ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง













สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12



รอยคีนส์หยิบเอกสารต่าง ๆ ใส่กระเป๋า ซึ่งก็มีปณัฐดาคอยช่วยเหลืออยู่ชิดใกล้ พอเสร็จแล้วชายหนุ่มก็เดินเข้าไปอาบน้ำ ทิ้งให้ปณัฐดานั่งรออยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง เธอนั่งมองกระจกและก็คิดอะไรไปพลาง ๆ คงไม่มีอะไรมากที่เธอคิดบ่อยครั้ง นอกจากความคิดถึงเมืองไทยและญาติพี่น้องทุก ๆ คนเท่านั้น พอรอยคีนส์อาบน้ำและเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จแล้ว ก็หยิบเสื้อเชิ้ตมาสวมใส่ ซึ่งเธอเองก็เข้าไปช่วยติดกระดุมให้เขาด้วย

“ระยะทางจากบ้านไปมหาวิทยาลัยที่คุณจะไปเรียนไกลมากไหมคะ”

“ก็ขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ”

“คุณต้องไปเรียนทุกวันเลยหรือเปล่า”

“เปล่าครับ อาทิตย์ละสี่วันเท่านั้น”

ปณัฐดาเดินไปหยิบรองเท้าและถุงเท้าให้คนรัก เธอทรุดตัวลงนั่งบนพรมหนานุ่มอย่างช้า ๆ และก็ถามคนรักไปด้วย มือเล็กก็ช่วยมัดสายรองเท้าให้คนรักไปพลาง ๆ จากนั้นก็ช่วยหิ้วกระเป๋าเอกสารมาส่งเขาที่โรงจอดรถ

“ขับรถดี ๆ นะคะ”

รอยคีนส์ก้มหอมแก้มหญิงสาวเบา ๆ มือสองข้างโอบกอดร่างบอบบางเอาไว้ เขาอยากจะอยู่กับเธอตลอดเวลา แต่เพราะเหตุผลของชีวิต ทำให้เขาต้องเดินทางไปศึกษาหาความรู้เอาไว้

“ผมจะรีบกลับมา แต่ถ้าคุณเหงาก็ไปนั่งดูทีวีกับคุณแม่นะ”

“ค่ะ”

รถคันใหญ่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวหายไปกับถนนด้านหน้า หญิงสาวเดินเข้ามาภายในบ้าน พอปิดล็อกประตูเสร็จก็เดินไปหามารดาของคนรัก ซึ่งนั่งดื่มกาแฟอยู่คนเดียว

“วันนี้คุณแม่มีอะไรให้ณัฐทำไหมคะ”

มิสซิสเมเปิ้ลจิปกาแฟครั้งหนึ่งก่อนที่จะวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะ หันมามองลูกสะใภ้ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก

“ก็คงทำความสะอาดบ้านแหละ ว่าแต่กินอะไรหรือยังล่ะ”

“ณัฐยังไม่หิวค่ะ”

“เครื่องดูดฝุ่นอยู่ที่ห้องซักรีด เข้าไปหยิบได้เลย ส่วนอุปกรณ์ถูพื้นนั้นก็อยู่ติด ๆ กัน”


 





มารดาคนรักบอกพลางชี้มือไปทางด้านหลังอีกมุมหนึ่ง ในขณะนั้นปณัฐดาเหมือนกับรู้หน้าที่ของตัวเอง เพียงครู่เดียวอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านก็พร้อมที่จะทำงาน มิสซิสเมเปิ้ลลุกขึ้น ขยับเก้าอี้เข้าไว้ใต้โต๊ะ ก่อนที่จะเดินมาอธิบายเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ปณัฐดาค่อย ๆ ดูดฝุ่นแต่ละห้องตามลำดับ ตั้งแต่ห้องนอนของมารดาคนรักห้องแรก และก็ตามมาเรื่อย ๆ ซึ่งกว่าจะเสร็จก็ทำเอาหอบทีเดียว พอดูดฝุ่นเสร็จแล้วก็กวาดฝุ่นตามห้องที่เป็นกระเบื้องและหินอ่อนทั้งหมด จากนั้นก็ตามด้วยน้ำยาถูพื้นที่เตรียมไว้เรียบร้อย

“ระวังลื่นนะ” เสียงตะโกนบอกดังแว่ว ๆ มาจากห้องรับแขก

“ค่ะ”

หญิงสาวค่อย ๆ ถูพื้นแต่ละจุด เสร็จแล้วก็จัดการล้างห้องน้ำและห้องครัวให้สะอาด จากนั้นก็หาไม้กวาดไปกวาดระเบียงด้านหน้าและด้านหลังบ้าน และก็เอาอุปกรณ์ไปเก็บไว้ให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินมาคุยกับมิสซิสเมเปิ้ลที่ห้องรับแขก

“ณัฐขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

“ตามสบาย อาบน้ำเสร็จแล้ว อย่าลืมมาช่วยแม่ที่ห้องครัวหน่อยนะ”

“ค่ะ”

ปณัฐดาเดินฉับ ๆ เข้าไปที่ห้องนอนของตัวเอง และก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร็ว เพราะเกรงว่ามารดาของคนรักจะรอนาน พอสักพักเธอก็เดินกลับมาที่ห้องครัวอีกครั้ง

“วันนี้แม่จะล้างอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านให้สะอาด ตู้เย็นนี่ก็ดูไม่ค่อยได้เลย ยังไงเธอช่วยแม่หน่อยนะ”

“ค่ะ”

หญิงสาวปัดกวาดและล้างอุปกรณ์ครัวต่าง ๆ ที่วางรอเพื่อทำความสะอาด ส่วนมารดาคนรักนั้นก็นั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ และก็หยิบผ้ามาเช็ดอุปกรณ์ในครัวไปด้วย ซึ่งกว่าจะทำงานเสร็จก็ปาไปหลายชั่วโมงทีเดียว


 



ในตอนเย็นรอยคีนส์กลับมาจากมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มเดินเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร็ว จากนั้นก็มานั่งดูหนังที่ห้องพักผ่อนของครอบครัว ปณัฐดาเดินมานั่งข้าง ๆ คนรัก สายตาก็มองเขาด้วยความห่วงใย ไม่รู้ว่าเขาจะเหนื่อยล้าแค่ไหนกับการต้องขับรถไกล ๆ ในแต่ละวัน

“เรื่องเรียนเป็นยังไงบ้างคะ”

“ก็ดีครับ ตอนนี้ผมกำลังมองหาคนช่วยติววิชาคณิตศาสตร์อยู่”

“แล้วทางมหาวิทยาลัยมีให้ไหมคะ”

“ก็มีครับ พอดีที่มหาวิทยาลัยเขาจัดคนติวให้ด้วย”

“ดีจังเลยค่ะ แบบนี้ต้องเสียเงินไหมคะ”

“ไม่ต้องครับ เพราะคนเหล่านี้เขาได้รับค่าจ้างจากทางมหาวิทยาลัยแล้วครับ”

“แบบนี้ก็ดีสิคะ”

“ครับ”

หลังจากที่สนทนากันได้สักพัก รอยคีนส์ก็ไปหยิบหนังสือสอบจีอาร์อีมานั่งอ่านไปพลาง ๆ ส่วนปณัฐดาก็ขอตัวไปช่วยมิสซิสเมเปิ้ลเตรียมอาหารเย็น พอทำอาหารเสร็จแล้ว ทุกคนในครอบครัวก็มานั่งรับประทานอาหารด้วยกัน โดยที่มีจอห์นเป็นคนนำสวดมนต์ เมื่อทานอาหารเสร็จแล้ว รอยคีนส์ก็นั่งคุยกับมารดาเรื่องงานแต่งงานที่จะจัดขึ้น

“เมื่อวันก่อนแม่ลองคุยกับนักบวชประจำโบสถ์ที่แม่เป็นสมาชิก เขาบอกว่า ถ้าคีนส์กับปณัฐดาไม่นับถือศาสนาคริสต์นิกายเดียวกับเขา ไม่ได้เป็นสมาชิกในโบสถ์ ก็คงจะทำพิธีแต่งงานที่โบสถ์นี้ไม่ได้”

“เล่นกันแบบนี้เลยเหรอครับ ผมเคยได้ยินพระเจ้าสอนว่าให้มีเมตตากับคนทุก ๆ คน ทำไมเขาต้องแบ่งแยกคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกันกับพวกเขาด้วย” รอยคีนส์ไม่ค่อยสบอารมณ์นักกับสิ่งทีได้ยิน

“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ทุกคนในเมืองนี้ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น”


 




เมืองดีริดเดอร์จัดว่าเป็นเมืองที่แบ่งแยกเรื่องศาสนา ผู้คนส่วนใหญ่นับถือนับถือศาสนาคริสต์นิกายแบพทิส (Baptists) และนิกายเพ็นทาคอสตัล (Pentacostal) ซึ่งทั้งสองนิกายนี้ค่อนข้างเคร่งด้านศาสนาพอสมควร หากคนไหนที่ไม่ได้นับถือศาสนาและนิกายเดียวกับคนในเมืองนี้ ก็มักจะถูกแบ่งแยกออกไปจากกลุ่มชนอยู่เสมอ

“แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงล่ะครับคุณแม่”

“ในเมื่อเขาไม่ให้จัดงานแต่งงานที่โบสถ์ เราก็จัดที่บ้านเราก็ได้นี่ลูก บ้านเราออกจะใหญ่โต”

“ผมเองก็ไม่ค่อยรู้มากนัก ยังไงผมฝากคุณแม่ช่วยจัดการให้ด้วยนะครับ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวผมรับผิดชอบทั้งหมด”

“จ้า ไม่มีปัญหาหรอกลูก เดี๋ยวแม่จะชวนเจมมี่มาช่วยอีกแรง”

รอยคีนส์หยิบกระเป๋าเงินออกมา ยื่นบัตรเครดิตให้มารดา


“หากคุณแม่จะซื้อของต่าง ๆ ก็รูดบัตรของผมนะครับ”

“ขอบใจจ้า”

มิสซิสเมเปิ้ลคุยเกี่ยวกับแผนการเรื่องแต่งงานต่าง ๆ ให้ปณัฐดาและรอยคีนส์ฟังคร่าว ๆ ซึ่งทั้งสองคนยังนั่งฟังอย่างตั้งใจ เพราะหากไม่จัดการแต่งงานที่นี่ วีซ่าของปณัฐดาก็จะมีปัญหา ซึ่งการแต่งงานที่อเมริกา ไม่ว่างานจะใหญ่โตหรือเล็ก แต่ถ้าได้ขึ้นชื่อว่าแต่งงานกัน ก็จัดว่าเป็นที่ยอมรับของกฏหมายอิมเมเกรชั่นที่นี่


 





ซึ่งอาทิตย์ถัดมารอยคีนส์ได้พาปณัฐดาไปที่ตัวเมืองที่อยู่ เพื่อไปยื่นเรื่องขอจดทะเบียนสมรส พอยื่นเอกสารเสร็จแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะออกใบทะเบียนสมรสให้ โดยที่มีชื่อทั้งสองคนกำกับไว้เรียบร้อย แต่ทะเบียนสมรสนี้จะยังคงไม่สมบูรณ์จนกว่าจะมีการแต่งงานเกิดขึ้น และคนที่ทำพิธีงานแต่งงานให้จะต้องเป็นคนเซ็นรับรอง และเจ้าบ่าวเจ้าสาวชื่อร่วมกัน ทั้งนี้เพื่อนเจ้าบ่าวจะต้องเซ็นเป็นสักขีพยานด้วย

งานแต่งงานทุกอย่างถูกกำหนดไว้ในเดือนตุลาคมวันที่ 12 ซึ่งตรงกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เพราะเพื่อน ๆ ที่อยู่ต่างเมืองสามารถมาร่วมงานได้ รอยคีนส์ยังกังขาเรื่องเพื่อนเจ้าสาว

“แล้วเรื่องเพื่อนเจ้าสาวล่ะครับคุณแม่”

“คีนส์ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวแม่จะให้เพื่อน ๆ แม่เป็นเพื่อนเจ้าสาวเอง”

ปณัฐดารู้สึกตะหงิดใจนิด ๆ รู้ว่าประเพณีอเมริกันไม่มีความเชื่อเหมือนคนในครอบครัวของเธอ ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะถาม

“เพื่อนคุณแม่ เคยแต่งงานหรือยังคะ”

“แต่งสิจ้ะ คนหนึ่งหย่ามาสองหน ส่วนอีกคนหนึ่งสามีเพิ่งเสียชีวิต คิดว่าจะแต่งงานอีกไม่นาน”



 




ปณัฐดาเป็นผู้หญิงที่ยึดถือความเชื่อแบบเก่า ๆ ที่ครอบครัวพร่ำสอน ถึงจะรู้ว่าคนอเมริกันไม่ได้สนใจและมีความเชื่อแบบที่เธอเติบโตมา แต่การแต่งงานเป็นเรื่องชีวิตคู่ที่สำคัญสำหรับเธอมาก ดังนั้นคนที่เธออยากให้เป็นเพื่อนเจ้าสาว จะต้องเป็นคนที่ไม่เคยผ่านมรสุมความทุกข์ในชีวิตคู่มาก่อน ครอบครัวของปณัฐดามีความเชื่อว่า คนที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวจะต้องเป็นหญิงสาวที่ไม่เคยแต่งงานผ่านการมีครอบครัวมาก่อน และมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ไม่เคยเป็นลูกกำพร้าหรือครอบครัวหย่าร้าง ซึ่งความเชื่อตรงนี้จะเกี่ยวพันกับโชคชะตาชีวิตเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วย และก็เป็นความเชื่อที่ยึดถือกันมานานแสนนานที่ปณัฐดาได้เรียนรู้ และเธอก็อยากมีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบความเชื่อโบร่ำโบราณที่สุด

“ณัฐอยากได้เพื่อนเจ้าสาวที่ไม่เคยแต่งงานเลยมีไหมคะ”

“หายากนะปณัฐดา เพื่อน ๆ ของแม่ล้วนแต่เคยผ่านการแต่งงานมีครอบครัวทั้งนั้น”

รอยคีนส์นั่งนึกสักพัก “งั้นผมจะขอให้เพื่อน ๆ ผมที่อยู่เมืองนิวออร์ลีนส์เป็นเพื่อนเจ้าสาวเอง”

“ใครเหรอคีนส์” มิสซิสเมเปิ้ลถาม

“เอริณและเบ็คก้าครับ สองคนนี้ยังไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน คิดว่าน่าจะเป็นได้”


 




รอยคีนส์เล่าประวัติเพื่อนซี้สองคนให้ปณัฐดาฟังคร่าว ๆ ซึ่งปณัฐดาก็เห็นด้วยที่จะให้เพื่อนสาวของคนรักสองคนนี้เป็นเพื่อนเจ้าสาว เพราะอย่างน้อย ๆ ได้เพื่อนสาวที่ไม่เคยผ่านการแต่งงานดีกว่าที่จะให้คนที่เคยผ่านการแต่งงานและมีชีวิตคู่ที่ผิดพลาดมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวของตัวเอง ไม่ใช่ว่าปณัฐดาเป็นคนที่ดูถูกดูแคลนคนที่เคยมีชีวิตคู่และผิดพลาดมาก่อน หากแต่ทุกอย่างเหล่านี้เป็นความเชื่อเก่าแก่ที่บรรพบุรุษสอนมา หากเธอมีโอกาสเลือก เธอก็อยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและคนรัก


 











“ณัฐอยากให้เพื่อนคุณเป็นเพื่อนเจ้าสาวค่ะ”

“ครับ เดี๋ยวผมจะคุยกับเพื่อนให้ คิดว่าไม่มีใครมีปัญหาครับ”

“อย่างงั้นก็ได้ แม่ตามใจเธอนะปณัฐดา” มิสซิสเมเปิ้ลตอบเสียงแข็งนิด ๆ ดูผิดหวังอยู่มากที่เพื่อนของตัวเองไม่ได้เป็นเพื่อนเจ้าสาว ใบหน้าดูไม่ค่อยพอใจนัก

“ขอบคุณค่ะ”

“คุณแม่ครับ พรุ่งนี้เช้าผมกับปณัฐดาจะไปเที่ยวเมืองนิวออร์ลีนส์ (New Orleans) นะครับ จะพาปณัฐดาไปซื้อเครื่องปรุงอาหารไทยต่าง ๆ”

“แล้วจะไปกี่วันลูก”

“ประมาณสามวันครับ เพื่อน ๆ บอกว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับผมกับปณัฐดาให้ด้วยครับ”

“งั้นก็ขับรถระมัดระวังหน่อยนะ ฝากความคิดถึงไปให้เพื่อน ๆ คีนส์ด้วยนะ”


“ครับ”



 





เช้าวันถัดมารอยคีนส์และปณัฐดาพากันตื่นแต่เช้า ปณัฐดารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ไปเจอเพื่อนสนิทของคนรัก ซึ่งเพื่อน ๆ เหล่านี้เป็นเพื่อนที่เรียนปริญญาตรีด้วยกัน เอริณกับเบคกี้เป็นเพื่อนสาวที่รอยคีนส์สนิทที่สุด ส่วนแฟนหนุ่มของสองสาวก็สนิทกับรอยคีนส์ไม่น้อยไปกว่ากัน นอกจากเอริณและเบ็คกี้แล้ว รอยคีนส์ก็มีเพื่อนชายที่สนิทอยู่สองสามคน

อลันเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับรอยคีนส์ ซึ่งตอนที่คบกันนั้นอลันเรียนปริญญาโทอยู่ ส่วนรอยคีนส์เรียนปริญญาตรีคู่กับเพื่อนสนิทที่ชื่อ คีท ทางด้านอลันนั้นได้แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว และก็มีลูกหนึ่งคน ซึ่งก็ต่างกับคีทที่ยังครองตัวโสดตลอด จึงใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป

การเดินทางไปเยี่ยมเอริณและเบ็คก้าในครั้งนี้ รอยคีนส์พาปณัฐดาแวะไปเยี่ยมอาลันที่บ้านด้วย โดยถือโอกาสเอาของฝากจากเมืองไทยไปฝากเพื่อนสนิท ปณัฐดาเคยเห็นรูปอลันที่รอยคีนส์ให้ดู แต่ไม่รู้ว่านิสัยใจคอของเพื่อนสนิทคนรักเป็นเช่นใด ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอรู้สึกตื่นเต้นกับการไปพบเพื่อน ๆ ของคนรัก

บ้านของอลันอยู่ในเมืองบาตั้นรูจ (Baton Rouge) ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองหลวงของรัฐหลุยส์เซียน่านั่นเอง ซึ่งมีจำนวนประชากรมากพอสมควร และก็อยู่ห่างจากเมืองดีริดเดอร์ประมาณขับรถสองชั่วโมงครึ่ง มีมหาวิทยาลัยรัฐที่ขึ้นชื่อในเมืองนี้อยู่หนึ่งมหาวิทยาลัย ซึ่งมีชื่อว่า Louisiana State University (LSU) และมหาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการเรียนการสอนในสาขาต่าง ๆ และก็ขึ้นชื่อเรื่องอเมริกันฟุตบอลด้วย รอยคีนส์รวมทั้งเพื่อน ๆ ทุกคนต่างก็เรียนจบในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วยกัน


 





มลรัฐหลุยส์เซียน่าเป็นรัฐที่มีเนื้อที่กระจัดกระจายกับบึงน้อยใหญ่ ด้านใต้และทิศตะวันออกมีเนื้อที่ติดกับอ่าวเม็กซิโก ส่วนทางเหนือจะติดกับรัฐมิสซิปซิปปี้ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกจะติดกับรัฐเท็กซัส การเดินทางจากเมืองดีริดเดอร์ไปสู่เมืองบาตั้นรูจนั้น จะต้องขับรถเข้าถนนสายหลัก I – 10 ซึ่งถนนสายนี้จะต้องผ่านเมืองลาฟาเย็ท (Lafayette) ด้วย ซึ่งเมืองนี้จัดว่าเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมของคนเคจั่น โดยที่ในแต่ละปีจะมีการแสดงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของคนเคจั่นตลอด และในเมืองนี้ก็เป็นเมืองที่รอยคีนส์ตั้งใจสอบเข้ามาเรียนระดับปริญญาเอกเสียด้วย

พอขับรถผ่านเมืองลาฟาเย็ทก็ต้องขึ้นสะพานข้ามบึงอาชาฟาลายา (Achafalaya) ซึ่งบึงแห่งนี้จัดเป็นบึงที่กว้างใหญ่พอสมควร เห็นได้ชัดจากสะพานที่ข้ามบึงแห่งนี้มีความยาวประมาณยี่สิบสามไมค์ ซึ่งสะพานเหล่านี้ไม่มีชื่อตายตัว แต่คนที่นี่มักจะเรียกว่า อาชาฟาลายา ฟรีเวย์ (Achafalaya Freeway) ระหว่างทางปณัฐดาก็ดูตื่นเต้นไม่น้อยกับภาพที่เห็น เกิดมาในชีวิตยังไม่เคยเห็นสะพานที่ยาวแบบนี้เลย


 




บึงอาชาฟาลายาไม่ลึกมากนัก มีต้นไม้บางชนิดขึ้นอยู่เป็นจุด ๆ ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้จะไม่สูงมาก แม่น้ำและบึงแต่ละแห่งในรัฐหลุยส์เซียน่าจัดว่ามีจระเข้ (Alagator) ที่เยอะพอสมควร นอกจากนั้นก็มีปลาและสัตว์น้ำหลายชนิดอาศัยอยู่ ที่เห็นได้ชัดและขึ้นชื่อที่สุดก็คือ ครอฟิช (Crawfish) ซึ่งเจ้าครอฟิชนั้นจะมีลักษณะลำตัวคล้าย ๆ กับกุ้งมังกร เพียงแต่ลำตัวจะเล็กกว่ากันมาก ผู้คนในรัฐหลุยส์เซียน่านอกจากจะทำอาชีพปลูกข้าวในบางส่วนแล้ว หลังจากช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ผู้คนเหล่านี้ก็มักจะทำอาชีพเลี้ยงเจ้าครอฟิชส่งขายเสียด้วย


 




รสชาติของเจ้าครอฟิชนั้น จะมีมันตรงหัวเยอะมาก หลาย ๆ คนที่รับประทานเจ้าครอฟิชก็มักจะชอบดูดตรงหัวของเจ้าครอฟิช เพราะจะทำได้ลิ้มรสชาติส่วนมันอย่างแท้จริง ส่วนเนื้อของเจ้าครอฟิชนั้นก็มีรสชาติคล้าย ๆ กุ้งและกุ้งมังกรในเมืองไทย เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่ากัน เวลาที่เอาไปต้มตัวของเจ้าครอฟิชจะเป็นสีแดง บางคนชอบรับประทานแบบต้มกับเครื่องเทศเคจั่น แต่บางคนชอบเอาเนื้อเจ้าครอฟิชมาปรุงอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่ขึ้นชื่อของคนเคจั่น เช่น ครอฟิชเอทูเฟ ครอฟิชกัมโบ นอกจากเจ้าครอฟิชจะเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของรัฐนี้แล้ว เจ้าครอฟิชก็ยังเป็นสินค้าส่งออกไปขายหลาย ๆ รัฐด้วย


 




ครอฟิชไม่ได้เป็นอาหารที่ขึ้นชื่ออย่างเดียวในรัฐนี้ เนื้อจระเข้ก็เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อไม่น้อยไปกว่ากัน ร้านอาหารพื้นเมืองของรัฐหลุยส์เซียน่าที่คนเคจั่นเป็นเจ้าของร้าน ก็มักจะมีเนื้อจระเข้ผสมเครื่องเทศเคจั่นทอดขาย และก็มีการนำมาปรุงเป็นอาหารเมนูอื่น ๆ ด้วย นอกจากเนื้อจระเข้แล้ว รัฐหลุยส์เซียน่าก็ขึ้นชื่อเรื่องหอยนางรมสด ๆ ด้วย ซึ่งหอยนางรมแต่ละอันตัวใหญ่มาก ๆ ร้านอาหารเคจั่นส่วนใหญ่มักจะมีเมนูหอยนางรมหลากหลายไว้จำหน่ายด้วย มิเพียงเท่านั้นก็มีเมนูอาหารปลาชนิดต่าง ๆ ด้วย



 










ปณัฐดานั่งชมวิวด้วยความตื่นเต้นดีใจกับภาพที่แปลกตาเหล่านี้ ส่วนรอยคีนส์นั้น นอกจากจะขับรถแล้ว ก็ยังบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เธอได้ฟังไปด้วย หญิงสาวมองภาพเหล่านี้ก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการภาพคนสมัยก่อน ๆ เมื่อครั้งที่อเมริกายังไม่มีความเจริญก้าวหน้าระดับนี้ และก็อดทึ่งไม่ได้กับความสามารถของคนอเมริกันที่สามารถสร้างสะพานที่ยาวแบบนี้ได้ ซึ่งสะพานที่ยาวที่สุดในอเมริกานี้อยู่ที่รัฐหลุยส์เซียน่า เพียงแต่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างเมืองบาตั้นรูจไปยังเมืองนิวออร์ลีนส์นั่นเอง

พอใกล้ถึงเมืองบาตั้นรูจ ก็เริ่มมีรถหนาแน่นและถนนแต่ละสายต่างก็มาบรรจบกันที่สะพานสายหลัก ซึ่งสะพานแห่งนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำมิสซิปซิปปี้นั่นเอง แม่น้ำมิสซิปซิปปี้จัดเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในอเมริกา และก็จัดเป็นแม่น้ำที่ใหญ่และกว้างพอสมควร โดยที่แม่น้ำแห่งนี้ไหลรินไปบรรจบที่เมืองนิวออร์ลีนส์เพื่อไหลสู่อ่าวเม็กซิโก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนอเมริกันบางส่วนที่ทำธุรกิจต่าง ๆ มักจะใช้แม่น้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ขนส่งสินค้าจากรัฐทางเหนือและลงสู่รัฐทางใต้ โดยที่เมืองนิวออร์ลีนส์มีท่าเรือที่ใหญ่พอสมควรไว้รองรับสินค้าต่าง ๆ


 







เมื่อรอยคีนส์ขับรถอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำมิสซิปซิปปี้ ปณัฐดาก็อดไม่ได้ที่จะชะเง้อดูภาพเบื้องล่าง ซึ่งความรู้สึกของเธอไม่ต่างกับการนั่งอยู่บนรถยนต์ที่วิ่งผ่านสะพานพระรามเก้า (สะพานแขวน) ในเมืองไทย เวลาที่เห็นภาพเบื้องล่างก็ทำให้หญิงสาวนึกกลัวและหวาดเสียวไม่น้อย เพราะสะพานแห่งนี้จัดว่าสูงพอสมควร พอขับรถผ่านสะพานนี้เสร็จแล้ว รอยคีนส์ก็ยังขับรถไปเรื่อย ๆ และก็เลี้ยวรถเข้ามาในถนนของ Louisiana State University ด้วย


 



“ผมอยากพาคุณมาชมแคมปัสของมหาวิทยาลัยนี้” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น

หญิงสาวไม่ค่อยได้คุยอะไร สายตาก็มองนั่นมองนี่ตามประสาคนไม่เคยเห็น “สวยจังเลยนะคะ”

“ครับ แคมปัสของมหาวิทยาลัยที่นี่ มีอาคารหลายแห่งที่ปลูกสร้างคล้าย ๆ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ใคร ๆ ก็มาเห็น ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรยากาศในมหาวิทยาลัยแห่งนี้เหมือนกับสแตนฟอร์ดสองเลยครับ”

ปณัฐดามองดูอาคารแต่ละหลัง เห็นสถาปัตยกรรมแล้วก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ เพราะอาคารแต่ละหลังไม่ได้สร้างเป็นตึกสูง ๆ เหมือนกับอาคารเรียนบางแห่ง แต่สถาปัตยกรรมและการตกแต่ง พร้อมทั้งสีสันอาคารและหลังคา ค่อนข้างคล้าย ๆ แบบเมอติเรเนี่ยนเสียมากกว่า


 








ต้นไม้รอบ ๆ บริเวณมหาวิทยาลัยรวมทั้งสนามหญ้าแต่ละจุดที่ถูกตัดแต่งให้สวยงาม ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูสะอาดสะอ้านและร่มรื่นยิ่งนัก ภาพนักศึกษาหลายคนและผู้คนอื่น ๆ เดินกันเป็นกลุ่ม ๆ ทำให้ปณัฐดาอดที่มองไม่ได้ คิดอยู่ในใจว่าคนเหล่านี้โชคดีมาก ๆ ที่มีโอกาสได้มาเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยดี ๆ แห่งนี้


 







เมื่อชมวิวมหาวิทยาลัยแห่งนี้เสร็จแล้ว รอยคีนส์ก็พาหญิงสาวขับรถเข้าสู่ถนนใหญ่สายหลักอีกครั้ง ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าไปในถนนขนาดกลาง ซึ่งก็ผ่านหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง ปณัฐดานั่งชมวิวไปพลาง ๆ เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่อเมริกา ยังไม่เคยเห็นเมืองใหญ่โตอย่างนี้มาก่อน สภาพบ้านเรือนผู้คนไม่ได้แตกต่างจากเมืองดีริดเดอร์มากนัก เพียงแต่ลักษณะของบ้านบางแห่งจะเป็นบ้านทรงวิคตอเรี่ยนสไตล์และก็อคาเดียน่าสไตล์


 




รถวิ่งมาจอดที่บ้านชั้นเดียวตรงหน้า ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่น่ารักพอสมควร มีต้นไม้ปลูกไว้ด้านหน้าบริเวณบ้านหลายต้น บ้านหลังนี้อยู่ในบ้านจัดสรรที่มีเนื้อที่กว้างพอสมควร ลักษณะบ้านแต่ละหลังค่อนข้างเหมือนกัน เพียงแต่การตกแต่งสวนด้านหน้าจะต่างกันไปบ้าง

รอยคีนส์หันมายิ้มให้หญิงสาวนิดหนึ่ง “เราลงไปเยี่ยมอลันก่อนนะ แล้วค่อยขับรถไปต่อที่เมืองนิวออร์ลีนส์”

“ค่ะ ใช่อลันเพื่อนที่คุณเล่าให้ณัฐฟังเมื่อหลายวันก่อนหรือเปล่า ที่ว่ามีลูกชายตัวเล็ก ๆ ด้วย”

“ใช่ครับ ลูกชายอลันชื่อออร์เดนครับ น่ารักเชียว คิดว่าคุณต้องชอบแน่เลย”


“ชอบค่ะ ณัฐชอบเด็ก ๆ ค่ะ”


 



ปณัฐดาและคนรักพากันหยิบถุงของฝากมาให้เพื่อนด้วย ซึ่งหนึ่งในของฝากที่ไม่ลืมจะเอามาฝากเพื่อนคนนี้ก็คือ เหล้าแสงโสมของไทย เพราะก่อนที่รอยคีนส์จะบินกลับมาที่อเมริกา ชายหนุ่มได้โทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับเพื่อน ๆ แต่ละคน ซึ่งเพื่อนแต่ละคนต่างก็อยากลิ้มลองรสชาติเหล้าไทยอยู่มากทีเดียว

ทุก ๆ ครั้งที่รอยคีนส์เดินทางไปเที่ยวประเทศอื่น ๆ ชายหนุ่มมักจะมีของฝากติดไม้ติดมือมาให้เพื่อนสนิทอยู่เสมอ ซึ่งปณัฐดาเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความมีน้ำใจของคนรัก รอยคีนส์ดูตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้พบเพื่อนสนิทในวันนี้ เห็นได้จากใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส พอเดินมาอยู่ด้านหน้าบ้าน ก็พากันกดกริ่งบ้าน จากนั้นก็ยืนคอยเจ้าของบ้านมาเปิดประตูให้ โดยที่ทั้งสองคนยืนคุยกันไปพลาง ๆ




 




 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones