ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง





 





สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10



หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว รอยคีนส์ก็เอาสมุดเล่มขนาดกลางมากางตรงโต๊ะที่มุมโซฟาติดกับหน้าต่าง เขาเดินไปหยิบโทรศัพท์ไม่ไกลนัก จากนั้นก็กดหมายเลขที่อยู่ในสมุดเล่นนั้น ปณัฐดาไม่รู้ว่าคนรักโทรหาใคร หญิงสาวได้แต่นั่งมองอยู่เงียบ ๆ ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดกับการรอสาย พอไม่นานคนปลายสายก็รับสาย ในช่วงแรกมีการทักทายกันตามมารยาท พอสักพัก

“คุณสมิทธ ผมต้องการเงินสามหมื่นเหรียญด่วน คุณช่วยส่งเช็คมาให้ผมด้วย” ชายหนุ่มบอก แต่คำพูดดูเหมือนเป็นคำสั่งมากกว่า

“คีนส์จะเอาเงินไปทำอะไร สามหมื่นเหรียญ” มิสเตอร์สมิทซึ่งมีหน้าที่ดูแลทรัสตี้ให้กับครอบครัวชายหนุ่มถามอย่างสงสัย

“ผมจำเป็นต้องใช้เงินด่วน พอดีคุณแม่กำลังเดือดร้อน อยากได้เงินสดสักก้อน รบกวนคุณช่วยถอนเงินในส่วนของผมส่งมาให้หน่อยได้ไหมครับ”

“อีกแล้วเหรอ” มิสเตอร์สมิทธบ่นเบา ๆ เหมือนรู้จักนิสัยของมิสซิสเมเปิ้ลเป็นอย่างดี

“ครับ ยังไงก็ส่งมาให้เร็ว ๆ นะครับ”

"ตกลง แล้วผมจะเขียนเช็คส่งไปให้"

"ขอบคุณครับ"

ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณก่อนที่จะวางสายโทรศัพท์ เมื่อวางสายเสร็จแล้วก็หันมามองหญิงสาว เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ก็อดไม่ได้ที่จะเล่าให้ฟังคร่าว ๆ

“มิสเตอร์สมิทธเป็นคนที่ดูแลธุรกิจครอบครัวของผม เขาอยู่ที่รัฐเท็กซัส พอดีเขาเป็นทรัสตี้ให้กับครอบครัวของผมหลายสิบปีแล้ว เวลาจะเบิกเงินก้อนใหญ่จากทรัสตี้มาใช้ก็ต้องผ่านเขาตลอด”

ปณัฐดายังไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้ยินมากนัก แม้จะมีคำถามอยู่ในใจ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถามและไม่ได้สนใจ เพราะปกติเธอก็ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับการเงินและธุรกิจของครอบครัวคนรักอยู่แล้ว ที่เข้าใจก็คือครอบครัวของคนรักมีที่ดินอยู่ที่รัฐเท็กซัส แต่ก็ไม่ได้สนใจใคร่อยากรู้ว่าเขาทำธุรกิจอะไรกัน เพราะเธอคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว หากคนรักอยากจะเล่าให้ฟัง สักวันหนึ่งเขาก็คงจะบอกเธอเอง

หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ ไม่ได้ถามอะไรสักคำ เลือกที่จะเป็นคนฟังเสียมากกว่า

“ผมว่าเราไปหาคุณแม่กันเถอะ จะได้ไปจ่ายตลาดด้วยกัน”

“ค่ะ” ปณัฐดาเดินไปหยิบกระเป๋าสะพาย

รอยคีนส์หยิบเงินแบงค์ร้อยเหรียญออกมาสองใบ ยื่นให้หญิงสาว

“คุณเก็บไว้ใช้นะ เผื่อต้องการซื้ออะไรเป็นส่วนตัว”

หญิงสาวมองเงินในมือคนรัก ยังไม่ได้รับแต่อย่างใด เพราะรู้สึกว่ามันเยอะเกินไป เธอไม่รู้จะไปใช้อะไร

“ไม่ต้องให้ณัฐหรอกค่ะ ณัฐไม่ได้ใช้อะไร” เธอปฏิเสธเขา เพราะรู้สึกอย่างงั้น

“ถึงไม่ใช้ก็เก็บใส่กระเป๋าไว้ เผื่อได้ใช้ในยามฉุกเฉิน”

“มันเยอะเกินไป ณัฐไม่ชอบ”

จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่ปฏิเสธเงินจากคนรัก จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่ไม่สนใจเรื่องเงินเลย ปณัฐดาเป็นผู้หญิงแบบนั้นจริง ๆ เธอไม่รู้จะเอาเงินไปใช้อะไร ในเมื่อตลอดเวลาที่อยู่กับคนรัก ชายหนุ่มก็ดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี


 




“มันไม่เยอะหรอก ผมอยากให้คุณใส่ติดกระเป๋าเอาไว้”

“ถ้าให้ณัฐติดกระเป๋าจริง ๆ ณัฐขอแบงค์เล็กกว่านี้ได้ไหมคะ”

ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าเงินให้เธอหยิบตามใจชอบ ปณัฐดาหยิบเอาแบงค์ยี่สิบเหรียญดอลล่าร์หนึ่งใบใส่กระเป๋า เพราะเธอยังมีเงินไทยที่ติดตัวมาจากเมืองไทยอยู่หลายพัน ทำให้กระเป๋าตุงพอสมควร รอยคีนส์ยิ้มให้เธอ และก็หยิบแบงค์ยี่สิบเหรียญดอลล่าร์มาให้เธออีกสี่ใบ

“คุณคงชอบแบงค์ย่อยเล็ก ๆ” ชายหนุ่มยิ้มใจดี

“ค่ะ ณัฐชอบแบงค์เล็ก ๆ เหมือนจะใช้สะดวกกว่าแบงค์ใหญ่ ๆ”

“งั้นเอาทั้งหมดนี้ใส่กระเป๋าด้วยครับ”

“ไม่เอาค่ะ มันเยอะเกินไป”

“เก็บไว้เถอะครับ ประดับขวัญกระเป๋าก็ได้” และก็หยิบเงินแบงค์ยี่สิบเหรียญดอลล่าร์ทั้งสี่ใบยัดใส่ในกระเป๋าสตางค์ให้กับเธอ

ปณัฐดามองหน้าคนรัก รู้สึกขอบคุณน้ำใจอยู่ตลอด และก็ยอมรับน้ำใจจากคนรักเอาไว้แต่โดยดี

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ เวลาไปจ่ายตลาดถ้าคุณอยากได้อะไรก็หยิบใส่ตะกร้าเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ ผมไม่รู้ว่าอะไรบ้างที่คุณพอจะทำอาหารไทยได้บ้าง” ชายหนุ่มบอกก่อนที่จะเดินมาที่ห้องนอนของมารดา

“พร้อมกันหรือยังล่ะ” มิสซิสเมเปิ้ลหันมาถาม

“พร้อมแล้วครับ ว่าแต่คุณแม่ล่ะครับ ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก”

“เดี๋ยวแม่ใส่ชุดแป๊บนะ” บอกพลางเดินอ้อมไปเปิดตู้หยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ ปณัฐดาเดินไปช่วยติดกระดุมให้มารดาคนรัก

“พรุ่งนี้มิสเตอร์สมิทธจะส่งเช็คเงินสดมาให้” ชายหนุ่มเปรยสั้น ๆ แต่ก็เป็นการสื่อให้รู้ว่าเขาได้ทำตามที่รับปากเอาไว้

ปณัฐดารู้ว่าเงินจำนวนนี้เยอะมาก ถ้าคิดคูณเป็นเงินไทย ไม่รู้ว่าชาตินี้เธอจะหาเงินได้เยอะเท่านี้หรือไม่ สีหน้าที่เคร่งขรึมของคนรักทำให้เธออดเป็นห่วงไม่ได้ อยากรู้ว่าเขาคิดอะไร แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรลึกไปมากกว่านี้ เธอทำได้เพียงปลอบโยน ยามที่เห็นว่าเขาทุกข์ใจเท่านั้น

“แม่ขอบใจคีนส์มากนะลูก”

“ครับ” ชายหนุ่มตอบรับก่อนที่จะเดินออกมานั่งรอที่ห้องครัว

ปณัฐดาไม่รู้ว่าคนรักเต็มใจ หรือจำใจต้องช่วยมารดากันแน่ สีหน้าของเขาไม่สามารถบอกอะไรได้เลย มันมีคำถามหลายอย่างอยู่ในใจ แต่ก็เก็บมันเอาไว้ในใจเท่านั้น

พอแต่งตัวเสร็จแล้วก็พากันเดินออกมาที่รถ มิสซิสเมเปิ้ลตะโกนบอกจอห์นให้รู้ว่ากำลังจะออกไปข้างนอก ซึ่งจอห์นยืนมองอยู่ที่โรงจอดเครื่องบินร่อน และก็พยักหน้าพร้อมทั้งโบกมือบอกใบ้อย่างเข้าใจ


 




รอยคีนส์ขับรถมาที่ห้างแห่งหนึ่ง ปณัฐดามองป้ายห้างซึ่งมีแต่ภาษาอังกฤษ เธออ่านออกเขียนได้อยู่ในเกณฑ์ดี มีแต่บางครั้งที่ยังไม่เข้าใจสภาพชีวิตที่นี่ มันมีอะไรหลายอย่างแตกต่างจากที่บ้านเมืองของเธอเยอะมาก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอต้องเรียนรู้ทุก ๆ วินาที

“วอลมาร์ท (Wal-Mart) ” เธอเผลออ่านชื่อห้างออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

มิสซิสเมเปิ้ลหันมามองเธอ “เธอออกเสียงถูกต้องเลยนะปณัฐดา เธอเคยรู้จักห้างนี้ด้วยเหรอ”

“พอดีเคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ที่เมืองไทยนะคะ ไม่คิดว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง” ปณัฐดาตอบ

“ห้างนี้ค่อนข้างดังมากที่อเมริกา มีสาขาอยู่แทบทุกเมืองเลยแหละ ไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็กเมืองใหญ่ ห้างนี้ก็ไปเจาะตลาดมาหมด” มิสซิสเมเปิ้ลค่อย ๆ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับห้างแห่งนี้

ปณัฐดาพยักหน้าอย่างเข้าใจกับเรื่องที่อีกฝ่ายเล่าให้ฟัง เธอหันไปมองลานจอดรถด้านหน้าที่กว้างขวาง ที่ประเทศของเธอห้างส่วนใหญ่ไม่ได้มีเนื้อที่ให้คนจอดรถกว้างแบบนี้ และก็หันไปมองลูกค้าแต่ละคนที่เดินทางมาซื้อสินค้าที่นี่ ซึ่งก็มีทั้งคนผิวขาว ผิวดำ และคนผิวผสมร่วมอยู่ด้วย

เมื่อเดินเข้าไปในห้าง ก็มีพนักงานซึ่งเป็นหญิงชรากล่าวทักทายด้านหน้าประตูทางเข้า ปณัฐดาส่งยิ้มให้หญิงชราคนนั้น รู้สึกแปลกใจที่มีคนชราทำงานอยู่ที่นี่ เพราะในห้างที่ประเทศของเธอไม่มีคนชราทำงานห้างแบบนี้ เธอเดินรีบเดินเข้าไปใกล้ ๆ คนรัก

“ทำไมห้างนี้เขาให้คนแก่ทำงานได้ด้วยเหรอคะ”

“ครับ ทีนี่ถ้าคุณอยากทำงาน ไม่ว่าจะแก่แค่ไหน ถ้ามีตำแหน่งว่างที่เหมาะสม ส่วนใหญ่ก็จะได้ทำงานทั้งนั้น”

“น่าสงสารเขานะคะ แก่แล้วยังต้องมาทำงานอีก แล้วลูก ๆ ของเขาละคะ ไม่ดูแลเขาเลยเหรอ”

มีหลายอย่างที่ปณัฐดาไม่เข้าใจชีวิตของคนที่นี่ เธอเคยชินกับภาพคนชราที่บ้านนอกของเธอ มีลูกหลานคอยหาเงินเลี้ยงดูตลอด ไม่ต้องมาทำงานแบบนี้ น้อยนักที่จะเห็นคนชราที่เมืองไทยถูกลูกหลานทอดทิ้งเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว

“คนที่นี่มีอะไร ๆ ที่ต้องรับผิดชอบเยอะ บางคนแก่แล้วแต่ก็ยังมีหนี้สินและมีภาระรับผิดชอบหลายอย่าง เงินรายได้ที่ได้รับจากการเกษียณ ก็ไม่พอกินพอใช้ จึงจำเป็นต้องออกมาหางานทำ”

ปณัฐดาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ซึ่งก็อดคิดไม่ได้ คนอเมริกันในสายตาของคนต่างประเทศอาจจะคิดว่า ร่ำรวยมีฐานะ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า แท้จริงแล้วอเมริกันมีความผสมผสานหลากหลายด้านวิถีชีวิตอยู่มาก

รอยคีนส์เข็นรถเข็นเดินมาที่แผนกเฮ้ลท์แอนด์บิวตี้ (Health&Beauty) ชายหนุ่มหันมาทางหญิงสาว

“หากคุณอยากได้ของใช้อะไร ก็หยิบใส่ตะกร้านะครับ พวกแชมพู โลชั่น ครีมต่าง ๆ ที่คุณคิดว่าต้องใช้”

“ค่ะ”

ทุก ๆ ครั้งที่เดินผ่านแผนกของใช้เกี่ยวกับผู้หญิง รอยคีนส์ก็มักจะหันมาถามตลอด

“ผ้าอนามัยคุณมีหรือยัง”

“ยังค่ะ”

ชายหนุ่มบอกให้เธอหยิบใส่ตะกร้า เมื่อเดินมาถึงแผนกแชมพู

“คุณชอบแชมพูแบบไหนครับ หยิบใส่ตะกร้าได้เลยนะ”

มิสซิสเมเปิ้ลมองหน้าลูกชาย “แชมพูไม่จำเป็นต้องซื้อหรอก อันเก่าที่บ้านแม่ก็มีอยู่หนึ่งขวด คิดว่าปณัฐดาคงใช้ได้”

รอยคีนส์หันไปมองมารดานิดหนึ่ง “ปณัฐดาใช้แชมพูไม่เหมือนคุณแม่นะครับ เธอผมยาว ต้องใช้ครีมนวดและทรีทเมนต์ต่าง ๆ ด้วย”

รอยคีนส์รู้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเธอหลายอย่าง แม้แต่เรื่องแชมพูและครีมนวดที่เธอใช้ มิสซิสเมเปิ้ลหันมามองเธอนิดหนึ่งและก็เดินไปหยิบอย่างอื่น สีหน้าของหญิงชราเห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยพอใจที่เห็นลูกชายเอาอกเอาใจเธออย่างนี้ แม้ว่าปณัฐดาจะรับรู้ความไม่พอใจของมารดาคนรัก แต่เธอก็ไมได้คิดอะไรมาก และก็เลือกของที่จำเป็นต้องใช้ใส่ตะกร้าทั้งหมด


 



เมื่อได้ของทุกอย่างก็พากันเดินมาแผนกอาหาร ซึ่งก็ต้องผ่านแผนกเสื้อผ้าและรองเท้า รอยคีนส์หยุดที่แผนกถุงเท้า

“เดี๋ยวผมซื้อถุงเท้าให้ปณัฐดาก่อน เห็นเธอบ่นว่าแอร์ที่บ้านเย็นมาก กลางคืนเท้าของเธอคงจะเย็นด้วย อยากให้เธอใส่ถุงเท้าจะได้อุ่น ๆ” ชายหนุ่มบอกพลางเดินไปหยิบถุงเท้าแต่ละแบบมาให้หญิงสาวเลือกดู

“ไม่ต้องไปซื้อให้เปลืองเงินเลย ถุงเท้าเก่า ๆ ของแม่ก็มีเยอะแยะ น่าจะใช้ได้” มิสซิสเมเปิ้ลเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ 

“คงใส่ไม่ได้หรอกครับ เท้าของปณัฐดาเล็ก ส่วนเท้าคุณแม่ใหญ่ มันคงจะหลวม”

“แต่แม่ก็มีถุงเท้าที่ยังไม่ได้ใส่ด้วยนะ พอดีแม่ได้มาจากโรงพยาบาล เดี๋ยวแม่ให้ปณัฐดาไปใส่”

“คุณแม่ครับ ถุงเท้านั้นคุณแม่เก็บไว้ใช้เองเถอะนะครับ ผมซื้อให้ปณัฐดาเองครับ”

ตอนนั้นปณัฐดาไม่เข้าใจทำไมคนรักถึงโต้เถียงกับมารดาตลอด ทำไมชายหนุ่มยังคงยืนกรานที่จะซื้อถุงเท้าอันใหม่ให้เธอด้วย ในเมื่อมารดาของชายหนุ่มก็ดูใจดี แถมมีน้ำใจแบ่งถุงเท้าให้เธอได้ใส่ด้วย หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าคนรักคิดอะไรอยู่ เพราะเธอเองก็ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไปกว่านี้

แต่ความเป็นจริงนั้น รอยคีนส์คิดคนละอย่างกับปณัฐดา ชายหนุ่มรู้จักนิสัยของมารดาดี หลายอย่างที่ปณัฐดาไม่เข้าใจ ชายหนุ่มเคยบอกเธอมาตลอดว่า “ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด และจะให้สิ่งดี ๆ กับคุณเท่าที่ผมจะทำได้” มันเหมือนคำมั่นสัญญาที่เขาให้กับเธอและพี่น้องของเธอด้วย หลังจากที่หญิงสาวตอบตกลงแต่งงานกัน โดยที่เธอยอมสละและทิ้งทุกอย่างจากเมืองไทย เพื่อมาใช้ชีวิตกับเขาที่นี่ ชายหนุ่มก็อยากจะทำตามสัญญาที่มีให้กัน เพื่อให้เธอได้รู้ว่า เขารักเธอและรักษาสัจจะที่มีให้กันเสมอ

ทางด้านมิสซิสเมเปิ้ลนั้น ดูไม่ชอบใจอยู่มากที่เห็นลูกชายทุ่มเทอะไรให้ปณัฐดา เห็นได้จากสีหน้าที่แสดงทีท่าเอื่อมระอาอยู่ตลอด เพราะในส่วนลึก ๆ ก็ไม่พอใจหลายอย่าง นอกจากจะห่วงเรื่องเงินทองของลูกชายแล้ว ก็ยังห่วงเรื่องความรักจากลูกชายที่มีต่อตนเองอีกด้วย หญิงชราคงจะกลัวว่าความรักที่ลูกชายเคยมีให้เธอทั้งหมด จะถูกแบ่งปันไปให้ผู้หญิงอีกคนที่เพิ่งรู้จักกันเพียงแค่ไม่กี่ปี เธอคงจะกลัวว่าลูกชายจะไม่รักและให้ความสำคัญกับเธอน้อยลง ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่ผู้หญิงหลาย ๆ คนที่เคยเข้ามาในชีวิตของรอยคีนส์ เมื่อได้รู้จักกับมิสซิสเมเปิ้ลแล้ว หญิงสาวแต่ละคนล้วนแต่แสดงทีท่าว่าไม่ชอบและไม่กินเส้นกับมิสซิสเมเปิ้ลเสียอย่างนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าหญิงสาวเหล่านั้นไม่ดีอะไร แต่กิริยาท่าทางการแสดงออกของมิสซิสเมเปิ้ลนั้น ทำให้พวกเธอหนักใจและก็เลิกรากับรอยคีนส์ไป 



และในกรณีของปณัฐดาก็ไม่ต่างกันมากนัก มิสซิสเมเปิ้ลยังเป็นคนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่บางครั้งที่เธอแสดงกิริยาต่อต้านกับสิ่งดี ๆ ที่ลูกชายอยากมอบให้ลูกสะใภ้ โดยการคอยห้ามนั่นห้ามนี่อยู่ตลอด


เมื่อครั้งในอดีต รอยคีนส์เป็นผู้ชายที่เชื่อฟังและยอมทำตามมารดาทุกอย่าง ไม่เคยขัดใจแม้แต่ครั้งเดียว แต่มาช่วงหลัง ๆ ชายหนุ่มกลายเป็นคนที่หนักแน่นมากขึ้น จากที่เคยยอมตลอด ก็ยอมได้ในบางสิ่งที่คิดว่าดี แต่ในวันนี้เขาคงรู้ว่าตัวเองเป็นผู้นำของครอบครัวให้แก่หญิงสาวอีกคนหนึ่ง หากจะตัดสินใจอะไรแล้ว สิ่งนั้นก็มีความหมายเสมอ และเด็ดขาดอยู่มากทีเดียว

“ชอบสีนี้ไหมครับ” ชายหนุ่มยื่นถุงเท้าสีขาวแถบชมพูเล็ก ๆ ให้ดู

“ชอบค่ะ สวยดี”

“งั้นก็เอาสักแพ็คดีไหม ถ้าไม่พอค่อยมาซื้ออีก”

ทางด้านมิสซิสเมเปิ้ลยืนมองลูกชายเอาอกเอาใจปณัฐดาอยู่ไม่ไกลนัก สายตาเหยียด ๆ กับใบหน้าที่บึ้งตึงดูเหมือนไม่พอใจยิ่งนัก รอยคีนส์หันไปมองหน้ามารดาก่อนที่จะหยิบถุงเท้าขนาดใหญ่มาแพ็คหนึ่ง

“อันนี้ผมซื้อให้คุณแม่ครับ”

ชายหนุ่มรู้ว่ามารดาไม่พอใจ หรืออาจจะน้อยใจที่เห็นเขาทำดีกับปณัฐดาตลอด จึงเลือกที่จะซื้อถุงเท้าคู่อื่นให้มารดาด้วย

“ขอบใจจ้า แม่ขอสีฟ้าอ่อน ๆ นะ สีขาวสกปรกง่าย”

และก็ชี้มือไปที่ถุงเท้าสีฟ้าซึ่งแขวนอยู่ไม่ไกลกันเท่าไร ปณัฐดาเดินไปหยิบถุงเท้าสีฟ้าและเอามาใส่ตะกร้าให้ มิสซิสเมเปิ้ลทำทีจะเข็นรถเข็นออกไป แต่ก็ต้องหยุดเมื่อลูกชายเอ่ยขึ้น

“เดี๋ยวก่อนครับคุณแม่ ขอผมดูแผนกรองเท้านิดหนึ่งนะครับ ไม่มีรองเท้าแตะใส่เลย”

มิสซิสเมเปิ้ลหยุดอยู่กับที่ หันไปมองลูกชาย โดยที่มีปณัฐดายืนอยู่ข้าง ๆ


“คุณอยากได้รองเท้าไหมที่รัก”

“ไม่เป็นไรค่ะ ณัฐมีรองเท้าเยอะแยะ” ปณัฐดาปฏิเสธ เพราะรู้สึกเกรงใจ แม้ว่าเธอจะมีรองเท้าแค่สามคู่ แต่เธอก็คิดว่าเพียงพอที่จะใช้ได้หลายปี


 




รอยคีนส์เดินไปเลือกรองเท้าแตะสักพัก และหยิบรองเท้ามาสองคู่ เขาลองสวมใส่ดูคู่แรก และก็หันมาถามมิสซิสเมเปิ้ล

“คุณแม่ว่าคู่นี้ดีไหมครับ”

“สวยจ้ะ ดูทนดีนะ”

ชายหนุ่มยิ้มและหยิบรองเท้าอีกคู่มาลองสวมใส่ “แล้วคู่นี้ล่ะ เป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็สวยดี แต่แม่ชอบคู่แรก” มิสซิสเมเปิ้ลตอบ

“แล้วคุณล่ะ คุณชอบคู่ไหนที่รัก” เขาหันมาถามเธอ

“ณัฐชอบคู่ที่สองค่ะ” ปณัฐดาชี้มือไปที่รองเท้าซึ่งชายหนุ่มกำลังสวมใส่อยู่ “มันดูเหมาะสมกับคุณดี”

ปณัฐดาเป็นคนตรงไปตรงมา เธอเห็นชอบอย่างไรก็พูดไปแบบนั้น ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเกี่ยวกับความรู้สึกของอีกฝ่าย ดังนั้นการเลือกและตัดสินใจซื้อรองเท้า ก็ขึ้นอยู่ที่ชายหนุ่มมากกว่า

“งั้นผมเอาแบบที่คุณชอบดีกว่า” และก็วางรองเท้าคู่ที่สองใส่ในรถเข็น

มิสซิสเมเปิ้ลทำทีเหมือนไม่สนใจ แต่คิ้วที่ย่นเข้าหากัน แสดงถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำให้รอยคีนส์และปณัฐดาไม่รู้ว่าหญิงชรากำลังคิดอะไรอยู่

เมื่อเดินมาถึงแผนกอาหาร ชายหนุ่มก็อาสาเข็นรถและช่วยหยิบจับของให้มารดาตลอด

“ปณัฐดาดื่มกาแฟไม่เป็น ต้องซื้อนมไปหลาย ๆ ขวด” รอยคีนส์เอ่ยขึ้น

“แค่ขวดเดียวก็พอมั้ง” มิสซิสเมเปิ้ลแย้ง

“สามขวดดีกว่าครับ เอาแบบวันเวลาหมดอายุยื่นออกไปนานหน่อย”

“จะดื่มอะไรกันเยอะแยะ” หญิงชราบ่น

“ผมดื่มด้วยครับ” รอยคีนส์ตอบ ทำให้อีกฝ่ายไม่พูดอะไรอีกเลย

เมื่อเดินมาถึงแผนกเนื้อวัว มิสซิสเมเปิ้ลก็เลือกซื้อเนื้อวัวใส่ในรถเข็นสามแพ็ค รอยคีนส์หันมามองหน้าปณัฐดา รู้ว่าคนรักไม่กินเนื้อวัวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“เดี๋ยวเราแวะซื้อเนื้อหมูกับกุ้งด้วยนะครับ”

มิสซิสเมเปิ้ลหันมามองลูกชาย “ซื้อทำไมหมู มันไม่ดีรู้ไหม”

“ปณัฐดาไม่กินเนื้อวัวครับ ผมเห็นเธอกินหมูตลอด คิดว่าเธอคงอยากได้หมูไว้ทำกับข้าวที่เธอชอบ”

“อย่าไปกินเลยหมู แม่ว่าซื้อเนื้อไก่ไปทานแทนดีกว่า”

“หมูอาจจะไม่ดีสำหรับคุณแม่ แต่ปณัฐดาไม่ได้มีปัญหาสุขภาพอย่างคุณแม่ เขากินหมูได้ครับ” ชายหนุ่มโต้แย้ง

“เอาก็เอา...อยากกินหมูก็ซื้อไปซะ แม่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”

น้ำเสียงที่พูดตัดบทเห็นได้ชัดว่าไม่ชอบใจ รอยคีนส์รู้ว่ามารดาไม่พอใจจึงเดินไปปลอบโยนเบา ๆ

“คุณแม่ครับ ปณัฐดาเขาไม่เหมือนพวกเรานะ ที่บ้านเขาไม่ได้ทานอาหารเหมือนพวกเรา ผมแต่งงานกับเขา พามาอยู่ที่นี่ ก็ต้องตามใจเขาหน่อย จะไปบังคับให้เขากินอาหารเหมือนพวกเราก็คงไม่ได้”

“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อย”

“ถ้าคุณลำบากใจก็ไม่ต้องซื้อหมูให้ณัฐหรอกค่ะ ณัฐทานอะไรก็ได้ค่ะ” ปณัฐดาเอ่ยขึ้น หันไปมองคนรัก รู้สึกเกรงใจเขาอยู่มาก ไม่คิดว่าการไม่กินเนื้อวัวของตัวเอง จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นหลายอย่าง

“ไม่เป็นไรครับ คุณอยากกินอะไรก็ทำแบบที่คุณชอบดีกว่า ผมรู้ว่าคุณคงอยากกินอาหารแบบไทย ๆ”


 




ปณัฐดาหันมายิ้มให้คนรัก ดีใจที่เขาเข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของเธอ แต่ก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นมิสซิสเมเปิ้ลไม่ค่อยเห็นด้วยกับสิ่งที่คนรักทำ เธอไม่ได้ติดใจหรือคิดอะไรลึกไปกว่านี้ คิดว่าอาจจะเป็นความไม่เข้าใจกันมากกว่า


เมื่อถึงคราวที่ต้องจ่ายค่าสินค้าทั้งหมดที่หน้าแคชเชียร์ รอยคีนส์หยิบเงินมาจ่ายทั้งหมด มิสซิสเมเปิ้ลหยิบเงินจำนวนหนึ่งยื่นให้ลูกชาย

“ไม่เป็นไรครับ คุณแม่เก็บไว้เถอะ”

เมื่อกลับมาจากซื้อสินค้า ปณัฐดาก็ช่วยมิสซิสเมเปิ้ลทำอาหารจนเสร็จ เธอไม่รู้หรอกว่าเมนูที่มารดาคนรักทำนั้นเป็นอย่างไร รสชาติอร่อยมากน้อยเพียงใด แต่เธอก็ช่วยทำอาหารทุกอย่าง แม้ว่าหน้าตาอาหารจะไม่คุ้นเคยเลย แต่ก็พยายามคิดว่ารสชาติคงจะพอรับประทานได้

จากนั้นก็ช่วยจัดจานช้อน รอยคีนส์เดินไปเรียกจอห์นให้มารับประทานอาหารด้วยกัน ซึ่งก็มีอาหารเตรียมพร้อมบนโต๊ะอาหารแล้ว จอห์นแวะไปล้างมือก่อนที่จะเดินมาร่วมวง

เมื่อนั่งพร้อมหน้าพร้อมตากัน ก็มีการสวดมนต์ขอบคุณพระเจ้าเหมือนทุก ๆ ครั้ง ปณัฐดารับวัฒนธรรมจุดนี้เข้ามาในชีวิต เธอรู้สึกว่ามันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว และก็รู้สึกชินกับการสวดมนต์มากขึ้น และก็มากขึ้นเรื่อย ๆ

“ใครเป็นคนนำ” จอห์นเอ่ยขึ้น ปรายตามองทุก ๆ คน

“ปณัฐดา” มิสซิสเมเปิ้ลพูดขึ้นและก็หันมาทางหญิงสาว

ปณัฐดามองหน้าคนรัก รอยคีนส์ยิ้มใจดี พยักหน้าเหมือนเป็นกำลังใจให้เธอ หญิงสาวเคยชินแต่กับชีวิตแบบชาวพุทธ เธอไม่รู้ว่าพระเจ้าในความรู้สึกของคนคริสต์ลึกซึ้งแค่ไหน นับว่าโชคดีที่รอยคีนส์ไม่ได้นับถือคริสต์อย่างเคร่งนัก และเป็นคนที่ค่อนข้างเลื่อมใสไปทางศาสนาพุทธมากกว่า ทำให้เธอและเขาไม่มีปัญหาอะไร

ปณัฐดามองว่าการนำสวดขอบคุณพระเจ้าที่ให้สิ่งดี ๆ แก่ทุกชีวิต เป็นสิ่งที่คล้ายคลึงกับการกล่าวขอบคุณพระคุณพ่อแม่และครูบาอาจารย์ที่เมืองไทย เธอจึงสะกดกลั้นความรู้สึกทั้งหมด รวบรวมสติคงมั่น เพื่อที่จะกล่าวนำสวด และก็ไม่ลืมบอกตัวเองไว้เสมอว่า ต้องมีคำว่าพระเจ้าร่วมอยู่ในบทนำสวดของเธอด้วย

 



“ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานข้าวให้พวกเราได้รับประทานกัน ขอบคุณพระเจ้าที่นำสิ่งดี ๆ มาให้ชีวิตพวกเรา ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้พวกเราทุกคนได้พบกัน ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เราทั้งหมดได้อยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัว รักกันและดูแลซึ่งกันและกัน ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างมากค่ะ ขอบคุณพระเจ้ามาก ๆ ค่ะ”

ปณัฐดาพูดจบก็ยิ้มอย่างเขินอาย เธอไม่รู้หรอกว่าทุกคนคิดอย่างไรกับคำนำสวด หญิงสาวหันไปมองคนรักเหมือนต้องการความคิดเห็น

“ดีมากครับ คุณทำได้ดีมาก ๆ” รอยคีนส์เอ่ยปากชมและก็อมยิ้มที่มุมปากนิด ๆ

“ขอบคุณค่ะ”

นับตั้งแต่คบหาดูใจกันก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงาน จวบจนย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่อเมริกา รอยคีนส์ไม่เคยบังคับหญิงสาวให้ทำในสิ่งที่ไม่ต้องการเลยสักครั้ง ชายหนุ่มไม่เคยให้เธอหันมานับถือศาสนาคริสต์เหมือนครอบครัวของเขา และก็ยังให้ความนับถือกับความเชื่อที่หญิงสาวเคารพเสมอมา พร้อมทั้งนับถือสิ่งต่าง ๆ เช่นเดียวกับเธอด้วย

แววตาของรอยคีนส์ในเย็นวันนั้นเห็นได้ชัดว่าห่วงความรู้สึกของเธอเป็นอย่างมาก เกรงว่าเธอจะอึดอัดใจที่ต้องทำอะไรตามที่มารดาต้องการ แต่สุดท้ายก็โล่งใจพร้อมทั้งดีใจที่เธอไม่ได้รังเกียจอะไร ภูมิใจที่หญิงสาวยอมปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างเร็ว โดยที่ไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำ ทำให้ชายหนุ่มอดที่จะชื่นชมอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้




 





 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones