ่าวคนอื่นสิมาจีบมาคุย

บ่ต้องห่วง เชื่อใจแป้งได้

บัดซั่นอ้ายสิทาจดหมายแป้งเด้อ จังได๋ก็อย่าลืมอ้ายเสี่ยงล่ะ

ค่ะ บ่ลืมดอก

ขณะที่ผมยืนร่ำลากับแป้งอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งเรียกชื่อผมมาแต่ไกล

พี่เสี่ยงขา พี่เสี่ยงมาทำอะไรที่นี่คะ

มดเพื่อนสาวที่เรียนในวิทยาลัยเดียวกับผมร้องทัก น้ำเสียงเธอหวานเสียผมเลี่ยนไปหลายครั้งหลายครา ผมกับมดเรียนคนละคณะ แต่ว่าอยู่ชมรมเดียวกัน ทำให้สนิทกันพอสมควร มดเป็นลูกเถ้าแก่ในเมืองที่ผมอยู่ หน้าตาของเธอก็สวยตามแบบฉบับลูกคนจีน ผิวพรรณขาวเหลือง แต่ก็ดูดีแบบสาวหมวย มดเป็นผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวตามแฟชั่นเสียด้วย ซึ่งสีที่เธอโปรดปรานส่วนใหญ่ก็เป็นพวกเสื้อผ้าสีสด ๆ

ผมหันไปยิ้มให้เพื่อนสาว อ้ายมาส่งคู่หมั้น

มดจ้องมองผมเขม็ง ตาตี๋ ๆ ของเธอพยายามทำรัศมีให้โตเหมือนคนที่มีสีหน้าตกใจ

ต๊าย ตาย อ้ายเสี่ยงมีคู่หมั้นแล้วเหรอคะ ทำไมมดไม่เห็นรู้ล่ะคะ

มดเดินมาเกาะแขนผม พินิจพิเคราะห์คนรักของผม แถมใช้หางตามองจิกแป้งอีกต่างหาก ผมเห็นแล้วก็สงสารคนรักจับใจ

ครับ แป้งเป็นคู่หมั้นอ้าย ผมยิ้มให้แป้ง แป้งครับ นี่มดเพื่อนเรียนวิทยาลัยเดียวกันกับอ้าย

แป้งยิ้มแหย ๆ เพราะดูท่าทางเธอไม่ชอบสายตาของมดมากนัก สวัสดีค่ะคุณมดตานอย

นี่ยัยแป้ง ฉันชื่อมดนะย่ะ ไม่ใช่มดตานอยอะไรของเธอ วันหน้าหล่อนต้องเรียกฉันว่าคุณมดนะ ฉันเป็นลูกใคร หล่อนรู้หรือเปล่า

แป้งเอามือไพล้หลัง เลิกคิ้ว ทำเป็นไม่สนใจกับคำพูดของมด แป้งบ่ฮู้ดอกเด้อค่ะ คุณมดตานอยเป็นลูกผู้ได๋ ไผ๋สิไปฮู้นำ

ฉันชื่อมด ไม่ใช่มดตานอย จำใส่หัวให้ดีเสียล่ะ

ผมเห็นมดแสดงกิริยาไม่ดีกับแป้ง ก็อดไม่ได้ที่จะห้ามปราม มดครับ แป้งเพิ่นบ่ฮู้ดอกว่ามดเป็นลูกผู้ได๋

ท่าทางคงจะบ้านนอกน่าดู ถึงไม่รู้ว่าฉันเป็นลูกใคร คนทั้งอำเภอเขารู้กันทั้งนั้นว่าพ่อฉันเป็นใคร คำพูดเย้ยหยัน สายตาเยาะเย้ยของมดบาดลึกเหลือเกิน

คุณมดขา แป้งนะบ้านนอก บ่ฮู้ดอกว่าคุณเป็นลูกไผ๋ เพราะว่าแป้งก็ฮู้จักแต่บ้านห้วยสำราญของแป้งค่ะ

ฉันจะบอกอะไรให้หล่อนก็ได้นะ ยัยแป้งฝุ่น ฉันนะเป็นลูกเถ้าแก่เจ้าของธุรกิจรถไถแห่งเมืองนี้ จำใส่สมองเอาไว้ด้วยล่ะ

ค่ะ เดี๋ยวแป้งสิจำไว้

แป้งตอบเสร็จก็หันไปทำปากเบะกับดาวสองคน เพราะเธอคงจะหมั่นไส้มดพอสมควร ดาวนี่ก็ใช่จะยอมใครง่าย ๆ ยิ่งมีใครมาดูถูกดูแคลนเพื่อนรักของเธอ ดาวก็เป็นต้องหาเรื่องทุกที

คุณมด เอ้ย! บ่แมนมดตานอยตั้วนี่ มันต้องคุณมดแดงดีกั่ว เพราะว่าชุดที่เพิ่นใส่แด้ง แดง ปานบักพิกอยู่เถียงนาโพ้นดาวเอาบ้าง

มดหันมามองค้อนดาว นี่หล่อนฉันชื่อมดน่ะย่ะ ไม่ใช่มดแดง

ขอโทษค้า เอิ้นบ่ถืกเลยนี่ คุณหมดค่ะ มื้อหน้าคั่นดาวอยากซื้อรถไถนี่ คุณหมดสิลดให้ดาวแหน่อยู่บ่

มดหันมามองดาวด้วยสีหน้าเคือง ๆ ฉันชื่อมดย่ะ ไม่ใช่หมด เรียกให้ถูกหน่อยหล่อน

อ้อ..........คุณมด ดาวลากเสียงยาว

ดีมาก ถ้าหล่อนเรียกชื่อฉันถูก และก็พูดดี ๆ กับฉัน ไม่แน่หรอกนะ ฉันอาจจะให้คุณพ่อของฉันลดราคารถไถให้พวกหล่อนก็ได้

อีหลีบ่คะ ดาวหันมายิ้มให้แป้ง ต้าเฮ้าต้องเฝ้าเก็บเงินมาซื้อรถไถแล้วแหละแป้ง สิได้ส่วนลดถืก ๆ แหน่และก็หันไปมองมด

ว่าแต่รถไถฮ้านพ่อคุณมดนี่ ไถดีคืออีตูบ้านดาวอยู่บ่คะ ควายบ้านดาวนี่มันไถนามาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วได๋ ใช้ทนทานที่สุดค่ะ บ่กินน้ำมันนำค่ะ มันกินแต่หญ้าได๋ อันรถไถ่พ่อคุณมดนี่ บ่แมนไถไปแล้วล้อหลุดเด้อ แบบซี่ดาวบ่เอานำเด้อค่ะ
           “นี่หล่อน รถไถ่ที่ร้านพ่อฉันนะ นำเข้าจากญี่ปุ่นนะย่ะ คุณภาพนำหน้าใคร ๆ เลยแหละ หล่อนเคยได้ยินหรือเปล่า คูโบต้า

คือตาโบ๋......บ่ค่ะ
 “กรี๊ด! อีบ้า คูโบต้า ฟังให้ชัด ๆ หน่อย

ดาวหันมาทำปากเบะใส่มด ก่อนที่จะหันไปยิ้มกับแป้ง เพราะคงสะใจที่ได้แกล้งมดเล่น สองสาวยืนหัวเราะคิก ๆ ทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้

มดไม่สนใจแป้งกับดาวมากนัก แต่เธอมาออเซาะผมอยู่ตลอด พูดนั่นพูดนี่จนผมชักจะรำคาญ

พี่เสี่ยงขา กลับมหาวิทยาลัยวันนี้เลยเหรอคะ

ครับ อ้ายกลับวันนี้ครับ สิได้ไปซอยงานลุงนำ

กลับพร้อมมดไหมคะ พอดีมดจะขับรถไปเองค่ะ

บ่ดอกครับ ขอบคุณหลาย ๆ อ้ายสิกลับพร้อมป้าครับ

คุณป้ารำไพมาเที่ยวบ้านพี่เสี่ยงด้วยเหรอคะ มดตาโตทันทีที่ได้ยินชื่อป้ารำไพ เพราะเธอค่อนข้างสนิทกับป้ารำไพมากเป็นพิเศษ

ครับ ป้ารำไพและครอบครัวมาเยี่ยมพ่อกับแม่อ้ายครับ

แบบนี้มดต้องหาโอกาสไปเที่ยวบ้านพี่เสี่ยงบ้างแล้ว ว่าง ๆ พี่เสี่ยงพามดไปเที่ยวหน่อยนะคะ

แป้งจ้องมองผม เธอรู้ว่าผมเป็นเพื่อนกับมด แต่อากัปกิริยาที่มดแสดงออกนี่สิ คงจะทำให้เธอไม่พอใจมากนัก หรืออาจจะคิดเป็นอื่นได้ แม้ว่าแป้งจะวางตัวเหมือนไม่มีอะไร แต่สายตาของเธอทำให้ผมกลัวเหลือเกิน พอสักพักมดก็ขอตัวกลับไป ผมเดินมายืนข้าง ๆ แป้ง

มดเขาเป็นหมู่อ้าย บ่มีอีหยั่งครับ

บ่ได้ถาม แป้งตอบ หน้าบึ้งอยู่นิด ๆ

แต่อ้ายอยากบอก ย่านแป้งหึงอ้าย

อุ้ย! พ่อใหญ่แม่ใหญ่ ผู้ได๋สิมาหึงเพิ่น หัวเถิกๆ แบบซี่ คนอย่างแป้งบ่หึงดอก แมนอยู่บ่แป้ง ดาวได้ทีก็ล้อเลียนผมอีกต่างหาก

แมนดาว เฮ้าบ่หึงดอก คนหน้าตาดี หัวเถิก ๆ เป็นธรรมดาที่ต้องมีผู้สาวอยากอยู่ใกล้ ๆ

บ่หึงอ้ายอีหลีบ่ บ่หึงก็แสดงว่าบ่ฮักกัน

คนฮักกันต้องไว้ใจกันบ่แมนบ่

ครับ แมนครับ แมนคั่ก ๆ ผมตอบ ยิ้มหน้าบานปานกระด้ง

 

พอสักพักรถทัวร์สายกรุงเทพฯ อุบลก็วิ่งมาจอดที่หน้าสถานี มีผู้โดยสารบางคนเดินลงจากรถ โดยที่มีผู้โดยสารบางคนยืนอออยู่ข้างนอก เพื่อที่จะรอขึ้นรถด้วย ผมเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเรียกชื่อแป้งอยู่บนรถก็อดที่จะแหงนหน้ามองไม่ได้

แป้ง....แป้ง.... ทางพิ้

เพราะรถทัวร์เป็นรถแอร์ติดกระจก ทำให้แป้งไม่ได้ยินเสียงเรียก ส่วนพ่อหนุ่มคนนั้นก็ทำหน้าทำตาให้ผมช่วยสะกิดแป้งให้ ผมมองหน้าหนุ่มคนนั้นนิดหนึ่ง รู้สึกไม่ค่อยถูกชะตามากนัก เลยทำเป็นไม่เห็น เรื่องอะไรผมจะสะกิดคนรักให้ไปสนใจด้วย

พอสักพักพ่อหนุ่มคนนั้นก็เดินลงมาจากรถ ยิ้มเห็นฟันสามสิบสองซี่ก็ว่าได้ สายตาของเขามองคู่หมั้นผมอยู่ตลอด ทำให้หัวใจของผมเริ่มเกิดอาการบางอย่างแทรกซึม มันไม่ใช่อาการอะไรหรอก แต่เป็นอาการหึงทางสายตา

แป้ง อ้ายเอิ้นอยู่บนรถ บ่ได้ยินบ่

แป้งยิ้มทันทีที่เห็นผู้ชายคนนี้ ดูท่าทางของเธอสนิทกับพ่อหนุ่มไม่น้อย

อ้ายแหลม มาจังได๋ละคะนี่

ที่แท้พ่อหนุ่มคนนี้ชื่อแหลมนี่เอง ตาช่างแหลมคมจริง ๆ มองเห็นคนรักของผมได้ตั้งแต่รัศมีไกล ๆ เสียด้วย หน้าตาหนุ่มคนนี้ไม่ได้แหลมมากนัก แต่ก็เป็นคนที่หล่อพอสมควร ทำให้ผมรู้สึกว่ามีคู่ต่อสู้ที่ต้องเผชิญอีกแล้ว

อ้ายก็มารถคันนี่ตั้ว แป้งตีตั๋วรถคันนี้แล้วบ่

ค่ะ แป้งกับดาวนั่งรถคันนี่คื้อกัน

บัดซั่นไปนั่งที่นั่งติด ๆ กับอ้ายเด้อ มีที่ว่างอยู่สองหม่อง

ผมนี่มือไม้สั่นงึก ๆ แป้งจะไปนั่งกับพ่อหนุ่มคนนี้ไหมหนอ ไม่อยากให้คนรักใกล้ชิดกับผู้ชายคนนี้เลย เพราะผมรู้สึกไม่ไว้ใจมันเลย แค่สายตาของมันก็ทำให้ผู้หญิงละลายได้ ผมได้แต่หวังอยู่ลึก ๆ ว่าแป้งไม่แพ้สายตาพ่อหนุ่มคนนี้

แป้งหันมาทางผม ยิ้มให้นิดหนึ่ง และก็หันไปยิ้มให้หนุ่มคนนี้ อ้ายแหลมค่ะ นี่อ้ายเสี่ยงค่ะ

ผมยิ้มทักทาย ยกมือไหว้ตามมารยาท ทั้งที่ใจไม่ค่อยอยากทำมากนัก สวัสดีครับ

สวัสดีครับ

อ้ายแหลมหันมาทักทายผมด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ในตอนนั้นผมไม่ค่อยเป็นมิตรกับอ้ายแหลมเลย เพราะกลัวคนรักจะปันใจไปให้หนุ่มหล่อตรงหน้า

อ้ายเสี่ยงค่ะ อ้ายแหลมเป็นผู้จัดการอยู่แผนกที่แป้งเฮ็ดงานอยู่ค่ะ อ้ายแหลมเป็นคนอุบล ใจดีและฮักลูกน้องซุ่คนเลยค่ะ

แป้งไม่แนะนำเปล่า แต่ชื่นชมคุณสมบัติอ้ายแหลมให้ผมได้ยินอีกต่างหาก ทำให้ผมเกิดอาการหมั่นไส้อยู่ลึก ๆ

ผมก็บ่ได้ดีอีหยั่งดอกครับ พอดีผมได้เฮ็ดงานกับคนน่าฮัก ก็เลยกลายเป็นคนใจดีครับ อ้ายแหลมนี่ก็คารมไม่น้อย

คนน่าฮักอย่างอ้ายแหลม ดาวกับแป้งบ่ไปไสดอกค่ะ สิเฮ็ดงานเป็นลูกน้องอ้ายตลอด ดาวพูดหยอก ทำให้อ้ายแหลมยิ้มไม่หุบ

แป้ง บ่แมนรถสิออกแล้วบ่ลูก ไปขึ้นรถซะ แม่ของแป้งเดินมาสะกิด

แป้งหันมายิ้มให้แม่ แนะนำอ้ายแหลมให้แม่ได้รู้จักด้วย

สวัสดีครับคุณแม่

ทันทีที่ได้ยินอ้ายแหลมเรียกแม่แป้งว่า...คุณแม่....ผมก็เกิดอาการหึงอีกแล้ว ไม่เข้าใจทำไมพ่อหนุ่มอุบลหน้ามนคนนี้ไม่เรียกแม่แป้งว่าคุณป้าล่ะ นึกแล้วเริ่มโมโหจริง ๆ แต่ก็ควบคุมอารมณ์เอาไว้ แม่แป้งยิ้มใจดีทักทายหนุ่มคนนี้

สวัสดีลูก จังได๋แม่ก็ฝากเบิ่งแป้งแหน่เด้อ น้องยังเด็ก บ่มีญาติพี่น้องอยู่เมืองกรุง คุณแหลมเป็นผู้จัดการก็เบิ่ง ๆ มันแหน่เด้อค่ะ

บ่เป็นหยั่งครับ เดี๋ยวผมสิเบิ่งให้ แป้งเพิ่นเป็นเด็กดีตั้วคุณแม่

แม่ของแป้งยิ้มละไม หันไปมองลูกสาวที่ทำหน้าทำตาน่ารักเชียว หน้าตาแบบนี้แหละที่ทำให้ผมหลงรักเธอชะมัด

ขอบคุณหลาย ๆ ค่ะ

แป้งร่ำลาพ่อแม่เสร็จ ก็หันมายิ้มให้ผม อ้ายเสี่ยง แป้งไปเด้อค่ะ จังคอยพ้อดกันใหม่

ครับ ดูแลโตเองดี ๆ เด้อ แป้งอย่าไว้ใจผู้ได๋ง่าย ๆ ล่ะ

ค้า บ่ต้องห่วงดอก

อ้ายแหลมคนหล่อแห่งเมืองอุบล ไม่ได้หน้าตาดีเสียอย่างเดียว แต่มีความเป็นสุภาพบุรุษมากเสียด้วย ภาพที่อ้ายแหลมช่วยถือกระเป๋าให้แป้งขึ้นไปบนรถ ทำให้ผมนึกห่วงใยคนรักอยู่ไม่น้อย เกรงว่าเธอจะแพ้ความดีของคนที่ใกล้ชิด ได้แต่ยืนมองเธอด้วยความอาลัยอาวรณ์ นี่ถ้าไม่ติดว่าผมต้องเรียนหนังสือ ผมจะวิ่งตามแป้งขึ้นรถไปแล้ว

                ผมและครอบครัวของแป้งยืนโบกมือร่ำลาแป้ง ใบหน้างาม ๆ ส่งยิ้มให้ผมตลอด พอไม่นานรถทัวร์คันนี้ก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป ทำให้ใจผมหดหู่ไปเลยทีเดียว ต่อไปก็คงได้แต่เฝ้าคอยจดหมายรักจากแป้งเท่านั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแป้งจะส่งมาให้เร็วแค่ไหน หัวใจของผมได้แต่รอคอยอยู่ทางนี้ หวังอยู่ลึก ๆ ว่าระยะทางไม่ทำให้หัวใจเธอเปลี่ยนแปลง

                เมื่อส่งแป้งเสร็จแล้วผมก็ขับรถไปส่งครอบครัวของแป้ง และก็มารับป้ารำไพและครอบครัวกลับสุรินทร์

                ตั้งใจเรียนเด้อลูก สิได้จบไว ๆ

                ครับแม่

                พ่อกับแม่เดินมาส่งผมที่หน้าบ้าน ซึ่งสามีของป้ารำไพเอารถมาด้วย ผมกับระวิวรรณนั่งที่เบาะด้านหลัง เราสองคนไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก เพราะระวิวรรณคงจะเหนื่อยกับการเดินทาง จึงนอนหลับไปเสียก่อน ส่วนผมก็นั่งคิดถึงและห่วงแต่แป้งเท่านั้น ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นยังไงบ้าง รู้สึกหวาดกลัวว่าแป้งของผมจะไปหลงรักอ้ายแหลมหนุ่มอุบลคนนี้ด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม และก็กลุ้มมาตลอดทางที่กลับสุรินทร์   

                เทอมนี้เป็นเทอมสุดท้ายที่ผมเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผมตั้งใจอ่านหนังสือเป็นอย่างมาก เพราะอยากจะเรียนจบเร็ว ๆ อีกหนึ่งเดือนก็ใกล้วันสอบปลายภาคแล้ว ผมไม่ค่อยได้กลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด เพราะอยากสอบให้ผ่านและทำเรื่องขอจบเลย ซึ่งพ่อกับแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ยินดีให้ผมอยู่ที่สุรินทร์และเรียนหนังสือให้เต็มที่

                ขณะที่ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่นั้น ไปรษณีย์สุดหล่อคนเดิมก็ขับรถมาจอดหน้าบ้าน ผมเดินไปรับจดหมายยิ้มทักทาย

                มีจดหมายผมอยู่บ่ครับ

                บ่มีครับ สงสัยต้องเป็นมื้อหลังมั้งครับ

                ผมเดินหน้าเศร้ามานั่งที่ม้าหินอ่อน สองอาทิตย์แล้วที่ผมไม่ได้รับจดหมายจากแป้ง ไม่รู้ว่าแป้งทำอะไรอยู่ ทำไมเธอถึงไม่ยอมตอบจดหมายของผม หัวใจของผมเริ่มอ่อนล้า ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย ตัดสินใจขับรถไปในเมืองสุรินทร์ เพื่อที่จะไปซื้อบัตรโทรศัพท์ และก็แวะโทรศัพท์ไปหาแป้ง

                สวัสดีครับ แผนกฝ่ายผลิตครับ เสียงผู้ชายปลายสายพูดทักทาย

                ผมขอสายแป้งแหน๋ครับ

                “แป้งไม่อยู่ครับ ออกกะไปตะกี้นี่เอง ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ จะฝากข้อความไว้ให้แป้งไหมครับ

                เสียงผู้ชายปลายสายดูสุภาพพอสมควร ทำให้ผมไว้ใจเขามากขึ้น

                ผมชื่อเสี่ยงครับ

                อ้อ...เสี่ยงนี่เอง อ้ายก็นึกว่าใคร นี่อ้ายแหลมเด้อ

                พอรู้ว่าเป็นผม อ้ายแหลมสุดหล่อก็เปลี่ยนมาพูดอีสานทันที ผมจำหน้าอ้ายแหลมได้ติดตา ตอนแรกก็นึกว่าหนุ่มภาคกลาง เพราะเห็นพูดไทยไม่มีสำเนียงอีสานเลย

                อ้ายแหลมบ่ครับ แป้งสบายดีอยู่บ่ครับ

                สบายดี ก็เห็นมาเฮ็ดงานซุ่มื้อนิ้อ้ายแหลมบอก

                ฝากบอกเขาแหน่เด้อว่าผมโทรมา

                “เดี๋ยวอ้ายสิบอกให้ สิให้แป้งโทรกลับอยู่บ่

                บ่ต้องครับ แค่บอกว่าผมโทรมาเพราะเป็นห่วงเพิ่น แค่นี่ก็พอแล่วครับ

                ได้ ๆ เดี๋ยวอ้ายสิบอกให้

                ขอบคุณหลาย ๆ ครับ บัดซั่นแค่นี่เด้อครับ

                ครับ

                พอวางสายเสร็จแล้ว ผมก็ขับรถกลับมาบ้าน หัวใจห่อเหี่ยวเหลือเกิน ห่วงคนรักเป็นที่สุด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอไม่ตอบจดหมายของผม เธอทำงานขนาดที่ไม่มีเวลาเขียนจดหมายมาหาผมเชียวหรือ ผมไม่อยากคิดไปไกลกว่านี้ ไม่อยากคิดว่าเธอมีใครใหม่ เพราะคิดทีไรเจ็บหัวใจทุกที

                หลังจากที่สอบปลายภาคเสร็จแล้ว ผมก็กลับมาบ้านด้วยหน้าตาเศร้า ๆ ไม่ค่อยพูดคุยกับใครมากนัก แม่เห็นแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ จึงถามไถ่ตามประสา ส่วนผมก็ไม่ได้ตอบอะไร ไม่อยากให้แม่เป็นห่วงไปมากกว่านี้ พอตกเย็นผมก็ขับรถไปบ้านพี่สราญ ซึ่งเป็นพี่ชายของดาว อยากถามข่าวคราวเกี่ยวกับดาวและแป้งผ่านพี่สราญ

                พี่สราญเป็นช่างเสริมสวยประจำหมู่บ้านของผม และก็เป็นกระเทยที่สวยที่สุดในตำบลที่ผมอยู่ก็ว่าได้ พี่สราญเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และเป็นคนขี้เล่น ทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการร้านเสริมสวยของเธอเป็นประจำ

                วันนี้หน้าเศร้ามาเลยนะเสี่ยง อกหักมาหรือเปล่านี่ ไหน ๆ เข้ามานั่งสิ ให้เอื้อยดูหน่อย เป็นอะไรมานี่

                ผมคุ้นเคยกับพี่สราญพอสมควร เวลามีปัญหาใจที่อยากจะปรึกษา บางทีก็มานั่งคุยกับพี่สราญ เพราะพี่สราญเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพี่แสง (พี่ชายของผม) ทำให้พี่สราญเห็นผมเป็นน้องเป็นนุ่งมาตลอด ผมเดินเข้าไปนั่งที่แคร่หน้าบ้านพี่สราญ

                เอื้อยสราญ ได้ข่าวดาวกับแป้งอยู่บ่

                อุ้ย! เสี่ยงเรียกชื่อเอื้อยไม่ถูกนะเนี่ย เรียกใหม่สิจ้ะ จำได้ไหมว่าเอื้อยชื่ออะไร

                ผมจำได้ว่าเอื้อยสราญได้ไปเปลี่ยนชื่อที่อำเภอเมื่อหลายเดือนก่อน เธอไม่ได้ชื่อสราญเหมือนที่ใคร ๆ รู้จักแล้ว เดี๋ยวนี้เธอโกอินเตอร์ด้วยชื่อใหม่ที่แรงกว่าเก่า ซาร่า เป็นชื่อใหม่เหมือนนางแบบดังระดับเมืองไทย เอื้อยสราญชอบในความงามและหุ่นที่สวยสง่าของนางแบบคนนี้ จึงได้เปลี่ยนชื่อเหมือนเธอ เพราะหวังว่าจะได้เค้าความสวยจากนางแบบคนนี้มาบ้าง

                เอื้อยซาร่าครับ เอื้อยซาร่าคนงาม ได้ข่าวดาวพระศุกร์กับแป้งหอมอยู่บ่ครับ

                ได้ทีผมก็ออดอ้อนเล่นมุขกับเอื้อยซาร่าเหมือนเคย เพราะเอื้อยซาร่าคนนี้มักจะแพ้เสียงออดอ้อนของหนุ่มบ้านนาทุกที โดยเฉพาะหนุ่มที่หน้าตาอ่อนกว่าเยาว์อย่างผม

                หึ....พูดแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย แต่นังดาวนะไม่ใช่ดาวพระศุกร์หรอก หน้าตามันต้องศัลยกรรมอีกเยอะถึงจะได้เป็นดาวพระศุกร์ ส่วนแป้งหอมของเสี่ยงนั่นก็หอมตลอดกาล ยิ่งกว่าแป้งสปริงซองเสียอีก

เธอทำหน้าทำตา ยิ้มละไมให้ผม หยิบกรรไกรไปเก็บเข้าที่ ท่าทางกระตุ้งกระติ้งเหมือนผู้หญิง

                ครับ ผมแค่อยากฮู้ข่าวของดาวและแป้งครับ

                เธอหันมายิ้มให้ผมอีกครั้ง เสี่ยงบ่ต้องไปห่วงสองสาวนี่เลย ตอนนี้พวกมันกำลังบ้าทำโอทีกันอยู่ วันก่อนนังดาวฝากคำพูดมาบอกกับบักหำน้อยว่ามันบ่มีเวลาเขียนจดหมายมาหาเอื้อยเลย เพราะทำงานตลอด

                แล้วอ้ายหำน้อยกลับกรุงเทพแล้วบ่ครับ

                มันกลับไปเมื่อตอนเช้าแล้วจ้ะ สายเกินไปแล้ว จะฝากจดหมายไปให้น้องแป้งหอมล่ะสิ

                ครับ ก็อยากฝาก แต่แป้งคงงานยุ่งอีหลีถึงบ่เห็นตอบจดหมายของผมเลย

                นี่ เสี่ยงคนหล่อของเอื้อย วันนี้ทำหน้าเศร้า ๆ เพราะน้องแป้งหอมบ่ตอบจดหมายล่ะติ้ มีปัญหาอีหยังปรึกษาเอื้อยได้เด้อหล้า พี่นะศิราณีประจำหมู่บ้านเชียวนะ

                ผมยิ้มเศร้า ๆ ตามองพื้นคิดอะไรอยู่สักพัก นึกขำอยู่บ้างที่บางครั้งเอื้อยซาร่าก็อยากให้ผมเรียกเอื้อย บางทีก็พูดไทยและให้ผมเรียกพี่ ผมเงยหน้ามองเธอนิดหนึ่ง

                เอื้อยซาร่าครับ เอื้อยว่าแป้งเพิ่นสิเปลี่ยนใจจากผมอยู่บ่ครับ

                อืม...เอื้อยก็ไม่รู้นะ เอางี้ดีไหม เสี่ยงนั่งอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวเอื้อยจะให้ฟังอะไรสักหน่อย

จากนั้นเอื้อยซาร่าก็เดินไปหยิบซีดีด้านหน้าตู้โชว์ จัดการใส่ซีดีเล่นทันที แล้วเธอก็เดินมานั่งข้าง ๆ ผม

                เพลงไม่อาจเปลี่ยนใจของบักเจมส์ เรืองศักดิ์คงช่วยได้บ้างนะ

                บทเพลงมันก็เศร้าเหลือเกิน เอื้อยซาร่าเป็นคนที่นิยมฟังเพลงทุกแบบทุกสไตล์ ยิ่งนักร้องที่หน้าตาหล่อๆ เอื้อยซาร่ามักจะทุ่มเงินซื้อซีดีมาเก็บไว้ที่บ้านให้ได้ ผมนั่งฟังเพลงไปพลาง ๆ

                เอื้อยครับ ผมยังบ่ได้อกฮักเด้อครับ ผมแค่ขาดการติดต่อกับคนฮักเท่านั้น

                แหม๋...ก็หน้าตาเสี่ยงยิ่งกว่าคนอกฮักเสียอีก เอื้อยก็เลยเอาเพลงนี้ให้ฟัง เผื่อเสี่ยงจะได้มีแฮงขึ้นมาบ้าง

                นี่มันบ่ได้เฮ็ดให้ผมมีแฮงได๋เอื้อย มันเฮ็ดให้ผมหมดแฮงเลยได๋

                อีหลีบ่ ทำไมโตบ่บอกเอื้อยแต่แรกล่ะ

                เอื้อยซาร่าบางทีก็พูดไทยผสมอีสานตลอด ทำให้ดูแปลกไปอีกแบบ เธอผลุนผลันลุกจากแคร่ไม้เดินไปปิดเครื่องเสียง เลือกซีดีแผ่นใหม่

                งั้นเอาเพลงนี้ไปเลย เพื่อรักเพื่อเรา เพลงซึ้ง ๆ เอื้อยมอบให้เสี่ยงนะจ้ะ

               

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:10:16


Opinion No. 9 (147203)

 เอื้อยซาร่ายิ้มหวาน ๆ ให้ผม ทำให้ผมได้แต่พยักหน้ายิ้มเศร้า ๆ  เพลงค่อยๆ เล่นไปเรื่อย ๆ เข้ากับอารมณ์ของผมยิ่งนัก คิดถึงแป้งจับใจ เธอคงจะทำงานหนักอย่างที่อ้ายบักหำน้อยบอกก็ได้ ถ้าผมเรียนจบได้งานทำดี ๆ ผมไม่อยากให้แป้งทำงานหนักเลย อยากจะดูแลเธอให้ดีกว่านี้ พอเพลงเล่นจบผมก็หันมายิ้มให้เอื้อยซาร่า

                ทำหน้าซึ้งเลยนะเสี่ยงน๊ะ เพลงนี้ถืกใจล่ะสิ

                ครับเอื้อย เพลงถือใจผมคั่กเลย

                แล้วก็บ่ต้องไปย่านสาวแป้งหอมมีคนอื่นเด้อ เอื้อยดูคนออก สาวแป้งนะเขาฮักโตผู้เดียว

                อีหยั่งเฮ็ดให้เอื้อยมั่นใจขนาดนั่นล่ะ

                จะไม่ให้เอื้อยมั่นใจได้ยังไง เพราะปีก่อนเอื้อยขึ้นไปเยี่ยมนังดาวที่กรุงเทพ เห็นหนุ่ม ๆ มาเที่ยวจีบสาวแป้งหอมเยอะแยะ แต่โตเชื่ออยู่บ่ สาวแป้งหอมบ่สนใจไผ่เลย

                อีหลีบ่เอื้อย แล้วผู้บ่าวคนที่มาจีบแป้งเป็นผู้ได๋

                ผู้ได๋ล่ะ ก็พวกผู้บ่าวโรงงานนำกันแหละนะ

                ผมย่านรักแท้แพ้ความใกล้ชิดครับเอื้อย

                โอ้ย...เสี่ยงเอ้ย เอื้อยจะบอกอะไรให้นะ ถ้าเสี่ยงบ่เชื่อใจสาวแป้งหอมล่ะก้อ เสี่ยงก็คึดหนักอยู่แบบซี่ คั่นสาวแป้งบ่ฮักโต เพิ่นบ่รับหมั้นโตดอก

                ผมก็บ่อยากคึดดอก แต่บางเทือมันก็อดบ่ได้

                เพราะใจที่แท้จริงของผมมันห่วงไปสารพัด กลัวแป้งมีคนใหม่ กลัวแป้งหมดรักกับผม สารพัดความกลัวที่หลอมอยู่ในหัวใจผมตอนนี้

                บ่คึดเลย คั่นคึดฮ้อดก็ขึ้นไปหาเขาติ้ มานั่งหน้าเศร้าบ่ได้ดอก

                ผมมองหน้าเอื้อยซาร่า ให้ผมขึ้นไปหาแป้ง ผมไปบ่ถือดอกครับ ในชีวิตยังบ่เคยไปกรุงเทพกับเขาซะเทือ

                อุ้ย! ทำไมเสี่ยงเชยยังงี้ล่ะจ้ะ เอื้อยก็นึกว่าเคยไปกรุงเทพมาแล้ว

                ยังบ่เคยครับ เคยไปแต่สุรินทร์กับอุบลทอนั่นแหละครับ

                เอางี้ดีไหม เดี๋ยวเอื้อยพาไปเอาไหมล่ะ เอื้อยก็ตั้งใจจะขึ้นไปทำธุระเหมือนกัน เอื้อยซาร่าเสนอแนะ

                ผมยิ้มแป้นทันที เอื้อยสิพาผมขึ้นไปหาแป้งอีหลีบ่ครับ

                ก็ใช่นะสิ ว่าแต่เสี่ยงจะไปหรือเปล่าล่ะ

                ไปครับ ว่าแต่เอื้อยไปทำธุระอีหยั่งล่ะครับ

                อยากรู้เหรอ เอื้อยซาร่ามองหน้าผม ยิ้มพริ้มพราย สายตามองท้องฟ้าอย่างคนมีความฝัน

                อยากฮู้ครับ ผมถามซ้ำ

                ผู้หญิงสวย ๆ อย่างเอื้อยจะไปกรุงเทพเพื่ออะไรล่ะเสี่ยง เอื้อยซาร่าเล่นมุขตามเคย ผมนั่งคิดตามแล้วก็ชักงง ๆ

                คนสวย ๆ อย่างเอื้อยไปเฮ็ดอีหยั่งครับ ไปเดินแบบบ่ครับ

                โอ้ย! เอื้อยไม่ไปเดินแบบหรอกจ้ะ ไม่อยากไปแย่งซีนพวกนางแบบเมืองไทยหรอก เอื้อยเกรงว่าพวกเธอจะตกกระป๋องเสีย ยิ่งมีข่าวคนว่างงานเยอะเสียด้วย เอื้อยล่ะห่วงประเทศไทยจริง ๆ เลย ผู้หญิงอย่างเอื้อยนะถึงจะเป็นกระเทยแต่ก็ฉลาดคิดนะเสี่ยง ไม่แย่งงานใครเด็ดขาด

แล้วคนฉลาด ๆ คื้อเอื้อยสิไปกรุงเทพเฮ็ดหยั่งล่ะครับ

บอกให้ก็ได้ เอื้อยก็จะไปเสริมดั้งจักหน่อย เพราะไอ้ดั้งแฟ้บ ๆ ของเอื้อยนะ มันทำให้หนุ่ม ๆ หน้าตาดี ๆ ไม่ค่อยสนใจเอื้อยเลย

                ผมหัวเราะหึ ๆ มองหน้าเอื้อยซาร่า ใจก็อดขำไม่ได้

 เอื้อยครับ ดั้งแฟ้บ ๆ บ่ต้องไปเสริมมันดอกครับ ผมว่าเอื้อยหยุดกินข้าวเหนียว บ่แหน่ดั้งเอื้อยอาจจะโด่งก็ได้ครับ

                สูตรนี้เอื้อยลองมาปีหนึ่งแล้ว มันไม่ดีขึ้นเลย เอื้อยเห็นทีต้องพึ่งมีดหมอแล้วแหละเสี่ยง โรงพยาบาลอะไรน๊ะ ยันหี-ยันฮี ใช่ไหรือเปล่า ที่เขาโฆษณาในคู่สร้างคู่สมนะ เสี่ยงเคยได้ยินบ่ล่ะ

                ผมหัวเราะทันที อารมณ์ดีกว่าเก่าตั้งเยอะ โรงพยาบาลยันฮีเอื้อย เอิ้นให้มันถืกแหน่ะ เอิ้นเสียผมขนลุกเลย

                ขนลุกเป็นด้วยเหรอ ฮึ่ม ....ชื่อมันหวาดเสียวดีเนาะ  แต่เอื้อยชอบชื่อมันนะ เอื้อยว่าจะไปทำสวยที่นั่นซะหน่อย นี่ก็เก็บเงินดอกได้มาพอค่าหมอแล้วนะ กะว่าจะไปขอเงินนังดาวพระศุกร์ให้ช่วยออกค่ากินอยู่ให้หน่อย

                ผมว่าเอื้อยบ่ต้องทำดอก แค่นี้เอื้อยก็สวยสุดในตำบลแล้วครับ

                เอื้อยซาร่ามองผม ยิ้มละไมใจดี

ไม่ได้หรอก สวยแค่ในตำบลเอื้อยไม่ยอม ชีวิตของเอื้อยมันต้องอัพเกรดไปเรื่อย ๆ สวยระดับตำบลแล้วมันก็ต้องอัพเกรดให้สวยระดับอำเภอให้ได้ พออำเภอก็ต้องระดับจังหวัด จากนั้นก็ที่สุดของเมืองไทย และก็ที่สุดในโลกจ้ะ เอื้อยก็อยากรู้เสียเหลือเกินว่ากระเทยหน้าไหนจะสวยสู้เอื้อยได้บ้าง

                ผมว่าบ่มีผู้ได๋สวยซ่ำเอื้อยแล้วแหละ ชื่อก็ออกสิอินเตอร์แล้ว หน้าตาแบบซี่แหละอินเตอร์สุด ๆ

                ไม่ต้องมาพูดให้เอื้อยดีใจเล่น ๆ เลย เวลาขึ้นไปกรุงเทพทีไร อีพวกกระเทยเมืองกรุงมันชอบจิกหัวเรียกเอื้อยว่า กระเทยบ้านนอก เอื้อยบ่ยอมดอก เอื้อยจะต้องสวยสุด ๆ ให้คนรู้จักกะเทยบ้านห้วยสำราญของเราไปเลย

                ผมเพิ่งเข้าใจครั้งนี้นี่เองว่า ชีวิตการเป็นกระเทยนี่ก็กดดันเหมือนกัน มีการแข่งสวยประชันกันได้ตลอด ผมก็นึกว่ามีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่เป็นแบบนี้ ที่แท้ชีวิตกระเทยก็ไม่ได้ต่างกันเลย

                เสี่ยงไปขอเงินแม่สาลี่ไว้เลยนะ เดี๋ยวเอื้อยจะพาขึ้นไปวันพรุ่งนี้ ว่าแต่สอบเสร็จหรือยัง มีเรียนหรือเปล่าล่ะ

                ผมสอบเสร็จแล้วครับ ทำเรื่องขอจบแล้วครับ ไปไหนมาไหนได้สะดวกครับ

                ดี ๆ เอื้อยจะได้มีคนช่วยเฝ้าเอื้อยยามที่นอนพักอยู่โรงพยาบาลด้วย ให้นังจำปาไปด้วย มันใช้การไม่ได้เรื่องเลย เซ่อ ๆ ซ่าฟังภาษาไทยไม่ออก เอื้อยละปวดหัวต้องนั่งแปลให้มันตลอด

                ครับเอื้อย บ่มีปัญหาอีหยั่ง ขอแค่เอื้อยพาผมไปหาแป้ง ผมยินดีซอยเอื้อยคื้อกัน

                บัดซั่นมื้ออื่นมาขึ้นรถอยู่บ้านเอื้อยเด้อ เดี๋ยวสิให้ลุงนังดาวพระศุกร์เอารถไปส่งอยู่ตัวเมือง

                ครับเอื้อย

                วันนั้นผมขับรถกลับมาบ้านอย่างมีความหวัง พรุ่งนี้จะได้ขึ้นไปหาแป้งที่กรุงเทพแล้ว ไปให้เห็นหน้าเธอว่าสบายดีไหม อยากรู้ว่าเธอทำงานหนักจริง ๆ หรือมีคนใหม่กันแน่ เย็นวันนั้นผมกลับมาบ้านและก็มานั่งประจบแม่อยู่สักพัก เพราะการขึ้นไปกรุงเทพต้องใช้เงินเยอะพอสมควร

                แม่ครับ ผมอยากขึ้นไปหาแป้ง

                เป็นหยั่งคือต้องขึ้นไปหาหนูแป้งล่ะลูก

                ผมทนความคึดฮ้อดแป้งบ่ได้เลย นี่แป้งก็บ่ได้ตอบจดหมายผมหลายเดือนแล้ว เห็นเอื้อยซาร่า....

                สราญลูก เพิ่นชื่อสราญ

                เพิ่นเปลี่ยนชื่อใหม่แล้วแม่ เอื้อยสราญของแม่นะ เพิ่นเปลี่ยนชื่อเป็นซาร่าแล้วครับ

                แม่หัวเราะหึ ๆ ลูบผมของผมเบา ๆ ชื่อคือยาแก้ปวดเลยเนาะลูก 

                ก็เอื้อยซาร่าเขาสิโกอินเตอร์เด้อแม่ ก็เลยเปลี่ยนชื่อให้มันคื้อฝรั่งแหน่

                แม่ก็บ่ฮู้เลยได๋ บ่ได้ไปเฮ็ดผมกับร้านเพิ่นดนแล้ว ว่าแต่เอื้อยเพิ่นว่าจังได๋ล่ะลูก

                เพิ่นบอกผมว่า แป้งเฮ็ดงานหนัก บ่ได้หยุดพักเลย ผมอยากไปให้กำลังใจแป้งครับ

                ไป้ก็ไปตั้ว แม่สิว่าอีหยั่ง

                แต่ผมบ่มีเงินครับแม่ ขอเงินแม่แหน่ได้อยู่บ่

                เอาจักบาทล่ะลูก

                ห้าร้อยครับแม่

                แม่หัวเราะเบา ๆ ห้าร้อยบ่พอดอกลูก ไปอยู่หลายมื้อหลายคืน แม่ให้ไปสองพันเด้อ สิได้มีเงินพาน้องเที่ยว

                ผมยกมือไหว้แม่ทันที โอบกอดหอมแก้มแม่ให้ชื่นใจ ขอบคุณแม่หลาย ๆ ครับ แม่สิเอาอีหยั่งอยู่บ่เดียวผมสิซื้อมาฝาก

                แม่กับพ่อบ่เอาอีหยั่งดอกลูก ไปกรุงเทพก็ข้ามถนนดี ๆ เด้อลูก รถอยู่เมืองกรุงมันหลาย มันบ่คื้อบ้านนอกต้าเฮ้าได๋

                ครับ แม่บ่ต้องห่วงดอกครับ

                เย็นวันนั้นแม่กับพ่อได้เก็บพริกและผักต่าง ๆ ให้ผมเอาไปฝากแป้งด้วย ซึ่งผมก็ขับรถไปบอกพ่อกับแม่แป้งว่าจะขึ้นไปหาแป้งในวันพรุ่งนี้เช้า โดยที่ท่านทั้งสองก็ได้ฝากของกินพร้อมทั้งจดหมายไปให้แป้งเช่นเดียวกัน ผมกลับมาบ้านอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข คืนนี้ผมนอนไม่หลับ ใจตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าคนรัก ตื่นเต้นที่จะได้ไปเมืองกรุงสักที ไม่รู้ว่ามันใหญ่โตเท่าสุรินทร์หรือเปล่า อยากไปเห็นห้างใหญ่ ๆ ในเมืองกรุงที่แป้งเคยเล่าให้ผมฟัง ที่สำคัญก็อยากเดินเคียงข้างแป้งด้วย 

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:12:04


Opinion No. 10 (147204)

 มนตร์รักข้ามคลอง บทที่ 8

 

 

 

            วันนี้ผมตื่นมาแต่เช้า รีบอาบน้ำแต่งตัวให้หล่อที่สุด เพราะวันนี้จะต้องเดินทางไปเยี่ยมแป้งที่กรุงเทพ ผมขับรถไปถามบักทิดเพื่อนคู่หูด้วย เผื่อมันนึกอยากจะไปเยี่ยมสาวดาวคู่กับผม เพราะเมื่อวานนี้ผมบอกเอื้อยซาร่าไว้แล้วว่า อาจจะแวะชวนบักทิดไปด้วย ซึ่งเอื้อยซาร่าก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอชอบเสียอีกที่มีหนุ่ม ๆ เดินขนาบข้างทัวร์เมืองกรุง

            อยากไปอยู่ดอก แต่เฮ้าบ่มีเงินเลย บ่ฮู้ไปกรุงเทพเขาไซ้เงินจักบาท บักทิดถาม เพราะมันเองก็ไม่เคยไปกรุงเทพมาก่อน

                เฮ้าก็บ่ฮู้คือกัน แม่ให้ไปสองพัน บ่ฮู้สิพออยู่บ่

                บัดซั่นทาคาเดียวเด้อ เฮ้าก็สิไปลองขอพ่อแม่เฮ้าเบิ่งก่อน

                บักทิดเพื่อนซี้คู่ใจของผมเดินขึ้นไปบนเรือน ซึ่งผมนั่งรอข้างล่าง ครอบครัวของบักทิดทำนาทำไร่เหมือนกับครอบครัวผม ช่วงที่มีวันหยุดพ่อบักทิดมักจะทำแคนขาย เพราะพ่อของบักทิดเป็นอดีตนักเป่าแคนที่ค่อนข้างขึ้นชื่อเสียงในอำเภอที่ผมอาศัยอยู่ รายได้ของครอบครัวส่วนใหญ่ก็มาจากการทำนาทำไร่ แต่เนื่องมาจากบักทิดเป็นคนขยัน จึงชอบไปทำงานรับจ้างไถ่นาให้ชาวบ้านอยู่ตลอด ทำให้มันมีเงินมาให้แม่มากทีเดียว ต่อให้ทำงานได้เงินมากเท่าไร แต่บักทิดก็ไม่เคยเก็บไว้เองเลย ยกให้แม่หมดทุกบาททุกสตางค์ และก็เป็นคนที่กตัญญูพอสมควร

                สิไป๋จักมื้อล่ะลูก แม่บักทิดถาม

                ก็ประมาณสี่ห้ามื้อครับ บักทิดตอบแบบคาดคะเน มันยังไม่ได้ถามผมสักนิด

                เอาไปแค่แปดร้อยก็พอลูก ค่ารถสามร้อย เหลืออีกห้าร้อยบาทโตก็ไว้กินเที่ยว

                แม่ครับ ผมขออีกสองร้อยได้อยู่บ่ครับบักทิดออนอ้อน แววตาเว้าวอนแม่

                ก็ได้ คั่นบ่พอ โตก็ไปขอนำอ้ายโตเด้อ

                บักทิดมีพี่ชายทำงานคนขับรถอยู่ที่เมืองกรุงเช่นเดียวกัน แต่นาน ๆ ครั้งจะได้กลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้ง ทำให้บักทิดไม่สนิทกับพี่ชายมากนัก อันเนื่องมาจากพี่ชายมีครอบครัวและแต่งงานแยกครอบครัวไปตั้งนานแล้ว

                ขอบคุณหลาย ๆ ครับแม่ คั่นบ่พอผมสิไปขออ้าย

                อย่าพากันไปเที่ยวผู้หญิงเด้อ เดี๋ยวติดองติดเอดส์มา แม่บ่มั่กเด้อลูก เห็นข่าวเขาออกแซ้ว ๆ ว่าคนแถวบ้านนอกมั่กคักไปเที่ยวคาราโอเกะ แม่เป็นห่วงฮู้อยู่บ่

                ครับแม่ ผมบ่เที่ยวดอกครับ ผมสิไปเยี่ยมสาวดาว

                จังได๋แม่ก็ฝากความคึดฮ้อดไปให้หนูดาวกับหนูแป้งแหน่เด้อลูก

                “ครับแม่ เดี๋ยวผมสิบอกเพิ่นให้

                บักทิดวิ่งหน้าชื่นลงมาจากเรือน เสี่ยง โตทาเฮ้าก่อนเด้อ ให้เฮ้าแต่งโตก่อน

                เออ เฝ้าแหน่เด้อ เดี๋ยวเอื้อยซาร่าสิทาดน

                บักทิดกลับไปแต่งตัวสักพักก็เดินลงมาหาผมซึ่งนั่งรออยู่ข้างล่าง มันแบกกระเป๋าเป้ลายผ้าทออีสานพร้อมกับผ้าขาวม้าคาดเอวอย่างโก้ เสื้อเชิ้ตลายตัดที่เป็นเส้นสลับไปมา กับกางเกงยีนสีน้ำเงิน บักทิดสำรวจดูความหล่อของตัวเองเสร็จสรรพ จากนั้นก็ยิ้มแฉ่งให้ผม

                เฮ้าหล่ออยู่บ่เสี่ยง

                ผมเหลือบไปมองเพื่อนนิดหนึ่ง ฮ่วย แค่นี้ก็หล่อแล่ว

                โตว่าสาวดาวสิจำเฮ้าได้อยู่บ่

                จำได้อยู่ดอก หน้าตาก็ยังคื้อเก่า

                บักทิดทำหน้าเศร้า ๆ ผมรู้ว่ามันอยากให้ผมชมมันนิดหนึ่ง จำบ่ได้ดอกมั้ง หล่อคั่กเลย

                และมันก็ยิ้มออกมาทันที ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้บ้ายอเหมือนกัน ผมเลยต้องยอให้มันหน่อย เดี๋ยวมันน้อยใจ ไม่ยอมไปกรุงเทพกับผม

                เห็นบ่ ความหล่อของเฮ้ามันต้องเบิ่งดน ๆ คนที่ตาบ่ถึง บ่มีวันได้เห็นความหล่อเฮ้าดอก

                บักทิดยังเข้าข้างตัวเองอีก ผมเองก็เหนื่อยที่จะตอบคำถามมันก็เลยเออออห่อหมกไปกับมันด้วย บักทิดร่ำลาพ่อแม่เสร็จก็ซ้อนมอเตอร์ไซต์ผมกลับมาบ้าน เพราะผมจะต้องไปเอากระเป๋าและของฝากที่ครอบครัวแป้งฝากไปให้แป้งด้วย รวมทั้งของฝากที่ผมจะเอาไปให้แป้งเช่นเดียวกัน

                จากนั้นพ่อของผมก็ขับรถมาส่งที่บ้านเอื้อยซาร่า ซึ่งเธอนั่งรอที่แคร่หน้าบ้าน

                เสี่ยงพาทิดไปด้วยเหรอนี่

                ครับเอื้อยซาร่า มันอยากไปเห็นสาวดาว ผมตอบ ส่งยิ้มให้

                เอื้อยซาร่ารู้ว่าบักทิดแอบชอบน้องสาวตัวเองมานานแล้ว จึงไม่ได้ขัดอะไร เพราะก็คงสนับสนุนให้หนุ่มบ้านเดียวกันจีบน้องสาวตัวเอง ดีกว่าให้หนุ่ม ๆ บ้านอื่นจีบ

                ไปก็ไป ยังไงก็อย่าทำเอื้อยหน้าแตกล่ะ

                บ่ครับเอื้อย ผมสัญญาด้วยเกียรติน้อย ๆ ของผม บักทิดชูสองนิ้วตรงหน้า ยิ้มแฉ่งตามเคย

                เอื้อยเชื่อแล้วจ้ะ พูดถึงเอื้อยก็ชอบนะมีหนุ่ม ๆ เดินขนาบข้างทัวร์เมืองกรุง เดี๋ยวเอื้อยจะทำให้พวกกะเทยเมืองกรุงมันอิจฉาซะหน่อย ยังไงก็ขอเอื้อยควงพวกเธอเล่น ๆ หน่อยนะ

                ควงโลดเอื้อย บ่มีปัญหาอยู่แล้วบักทิดรับปากอย่างดี ยิ้มอย่างเป็นกันเอง

                ขอบใจจ้ะ เดี๋ยวเอื้อยขอไปเรียกลุงก่อนนะ เห็นบอกว่าจะเอารถไปส่งที่อำเภอ ทำไมหายเงียบยังงี้ก็ไม่รู้

                เอื้อยซาร่าเดินหายไปหลังบ้านสักพัก ก็ถือกระเป๋าสะพายเดินออกมา มีข้าวของเต็มไปหมด มีทั้งกระสอบปุ๋ย ต้นข่าต้นขิงมัดรวมในกระสอบ พวกผักต่าง ๆ ผมเห็นแล้วอดที่จะถามไม่ได้

                เอื้อยซาร่า คื้อของมันหลายแท้ครับ

                ก็เอื้อยไปอยู่ที่นั่นหลายวัน กลัวจะอดข้าว ก็เลยเอาของกินไปเยอะๆ

                แต่ผมว่าเอื้อยเอาไปเยอะเกินขนาดเด้อครับนี่ ผักบ่แมนเอาไปหมดสวนบ่ครับนี่

                เสี่ยงนี่ไม่รู้อะไรเลย ที่เมืองกรุงนะ ของกินของแซ่บมันมีหลาย แต่มันแพง บ่คื้อบ้านเราหรอกนะ อีกอย่างเอื้อยก็ไม่รู้ว่าผักเมืองกรุงมันจะปลอดสารพิษเหมือนบ้านเราหรือเปล่า เอื้อยไม่ไว้ใจใคร เดี๋ยวเกิดไปกินผักที่มีสารพิษ อาจจะทำให้ใบหน้างาม ๆ ของเอื้อยแก่ก่อนวัยก็ได้

                ผมมองหน้าบักทิด อมยิ้มให้กัน เพราะอดขำเอื้อยซาร่าไม่ได้ พอสักพักรถอีแต๋นของลุงดาวก็ขับมาจอดหน้าบ้าน รถคันนี้ไม่มีกระจกบังลมด้านหน้าเลย ซึ่งก็เปิดโล่งทั้งคัน กะบะด้านหลังก็ทำด้วยไม้ขนาดหนึ่งเมตรกั้นเอาไว้เท่านั้น ผมเห็นแล้วก็ถอดใจนิดหนึ่ง คิดว่าทรงผมหล่อ ๆ ที่อุตส่าห์ใส่เจลมาจากบ้านอาจจะกลายเป็นทรงหัวตั้งก็ได้

                เฟ้าพากันมาขึ้นรถติ้ล่ะสู ยืนแน้มอีหยั่ง เดี๋ยวก็ไปบ่ทันรถทัวร์เที่ยวแรกแหละ ลุงแสนเรียก ขณะที่มือยังนั่งควงพวงมาลัยอีแต๋นคันโปรดอยู่

                ผมไม่รอช้าช่วยยกข้าวของไปบนรถอีแต๋น ซึ่งก็มีบักทิดคอยรับของบนรถ ส่วนเอื้อยซาร่าคนสวยก็ไปนั่งเบาะหน้าเคียงข้างคนขับ พอเอาของขึ้นรถเสร็จแล้ว ลุงของดาวก็ค่อย ๆ ออกรถไปยังตัวเมือง ซึ่งระยะทางจากบ้านผมไปตัวเมืองก็ประมาณยี่สิบกิโลเมตร เสียงรถอีแต๋นดังแต๊ก ๆ ตลอดทาง รถไม่ได้วิ่งเร็วมากนัก เหมือนกับเป็นใจให้คนที่จากท้องทุ่งได้ชมวิวธรรมชาติไปด้วย ส่วนท่อควันด้านหน้าก็มีควันสีดำ ๆ ออกมาตลอดทาง

                ผมเห็นเอื้อยซาร่าเอาผ้าขาวม้ามาคลุมหัวเอาไว้ เพราะเธอคงกลัวทรงผมสุดสวยจะพังไปกับสายลม พอรถวิ่งมาถึงหน้าสถานีขนส่งประจำอำเภอ ผมก็กระโดดลงจากรถทันที ซึ่งก็มีบักทิดคอยส่งข้าวของและกระเป๋าลงมาให้ด้วย ผมยืนรับข้าวของมาวางกับพื้นช้า ๆ ส่วนเอื้อยซาร่านั้นก็เดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ด้านหน้า ผมกับบักทิดพากันแบกกระเป๋าและเสบียงมาไว้ที่เก้าอี้ไม้ด้านใน ส่วนลุงของดาวนั้นก็บอกลาเอื้อยซาร่าเสร็จแล้วก็ขับรถไปซื้อของในเมือง

                อีกสามสิบนาทีรถก็มาแล้วนะ เดี๋ยวเอื้อยจะไปซื้อตั๋ว

ตั้งแต่ออกเดินทางจากบ้านมา เอื้อยซาร่าพูดอีสานปนไทยตลอด ทำให้ผมได้แต่ยิ้ม ๆ

ค่าตั๋วคนล่ะเท่าใด๋ล่ะเอื้อย ผมถาม บัดทิดเองก็ล้วงกระเป๋าเอาเงินออกมาด้วย

คนละร้อยห้าสิบบาทจ้ะ

ผมกับบักทิดยื่นเงินให้เอื้อยซาร่าอย่างเร็ว เพราะใจเต้นตุ๊บตั๊บที่จะได้นั่งรถทัวร์ติดแอร์ไปเมืองกรุงสักที ผมยอมรับว่าตัวเองไปเรียนอยู่เมืองสุรินทร์หลายปี เห็นสภาพชีวิตผู้คนในเมืองมาบ้าง แต่ก็ยังไม่เคยไปสัมผัสเมืองกรุงเทพเลยสักครั้ง ตอนงานรับปริญญาพี่ชายผมก็ไปไม่ได้ เพราะติดเรียน จึงเพิ่งจะมีโอกาสได้เข้าเมืองกรุงก็ครั้งนี้นี่เอง

เอื้อยซาร่าเดินกลับมาพร้อมตั๋วสามใบ เก็บไว้ดี ๆ ล่ะ อย่าทำหายนะ ไม่งั้นโดนไล่ลงจากรถกลางทางแน่

ครับ บ่ต้องห่วงครับเอื้อย พวกผมสิเก็บไว้ดี ๆ

เออนี่เสี่ยงกับทิด เอื้อยจะบอกอะไรให้นะ เวลานั่งบนรถทัวร์อย่าพากันพูดภาษาอีสานล่ะ เอื้อยซาร่าพูดเบา ๆ ทำให้ผมกับบักทิดแง่หูฟังชัด ๆ

เอื้อยเว้าอีหยั่งนะครับ

อุ้ย! อย่าเสียงดังสิ พูดเบา ๆ หน่อย เอื้อยจะบอกอะไรให้ อย่าพากันพูดภาษาอีสาน เดี๋ยวคนจะว่าพวกเราเป็นคนบ้านนอก

ก็พวกผมบ้านนอกอีหลีตั้วเอื้อย สิไปอายอีหยั่งล่ะครับ ผมทักท้วง

ฮึ่ม นี่เสี่ยงไม่รู้อะไรเลย เวลาเข้าเมืองกรุงก็ต้องปรับตัวเองหน่อยสิย่ะ เข้าเมืองตาหลิว ต้องหลิวตาตาม คนเมืองกรุงเขาพูดภาษาไทยกันจ้ะ เราก็ต้องพูดไทยเอาไว้

แต่รถทัวร์สายอุบล-กรุงเทพ มันก็มีแต่คนอีสานนี่ครับ เป็นหยั่งคื้อเว้าอีสานบ่ได้

เฮ้ย! พูดกับพวกเธอแล้วกลุ้ม เอาเป็นว่าเอื้อยขอนะ เห็นแก่หน้างาม ๆ ของเอื้อยหน่อยแล้วกัน เอื้อยอุตส่าห์พาพวกเธอไปกรุงเทพด้วย

ครับผม คั่นเอื้อยขอร้อง พวกผมก็สิเฮ็ดตามครับ

                ผมกับบัดทิดต้องยอมตามใจเอื้อยซาร่า เพราะถ้าขัดใจเกรงว่าเธอจะไม่พาพวกผมไปหาคนรัก จึงต้องยอมเธอทุกอย่าง เพื่อคนรักที่รอคอยอยู่ทางหน้า เวลาคิดถึงคนที่ผมรักทีไร ผมก็รู้สึกชื่นใจทุกที ไม่รู้ว่าคนดีของผมจะเป็นอย่างไรบ้าง เธอคงจะทำงานหนักถึงขนาดไม่มีเวลาตอบจดหมายของผม แล้วเธอจะดีใจไหมถ้าเห็นผมขึ้นไปเยี่ยม สำหรับผมแล้วรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่เห็นหน้าเธอ

                พอรถทัวร์วิ่งมาจอดด้านหน้า ผมก็ช่วยยกของไปไว้ที่ท้องรถ ซึ่งก็มีพนักงานของรถทัวร์คอยจัดกระเป๋าให้เป็นที่เป็นทาง

                คื้อของหลายแท้ พนักงานหนุ่มถาม สีหน้าไม่ค่อยพอใจมากนัก

                นี่พ่อหนุ่มสุดหล่อ ของที่เอาไปนั้นเป็นของกินของแซ่บของเอื้อยเองจ้ะ ไม่เยอะหรอก เอื้อยซาร่าหันไปยิ้มให้กับหนุ่มน้อยตรงหน้า

                แต่นี่มันหลายโพ้ด คนเขามีกระเป๋าคนละใบสองใบ แต่ของเอื้อยคือแต่ยกมาทั้งบ้านเลย

                เอื้อยซาร่าหัวเราะคิก ๆ ก็เอื้อยจะไปอยู่หลายวัน ก็เลยมีของเยอะเป็นธรรมดาของคนสวยจ้ะ

                เอื้อยครับ คนอื่น ๆ เขาไปอยู่กรุงเทพเป็นสิบ ๆ ปี ของบ่หลายเท่าเอื้อยเลยได๋

                นี่พ่อหนุ่มช่วยเอื้อยหน่อยนะ เอางี้ไหมจ๊ะ เอื้อยจะแบ่งของกินให้เธอด้วย เอาไหม ๆ เอื้อยซาร่ามีวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ตลอด

                หนุ่มน้อยพยักหน้าหงึก ๆ ไม่ได้รับปากเอื้อยซาร่าแต่อย่างใด คงจะรำคาญที่จะโต้เถียงเลยยอม ๆ พวกผมพากันขึ้นมานั่งบนรถ ซึ่งเอื้อยซาร่าก็ถือถุงหิ้วมาสามใบใหญ่ เธอนั่งฝั่งตรงข้ามกับผมคู่กับผู้ชายอีกคนหนึ่ง

                เอื้อยซาร่า เอื้อยเอาถุงหิ้วมาเฮ็ดอีหยั่งครับ

                เอาไว้ป้องกันตัวสิจ้ะ เสี่ยงไม่รู้อะไร

                ผมกับบักทิดทำหน้างง ไม่รู้เอื้อยซาร่าจะเอาถุงหิ้วไว้ป้องกันตัวทำไม เพราะไม่เห็นว่าถุงหิ้วจะช่วยอะไรได้เลย

                อันถุงหิ้วนี่มันเฮ็ดอีหยั่งได้แน่เอื้อย นอกจากใส่ของแล้ว ผมบ่เห็นมันเฮ็ดอีหยั่งได้เล้ย บักทิดถามด้วยความสงสัย

                มันใช้ประโยชน์ได้เยอะ เชื่อเอื้อยสิ แล้วก็ไม่ต้องถามนะ แล้วทิดจะรู้เองว่ามันมีประโยชน์อย่างไร เอื้อยซาร่ายังยืนยันคำเดิม

                ผมกับบักทิดได้แต่อมยิ้ม แม้จะยังงงกับการกระทำของเอื้อยซาร่าอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก คิดว่าทุกอย่างที่เอื้อยซาร่าทำลงไปนั้น คงจะมีเหตุผลแน่นอน ผมกับเพื่อนซี้ตื่นเต้นที่สุดที่จะได้ไปเมืองกรุง ช่วงระหว่างที่นั่งอยู่บนรถก็พูดคุยกันสนุกสนาน

                เสี่ยง...เฮ้าเวียนหัวว่ะ รถแอร์คือมันบ่คื้อรถอีแต๋นเล้ย มันก็เย็นดีอยู่ดอก แต่เวียนหัวคื้อแต่สิฮ้าก บักทิดบอก หน้ามันซีด ๆ เหมือนคนเป็นไข้

                โตคงสิเมารถแล้วมั้ง

                เป็นยังไงล่ะ เอื้อยบอกแล้วว่าถุงหิ้วมันมีประโยชน์จริง ๆ เอ้า! พกไว้ติดตัวบักทิดเอาไว้เลยนะ เผื่อมันฮ้ากขึ้นมาจะได้แก้ไขทัน

                ผมเพิ่งจะรู้ว่าเอื้อยซาร่าก็เป็นคนฉลาดรอบคอบและคิดกาลไกลเสียจริง ๆ ตอนแรกผมก็สงสัยตลอดว่าเอื้อยซาร่าพกถุงหิ้วมาทำไม ที่แท้ก็ไว้ให้คนที่เมารถต่างหาก เผื่ออาเจียนขึ้นมา ก็จะได้อาเจียนใส่ถุงหิ้ว และไม่เละรถที่นั่งด้วย

                เอื้อยนี่หัวใสหน้อครับ ผมนี่คึดบ่ถึงเลยครับ ผมชมเอื้อยซาร่า พลางรับถุงหิ้วมาใส่กระเป๋ากางเกงบักทิดด้วย

                ผู้หญิงอย่างเอื้อยไม่สวยอย่างเดี๋ยวหรอกเสี่ยงเอ้ย! ฉลาดและรอบคอบพอสมควร

เอื้อยซาร่าส่งยิ้มให้ผม หน้าตาเชิดสง่า แววตาใจดี ทำให้ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับเธอ

ระยะทางจากบ้านผมไปกรุงเทพประมาณแปดชั่วโมง กว่าจะถึงกรุงเทพบักทิดก็อาเจียนซะเต็มถุง ผมต้องคอยแบกประคองดูแลมันตลอด และก็เป็นคนที่เอาถุงอาเจียนของมันไปทิ้งด้วย ส่วนเอื้อยซาร่าก็หาซื้อผ้าเย็นมาเช็ดตัวให้มันด้วย

ตอนเห็นเอื้อยถือถุงขึ้นมา พวกเธอพากันนั่งขำ เห็นเอื้อยเป็นตัวตลก เป็นยังไงล่ะ ถ้าไม่ได้ถุงเอื้อยช่วยชีวิตเอาไว้ มีหวังโดนไล่ลงจากรถแน่เลย เอื้อยซาร่าเช็ดตัวพลางบ่นไปด้วย

ขอบคุณเอื้อยหลายๆ ครับ ผมขอโทษที่เฮ็ดให้เอื้อยลำบาก บักทิดดูหมดแรงไปเลยทีเดียว หน้าซีดเหมือนไก่ต้ม หายใจพะงาบ ๆ เหมือนคนใกล้ตาย

ไม่ต้องมาขอบจงขอบใจหรอก เอื้อยพาพวกเธอมาด้วยก็ต้องดูแลพวกเธอให้ดี ขืนเอื้อยทิ้งพวกเธอมีหวังพ่อแม่พวกเธอถอนหงอกเอื้อยแน่

ขอบคุณครับเอื้อย หาคนใจดีคื้อเอื้อยบ่ได้แล้ว ยามผมหมดแฮงแบบซี่ คั่นได้น้องดาวมาซอยดูแลคื้อแต่สิดีน้อเอื้อย

ขนาดยามที่บักทิดหมดแรง ชีวิตเหมือนคนใกล้ตาย มันก็ยังมีแรงคร่ำครวญหาสาวดาว ผมล่ะซึ้งใจมันจริง ๆ เลย ถ้าเป็นผมก็คงจะไม่ต่างกับมันมากนัก

เอาชีวิตให้รอดก่อนเถอะ จะได้ไปเห็นหน้านังดาวพระศุกร์

เอื้อยครับ แล้วดนอยู่บ่สิฮ้อดกรุงเทพ

ก็ไม่นานหรอก ทน ๆ หน่อยนะบักทิด นึกถึงหน้านังดาวพระศุกร์เอาไว้ จะได้มีกำลังใจ

เอื้อยซาร่าเป็นคนที่ใจดี มีน้ำใจกับทุก ๆ คนเสมอ สิ่งตรงนี้ทำให้เธอเป็นที่รักของผู้คนในหมู่บ้าน พอสักพักเธอก็ยื่นขวดน้ำให้บักทิดได้ดื่มด้วย

กินซะ จะได้มีแฮง

ขอบคุณครับเอื้อย

บักทิดอาการดีขึ้น ผมให้มันมานั่งมุมที่ติดหน้าต่าง เผื่อมันได้ชมวิวทิวทัศน์ข้างนอก อาจจะทำให้มันอาการดีขึ้น ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่ผมคิดเอาไว้ บักทิดอาการดีขึ้นกว่าเก่า

คั่นบ่ได้โตกับเอื้อยซาร่า เฮ้าตายคารถทัวร์แน่เลยเสี่ยง ขอบคุณหลาย ๆ ที่โตดูแลเฮ้าเป็นอย่างดี

ฮ่วย! บ่ต้องมาขอบคุณ ต้าเฮ้าเป็นหมู่กัน ก็ต้องซอยกันตั้วเนาะ

แต่เฮ้าก็ยังเป็นหนี้บุญคุณโตกับเอื้อยซาร่า ไว้ไปฮ้อดกรุงเทพเฮ้าสิเลี้ยงข้าวโตกับเอื้อย

บักทิดเป็นเพื่อนเรียนรุ่นเดียวกับผม ตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย มันก็ไม่ได้เรียนต่ออย่างใด และก็ไม่ยอมขึ้นไปทำงานในกรุงเทพเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ มันรักชีวิตบ้านนาเป็นที่สุด และใฝ่ฝันอยากเป็นชาวนามาตั้งแต่เด็ก ๆ ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะใฝ่ฝันไปทำไม เพราะพ่อแม่ของมันก็เป็นชาวนาอยู่แล้ว แต่มันบอกกับผมว่า

 จะเป็นชาวนาที่ดีและเก่งกว่าพ่อแม่

ในตอนแรกผมก็นึกขำที่ได้ยินมันพูดแบบนี้ แต่พอคิดไปคิดมาความคิดของมันก็เข้าท่าเหมือนกัน เพราะมันไม่ได้ทำนาอยู่แต่แบบเก่า ๆ บักทิดฉลาดปรับปรุงชีวิตชาวนาของมันให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดจากไร่นาสวนผสมที่มันทำอยู่คนเดียว ทำให้พ่อแม่ของมันไม่อดอยากเลยสักนิด

พอรถวิ่งเข้ามาในเขตปทุมธานี เอื้อยซาร่าก็คอยเล่านั่นอธิบายนี่ให้พวกผมได้ฟังตลอด ผมเองก็มองกรุงเทพด้วยความตื่นตา ไม่เคยเห็นตึกสูง ๆ แบบนี้เลย เมื่อรถวิ่งเข้าเส้นถนนวิภาวดีรังสิต เอื้อยซาร่าก็หันมาทางผมและบักทิด

นี่ทิดกับเสี่ยง ดูนั่นสิ สนามบินดอนเมือง แต่ก่อนเป็นสนามบินแห่งชาติของไทยเลยนะจ้ะ แต่ตอนนี้เขาย้ายไปอยู่สุวรรณภูมิแล้ว สนามบินสุวรรณภูมินะใหญ่ที่สุดในเมืองไทย

เอื้อย ขนาดว่าบ่ใหญ่แล่ว มันก็ยังใหญ่ตั้วเนาะ ตะกี้ผมเห็นเครื่องบินแวบ ๆ

บักทิดถาม อาการเมารถหายเป็นปลิดทิ้ง แถมสนใจฟังเรื่องราวจากเอื้อยซาร่าเสียด้วย

นั่นแหละ เครื่องบินที่นี่ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น ไว้ให้เอื้อยได้โกอินเตอร์ก่อนนะ พวกเธอจะได้มาส่งเอื้อยขึ้นเครื่องอยู่กรุงเทพ

ผมแทบสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่ อมยิ้มนิด ๆ ยิ้มเฮ็ดหยั่งเสี่ยง หรือว่าเสี่ยงบ่เชื่อฝีมือเอื้อย

บางทีเอื้อยซาร่าก็พูดไทย และก็เผลอหลุดภาษาอีสานทุกที น้ำคำที่เคยบอกพวกผมห้ามไม่ให้พูดภาษาอีสานนั้น เอื้อยซาร่าก็คงจะลืมไปแล้ว เพราะพวกผมเล่นพูดภาษาอีสานกันตลอดทาง

โอ้ย! เอื้อยครับ ผมนี่เชื่อฝีมือเอื้อยครับ คนงามๆ เก่ง ๆ แบบเอื้อยหาบ่ได้แล้วครับ

ไม่ต้องมาปากหวานกับเอื้อยเลย เก็บคารมหวาน ๆ ไว้คุยกับน้องแป้งหอมเถอะ จ้างให้ก็ไม่ได้แอ้มเอื้อยหรอก

ผมกลั้นหัวเราะกับบักทิด เอื้อยซาร่านอกจากจะเป็นคนขี้เล่นแล้ว ก็ยังเป็นคนที่เข้าข้างตัวเองได้ตลอดกาล และก็ทุกสถานการณ์เสียด้วย ตัวผมเองก็ไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับเอื้อยซาร่าเลยสักนิด นอกจากความรักความนับถือที่มีให้แบบพี่สาว (พี่ชาย) คนหนึ่งเท่านั้น

ครับเอื้อย ปากหวาน ๆ ของผมสิเก็บไว้ให้น้องแป้งคนเดียวครับ บ่เผื่อให้ผู้ได๋ดอก

เอื้อยซาร่าหันมามองผมนิดหนึ่ง หมั่นไส้จังเลย อิจฉาคนมีคู่ คอยดูนะกลับไปบ้านรอบนี้ เอื้อยจะทำให้หนุ่ม ๆ ตะลึงในความสวยของเอื้อยให้ได้

เอื้อยก็สวยอยู่แล้ว แค่นี้พวกผู้บ่าวก็แน้มกันทั้งหมู่บ้านแล้ว สิไปเฮ็ดสวยอีหยั่งอีก

นี่...เสี่ยงนะไม่รู้อะไรหรอก ผู้บ่าวทั้งหมู่บ้านไม่พอหรอก เอื้อยอยากให้มองทั้งตำบล ทั้งอำเภอ ทั้งจังหวัด ทั้งประเทศเลยแหละ

ครับเอื้อย ผมยกให้เอื้อยสวยสุดเลยแหละ แมนบ่บักทิด ผมรีบหันไปมองเพื่อนสนิทยักคิ้วให้นิดหนึ่ง

แมนครับ เอื้อยนี่สวยสุดเลยแหละ ถึงเอื้อยจะสวยป่านใด๋ แต่หัวใจของผมก็เป็นของน้องดาวผู้เดียวครับ บ่ได้เผื่อไว้ให้ผู้ได๋เลย

ขอให้มันจริงเถิกบักทิด คั่นโตหักอกนังดาวพระศุกร์เมื่อไหร่ โตบ่ต้องมาเว้ากับเอื้อยเด้อ เพราะเอื้อยจะเลิกคบกับพวกเธอไปเล้ย

บักทิดยิ้มจ๋อยๆ เมื่อได้ยินเอื้อยซาร่าพูดแบบนี้ ผมได้แต่มองหน้ามันด้วยความสงสาร ผมรู้ว่าบักทิดไม่ได้หลายใจแต่อย่างใด มันรักสาวดาวมาตั้งแต่เรียนด้วยกัน เหมือนกับที่ผมรักแป้งนี่แหละ แต่เพราะบักทิดมันเป็นคนขยันทำงาน และพูดเพราะ ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีลูกสาวรุ่นเดียวกัน ต่างก็อยากได้บักทิดมาเป็นลูกเขยทั้งนั้น

 

พอรถวิ่งมาจอดที่หมอชิต ผู้โดยสารทุกคนก็ทยอยลงจากรถ ผมและบักทิดก็มายืนรอตรงทางเดินเพื่อที่จะรอลงไปข้างล่างเช่นเดียวกัน บักทิดมีสีหน้าสดชื่นเมื่อออกมาจากรถ ร่างกายของมันคงไม่ถูกชะตากับรถที่ติดแอร์จริง ๆ ผมและเอื้อยซาร่าพากันไปยกเอากระเป๋าและข้าวของมาไว้ข้าง ๆ ม้าหินอ่อนในอาคาร ส่วนบักทิดนั้นเอื้อยซาร่าสั่งให้มันไปนั่งพักเอาแรงเสียก่อน เพียงครู่เดียวข้าวของทั้งหมดก็กองอยู่ตรงหน้า

แล้วต้าเฮ้าสิไปรถอีหยั่งต่อละเอื้อย

เอื้อยซาร่ามองสิ่งของที่กองอยู่บนพื้น คิดหนักเอาการ คั่นไปรถแท็กซี่ก็บ่ได้ เพราะเดี๋ยวบักทิดฮ้ากใส่รถเขาอีก คั่นสิไปรถตุ๊ก ๆ มันก็นั่งบ่ได้อยู่แล้วเพราะของหลาย เอาแบบซี่ดีกั่ว เดี๋ยวเอื้อยสิยางไปเบิ่งทางโพ้น เห็นเขามีรถปิ๊กอัพให้เหมานำ เสี่ยงนั่งอยู่กับบักทิดเด้อ ขอเอื้อยไปลองไปถามราคาเบิ่งก่อน

ครับเอื้อย

ผมเดินมานั่งที่ม้าหินอ่อนข้าง ๆ บักทิด ใจหนึ่งก็นึกเป็นห่วงเอื้อยซาร่าที่ต้องเดินไปคนเดียว แต่ลึก ๆ ผมก็มั่นใจว่าเอื้อยเป็นคนเก่ง คงไม่กลัวเรื่องใด ๆ อยู่แล้ว

พอไม่นานรถคันหนึ่งวิ่งมาจอดไม่ไกล เห็นเอื้อยซาร่านั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นึกในใจเอื้อยซาร่านี่เก่งเสียจริง ๆ เลย ไปหารถแป๊บเดียวก็ได้แล้ว เอื้อยซาร่ากับชายวัยกลางคนเดินมาหาพวกผม ผู้ชายคนนี้ทักทายเป็นภาษาอีสานแถมยิ้มใจดีให้ผมกับบัดทิดด้วย

บ่แมนเมารถบ่คนนั่น คนขับรถปิ๊กอัพถาม

ครับ ผมเมารถครับอ้าย บ่เคยมากรุงเทพกับเขาจั๊กเทือ พอมาแล้ว...โอ้ยบ่อยากเว้าครับ ฮ้ากตลอดทาง บักทิดเล่า หน้ามันก็ยิ้มแห้งด้วยความหมดแรง

แบบซี่แหละ คนบ้านต้าเฮ้าเข้ากรุงเทพครั้งแรก บ่ต้องไปกินเหล้ากินอีหยั่งดอก แค่นั่งบนรถทัวร์ก็เมาแล้ว แต่ละคนได้ฮ้ากกันเป็นถุง ๆ ลงจากรถ พูดพลางหัวเราะไปด้วย ทำให้ผมอดที่จะยิ้มไม่ได้

ผมช่วยเอื้อยซาร่ายกของขึ้นกะบะด้านหลังจนเสร็จ

เอื้อยครับ ขอผมกับบักทิดนั่งข้างหลังได้อยู่บ่ เดี๋ยวบักทิดมันฮ้ากอีก ยิ่งมันเป็นคนแพ้แอร์นำ

ได้ ๆ บ่มีปัญหา เดี๋ยวเอื้อยสินั่งข้างหน้ากับคนขับเอง

เอื้อยซาร่าขึ้นไปนั่งด้านในกับคนขับ ผมกับบักทิดนั่งอยู่ที่กะบะด้านหลัง และก็ช่วยดูแลข้าวของข้างหลังด้วย  รถวิ่งเข้าถนนวิภาวดีอีกครั้ง ทำให้ผมหันมาสะกิดบักทิด

คื้อรถมันย้อนกลับทางเดิมว่ะบักทิด

นั่นนะติ้ บ่แมนคนขับพาต้าเฮ้าหลงทางบ่นี่ บัดทิดทำหน้าสงสัย

เอาแบบซี่ดีกั่ว เดี๋ยวเฮ้าสิเคาะให้คนขับจอดทางหน้า สิได้ถามเบิ่ง

ผมขยับมาอยู่ติด ๆ กับกระจกคนขับ และก็เคาะตัวรถทำหน้าทำตาโบเบ้ให้คนขับจอดทางหน้า คนขับพยักหน้าอย่างเข้าใจ พอไม่นานก็จอดเลียบข้างทาง ซึ่งโชคดีที่เป็นถนนกว้างหน่อย ทำให้ไม่มีปัญหาอะไร คนขับเปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้

เป็นอีหยั่งละสู คนขับถาม ซึ่งเอื้อยซาร่าเดินลงจากรถตามมาดูด้วย

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:15:23


Opinion No. 11 (147205)

              ผมอยากฮู้ว่าจังได๋คื้อต้าเฮ้านั่งรถย้อนมาหหม่องเก่าอีก บ่แมนอ้ายหลงทางบ่ บักทิดถาม ทำหน้าสงสัย

คนขับหัวเราะหึ ๆ โอ้ย! ว่าแต่ให้จอดเฮ็ดอีหยั่ง ที่แท้ก็เรื่องนี่ อ้ายสิบอกให้เด้อบักน้องหล้า รังสิตมันไปทางโพ้น ต้องขับย้อนกลับ มันไปทางอื่นบ่ได้ดอก มันไกลฮู้อยู่บ่ ไปทางนี้มันเร็วที่สุด

แต่มันทางเดียวกับที่พวกผมมาจากบ้านได๋นี่

มันก็ทางเดียวกันแหละน้อง แต่เดี๋ยวมันก็มีทางแยกเข้าไปด้านในรังสิต

เอื้อยซาร่าเดินมาตบไหล่พวกผมเบา ๆ นี่เธอสองคนไม่ไว้ใจเอื้อยใช่ไหม ทางที่อ้ายเขาพาเรามานี่มันก็ถืกแล้ว พวกเธอไม่ต้องสงสัยหรอก รับรองเอื้อยพาไปถึงหอพักนังดาวพระศุกร์แน่ ไม่ต้องห่วง แล้วก็บ่ต้องถามนำ

ผมกับบักทิดหน้าจ๋อย ยิ้มแหย ๆ ครับเอื้อย ผมขอโทษครับ

บ่เป็นหยั่ง อย่าลืมเบิ่งของ ๆ เอื้อยแหน่เด้อ อย่าให้มันลอยไปนอกรถเสียล่ะ

ครับ ๆ บ่มีปัญหาครับ

เอื้อยซ่าราเดินกลับไปนั่งด้านในรถต่อ ผมกับบักทิดมองหน้ากัน หัวเราะเบา ๆ รู้สึกตลกกับความคิดของตัวเอง พอรถวิ่งมาได้ระยะหนึ่ง ผมก็อ่านป้ายถนนหนทางไปด้วย พอเห็นป้ายว่ารังสิตก็ดีใจเป็นที่สุด คิดว่าไม่นานก็คงจะได้เห็นคนรักแล้ว

รถวิ่งมาเข้ามาที่ถนนแห่งหนึ่ง ซึ่งรอบ ๆ ถนนเป็นตึกสูงประมาณห้าหกชั้น แบ่งเป็นห้อง ๆ เหมือนกับหอพักนักศึกษาที่ผมเคยเห็นในตัวเมืองสุรินท์ บางตึกก็ดูสะอาดสะอ้านมีรั้วล้อมรอบสวยงาม เมื่อรถวิ่งมาถึงหน้าตึกสีฟ้าสูงหกชั้น คนขับก็จอดรถและก็เดินลงมาหาพวกผมซึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง

ผมแหงนหน้ามองดูตึกสีฟ้าแห่งนี้ อยากรู้เหลือเกินว่าคนรักของผมพักอยู่ชั้นไหน เอื้อยซาร่าจ่ายค่ารถเสร็จแล้ว ก็มาช่วยพวกผมเอาของลงจากรถให้หมด พร้อมทั้งไม่ลืมกล่าวขอบคุณผู้ชายคนนั้นด้วย ภาพหนุ่มสาวเดินผ่านไปมาบนถนนหน้าตึก แต่ละคนใส่ชุดยูนิฟอร์มเหมือน ๆ กัน ผมคาดเดาว่าคงจะเป็นชุดฟอร์มหนุ่มสาวโรงงานในแถบนี้ เวลาเห็นคนกลุ่มนี้ก็ทำให้ผมอดที่จะคิดถึงแป้งไม่ได้

แป้งกับดาวพักอยู่นี่บ่เอื้อยซาร่าผมถามเอื้อยซาร่าซึ่งยืนมองตึกอยู่เช่นเดียวกัน

จ้า ตึกนี้แหละ ถ้าเอื้อยจำบ่ผิด

เอ้าเอื้อย! เอาให้มันชัวร์ ๆ แหน่ติ้ล่ะครับ ต้าเฮ้าอุตส่าห์นั่งรถมาเจ็ดแปดชั่วโมง ไซเอาบ้านเลขที่มาให้ผมเบิ่งติ้ ว่ามันตรงกันอยู่บ่ ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง

เอื้อยซาร่ายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้ผม เธอยังกวาดตามองรอบ ๆ เหมือนต้องการทบทวนความทรงจำให้แม่นกว่านี้

เอื้อยซาร่า นี่มันเลขที่สลับกันตั้ว มันบ่แมนตึกนี่ครับ

เอื้อยซาร่าหันมามองผม สีหน้าตกใจ บ่ตรงกันอีหลีบ่

ก็อีหลีตั้วครับ เบิ่งเลยนี่ เลขสี่สองหนึ่ง บ่แมนสองสี่หนึ่งได๋

เอื้อยก็ว่าแล้ว คื้อมันสูงกัวเก่า ตอนมาปีที่แล้วมันต่ำกัวนี้นี่หนา แต่มันก็สีเดียวกัน บ่แมนเขาเปลี่ยนบ้านเลขที่บ่เอื้อยซาร่าคิดไปโน้น

เอื้อยซาร่าครับ เขาบ่เปลี่ยนบ้านเลขที่ดอกครับ แฮงแต่เป็นห้องพักแบบซี่ เขาใช้เลขที่คื้อเก่าตลอด

แล้วต้าเฮ้าสิเฮ็ดจังได๋ล่ะนี่ แล้วมันซอยเดียวกันอยู่บ่เสี่ยง อ่านให้ชัด ๆ ติ้

ครับซอยเดียวกันครับ

เอื้อยซาร่ายืนเท้าสะเอว คิดหนัก กวาดตามองตึกสีฟ้าพินิจพิเคราะห์ สีหน้าวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย ปากก็บ่นพึมพำโทษสมองตัวเองที่จำเลอะเลือน

เอื้อยซาร่าบ่แมนตึกนั่นบ่ ผมชี้มือไปยังตึกสีฟ้าอีกฟากหนึ่ง ตาก็ชะเง้อหามองเลขที่ตึกในระยะไกล

เดี๋ยวขอเอื้อยไปเบิ่งให้มันชัด ๆ ก่อน ว่ามันแมนอยู่บ่

เอื้อยซาร่าข้ามถนนดี ๆ เด้อครับ

จ้ะ บ่ต้องห่วงเอื้อยดอก

ผมกับบักทิดยืนมองเอื้อยซาร่าอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เอื้อยซาร่าข้ามถนนกลับมาด้วยรอยยิ้มสดใส

เป็นจังได๋แหน่เอื้อยผมถามทันที

เป็นจังได๋ล่ะ ตึกพู้น แมนคั่ก ๆ เลย

แล้วตึกนี่ล่ะเอื้อย

อันนี่ตึกใหม่ เพิ่งสร้างเสร็จ เจ้าของคนเดียวกัน เลยสร้างคื้อกัน

มันก็คื้อกันอีหลีตั้วนี่ เบิ่งติ้ล่ะงงปานไก่ตาแตกเลย คั่นบ่มีบ้านเลขที่ต้าเฮ้าคงหาห้องสาวดาวบ่พ้อดแน่เลย บักทิดเสริม

จากนั้นผมและบักทิดก็ช่วยกันขนของขึ้นไปชั้นบน ซึ่งเป็นชั้นที่แป้งและดาวพักอยู่ด้วยกัน เราสองคนแบกกระสอบข้าวสารคนละกระสอบ ไหนจะกระเป๋าเสื้อผ้า และพวกถุงผักต่าง ๆ ที่เอื้อยซาร่าขนมาจากบ้านนา พอขึ้นมาถึงชั้นสี่ก็หยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องหมายเลข 409

แน่ใจบ่เอื้อยซาร่าว่าบ่ผิดห้อง ผมถามเพื่อความชัวร์

ก็แมนตั้ว เบิ่งเลขที่ห้องติ้ ตรงเปะ ๆ

จากนั้นเอื้อยซาร่าก็เคาะประตู แต่ก็ไม่มีคนเปิด เธอหันมามองหน้าผม สงสัยสองสาวยังบ่ทันกลับจากเฮ็ดงาน

เอ้า! แล้วต้าเฮ้าสิเฮ็ดจังได๋ล่ะเอื้อย

เฮ็ดจังได๋ ก็นั่งทาอยู่มองนี่ติ้ เดี๋ยวเอื้อยสิไปโทรศัพท์หานังดาวพระศุกร์ก่อนเด้อ ให้มันเฝ้ากลับมาห้อง

ครับเอื้อย

พอไม่นานเอื้อยซาร่าก็เดินคอตกกลับมา สีหน้าเศร้า ๆ แววตาเหมือนคนหมดหวัง ผมเห็นแล้วก็ใจแป้วไปด้วย ร่างอวบ ๆ นั่งลงข้าง ๆ ผม ถอนหายใจยาว

เป็นจังได๋ครับเอื้อย

เขาบอกว่าสาวแป้งกับดาวพระศุกร์ออกกะไปแล้ว

แล้วแป้งกับดาวกลับมาห้องเล้ยบ่ครับ

เอื้อยก็บ่ฮู้คื้อกัน คั่นมันบ่ถเลไถล ก็คงกลับมาเร็ว ๆนี้

บัดซั่นต้าเฮ้านั่งทาอยู่หม่องนี่แหละเนาะ คงบ่ดนแป้งกับดาวคงกลับมา

ผมหันไปบอกบักทิดและเอื้อยซาร่า ทอดกายนั่งพิงกับกำแพงห้อง สายตาก็มองภาพผู้คนเดินผ่านไปมาบนถนนเบื้องล่าง ข้าวทุกอย่างวางอยู่ข้าง ๆ ตัวผม ใจก็หวนคิดถึงเจ้าของห้องจับใจ อยากให้เธอกลับมาไว ๆ ทางด้านบักทิดนั้นก็นั่งตาละห้อยคงจะเหนื่อยจากการเดินทาง หัวใจของมันก็คงจะรอคอยกับการพบเจอคนรักเช่นเดียวกับผม ส่วนเอื้อยซาร่านั้นก็เอากล้วยออกมานั่งกินอยู่ข้าง ๆ ผม แถมยังแบ่งมาให้พวกผมได้กินอีกด้วย

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:17:12


Opinion No. 12 (147206)

 มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 9

 

 

 

ตะวันเริ่มคล้อยลับฟ้า เสียงสกุณาบินกลับคืนรัง ผมหันไปมองนกน้อยที่บินมาเกาะกิ่งมะม่วงติด ๆ กับอพาร์ทเมนต์แห่งนี้ สายตาจดจ้องอยู่ที่เจ้านกน้อยเหล่านี้อยู่ตลอด ใจก็คิดว่าพวกมันคงจะบินกลับมายังรังรักของมัน และก็อดที่จะแหงนมองภาพผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนท้องถนนไม่ได้ รถยนต์หลายคันวิ่งเข้าออกถนนสายนี้เป็นว่าเล่น ได้แต่เฝ้ามองดูว่าเมื่อไหร่คนรักจะกลับมาห้องสักที

บ้านเรือนผู้คนด้านล่างและอพาร์ตเมนต์แต่ละแห่งก็เริ่มเปิดไฟกันแต่ละห้อง ผู้คนที่กลับมาจากทำงานเดินผ่านผมและเพื่อน ๆ เป็นระยะ ๆ ผมได้แต่แหงนหน้ามองคนที่เดินผ่านและส่งยิ้มเศร้า ๆ ให้ ช่วงที่นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองเอื้อยซาร่า ซึ่งนั่งหลับพิงกำแพงอยู่ไม่ไกลนัก ใจก็อดขำเสียงกรนของเธอไม่ได้ ส่วนอีกด้านซ้ายก็มีบักทิดเพื่อนคู่คิดนอนหลับท่าเดียวกับเอื้อยซาร่า ผมเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหัวยิ้ม ๆ กับสภาพของเพื่อนซี้

ผมยกนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าที่พี่ชายซื้อให้ตอนกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อปีใหม่ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง รู้สึกใจหายขึ้นมาทันที นี่มันปาไปสี่ชั่วโมงกว่า ๆ แล้วที่แป้งยังกลับมาไม่ถึงห้องพัก ไม่รู้ว่าสองสาวไปไหนกันแน่ ในเมื่อพวกเธอเลิกงานตั้งแต่ห้าโมงเย็นแล้ว ก็น่าจะมาถึงห้องแล้ว ผมรู้สึกเป็นห่วงแป้งกับดาวขึ้นมาจับใจ เกรงว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้น จึงลุกขึ้นชะเง้อมองหาไปตามถนนหนทางด้านล่าง แต่ก็ไม่เห็นวี่แววคู่หมั้นของผมกลับมาสักที จึงเดินไปนั่งข้าง ๆ บักทิด สะกิดเพื่อนรักเบา ๆ

ทิด ๆ ตื่นได้แล้ว มืดแล่วได๋

บักทิดตื่นขึ้นมา หน้าตางัวเงีย แหงนหน้ามองผมนิดหนึ่ง จั๊กโมงแล้วว่ะเสี่ยง

มันสองทุ่มกั่วแล้วได๋ บ่ฮู้สาวแป้งกับสาวดาวไปอยู่ไซ ยังบ่มากันอีก เฮ้าเป็นห่วงสองสาวว่ะ

แล้วต้าเฮ้าสิเฮ็ดจังได๋ล่ะ เฮ้าก็บ่ฮู้จักถนนหนทางนำ บ่ฮู้สิไปตามหหม่องได๋ บักทิดมีสีหน้าคร่ำเครียด

เอื้อยซาร่าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น หันมามองผมสองคน มีอีหยั่งกันสองคนนี้ คื้อบ่หลับบ่นอนพักล่ะ

ก็มันสองทุ่มกว่าแล่วเอื้อยซาร่า เบิ่งติ้ล่ะสาวดาวกับสาวแป้งยังบ่กลับเลย บ่ฮู้เป็นจังได๋แหน่ บักทิดตอบเบา ๆ

แล้วเอื้อยสิฮู้บ่นี่ นั่งอยู่หหม่องเดียวกัน

นั่นนะติ้ แล้วต้าเฮ้าสิเฮ็ดจังได๋ล่ะ ไปตามหาดีอยู่บ่

ผมหันไปคุยกับเอื้อยซาร่า ใจร้อนรนอยากไปตามคนรักให้ได้เลย

บ่ต้องเฮ็ดอีหยั่งเล้ย นั่งทาอยู่หหม่องนี่แหละ เดี๋ยวบ่นานนังดาวพระศุกร์กับแป้งหอมก็กลับมาแหละ ใจเย็น ๆ ต้ะสู มานอนพักเอาแฮงดีกั่ว เอื้อยซาร่าตอบแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลย และก็นั่งหลับต่ออีก

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกกังวลไปสารพัด พอสักพักรถยนต์คันหนึ่งขับมาจอดที่หน้าอพาร์ทเมนต์ ผมลุกขึ้นไปยืนตรงระเบียง ก้มดูภาพเจ้าของรถชัด ๆ และคนที่กำลังเดินลงมาจากรถด้วย

แป้ง

ภาพตรงหน้าทำเอาผมอึ้งอยู่สักพัก สายตาก็ยังมองจดจ้องมองภาพคนสามคน ใจของผมเต้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่รู้ดีใจที่ได้พบเธอ หรือเสียใจกับภาพที่เขาคนนั้นขับรถมาส่งเธอกันแน่ ผมเห็นชายหนุ่มคนนั้นถือถุงข้าวของยื่นให้คนที่ผมรัก ซึ่งก็พอจะเดาออกว่าเธอกับเพื่อนสนิทคงจะไปซื้อของมากับผู้ชายคนนี้ รูปหน้าของผู้ชายคนนี้คุ้น ๆ แต่ผมจำไม่ได้ว่าเคยพบเจอที่ไหน ได้แต่มองภาพด้วยความรู้สึกสับสน

แป้งและดาวยืนโบกมือร่ำลาชายคนนั้น สองสาวส่งยิ้มหวานแหววให้อีกต่างหาก ทำให้ผมรู้สึกหึงหวงขึ้นมาทันที แป้งและดาวดูมีความสุขกับชีวิตเป็นอย่างมาก แล้วพวกเธอจะรู้ไหมว่าผมกับเพื่อนรักมานอนคอยเธอตั้งสี่ชั่วโมงแล้ว มันทรมานแค่ไหนกับการนั่งรออยู่ตรงหน้าห้อง และก็ต้องตบยุงอยู่ตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะผมรักเธอ ผมคงไม่ทนรออย่างนี้หรอก แต่เหตุผลที่ผมมากรุงเทพในครั้งนี้ ก็เพราะรักและคิดถึงเธอที่ไม่อาจจะทนรอที่บ้านนาได้ ผมอยากมารู้มาเห็นให้เต็มตาว่าเธออยู่ดีมีสุขอย่างไร แต่ภาพที่เห็นเมื่อครู่นี้มันทำให้ผมเสียใจอยู่ไม่น้อย ผมตัดสินใจเดินไปรอแป้งอยู่ตรงมุมบันได อยากถามความจริงจากปากของเธอ โดยที่ไม่ได้บอกให้บักทิดและเอื้อยซาร่าให้รู้เลย

สองสาวเดินขึ้นบันไดมาชั้นบน และคุยกันสนุกสนาน พอสักพัก

อ้ายเสี่ยง มาอยู่พิ้ได้จังได๋ แป้งตาโตกึ่งตกใจและแปลกใจที่เห็นผมยืนอยู่ตรงนั้น

แป้งไปไซมา คื้อกลับห้องดึกป่านนี้

แป้งไปซื้อของมา

บ่ต้องมาตั้วเลย ไปกับผู้บ่าวมาก็บอกอ้ายมาตรง ๆ เถอะ อ้ายบ่ว่าดอก แต่อ้ายบ่มั่กคนขี้ตั้ว

อ้ายเสี่ยง แป้งบ่ได้ตั้วอ้ายได๋ อ้ายเป็นอีหยั่ง คื้อมาว่าแป้งแบบซี่

แบบไซล่ะ อ้ายอุตส่าห์นั่งรถเจ็ดแปดชั่วโมงมาหาแป้ง นั่งทาให้ยุงกัดตลอด คื้อแป้งเฮ็ดกับอ้ายได้

เฮ็ดอีหยั่ง แป้งบ่ได้เฮ็ดอีหยั่ง

บ่ได้เฮ็ดจังได๋ เลิกงานมาตั้งแต่ห้าโมง เพิ่งกลับมาห้องเอาตอนนี่ คื้อแป้งไปกับผู้บ่าวกลับมาดึกดื่นแบบซี่ล่ะ มันหมายความว่าจังได๋ แป้งบ่ได้ฮักอ้ายแล้วบ่ แป้งฮักเขาคนนั้นบ่ ถึงว่าแป้งออกไปนำเขา จนบ่เคยตอบจดหมายอ้ายแม้แต่ฉบับเดียว มีความสุขอยู่บ่ ที่เฮ็ดให้ผู้ซายอย่างอ้ายเป็นแบบซี่

ผมยอมรับว่าอารมณ์ในตอนนั้น ทั้งหึงทั้งน้อยใจที่เห็นแป้งไปกับผู้ชายคนนั้น ไม่ยอมรับฟังเหตุผลของเธอเลย ผมต่อว่าเธอหลายอย่าง ซึ่งแป้งได้แต่จ้องตาผม สิ่งที่ผมว่ากล่าวนั้นทำให้ตากลมสวยมีน้ำตาใส ๆ ไหลรินออกมา เธอเดินออกไป ทำทีไม่สนใจกับสิ่งที่ผมกำลังพูดอยู่ ผมรีบคว้าข้อมือของเธอเอาไว้

แป้งฮักผู้บ่าวคนนั้นแมนบ่ เห็นมันดีกั่วอ้ายบ่ บัดซั่นก็ไปแต่งงานกับเขาโลด บ่ต้อง...........

เพี้ยะ!

เหมือนมีอะไรสักอย่างฟาดเอาตรงหน้าอย่างจัง ทำให้ผมรู้สึกหน้าชาทันที ผมเอามือลูบแก้มเบา ๆ มองหน้าแป้งด้วยความเจ็บปวด เป็นครั้งแรกที่ผมถูกผู้หญิงตบหน้า ผมพูดอะไรผิดเหรอนี่ แป้งถึงได้ตบหน้าผม หรือว่าภาพที่ผมเห็นนั้นมันไม่ใช่ความจริง

เอื้อยซาร่าลุกพรวดพราดมาที่เกิดเหตุ มองหน้าผมและแป้งสลับกันไปมา

มีอีหยั่งกันล่ะนี่ สาวแป้งเป็นหยั่งล่ะมายืนฮ้องไห้แบบซี่ ว่าจังได๋ดาวพระศุกร์ โตกับสาวแป้งพากันไปไซมา

ผมไม่เห็นแป้งพูดอะไร หันไปมองหน้าบักทิดและเอื้อยซาร่า มองคนรักเป็นครั้งสุดท้านก่อนที่จะหันหลังก้าวลงบันไดไปอย่างเร็ว

ผมกลับก่อนเด้อเอื้อย

เสี่ยงสิไปไซล่ะ กลับมาก่อน เดี๋ยวก็หลงทางแหละ

เอื้อยซาร่าและบักทิดวิ่งตามลงมา แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะผมเดินพรวดพราดออกไปจากตึกนี้อย่างเร็ว

ผมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะไปไหนดี ไม่รู้จักถนนหนทางไม่คุ้นเคยกรุงเทพเลยสักนิด จำได้ว่าพี่ชายเคยบอกผมว่าถ้าจะกลับบ้าน หรือหลงทาง ก็ขอให้เรียกแท็กซี่แล้วบอกเขาว่าให้ไปส่งหมอชิต เพราะที่หมอชิตเป็นหนทางเดียวที่ผมจะหาทางกลับบ้านได้ ผมเดินออกมาหน้าปากซอย ซึ่งก็ไกลพอสมควร ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด ท้องก็ร้องจ๊อก ๆ ตลอด แต่ทำไมผมไม่ได้รู้สึกหิวเลย คงมีแต่ความรู้สึกที่เจ็บปวดอยู่ในหัวใจที่มันวนเวียนอยู่ตลอด ทำให้ผมอยากจะหนีความทุกข์ตรงนั้นไปให้พ้น ๆ

เมื่อมาถึงถนนใหญ่ ก็เดินไปนั่งที่ป้ายรถเมล์ ซึ่งในช่วงค่ำมืดนั้นมีผู้คนบางตานั่งอยู่บริเวณนั้น บางคนก็ยืนรอรถเพื่อที่กลับบ้านของตน เก้าอี้หนึ่งอันยังว่างอยู่ ผมเดินมานั่งที่เก้าอี้ว่างที่อยู่ด้านท้ายสุด คิดถึงภาพแป้งกับผู้ชายคนนั้น ทำให้ผมอยากจะร้องไห้ทุกที แต่ผมก็กลั้นความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครได้เห็น ใจก็คิดถึงแม่และพ่อจับใจ ท่านจะรู้ไหมว่าผมมาเมืองกรุงแล้วต้องพบเจออะไรบ้าง ผมยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปไหนดี ระหว่างนั่งอยู่ตรงนี้หรือนั่งรถกลับบ้านห้วยสำราญของผมดี ท้ายที่สุดผมก็เลือกที่จะนั่งพักกายอยู่ที่ป้ายรถเมล์เสียก่อน

ผมนั่งคิดอะไร ๆ อยู่สักพัก จึงตัดสินใจโบกแท็กซี่ที่วิ่งผ่านถนนด้านหน้า พอรถวิ่งมาจอดตรงหน้า ผมก็เดินไปคุยกับคนขับ

ไปหมอชิตอยู่บ่ครับ

ไปน้อง ขึ้นมาสิ

ไปหมอชิตค่ารถจั๊กบาทครับ

คิดตามมีเตอร์ครับ

ผมเคยได้ยินเรื่องแท็กซี่มิเตอร์มาบ้าง แต่ไม่เคยใช้บริการสักที

แล้วมันแพงอยู่บ่ครับ

เพราะผมไม่เคยนั่งแท็กซี่มาก่อน ไม่รู้ว่าค่ารถแพงแค่ไหน ผมมีเงินเหลือพันกว่าบาท เกรงว่าจะไม่พอค่ารถ จึงได้ถามไถ่เสียก่อน ชายคนขับแท็กซี่หันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่ง

อย่างมากก็ไม่เกินสามร้อยน้อง

ผมคิดคำนวณเงินดูสักพัก ครับ ไปก็ไปครับ

พอผมเปิดประตูรถเข้าไปนั่งด้านในและกำลังจะปิดประตูรถก็มีคนหนึ่งดึงประตูเอาไว้

ขอไปนำ

ผมมองหน้าเจ้าของเสียงอย่างไม่เข้าใจ ทำไมเธอต้องตามผมมาด้วย ทำไมต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก ภาพที่เห็นเมื่อครู่นี้มันยังไม่เพียงพออีกเหรอ ใจของผมมันเจ็บมากแล้ว อย่าได้ตามมาซ้ำเติมผมอีกเลย

บ่ต้องไปดอก อ้ายสิกลับบ้าน แป้งกลับไปซะ

เธอไม่พูด ไม่ฟังผม แต่เข้ามาด้านในรถ เบียดให้ผมต้องขยับที่นั่งให้เธอได้เข้ามานั่งด้วย เธอปิดประตูรถ และก็นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ผม

น้อง ตกลงจะไปหรือเปล่าหมอชิต คนขับรถหันมาถามผมกับแป้ง เพราะคงจะงงที่จู่ ๆ ก็มีคนวิ่งมานั่งด้านในแท็กซี่ด้วย

ไปครับ

แท็กซี่ค่อย ๆ ขับออกไป ผมมองหน้าคนรัก ซึ่งนั่งบึ้งตึงไม่พูดไม่จา ทำให้ผมรู้สึกเศร้าไปด้วย ความรู้สึกในตอนนั้นทั้งรักทั้งห่วงและก็อึดอัดเป็นที่สุด อะไรทำให้เธอมาตามผมด้วย เธอน่าจะกลับไปมีชีวิตของเธอ ส่วนผมก็กลับไปบ้านนอกของผม และก็มีชีวิตอย่างที่ผมเป็น

ทั้งผมและแป้งนั่งอยู่ในรถแท็กซี่แสนนาน ไม่พูดไม่จากันเลยสักคำ ผมมองผ่านกระจกดูทิวทัศน์อีกด้านหนึ่ง ส่วนเธอก็มองผ่านกระจกดูทิวทัศน์อีกด้านหนึ่ง หัวใจของเราสองคนคงจะรู้สึกไม่ต่างกัน ทำไมผมนั่งอยู่ติด ๆ กับเธอแค่คืบ แต่รู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างมันกั้นเส้นทางระหว่างผมกับเธอเอาไว้ และสิ่งนั้นก็ไม่ใช่อะไรที่ไหน หากแต่เป็นความทรนงของผมนั่นเอง ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นเส้นบาง ๆ ที่ทำให้ผมและเธอห่างกันไปทีละนิด

รถยิ่งขับมาไกล ใจของผมก็ทรมานอย่างยิ่ง สายตาค่อย ๆ หันไปมองหน้าคนรักซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เห็นเธอเช็ดน้ำตาพลางสะอึกสะอื้นอยู่เงียบ ๆ ทำให้ผมรู้สึกสงสารจับใจ กี่ครั้งแล้วที่ผมทำให้เธอร้องไห้ แม้แต่ในเมืองกรุงผมก็ยังทำให้เธอร้องไห้อีก มันเกิดอะไรขึ้นกับผมกันแน่ น้ำตาของแป้งทำให้ผมรู้สึกผิดไม่น้อย ค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับมือของเธอเบา ๆ

แป้ง ผมเรียกชื่อเธอ ทั้งที่ไม่รู้จะทำอย่างไรให้เธอหยุดร้องไห้

ผมไม่ว่าอะไรหรอก หากเธอคิดว่าจะคบหาดูใจกับผู้ชายคนนั้น ถึงจะเสียใจแค่ไหนผมก็ยอม หากนี้คือสิ่งที่คนรักของผมอยากเป็น

แป้งไม่พูดกับผม เธอนั่งอยู่เงียบ ๆ คงจะคิดอะไรหลายอย่างเหมือนที่ผมคิดอยู่ตอนนี้ แต่ผมนี่สิเริ่มอ่อนไหวไปกับภาพที่เห็นอยู่ข้าง ๆ ยิ่งแป้งเศร้าแค่ไหนผมก็รู้สึกว่าตัวเองต้องปลอบโยนไม่ให้เธอร้องไห้

แป้ง เว้านำอ้ายแหน่

แป้งยังเงียบ ไม่ตอบผมเลยสักคำ

ตามอ้ายมาเฮ็ดหยั่ง คื้อบ่อยู่กับหมู่ล่ะ ให้อ้ายกลับบ้านไปดีกั่ว แป้งสิได้สบายใจ ไม่มีเสียงตอบรับจากแป้ง

แป้งเคี้ยดให้อ้ายบ่ คื้อบ่เว้านำอ้ายแหน่ เธอไม่ตอบแต่พยักหน้า

เมื่อรู้ว่าเธอเคืองผมก็จำต้องขอโทษ ไม่ว่าตัวเองผิดหรือถูก แต่ถ้าทำให้เธอหายโกรธผมก็จะทำ

คั่นอ้ายเฮ็ดให้แป้งเสียใจ อ้ายขอโทษเด้อ อ้ายบ่ได้ตั้งใจ

แป้งยังไม่สนใจผม เธอนั่งฟังเงียบ ๆ แป้งฮักผู้บ่าวคนนั้นบ่

เธอส่ายหัว หันมามองหน้าผม คั่นแป้งบ่ฮักเขา แล้วแป้งไปกับเขาเฮ็ดหยั่ง

แป้งบ่ได้ไปนำเขา แป้งไปซื้อของมา เธอตอบเบา ๆ

บ่ได้ไปนำเขาคื้อกลับมานำเขาล่ะ

พอดีแป้งกับดาวมายืนทารถเมล์อยู่หน้าห้าง อ้ายแหลมขับรถผ่านมาเห็น เลยจอดรับและพามาส่งอยู่ห้อง

ผมมองหน้าคนรัก สบตาเธอให้ถ่องแท้ อยากอ่านความจริงผ่านแววตากลมสวย อยากรู้ว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นไม่ได้โกหก แต่ผมก็แพ้ตากลมสวยคู่นี้ทุกที เพราะมันมีมนต์เสน่ห์ทำให้ผมใจอ่อนอยู่เรื่อย

แล้วอ้ายแหลมพาแป้งกับดาวไปใสต่ออยู่บ่

บ่ค่ะ อ้ายแหลมพามาส่งซือ ๆ

เขามาฮับมาส่งแป้งบ่อยอยู่บ่

บ่ค่ะ ดน ๆ เทือหนึ่ง

อ้ายขออีหยั่งแป้งได้อยู่บ่

ขอหยั่งคะ

แป้งอย่าไปกับผู้บ่าวคนอื่นได้บ่

อ้ายเสี่ยงเว้าแบบซี่ ก็แสดงว่าอ้ายบ่ไว้ใจแป้งแล้วบ่

อ้ายไว้ใจ แต่อ้ายหึง

เธอยิ้มทั้งน้ำตาให้ผมนิดหนึ่ง ใบหน้าที่เคยหม่นเศร้าก็คลายไปบ้าง อ้ายบ่ต้องหึงดอก แป้งบ่ได้มีผู้ได๋

แล้วยังฮักอ้ายอยู่บ่

คั่นบ่ฮักก็บ่มาตามดอก

อีหลีบ่

เธอพยักหน้า ยิ้มหวานแวว ตากลมสวยมีน้ำตาเกรอะเปื้อนหันมาสบตาผมอีกครั้ง ทำให้หัวใจของผมเต้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย ผมหันไปบอกคนขับรถ

อ้ายครับ กลับรถไปหหม่องเก่าเถอะครับ ผมบ่ไปแล้วหมอชิต

เอายังไงล่ะน้อง เปลี่ยนใจจริง ๆ เหรอนี่ คนขับรถถาม

ครับ ผมกับคนฮักคืนดีกันแล้ว ผมสิกลับไปหหม่องเก่า

กลับก็กลับน้อง พี่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

จากนั้นคนขับรถก็พาผมและแป้งกลับมาที่เดิม ผมกับแป้งลงจากรถที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงกันข้าม และก็ข้ามสะพานลอยเดินเคียงข้างกันมา พอเดินมาได้ครึ่งสะพานลอย ผมก็ดึงแขนแป้งเอาไว้

แป้ง เบิ่งติ้ล่ะ รถหล้าย ๆ เนาะ ขับผ่านไปมาเป็นต้าย่าน คนกรุงเทพเขาบ่หลับบ่นอนกันบ่นิ

แป้งยิ้ม มองรถที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนข้างล่างอย่างคุ้นเคยกับสภาพชีวิตแบบนี้

อยู่กรุงเทพก็เป็นแบบซี่แหละอ้าย ยามดึก ๆ ถึงจะมีรถน้อยลง แต่ย่ามเว่นรถหล้าย ๆ

ถนนหนทางก็สว่างไปหมด คือแต่บ่แมนย่ามคืนเน้าะ

ถนนสายหลักเขาก็เปิดไฟไว้แบบซี่แหละอ้าย คั่นออกไปนอกเมืองก็บ่มีไฟแล้วแหละ

แป้งมั่กไฟงาม ๆ แบบซี่อยู่บ่

บ่ค่ะ แป้งบ่มั่กดอก แป้งชอบบ้านนอกต้าเฮ้ามากกั่ว

คั่นแป้งบ่มั่ก แล้วเป็นอีหยั่งแป้งบ่กลับไปอยู่บ้านล่ะ

กลับค่ะ ก่อนสงกรานต์นี่แป้งก็กลับไปอยู่บ้านแล้วแหละ

อีหลีบ่ อย่าตั้วอ้ายเล่นได๋

อีหลีตั้งเน้าะ พ่อกับแม่อยากให้แป้งไปอยู่บ้าน เพราะว่าเอื้อยปลาก็สิย้ายไปอยู่บ้านเพิ่นแล้ว

ผมจำได้ว่าเอื้อยปลาเพิ่งจะปลูกบ้านอยู่ข้าง ๆ บ้านของแป้ง และบ้านก็ใกล้จะสร้างเสร็จแล้ว ถ้าเอื้อยปลาย้ายออกไป ครอบครัวของแป้งก็ไม่มีใคร อีกอย่างพ่อกับแม่แป้งคงจะเหลือลูกสาวอยู่คนเดียว จึงอยากให้แป้งได้อยู่ใกล้ชิดกับตัวเอง

ค่ะ

ต่อไปอ้ายก็บ่ต้องมาตามแป้งอยู่เมืองกรุง ต้าเฮ้าสิได้อยู่ใกล้ ๆ กัน

แป้งหันมามองผม ยิ้มอ่อนโยน แล้วอ้ายเรียนจบแล้วบ่คะ

จบแล้ว ทาแต่รับปริญญาอยู่

แป้งดีใจนำเด้อ แล้วอ้ายสิมาหาเฮ็ดงานอยู่กรุงเทพอยู่บ่

บ่ครับ อ้ายบ่มั่กกรุงเทพ อ้ายสิเฮ็ดงานอยู่บ้านต้าเฮ้า

แป้งไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอยืนมองวิวความสวยงามในเมืองกรุง ผมพลิ้วสลวยโบกพัดไปตามแรงลม จะกี่ปีกี่วันแป้งของผมก็ไม่เคยเปลี่ยน ผมอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปยืนประชิดกับเธอ จับมือคนรักมากุมเอาไว้ สบตาเธอด้วยความรักและเสน่หา

อ้ายอยากอยู่ที่บ้านนาต้าเฮ้า อยากให้แป้งอยู่เป็นคนฮักของอ้ายได้อยู่บ่

แป้งยิ้ม ใบหน้าเอียงอาย สบตาผมไปด้วย ค่ะ แป้งสิทาอ้าย

ผมอยากจะกอดแป้งแต่ก็ไม่กล้า ได้แต่ทำหน้าซึ้งสบตาคนรักเท่านั้น แป้งเองก็ยิ้มให้ผมตลอด ทำเอาใจผมแทบละลายให้ได้

แป้งว่าเฮ้ากลับห้องเถอะอ้าย ป่านนี้พวกเอื้อยซาร่าคงทาเฮ้าแล้ว

ครับ กลับก็กลับ

ผมเดินคุยกับแป้งไปด้วย อ้ายเสี่ยง

ครับ มีหยั่งครับ

อ้ายเสี่ยงเลิกเป็นคนขี้หึงได้อยู่บ่ แป้งบ่มั่กเล้ย

ได้ครับ แต่แป้งก็อย่าทำให้อ้ายหึงติ้ล่ะ

แป้งอยากให้อ้ายเป็นคนมีเหตุผล อย่าเป็นคนอารมณ์ฮ้อน

ครับ อ้ายสิปรับปรุงโตเอง

คั่นอ้ายบ่เป็นคนอารมณ์ฮ้อน ป่านนี้เฮ้าก็บ่ต้องเสียเงินให้รถแท็กซี่แล้วเธอพูดพลางหัวเราะเบา ๆ

สิ่งที่แป้งพูดนั้นถูกต้องหมดเลย นี่ถ้าผมไม่เป็นคนที่อารมณ์ร้อน วิ่งออกมานั่งที่รถเมล์ และไม่โบกแท็กซี่จะกลับหมอชิต ป่านนี้ก็คงไม่ต้องเสียเงินสามร้อยกว่าบาท คิดแล้วก็โมโหตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะเงินสามร้อยไม่ใช่น้อย ๆ เลย

อ้ายขอโทษ แป้งยกโทษให้อ้ายเด้อ

ค่ะ แต่เทือหน้าอย่าเฮ็ดอีกเด้อ แป้งบ่มั่ก

ครับ อ้ายสัญญา

แป้งก็ขอโทษที่ตบหน้าอ้าย แป้งยอมรับว่าเคี้ยดให้อ้ายหลาย เลยอดบ่ได้

มือข้างได๋ล่ะตบอ้าย ไซให้อ้ายเบิ่งแหน่

ข้างพิ้ มันยั้งไว้บ่ทันเล้ย แป้งชูมือข้างซ้ายทันที

ผมเห็นแล้วก็อยากจะลงโทษเหลือเกิน เลยเอื้อมไปจับมือที่แป้งตบหน้าผมมากุมไว้

เดี๋ยวอ้ายสิลงโทษมันเอง รอบหน้าสิได้บ่ตบหน้าอ้ายอีก และก็ก้มจูบมือแป้งทันที

แป้งแก้มแดง ยิ้มให้ผมนิดหนึ่ง เมื่อผมจูบเสร็จแล้วเธอก็ค่อย ๆ ดึงมือกลับคืน ทำให้ผมได้แต่ยิ้มถูกอกถูกใจ คิดว่าต่อไปแป้งคงไม่กล้าตบหน้าผมแน่เลย เพราะถ้าเกิดขึ้นอีก เธออาจจะถูกผมลงโทษหนักกว่านี้

ในที่สุดผมกับแป้งก็ปรับความเข้าใจกันอีกครั้ง เราสองคนเดินกลับมาที่ห้องพักของแป้ง ไม่ทันจะได้เคาะประตู เอื้อยซาร่าก็เดินมาเปิดประตูให้เสียก่อน

ไปฮ้อดไซล่ะนี่

ยังบ่ฮ้อดหมอชิตเลยครับ

แป้งบ่น่าไปตามเล้ย ผู้ชายขี้น้อยใจแบบซี่ น่าสิให้เมื่อเฮื้อนไปกินน้ำใบบัวบกอยู่บ้านต้าเฮ้าเนาะ

แป้งหัวเราะคิก ๆ แป้งบ่อยากฆ่าคนทางอ้อมค่ะ

ฮักเขาก็ว่าไปซะ เอื้อยซาร่าหันมายิ้มให้แป้ง

แป้งได้แต่ยิ้มรับคำแซว และก็ชวนผมเข้ามานั่งในห้อง ซึ่งดาวได้จัดเตรียมอาหารไว้ให้แล้ว

มากินข้าวนำกันติ้สู มีแจ่วบองนำเด้อ แซ่บหลาย

ผมเอาของฝากในถุงให้แป้ง อันนี้พ่อแม่อ้ายฝากมาให้ อันนั่นของพ่อกับแม่แป้งฝากมาให้น้ำเด้อ จังได๋ก็แบ่งกันกินกับดาวแล่วกัน

แป้งมองของฝาก ยิ้มถูกอกถูกใจ ขอบคุณหลาย ๆ ค่ะ แป้งกับดาวคงเก็บไว้กินได้หลายมื้อแน่เลย

ผมกับแป้งนั่งกินข้าวกับเพื่อน ๆ พูดคุยกันสนุกสนาน เรื่องที่คุยกันส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่บ้านนาทั้งนั้น บักทิดกับสาวดาวนั่งใกล้ ๆ กัน ต่างก็สบตาให้กันอย่างมีความหมาย ถึงแม้ว่าสาวดาวจะเป็นคนที่กระโดกกระเดก แต่บักทิดก็ชอบกิริยาท่าทางของสาวดาวตลอด ส่วนเอื้อยซาร่านั้นปั้นข้าวเหนียวได้ก็จิ้มกับแจ่วบองพร้อมผักอย่างเอร็ดอร่อย มิหน่ำซ้ำก็เอาช้อนตักซุปหน่อไม้กินไม่ขาดคำ

เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว ผมและบักทิดก็นั่งดูทีวีไปพลางๆ  ปล่อยให้สาว ๆ พากันอาบน้ำแต่งตัวให้สบายกาย พอสาว ๆ อาบน้ำเสร็จก็ถึงคราที่ผมกับบักทิดผลัดไปอาบน้ำกันบ้าง น้ำในฝักบัวเย็นทีเดียว แต่ก็ไม่เย็นเท่าน้ำห้วยที่บ้านผมเลย ผมอาบน้ำเสร็จแล้วก็มานั่งดูทีวีข้าง ๆ สามสาว

เดี๋ยวเอื้อยสิจัดที่นอนให้พวกโต พวกผู้บ่าวสองคนนอนบนสื่อข้างล่างเด้อ เอื้อยซาร่าหันมาบอกผม

ครับ หม่องได๋ ผมก็นอนได้แหละครับ

ดีแล้วแหละจ้า เพราะว่ามันก็บ่มีหหม่องได๋สินอนได้แล้ว เพราะที่นอนนี่เขาให้สาวสวย ๆ นอนกัน

แล้วคนหล่อ ๆ ก็ต้อนนอนเสื่อแมนบ่ บักทิดหันมาถามเชิงหยอกเล่น

แมนแล่ว แฮงหล่อคั่ก แฮงแต่ต้องนอนสื่อตั้วดาวตอบพลางหันมายิ้มให้คนรักด้วย

พอตกดึกก็พากันนอน ผมหันมายิ้มให้คนรักนิดหนึ่งก่อนทอดกายนอนบนเสื่อที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเธอมากนัก ห้องที่แป้งกับดาวเช่าอยู่นี้ เป็นห้องเช่าที่ไม่กว้างมากนัก เหมาะสำหรับคนที่พักอาศัยอยู่สองคนมากกว่า แต่คืนนี้มีผมและเพื่อน ๆ มาเยี่ยมด้วย ทำให้ห้องดูคับแคบไปบ้าง ยิ่งมีกระเป๋าเดินทางของเอื้อยซาร่ามาด้วย ก็ยิ่งทำให้ห้องดูแคบไปมาก

คืนนี้ผมหลับสบายมาก เพราะความเหนื่อยทำให้พวกผมนอนตื่นสายพอสมควร มารู้สึกตัวก็ตอนที่ได้ยินเสียงก๊อกแก๊ะ แต่ก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาดู ผมลืมตาอีกทีก็เห็นแป้งนั่งเตรียมกับข้าวกับดาวสองคน ผมส่งยิ้มให้เธอนิดหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นมานั่ง

แป้งกับดาวตื่นแต่เช้าแท้เน้าะ

มันชินแล้วค่ะ แป้งเคยโตกับการตื่นเซ้า ก็เลยนอนบ่หลับ คั่นอ้ายเหมือยก็นอนต่อเถอะ บ่ต้องห่วง เดี๋ยวแป้งกับดาวสิเฮ็ดกับข้าวก่อน

เฮ็ดหยั่งกับข้าวล่ะ คื้อหอมแท้

แป้งยิ้ม คนกะทะไปด้วย แกงไก่ใส่หน่อไม้และก็ผัดพริกกุ้ง

                “ขนาดแค่ได้ยินชื่อ ท้องอ้ายก็ฮ้องแล้ว สงสัยหิวกับข้าวฝีมือแป้ง

                แป้งอมยิ้ม คงจะเขินอายที่ได้ยินผมพูดแบบนั้น ดาวหันมามองผมด้วย

ปากหวานแต่เช้าเลยหน้อ

                หวานแต่กับแป้งแหละดาว

                อึ๊ย! เป็นต้าหมั่นไส้เน้าะ เมื่อคืนงอนคื้ออีหยั่งนิ

                ผมหัวเราะทันที หันไปมองแป้งซึ่งหั่นผักอยู่ที่มุมติด ๆ กับระเบียง อดไม่ได้จึงลุกไปนั่งข้าง ๆ เธอ ดูเธอทำกับข้าวไปด้วย

                มื้อนี่แป้งต้องไปเฮ็ดงานอยู่บ่

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:19:57


Opinion No. 13 (147207)

                 บ่ค่ะ แป้งหยุดสองมื้อ

                คื้อมาหยุดหลายมื้อแท้ล่ะ

                แป้งบอกผู้จัดการว่าญาติขึ้นมาหา เลยขอลาพักฮ้อน

                ผมรู้สึกชื่นใจเป็นที่สุด ที่แป้งอุตส่าห์ลางานเพื่อผม รวมทั้งดาวด้วยที่สละเวลาการทำงานเพื่อคนที่เธอรัก

                อ้ายไปอาบน้ำก่อนเด้อ เดี๋ยวสิมานั่งซอยเฮ็ดกับข้าว

                ค่ะ

                ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสวิถีชีวิตในเมืองกรุงอย่างแท้จริง แป้งเหมือนจะมีความสุขกับการทำงานที่นี่ แต่ผมก็คิดว่าเธอกับดาวคงจะเหงาพอสมควร หากไม่ใช่หน้าที่ความรับผิดชอบของครอบครัว เธอสองคนก็คงไม่จากบ้านนามาอยู่เมืองกรุงหรอก ผมเองก็ดีใจที่รู้ว่าแป้งกับดาวจะกลับไปอยู่บ้านในเร็ว ๆ นี้

                พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมก็มานั่งช่วยแป้งทำกับข้าว ซึ่งก็มีดาวคอยจัดนั่นจัดนี่เตรียมอาหารไว้ให้กับทุก ๆ คน เอื้อยซาร่าลุกขึ้น หันมามองผมและสองสาว

                เฮ็ดอีหยั่งกิน คื้อมันหอมแท้

                “แกงไก่ใส่หน่อไม้ค่ะ หิวอยู่บ่ ดาวหันมายิ้มให้พี่สาวคนสวย

                “หิวแม๊ะ ว่าแต่หน่อไม้ดองหรือว่าหน่อไม้สดล่ะ คั่นหน่อไม้ดองเอื้อยบ่กินดอกเด้อ

เป็นอิหยั่งล่ะ แต่ก่อนเห็นมั่กบ่แมนบ่

แต่ก่อนก็มั่กอยู่ดอก แต่เดี๋ยวนี้บ่กินแล่ว

เป็นหยั่งคื้อบ่กินล่ะเอื้อยคนงาม

กินบ่ได้ เห็นหมู่กะเทยเขาบอกเอื้อยว่า หน่อไม้ดองบ่ดี มันสิไปบันทอนความสวยงามของผิวพรรณต้าเฮ้า

ยี้....เว้าไป้ เมื่อคืนเห็นจกซุปหน่อไม้กับข้าวเหนียวตลอด คื้อยังกินได้ล่ะ

ก็เมื่อคืนมันดึกแล้ว ความหิวมันยับยั้งไว้บ่ทัน เอื้อยซาร่าตอบพลางหันมายิ้มให้ผมและแป้ง

เอื้อยซาร่า แกงไก่ที่แป้งเฮ็ดนี่ บ่แมนหน่อไม้ดองดอกค่ะ เอื้อยกินได้

ค่อยยังชั่ว นึกว่าจะได้ซดน้ำแกงกับกินเนื้อทอนั้น

พอไม่นานเอื้อยซาร่ากับบักทิดก็พากันตื่นขึ้นมาอาบน้ำ จากนั้นก็มานั่งกินข้าวด้วยกัน ผมนั่งติด ๆ กับแป้ง ส่วนบักทิดนั้นก็นั่งติดกับสาวดาว เราห้าคนนั่งกินข้าวไปด้วย คุยเรื่องราวไปตามประสา

วันจันทร์เอื้อยจะไปโรงพยาบาลยันฮี ผู้ได๋สิไปนำเอื้อยแหน่

เอื้อยซาร่าสิไปเฮ็ดหยั่งล่ะ ดาวถามด้วยความสงสัย

สิไปเสริมดั้ง โตสิไป้นำเอื้อยอยู่บ่ดาวพระศุกร์

ดาวหัวเราะคิก ๆ ส่ายหัวไปด้วย คึดจังได๋อยากเสริมดั้ง ขออีพ่ออีแม่แล้วบ่

โอ้ย...ดาวพระศุกร์ เรื่องความสวยงามบ่ต้องขอดอก เพราะว่าอีแม่นี่ก็สนับสนุนเต็มที่

จังได๋ก็อย่าให้สวยเกินหน้าดาวเด้อเอื้อย อิจฉาแม๊ะ

บ่ต้องอิจฉาดอกดาวพระศุกร์ ถึงความสวยของต้าเฮ้าจะต่างกัน แต่เอื้อยก็ฮักโตได๋

ปากหวานอีกแล้วเนาะ บ่แมนสิมาขอเงินนำบ่นี่

คั่นได้สักพันสองพันพอค่ารถค่ากินก็ดีอยู่ดอก ว่าแต่น้องดาวพระศุกร์คนงามว่าจังได๋ล่ะ

ว่าจังได๋ล่ะ ขึ้นมาแล้วก็ต้องไห้ตั้วเน้าะ ว่าแต่ผู้ใดสิไปหาหมอกับเอื้อยล่ะ เพราะว่าดาวกับแป้งต้องเฮ็ดงานเด้อ ไปนำบ่ได้ดอก ดาวหันมามองหน้าผมกับบักทิด

ก็สองหนุ่มยังไงล่ะจ้ะ จริงไหมทิดกับเสี่ยง

ครับ ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ แป้งบ่ว่าอ้ายเด้อ คั่นอ้ายไปเป็นหมู่เอื้อยซาร่า ผมหันไปถามแป้ง

บ่ว่าค่ะ ดีแล้วแหละที่อ้ายเสี่ยงไปนำเอื้อยซาร่า มีอีหยั่งก็สิได้ซอยกัน

ขอบใจมากจ้ะหนูแป้งหอม เอื้อยก็ขอควงผู้บ่าวหนูย๋างในกรุงเทพแหน่เด้อ ไว้ให้เอื้อยเสริมดั้งแล่วแล้ว เดี๋ยวสิคืนให้คื้อเก่า

แป้งกับดาวหัวเราะคิก ๆ เพราะคงจะอดขำเอื้อยซาร่าไม่ได้  เอาไปโลดค่ะ แป้งให้สิทธิ์พิเศษ

เอื้อยซาร่ายิ้มพริ้มพราย มองสองสาวด้วยความเอ็นดู ขอบใจหลาย ๆ เด้อจ้ะ

หลังจากที่รับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว แป้งกับดาวก็พาพวกผมมาเดินเที่ยวห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่มาก ๆ สองสาวเล่าให้ฟังว่ามาซื้อของที่นี่บ่อย ทำให้คุ้นเคยหนทางอยู่บ้าง ผมกับบักทิดตื่นตากับห้างนี้เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะใหญ่แล้ว ก็มีข้าวของหลายอย่างไว้ขายด้วย แถมผู้คนที่มาซื้อของที่ห้างก็เยอะมาก เอื้อยซาร่าแม้จะไม่คุ้นเคยกับห้างนี้มากนัก แต่ก็สามารถปรับตัวได้ไวยิ่งกว่าใครเสียอีก เพราะตั้งแต่มาเดินที่ห้าง เธอก็ไม่พูดภาษาอีสานอีกเลย แถมหันมาบอกผมกับบัดทิดให้พูดอีสานเบา ๆ ด้วย เพราะเกรงว่าคนอื่นที่เห็นจะมองว่าพวกผมเป็นคนบ้านนอก ซึ่งผมกับบักทิดได้แต่มองหน้ากันและยิ้มอย่างเข้าใจ  

 

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:21:28


Opinion No. 14 (147208)

 มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 10

 

หลังจากที่ขึ้นไปเยี่ยมแป้งและดาวในกรุงเทพฯ หลายเดือนก่อน ผมกับบักทิดก็กลับมาบ้านอย่างสุขใจ และก็เขียนจดหมายรักให้คนรักอยู่ตลอด ยิ่งใกล้เทศกาลสงกรานต์เข้ามาทุกที ผมก็ได้แต่นั่งวันนับคืนให้ผ่านไปเร็วไว จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีวี่แววแป้งกับดาวกลับมาอยู่บ้านเลย ผมได้เขียนจดหมายติดต่อกับแป้งหลายครั้ง ก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิม เธอบอกแต่ว่า จะลงมาอยู่บ้านก่อนสงกรานต์ แต่ไม่ได้ระบุวันที่ให้แน่ชัด ทำเอาหัวใจของผมรอคอยอยู่ตลอด บางทีเวลาที่เห็นรถโดยสารวิ่งผ่านหน้าบ้านก็อดไม่ได้ที่จะชะเง้อมองดู เผื่อว่าคนรักของผมจะกลับมาพร้อมรถคันดังกล่าว

ตั้งแต่เรียนจบผมก็กลับมาอยู่บ้าน ตอนนี้ก็รอรับปริญญาในปลายปีเท่านั้น กว่าผมกับแป้งจะได้แต่งงานกัน ก็ต้องรอปีหน้าช่วงกลางปี และมันก็ไม่ใช่ใกล้ ๆ เลย เหลืออีกตั้งหลายเดือนทีเดียว แต่ผมก็รอได้ เพราะรักแล้ว ต่อให้นานแค่ไหนก็จะรอแป้งเสมอ

วันนี้ผมออกไปช่วยงานพ่อกับแม่ที่ไร่เหมือนเดิม ปีนี้ครอบครัวของผมจะปลูกมันสำปะหลังทั้งหมด เพราะราคามันสำปะหลังกำลังขึ้นสูง ครอบครัวของผมทำไร่ปีละครั้ง ซึ่งจะมีการปลูกพืชในไร่ก็หลังจากฤดูทำนาเสร็จแล้ว พ่อกับแม่บอกว่าต้องทิ้งช่วงหลายเดือน อันที่จริงถ้าพ่อกับแม่จะปลูกพืชชนิดอื่น ๆ ต่ออีกก็คงไม่มีปัญหาอะไร ผมคิดว่าพ่อกับแม่อยากทิ้งช่วงและหยุดพักด้วย จึงทำนาทำไร่เท่าที่แรงพอจะมี

ผมตื่นแต่เช้าไปไถไร่ก่อนใคร เพราะพ่อต้องการให้ผมไถหน้าดินให้ร่วนสุยเสียก่อน การปลูกมันสำปะหลังนั้น มีการลงทุนน้อยแต่ก็ได้ทุนคุ้มพอสมควร หลังจากที่ไถหน้าดินเสร็จแล้ว ก็ต้องมีการไถดินยกร่องเป็นแถวยาว เพื่อสะดวกต่อการปักต้นมันแต่ละครั้ง ซึ่งกว่าผมจะไถเสร็จก็เกือบสามวันทีเดียว หลังจากนั้นก็มีการเอาต้นมันสำปะหลังมาปัก ซึ่งพ่อกับแม่จะจ้างคนงานด้วย พอต้นมันเริ่มโตก็มีการใส่ปุ๋ยและกำจัดวัชพืชประมาณสองครั้งต่อฤดูกาล ผมชอบให้พ่อกับแม่ปลูกมันสำปะหลัง เพราะพืชชนิดนี้สามารถเก็บยอดอ่อน ๆ มาลวกจิ้มกับน้ำพริกได้ และผมก็ชอบกินเป็นประจำ

ช่วงบ่าย ๆ วันหนึ่ง ขณะที่ผมไถยกร่องที่ดินอยู่อีกฝากหนึ่ง ส่วนพ่อกับแม่ก็พากันปลูกมันไปพลาง ๆ  จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งมายืนโบกไม้โบกมือข้างๆ แม่ของผม ผมหยุดเครื่องยนต์ทันทีหันไปยิ้มให้นิดหนึ่ง คิดว่าอาจจะเป็นแป้ง จึงรีบเดินลงมาหาหญิงสาวทันที ช่วงระหว่างนั้นก็คิดไปสารพัด แป้งจะมาหาผมที่ไร่ทำไม ปกติเธอก็ไม่เคยมาหาผมอยู่แล้ว หรือว่าเธอทนคิดถึงผมไม่ไหว

พอเห็นหน้าคนที่มายืนโบกไม้โบกมือ ผมก็แทบจะเดินกลับไปไถไร่อีก แต่ด้วยมารยาททำให้ผมต้องต้อนรับเธอเสียหน่อย มดวิ่งมาเกาะแขนผมทันทีที่เห็นหน้ากัน

มาได้จังได๋ล่ะมด คื้อมาถูกล่ะ

พี่เสี่ยงขา มดก็นั่งรถมา ถามคนนั้นคนนี้เอานะคะ

มีธุระอีหยั่งนำอ้ายอยู่บ่

แหม๋ ไม่มีธุระมาไม่ได้เหรอคะ ตั้งแต่เรียนจบมดไม่เห็นพี่ไปมหาวิทยาลัยเลยค่ะ ก็เลยแวะมาหาด้วยความ.......คิดถึงและเป็นห่วงค่ะ มดพูดพลางลากเสียงยาว ๆ เหมือนต้องการเน้นคำให้ผมได้เข้าใจความรู้สึกของเธอมากขึ้น

สิมาคึดฮ้อดอีหยั่งอ้ายล่ะ

คิดถึงสิค่ะ พี่เสี่ยงไม่รู้อะไร ความคิดถึงมันไม่มีขอบเขตและไม่มีขีดจำกัดหรอกค่ะ

มด อ้ายมีคู่หมั้นแล้วได๋

เธอหันมามองหน้าผม รอยยิ้มที่เคยสดใสดูเศร้าผิดสังเกต มดรู้ค่ะ มีคู่หมั้นแล้วเพื่อนจะมาหาไม่ได้เลยเหรอคะ

ได้ ไผ๋สิว่าอีหยั่งล่ะ

งั้นพี่เสี่ยงพามดเดินชมไร่ได้ไหมคะ มดอยากเห็นวิถีชีวิตคนบ้านนอกทำไร่กัน อยากรู้ว่าคนบ้านนอกคอกนาทำไร่กันยังไง ทำไมไม่รวยซักที

ผมมองหน้ามดส่ายหัวนิด ๆ จะกี่ปีกี่เดือน มดก็ไม่เคยเปลี่ยน ยังพูดจาดูถูกคนบ้านนอกไม่หาย ผมเองไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธอ และก็ไม่เข้าใจทำไมเธอถึงดั้นด้นมาที่บ้านนอกด้วย

แน่ใจนะว่าหยางได้ มันไกลได๋

แน่ใจค่ะ มดอยากเห็นค่ะ

ผมได้แต่กระหยิ่มในใจ อยากแก้เข็ดเธอเหมือนกัน รอบหน้าเธอจะได้ไม่มาตามผมแบบนี้ ไม่ใช่ว่าผมเกลียดชังอะไรมด แต่ผมไม่อยากให้คนอื่น ๆ เข้าใจผิดกัน อีกอย่างถ้าคู่หมั้นผมรู้เรื่องอาจจะผิดใจกันก็ได้

บัดซั่นก็หยางตามอ้ายเด้อ เดี๋ยวสิพาเบิ่งไร่ให้หมด

ผมเดินนำเธอไปเรื่อย ๆ และก็พาเดินอ้อมไปมาให้ดูนั่นดูนี่ มดตื่นเต้นทุกครั้งที่เห็นนกบินผ่านไปมา เธอชี้ไม้ชี้มือเหมือนคนไม่เคยเห็น แต่เวลาเห็นหนอนเธอก็กรี๊ดร้องเสียงดังลั่น ทำให้ผมต้องรีบปิดหูทันที พอเห็นว่าเป็นหนอนก็ได้แต่ขำ เพราะคิดว่าเจ้าหนอนน้อยคงจะตายเพราะเสียงของมดแน่เลย

เสี่ยงเอ้ย คือบ่พาน้องเมื่อเฮื้อนล่ะลูก พามาหยางในป่าแบบซี่ได้จังได๋ เดี๋ยวก็ถูกงูกัดแหละ

แม่ตะโกนบอก ซึ่งก็มีพ่อยืนอยู่ข้าง ๆ ส่วนคนงานห้าคนก็หันมามองแวบหนึ่งก่อนที่จะก้มหน้าทำงานต่อ ผมไม่อยากหยุดทำงานเลย แต่ก็ต้องทำตามคำบอกของแม่

มด เดี๋ยวอ้ายสิพาเมื่อเฮื้อนเด้อ

กลับบ้านพี่เสี่ยงใช่ไหมคะ

ครับ

ดีค่ะพี่เสี่ยง มดเหนื่อยเต็มทนแล้วค่ะ อยากกลับไปนั่งพักค่ะ

แก้มแดง ๆ ที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง พอเจอแดดก็ยิ่งแดงกว่าเก่า ใบหน้าขาวเนียนมีเหงื่อไหลซึมซิบ ๆ ทำให้ผมอดขำไม่ได้ มดถอดหมวกมาพัดให้ชื่นใจและก็เดินตามผมต้อย ๆ ผมไม่รู้ว่าบุญกรรมอะไรที่ทำเอาไว้ ทำไมมดต้องมาตามผมด้วย หนุ่ม ๆ ที่เรียนด้วยกันหน้าตาดีเยอะแยะ เธอก็ไม่สนใจเอาเสียเลย และเธอก็ดันมาติดผมอยู่อย่างนี้ ทั้งที่รู้ว่าผมมีคู่หมั้นแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้แคร์อะไร

ผมพามดนั่งมอเตอร์ไซต์มาที่บ้าน พอมาถึงบ้านก็หาน้ำหาท่าให้มดได้ดื่ม และก็เดินมานั่งที่แคร่ห่าง ๆ กับเธอ

อ้ายเสี่ยงไม่กลับมหาวิทยาลัยเลยเหรอคะ

เธอถามขณะที่วางขันน้ำที่เพิ่งดื่มเสร็จลงบนแคร่เบา ๆ ตาหวานหยาดเยิ้มหันมามองผมด้วยความกังขา

บ่ครับ อ้ายมาซอยพ่อกับแม่เฮ็ดงาน บ่ฮู้สิกลับไปเฮ็ดหยั่ง เรียนก็จบแล้ว

ก็ไปเที่ยวสิค่ะ มดตอบอย่างเร็ว

บ่ได้ดอกครับ อ้ายเฮ็ดแบบซั่นบ่ได้ดอก ชีวิตของอ้ายคั่นบ่เฮ็ดงานอยู่ในเมือง ก็ต้องมาเฮ็ดนาเฮ็ดไร่ซอยพ่อกับแม่เท่านั่นแหละครับ

แหม๋ ขยันจังเลยนะคะ

ครับ เพราะว่าอ้ายสิเก็บเงินไปแต่งงาน

ผมรู้สึกว่ามดไม่ค่อยชอบเอาเสียเลยเวลาที่ผมพูดถึงเรื่องแต่งงาน หรือแม้แต่เรื่องของแป้ง เธอมักจะพาพูดเรื่องอื่นทันที ผมเองก็ไม่เข้าใจ แม้จะพยายามดึงเรื่องนี้มาพูดบ่อย ๆ เพื่อให้เธอรู้ตัว แต่เธอก็ไม่ยอมฟังเสียเลย

พี่เสี่ยงค่ะ มดจำได้ว่าที่น้ำห้วยมีปลาเยอะเหรอคะ มดอยากเห็นจังเลยค่ะ

ก็หลายอยู่ดอกครับ แต่บ่แมนสิหาได้ง่าย ๆ ได๋

พามดไปดูหน่อยได้ไหมคะ

ผมลุกขึ้น นึกในใจมดจะอยากเห็นอะไรอีกล่ะ สงสัยวันนี้ผมต้องเป็นไกด์พาเธอชมนั่นชมนี่แน่เลย ดูสิแม้แต่ปลาในห้วยเธอก็ยังอยากจะดู ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก็พาเธอเดินมาที่ท่าน้ำซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

ว้าว สวยจังเลยค่ะ มีดอกบัวด้วยค่ะ มดชอบจัง เธอเดินมาเกาะแขนผม ทำตาออดอ้อน

อ้ายเสี่ยงขา มดอยากได้ดอกบัวนั่นนะคะ อ้ายเสี่ยงเก็บให้มดได้ไหมคะ

ผมไม่ได้สนใจที่มดพูดเลย เพราะมัวแต่มองอ้ายปอซึ่งลงมาตักน้ำห้วยอีกฝากหนึ่ง

อ้ายปอ ซำบายดีอยู่บ่

อ้าวเสี่ยง โตบ่ได้ไปไร่บ่วันนี่ พาผู้สาวจากไซมาล่ะ คื้องามแท้

อ้ายปอไม่ถามเปล่า แต่ส่งยิ้มให้มดอีกต่างหาก ส่วนมดนั้นก็ทำปากเบะไม่ได้สนใจอ้ายปอเลย

ผมไปอยู่ครับ แต่หมู่มาหา เลยพากลับเฮื้อนก่อน

หมู่อยู่ไซล่ะเสี่ยง

อยู่ตัวเมืองอ้าย เรียนหนังสือนำกัน

อีหลีบ่ คนในเมืองงาม ๆ เนาะ

อ้ายปอตะโกนบอก ทำให้หน้าตาบึ้งตึงของมดค่อย ๆ คลี่ยิ้มทันที สงสัยเธอคงจะชอบที่มีผู้ชายชมตัวเองว่าสวย ผมได้แต่หัวเราะหึ ๆ ต่อให้มดสวยแค่ไหนก็สู้แป้งของผมไม่ได้หรอก แต่ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ผมก็ต้องดูแลและต้อนรับมดเป็นอย่างดี

อ้ายปอส่งยิ้มมาให้นิดหนึ่ง ก่อนที่จะขอตัวตักน้ำไปรดน้ำผักที่นา ซึ่งผมก็ห่วงเหลือเกิน เกรงว่าพี่ชายคู่หมั้นจะเข้าใจผิดคิดว่าผมนอกใจแป้งเสียอีก ดีที่อ้ายปอไม่ได้สนใจอะไร ทำให้ผมโล่งใจไปมากทีเดียว

พี่เสี่ยงค่ะ แล้วดอกบัวของมดว่ายังไงล่ะคะ พี่เสี่ยงเก็บให้มดได้ไหมคะ

ได้ แต่อ้ายคงจะไปหาเรือก่อนนะ

บังเอิญช่วงจังหวะนั้นผมเห็นอ้ายปอลงมาตักน้ำพอดี เห็นเรือจอดอยู่ติด ๆ กับท่าน้ำฝั่งอ้ายปอ

อ้ายปอ คนงามในเมืองเขาอยากได้ดอกบัว ผมบ่อยากลงน้ำ อ้ายซอยผมแหน่ได้อยู่บ่

บ่มีปัญหาเสี่ยง เดี๋ยวอ้ายสิไปเก็บไห้

อ้ายปอวางถังน้ำลงทันที จากนั้นก็ลงมานั่งบนเรือและก็พายข้ามฝากมายังฝั่งผมอย่างเร็ว พอมาถึงก็หันมายิ้มให้มด แต่น่าเสียดายที่มดไม่ได้สนใจรอยยิ้มของอ้ายปอเลย เธอเหลือบไปมองอ้ายปอนิดหนึ่ง และก็ยืนเชิดหน้าใส่เสียด้วย

คุณคนในเมือง อยากได้ดอกบัวบ่ครับ เอาดอกได๋ล่ะ เดี๋ยวอ้ายสิเก็บไห้

เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นอ้ายปอพูดหวาน ๆ กับผู้หญิง ทำให้ผมแทบจะกลั้นไว้หัวเราะไม่ได้

มด อ้ายปอเขาอาสาเก็บดอกบัวไห้ บ่อยากได้บ่

อยากได้ค่ะ แต่มดอยากให้พี่เสี่ยงเก็บให้มดมากกว่าค่ะ

ผู้ได๋เก็บให้มันก็คื้อกันแหละ อ้ายปออุตส่าห์มีน้ำใจพายเรือมาเก็บไห้ สิบ่ขอบคุณเขาแหน่บ่

เมื่อสบโอกาสผมก็จัดการบอกสอนมดเสียหน่อย เพราะดูเธอไม่ค่อยมีมารยาทผู้ดีกับคนแถวบ้านผมเลย โดยเฉพาะกับพี่ชายของคู่หมั้นผมแล้ว ผมจึงจำเป็นต้องบอกสอนให้เธอได้เรียนรู้ไปด้วย

มดค่อย ๆ เดินไปหยิบดอกบัวจากอ้ายปอ ผมอมยิ้มในใจ ขอบคุณค่ะ และก็กระชากดอกบัวมาอย่างเร็ว เหมือนกลัวอ้ายปอจะถูกเนื้อต้องตัวเธอเสียอย่างนั้น

บ่เป็นหยั่งครับ คั่นอยากได้อีก ก็บอกเด้อครับ สิเก็บไปเฮ็ดแกงก็ยังได้ครับ

อ้ายปอสบตากับมดและก็บอกหญิงสาว แต่มดหาสนใจอ้ายปอไม่ เธอยังทิ้งระยะห่าง สายตาดูถูกดูแคลนพอสมควร

ขอบคุณมาก แต่ฉันไม่กินแกงสายบัวหรอกยะ

ผมได้แต่หัวเราะกับการกระทำของมด นั่งคุยกับอ้ายปอไปพลาง ๆ ทำให้เธอกระเง้ากระงอนผม เดินไปมาอยู่บนท่าน้ำ เหมือนจะอึดอัดที่ผมไม่ได้ทำตามที่เธอต้องการ พอสักพัก

โครม!

อ้าว! มดหายไปไสล่ะ บ่แมนตกน้ำไปแล้วบ่นี่ ผมหันไปมองด้านหลัง เห็นฟองน้ำขึ้นมานิด ๆ

สงสัยเพิ่นฮ้อนเลยอยากว่ายน้ำห้วยมั้ง อ้ายปอตอบยิ้ม ๆ

ผมและอ้ายปอไม่ได้สนใจมด คิดว่าเธอคงจะอยากว่ายน้ำเล่นจริง ๆ แต่พอไม่เห็นเธอโผล่หัวขึ้นมาก็อดเป็นห่วงไม่ได้

คื้อมดหายไปดนแท้ บ่แมนว่ายน้ำบ่เป็นบ่

สงสัยว่ะ

พูดยังไม่ทันจบเลย อ้ายปอกระโจนลงน้ำทันที และก็ดำหามดใต้ท่าน้ำอยู่เสียนาน ผมเริ่มใจไม่ดี ถอดเสื้อออก กำลังจะกระโดดลง ก็เห็นอ้ายปออุ้มร่างมดขึ้นมา ผมรีบช่วยอ้ายปอรับร่างมดมานอนแผ่อยู่ตรงท่าน้ำ รู้ว่าต้องผ่ายปอดให้มด แต่ก็ไม่อยากเป่าลมให้เธอ จึงหันไปทางอ้ายปอ ใจผมเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เกรงว่ามดจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้ เพราะเธอหมดสติและนอนแน่นิ่ง

อ้ายปอเป่าลมใส่ปากมดได้อยู่บ่ครับ เดี๋ยวผมจะผ่ายปอดเอง

ได้ ๆ บ่มีปัญหาดอก

อ้ายปอไม่รอช้าช่วยเป่าลมใส่ปากมดทันที ส่วนผมก็ช่วยปฐมพยาบาลเธอไปด้วย พอไม่นานมดก็ไอแค๊ก ๆ และก็พ่นน้ำออกมาจากปาก อ้ายปอนั่งยิ้ม คงจะดีใจที่เธอไม่เป็นไรมาก ผมเห็นแววตาของอ้ายปอ รู้ได้เลยว่าสายตานั้นมันแฝงความรู้สึกอะไรบางอย่างเอาไว้

คุณมดเป็นจังได๋แหน่ครับ อ้ายปอถาม นัยน์ตาดูห่วงใยมดยิ่งนัก

มดมองหน้าผมและค่อย ๆ หันไปมองอ้ายปอ พอเห็นว่าอ้ายปอนั่งติด ๆ กับเธอ ก็รีบผลุนผลันถอยห่างออกมา

นี่แก แกทำอะไรฉันนี่ อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ

คำพูดและสายตาที่รังเกียจรังงอน ทำให้ใจของอ้ายปอหดหู่ทันที แม้แต่ผมคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็พลอยใจไม่ดีไปด้วย

ผมบ่ได้เฮ็ดอีหยั่งดอก แค่ซอยเป่าลมให้คุณ

มดตาโต ตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน เป่าลม แกหมายถึงว่าแกเป่าปากให้ฉันนะเหรอ

ครับ

ไม่ทันจะได้อธิบายอะไร มดก็ด่าอ้ายปอแถมเอามือทุบตีให้ออกไปไกล ๆ ตัว

แกจะบ้าเหรอ มาเป่าปากให้ฉันทำไม ไอ้บ้า! นี่คิดจะแต๊ะอ่างฉันนะเหรอ นี่เลย

มดแรงเยอะเสียด้วย ผมไม่เข้าใจทำไมกับอ้ายปอ เธอทำทีหวงเนื้อหวงตัว แต่กับผมนี่เธอไม่เคยถือตรงนี้เลย กลับมาออดอ้อนออเซาะผมตลอด การกระทำของมดทำให้ผมได้แต่ส่ายหัว

อีหยั่งละคุณ ผมซอยชีวิตคุณได๋ บ่แมนผีพรายน้ำเข้าสิงบ่ พอฟื้นก็ด่าไปทั่ว

ก็แกมาเป่าปากฉันทำไมล่ะไอ้บ้า ไปไกล ๆ ฉันเดี๋ยวนี้นะ ยี้ ขยะแขยง

อ้ายปอรีบหลบไปขึ้นเรือทันที เพราะคงจะไม่ยอมอยู่ให้มดด่า แต่ก่อนที่จะพายเรือกลับไปยังฝั่งที่นาของตัวเอง ก็หันมายิ้มให้มด

ก็ปากคุณมันน่า........ฮ่า ๆ

อ้ายปอไม่พูดให้จบ แต่ก็อมยิ้มก่อนที่จะพายเรือออกไป ซึ่งมดเองก็โกรธเคืองไม่น้อย เธอเอาดอกบัวที่อ้ายปอเก็บให้เขวี้ยงตามหลัง แถมด่าอ้ายปอตลอด

ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ฉันเกลียดแก ไอ้คนบ้านนอก

ผมเห็นท่าไม่ดีจึงค่อย ๆ ห้ามเธอ มดอย่าไปด่าอ้ายปอเด้อ อ้ายปอเพิ่นซอยชีวิตมดได๋

เธอมองหน้าผม แล้วทำไมอ้ายเสี่ยงไม่ลงไปช่วยมดล่ะคะ ทำไมต้องให้ไอ้ผีบ้านั่นทำด้วย

ก็อ้ายปอเขาแข็งแรงกว่าอ้าย เลยลงไปซอยมดก่อน

มดก็นึกว่าอ้ายเสี่ยงลงไปช่วยมด นึกว่าอ้ายจะเป่าปากให้มดเสียอีก

อีหยั่งนะ นี่แสดงว่าฮู้สึกโตตลอดบ่

เปล่าค่ะ มดไม่รู้สึกตัวคะ ไม่รู้อะไรเลย

มดรีบปฏิเสธทันที แต่กิริยาท่าทางของเธอนี่สิไม่ค่อยสมจริงเลย ดูมีพิรุธชอบกล ผมรู้สึกเหมือนเธอแกล้งทำ แต่พอรู้ว่าคนที่ต้องเป่าปากให้เธอเป็นอ้ายปอ เธอก็กระฟัดกระเฟียดใหญ่เลย บางทีผมก็นึกขำนิสัยของเธอเหมือนกัน โชคดีที่อ้ายปออยู่ในเหตุการณ์ เลยได้ช่วยผมไปอีกแรง

อ้ายเสี่ยงค่ะ มดเปียกอย่างนี้ อ้ายจะไม่หาเสื้อผ้าให้มดเปลี่ยนเหรอคะ

ผมลุกขึ้นทันที เดินนำเธอมาที่บ้าน จำได้ว่าระวิวรรณลืมเสื้อผ้าไว้ชุดหนึ่ง ก็เลยไปหยิบมาให้เธอเปลี่ยน

ใส่ได้นะ เสื้อยัยวิ เพิ่นลืมไว้เมื่อตอนปีใหม่แหนะ ห้องน้ำอยู่หลังบ้านเด้อ

มดหยิบเสื้อมา หันมายิ้มแหย ๆ ไม่รู้จะใส่ได้หรือเปล่า ยัยวิตัวใหญ่กว่ามดตั้งเยอะ ถ้าใส่ไม่ได้ มดใส่เสื้อพี่เสี่ยงได้ไหมคะ

เสื้ออ้ายบ่มีดอก แม่ซักหมด ยังตากไว้หลังบ้าน บ่แห้งเลย ผมรีบตอบทันที เพราะไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนมาใส่เสื้อของผม นอกจากแป้งคนเดียว

ก็ได้ค่ะ

ขณะที่มดขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมก็นั่งรออยู่ที่แคร่ไปพลาง ๆ กะกว่าเย็น ๆ จะขับรถไปส่งเธอที่บ้าน เพราะไม่อยากให้เธอค้างคืนที่นี่ มันคงไม่งามถ้ามดจะมาค้างคืนที่บ้านผม อีกอย่างเธอก็เป็นผู้หญิงด้วย อาจจะเสียหายก็ได้ และอีกอย่างผมไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดกัน  เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วมดก็เดินมานั่งข้าง ๆ ผม

พี่เสี่ยงขา มดหิวจังเลยค่ะ มีอะไรให้มดกินบ้างไหมคะ

มีแต่น้ำพริกปลาร้า สิกินอยู่บ่

ปลาร้าเหรอคะ มดทำหน้าบู้บี้เหมือนไม่ค่อยสันทัดกับอาหารประเภทนี้

คั่นกินบ่ได้ก็บ่เป็นหยั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยวเอื้อยสีดายังเปิดอยู่ อยากกินอยู่บ่

กินปลาร้าก็ได้ค่ะ มดอยากหัดกินปลาร้าค่ะ

ผมรู้ว่ามดไม่ได้ชอบปลาร้าเลย แต่ที่อยากกินเพราะว่าจะได้อยู่ใกล้ ๆ ผมสองต่อสองมากกว่า แต่ในเมื่อเธอตอบรับว่าอยากกินปลาร้า ผมก็ไม่รอช้าเดินเข้าไปที่ห้องครัวหลังบ้าน และก็จัดอาหารให้เธอได้รับประทานด้วย

คงกินได้อยู่เนาะ

มดทำหน้าแหย ๆ แต่พอผมมองหน้า เธอก็ฉีกยิ้มทันที พี่เสี่ยงไม่กินด้วยกันเหรอคะ

บ่ครับ อ้ายอิ่มแล้ว มดกินเถอะ

ผมเห็นมดนั่งกินปลาร้าก็อดขำไม่ได้ นี่เธอจะแกล้งชอบในสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อผมเชียวหรือ ผมไม่อยากให้มดทำแบบนี้ เพราะถึงยังไงผมกับเธอก็เป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น พอเห็นเธอกินแต่ข้าวเหนียวอย่างเดียว ก็อดไม่ได้ที่จะขึ้นไปหยิบกระเป๋าเงินบนบ้าน

พี่เสี่ยงจะไปไหนคะ

ไปเอาของบนเฮื้อนก่อน

มดยังนั่งกินข้าวเหนียวกับถั่วฝักยาวอยู่ตลอด เธอค่อย ๆ จิ้มปลาร้าไปด้วย แต่ก็ยังไม่ชินกับกลิ่นมัน ทำให้ค่อย ๆ กินอย่างช้า ๆ พอหยิบกระเป๋าเงินได้ผมก็เดินลงมานั่งข้าง ๆ

มดอิ่มแล้วค่ะ

ผมมองจานข้าว ไม่มีข้าวเหลือแต่เม็ดเดียว นึกแปลกใจทำไมมดกินเร็วจังเลย แต่ก็พยายามไม่คิดอะไรมาก เธออาจจะหิวมากขนาดกินข้าวเร็วกว่าที่ผมคิดก็ได้ หรือไม่เธอก็แกล้งเอาข้าวไปเททิ้งในลำน้ำห้วยก็ได้ จากใจที่เคยคิดว่าจะพาเธอไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านเอื้อยสีดาก็เปลี่ยนทันที

คั่นอิ่มแล้วก็ดี อ้ายสิพาไปส่งเฮื้อน

มดยังไม่อยากกลับค่ะ ค่อยกลับพรุ่งนี้ได้ไหมคะ

บ่ได้ครับ มันบ่งาม อ้ายสิไปส่ง คั่นอยากมาเที่ยวอีก ค่อยมามื้อหลังก็ได้

งั้นก็ได้ค่ะ วันหลังมดจะมาใหม่นะคะ

มดเดินต้อย ๆ ไปนั่งในรถที่เบาะด้านหน้า ผมขับรถพาเธอมาส่งที่บ้าน และก็รีบขับรถกลับมาบ้านทันที รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากที่ได้แก้ปัญหาเรื่องมดจบไป ได้แต่หวังว่าเธอคงไม่มากวนใจผมอีก พอตอนค่ำ ๆ ผมก็แวะไปเที่ยวบ้านแป้ง ไปนั่งคุยกับอ้ายปอกับเรื่องของมด

คุณมดหมู่โตนี่เป็นลูกผู้ได๋เสี่ยง ปากจัดเนาะ อ้ายปอถาม ปากยิ้มนิด ๆ

เป็นลูกเถ้าแก่ร้านขายรถไถนะอ้าย

อ้อ...ร้านรถไถยิ่งเจริญบ่

ครับ ร้านนั่นแหละ

พ่อแม่เพิ่นก็รวยเนาะ แต่ลูกสาวปากจัดคื้ออีหยั่ง บ่ค่อยมีมารยาทเลย

มดเป็นคนแบบซี่แหละอ้าย

อีหลีบ่ แต่เบิ่งท่าทางคื้อแต่เพิ่นฮักโตนะ

บ่แมนดอกครับ หมู่กันซือ ๆ ผมรีบปฏิเสธทันที

หมู่ก็ฮักได้ตั้วเนาะ แล้วโตบอกสาวมดแล้วบ่ว่ามีคู่หมั้นแล้ว

บอกตั้งบักดนแล้วอ้าย แต่มดก็ยังคื้อเก่า คือแต่บ่สนใจ

มื้อหลังคั่นสาวมดมาหาโตอีก ก็บอกอ้ายเด้อ เดี๋ยวอ้ายสิซอยต้อนฮับเพิ่น

ผมหัวเราะหึ ๆ พอจะเดาออกว่าอ้ายปอคิดอะไรกับมด ขอบคุณอ้ายหลาย ๆ คั่นมดมาบ้านผมอีก ผมสิมาตามอ้านเด้อ

คืนนั้นผมกลับมาบ้าน นอนคิดถึงแป้งทั้งคืน ไม่รู้เมื่อไหร่แป้งจะกลับมาบ้าน เห็นอ้ายปอบอกว่าอีกไม่กี่วันแป้งก็จะกลับมาแล้ว ได้แต่เฝ้ารออยู่ทุก ๆ วัน คิดอยู่ในใจว่าแป้งคงจะไม่เลื่อนวันกลับมาอยู่บ้าน

 

ห้าวันถัดมามดมาหาผมที่บ้านอีก ซึ่งตอนนั้นผมนั่งช่วยแม่แยกพริกอยู่ที่แคร่หลังบ้าน พอมดมาถึงก็ยกมือไหว้ทักทายพ่อกับแม่ของผม และเธอก็เดินมานั่งข้าง ๆ ผม

พี่เสี่ยงทำอะไรคะ

แยกบักพริก

มดอยากทำบ้างค่ะ มดอยากช่วยพี่

บ่ต้องดอก เดี๋ยวแสบมือ นั่งอยู่แบบซั่นดีแล้ว

เมื่อเห็นผมไม่สนใจ เธอก็เดินไปนั่งข้าง ๆ แม่ของผม คุณป้าขา ช่วยสอนมดแยกพริกหน่อยได้ไหมคะ มดอยากช่วยค่ะ

บ่ย่านแสบมือบ่ลูก ป้าว่าหนูอย่าเฮ็ดดีกั่ว

มดไม่กลัวค่ะ คุณป้าสอนให้มดหน่อยได้ไหมคะ นะคะ ๆ คุณป้าขา

มดนี่ก็ปากหวานใช่ย่อย แม้แต่กับแม่ของผมเธอก็ไม่เว้น แม่ของผมเป็นคนที่ใจดีเสียด้วย มีหรือที่จะไม่สอนให้มด ซึ่งมดก็นั่งเลือกพริกสนุกสนาน ผมเห็นแล้วก็นึกเอ็นดูเธออยู่เหมือนกัน ตลอดเวลาที่เป็นเพื่อนกัน ผมไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับมดเลย มีแต่คำว่าเพื่อนและน้องสาวเท่านั้น

ช่วงที่นั่งแยกพริกอยู่นั้น แป้งกับดาวก็ขับรถมาที่บ้านผม พอเห็นหน้าแป้งผมก็วางพริกลงในกระด้งทันทีและก็รีบเดินไปหาแป้งอย่างเร็ว ใจของผมก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่เห็นเธอกลับมาบ้าน ที่สำคัญภาพที่เห็นเธอแวะมาเยี่ยมผมนี่สิ มันสำคัญกว่าไหน ๆ

แป้งมาฮ้อดตอนได๋

มื้อเซ้าค่ะ แป้งตอบ ยื่นของฝากให้ผมด้วย ของฝากให้อ้าย

ผมรับถุงของฝาก ยิ้มให้แป้ง สบตากลมสวยอยู่ตลอด คื้อฮู้ใจอ้ายแท้

ปากหวานเนาะ ดาวหันมาแซว

ผมพาแป้งเดินมาที่แคร่ใต้ถุนบ้าน แป้งยกมือไหว้ทักทายแม่เสร็จแล้วก็เอาของฝากยื่นให้

แป้งซื้อมาฝากค่ะ

ขอบใจหลาย ๆ ลูก ว่าแต่หนูแป้งมาฮ้อดบ้านยามใด๋ล่ะ

มาฮ้อดตอนเซ้าค่ะ

นั่งก่อนติ้ลูก แม่หันมายิ้มให้ผม เสี่ยงไปตักน้ำให้น้องกินแหน่ติ้ล่ะ

ครับแม่

ดาวเดินมานั่งข้าง ๆ แป้ง หันไปยิ้มให้มดซึ่งนั่งแยกพริกอยู่ข้าง ๆ แม่

คื้อคุณมดตาหน่อยมาอยู่พิ้ล่ะคะ เดี๋ยวนี้มาแปลงร่างเป็นมดบ้านนอกแล้วบ่คะ

นี่หล่อน ฉันจะเป็นอะไรก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับเธอ มดมองค้อนให้ดาว

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:23:07


Opinion No. 15 (147209)

              ก็เห็นซังคนบ้านนอกคื้ออีหยั่ง พอมาเห็นคุณอยู่พิ้ก็แปลกใจทอนั่นแหละค่ะ แมนอยู่บ่แป้ง

แป้งอมยิ้ม พยักหน้าเห็นด้วย แมนอยู่ สงสัยคุณมดหลงรักวิถีชีวิตบ้านนอกต้าเฮ้า

นี่ยัยแป้งฝุ่น เดี๋ยวนี้หล่อนฉลาดคิดนะ ถูกต้องย่ะ ฉันนะชอบบ้านนอกสุด ๆ อยากมาอยู่บ้านนอกมาก ๆ เลย ชอบอากาศที่นี่ ก็เลยมาบ่อย ๆ

ชอบบ้านนอกหรือว่าหลงฮักผู้บ่าวบ้านนอกคะ ดาวได้ทีก็แซวเล่น

ผู้ชายบ้านนอกมีใครบ้างล่ะที่ฉันพอจะรักได้ ที่เหมาะสมและคู่ควรกับฉัน นี่ฉันก็เห็นมีแค่คนเดียวเท่านั้น มดขยับมานั่งติด ๆ กับผม มือเกาะแขนผมไว้แน่น ก็อ้ายเสี่ยงนี่ยังไง

ผมค่อย ๆ แกะมือมดออก ตาก็มองแป้งอยู่ตลอด เกรงว่าเธอจะโกรธเอา

อ้ายบ่เหมาะกับมดดอก ไอ้มีคนฮักแล้วได๋ หมั้นกันแล้วหน่ำ มดฮักคนอื่นดีกั่ว

ก็แค่หมั้นเฉย ๆ ไม่ใช่เมียสักหน่อย มดตอบหน้าตาเฉย ไม่สนใจว่าใครจะคิดยังไง

สิมาแย่งคู่หมั้นเขาล่ะติ้ ดาวไม่เคยยอมมดเลยสักครั้ง

นี่นังดาว ฉันไม่ได้แย่งพี่เสี่ยงนะ พี่เสี่ยงกับฉันรู้จักกันตั้งนาน สนิทกันแค่ไหนพวกเธอไม่รู้หรอก สมัยที่เรียนอยู่ด้วยกันในเมืองนะ อย่าให้ฉันพูดเลย ฉันว่าเธอลองถามพี่เสี่ยงดูสิย่ะ

ดาวหันมามองหน้าแป้ง และก็มองหน้าผม เหมือนต้องการคำถาม ส่วนแป้งก็ทำทีไม่ได้ยินอะไร เธอไม่สนใจสิ่งที่มดพูด หรือเธอพยายามเก็บความรู้สึกเอาไว้ก็ไม่รู้

คุณป้าค่ะ แป้งกลับก่อนเด้อค่ะ เดี๋ยวแม่สิทา

คื้อเฟ้ากลับแท้ลูก

พอดีแป้งเอาของฝากมาให้ค่ะ บอกแม่ว่ามาคาเดียว ย่านแม่ทาดนค่ะ

ขอบใจหลาย ๆ เรื่องของฝากเด้อลูก

บ่เป็นหยั่งค่ะ

แป้งตัดบทลากลับบ้านทันที ทำให้ผมใจแป้วไปด้วย นึกห่วงความรู้สึกเธอยิ่งนัก เกรงเธอจะเข้าใจผิดคิดว่าผมกับมดมีสัมพันธ์กันลึกซึ้งกันอย่างที่มดพูด

เดี๋ยวอ้ายไปส่งเด้อ

แป้งหันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่ง บ่ต้องดอกค่ะ แป้งมากับดาวสองคน บ่เป็นหยั่งดอก

แป้งเคี้ยดให้อ้ายบ่

บ่ได้เคี้ยดค่ะ แต่ว่าแป้งต้องเฟ้ากลับไปซอยงานแม่ค่ะ

เดี๋ยวยามแล้งอ้ายไปหาเด้อ

แป้งไม่ได้รับปากผม เธอหันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่งก่อนขับมอเตอร์ไซต์ออกไป ความรู้สึกของผมในตอนนั้นใจไม่ดีเลย คิดว่าแป้งอาจจะงอนผมก็ได้ หรือว่าเธอไม่ชอบที่จะนั่งอยู่ตรงนั้น และมีปากเสียงกับมดก็ไม่รู้ ผมรู้ว่าแป้งเป็นคนไม่ยอมใครง่าย ๆ  แต่คราวนี้แป้งนิสัยเปลี่ยนไปเยอะ ไม่รู้ว่าใจของเธอคิดอะไรกันแน่ คำพูดของมดทำให้เธอเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ ผมรู้สึกห่วงความรู้สึกของแป้งจับใจ ไม่อยากให้เธอคิดว่าผมกับมดมีอะไรลึกซึ้งต่อกัน

ส่วนมดนั้นก็ดูจะสุขใจที่เห็นแป้งกลับบ้านไปเสียที เธอยังมาออดอ้อนผมเหมือนเคย จนบางทีผมก็รู้สึกรำคาญไม่น้อย แต่คำว่ามารยาทนี่สิมันค้ำคอผมตลอด เลยต้องต้อนรับเธอทุกครั้งที่แวะมาที่บ้านของผม นึก ๆ ก็อยากจะไปตามอ้ายปอมาให้ช่วยต้อนรับเธออยู่เหมือนกัน แต่เพราะอ้ายปอไปธุระอีกหมู่บ้านหนึ่ง เลยต้องทำหน้าที่ต้อนรับมดอยู่คนเดียว

 

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:25:24


Opinion No. 16 (147210)

 มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 11

 

 

 

เสียงไก่ขันในยามเช้ารับอรุณวันใหม่ แข่งกับเสียงฆ้องที่ดังก้องอยู่หลายครั้ง ผู้คนในหมู่บ้านเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเสียงฆ้องที่ดังอยู่นั้นหมายถึงอะไร ผมลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จ จากนั้นก็เดินมานั่งข้าง ๆ แม่ที่ห้องครัว ซึ่งแม่กำลังปรุงอาหารอยู่พอดี เช้าวันนี้พ่อตื่นไปไร่แต่เช้า เพราะไปดูวัชพืชว่าขึ้นสูงแค่ไหน เพื่อที่จะได้เตรียมพร้อมกับการจ้างวานคนงานให้ช่วยดายหญ้าออกให้หมด

พ่อสิกลับมาจั๊กโมงล่ะครับแม่

แม่หันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่ง และก็หั่นผักไปพลาง ๆ บ่ฮู้ลูก เห็นลุกไปแต่เซ้าโพ้น คงจะสาย ๆ มั้ง

แล้วมีคนไปประชุมอยู่บ่ครับ

แม่ก็ได้ยินพ่อกำนันเพิ่นตีฆ้องอยู่ เสี่ยงสิไปประชุมแทนพ่อบ่ลูก

ครับ ผมก็คิดว่าสิออกไปอยู่ครับ

แม่ยกหม้อนึ่งข้าวเหนียววางข้าง ๆ เตา และก็ตั้งกะทะลงบนเตาร้อน ๆ เพื่อที่จะผัดผักต่อ

สงสัยประชุมเรื่องงานบุญสงกรานต์มั้งลูก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็เห็นประชุมกันไปแล้วรอบหนึ่ง คงสิยังตกลงกันบ่ได้ว่าสิเฮ็ดบุญกันแนวไหนดี

บัดซั่นผมไปประชุมเด้อแม่ เดี๋ยวจังได๋สิมาเว้าให้ฟัง

เฟ้าไป้เฟ้ากลับเด้อลูก แม่หันมาบอกผมก่อนที่จะนั่งทำกับข้าวต่อ

เมื่อเดินมาถึงมอร์เตอร์ไซต์คู่ใจ ผมก็ไม่รอช้าสตาร์ทเครื่องยนต์ทันที และก็ขับมาที่บ้านกำนันบุญรวย พอมาถึงก็เอารถไปจอดไว้ใต้ต้นมะม่วง เห็นประชาชนหลายคนมานั่งรอฟังการประชุม รำพึงโบกไม้โบกมือให้ผมไปนั่งด้วย แต่ผมเลือกที่จะไปยืนกับกลุ่มบักทิดและบักถึกมากกว่า ส่วนรำพึงได้แต่มองผมด้วยแววตาน้อยอกน้อยใจที่ผมไม่ไปนั่งด้วย ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ไม่อยากให้คนเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะคู่หมั้นของผม

คึดจังได๋มาประชุมล่ะ สุเทือเห็นพ่อโตมานิ้เสี่ยง

พ่อไปไร่ตั้งแต่เซ้าพู้น แม่เลยให้เฮ้ามาประชุมแทน

บักถึกเดินมาสะกิดผม โตเห็นสาวแป้งอยู่บ่ พู้นเด้อ นั่งอยู่กับเอื้อยซาร่า

ผมหันไปตามที่บักทิดบอกทันที พอสบตากับแป้งก็ยิ้มทันที

ทิด ต้าเฮ้าไปนั่งกับกลุ่มเอื้อยซาร่าดีกั่ว

กลิ่นไอของความรักมันยังลอยวนอยู่ในหัวใจผมตลอด ยิ่งได้สบตากับแป้งก็ยิ่งทำให้ใจผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อยากแต่จะไปนั่งและอยู่ใกล้ชิดกับเธอ ผมกับเพื่อน ๆ พากันขอทางผู้หลักผู้ใหญ่มานั่งด้านหลังกลุ่มของแป้ง เอื้อยซาร่าขยับไปด้านซ้ายนิดหนึ่ง เพื่อให้ผมได้นั่งใกล้ชิดกับแป้ง

แป้งเป็นจังได๋แหน่ อ้ายคึดฮ้อด

เวลาที่ได้อยู่ใกล้แป้งทีไร ผมก็อยากจะบอกเธอให้รู้เกี่ยวกับความรู้สึกที่ผมมีอยู่ในหัวใจ

คึดฮ้อดใครเหรอเสี่ยง ใช่เอื้อยซาร่าหรือเปล่า

เอื้อยซาร่าหันมาหยอกผมเล่น ทำให้แป้งและเพื่อนพากันหัวเราะคิก ๆ สนุกสนาน

ก็ทั้งหมดซู่กคนแหละครับ พิเศษสุดก็สาวเสื้อสีฟ้าผมแกล้งพูดหยอก

สาว ๆ มาประชุมเด้อ บ่ได้มาให้ผู้บ่าวจีบได๋ ดาวพูดดักคอ ทำให้แป้งยิ้มถูกอกถูกใจ

อีหลีบ่ครับน้องดาวพระศุกร์ บักทิดได้ทีก็แกล้งสาวดาวบ้าง

อีหลีตั้วอ้าย เบิ่งติ้ล่ะลุงกำนันแน้มมาทางต้าเฮ้าแล้ว

ทุกคนหันไปทางกำนันบุญรวยซึ่งนั่งมองกลุ่มพวกผมอยู่ พอชาวบ้านพากันมานั่งกันเต็มบริเวณอาคารอเนกประสงค์ประจำหมู่บ้านแล้ว จากนั้นกำนันบุญรวยก็ทำการเปิดการประชุมทันที

ฮัลโล ๆ ได้ยินอยู่บ่ครับ

การประชุมทุก ๆ ครั้ง กำนันบุญรวยมักจะใช้ไมโครโฟน เพราะเกรงว่าลูกบ้านจะไม่ได้ยินเสียงตน

ได้ยินแล้วครับพ่อกำนัน/ลุงกำนันเสียงลูกบ้านตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน

บัดซั่นกระผมกำนันบุญรวยขอเปิดการประชุมเด้อครับ ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องบ้านห้วยสำราญทุกคนที่มาร่วมประชุมในวันนี้ ผมมีเรื่องสำคัญสิเว้าให้พวกเฮ้าฟัง เกี่ยวกับเรื่องงานบุญสงกรานต์ทีสิฮ้อดนี่ ว่าต้าเฮ้าสิเฮ็ดจังได๋กัน เรื่องมโหรสพที่ว่าสิจัดในหมู่บ้านต้าเฮ้า ก็ได้ตกลงกันไปเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือแต่พวกซอยดาวต่าง ๆ ที่หนุ่มสาวเขาอยากสิจัดกัน อยากฟังความคิดเห็นจากพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวเด้อครับ

กำนันบุญรวยหันมาทางกลุ่มพวกผม ซึ่งเพื่อน ๆ ของผมและเพื่อนของแป้งต่างก็สะกิดเอื้อยซาร่าให้ตอบรับอย่างเร็ว

เรื่องซอยดาวบ่มีปัญหาดอกค่ะลุงกำนัน เพราะว่าพวกผู้บ่าวและผู้สาวบ้านต้าเฮ้าเขามั่กซอยดาวค่ะ

กำนันบุญรวยปรายตามองหนุ่มสาวกลุ่มของผม แถมยิ้มใจดีอีกต่างหาก

 ไผ๋มั่กซอยดาวยกมือขึ้นเลย สิได้นับความเห็นของแต่ละคน

บักทิดรีบยกมือก่อนเพื่อน ผมครับลุงกำนัน มั่กหลาย ๆ ซอยดาว อยากสิซอยดาวมากอดตลอดชีวิตเลยครับ

เสียงฮือและเสียงหัวเราะปะปนกันในกลุ่มหนุ่มสาว ส่วนดาวนั้นก็นั่งเงียบ อมยิ้ม แก้มแดงเรื่อ ซุกหน้ากับไหล่ของแป้ง แถมไม่กล้าสบตาใคร ได้แต่หันไปกระซิบกับแป้งและติ๋มเบาๆ คงจะเขินอายที่ถูกบักทิดสารภาพความรู้สึกต่อหน้าผู้คนในที่ประชุม

เอาล่ะ ๆ จะซอยผู้สาวหรือซอยดาวก็ว่ากันไป สรุปลุงก็สิให้มีซอยดาวนำเด้อ ถ้าจังซั่นลุงยกหน้าที่ให้สำราญ........

ลุงกำนันขา ซื่อซาร่านะคะ อย่าเอิ้นซื่อผิดได้อยู่บ่ค่ะ มันบ่มีแฮงเลยค่ะ เอื้อยซาร่าตอบยิ้ม ๆ

อ้อ...ลุงขอโทษลูก...ลูกซาร่า จังได๋ลุงก็ขอมอบหมายงานนี่ให้ซาร่าเป็นหัวหน้านำหนุ่มสาวเด้อล่ะ

บ่มีปัญหาค่ะ ซาร่าสิจัดการนำน้อง ๆ เฮ็ดให้ดีที่สุดค่ะ

ลุงกำนันหันไปทางหัวหน้าสตรีประจำหมู่บ้าน ซึ่งพากันนั่งรวมกลุ่มกันอยู่อีกด้านหนึ่ง

แล้วเรื่องประกวดเทพีสงกรานต์ว่าจังได๋ล่ะ ตกลงสิให้มีอยู่บ่ล่ะ

น่าจะมีนะคะลุงกำนัน งานมันสิได้ครึกครื้นแหน่ ว่าแต่ต้าเฮ้าสิประกวดแบบได๋ล่ะ เอื้อยลำยองหัวหน้าสตรีประจำหมู่บ้านออกความคิดเห็น

แล้วคนอื่น ๆ ล่ะว่าจังได๋ พวกผู้สาวที่นั่งอยู่ฝั่งโพ้นนะ ว่าจังได๋แหน๋ กำนันบุญรวยหันมาถามกลุ่มของพวกผมอีกตามเคย

ประกวดก็ประกวดค่ะ แต่ซาร่าว่าต้าเฮ้าอย่าเอาสาว ๆ ประกวดเลย เพราะว่ามันซ้ำซากค่ะ ทุกปี ๆ ก็มีแต่เอาสาว ๆ ประกวด คนเขาก็ฮู้กันทั้งอำเภอว่าผู้สาวบ้านต้าเฮ้าหน้าตางาม ๆ กัน ซาร่าว่าหมู่บ้านต้าเฮ้าน่าจะมีการประกวดอิหยั่งก็ได้ที่บ่คื้อผู้ได๋เขา เอื้อยซาร่าออกความคิดเห็นบ้าง

ประกวดอีหยั่งล่ะซาร่า ลุงก็บ่เคยเห็นนิ้ เห็นแต่เขาเอาสาว ๆ มาประกวดทุกงาน

ลุงกำนันขา ประกวดแบบนั้นนะเฉยสิตายค่ะ ซาร่าว่าพวกเฮ้าลองมาประกวดแม่ม่ายดีบ่ หรือไม่ก็พวกสาวแก่ทึนทึกนะคะ

คำเสนอแนะของเอื้อยซาร่าทำให้มีเสียงปรบมือหนาแน่นเห็นด้วยหลายคน ผู้หญิงและผู้ชายที่มาประชุมต่างก็พยักหน้าพูดคุยเห็นด้วยกับความคิดแบบนี้ เพราะอยากให้หมู่บ้านทำอะไรที่ไม่เหมือนหมู่บ้านอื่น ๆ บ้าง

ความคิดเข้าท่าดีนิ ลุงเห็นด้วยหลาย ๆ พวกเฮ้ามาเฮ็ดอีหยั่งที่บ่คื้อหมู่บ้านคนอื่นเขาดีกั่ว กำนันบุญรวยหันไปถามลูกบ้านคนอื่น ๆ พ่อแม่พี่น้องคนอื่น ๆ ละครับ ว่าจังได๋แหน่ เห็นด้วยอยู่บ่เรื่องประกวดแม่ม่าย

ผมบ่มีปัญหาอีหยั่งดอกครับ มั่กอยู่ดอกครับ เพราะว่าหมู่บ้านต้าเฮ้าแต่ละเขตก็มีแม่ม่ายหลายคนอยู่ดอก ดีบ่ดีหลังประกวดแม่ม่ายอาจจะมีคนจับจองก็ได้ครับ ลุงแสงพ่อม่ายเนื้อหอมรีบแสดงความคิดเห็นก่อนเพื่อน

แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ กำนันหันไปถามหัวหน้าสตรี บ่มีปัญหาอีหยั่งค่ะ สนับสนุนเต็มที่ แต่ละคุ้มให้ส่งได้บ่เกินสามคนเด้อค่ะ

ดี ๆ หมู่บ้านของเฮ้าสิได้ลดปริมาณแม่ม่ายลงบ้างเสียงหัวเราะฮือฮาดังเกรียวกราวพอสมควร โดยเฉพาะแม่ม่ายหลายคนที่มาประชุมใหนครั้งนี้ด้วย

กำนันบุญรวยได้สรุปการประชุมทั้งหมดดังนี้ ให้มีการจัดมโหรสพในงานบุญสงกรานต์นี้ โดยที่มีหนังกลางแปลง การแข่งขันชกมวย หมอลำซิ่ง ซอยดาว และก็มีการประกวดเทพีแม่ม่ายด้วย ซึ่งก็ได้แบ่งหน้าที่ให้คนดูแลแต่ละคนช่วยกันจัดการตามแต่หน้าที่ไว้เรียบร้อยแล้ว

หนุ่ม ๆ สาวส่วนใหญ่จะอยู่ช่วยงานซอยดาวมากกว่า หนุ่มรุ่นใหญ่ก็ดูแลเรื่องการเปรียบมวยต่าง ๆ ส่วนหัวหน้าสตรีก็จะดูแลเรื่องเวทีประกวดต่าง ๆ ทางด้านหนังกลางแปลงและหมอลำซิ่งนั้น ไม่ต้องมีการดูแลอย่างใด เพราะทางเจ้าของหนังและคณะหมอลำจะคุมกันเอง

เอื้อยซาร่ากระซิบกระซาบน้อง ๆ ในกลุ่มว่าจะเลือกใครในคุ้มของตนให้ส่งประกวดเทพีแม่ม่าย

ในคุ้มต้าเฮ้ามีคนเป็นแม่ม่ายจั๊กคนล่ะ

                ก็เอื้อยสีดานั่นติ้ ได้คนหนึ่งแล้ว แล้วผู้ได๋อีกล่ะ แป้งหันไปถามดาว

                เอื้อยดอกรักอีกคนหนึ่ง ผัวเพิ่นเพิ่งถูกหมาบ้ากัดตายเมื่อสองเดือนก่อน ดาวเสนอแนะ

                น้องดาวพระศุกร์ แต่ละคุ้มเขาส่งประกวดสามคนใด๋ เอื้อยซาร่าบอกน้อง ๆ

                คนที่สามผู้ได๋ล่ะ ติ๋มเองก็พยายามคิดแต่คิดไม่ออก

                “นี่ สาว ๆ ทั้งหลาย คนที่สามถ้าหาไม่ได้ ก็ส่งเอื้อยซาร่าประกวดก็ได้นะจ้ะเอื้อยซาร่ารีบเสนอตัว

                ยึ้ย! บ่แมนเวทีกะเทยเด้อค่ะ นี่มันเวทีแม่ม่ายได๋ ดาวหันไปบอกพี่สาวพลางหัวเราะหึ ๆ

                เอื้อยก็แค่อยากจะสงเคราะห์ช่วยแก้ปัญหาให้เท่านั้นเองเอื้อยซาร่าทำหน้าเศร้า ๆ

                คั่นอยากซอยก็เป็นช่างแต่งหน้าติ้ล่ะ งานนี้เป็นงานสำคัญใด๋ เอื้อยซาร่าก็โชว์ฝีมือการแต่งหน้าให้แม่ม่ายคุ้มต้าเฮ้าสวยสุดไปเลย คนที่ชนะเลิศเขาได้รางวัลหลายพันบาทได๋

ดาวหันไปบอกพี่สาว พยายามคิดหาหนทางให้พี่สาวได้มีส่วนร่วมกับเวทีสาวงามในครั้งนี้ด้วย

                วันนี้น้องดาวไอเดียบรรเจิดมาก ๆ เลย ไม่ต้องห่วงเรื่องแต่งหน้า เดี๋ยวพี่จะแปลงโฉมแม่ม่ายคุ้มเราให้สวยสุดเลยแหละ เอื้อยซาร่าพูดพลางนัยน์ตาเหม่อลอย คงจะคิดอะไรอยู่ในใจ

                หลังจากที่พูดคุยเรื่องเวทีประกวดเทพีแม่ม่ายได้สักพัก กำนันบุญรวยก็สรุปการประชุมเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยที่ชาวบ้านทุกคนต่างก็เห็นด้วยหลายอย่าง และร่วมด้วยช่วยกันเตรียมพร้อมสำหรับงานบุญที่จะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ ผมหันไปมองแป้งเป็นระยะ ๆ ซึ่งเธอนั่งคุยเรื่องราวอยู่กับเพื่อนสาว และก็ได้แต่รอจังหวะที่จะคุยกับเธอสองต่อสอง

                เมื่อเสร็จการประชุม แป้งก็เดินออกมาพร้อมกับเพื่อน ๆ หันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่ง

                แป้ง ให้อ้ายไปส่งอยู่บ่

                บ่ต้องค่ะ ขอบคุณหลาย ๆ

                เธอตอบเสร็จก็เดินกลับไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ไม่ได้สนใจผมมากนัก กิริยาท่าทางของเธอดูจะหมางเมินกับผมพอสมควร ทำให้ผมขุ่นหมองใจอยู่ไม่น้อย เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้หรือเปล่า ทำให้แป้งเป็นเช่นนี้เชียวหรือ นี่แป้งเชื่อกับสิ่งที่มดพูดด้วยเหรอ ผมเดินคอตกมาที่มอเตอร์ไซต์ที่จอดอยู่ไม่ไกล ได้ยินเสียงรำพึงร้องเรียกอยู่ตลอด แต่ก็แกล้งไม่ได้ยิน จากนั้นก็ขับรถกลับมาบ้านทันที พอมาถึงบ้านแม่กับพ่อก็นั่งรับประทานอาหารกันอยู่ ผมเดินไปล้างมือที่โอ่งด้านหลังบ้าน จากนั้นก็มานั่งร่วมวงด้วย แม่ตักข้าวใส่จานให้ผมและก็หยิบช้อนวางบนจานของผม

                เขาประชุมอีหยั่งแหน่ลูก

                ก็เรื่องงานบุญแหละครับ

                แล้วสรุปเขาสิเฮ็ดอีหยั่งแหน่ล่ะ

                ก็คื้อเก่าแหละครับ แต่ที่บ่เหมือนก็มีการประกวดเทพีแม่ม่าย

                ฮ่า! ประกวดเทพีแม่ม่าย มันอีหลีบ่ลูก

แม่ทำหน้าตกใจกับสิ่งที่ผมบอกเล่า ส่วนพ่อนั้นก็หัวเราะหึ ๆ คงจะตลกกับสิ่งที่ได้ยิน

อีหลีครับแม่ ทุกคนเห็นด้วยหมด เห็นเขาบอกว่าหมู่บ้านต้าเฮ้าสิได้บ่คื้อคนอื่นเขา

มันก็เข้าท่าดีตั้ว พ่อว่าแม่ม่ายบ้านต้าเฮ้าขายออกก็งานนี่แหละ

แล้วคุ้มต้าเฮ้าผู้ใด๋สิประกวดล่ะ

ผมบ่ฮู้ครับ พวกแม่หญิงเขาคงจัดการกันเองครับ

แล้วเสี่ยงต้องไปซอยงานเขาอยู่บ่ลูก แม่หันมาถาม

ครับ ก็คงไปเตรียมพวกซอยดาวและเฮ็ดโบว์ไว้ต้อนรับแขกผู้มาเที่ยวครับ

หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว ผมก็เดินตามแม่ไปที่สวนหลังบ้าน เห็นแม่ดายหญ้าอยู่ก็หยิบจอบมาช่วยแม่อีกแรง ส่วนพ่อนั้นก็เอามูลวัวมาใส่แปลงผักที่ปลูกด้านหลัง

เสี่ยงเห็นหนูแป้งอยู่บ่ลูก แม่ถาม ไม่ได้หันมามองผม มือยังดึงหญ้าออกจากต้นพริก

เห็นอยู่ตอนประชุมครับ แต่แป้งเพิ่นบ่คอยอยากเว้ากับผมเลย บ่ฮู้เพิ่นเป็นอีหยั่ง

บ่แมนเขาเคี้ยดเรื่องหนูมดบ่ลูก

จั๊กแล่ว ผมก็บ่ฮู้คื้อกัน ถามเพิ่นก็บ่ตอบ

จังได๋ยามบ่าย ๆ ก็แวะไปหาเพิ่นแหน่ติ้ลูก ไปปรับความเข้าใจกัน

ขณะที่ทำงานและพูดคุยอยู่กับแม่อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงรถของใครคนหนึ่งขับมาจอดหน้าบ้าน ผมกับแม่ชะเง้อมองเจ้าของรถ พอเห็นว่าเป็นมดผมก็ถอนหายใจด้วยอาการเหนื่อยหน่าย และก็แกล้งขุดหญ้าต่อไปเรื่อย ๆ

พี่เสี่ยงขา มาดายหญ้าอยู่ตรงนี้นี่เอง ทำไมไม่บอกมดบ้างล่ะคะ วันนี้ให้มดช่วยไหมคะ

ผมหันไปมองมดนิดหนึ่ง อดขำกับการแต่งตัวของเธอไม่ได้ อะไรทำให้เธอหัดใส่ผ้าถุง ปกติผมไม่เคยเห็นมดใส่ผ้าถุงแบบนี้เลย ก็นึกฉงนใจไม่น้อย

มื้อนี่มดเป็นอีหยั่งล่ะ คื้อมาใส่ผ้าซิ่น ปกติบ่มั่กบ่แมนบ่

ก็มดอยากสวยเหมือนสาวชาวบ้านนะคะ เห็นเขาใส่ผ้าถุงกัน มดก็เลยลองซื้อมาใส่บ้างนะคะ

เธอเดินมาใกล้ ๆ หมุนตัวรอบ ๆ ให้ผมดูอวดองค์ของเธอไปด้วย มดเป็นยังไงบ้างคะ สวยไหมคะ

แม่เอามือค้ำจอบเอาไว้ ยืนยิ้มด้วยความเอ็นดู ก็น่าฮักดีลูก มดใส่ผ้าซิ่นงามอยู่ดอกลูก

สวยจริง ๆ เหรอคะคุณป้า เดี๋ยววันหน้ามดจะใส่ผ้าถุงทุกวันเลยค่ะ

หญิงสาวยิ้มแก้มปริ เพราะคงจะดีใจที่มีคนชมว่าสวย ผมได้แต่หวังว่าเธอคงไม่ทิ้งรสนิยมเก่า ๆ มาหัดใส่ผ้าถุงเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผม

พี่เสี่ยงไม่เห็นชมมดเลยค่ะ มดสวยไหมคะ

ผมมองมดนิดหนึ่ง ยิ้มจาง ๆ ก็งามอยู่ดอก งามแบบแปลก ๆ

งามแบบแปลก ๆ งามแบบไหนล่ะคะ มดทำหน้างุนงง

ก็งามแบบมหัศจรรย์จังได๋ล่ะครับ

มดยิ้มละไมตามประสาของเธอ งามแบบอเมซิ่งไทยแลนด์ใช่ไหมคะ

เมื่อผมได้ยินคำพูดของมด ก็แทบจะทำให้ผมสำลักอ๊อกซิเจนให้ได้ ผมอดขำเธอไม่ได้ ที่อุตส่าห์ไปเปลี่ยนโฉมได้ขนาดนี้ ที่จริงมดไม่ได้น่าเกลียดเลยที่ใส่ผ้าถุง เธอดูน่ารักไปอีกแบบ มดเป็นลูกคนจีน พอมาแต่งตัวแบบสาวบ้านนาก็ดูไม่เข้ากันมากนัก เพราะหน้าตาของเธอเหมาะกับการแต่งตัวแบบคนเมืองมากกว่า

ครับ แบบซั่นแหละ ผมตอบมดไปอย่างนั้น เพื่อตัดปัญหาไม่ให้เธอถามจุกจิกอีก

พาน้องไปนั่งใต้ถุนบ้านไปลูก แดดมันฮ้อน เดี๋ยวแม่เฮ็ดคนเดียวเอง

แม่หันมาบอกผม ยิ้มให้มดนิดหนึ่ง ที่จริงผมไม่อยากหยุดทำงานเลย แต่ก็ไม่อยากขัดใจแม่ เพราะรู้ว่าแม่เป็นคนที่ไม่พูดมาก อีกอย่างแม่คงไม่อยากให้มดมายืนตากแดดด้วย

ครับแม่

ผมหันไปบอกมดซึ่งเดินชมวิวในสวนรอบ ๆ บ้านอยู่

มด อ้ายสิเข้าเฮื้อน มดสิไป๋นำกันอยู่บ่ เดี๋ยวอ้ายสิตักน้ำให้กิน

มดรีบวิ่งมาหาผมทันที เหมือนกับดีใจที่ผมหยุดทำงานและให้ความสำคัญกับเธอ

ไปสิค่ะ มดกำลังหิวน้ำพอดีเลย

ผมพามดมานั่งที่แคร่ หาน้ำมาให้เธอดื่ม จากนั้นก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อย ๆ พี่เสี่ยงมีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าเครียดเชียว

อ้ายกำลังคิดว่าสิไปหาอ้ายปอ ไปถามเรื่องชกมวยในงานบุญของเพิ่น

อ้ายปอนี่ใช่ไอ้บ้านั่นหรือเปล่าคะ

ผมหันมามองมดทันที มดอย่าไปเอิ้นอ้ายปอว่าบ้าเด้อ อ้ายบ่มั่กฮู้อยู่บ่

มดทำหน้างอน ดูไม่พอใจที่ถูกผมตำหนิ มดก็แค่ไม่ชอบที่เขามา......

เขาซอยชีวิตมดได๋ คั่นบ่ได้อ้ายปอ มดอาจจะตายเป็นผีพรายเฝ้าห้วยแล้วแหละ

จ้างให้มดก็ไม่ตายหรอกค่ะ มดเชื่อว่าพี่เสี่ยงต้องลงไปช่วยมดแน่ค่ะ

ผมไม่ได้สนใจสิ่งที่มดพูด คิดได้ว่าอ้ายปอเคยรับปากว่าจะช่วยเหลือผมเรื่องมด อีกอย่างผมก็อยากไปหาแป้งด้วย

มดสิไปบ้านอ้ายปอกับอ้ายอยู่บ่

ไปก็ไปค่ะ แต่อย่าอยู่นานนะคะ

อ้ายสิยางไปได๋ มดสิยางไหวอยู่บ่ มันไกลได๋

ไหวค่ะ มดไหวอยู่แล้วค่ะ ต่อให้เดินไกลแค่ไหนมดก็เดินได้อยู่แล้วค่ะ

ผมกระหยิ่มในใจ ตัดสินใจพาเธอเดินออกมาอย่างเร็ว ซึ่งมดก็พยายามครึ่งเดินครึ่งวิ่งตามผมมาเสียด้วย เพราะผมเป็นคนที่เดินไวมาก ๆ

มดหยางเร็ว ๆ ติ้ล่ะ อย่าหยางซ้า แดดมันฮ้อนฮู้อยู่บ่

ค่ะ เธอรับปากและก็พยายามเดินให้ทันผม

พอเดินได้ครึ่งทาง ผมก็แวะไปที่บ้านบักทิด กะจะชวนมันไปบ้านอ้ายปอด้วยกัน โชคดีที่บักทิดอยู่บ้านเลยยอมไปเป็นเพื่อนด้วย ผมแนะนำให้บักทิดได้รู้จักมด แต่ดูท่าทีมดไม่ค่อยอยากเป็นเพื่อนกับบักทิดมากนัก ผมเองก็ไม่เข้าใจทำไมมดต้องแสดงกิริยาแบบนั้นด้วย ในเมื่อหมู่บ้านนี้ก็มีแต่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงของผมทั้งนั้น มดก็น่าจะยินดีมีมิตรไมตรีกับคนอื่น ๆ บ้าง แต่นี่มดยังวางตัวห่างไกลจากพวกเขาเหลือเกิน ทำให้ผมหนักใจอยู่ไม่น้อย ผมกับบักทิดเดินเคียงคู่กัน และคุยเรื่องราวไปพลาง ๆ พอเดินมาได้สักพัก

พี่เสี่ยงค่ะ มดเจ็บขาจังเลยค่ะ เมื่อไหร่จะถึงสักทีค่ะ

ยังบ่ไกลดอกครับ หยางแป๊บเดียว บักทิดตอบแทน

ไม่ไกลของนายเหรอนี่ เดินมาตั้งนานแล้วนะ เมื่อไหร่จะถึงเสียทีล่ะ ฉันปวดขาจะตายอยู่แล้ว

อ้ายบอกแล้วจังได๋ว่ามันไกล มดก็บ่เซื่อ

ก็คิดว่าหมู่บ้านมันเล็ก ๆ นี่ค่ะ ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ ขอมดนั่งพักก่อนได้ไหมคะ

พักก็พัก แต่เดี๋ยวเข้าไปพักทีร้านเอื้อยซาร่าดีกั่ว

ร้านเสริมสวยของเอื้อยซาร่าอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ผมยืนอยู่มากนัก เห็นว่าน่าจะพามดไปนั่งพักที่นั่น เพราะอย่างน้อย ๆ ร้านเสริมสวยเอื้อยซาร่าก็มีพัดลมเพดานเย็น ๆ คอยให้ความเย็นด้วย

ใครเหรอคะชื่อซาร่า มีลูกครึ่งอยู่ในหมู่บ้านนี่ด้วยเหรอคะมดถาม ทำหน้าสงสัยอีกต่างหาก

ครับ ลูกครึ่งของแท้เลยแหละครับ บักทิดตอบก่อนผมเสียอีก

แบบนี้ก็แสดงว่าบ้านคุณซาร่าอะไรนี่ ต้องมีแอร์เย็น ๆ ใช่ไหม มดถามบัดทิด แววตาของเธอดูมีกำลังใจขึ้นมาตั้งเยอะ เธอคงจะชอบอยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ มากกว่าที่จะมาเดินตากแดดอย่างพวกผม

ครับ มีแอร์เย็น ๆ คื้อกันครับ บักทิดตอบพลางหัวเราะหึ ๆ

พอเดินมาถึงร้านเสริมสวยเอื้อยซาร่า ก็มีลูกค้าหนึ่งคนนั่งอยู่ด้านใน ที่เหลือก็เป็นเพื่อน ๆ ที่รู้จักแวะมาเยี่ยมเยียน มดเหลือบไปมองเอื้อยซาร่านิดหนึ่ง

อุ้ย! ผู้บ่าวหล่อสองคนนี่ คึดฮ้อดเอื้อยบ่ ถึงได้มายามฮ้อดบ้าน

เอื้อยซาร่ายิ้มละไมให้ผมและบักทิด ใบหน้าใจดีที่ถูกแต่งเติมไปด้วยเครื่องสำอางอย่างหนา ทรงผมซอยสั้นที่โกรกสีแดงม่วงทำให้ดูโดดเด่นมาก ๆ กิริยาท่าทางกระตุ้งกระติ้งทำให้มดทำหน้าสะอิดสะเอียน

ผมสิไปบ้านอ้ายปอนะครับ พอดีหยางมา หมู่ขอมานำ เพิ่นเหมือย เลยมาขอนั่งพักอยู่ร้านเอื้อยนะครับ

ได้ ๆ เข้ามานั่งติ้ล่ะ

เอื้อยซาร่าเก็บกวาดนิตรสารและหนังสือพิมพ์ออกจากโต๊ะอย่างเร็ว เชิญให้พวกผมเข้าไปนั่ง พร้อมทั้งเดินไปเอาน้ำด้านในบ้าน

ไหนนายบอกว่ามีลูกครึ่งด้วย ฉันไม่เห็นมีใครเลย มีแต่ยัยกะเทยแก่ ๆ นี่คนเดียว มดหันไปถามบักทิด

ก็นี่ไงแหละครับลูกครึ่ง

ยี้ ลูกครึ่งทำไมหน้าตาทุเรศแบบนี้ ดำก็ดำ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเป็นลูกครึ่ง มดทำหน้าสะอิดสะเอือน ไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น

ก็เขาเป็นลูกครึ่งจริง ๆ คั่นบ่เซื่อก็ถามเขาเบิ่งติ๊ล่ะ

แล้วไหนล่ะแอร์เย็น ๆ ที่นายว่า ฉันไม่เห็นมีแอร์เลย ร้อนจะตายอยู่แล้ว

ก็นี่ยังไงครับแอร์....เอิ๊ก ๆ แอร์กี่ยังไงครับ บักทิดพูดพลางหัวเราะถูกอกถูกใจ

แอร์กี่อะไรของแก ฉันไม่เข้าใจ เห็นแต่พัดลมเพดานเก่า ๆ เท่านั้น

ก็อี่แก่ยังไงครับ ที่มันกำลังพัดความเย็นให้คุณจังได๋ล่ะ นี่แหละครับแอร์กี่บ้านเอื้อยซาร่า เพราะว่ามันแก่มากแล้วได๋

ยี้...ไอ้บ้า ไม่ต้องมาเล่นลิ้นกับฉันนะ

อีหยั่งล่ะคุณมด ผมยังไม่ได้เล่นลิ้นกับคุณเลย หรือว่าคุณมั่กเล่นลิ้นครับ สอนให้ผมแหน่ติ้ล่ะ ผมอยากฮู้ เกิดมายังบ่เคยเล่นลิ้นนำผู้ได๋เลย

ท่าทางของมดไม่ชอบนักที่บักทิดพูดแหย่เล่น เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และก็ออดอ้อนผมอยู่ตลอด

พี่เสี่ยงค่ะ ดูสิเพื่อนพี่ว่ามดเล่นลิ้นนะคะ มดไม่ยอมนะคะ

ช่วงจังหวะนั้นเอื้อยซาร่าถือขันน้ำออกมาพอดี ยิ้มสดใสเป็นพิเศษ

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:29:38


Opinion No. 17 (147211)

              ผู้ได๋เล่นลิ้นล่ะคะ ขอเล่นนำแหน๋ เอื้อยมักเล่นลิ้น

ก็คุณมดนี่แหละเอื้อยซาร่า เพิ่นว่าผมเล่นลิ้น ผมนี่สาบานให้เลยครับ ยังบ่เคยเล่นลิ้นกับผู้ได๋เลยครับ

เอื้อยซาร่าหันไปมองมด แล้วคุณมดล่ะคะ มั่กเล่นลิ้นบ่ ว่าง ๆ สอนเอื้อยซาร่าหน่อยสิคะ เอื้อยนี่ยังบ่เค้ยลองเลยค่ะ

เอื้อยซาร่านั่งข้าง ๆ มด ทำหน้าไร้เดียงสา ทำให้มดได้แต่ทำหน้าทำตาสะอิดสะเอียนกับภาพที่เห็น

ฉันไม่ได้ว่าเล่นลิ้นอย่างที่พวกแกเข้าใจหรอกนะยะ ฉันหมายถึงบักทิดทะลึ่งกับฉันต่างหาก

เอื้อยซาร่าก็นึกว่าเล่นลิ้นแบบนั้น กะจะขอลองสักครั้ง และก็หัวเราะคิก ๆ ถูกอกถูกใจ มือปิดปากทำทีเหมือนเขินอาย ทำให้ผมต้องนั่งยิ้มไปด้วย

ขอบคุณเอื้อยซาร่าหลาย ๆ ว่าแต่ดาวบ่อยู่บ่ครับ

เห็นว่าไปบ้านแป้งหอม ยังบ่กลับเลย บ่ฮู้ไปเฮ็ดอีหยั่งกัน

เดี๋ยวผมสิไปแล้วครับ ขอบคุณหลาย ๆ สำหรับน้ำดื่มเด้อครับ

บ่เป็นหยั่งดอก คั่นเห็นนังดาวพระศุกร์ก็บอกให้เมื่อเฮื้อนเร็ว ๆ เด้อ เอื้อยบ่มีคนซอยเฝ้าร้านให้

ครับ เดี๋ยวผมสิบอกให้

เมื่อผมและเพื่อนเดินมาถึงบ้าน ก็เห็นอ้ายปอนั่งคุยกับบักถึกอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน ส่วนแป้งนั้นก็นั่งทอผ้าอยู่ใต้ต้นคูณ ซึ่งก็มีดาวนั่งคุยอยู่ใกล้ ๆ กัน พออ้ายปอเห็นมดมากับผมด้วย ก็รีบเดินมาต้อนรับทันที

สบายดีอยู่บ่ครับ คุณคนในเมือง ไม่ถามเปล่าแต่ปรายยิ้มให้มดด้วย

ฉันจะสบายดีไม่สบายดี ก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับแก มดตอบโดยไม่แคร์ความรู้สึกของคนถามและคนรอบ ๆ ข้างเลย แถมทำหน้าเชิดอีกต่างหาก

โอ้...คือมาปากจัดแท้หน้อ ปากจัดแบบซี่น่าสิถูก.........

หยุดนะ! นายอย่าคิดนะว่าสิ่งที่นายเป่าลมปากให้ฉัน จะทำให้ฉันยอมเป็นมิตรกับนายด้วย

อ้าว! ไอ้ปอได้เป่าปากให้คุณมดนำบ่นี่ เป่ากันตอนได๋ล่ะครับ

บักทิดถามขึ้น ยิ้มด้วยความแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าสองคนนี้จะเคยพบเจอกันมาก่อน

ตอนเพิ่นตกน้ำห้วย ก็เลย.........

ฉันบอกให้นายหยุด! ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ มดโกรธจัด หน้าแดงยิ่งกว่าลูกตำลึง เธอคงไม่ชอบให้อ้ายปอพูดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เพราะคงจะรู้สึกอายที่ถูกอ้ายปอเป่าปากให้ ซึ่งแทนที่จะเป็นผมเป็นคนทำ แต่กลับเป็นอ้ายปอผู้ชายที่เธอไม่ชอบขี้หน้า

มาจังได๋ไปจังได๋ล่ะเสี่ยง หรือว่าคุณคนในเมืองคึดฮ้อดอ้าย เลยพามาให้เห็นหน้า อ้ายปอถามผม แต่อดที่จะหันไปยิ้มหวานให้มดไม่ได้

มดทำปากเบะใส่อ้ายปอ หรี่ตามองอย่างดูถูกดูแคลน ฝันไปเหอะ แค่เสี้ยวหนึ่ง ผู้หญิงอย่างฉันก็ไม่เคยมีนายอยู่ในสมอง

อ้ายปอเดินเข้ามาแทบจะประชิดกับมด คงจะโกรธที่ถูกมดพูดจาดูถูก อีหลีบ่ครับ ว่าคุณบ่เคยคึดฮ้อดผม

ยี้! ไอ้บ้า! ออกไปไกล ๆ ฉันนะ ให้ฉันคิดถึงแก ฉันคิดถึงหมาขี้เรื้อนดีกว่า

ผมหันขวับมาทางมด รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินมดพูดแบบนี้ อ้ายปอกัดกรามแน่น คงจะโกรธเป็นอย่างมากที่ถูกมดพูดจาดูถูกอย่างนี้

คื้อมดเว้าแบบซี่ เว้าแบบซี่มันบ่งามเลยได๋ อ้ายบ่มั่ก อ้ายปอเขามีบุญคุณกับมดได๋

คำก็บุญคุณ สองคำก็บุญคุณ มดไม่แคร์ค่ะ มดเกลียดไอ้บ้านี่

อ้ายปอคงจะทนไม่ไหว เลยเดินมากระชากข้อมือมด ซังหลายอยู่บ่ บัดซั่นมาพิ้ อ้ายสิเฮ็ดให้หายซัง

นักมวยอย่างอ้ายปอมีหรือที่จะยอมให้ผู้หญิงมาหยามถึงบ้าน และก็ดึงแขนมดเดินไปที่กองฟางด้านหลัง ซึ่งพวกผมได้แต่ร้องห้าม ส่วนมดนั้นก็ร้องเรียกให้ผมช่วยตลอด

พี่เสี่ยง ช่วยมดหน่อยด้วยค่ะ ไอ้บ้านี่มันรังแกมด

ผมทำท่าจะเข้าไปช่วย อ้ายปอหันมามองผม อ้ายบ่ได้เฮ็ดหยั่งดอก แค่อยากพาไปสั่งสอนเงียบ ๆ

แป้งกับดาววิ่งหน้าตื่นมาถามผมกับบักทิด มีเรื่องอีหยั่งกันล่ะนิ แล้วอ้ายปอพาคุณมดไปไซล่ะคะ

นั่นนะติ้ มีเรื่องอีหยั่งกัน ดาวหันไปถามบักทิด

ก็คุณมดปากบ่ดี ไปดูถูกอ้ายปอ เลยถูกไอ้ปอพาไปสั่งสอน

อ้ายปอพาคุณมดไปไสล่ะ

ลากไปทางกองฟางข้างหลังพู้นแหละ

คื้อบ่ห้ามล่ะ แป้งหันมาถามผม

อ้ายปอคงบ่ได้เฮ็ดอีหยั่ง บ่เชื่อก็ไปเบิ่งเอง

แป้งเดินฉับ ๆ มาที่กองฟาง เห็นอ้ายปอยืนอยู่ใกล้ ๆ กับมดก็หยุดอยู่ตรงนั้น รอดูว่าพี่ชายจะทำอะไรหญิงสาวตรงหน้า เธอหันมามองหน้าผมนิดหนึ่งซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ พอไม่เห็นอะไรเลวร้ายก็เดินกลับไปนั่งที่แคร่ใต้ต้นมะยม ส่วนผมก็ยืนรอดูว่าอ้ายปอว่าจะสั่งสอนมดอย่างไร

อ้ายปอสบตากับมด ซึ่งมดทำท่าจะเดินหนี แต่ก็ถูกกั้นเอาไว้

คุณมดต้องขอโทษผมเดี๋ยวนี่ ผมบ่ยอมให้คุณดูถูกผม

เรื่องอะไรฉันต้องขอโทษแกด้วย ไอ้บ้า! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี่นะ มดยังดุเหมือนเคย

ในชีวิตของผม บ่เคยมีแม่หญิงคนได๋มาดูถูกผมแบบซี่

ดูถูกแล้วยังไงล่ะ นายมันก็แค่คนบ้านนอก

คำก็บ้านนอก สองคำก็คนบ้านนอก แล้วคุณมาที่บ้านนอกเฮ็ดอีหยั่งล่ะ

ฉันจะมาที่นี่ก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับนาย

อ้ายปอไม่สนใจ ยังยืนกรานที่จะให้มดขอโทษตนให้ได้ ผมบ่สนใจหรอกชีวิตของคุณจะเป็นจังได๋ แต่คุณทำผิดกับผม ดูถูกผม ผมต้องการให้คุณขอโทษเดี๋ยวนี้

นี่! นายไม่มีสิทธิ์สั่งฉันนะ นายไม่ใช่พ่อของฉัน

ผมขอให้คุณขอโทษผมดี ๆ หรือว่าคุณมั่กให้ผมลงโทษคุณเอง

ไอ้บ้า! แกไม่มีสิทธิ์มาลงโทษฉันนะ ถอยออกไป ฉันจะไปหาพี่เสี่ยง

คั่นคุณบ่ขอโทษ ผมก็บ่ยอมให้คุณไป

ฉันจะไป และไม่ขอโทษ แกจะทำไมฉัน มดผลักอ้ายปอออกไป แต่น่าเสียดายอ้ายปอใช่จะยอม ดึงร่างมดเขามาประชิดกับตัวเอง กดหลังหญิงสาวให้เอนหา และก็รวบรัดให้ร่างเธอพิงกับกองฟางไปด้วย

คั่นคุณบ่ยอมขอโทษ ผู้ชายบ้านนอกอย่างผมนี่แหละจะลงโทษคุณเอง สิเฮ็ดให้คุณฮู้ว่าผู้หญิงปากจัด ๆ และชอบดูถูกคนนี่ ต้องถูกลงโทษแบบได๋

มดยกมือทำท่าจะตบหน้าอ้ายปอ แต่ก็ถูกจับมือเอาไว้

อย่านะไอ้...........

พูดยังไม่ทันจบปากนุ่ม ๆ ของอ้ายปอก็ประกบกับปากสวยได้รูปของมดทันที ส่วนมือสองข้างก็จับมือมดเอาไว้ ตอนแรกมดก็ต่อต้านอยู่หรอก แต่พอสักพักเธอก็ระทวยหมดแรง เมื่อได้สติสตังค์กลับคืนมาอีกครั้งก็ผลักอ้ายปอออกจากร่าง และก็รีบวิ่งกลับมาหาพวกผมทันที ส่วนอ้ายปอนั้นก็เดินตามหลังมดมา ยิ้มถูกอกถูกใจ คงมีแต่มดนี่สิไม่กล้ามองหน้าอ้ายปออีกเลย

พี่เสี่ยงค่ะ เรากลับกันเถอะค่ะ มดไม่ชอบที่นี่เลย

เป็นหยั่งล่ะมด คื้อมาเฟ้ากลับแท้ อ้ายยังบ่ได้คุยธุระเลย

ค่อยมาคุยวันหลังค่ะ มดอยากกลับบ้าน มดปวดหัว

แล้วสิหยางไหวอยู่บ่นี่

ไหวค่ะ มดเดินกลับได้ค่ะ กลับกันนะคะ ไม่พูดเปล่าแต่เธอดึงแขนผมให้เดินไปกับเธอ ช่วงระหว่างทางผมก็หันมาสบตากับแป้งนิดหนึ่ง

เดี๋ยวอ้ายมาหามื้อหลังเด้อแป้ง อ้ายไปส่งมดก่อน

แป้งพยัก ยิ้มหวานให้ผมอย่างเข้าใจ อ้ายไปซะ บ่ต้องห่วงดอก

ดาวกับบักทิดมองหน้ากัน รู้สึกแปลกใจที่มดวิ่งออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แก้มแดงเป็นสีชมพูไม่รู้ว่าโกรธเคืองอะไรมา หรือว่าเขินอายอะไรกันแน่ นิสัยปากจัด ๆ ของเธอเงียบผิดสักเกต มดกลับมีนิสัยลุกลี้ลุกลนอยากไปจากที่นั่นให้เร็วที่สุด ทุกคนต่างสงสัยว่ามดถูกอ้ายปอลงโทษแบบไหน ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ส่วนอ้ายปอนั้นก็มองตามมดตาไม่กระพริบเลย แถมอมยิ้มอยู่คนเดียว เหมือนกับสุขใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป   

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-07 16:31:15


Opinion No. 18 (147213)

                 มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 12

 

 

ระหว่างทางที่เดินกลับมาบ้าน ผมสังเกตเห็นใบหน้าของมดเปลี่ยนเป็นคนละคน แก้มแดงเป็นสีชมพูระเรื่อ ตาฉายแววเขินอายกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ค่อยกล้าสบตาอย่างจัง และก็กลายเป็นคนเงียบ ๆ เธอไม่ได้พูดกับผมแม้แต่คำเดียว พอมาถึงบ้านเธอจึงร่ำลาผมทันที และก็ขับรถกลับบ้านอย่างรีบเร่ง ผมไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ รอยจูบของอ้ายปอทำให้เธอสงบเสงี่ยมได้ขนาดนี้เชียวหรือ ผมได้แต่แอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่าเธอจะไม่มาสร้างความรำคาญให้อ้ายปออีก หรือไม่ก็พูดจาดีกับอ้ายปอบ้าง

หลังจากที่มดกลับบ้านไปแล้ว ผมก็ลงไปช่วยพ่อเหวี่ยงแหที่น้ำห้วย ซึ่งก็มีปลาชุมพอสมควร ขณะที่เหวี่ยงแหอยู่นั้นก็เห็นอ้ายปอกับแป้งมารดน้ำผักที่นาฝั่งตรงข้ามกับบ้านของผม เมื่อผมลงไปช่วยพ่อคว้านแหจนเสร็จ ก็ตั้งใจว่าจะว่ายน้ำข้ามห้วยไปหาแป้งทันที

สิไปไสละเสี่ยง

ผมไปหาอ้ายปอคาเดียวครับพ่อ เดี๋ยวมาครับ

ตอบพลางว่ายน้ำไปด้วย ซึ่งพ่อยืนมองอย่างเข้าใจ แม้จะไม่ได้อธิบายอะไรมาก แต่พ่อคงรู้และเข้าใจว่าผมอยากไปหาแป้ง พอข้ามห้วยมาได้ ผมก็รีบขึ้นมาบนฝั่งและเดินไปยืนคุยกับอ้ายปอ

อ้ายปอลงโทษมดถือใจผมคั่กเลย มดกลับไปบ้านบ่ปากสักคำเล้ยอ้าย

อีหลีบ่ อ้ายปอถาม อมยิ้มถูกอกถูกใจ

ก็อีหลีตั้ว บ่ฮู้ว่าเคี้ยดหรือว่ามั่กก็บ่อฮู้ เห็นแก้มแดงเจิ้งเปิ้งแหนะ

เขาคงเคี้ยดอ้ายแหละ

ผมว่ามดคงบ่ได้เคี้ยดดอก ผมฮู้จักนิสัยมดดี คั่นมดเคี้ยด ป่านนี้อ้ายปอได้ไปนอนอยู่คุกแล้วล่ะ

ก็ได้แต่ภาวนาอย่าให้เป็นแบบซั่น เพราะว่าอ้ายบ่อยากติดคุก

คั่นเขาบอกให้รับผิดชอบล่ะ อ้ายปอสิเฮ็ดจังได๋

ก็รับแหละเน้าะ แต่ชาตินี้อ้ายคงหาเงินไปขอเพิ่นบ่ได้ดอก สาวมดเขารวยสิตาย

พูดจบก็ทำหน้าเศร้า มือแข็งแกร่งยกจอบขุดดินไปด้วย ผมรู้สึกเห็นใจอ้ายปอเป็นอย่างมาก แอบคิดอยู่ลึก ๆ ว่าพ่อมดคงไม่เอาเรื่องอ้ายปอ

อ้ายปออย่าไปคึดหลาย คั่นมดเขาฮักอ้าย เขาก็คงบ่คึดเรื่องเงินเรื่องทองดอกครับ

ขอให้จริงเถอะ ว่าแต่โตล่ะ หว่านแหอยู่บ่แมนบ่ คื้อว่ายน้ำข้ามห้วยมาเฮ็ดหยังล่ะ

ก็มาเว้านำอ้าย" ผมหันไปทางแป้งนิดหนึ่ง "และก็มาหาแป้งนำ

อ้ายปอพยักหน้าอย่างเข้าใจ ตาชำเลืองมองแป้งนิดหนึ่ง ซึ่งกำลังรดน้ำต้นหอมอยู่ไม่ไกลมากนัก ผมละตัวจากอ้ายปอ เดินมาช่วยแป้งรดน้ำผักไปด้วย

ให้อ้ายซอยเด้อ ถังน้ำมันใหญ่ คงสิหนักอย่างแฮง

บ่เป็นหยั่งดอก อ้ายบ่ต้องซอย

ให้อ้ายซอยจักนิดก็ยังดีน่า น๊ะ....นะ

แม้แต่รดน้ำผักผมก็ยังออดอ้อนขอช่วยคนรัก แป้งคงจะเกรงใจผมจึงปฏิเสธไปยังงั้น

ซอยก็ซอย คั่นเมื่อยแล้วอย่ามาบ่นเด้อล่ะ

เธอยอมให้ผมช่วยแต่โดยดี แม้ว่าถังน้ำจะหนักแค่ไหน แค่มีแป้งยืนส่งยิ้มและให้กำลังใจ แค่นี้ผมก็สุขใจเป็นที่สุดแล้ว พอรดน้ำผักเสร็จแป้งก็นั่งรถซ้อนท้ายพี่ชายกลับบ้านไป คงมีแต่รอยยิ้มและคำพูดหวาน ๆ ที่กล่าวขอบคุณผมในเย็นวันนั้น ซึ่งก็ทำให้ผมชื่นใจไม่น้อย

 

ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์จะมาถึง ผู้คนในหมู่บ้านต่างก็ออกมาช่วยงานที่วัด หนุ่มสาวหลายคนออกไปช่วยกันทำโบว์ริบบิ้นไว้ปักให้คนที่มาเที่ยวชมงาน และก็ช่วยกันจัดแต่งต้นซอยดาวไปด้วย ส่วนผู้หลักผู้ใหญ่ก็ช่วยกันเตรียมงานทุกฝ่าย

ชายหนุ่มส่วนใหญ่ช่วยกันประดับต้นซอยดาวและทำฉลากชิงรางวัล ส่วนสาว ๆ นั้นก็นั่งตัดริบบิ้นทำโบว์หลายแบบหลายสีสันไว้ติดให้กับคนที่มาเที่ยวงาน ซึ่งแป้งและดาวก็มาช่วยงานในครั้งนี้ด้วย ส่วนเอื้อยซาร่านั้นก็เป็นแม่งานที่คอยคุมน้อง ๆ ให้ทำงานกันอย่างเต็มที่ ผมเห็นแป้งนั่งอยู่ไม่ไกลนัก จึงเข้าไปช่วยตัดริบบิ้น พอนั่งได้ไม่นานรำพึงก็เดินมานั่งเบียดกับผม

อ้ายเสี่ยงค่ะ สอนรำพึงเฮ็ดโบว์แหน่ รำพึงเฮ็ดบ่เป็นเลย

เธอทำตาหวานแหวว เสียงออดอ้อนใส่ผมอีกต่างหาก แถมหางตามองจิกแป้งและเพื่อนด้วย

คั่นรำพึงอยากฮู้ก็ถามแป้งติ้ล่ะ แป้งเขาเฮ็ดเป็น

แป้งหัวเราะคิก ๆ กับดาวสองคน ซึ่งดาวอดไม่ได้หันไปถามรำพึง โตคึดจังได๋จึงอยากมาซอยเฮ็ดโบว์ล่ะรำพึง

รำพึงมองค้อนทันที เธอคงไม่ชอบที่แป้งหัวเราะคิกคักสนุกสนานกับเพื่อน ๆ

ก็อยากมาเฮ็ด มีปัญหาอีหยั่งอยู่บ่

บ่มีดอก แต่ก็ย่านมีคื้อกัน ดาวยั่วโมโห

ฝากไว้ก่อนเถอะนังดาว รำพึงลุกพรวดพราดออกไปทันที ซึ่งผมก็มองตามด้วยความงง ไม่รู้ว่ากลุ่มของแป้งกับรำพึงเกิดมาผิดชาติผิดอะไรกันก็ไม่รู้ เวลาเจอหน้ากันทีไร เป็นต้องมีเรื่องกันทุกที

รถปิ๊กอัพตอนครึ่งวิ่งมาจอดด้านหน้าวัด หนุ่มสูงโปร่งแต่งตัวภูมิฐานเดินลงจากรถ หน้าตาไม่คุ้นเคยมากนัก ไม่รู้ว่าเป็นคนต่างถิ่นมาพบญาติหรือเปล่า ผมคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหน แต่ก็นึกไม่ออกว่าผมเคยเห็นผู้ชายคนนี้ที่ไหน หนุ่มคนนี้เดินไปนั่งข้าง ๆ ป้าสมทรงและก็พูดคุยกันสักพัก พอไม่นานป้าสมทรงก็เดินเข้ามาที่ศาลาซึ่งพวกผมนั่งทำงานอยู่

สาวแป้ง มีคนมาหาโต นั่งอยู่ใต้ต้นไม้โพ้น ป้าสมทรงหันมาบอกแป้งพลางชี้ไม้ชี้มือไปที่ชายหนุ่มคนนั้น

ผู้ได๋เหรอป้า แป้งทำหน้างุนงง

จั๊กแล้ว อยากฮู้ก็ลงไปหาติ้ล่ะ เขานั่งทาอยู่ทางโพ้นแหนะ

ขอบคุณหลาย ๆ ป้า

แป้งหันไปสะกิดดาวให้ลงไปเป็นเพื่อน แต่เธอไม่ได้ชวนผมไปด้วย ทำให้ผมได้แต่หันมองตามคนรักด้วยความห่วงใยปนหึงหวงนิด ๆ

ทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่มคนนั้นชัด ๆ ผมก็นึกได้ว่าเป็นใคร ที่แท้ก็อ้ายแหลมหน้ามนคนอุบลที่เคยเป็นผู้จัดการของแป้งนี่เอง ผมไม่รู้ว่าพ่อหนุ่มอุบลคนนี้มาหาแป้งทำไม ลมอะไรพัดพาให้เขามาหาแป้งถึงที่นี่ เมื่อมีคำถามมากมายก็อดไม่ได้ที่จะลุกไปหาแป้ง ซึ่งแป้งกำลังยืนคุยสนุกสนานอยู่กับอดีตผู้จัดการ ซึ่งก็มีดาวร่วมอยู่ด้วย

สวัสดีครับอ้ายแหลม

ผมยกมือทักทายตามมารยาท ในใจก็กัดกรามไว้แน่น เพราะเกรงว่าอดีตผู้จัดการคนนี้จะตามมาจีบคู่หมั้นของตัวเอง

สวัสดีครับ เสี่ยงซำบายดีอยู่บ่ อ้ายแหลมส่งยิ้มอย่างเป็นเป็นกันเองให้ผม

ซำบายดีครับ ว่าแต่อ้ายแหลมไปจังได๋มาจังได๋ละครับนี่

อ้อ...อ้ายสอบติดครูอยู่หมู่บ้านทางโพ้นแหนะ อ้ายก็ไปสอบเล่น ๆ บ่คิดว่าสิได้ พอได้ก็รีบตอบรับทันที

ผมดีใจนำเด้อครับ ว่าแต่เรื่องงานที่เมืองกรุงของอ้ายล่ะ

อ้ายลาออกแล้ว ตั้งใจมารับราชการดีกั่ว ถึงบ่รวยแต่ก็ได้อยู่บ้านนอกบ้านนาต้าเฮ้า

ถ้าอ้ายแหลมมารับราชการเป็นครูที่โรงเรียนในหมู่บ้านถัดไป ผมกลัวเหลือเกินว่าอ้ายแหลมจะแวะมาหาแป้งบ่อย ๆ กลัวว่าความใกล้ชิดอาจจะทำให้เธอลืมความรักที่มีต่อผม

อ้ายแหลมเริ่มสอนหนังสือเมื่อได๋ละคะ แป้งถาม ยิ้มอ่อนโยนให้ชายหนุ่ม

ก็เปิดเทอมพฤษภาคมนี่แหละครับ ว่าแต่แป้งล่ะ เฮ็ดงานอีหยั่งอยู่บ่

แป้งก็ซอยพ่อกับแม่เฮ็ดนาค่ะ เห็นพ่อบอกว่าอยากทำที่นาสวนผสมนะคะ แป้งบ่มีความฮู้เลย เลยบ่ฮู้ว่าสิซอยพ่อจังได๋

อ้ายพอมีความฮู้อยู่ดอก คนแถวอุบลเฮ็ดกันหลายครัวเรือนตั้ว เดี๋ยวอ้ายสิให้คำแนะนำเด้อ

ขอบคุณหลาย ๆ ค่ะ

อ้ายแหลมหันไปมองดาวซึ่งยืนฟังเสียเพลิน ว่าแต่ดาวล่ะ อยู่บ้านเฮ็ดหยั่งแหน่

ดาวก็ซอยพ่อกับแม่เฮ็ดนาเฮ็ดไห่ค่ะ บางเทือก็ซอยเอื้อยซาร่าดูแลร้านเสริมสวยค่ะ

ขยันหน้อ เดี๋ยวก็รวยแหละ อ้ายแหลมแซวเล่น ยิ้มละมุนเต็มใบหน้าสดใส

ในช่วงเวลานั้นผมยืนเหมือนไอ้ไบ้ ไม่ได้พูดคุยอะไรเลย ฟังคนรักพูดคุยกับอ้ายแหลมไปเรื่อย ๆ ผมไม่เคยรู้หรอกว่าความสนิทสนมที่แป้งมีให้อ้ายแหลมนั้นมากแค่ไหน แต่ดูจากท่าทางการพูดคุยเห็นได้ชัดว่าแป้งไว้ใจผู้ชายคนนี้พอสมควร

ขณะที่ยืนคุยกันอยู่นั้น มดก็ขับรถมาจอดข้างต้นไม้ติด ๆ กับวัด เธอเดินพรวดพราดมาหาผมทันที ยิ้มให้แป้งและดาวนิดหนึ่ง แต่มือของเธอไวเหลือเกิน เข้ามาเกาะแขนผมไว้แน่นไม่สนใจสายตาของใคร ๆ

พี่เสี่ยงมาอยู่นี่เอง มดตามหาจนทั่วเลย

ตามหาอ้ายเฮ็ดอีหยั่งล่ะ

ก็มดมีธุระจะคุยกับอ้ายนี่คะ

ธุระอีหยั่งล่ะ

ธุระสำคัญค่ะ

มดตอบพลางส่งสายตามองแป้งและเพื่อน ๆ เหมือนต้องการสื่อให้รู้ว่าควรจะออกไปที่อื่น เพราะคนสองคนจะคุยธุระกัน แป้งพยักหน้าอย่างเข้าใจ หันไปส่งยิ้มให้อ้ายแหลม

แป้งว่าต้าเฮ้าเข้าไปนั่งในวัดดีกั่ว ให้คนเขาเว้าธุระกัน

ก็ดีครับ อ้ายก็อยากไปซอยงานคนอื่น ๆ เขาแหน่

ผมได้แต่มองตามหลัง เมื่อเห็นแป้งเดินกลับเข้าไปในวัดกับอ้ายแหลม ซึ่งก็มีดาวเดินเคียงข้างไปด้วย แม้ว่าตัวผมจะอยู่กับมด แต่ใจก็ล่องลอยไปกับแป้งตลอด

มดมีอีหยั่ง ก็เว้ามาติ้ล่ะ

มดเห็นคุณแม่พี่เสี่ยงบอกว่าจะมีการประกวดแม่ม่ายด้วยเหรอคะ มดว่าจะหาช่างเสริมสวยให้คนในคุ้มพี่เสี่ยงนะคะ

บ่ต้องดอกมด อ้ายว่าพวกแม่บ้านเขาจัดการเองได้

แต่คุณพ่อมดอยากร่วมด้วยช่วยเป็นสปอนเซอร์ในการจัดงานครั้งนี้นะคะ

สปอนเซอร์อีหยั่งล่ะ ทุกปีชาวบ้านเขาก็ซอยกันจัด บ่เคยมีใครเป็นสปอนเซอร์สักคน

พี่เสี่ยงนี่เชยจังเลยนะคะ สมัยนี้เวลามีการประกวดนางงามแต่ละเวที เขาก็มีสปอนเซอกันทั้งนั้นแหละค่ะ

อีหลีบ่ อ้ายก็บ่ได้สนใจนำเขาเลย เอาจังซี่ดีกั่ว อ้ายสิพามดไปหาพ่อกำนันบุญรวยเด้อ สิได้คุยกัน

ผมพามดเดินเข้าไปในศาลาอีกด้านหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการในหมู่บ้านกำลังนั่งปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานเทศกาลนี้ พอผมและมดเดินเข้าไป ผู้หลักผู้ใหญ่ต่างก็หันมามองเป็นแถว

ไปพาผู้ได๋มาล่ะเสี่ยง

มดยกมือไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่และส่งยิ้มหวานให้ ลูกสาวเถ้าแก่เจ้าของรถไถในเมืองนะครับ พอดีเขามีธุระอยากคุยกับพ่อกำนันครับ

จำได้แล้ว นึกว่าผู้ได๋ ที่แท้ก็ลูกเถ้าแก่เมี้ยน หมู่สนิทของลุงนี่เอง โตเป็นสาวแล้วเนาะ

ค่ะลุงกำนัน พอดีมดมีเรื่องอยากจะคุยกับลุงนะคะ

เรื่องอีหยั่งล่ะลูก กำนันบุญรวยพูดพลางนั่งเคี้ยวหมากไปด้วย

ก็คือพ่อของมดนะคะ เขาอยากเป็นสปอนเซอร์ช่วยในการประกวดแม่ม่ายค่ะ

สปอนเซอร์ มันอีหยั่งล่ะ เครื่องดื่มสปอนเซอร์บ่ลูก สิเอามาแจกคนในงานบ่

มดหัวเราะคิก ๆ ทันที ซึ่งผมเองก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ บ่แมนครับพ่อกำนัน สปอนเซอร์ที่ว่ามันบ่แมนเครื่องดื่มดอกครับ

อ้าว! แล้วมันเป็นอีหยั่งล่ะ

ผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ในวงก็ฮือฮาไปด้วย เพราะไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะคนแถวบ้านรู้จักดีว่าสปอนเซอร์เป็นเครื่องดื่มที่ขายดีไม่น้อยไปกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ

นั่นนะติ้ สปอนเซอร์มันเป็นอีหยั่งล่ะลูก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านถามขึ้นด้วยความสงสัย

คือมันเป็นแบบนี้นะคะ สปอนเซอร์คือคนที่ให้เงินช่วยเหลือในการจัดงานค่ะ อาจจะเป็นเป็นเงินรางวัลให้คนชนะประกวด หรือเป็นเงินตกแต่งเวทีต่าง ๆ นะคะ

ผู้หลักผู้ใหญ่พยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วสปอนเซอร์เขาต้องการอีหยั่งจากหมู่บ้านต้าเฮ้าอยู่บ่

มดอ้ำอึ้งไม่กล้าพูด หันมาสบตาผมนิดหนึ่ง ยิ้มแหย ๆ แต่เพราะได้รับคำสั่งจากพ่อมา ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจพูดขึ้น

พอดีพ่อของมดขอแค่เอารถไถคันหนึ่งมาวางข้าง ๆ เวที เป็นการโปรโมทสินค้าเท่านั้นค่ะ แต่ลุงกำนันไม่ต้องห่วงนะคะ สินค้าของพ่อไม่เกะกะเวทีแน่นอนค่ะ ที่สำคัญถ้าใครสั่งซื้อรถไถในงาน พ่อของมดมีส่วนลดให้พิเศษเลยค่ะ

ผมนึกแล้วว่าพ่อของมดต้องมีแผนการแบบนักธุรกิจอยู่เสมอ ไม่เคยเลยที่จะยอมเสียสละอะไรสักอย่างไม่หวังผลตอบแทน ผมหันไปมองผู้หลักผู้ใหญ่ซึ่งต่างก็นั่งปรึกษาพูดคุยกัน พอสักพักกำนันบุญรวยตัดสินใจพูดคุยต่อ

แบบซั่นบ่มีปัญหาดอก ว่าแต่เงินรางวัลนี่จังได๋ก็ให้พ่อหนูมดมาคุยกับลุงเด้อ ส่วนรถไถที่เอามาโปรโมทสินค้าในฐานะสปอนเซอร์ ก็ขอให้จอดไว้ข้าง ๆ เวที ทำเป็นซุ้มสปอนเซอร์ไว้เลย ส่วนเรื่องตกแต่งเวทีก็คั่นได้มื้ออื่นก็คื้อแต่สิดี เพราะว่าอีกสองสามมื้อก็ฮ้อดวันงานแล่ว

มดยิ้มแป้นทันที เพราะเธอเองก็อยากมาร่วมงานและอยากให้พ่อมาสัมผัสชีวิตท้องทุ่งบ้าง

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะลุงกำนัน เดี๋ยวมดจะรีบกลับไปบอกพ่อเลยนะคะ จะได้เตรียมของให้พร้อม คิดว่าวันงานคุณพ่อต้องมาร่วมด้วยแน่นอนค่ะ

ดี ๆ ลูก มีเถ้าแก่ในเมืองมาช่วยงานก็ดี จะได้มีหน้ามีตาให้หมู่บ้านต้าเฮ้า

พอคุยธุระเสร็จมดกับผมก็ยกมือไหว้ขอลาผู้หลักผู้ใหญ่ทันที จากนั้นก็พากันเดินออกมา ซึ่งระหว่างที่เดินออกมานั้นก็เห็นอ้ายปอยืนคุยกับอ้ายแหลมอยู่ด้านนอก ผมเห็นอ้ายปอหันมามองผมและมด สายตาที่จับจ้องอยู่ที่มดทำให้ผมนึกเสี่ยวซ่านไปด้วย ส่วนมดนั้นก็ทำทีไม่เห็น เธอถือโอกาสเดินมาเกาะแขนผมทันที เหมือนต้องการยึดผมเป็นเกราะกำบัง

พี่เสี่ยงค่ะ มดกลับบ้านก่อนนะ แล้วค่อยคุยกันวันพรุ่งนี้นะคะ

ครับ จังได๋ก็ขับรถระมัดระวังแหน่เด้อ

ค่ะ

มดเดินตัวลีบหลบไปอีกด้านหนึ่ง เพราะคงจะไม่ชอบสายตาอ้ายปอหรือเธอคงจะใจสั่นก็ไม่รู้ อ้ายปอรีบเดินมาอย่างเร็ว หันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่งและก็เดินตรงไปหามดที่รถยนต์ ส่วนผมก็ยืนมองสองคนนี้อยู่ไม่ไกลนัก เพราะอยากรู้ปฏิกิริยาที่มดมีกับอ้ายปอ

คื้อเฝ้ากลับแท้ บ่ทักทายกันเลยหน้อ

อ้ายปอยืนคุยที่กระจกรถ ซึ่งมดกำลังจะสตาร์ทเครื่องยนต์พอดี ใบหน้าของอ้ายปอยิ้มหน้าบานที่เห็นมดหลบหน้า

ทำไมฉันต้องทักแกด้วย

ก็เพราะผมฮู้ว่า คุณคึดฮ้อดผม

ไอ้บ้า! ออกไปไกล ๆ ฉันนะ ที่ฉันมาที่นี่เพราะมีธุระ

ธุระคึดถึงผมล่ะสิ ฮู้ทันแหละ ว่าแต่มื้อนี่คุณสวยแท้เนาะ

มดหน้าแดง แก้มพวงเป็นสีชมพูระเรื่อ ปากสั่นระริก เพราะคงจะรู้สึกเขินอาย

ออกไปไกล ๆ ฉันนะไอ้บ้า ฉันไม่ได้คิดถึงแกหรอก ออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันจะถอยรถ เดี๋ยวก็ชนให้ตายแหละ

มดจัดการถอยรถทันที ซึ่งผมกับอ้ายปอแทบจะหลบไม่ทัน ไม่เข้าใจทำไมมดอารมณ์ผลุนผลันแบบนั้นด้วย ถ้าไม่ได้คิดอะไรก็น่าจะพูดคุยกับอ้ายปอดี ๆ ส่วนอ้ายปอนั้นก็ดูมีความสุขที่ได้แกล้งให้มดโกรธเคือง หรืออาจจะสะใจที่ได้แก้เข็ดผู้หญิงที่ด่าเก่ง ๆ อย่างมด

 

วันงานบุญสงกรานต์มาถึง บรรยากาศในหมู่บ้านครึกครื้นเป็นอย่างมาก หลายครอบครัวมีการเปิดเพลงและกินเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน ส่วนเด็ก ๆ และหนุ่มสาวต่างก็เล่นสาดน้ำกันตั้งแต่ตอนเช้า ผมตื่นขึ้นมาก็ต้องช่วยแม่ทำอาหารเลี้ยงญาติพี่น้องที่แวะมาเยี่ยมจนเสร็จ ก่อนที่จะขอตัวไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อน ๆ

ทิด ไปเล่นสงกรานต์กับพวกสาวแป้งดีกั่ว

โอ้ย! กั่วสิไปฮ้อดก็เปียกกันพอดีแหละ

ฮ่วย มันก็ต้องเปียกเป็นธรรมดาแหละสู สงกรานต์สิบ่ให้เปียกได้จังได๋ ผมหันไปบอกเพื่อนสนิท

เปียกนะบ่ว่าดอก แต่ย่านพวกสาว ๆ เอาน้ำในถังน้ำแข็งมาสาด มันเย็นโว้ย!”

เย็น ๆ บ่มั่กบ่ หรือว่าโตมั่กน้ำฮ้อน

น้ำเย็นแหละดี แต่ย่านเป็นไข้ก่อนได้ปะแป้งผู้สาว

ผมกับบักทิดพากันถือขันคนละใบ ซึ่งก็มีแป้งเย็นตรางูพกติดตัวด้วย กะว่าจะไว้ประแป้งสาว ๆ ระหว่างทางเดินจากบ้านผมมาถึงบ้านของแป้ง ซึ่งกว่าจะมาถึงเป้าหมายพวกผมก็เปียกปอนกันไปหมด ผมก็เป็นสีขาวโพลนด้วยแป้งที่ถูกสาว ๆ ในหมู่บ้านละเลงใส่เสียก่อน พอมาถึงหน้าบ้านของคู่หมั้น ก็ยิ้มไม่ออกเลย

ภาพที่แป้งวิ่งหลบหนุ่ม ๆ แถวบ้านที่ตามไล่ปะแป้งนั้น ทำให้ผมหึงหวงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นแป้งวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังอ้ายแหลม ยิ่งทำให้ผมไม่พอใจมากนัก เสียงหัวเราะของแป้งและภาพที่อ้ายแหลมพยายามปกป้องแป้งนั้น ทำให้ผมใจไม่ดีเอาเสียเลย ผมไม่เข้าใจทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ ทั้งที่ความเป็นจริงผมควรจะดีใจที่มีคนช่วยดูแลแป้งให้อีกแรง

พอหนุ่ม ๆ กลุ่มนั้นเดินออกไปที่อื่น ผมก็เห็นแป้งวิ่งไปล้างหน้าล้างตาที่หลังบ้าน ส่วนอ้ายแหลมนั้นก็สนุกสนานเล่นสาดน้ำอยู่กับดาวและติ๋มรวมทั้งเพื่อน ๆ ในคุ้มเดียวกัน ซึ่งก็มีเอื้อยซาร่าคอยเป็นหัวหน้านำเล่นสงกรานต์ในกลุ่มของพวกเธอ ผมไม่รอช้าแอบย่องเดินไปตามหลังแป้ง พอแป้งล้างหน้าเสร็จก็หมุนตัวทำท่าจะเดินกลับมาหาเพื่อน ๆ แต่ร่างของเธอชนกับอกผมอย่างจัง และทำท่าจะเซล้มไปอีกด้านหนึ่ง จังหวะนั้นผมเอื้อมมือไปกอดเอวแป้งเอาไว้

อ้ายเสี่ยง คื้อมาเงียบ ๆ ล่ะ แป้งมีสีหน้าตกใจ แก้มแดงระเรื่อ คงจะเขินอายที่อยู่ในอ้อมกอดของผมโดยบังเอิญ

คั่นอ้ายบ่มาเงียบ ๆ สิได้เห็นผู้บ่าวประแป้งคนฮักของอ้ายบ่

เขาก็ประแป้งซือ ๆ บ่ได้เฮ็ดอีหยั่ง แป้งตอบเบา ๆ ใบหน้าเอียงอายไม่กล้าสบตาผมอีกเลย

แต่อ้ายหึง ฮู้อยู่บ่

สิมาหึงอีหยั่งล่ะ แป้งบ่ได้เฮ็ดอีหยั่ง แค่เล่นสาดน้ำกับหมู่ซือ ๆ

เสียงกระแอ่มจากคนข้างหลังสองสามครั้ง ทำให้ผมค่อย ๆ ปล่อยแป้งออกจากอ้อมอกและก็ยิ้มอย่างเกรง ๆ

มาเล่นสงกรานต์บ่แมนบ่เสี่ยง

ครับ...อ้ายปอ

คื้อมายืนอยู่หม่องนี่ล่ะ เขาเล่นสงกรานต์อยู่ทางโพ้นนิ

อ้ายปอชี้มือไปทางกลุ่มของเอื้อยซาร่า ซึ่งแต่ละคนหันมามองผมพลางหัวเราะคิกคัก แป้งอมยิ้มนิด ๆ ก่อนที่จะเดินไปหาเพื่อน ๆ ส่วนผมก็ยิ้มอย่างเกรง ๆ ก่อนจะเดินตามแป้งมาเล่นสงกรานต์กับเพื่อน ๆ ด้วย

ในช่วงที่เล่นสาดน้ำสงกรานต์นั้น แป้งถือขันเงินซึ่งมีน้ำโรยกลีบดอกคูณเต็มไปหมด เพื่อน ๆ สาวของเธอเอาขมิ้นผงผสมใส่ เพื่อที่จะรดน้ำดำหัวผู้คนที่เดินผ่านไปมา ช่วงที่แป้งเผลอผมก็แอบเอาน้ำขันใหญ่รดใส่แป้งช้า ๆ เพราะน้ำที่เย็นฉ่ำทำให้ผมเห็นตากลมสวยเบิกกว้าง ยิ้มค้างอยู่ชั่วขณะ เพราะคงจะเย็นกับน้ำที่รดตัวเอง แป้งหันมาอมยิ้มให้ผมนิดหนึ่ง

แกล้งกันบ่

บ่ได้แกล้งแหม๊ะ สงกรานต์ก็ต้องรดน้ำธรรมดา

ระวังโตให้ดีเด้อ เดี๋ยวแป้งเอาคืนบ้าง แล้วสิหาว่าบ่เตือน

ผมสบตาแป้ง อมยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย คิดในใจว่าแป้งจะทำอะไรผม อย่างมากก็คงจะแอบสาดน้ำผมเท่านั้น ซึ่งผมก็ไม่กลัวอยู่แล้ว กลับชอบใจที่คนรักเอาน้ำเย็น ๆ มารด แป้งไม่ได้สนใจผม เธอยังคงเล่นสาดน้ำกับเพื่อน ๆ อยู่เรื่อย ๆ พอสักพักก็เดินเข้าไปในบ้านกับดาวสองคน ซึ่งผมกับเพื่อน ๆ ไม่ได้สนใจมากนัก คิดว่าคงจะไปเข้าห้องน้ำ ช่วงระหว่างที่ผมเผลอนั้น จู่ ๆ ก็มีน้ำเย็นยะเยือกรดลงตามตัว ทำให้ผมสะดุ้งเฮือก พอเห็นหน้าคนที่รดน้ำและยืนหัวเราะถูกอกถูกใจ ผมก็อยากจะเข้าไปกอดให้หายหนาวเสียเหลือเกิน ถ้าไม่ติดที่อ้ายปอและเพื่อน ๆ ห้อมล้อมอยู่ในกลุ่ม แป้งต้องถูกผมกอดขอไออุ่นแน่นอน

เย็นอยู่บ่อ้าย มั่กอยู่บ่ แป้งเอ่ยถาม หัวเราะไปด้วย คงจะสะใจที่ได้แกล้งผม

น้ำแข็งผสมน้ำเย็นมีหรือที่จะไม่เย็น ก็คงจะเหมือนกับการตักน้ำจากขั้วโลกเหนือมารดตัวนั่นเอง ผมหนาวจับใจ ตัวเย็นเฉียบและชาไปหมด

บ่เย็นดอก แต่อ้ายหนาวเหลือเกิน ให้อ้ายกอดแหน่ ผมแกล้งอ้อน

หนาวแฮ้งอยู่บ่ เดี๋ยวสิหาคนให้กอด

หนาวแฮ้งครับ ขอกอดแหน่

แป้งเดินไปกระซิบเอื้อยซาร่า พอสักพักเอื้อยซาร่าก็เดินยิ้มแป้นมาหาผมทันที

ผู้ได๋หนาว อยากได้ไออุ่นมาทางนี้เลย เดี๋ยวเอื้อยจะแบ่งปัน วันนี้กอดฟรีเด้อจ้า

ทันทีที่เห็นเอื้อยซาร่าทำท่าจะกอด ผมก็ลุกพรวดพราด สลัดความหนาวออกทันที

หายหนาวแล้วครับ คั่นกอดเอื้อยซาร่า ย่านไฟลุกครับ และก็หัวเราะหึ ๆ

ทำเป็นมาเว้าดีนะ กะจะหลอกกอดสาวแป้งหอมล่ะสิ เดี๋ยวก็โดนหมัดอ้ายปอแหละ แล้วจะหาว่าเอื้อยซาร่าคนสวยบ่เตือน

กิริยาท่าทางการพูดจาของเอื้อยซาร่า ทำให้ผมขำทุกที นอกจากเอื้อยซาร่าจะเป็นคนตลกแล้ว ก็ยังเป็นคนที่อารมณ์ดี ทำให้น้อง ๆ และผู้คนที่อยู่รอบข้างหัวเราะสนุกสนานอยู่เสมอ ช่วงระหว่างนั้นผมเห็นอ้ายแหลมแอบรดน้ำแป้งตลอด ซึ่งแป้งกับดาวใช่จะยอม พากันเอาน้ำสาดใส่อ้ายแหลมเต็มที่ ทุกคนต่างก็หยอกเล่นกันสนุกสนาน พอสักพักรำพึงขับมอเตอร์ไซต์ผ่านมา ดาวกระซิบบอกอ้ายแหลมอุบอิบ จากนั้นอ้ายแหลมก็ตักน้ำเย็น ๆ วิ่งไปรดน้ำรำพึงทันที

คนผีบ้า! มารดน้ำฉันเฮ็ดหยั่ง เบิ่งติ้ล่ะเปียกหมดแล้ว รำพึงตะหวาดด่าใส่อ้ายแหลมทันที สีหน้าไม่สบอารมณ์มากนัก

สงกรานต์นี่คุณ สิมาด่ากันเฮ็ดหยั่งล่ะ คั่นบ่อยากเปียก ก็อย่าออกมาติ้ล่ะ อ้ายแหลมหันไปตำหนิรำพึง ซึ่งทำให้สาวเจ้าโกรธเคืองพอสมควร

แต่ฉันไม่ได้มาเล่นน้ำนี่ ฉันมาคุยธุระกับอ้ายเสี่ยง

เหรอครับ ผมขอโทษครับ

พอรำพึงจอดรถเสร็จเธอก็เดินฉับ ๆ มายืนเกาะแขนผม ทำให้ผมทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองหน้าคู่หมั้น เกรงว่าเธอจะโกรธเอา ผมเห็นแป้งไม่สนใจผมเลย เพราะคงจะชินกับภาพแบบนี้นานแล้ว แป้งกลับสนุกสนานเล่นน้ำกับอ้ายแหลมมากกว่า ผมเองก็ใช่ว่าจะมีความสุขที่เห็นแป้งไม่หึงหวงผม แต่ผมนี่สิกลับเก็บอารมณ์ไม่อยู่ รู้สึกหึงหวงแป้งเป็นอย่างมาก ไม่อยากให้ใครใกล้ชิดกับเธอเลย ได้แต่ชำเลืองมองเธอเป็นระยะ ๆ โดยที่มีรำพึงเกาะติดอยู่ตลอด ผมเห็นอ้ายแหลมหันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่ง ก่อนที่จะหันไปคุยกับแป้งต่อ ซึ่งผมได้แต่มองด้วยความหวาดกลัวในใจลึก ๆ 

By ์Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-08 12:03:47


Opinion No. 19 (147214)

  มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 13

 

คืนเดือนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง ช่างเป็นวันที่เหมาะเจาะในวันสงกรานต์ของปีนี้เหลือเกิน ชาวบ้านต่างทยอยกันมาช่วยงานแต่หัวค่ำ หนุ่มสาวแต่ละคนต่างก็ช่วยกันดูแลหลายจุด กลุ่มหนุ่มสาวเขตหนึ่งจะดูแลประตูทางเข้า โดยที่มีการแบ่งกันปักโบว์ให้กับผู้คนที่มาเที่ยวชมงาน ซึ่งก็มีหลวงตานั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านหน้าคอยพรมน้ำมนต์ให้พรลูกบ้านด้วย ถัดจากโต๊ะที่หลวงตานั่ง ก็มีพานรับบริจาคที่ให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินทำบุญในครั้งนี้ด้วย

แป้งและกลุ่มเพื่อน ๆ อยู่ด้านหลังเวที เนื่องมาจากงานนี้เธอต้องช่วยเอื้อยซาร่าดูแลคนเข้าประกวดแต่ละคน ทางด้านรำพึงและอ้ายแหลมนั้นได้รับเลือกให้เป็นโฆษกประจำงาน แม้ว่าสองคนนี้จะไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไร แต่เพราะเห็นแก่หน้าตาของหมู่บ้าน จึงต้องยอมปรองดองกันแต่โดยดี

ทางด้านมดและพ่อนั้นได้ให้ลูกน้องในร้านเอารถไถมาจอดข้างเวทีประกวดด้วย ซึ่งก็มีการตั้งซุ้มให้คนดูรายละเอียดเกี่ยวกับรถไถรุ่นต่าง ๆ ใครที่สั่งจองรถไถในคืนนี้ก็จะได้ส่วนลดพิเศษ ทางด้านอ้ายปอนั้นก็อยู่ที่ลานข้าง ๆ เวทีมวย เพราะคืนนี้อ้ายปอจะต้องขึ้นชกกับอ้ายเกียรติด้วย ซึ่งอ้ายเกียรติเป็นลูกพี่ลูกน้องอ้ายกบนี่เอง ผมรู้ว่าอ้ายปอต้องการเอาชนะในการชกครั้งนี้เป็นอย่างมาก เพราะเห็นซ้อมวันซ้อมคืนตลอด และก็ได้แต่หวังอยู่ลึก ๆ ว่าอ้ายปอจะไม่ทำให้คนในหมู่บ้านผิดหวัง

ส่วนผมนั้นก็คอยดูแลเกี่ยวกับหนุ่มสาวในการซอยดาว พอทำงานได้สักพักผมก็รีบมาหาแป้งทันที แป้งเองหันมายิ้มให้ผมนิดหนึ่ง เธอไม่ได้พูดจาอะไร และก็ยืนดูการประกวดแม่ม่ายไปด้วย ซึ่งการประกวดแม่ม่ายได้เริ่มดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีผู้ชมหลากหลายตำบลมาร่วมชมงาน แม่ม่ายแต่ละเขตมีการแต่งชุดผ้าซิ่นไหมและก็เสื้อลายลูกไม้งาม ๆ มีผ้าสะไบพาดข้างดูมีเสน่ห์ตามแบบฉบับสาวท้องถิ่นไทยงาม แต่ละคนเดินออกมาโปรยยิ้มให้ท่านผู้ชม โดยที่มีร้านค้าขายลูกโป่งบริการให้ผู้ชมได้ซื้อลูกโป่งให้แก่ผู้เข้าประกวดด้วย

ผมถือโอกาสมายืนข้าง ๆ แป้ง ซื้อลูกโป่งมาหกลูกยื่นให้

แป้งเอาไปมอบให้คนประกวดคนละอันเด้อ อ้ายบ่อยากไป อายคนแน้ม

วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านเป็นอะไรที่ผมรักเป็นอย่างมาก ผมเองก็สนับสนุนให้พี่น้องทุก ๆ คนได้อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามแบบนี้เอาไว้ จึงอยากสนับสนุนด้วยลูกโป่งเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เข้าประกวดทุกคน

ก็ได้ค่ะ

แป้งรับลูกโป่งมาจากผม เดินไปมอบให้แม่ม่ายคนละลูก ส่วนอ้ายแหลมกับรำพึงก็พูดคุยเจี้ยวแจ้วตามประสาโฆษก ซึ่งกิริยาท่าทางสองคนนี้ก็ไม่ได้ดูเกลียดชังเหมือนที่ผมเคยเห็น พอได้เวลาตัดสินรางวัล อ้ายแหลมก็ประกาศขึ้นทันที

สาวงามแม่ม่ายประจำปีนี้ได้แก่.....แต๊น..แต๊น...แต๊น

รำพึงยิ้มแป้น สบตาอ้ายแหลมนิดหนึ่ง เอื้อยสีดา คุ้มทางใต้ค่ะ

เสียงปรบมือดังสนั่น เอื้อยสีดาปรายยิ้มจนเหงือกแห้ง เดินโบกมือให้กับผู้ชม ลูกโป่งที่ถืออยู่ก็มากเหลือเกิน จนแทบจะดึงร่างบอบบางของเอื้อยสีดาให้ลอยล่อยบนอากาศให้ได้

กระผมขอเชิญคุณพ่อกำนันบุญรวยมามอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศด้วยนะครับ

จากนั้นพ่อกำนันก็ขึ้นมามอบรางวัลให้กับผู้ชนะเลิศ ส่วนเอื้อยซาร่าผู้เป็นแม่งานแต่งหน้าแต่งตาให้กับเอื้อยสีดาก็ยิ้มระริกระรี้อยู่ข้างเวที ผมเดินเข้าไปยืนไม่ไกลจากเอื้อยซาร่า เห็นเธอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็อดถามไม่ได้

คื้อมาดีใจคั่กแท้เอื้อยซาร่า

ห่วย เสี่ยงนี่ไม่รู้อะไร เอื้อยสีดาได้ที่หนึ่ง เอื้อยก็พลอยได้ความดีไปด้วย

บ่แมนไปขอแบ่งเงินรางวัลนำเขาบ่ ผมหยอกแซว

ฮ่วย! เว้าไปทั่ว เอื้อยบ่ได้ขอแบ่งได๋ บัดเอื้อยสีดาบอกว่าสิให้แหน่อยู่ดอก

ผมหัวเราะหึ ๆ แล้วเอื้อยสิเอาเงินไปเฮ็ดอีหยั่งล่ะรอบนี่

เอื้อยซาร่ายื่นคางมาให้ผมดู ก็จะไปยันฮีอย่างเคยแหละ

ไปเฮ็ดหยั่งล่ะ

จะไปดึงคางสักหน่อย แต่ไม่รู้ว่าเงินจะพอไหม

คงบ่พอดอกครับ เพราะคางเหลี่ยม ๆ แบบซี่คื้อแต่สิเฮ็ดยาก สงสัยต้องเฮ็ดนาหลายปีกว่าสิเก็บเงินได้พอค่าผ่าตัด แต่รอบนี่ผมบ่ไปนำเด้อ

เป็นหยั่งล่ะ ถึงบ่อยากไปนำ

ก็ผู้สาวผมบ่ได้อยู่กรุงเทพแล้วนิ บ่ฮู้สิไปเฮ็ดหยั่ง

ก็ไปเที่ยวซือ ๆ ก็ได้ตั้วเนาะ

ผมบ่มั่กกรุงเทพครับ

เอื้อยซาร่าพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นก็เดินไปยืนเกาะขอบเวทีด้านหน้า เพื่อช่วยรับของรางวัลจากเอื้อยสีดา ทางด้านพ่อของมดก็ได้รับเชิญให้ขึ้นมามอบรางวัลให้คนที่เข้าประกวดส่วนที่เหลือ โดยที่มีมดยืนเฝ้าหน้าเต็นท์สปอนเซอร์และช่วยพ่อประกาศเรียกลูกค้าให้เข้ามาซื้อรถไถ่อยู่ตลอด

หลังจากเสร็จงานประกวดแล้ว ผมก็ชวนแป้งและเพื่อน ๆ ไปดูอ้ายปอชกมวย ส่วนมดและก็รำพึงก็เดินมาอ้อนผมขอไปดูมวยด้วย ผมสบตาแป้งนิดหนึ่ง เห็นเธอไม่ว่าอะไร ก็เลยรับปากสองสาว ผมและเพื่อน ๆ ทุกคนพากันเดินมาที่เวทีมวย ซึ่งตอนนั้นอ้ายปอกำลังจะขึ้นชกพอดี ส่วนอ้ายแหลมและบักทิดก็เดินมารออยู่ที่หน้าเวทีมวยก่อนใคร ๆ  พอถึงคราวที่อ้ายปอกับอ้ายเกียรติชกต่อยกัน คนที่เชียร์ออกหน้าออกตากว่าใคร ๆ ก็เห็นจะเป็นมด

อ้ายปอขา สู้ ๆๆๆ ค่ะ ชกมันให้คาที่เลยค่ะ

ผมหันไปมองมดด้วยความแปลกใจปนสงสัย ซังเขาบ่แมนบ่ คื้อมาเชียร์คั่กแท้

มดหน้าเสียทันทีที่ถูกทัก ก็เชียร์ในฐานะครูสอนชกมวยให้อ้ายเสี่ยงนี่ค่ะ

อย่ามาตั้วอ้ายเลย อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วแหละ มั่กเขาก็ยอมรับดี ๆ เถอะ

มดทำทีไม่สนใจสิ่งที่ผมพูด อ้ายเสี่ยงก็พูดไปทั่ว มดไม่รักคนบ้านนอก ๆ อย่างนี้หรอกค่ะ

อ้ายจะทาเบิ่ง อยากฮู้คื้อกันว่าใจมดสิโกหกตัวเองได้ปั่นได๋

การชกต่อยระหว่างอ้ายปอกับอ้ายเกียรติช่างมันยิ่งนัก คอมวยหลากหลายตำบลพากันยืนเชียร์เสียงดังกระหึ่มไปหมด มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อ้ายปอถูกอ้ายเกียรติชกเต็มหน้าและเลือดออกจากปาก มดน้ำตาซึมเพราะคงจะรู้สึกสงสารอ้ายปอจับใจ เธอร้องเรียกชื่ออ้ายปอดังกว่าเพื่อน พออ้ายปอหันมาเห็นมดส่งแรงเชียร์สุดขาดใจ ก็ยิ้มรับทันทีและก็มีแรงฮึดสู้ สุดท้ายอ้ายปอก็ชกอ้ายเกียรติน็อคไปยกที่สี่ ซึ่งถือว่าเร็วมาก ๆ พอดูมวยเสร็จแล้วมดก็หันมาสะกิดผม

อ้ายเสี่ยงค่ะ มดอยากเข้าห้องน้ำ อ้ายเสี่ยงไปเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหมคะ

ผมไม่รู้จะทำอย่างไร จะพามดไปเข้าห้องน้ำ ก็กลัวจะไม่ดีไม่งาม จึงหันไปขอร้องแป้ง

แป้งครับ มดอยากเข้าห้องน้ำ แป้งซอยไปเป็นหมู่มดได้อยู่บ่

มดมองแป้งนิดหนึ่ง เหมือนไม่อยากจะไปด้วย แต่พอได้ยินถ้อยคำของแป้งก็คิดว่าคงไม่มีพิษมีภัย

แป้งหันมายิ้มให้มด คุณมดอยากเข้าห้องน้ำบ่คะ เดี๋ยวแป้งสิพาไป

"ไปก็ได้ หล่อนอย่าพาฉันไปทิ้งไว้ที่มืด ๆ นะ ฉันกลัว"

"บ่ต้องย่านดอกคุณมด แป้งบ่เฮ็ดแบบซั่นดอกค่ะ"

 “แป้งให้เฮ้าไปนำอยู่บ่ ดาวหันมาถามแป้ง

ไปก็ไปตั้ว ไปกันหมดนี่แหละ แป้งตอบ

ส่วนรำพึงนั้นก็เดินไปกับเพื่อนสนิท ซึ่งถ้าจะให้ผมเดาก็คงจะไปเข้าห้องน้ำเหมือนกัน หรือไม่ก็คงจะไปตามหาพ่อ ซึ่งกำนันบุญรวยยังนั่งคุยกับคนแก่คนเฒ่าอยู่ที่ศาลาการเปรียญ พอรำพึงหายลับไป แป้งกับมดและดาวก็พากันเดินไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำในวัดถูกแบ่งเป็นสองส่วน จุดแรกก็อยู่ด้านหลังศาลาการเปรียญ อีกจุดหนึ่งก็อยู่ด้านหลังโบสถ์ ซึ่งจุดที่อยู่ด้านหลังโบสถ์นั้นจะอยู่ไกลออกไปนิด แต่เป็นห้องน้ำแบบใหม่ที่สะอาดพอสมควร

ผมกับเพื่อนชายพากันยืนดูมวยคู่ต่อไปอย่างสนุกสนาน ส่วนอ้ายปอนั้น พอชกเสร็จแล้วก็เดินมาพูดคุยกับผมและเพื่อน ๆ ซึ่งในตอนนั้นผมกับเพื่อนชายก็พากันเชียร์มวยอย่างเมามันส์ จนลืมไปเลยว่าแป้งกับมดพร้อมกับดาวพากันไปเข้าห้องน้ำเสียนาน อ้ายปอหันมาถามผม

แป้งไปไสล่ะเสี่ยง บ่ได้อยู่นำโตบ้อ

พามดไปเข้าห้องน้ำ ไปตั้งบักดนแล้ว บ่เห็นกลับมาจักเเทือ

บ่แมนคุณมดท้องเสียบ่ จังพากันไปดน อ้ายปอตอบแบบลอย ๆ

สงสัยคื้อกันอ้าย คนเมืองบ่ค่อยสันทัดอาหารบ้านต้าเฮ้า อาจสิเป็นไปได้

อ้ายปอหัวเราะหึ ๆ และก็หันมาถามผม ตะกี้คุณมดเชียร์อ้ายอยู่บ่

เชียร์ตั้วเนาะ เห็นเอิ้นซื่ออ้ายตลอด

คั้นบ่เห็นหน้าคุณมด อ้ายว่าอ้ายแพ้บักเกียรติแหง๋ ๆ

แรงรักพลังใจแม่นอยู่บ่อ้ายผมตบไหล่อ้ายปอเบา ๆ

อ้ายปอยิ้มเขิน ๆ ของแบบซี่ เป็นธรรมดาแหละเนาะ

ผมกับอ้ายปอและเพื่อนชายพากันยืนเชียร์มวยอยู่นาน พอสักพักดาวก็เดินมาที่กลุ่มของพวกผม

อ้ายปอ เห็นแป้งกับคุณมดกลับมาแล่วบ่

บ่นิ โตก็ไปนำกันบ่แมนบ่ อ้ายปอหันไปถามดาว

ก็ไปนำกันตั้ว แต่ว่าดาวแวะเอาของไปให้เอื้อยซาร่า คุณมดกับแป้งไปเข้าห้องน้ำกันสองคนทอนั่น

อ้าว อ้ายก็คึดว่าโตยางไปนำกันนิ

ดาวก็แน้มหาตั้งบักดน และนำหาไปทั่วแล้ว บ่เห็นจักเทือ ดาวมีสีหน้าเป็นกังวล

ปกติผมรู้จักนิสัยแป้งเป็นอย่างดี เวลาจะไปไหนมาไหนเธอไม่เคยทิ้งเพื่อน หากเหตุผลที่ดาวบอกเล่าเป็นความจริง ผมไม่อยากคิดเลยว่าแป้งกับมดจะพากันหนีกลับบ้านก่อน เพราะพ่อของมดก็ยังนั่งชมมวยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ถ้ามดจะกลับบ้านพร้อมแป้ง คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะสองคนนี้ไม่ค่อยจะถูกกันมากนัก และผมก็คิดว่ามดคงไม่ชวนแป้งกลับบ้านแค่เพียงสองคนเท่านั้น

เวลาประมาณตีสองก็ไม่มีวี่แววมดกับแป้งจะกลับมา ส่วนรำพึงก็หายไปเช่นเดียวกัน ผมกับเพื่อนชายทุกคนต่างประกาศตามหา แต่ก็ไม่มีสามสาวกลับมาเลย ผมรู้สึกเป็นกังวลห่วงแป้งและมดยิ่งนัก ไม่รู้สองคนนี้พากันไปเข้าห้องน้ำที่ไหน เกรงว่าจะมีคนมาฉุดกระฉากไปทางอื่น แต่คิดในอีกแง่หนึ่ง ในหมู่บ้านของผมไม่เคยมีข่าวเรื่องร้าย ๆ แบบนี้มาก่อน แต่ถ้าในตำบลอื่น ๆ อาจจะมีบ้าง

ผมและอ้ายปอรวมทั้งเพื่อน ๆ พากันกระจายออกเดินตามหาสามสาวที่หายตัวไป พอสักพักลุงแคนซึ่งเป็นมัฆทายกประจำวัดวิ่งหน้าตื่นมาบอกกำนันบุญรวย ผมกับอ้ายปอวิ่งไปฟังเรื่องราวด้วย

พ่อกำนัน แย่แล้วครับ มีคนมางัดโบสถ์ต้าเฮ้า มันขโมยพระสำคัญของวัดไปนำ

กำนันบุญรวยลุกขึ้นยืนทันที ทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ โตไปเห็นดนแล้วบ่บักแคน

ผมก็เพิ่งไปเห็นนิแหละ เห็นหลวงพี่คนหนึ่งถูกตีนอนสลบอยู่ทางโพ้นนิ พ่อกำนันเฟ้าไปเร็ว ลุงแคนรีบเดินนำไปที่โบถส์ทันที พอเดินมาถึงก็เห็นสามเณรช่วยกันปฐมพยาบาลหลวงพี่ด้วย

ผมกับอ้ายปอใจไม่ค่อยดีกับข่าวร้ายที่เกิดขึ้น วิ่งไปสำรวจที่ห้องน้ำด้านหลังโบสถ์ก็ไม่มีเห็นมีใครสักคน พอเดินสำรวจรอบ ๆ เห็นที่คาดผมของแป้งหล่นอยู่กับพื้นและรองเท้าของมดหลุดอยู่ทั้งสองข้าง ผมเองรู้สึกก็ตกใจเป็นอย่างมาก

อย่าบอกนะว่าพวกโจรชั่วมันฉุดแป้งกับมดไปนำ

อ้ายปอใจไม่ค่อยดี นึกห่วงน้องสาวและหญิงสาวอันเป็นที่รัก ซึ่งก็ไม่ต่างกับผมที่รู้สึกเช่นเดียวกัน

ลุงแคนฮู้อยู่บ่ พวกมันเป็นพวกผู้ได๋ อ้ายปอหันไปถามลุงแคน

ลุงก็บ่ฮู้ดอก แต่เคยได้ยินชาวบ้านเขาเว้ากันหวา ทางตำบลเนินเขามีโจรขโมยพระพุทธรูปไปสองเทือแล่ว บ่ฮู้ว่าโจรพวกนี้เป็นพวกได๋กันแน่ ลุงแคนตอบตะกุกตะกัก เพราะคงยังหวาดกลัวอยู่มากทีเดียว

พวกได๋ก็บ่สำคัญดอก ต้าเฮ้าต้องตามเอาพระพุทธรูปเสริมสุขมาคู่วัดต้าเฮ้าให้ได้ บัดซั่นหมู่บ้านต้าเฮ้ามันสิฉิบหาย พระพุทธรูปองค์นี้อยู่คู่วัดต้าเฮ้ามาเป็นร้อย ๆ ปีแล่ว พวกโจรมันคงวางแผนหลายมื้อแล่วแหละ พวกมันคงสิทาลงมือวันงาน กะให้ผู้คนชุลมุนวุ่นวายคาแต่เที่ยวงานบุญ พวกมันเลยสบโอกาสเข้ามาทำบ่ดีบ่ร้ายแบบซี่ คำพูดของกำนันบุญรวยหนักแน่น และดูห่วงใยสารทุกข์สุกดิบของประชาชนเหลือเกิน

ช่วงเวลานั้นเพื่อนสนิทของรำพึงก็วิ่งหน้าตาตื่น กำนันค่ะ แย่แล้วค่ะ รำพึงหายไปไสก็บ่ฮู้ หาทอได๋ก็หาบ่พ้อด

ฮ่วย บ่แมนมันลักลูกสาวข้าเจ้าไปนำบ่นี่ รำพึงลูกพ่อขอให้พระคุ้มครอง กำนันบุญรวยกัดกรามแน่น นึกแค้นใจพวกโจร

จากนั้นกำนันบุญรวยก็เรียกประชุมลูกบ้านทุกคน โดยเลือกเอาแต่ลูกบ้านที่ฝีมือดีและแข็งแรงไปตามหาพระพุทธรูปและสามสาว พ่อของผมเอาปืนลูกซองมาจากบ้านเพื่อที่จะร่วมสมทบด้วย โดยที่พ่อของแป้งก็ร่วมด้วยช่วยกัน ผู้หลักผู้ใหญ่แต่ละคนดูคร่ำเครียดกับเหตุการณ์ยิ่งนัก ส่วนทางด้านแม่ของแป้งและเมียกำนันบุญรวยก็หน้าตาซีดเซียว เพราะคงจะห่วงและเกรงว่าลูกสาวจะถูกทำร้าย

คืนนั้นแม่ของผมไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ของแป้ง เพราะต้องการให้กำลังใจ ส่วนพ่อของมดนั้นก็ใจไม่ค่อยดี เพราะมีลูกสาวอยู่เพียงคนเดียว หากเกิดอะไรขึ้นกับมด เถ้าแก่เมี้ยนก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เพราะมดคือชีวิตและหัวใจของเถ้าแก่เมี้ยนมากทีเดียว ทางด้านเอื้อยซาร่าและดาวก็ช่วยกันปลอบโยนแม่ของแป้งและเมียกำนันบุญรวยอยู่ตลอด งานมโหรสพทุกอย่างที่ดำเนินอย่างสนุกสนานก็ต้องหยุดชะงัก ลูกบ้านผู้หญิงและเด็ก ๆ ถูกเกณฑ์ให้กลับบ้าน ส่วนผู้ชายส่วนใหญ่ก็มาสมทบช่วยกันตามหาโจรผู้ร้าย

เถ้าแก่เมี้ยนพาลูกน้องสองคนเดินมาสมทบ สีหน้าไม่ค่อยดีมากนัก เพราะคงจะห่วงลูกสาว และด้วยสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรง อ้ายปอจึงเดินไปนั่งข้าง ๆ

ผมว่าเถ้าแก่บ่ต้องไปดอกครับ เดี๋ยวสิลำบากเปล่า ๆ ทาฟังข่าวอยู่ทางพิ้ดีกั่ว

เถ้าแก่เมี้ยนมองหน้าอ้ายปอ ถ้าลื้อตามหาลูกสาวให้อั้วได้ อั้วจะมีรางวัลงาม ๆ ให้ลื้อ

บ่เป็นหยั่งครับเถ้าแก่ เดี๋ยวผมสิซอยตามหาคุณมดให้ได้ครับ เถ้าแก่บ่ต้องห่วงดอกครับ

อั้วมีลูกสาวคนเดียว หากเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาว อั้วก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่อย่างไร ยังไงอั้วก็ฝากลื้อด้วยนะ เดี๋ยวอั้วกับลูกน้องจะไปตามตำรวจมาช่วยอีกแรง

ครับเถ้าแก่ บ่ต้องห่วงครับ ผมสัญญาจะตามหาคุณมดให้ได้ครับ อ้ายปอรับปากหนักแน่น

ส่วนทางด้านผมนั้น แม่ของแป้งและแม่ของผมก็กำชับอยู่ตลอด

เสี่ยง จังได๋ก็ตามหาน้องให้พ้อดเด้อลูก

ครับแม่ ผมจะตามหาน้องให้ได้ ป่านนี้พวกโจรคงจะหนีไปบ่ไกลปานได๋

กำนันบุญรวยได้จัดแบ่งลูกบ้านแต่ละคนให้แยกย้ายกันไปตามหาแป้งและเพื่อน ๆ โดยที่แต่ละกลุ่มจะต้องพกปืนลูกซองอย่างน้อยหนึ่งคน กลุ่มของผมก็มีลุงกำนัน อ้ายปอ อ้ายแหลม บักถึก บักทูน บักทิด และก็ลูกบ้านอีกสี่คน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะแยกกันไปคนละทิศ หากใครพบเจอผู้ร้ายก่อน ก็ให้รีบเดินทางมาบอกอีกฝ่าย โดยแต่ละกลุ่มมีจุดนัดพบกันตามจุดหมายที่กำหนดเอาไว้ ไม่เกินพรุ่งนี้ตอนเที่ยงที่หมู่บ้านห้วยศาลา

ผมกับเพื่อน ๆ พากันนั่งรถปิ๊กอัพไปทางถนนด้านหลัง โดยที่พ่อกำนันบุญรวยเป็นคนขับ อ้ายปอนั่งขนาบข้างกับกำนันบุญรวย และก็ถือปืนลูกซองอยู่ตลอด ระหว่างทางด้านหลังหมู่บ้าน ถนนขรุขระพอสมควร นับว่าโชคดีที่เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ทำให้การเดินทางตามหาแป้งกับเพื่อน ๆ ไม่ลำบากมากนัก

ถนนด้านหลังหมู่บ้านเป็นถนนลูกรัง จึงเห็นร่องรอยของรถหลายคันวิ่งผ่านไปมา พอรถวิ่งมาจอดอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งไกลจากหมู่บ้านของผมประมาณสิบกิโลเมตรได้ พวกผมก็เห็นทางแยกไปที่เขาพนมไพร กำนันบุญรวยหยีบเบรคอย่างเร็ว ทำให้ผมและเพื่อน ๆ ซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังหัวแทบจะทิ่มกันให้ได้

จะไปทางตรงหรือว่าขับไปทางเขาดีว่ะ กำนันบุญรวยถามความคิดเห็นของพวกผม ใบหน้าตึงเครียดอยู่ตลอด

ผมว่าทางเขาดีกว่าพ่อกำนัน หากไปดูแถว ๆ เขาแล้วไม่เห็นร่องรอย เราค่อยขับทางตรงไปเรื่อย ๆ อ้ายปอเสนอแนะ

แล้วพวกเอ็งว่ายังไง กำนันบุญรวยหันมาถามพวกผม

ผมเห็นด้วยกับอ้ายปอครับ เพราะทางเขาลูกนี้มีถนนลัดไปทางถนนเขตชายแดนจังหวัดสุรินทร์นำ

ผมเองพอจะรู้จักเส้นทางนี้มาบ้าง และเคยขับรถผ่านแค่ครั้งเดียว รู้ว่าถนนสายนี้ตัดทะลุไปยังถนนใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างเขตชายแดนไทยและกัมพูชา แม้ว่าถนนใหญ่เส้นนั้นจะติดชายแดน แต่ก็เป็นถนนใหญ่ที่ไม่น่ากลัวเท่าไร เหมือนกับถนนที่ตัดผ่านเขาลูกนี้

แล้วพวกหนุ่ม ๆ ว่าจังได๋พวกสู ตกลงตามนี้อยู่บ่

ครับ ผมและเพื่อน ๆ ต่างก็ตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน

ความมืดและเงาของดวงจันทร์ ทำให้ผมคิดถึงแป้งจับใจ ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นอันตรายหรือไม่ เพราะโจรกลุ่มนี้ไม่เคยมาจุ้นจ้านที่หมู่บ้านของผมเลย ไม่รู้ว่ามันจะรังแกคนรักของผมและเพื่อนสาวหรือไม่ ผมคิดว่างานนี้คงจะมีหนอนบ่อนไส้ที่คอยชี้แนะ ที่สำคัญผมก็หวังว่าพวกผมคงจะตามหาพระพุทธรูปเสริมสุขของหมู่บ้านให้ได้ หวังอยู่ลึก ๆ ว่าแป้ง มด และรำพึงจะปลอดภัย

บักทิดเอามือมาแตะไหล่ผมเบา ๆ เพราะมันคงจะเห็นผมนั่งเงียบไม่พูดคุยอะไร

บ่ต้องห่วงดอกเสี่ยง เฮ้าสิซอยโตตามหาสาวแป้งและสาว ๆ คนอื่น ๆ ให้ได้ คั่นบ่พ้อดก็บ่ต้องเมื่อเฮื้อนกัน

ผมพยักหน้า รู้สึกซึ้งน้ำใจเพื่อนอยู่มาก ขอบใจโตหลาย ๆ ทิด เฮ้าก็ห่วงแป้ง ห่วงมด ห่วงรำพึง สามสาวนี่บ่ค่อยกินเส้นกันปั่นได๋ ถูกจับโตไปพร้อม ๆ กันแบบซี่ เฮ้าก็หวังอยู่ลึก ๆ ว่าคงสิฮักและซอยเหลือกันและกัน

บ่ต้องห่วงดอกเสี่ยง สาวแป้งเขาก็บ่ได้ซังรำพึงกับคุณมดดอก อาจจะด่ากันบ้าง แต่ให้เอาอีหลี ผู้สาวบ้านต้าเฮ้านิสัยดีกันซุกคน เฮ้าเชื่อแบบซั่น

แล้วโตคึดจังได๋กับมดล่ะ

คุณมดก็เป็นคนดี อาจจะวี๊ดวาดไปตามประสาคนเมือง แต่เฮ้าคึดว่าใจลึก ๆ ก็บ่ได้ร้ายดอก บักทิดเสริม

มดนะเขาเป็นคนดีอีหลี เป็นหมู่ผู้สาวที่ดีกับเฮ้า บ่ได้คึดร้ายอีหยั่ง แต่เวลาเห็นหน้าอ้ายปอ มดปากร้ายซุกเทือ ผมเล่าให้บักทิดฟังคร่าว ๆ

ปากร้าย และด่าเก่ง ๆ บ่แมนเพิ่นฮักอ้ายปอบ่ อ้ายแหลมเสริม

ผมหัวเราะหึ ๆ หันไปมองอ้ายแหลม แล่วอ้ายแหลมล่ะ คึดจังได๋กับสาวรำพึง

ก็น่าฮักอยู่ตั้ว อ้ายบ่ฮู้ว่าเพิ่นนิสัยจังได๋ มีแฟนแล่วบ่ อ้ายแหลมตอบ

รำพึงนิสัยดีครับ ยังบ่มีแฟน ผมรับรองได้เลย

อีหลีบ่

ครับ

ระหว่างทางผมกับอ้ายแหลมนั่งคุยกันหลายอย่าง อ้ายแหลมบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับงานที่เคยทำในกรุงเทพ พร้อมทั้งบอกเล่าถึงเรื่องของแป้งด้วย

อ้ายก็แปลกใจอยู่คื้อกัน ว่าเป็นหยั่งสาวแป้งบ่แน้มผู้บ่าวโรงงานเลย ที่แท้ก็ฮักโตนี่เอง

คื้ออ้ายฮู้ว่าแป้งฮักผมครับ

เวลาอ้ายถามว่า แป้งมีแฟนแล่วบ่ แป้งก็สิตอบว่า มีแล่วค่ะ ผู้บ่าวที่แป้งฮักเรียนหนังสืออยู่ แล้วเวลาที่ผมถามว่า ผู้บ่าวคนนั้นฮักแป้งอยู่บ่ แป้งก็มักสิตอบว่า แป้งบ่ฮู้นำดอก ฮู้แต่แป้งฮักเขา บางทีผมก็แอบอิจฉาผู้บ่าวคนนั่นคื้อกัน บ่คึดเลยว่าผู้บ่าวคนนั่นสิเป็นโต

สิ่งที่ได้ยินจากอ้ายแหลมทำให้ผมชื่นใจยิ่งนัก นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า แป้งคงจะรักผมนานแล้ว เธอถึงไม่ยอมเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนเลย เหมือนกับผมที่เป็นอะไรก็ไม่รู้ มักจะคิดถึงเธออยู่เรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้ากันหลายปี พอเห็นหน้ากันอีกที หัวใจของผมก็พร้อมที่จะมอบให้แป้ง

ช่วงระหว่างที่นั่งคุยและคิดอะไรกันเพลิน ๆ กำนันบุญรวยก็จอดรถกลางทางอย่างเร็ว ผมมองไปที่เขาลูกนี้ เห็นไฟแวบ ๆ ก็คิดว่าใครมาอยู่แถวนี้

ลุงว่าพวกต้าเฮ้าจอดรถไว้ข้าง ๆ ทางนี้ดีกั่ว แล้วพากันหยางไปบนเขา พวกโตเห็นไฟแวบ ๆ ทางโพ้นอยู่บ่ กำนันบุญรวยชี้มือไปทางแสงไฟวับ ๆ ที่กลางเขาลูกด้านหน้า

เห็นครับ ปกติที่ตรงนั่นบ่มีบ้านคนบ่แมนบ่ครับ บักทิดถาม

บ่นิ อาจจะเป็นพวกโจรก็ได้

เฮ็ดจังได๋ล่ะต้าเฮ้า กำนันบุญรวยหันมาถามผมและเพื่อน ๆ

สู้ตายครับ จังได๋ก็ต้องไปซอยพวกสาว ๆ และเอาพระพุทธรูปคู่วัดต้าเฮ้าคืนมาให้ได้ อ้ายปอเสนอแนะ

คั่นพวกมันมีหลายคน พวกเฮ้าก็เสียท่าให้พวกมันแหละ เอาแบบซี่ดีกั่ว ลุงสิส่งลูกบ้านคนหนึ่งที่พอขับรถได้ ให้ขับรถไปตามลูกบ้านคนอื่น ๆ ให้ตามมาสมทบ ส่วนพวกที่เหลือก็สิล่วงหน้าไปก่อน

บักทูนมองหน้าผมและเพื่อน ๆ ลุงกำนันสิให้ผู้ได๋ละไปตามลูกบ้านคนอื่น ๆ ล่ะ

ไผ่ดีล่ะ เฮ้าก็ว่าโตดีที่สุด

ได้ครับ เดี๋ยวผมสิเฟ้าไปเฟ้ากลับ

กำนันบุญรวยยื่นกุญแจรถให้บักทูน และก็ให้บักทูนไปตามลูกบ้านคนอื่น ๆ เพื่อมาช่วยอีกแรง ส่วนผมและทุก ๆ คนที่เหลือก็นำหน้าไปก่อน พอบักทูนขับรถผ่านพ้นไปแล้ว กำนันบุญรวยก็เดินนำหน้าไปที่ภูเขาลูกนั้น ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลกันมากนัก ระหว่างทางผมและเพื่อน ๆ ต้องพากันระมัดระวังสัตว์ป่าที่อาจจะทำอันตรายด้วย

พอเข้ามาใกล้กระท่อมบนเขา รถกะบะตอนครึ่งคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลนัก ส่วนอ้ายปอก็นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม โดยที่เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ก็อยู่ไม่ไกลกันมากนัก พวกผมยังหลบอยู่ใต้พุ่งไม้ และก็จับตามองพวกโจรในระยะห่าง เพื่อที่จะสังเกตดูว่า แป้งและมดกับรำพึงถูกขังไว้ที่ไหน

ข้างนอกระท่อมมีชายแต่งชุดดำอยู่สามสี่คน ถือปืนเดินวนไปมา ส่วนอีกด้านในยังมีแสงไฟจากตะเกียงเล็ดลอดมาให้เห็นบ้าง อ้ายปอเพ่งพินิจดูทะเบียนรถคันที่จอดข้าง ๆ กระท่อม และก็หันมาถามผม

เสี่ยง รถคันนี้มันคุ้น ๆ ตั้ว

แมนครับ ผมก็คื้อแต่เคยเห็นมาก่อน

บ่แมนรถบักสกลบ่ บักทิดถาม

สกลได๋ อ้ายปอถาม

อ้ายปอ...ในตำบลต้าเฮ้ามีจักคนชื่อสกล ก็ลุงอ้ายเกียรติคู่ชกอ้าย จำบ่ได้บ่

อ้ายปอฉุกคิดขึ้นมาทันที อ้อ! แมนคั่ก ๆ บักทิดเว้าถือ รถบักสกล ลุงบักเกียรติ แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวกับบักกบนำอยู่บ่

ผมก็บ่ฮู้คื้อกัน บักทิดตอบ

ช่วงระหว่างที่พากันนั่งดักรอดูความเคลื่อนไหว พอสักพักรถกะบะคันหนึ่งก็วิ่งมาจอดด้านหน้ากระท่อม ผมเห็นภาพอ้ายกบเดินลงมาจากรถ มันมองซ้ายแลขวานิดหนึ่งก่อนที่จะเข้าไปด้านใน โดยที่มีพักพวกสี่ห้าคนเดินตามมันตลอด ผมได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งกรี๊ดร้อง คิดว่าน่าจะเป็นเสียงมด อ้ายปอมองหน้าผม

นี่มันเสียงคุณมดบ่แมนบ่เสี่ยง

ก็แมนตั้ว ผมจำเสียงแหลม ๆ ของมดได้ดี

บ่ได้เรื่องแล่ว แบบซี่ต้องเฟ้าเข้าไปซอยเด้อ คั่นบ่ทัน พวกบักคนชั่วมันต้องปู้ยี้ปู้ย่ำสามสาวแน่เลย อ้ายแหลมเสนอความคิดเห็น

ต้าเฮ้าแบ่งกันออกสองฝ่าย คนหนึ่งจู่โจมด้านหน้า อีกคนจู่โจมด้านหลัง ค่อย ๆ จัดการไอ้พวกยามด้านนอกให้หมดก่อน ส่วนด้านในก็เข้าไปรุมมันทีเดียว บ่ฮู้พวกมันมีปืนอยู่บ่ ต้องระวังโตกันเด้อ กำนันบุญรวยวางแผน

เบิ่ง ๆ แล่ว คื้อแต่สิมีปืนอยู่ดอกครับ แต่จะมีจักกระบอกก็บ่ฮู้คื้อกัน อ้ายปอหันมาบอก

บ่ฮู้ล่ะครับ มีบ่มี ผมก็สู้ตายแหละ ผมบ่ยอมให้คนฮักถูกไอ้คนพวกนี่รังแกเด็ดขาด ผมพูดขึ้น อ้ายแหลมเห็นด้วย

เมื่อวางแผนกันเสร็จสรรพ ผม อ้ายปอและอ้ายแหลมเข้าไปด้านหลัง ส่วนกำนันบุญรวยและบักทิดพร้อมทั้งลูกบ้านอีกสี่คนบุกด้านหน้า เมื่อค่อย ๆ ย่องมาด้านหลังป่าได้ พวกผมก็รอจังหวะดี ๆ เพื่อที่จะจัดการได้พวกโจรทีละคน เพราะถ้าขืนบุกไป พวกผมมีแต่เสียเปรียบ เพราะมีคนน้อย ผมเองก็หวังอยู่ลึก ๆ ว่าลูกบ้านคนอื่น ๆ จะตามมาสมทบเร็วกว่านี้ 

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-12-08 12:53:07

Opinion No. 20 (147215)

  มนต์รักข้ามคลอง บทที่ 14 (จบบริบูรณ์)

 

 

 

ท่ามกลางความมืด คงมีแค่เพียงแสงจันทร์ที่คอยให้แสงสว่างของพวกผมได้บ้าง ผมกับเพื่อน ๆ พากันจับตามองกลุ่มโจรร้ายอยู่ตลอด ครู่ต่อมามีลูกบ้านกลุ่มอื่น ๆ เข้ามาสมทบอีกแรง ผมกับอ้ายปอเดินไปมุมทางด้านขวา ซึ่งเป็นห้องอีกห้องหนึ่ง ซึ่งมีต้นสักต้นใหญ่บังเอาไว้ ทำให้พวกโจรที่อยู่ยามมองไม่เห็น ส่วนทางด้านพ่อกำนันนั้น ก็สั่งให้ชาวบ้านจัดการกับโจรยามทีละคน เพื่อที่จะไม่ให้พวกโจรที่อยู่ด้านในรู้ตัว

ผมเห็นภาพของแป้งและรำพึงถูกมัดไว้ด้วยกัน ส่วนมดนั้นนอนสลบสไลอยู่ข้าง ๆ กระสอบข้าว ภาพอ้ายกบเดินวนรอบ ๆ แป้งและรำพึง เหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ ผมได้ยินเสียงอ้ายกบพูดคุยชัดเจน นึกอยากจะถล่มมันให้รู้แล้วรู้รอด แต่ถูกอ้ายปอดึงตัวเอาไว้ ส่วนทางด้านอ้ายสกลลุงของอ้ายกบนั้น ก็อุ้มมดไปอีกห้องหนึ่ง

น้องไอ้ปอบ่นิ หน้าตางามตั้ว อ้ายกบไม่พูดเปล่าแต่ก้มจับคางแป้งเผยอรับกับหน้าของตน โดยที่แป้งสะบัดหน้าหนี

อ้ายกบปล่อยแป้งกับหมู่ไปเถอะนะ แป้งสิบ่บอกผู้ได๋เลย

ใช่ ๆ รำพึงเองก็สิบ่บอกผู้ได๋เลย รำพึงพยักหน้าเห็นด้วย

ไม่ได้! ขืนปล่อยไป พวกข้าก็ซวยนะสิ อ้ายกบปฏิเสธหนักแน่น และแววตาของมันดูไม่น่าไว้ใจเลย เหมือนมันกำลังคิดแผนที่ไม่ดีแน่เลย

แล้วพวกอ้ายสิจับแป้งกับหมู่มาเฮ็ดอีหยั่งล่ะ

จับมาเฮ็ดอีกหยั่งเดี๋ยวก็ฮู้เอง

อ้ายปอหันมามองหน้าผม วางแผนกันเสร็จสรรพ เสี่ยงโตอยู่ซอยแป้งทางนี่เด้อ เดี๋ยวอ้ายสิไปซอยคุณมด

ครับ อ้ายปออย่าลืมเอาปืนไปนำเด้อ

อ้ายปอรับปืนไปจากผม และก็เดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องที่อยู่ติด ๆ กับป่าหญ้า ส่วนผมและลูกบ้านแต่ละคนก็ช่วยกันเข้าไปปิดปากโจรยามแต่ละคน และก็ลากตัวมาไว้ที่พุ่งไม้ด้านหลัง โดยที่มีลูกบ้านคอยมัดมือมัดเท้าและเอาผ้ามัดปากไว้ส่งตำรวจด้วย ซึ่งตอนนี้ทางเถ้าแก่เมี้ยนและตำรวจกำลังเดินทางมาสมทบอีกแรงด้วย

ผมเห็นอ้ายกบกับเพื่อนชายอีกคนหนึ่งพากันแก้มัดแป้งและรำพึง เพื่อนอ้ายกบลากรำพึงไปอีกห้องหนึ่ง ซึ่งรำพึงไม่ยอมและก็ตะโกนร้องอยู่ตลอด ส่วนแป้งก็ถูกอ้ายกบผลักไปล้มกับกระสอบทราย มือสองข้างของเธอเอื้อมไปคว้าท่อนไม้อันหนึ่งได้ ก็หยิบมาถือไว้แน่น

อ้ายกบอย่าเข้ามาเด้อ แป้งตีตายอีหลีได๋ แป้งไม่ขู่เปล่าแต่ยกท่อนไม้ไว้กำบังตัว

ยอมอ้ายดี ๆ เถอะน้อง คั่นบ่อยากเจ็บโต

ช่วงระหว่างที่อ้ายกบทำท่าจะเดินเข้าไปหาแป้ง ผมก็ไม่รอช้าพุ่งเข้าไปในกระท่อม และก็คว้าร่างอ้ายกบได้ก็ชกหน้าอย่างแรง แป้งหน้าตาตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก เธอร้องเรียกชื่อผม และก็เดินมาเกาะหลังผมเอาไว้ พร้อมทั้งบอกย้ำให้ผมระมัดระวังตัวด้วย ส่วนอ้ายกบนั้นก็เอานิ้วเช็ดเลือดที่ไหลจากปาก สายตาก็มองผมด้วยความอาฆาต

คั่นโตบ่อยากตาย หนีไปไกล ๆ บักเสี่ยง ปล่อยสาวแป้งไว้ให้กู

เรื่องอิหยั่งผมสิปล่อยคนฮักของผมให้อ้าย คั่นแน่จริงมาชกกันตัวต่อตัวดีกั่ว

มึงบ่ย่านตายบ่ ตัวเท่าลูกหมาสิมาท้าชก อ้ายกบดูถูกความสามารถผมอีกต่างหาก

คั่นอยากฮู้ก็เข้ามาเลย

ช่วงนั้นอ้ายแหลมก็เข้าไปช่วยรำพึงอีกทาง โดยที่ลูกบ้านแต่ละคนเข้าไปด้วย ในกระท่อมหลังใหญ่มีการชกตีกันอยู่ตลอด ผมได้ยินเสียงปืนด