ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง




 





สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9



แสงแดดในยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านสีอ่อนทำให้คนที่หลับเคลิ้มรู้สึกตัวอีกครั้ง ปณัฐดาหรี่ตาหันมองไปรอบ ๆ ห้องนอน ซึ่งข้าง ๆ ตัวมีร่างของคนรักนอนหลับพริ้มไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด เธอก้มหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ก่อนจะลุกขึ้น จากนั้นก็เดินมายืนอยู่ที่ริมหน้าต่างบานใหญ่ เอื้อมมือเปิดผ้าม่านและเลื่อนมู่ลี่ตรงหน้าต่างขึ้น ภาพบรรยากาศด้านหน้าทำให้หญิงสาวอมยิ้มนิด ๆ สนามหญ้าเขียวชะอุ่มที่ลานด้านหน้าช่างน่าวิ่งเล่นไม่น้อย มีต้นไม้สูงใหญ่ปลูกเรียงแถวเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งต้นสนและต้นโอ๊คต่างก็ดูร่มรื่นยิ่งนัก

หญิงสาวยืนมองทิวทัศน์ด้านนอกสักพักก่อนที่จะเดินไปเข้าห้องน้ำ และก็ตามด้วยอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็มานั่งรอคนรักอยู่ข้าง ๆ เตียง


รอยคีนส์หรี่ตามองเธอและก็ส่งยิ้มให้ตามเคย

“สวัสดีตอนเช้าครับ” ชายหนุ่มเอื้อมมือมากอดเอวเธอไว้

“สวัสดีตอนเช้าเช่นกันค่ะ” เธอยังนั่งอยู่ติด ๆ กับคนรักและสำรวจดูภายในห้องนอนไปด้วย

“ณัฐอยากไปช่วยคุณแม่คุณทำงานค่ะ แต่ณัฐไม่กล้าไปคนเดียว”

“งั้นให้ผมล้างหน้าก่อนนะ แล้วค่อยไปพร้อมกัน”

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง บิดตัวยืดเส้นยืดสายนิดหนึ่งก่อนที่จะเดินไปที่ห้องน้ำ ปณัฐดาเดินตามหลังคนรักต้อย ๆ มาที่อ่างล้างหน้าที่กว้างใหญ่

“ณัฐต้องทำอะไรบ้างคะ” เธอถามขณะที่คนรักหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหน้า

“ไม่ต้องทำอะไรครับ เราไม่ได้ทำงานกัน”

“แต่ณัฐไม่อยากอยู่เฉย ๆ เกรงใจคุณแม่คุณ”

รอยคีนส์พูดพลางหยิบเสื้อมาสวมใส่ เสร็จแล้วก็เดินมาหวีผมด้านหน้ากระจกบานใหญ่ ซึ่งปณัฐดานั่งอยู่ที่เก้าอี้ใกล้ ๆ กัน

"ผมมีเรื่องจะบอกคุณ"

"เรื่องอะไรคะ"

"ตอนที่อยู่เมืองไทย ผมเล่าเรื่องหนี้กองทุนเพื่อการศึกษาของคุณให้คุณแม่ฟัง คุณแม่บอกว่าอยากเป็นคนให้ของขวัญแกคุณ จึงเอาเงินที่ผมใช้หนี้ให้คุณมาคืนผม เพราะท่านบอกว่าอยากทำเพื่อคุณ"

ปณัฐดามองหน้าคนรัก เพราะไม่คิดว่าเรื่องราวจะเป็นแบบนี้

"ทำไมคุณแม่ต้องทำแบบนั้นคะ"

"เพราะท่านบอกว่า คุณเป็นสะใภ้คนเล็ก ท่านอยากทำอะไรเพื่อคุณ ทั้งที่ผมเองก็ปฏิเสธไม่รับเงิน เพราะมันเป็นความต้องการของผมที่จะทำเพื่อคุณ แต่คุณแม่ไม่ยอม บอกแต่ว่า ถ้าผมไม่รับเงินที่ท่านให้ ก็หาว่าผมไม่รักท่าน ผมก็เลยจำใจรับเงินนั้นมา"

"สรุปแล้ว คุณแม่คุณให้เงินคุณคืนทั้งหมด เพราะท่านอยากทำเพื่อณัฐเหรอคะ"

"ครับ"

ปณัฐดารู้สึกตื้นตันใจไปหมด ไม่คิดว่ามารดาคนรักจะใจดีขนาดนี้ ไม่คิดว่าในชีวิตนอกจากคนรักแล้ว มารดาคนรักก็ดีกับเธอไม่น้อย

"เห็นทีณัฐต้องรีบไปขอบคุณท่านแล้วค่ะ"

"ครับ ถ้างั้นเราไปกันเถอะ คุณจะได้ขอบคุณท่านด้วย"

"ค่ะ"

รอยคีนส์เดินนำหญิงสาวมาที่ห้องครัว ซึ่งมิสซิสเมเปิ้ลและจอห์นนั่งดื่มกาแฟกันอยู่ที่ห้องครัวอยู่แล้ว รอยคีนส์และปณัฐดากล่าวทักทายสวัสดีตอนเช้าแก่คนทั้งสองตามธรรมเนียมอเมริกัน ก่อนที่จะมานั่งร่วมโต๊ะ

"ณัฐขอบคุณคุณแม่มาก ๆ นะคะที่ใช้หนี้กองทุนเพื่อการศึกษาให้ณัฐ" ปณัฐดาเอ่ยขึ้น สายตายังคงมองมารดาคนรักตลอด

มิสซิสเมเปิ้ลวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ จับมือปณัฐดาไปด้วย

"ไม่เป็นไรจ๊ะ แม่ก็อยากทำสิ่งดี ๆ เพื่อลูกสะใภ้คนเล็กบ้าง"

"ขอบคุณมากนะคะ ไว้ถ้าณัฐมีงานทำ ณัฐจะหาเงินมาคืนคุณแม่"

"ไม่ต้องหรอก ถือว่าเป็นของขวัญจากแม่ ไม่ต้องคืนนะ"

"ขอบคุณค่ะ" ปณัฐดาหันไปมองรอบ ๆ ห้องครัวก่อนที่จะหันมาคุยกับมารดาคนรักอีกครั้ง “วันนี้คุณแม่มีงานให้ณัฐช่วยไหมคะ” ปณัฐดาเอ่ยปากถามเบา ๆ

ปณัฐดามักจะเรียกมารดาของคนรักว่า “คุณแม่” เสมอ เพราะมารดาของคนรักเป็นผู้หญิงคนที่สองที่เธอเรียกว่า "แม่" ในชีวิต หญิงสาวยังคงให้ความนับถือมารดาคนรักและพ่อเลี้ยงเสมอ ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับคนรอยคีนส์ แต่เธอก็รักและเคารพคนทั้งสองเหมือนพ่อแม่ของตนเองจริง ๆ

“ก็ไม่มีอะไรให้ทำหรอก จะมีก็แต่ทำความสะอาดบ้าน เพราะแม่ไม่อยู่บ้านเดือนหนึ่ง เห็นฝุ่นเต็มไปหมดเลย”

มิสซิสเมเปิ้ลวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ และก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องครัว รอยคีนส์หยิบถ้วยกาแฟใบเล็กและรินกาแฟมานั่งดื่มข้าง ๆ หญิงสาว

“ดื่มอะไรไหมครับ”

“ไม่ค่ะ ณัฐไม่หิว” เธอยังคงนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ข้างคนรัก

“แม่ต้องขอโทษที่ไม่มีนมเหลืออยู่เลย เดี๋ยวสาย ๆ แม่ว่าจะไปจ่ายตลาด ณัฐจะไปกับแม่ไหมล่ะ” มิสซิสเมเปิ้ลหันมาถาม

ปณัฐดามองหน้าคนรักเหมือนต้องการคำตอบ “ถ้าคุณอยากไปก็ไปกับคุณแม่ได้ เดี๋ยวผมจะไปด้วย”

เมื่อรู้ว่าคนรักจะไปด้วย เธอก็ใจชื่นขึ้นมานิดหนึ่ง “ไปค่ะ ณัฐจะไปช่วยคุณแม่ค่ะ อยากเห็นตลาดที่นี่เหมือนกัน”

จอห์นหันมายิ้มให้เธอนิดหนึ่ง “เมื่อเช้าพ่อไปเก็บไข่ไก่ที่เล้าด้านหลัง ได้มาเยอะเลยนะ”

ปณัฐดาดูตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้ยินเรื่องเก็บไข่ไก่ เธอเคยเห็นแต่ในทีวีเท่านั้น อยากไปสัมผัสกับบรรยากาศการเก็บไข่เหลือเกิน

“พรุ่งนี้ให้ณัฐไปช่วยพ่อไหมคะ ณัฐอยากไปเก็บไข่ไก่ด้วย”

“ไปสิลูก ไก่ที่นี่พ่อเลี้ยงไว้เยอะเหมือนกัน มีเป็ดด้วยนะ แต่เป็ดนั้นพ่อปล่อยให้มันหากินกันเองตามธรรมชาติ มันไข่ไว้ตามพงหญ้าเต็มไปหมด บ้างก็มีลูกเป็ด แต่บางตัวไข่ก็เน่าเสียหมด” จอห์นเล่าด้วยสีหน้าอิ่มเอิบใจ

“น่าสนใจจังเลยค่ะ”

ปณัฐดาชอบชีวิตแบบนี้เป็นที่สุด เธอไม่ชอบชีวิตในเมืองใหญ่ การเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ทำให้เธอมีความรู้สึกเหมือนอยู่ที่บ้านนอกในเมืองไทย

“คนที่มาดูแลวัวก็คงไม่มาแล้ว ต่อไปพ่อก็คงเอาอาหารไปให้วัวเอง วัวออกลูกเยอะมาก ตัวไหนที่พอจะขายได้ พ่อก็ทยอยขายออกไป เลี้ยงเอาไว้แค่พอดูแลได้เท่านั้น” จอห์นยังคงเล่าต่อ

“ให้ณัฐไปช่วยงานพ่อนะคะ ณัฐอยากให้อาหารวัวค่ะ สมัยเด็ก ๆ ณัฐก็ช่วยพ่อเลี้ยงวัวเลี้ยงควายเป็นประจำ คิดว่าคงไม่ยาก”

ปณัฐดาอยากรู้ไปหมดว่าชีวิตคนที่เป็นคันทรีในอเมริกามีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง ดังนั้นการช่วยเหลือครอบครัวของคนรัก ก็เหมือนกับเธอได้เรียนรู้ชีวิตไปด้วย

“ไปก็ไปลูก พรุ่งนี้ก็ตื่นสักหกโมงเช้านะ เดี๋ยวพ่อจะรออยู่ที่ห้องครัว”

จอห์นเป็นพ่อเลี้ยงของรอยคีนส์ แต่งงานกับมิสซิสเมเปิ้ลหลังจากที่พ่อแท้ ๆ ของชายหนุ่มเสียชีวิตได้แค่ปีเดียว ปีนี้ครบรอบสิบห้าปีที่ทั้งคู่แต่งงานกัน จอห์นและมิสซิสเมเปิ้ลยังคงรักกันเหมือนคู่รักทั่วไป จอห์นอายุน้อยกว่ามิสซิสเมเปิ้ลสองปี แต่กิริยาท่าทางของชายหนุ่มดูเอาอกเอาใจคนที่เป็นภรรยาเป็นอย่างมาก จอห์นไม่เคยพูดอะไรขัดใจภรรยาเลยสักครั้ง อะไรที่ภรรยาอยากจะทำ จอห์นมักจะเห็นด้วยทุกอย่าง จอห์นเป็นสามีที่เหมือนจะเป็นผู้นำครอบครัว แต่ทว่าในความเป็นจริงนั้น จอห์นไม่มีอำนาจอะไรเลย และก็เป็นผู้ตามที่คล้อยไปกับความคิดเห็นของภรรยาทุกอย่าง


 



อุปนิสัยของจอห์นเป็นคนพูดน้อย แต่บางครั้งก็เป็นคนที่ขี้น้อยใจพอสมควร จอห์นไม่ได้ทำงานแต่อย่างใด เพราะเกษียณจากงานที่ทำประจำเมื่อห้าปีก่อน ปัจุบันนี้ก็เลี้ยงวัวพันธุ์ขายเป็นหลัก นอกจากนั้นจอห์นก็เป็นคนที่ชอบสะสมเครื่องบินร่อน (Utralight) เป็นอย่างมาก จอห์นมีเครื่องบินร่อนสะสมเอาไว้สามลำ ซึ่งเครื่องใหญ่สุดและเครื่องขนาดกลางนั้นเก็บไว้ที่สนามบินของเมืองดีริดเดอร์ ส่วนเครื่องเล็กนั้นก็จอดไว้ที่บ้าน ซึ่งก็ได้สร้างโรงเรือนขนาดใหญ่เป็นที่ไว้เก็บเครื่องบินอยู่ด้านหลังของบ้าน พร้อมทั้งมีอุปกรณ์เครื่องมือซ่อมต่าง ๆ เก็บไว้ด้วยกัน


 




“เดี๋ยวดื่มกาแฟเสร็จแล้วพ่อจะพาไปดูเครื่องบินร่อนของพ่อนะ ไม่ได้เห็นมันตั้งเดือนแล้ว ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง” จอห์นดูมีความสุขไม่น้อยเมื่อได้พูดถึงเรื่องเครื่องบินร่อน

ปณัฐดาไม่เคยเห็นใครที่เมืองไทยมีเครื่องบินร่อนมาก่อน หรืออาจจะมีแต่ในสังคมผู้ดีมีเงินเท่านั้น แต่ในสังคมคนชนบทที่ฐานะยากจนอย่างเธอ ไม่มีใครมีเครื่องบินร่อนไว้ขับเล่นอย่างนี้ เธอรู้สึกว่าคนชนบทที่อเมริกามีชีวิตที่แปลกและดีกว่าผู้คนในชนบทที่เมืองไทยเป็นอย่างมาก

“ไปก็ไปค่ะ” ปณัฐดาหันไปมองคนรัก “ไปด้วยกันนะคะ” เธอเอ่ยปากชวนเขา

“ครับ”

พอดื่มกาแฟกันเสร็จแล้ว จอห์นก็เดินนำออกมาที่ประตูด้านหลังบ้าน ซึ่งก็ผ่านห้องใหญ่ที่เป็นห้องเธียเตอร์ของครอบครัว ขนาดความกว้างของห้องก็ใหญ่พอสมควร เนื้อที่ใหญ่กว่าคอนโดที่ปณัฐดาพักอาศัยอยู่ที่เมืองไทยกับพี่สาวเสียอีก มีอุปกรณ์เครื่องเสียงและทีวีจอยักษ์ตั้งตระหง่านโดดเด่นพอสมควร

นอกจากนั้นก็มีพวกซีดีและดีวีดีจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีโซฟาสีครีมกว้างใหญ่เป็นแนวยาวด้านหน้า และมีโซฟาที่สามารถยืดหยุ่นตัวขาให้ยื่นออกไปได้สองตัว ซึ่งก็วางขนาบกับโซฟาสีครีมตัวยาว ทางด้านหลังสุดก็เป็นโต๊ะรับประทานอาหารใหญ่ ซึ่งก็เป็นโต๊ะดินเนอร์ของคนในครอบครัว สำหรับเทศกาลที่ไม่ได้สำคัญมากนัก ส่วนโต๊ะดินเนอร์ใหญ่สุดที่มีไว้สำหรับรองรับแขกคนสำคัญและเทศกาลสำคัญนั้น ก็ถูกจัดวางไว้ที่ห้องติด ๆ กับห้องรับแขก โดยที่มีโคมไฟระย้าประดับประดาสวยงาม

บริเวณรอบ ๆ ผนังห้องมีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องเซรามิคและของสะสมเก่าแก่ที่มีราคาวางประดับเป็นจุด ๆ ปณัฐดามองด้วยความชื่นชมกับความโชคดีของเจ้าของบ้าน หญิงสาวแค่มองผ่านและก็ไม่ได้ติดใจสิ่งของเหล่านี้เลย สิ่งที่เธออยากจะเห็นมากที่สุดก็คือท้องทุ่งกว้างด้านนอกต่างหาก


 



เมื่อก้าวพ้นประตูหลังบ้านออกมา ก็มีลานกว้างใหญ่ที่สร้างต่อเติมออกไปด้านนอก ซึ่งหลังคาทอดยาวปกคลุมให้ความร่มเย็น มีลมพัดผ่านโชยมาเป็นระยะ ๆ ซึ่งก็มีโต๊ะและเก้าอี้นั่งเล่นชุดใหญ่วางอยู่ตรงมุมสุด และก็มีเก้าอี้ที่เป็นโซ่ห้อยทั้งสองด้านปล่อยลงมาด้านล่าง ลักษณะคล้าย ๆ กับเปลที่สามารถโยกไปมาได้ตลอด เพียงแต่เป็นเก้าอี้สีขาวสะอาดน่านั่งที่สุด แต่ละจุดมีดอกไม้ปลูกอยู่ในกระถางดูสวยงามและสดชื่นไปอีกแบบ ด้านหลังของตัวบ้านมีต้นโอ๊คใหญ่ปลูกประดับหลายสิบต้น ซึ่งก็มีรั้วกักบริเวณเนื้อที่สนามหญ้าของตัวบ้านเอาไว้ ส่วนบริเวณนอกเหนือจากนั้นที่เป็นสนามหญ้าและทุ่งกว้างไกลที่ทำเป็นฟาร์มวัวทั้งหมด

ตรงมุมสุดก่อนถึงฟาร์มวัวที่ติด ๆ กับรั้วเหล็กที่กั้นแยกพื้นที่นั้นก็เป็นโรงเก็บเครื่องบินร่อนของจอห์นและอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนบ้านหลังเล็กที่ปลูกไว้ไกลลิบอยู่ที่ทุ่งหญ้ากว้างนั้น ก็เป็นที่เก็บเศษไม้และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในฟาร์ม ถัดจากนั้นก็มีสระน้ำที่กว้างพอสมควร ซึ่งก็มีเป็ดเทศหลายตัวว่ายน้ำไปมา บ้างก็หาปลากินตามประสา บางตัวก็ว่ายเล่นตามธรรมชาติของมัน

“สวยจังเลยค่ะ”

ปณัฐดาเอ่ยชม นัยน์ตาเบิกกว้างกับสิ่งที่เห็น นี่แหละคือความสวยที่หญิงสาวชื่นชมมาตลอด ความสวยงามที่ยังคงความธรรมชาติล้อมรอบ โดยที่ไม่ต้องมีตึกสูงใหญ่เหมือนในเมืองใหญ่


 




“ผมดีใจที่คุณชอบที่นี่”

รอยคีนส์หันมายิ้มให้คนรัก และก็เดินตามหลังจอห์นไปติด ๆ ซึ่งก็มีปณัฐดาเดินตามมาด้วย ส่วนมิสซิสเมเปิ้ลนั้นก็เดินออกมานั่งรออยู่ที่เก้าอี้ตรงระเบียง

วัวพันธุ์เนื้อสามสิบกว่าตัวยืนกินหญ้าอยู่เป็นจุด ๆ มีทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ดูอ้วนท้วมสมบูรณ์ทีเดียว จอห์นเดินไปลูบหลังมันเบา ๆ ซึ่งเป็นวัวพันธุ์ตัวเมียที่เชื่องพอสมควร

“ตัวนี้กำลังตั้งครรภ์ คิดว่าไม่กี่เดือนก็คงมีลูกวัวเพิ่ม”

“ตัวอ้วนจังเลยนะคะ” ปณัฐดาเอ่ยปากชม

“นี่ไม่อ้วนเท่าไหร่ลูก มันดูอ้วนเพราะมันตั้งครรภ์ เดี๋ยวคลอดลูกก็ต้องบำรุงอีกเยอะ” จอห์นอธิบายให้ฟังไปด้วย สายตาก็หันไปมองรอบ ๆ บริเวณทุ่งหญ้ากว้าง


 





จากนั้นก็เดินนำไปที่เหล้าไก่ ซึ่งสร้างติด ๆ กับคอกวัว มีไก่ประมาณห้าสิบตัวออกมาหากินด้านนอก และก็มีบางตัวที่ยังอยู่ในเล้าและออกไข่อยู่ ปณัฐดาชอบชีวิตแบบนี้เป็นที่สุด ไม่ต้องรวยเลิศหรู แต่เป็นชีวิตที่พอเพียงที่ได้อยู่กับธรรมชาติตลอด ชีวิตที่ไม่ต้องแข่งขัน

“ไก่น่ารักจังเลย เหมือนไก่ที่บ้านณัฐเลย” เธอยิ้มสดใสเมื่อเห็นแม่ไก่สีดำตัวขนาดกลางพาลูกตัวเล็ก ๆ หากินอาหารรอบ ๆ บริเวณนั้น


กุ๊ก ๆๆๆๆๆๆๆๆ เธอเรียกไก่ตัวนี้ และก็ทำมือให้มันเดินมาหา แต่แปลกไก่ตัวนี้กลับไม่รับรู้อะไรเลย จอห์นและรอยคีนส์หัวเราะกับสิ่งที่เธอเรียก

“ไก่ที่นี่เขาไม่เรียก กุ๊ก ๆ หรอกนะครับ ไก่ที่นี่เขาเรียก บ๊อก ๆ” รอยคีนส์ตอบ หันมายิ้มให้หญิงสาว

ปณัฐดามองหน้าคนรัก ยืนขำกลิ้งกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะเกิดมาในชีวิตไม่เคยเห็นคนเรียกไก่แบบนี้มาก่อน ถึงว่าทำไมเธอเรียกไก่..กุ๊ก ๆๆๆ ...ไม่มีไก่ตัวไหนหันมาสนใจเธอเลย


 




เสร็จจากนั้นจอห์นก็พาเธอเดินกลับมาที่โรงเก็บเครื่องบินร่อน และก็เปิดประตูใหญ่ทั้งสองข้างให้เธอได้เข้าไปชม รอยคีนส์ดูไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับเครื่องบินร่อนมากนัก ชายหนุ่มมองผ่านตาและก็หันไปสนใจอย่างอื่นเสียมากกว่า ส่วนปณัฐดาก็มองอย่างสนใจเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน เธอไม่ได้ชอบเครื่องบินเลยสักนิด แต่ที่สนใจเพราะไม่เคยเห็นมีใครเก็บเครื่องบินร่อนไว้ที่บ้านอย่างนี้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็น

“เวลาพ่อขับเครื่องบิน พ่อไม่กลัวเหรอคะ” ปณัฐดาหันไปถามจอห์นด้วยความสงสัย

“ตอนแรก ๆ ก็หวาดเสียวนะลูก พอได้ขับบ่อย ๆ ก็ชิน อยากนั่งไหมล่ะ เดี๋ยววันหลังพ่อจะพาไปบินสักครั้ง” จอห์นตอบพลางเอ่ยปากชวนด้วย

“ไม่เอาคะพ่อ ณัฐกลัวความสูง ขอดูพ่อขับเครื่องบินดีกว่าค่ะ” ปณัฐดาปฏิเสธ เธอไม่ชอบเครื่องบินมากนัก เพราะยังเข็ดขยาดกับอาการเมาเครื่องบินไม่หาย

จอห์นอมยิ้มนิดหนึ่ง และก็เดินไปหยิบอุปกรณ์เครื่องมือในกล่องสีแดงใบใหญ่ พร้อมทั้งเดินมาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าเครื่องบินร่อนลำนี้

“เครื่องนี้มีปัญหา พ่อเลยบินมาเก็บไว้ที่บ้าน กะจะซ่อมเองทั้งหมด ขี้เกียจไปจ้างเขาซ่อม เสียดายเงินเปล่า ๆ” ปากบอกแต่มืองัดแงะตัวเครื่องบินไปด้วย

พอสักพักก็ได้ยินเสียงมิสซิสเมเปิ้ลร้องเรียกให้กลับเข้าไปที่บ้าน ซึ่งหญิงชรายืนอยู่ใต้ต้นแพร์และเก็บลูกแพร์ใส่ตะกร้าไปด้วย ซึ่งด้านข้างของบ้านมีต้นแพร์ปลูกไว้สามต้นใหญ่ติด ๆ กัน และก็ออกลูกดกทุกปี ปณัฐดาและรอยคีนส์เดินกลับมาหามิสซิสเมเปิ้ล ส่วนจอห์นั้นก็ยังทำงานอยู่กับเครื่องบินร่อนของตัวเองอยู่ที่โรงเรือน



 



“ดูสิลูก แพร์ออกลูกดกเชียว นี่แม่ไม่อยู่แค่เดือนเดียว มันสุกหมดแล้วเนี่ย” มิสซิสเมเปิ้ลชี้ไม้ชี้มือให้ดูลูกแพร์ไปด้วย

รอยคีนส์เอื้อมมือเก็บลูกแพร์ที่คิดว่าสุกพอรับประทานได้ ใส่ลงตะกร้า โดยที่มีปณัฐดาช่วยอีกแรง

“ให้ณัฐปีนให้ไหมคะ ณัฐปีนได้นะ” หญิงสาวอาสา

“งั้นก็ปีนเก็บลูกที่ใหญ่และกำลังดีนะลูก” มิสซิสเมเปิ้ลเห็นด้วย


ปณัฐดาไม่รอช้าถอดรองเท้าเอาไว้ด้านล่าง และก็ปีนป่ายต้นแพร์อย่างเร็ว นับว่าโชคดีที่ไม่มีมดแดง ทำให้ไม่มีปัญหาอะไรในการปีน หญิงสาวเอื้อมเก็บลูกแพร์อย่างสนุกสนาน โดยที่มีคนรักคอยช่วยรับลูกแพร์เก็บใส่ตะกร้าด้วย


 




“เดี๋ยวแม่จะเชื่อมเอาใส่ขวดโหลไว้รับประทาน” มิสซิสเมเปิ้ลพูดพลางก้มเก็บลูกแพร์ไปด้วย

“ผมเห็นคุณแม่เชื่อมใส่ขวดโหลไว้เยอะแยะ แต่ไม่เห็นทานหมดสักที เต็มชั้นวางไปหมดแล้ว”

“แม่ก็ทำไว้เยอะ ๆ เผื่อแขกไปใครมา ก็เอาออกมาให้เขาได้ชิม”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วนิดหนึ่งเหมือนเข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน และก็หันไปบอกหญิงสาว

“ที่รักลงมาเถอะ เดี๋ยวจะเข้าไปในบ้านกันแล้ว”

“นี่คีนส์ พรุ่งนี้แม่ชวนเพื่อน ๆ แม่มาทานข้าวที่บ้านนะ อยากแนะนำให้ทุก ๆ คนได้รู้จักปณัฐดา” มิสซิสเมเปิ้ลพูดขึ้น มือสองข้างก็เอาลูกแพร์ใส่ตะกร้าไปด้วย



 




“คุณแม่ชวนใครครับ”

“แม่ชวนลูซี่ เจมี่ เพื่อนของแม่ นอกนั้นก็มีจูดี้และก็วินเฟรดเท่านั้น”

“แล้วคุณแม่จะทำอะไรกับข้าวครับ”

“ก็อาหารเคจั่นยังไงล่ะลูก แม่อยากให้ปณัฐดาได้ทานอาหารเคจั่นของเราด้วย”

“ครับ แล้วผมจะไปช่วยคุณแม่จ่ายตลาดนะ เดี๋ยวจะชวนณัฐไปด้วย”

“ก็ดี ฝึกเอาไว้ เวลาไปอยู่กันสองคนจะได้จ่ายตลาดเป็น”

อาหารเคจั่น (Cajun) เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดในมลรัฐหลุยส์เซียน่า ซึ่งก็มีเครื่องเทศหลายอย่างผสมรวมกัน อาหารเคจั่นที่ขึ้นชื่อที่สุดก็มี ครอว์ฟิชเอทูเฟ กัมโบ จัมบาลายา และแคชฟิชคูบิโอน และอีกหลากหลายเมนู โดยที่แต่ละเมนูจะมีเครื่องเทศที่แตกต่างกัน นอกจากนั้นซอสพริกที่เผ็ดขึ้นชื่อทาบาสโก (Tabasco) ก็มีต้นกำเนิดอยู่ที่รัฐหลุยส์เซียน่าด้วย

ผู้คนที่รัฐหลุยส์เซียน่ามักจะเรียกตัวเองว่า “คนเคจั่น” ซึ่งคนกลุ่มนี้มีเชื้อสายมาจากฝรั่งเศส ซึ่งอพยพมาจากประเทศฝรั่งเศสเมื่อหลายร้อยปี จากนั้นก็มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ประเทศแคนาดา เมื่อถูกทหารอังกฤษไล่ล่าก็พากันอพยพลงมาอยู่ที่มลรัฐหลุยส์เซียน่า ซึ่งเมื่อสมัยแต่ก่อน รัฐนี้ยังเป็นป่ารกร้างและมีแต่บึงกว้างเท่านั้น มีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด ที่ดูจะน่ากลัวที่สุดก็พวกจระเข้เป็นหลัก

มลรัฐหลุยส์เซียน่ามีเนื้อที่ไม่มากนัก เพราะพื้นที่บางส่วนกลายเป็นบึงไปเสียหมด ในครั้งเก่าก่อนการสัญจรไปมาก็ไม่ค่อยสะดวก ทำให้คนเคจั่นคิดว่าการตั้งรกรากที่รัฐนี้จึงน่าจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดจากพวกทหารอังกฤษ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่คนกลุ่มนี้จะถูกจัดเป็นพวกเฟร้นอะคาเดี่ยน (French Acadian) ซึ่งคำว่า เคจั่นนั้น ก็ย่อมาจากคำว่าอะคาเดียน่า (Acadian) นั่นเอง

ชนกลุ่มนี้ที่เป็นคนเก่าแก่สามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้ แต่มายุคหลัง ๆ มีการเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น ทำให้ไม่ค่อยมีคนพูดภาษาฝรั่งเศสมากนัก แต่ก็ยังมีโรงเรียนและมหาวิทยาลัยบางแห่งที่ยังคงอนุรักษ์ภาษาฝรั่งเศสแบบเคจั่นเอาไว้ นอกจากนั้นคนเคจั่นก็มีการแต่งงานกับชนเผ่าชาติอื่น ๆ เช่น คนผิวขาว คนผิวดำ คนแถบทวีปอเมริกาใต้ และคนอินเดียนแดงอยู่ตลอด ยิ่งมายุคหลังมีคนไอริส คนสก็อตทิช และคนแถบยุโรปหลายประเทศอพยพมาอยู่ด้วย ทำให้คนในรัฐหลุยส์เซียน่าค่อนข้างมีหน้าตาที่ผสมผสานหลายเผ่าพันธุ์ ซึ่งก็ดูโดดเด่นไม่น้อย

รอยคีนส์ช่วยมิสซิสเมเปิ้ลหิ้วตะกร้าผลไม้เดินเข้ามาภายในบ้าน และก็วางตะกร้าผลไม้ไว้ตรงโต๊ะที่เป็นจุดวางผลไม้ทั้งหมด จากนั้นก็เดินมายืนพิงเสาติด ๆ กับห้องครัว มือกอดอกไว้แน่น สายตาจ้องมองมารดาเหมือนมีคำถามหลายอย่างที่คับข้องใจ

“คุณแม่ครับ ทำไมจอห์นมีเครื่องบินร่อนตั้งสามลำ จอห์นเอาเงินที่ไหนไปซื้อเครื่องบินครับ”

มิสซิสเมเปิ้ลมีสีหน้าตกใจนิดหนึ่ง “แม่ก็ไม่รู้หรอก ปกติจอห์นก็หาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาอยู่ตลอด”

“แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา คุณแม่โทรไปบอกผมที่เกาหลีใต้ ว่าเดือดร้อนเรื่องเงิน ถ้าผมไม่ให้เงินคุณแม่ไป บ้านหลังนี้ก็ถูกยึด และนี่หมายความว่ายังไงครับ ผมต้องมารับผิดชอบจ่ายหนี้ทุกอย่างให้คุณแม่กับจอห์นทั้งหมด แต่จอห์นกลับมีเงินซื้อเครื่องบินร่อนขับเล่นอย่างสุขใจ แต่ไม่มีเงินจ่ายหนี้ให้กับคุณแม่ มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

รอยคีนส์คงจะอึดอัดใจกับภาพบางอย่างที่เห็น และก็หลาย ๆ อย่างที่คับข้องใจมานาน หนึ่งปีเต็ม ๆ ที่เขาจากบ้านไปอยู่ประเทศเกาหลีใต้ ไม่คิดว่าชีวิตของมารดาจะเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้

มิสซิสเมเปิ้ลระบายลมหายใจยาว ทรุดตัวนั่งกับเก้าอี้ มือข้างหนึ่งเช็ดเหงื่อไปด้วย

“ก็คงจะเบิกเงินที่เกษียณบางส่วนมาซื้อล่ะมั้ง แม่ก็ไม่ได้สนใจด้วย”

“คุณแม่แต่งงานกับเขานะครับ เรื่องเงินเรื่องทองระดับนี้ ก็น่าจะพูดคุยกัน เครื่องบินร่อนแต่ละลำก็ไม่ใช่ราคาร้อยสองร้อยเหรียญนะครับ”

“แม่เหนื่อยนะคีนส์ อย่าคุยเรื่องนี้อีกเลย ตอนนี้แม่ก็ติดหนี้ธนาคารประจำเมืองอยู่สามหมื่นเหรียญด้วย ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้เขา คีนส์ช่วยไปใช้หนี้ให้แม่ด้วยนะ”

รอยคีนส์หูผึ่งเมื่อได้ยินดังนั้น

“คุณแม่! ผมไม่เข้าใจ ทำไมคุณแม่ต้องไปกู้เงินธนาคารมาด้วย เงินที่ได้จากทรัสตี้ที่มลรัฐเท็กซัสแต่ละเดือน คุณแม่ก็พอกินอยู่ไม่ใช่เหรอ เดือดร้อนอะไรกันนักหนาถึงต้องไปกู้เงินเขามา เงินที่พากันไปกู้และเอาบ้านไปค้ำประกันเอาไว้ ก็ได้เงินผมไปไถ่ถอนออกมาทั้งหมดแล้ว คุณแม่กู้เงินไปทำอะไรอีกครับ”


 




ปณัฐดานั่งฟังคนรักโต้เถียงกับคุณแม่อย่างเจ็บปวด เธอไม่เคยรู้เรื่องราวอะไรมาก่อน ไม่เคยรู้ว่าที่ผ่านมาคนรักได้ช่วยเหลืออะไรมารดาไว้บ้าง ไม่เคยรู้เกี่ยวกับเรื่องเงินทองของเขาเลยสักนิด ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกว่าคนรักไม่ค่อยชอบการกระทำของมารดาเอามาก ๆ เห็นได้จากสีหน้าที่ตึงเครียด นัยน์ตาที่เศร้าหมอง

มิสซิสเมเปิ้ลไม่กล้าสบตาลูกชาย แต่เลือกที่จะหันมามองปณัฐดาซึ่งนั่งอยู่เงียบ ๆ

“แม่จะกู้เงินไปไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่กู้เงินไปเมืองไทย เพื่อไปรับปณัฐดามาอยู่ที่นี่ เข้าใจหรือยัง แล้วก็เลิกมาว่าแม่ได้แล้ว” น้ำเสียงแข็งกระด้าง เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจที่ถูกตำหนิ

รอยคีนส์ส่ายหัวรับไม่ได้กับสิ่งที่ได้ยิน “ผมเคยบอกคุณแม่มากี่ครั้งแล้วครับ ถ้าไม่มีเงิน คุณแม่ก็ไม่ต้องไปเมืองไทย ผมจะเดินเรื่องทุกอย่างให้กับปณัฐดาเอง ผมรับผิดชอบทุกอย่าง แต่นี่คุณแม่เล่นไปกู้เงินเขาเพื่อไปเมืองไทยนะหรือ นี่มันเงินไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ”

“ก็แม่อยากไปรับปณัฐดาด้วยตัวเองนี่ แม่อยากเห็นครอบครัวของปณัฐดาด้วย อยากรู้ว่าพ่อแม่พี่น้องเขาเป็นยังไงบ้าง”

“แล้วยังไงล่ะครับ คนที่ต้องตามไปชำระหนี้ให้คุณแม่คือใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ผม คุณแม่ทำให้ผมลำบากใจมากรู้ไหมครับ”

“ก็แม่อยากช่วยคีนส์และปณัฐดา แม่รู้ว่าคีนส์อยากพาปณัฐดามาอเมริกาให้ได้”

“แต่ความหวังดีของคุณแม่ มันทำร้ายผมทางอ้อมรู้ไหมครับ” ชายหนุ่มเอามือค้ำเสาและก้มหน้าลงเหมือนจะร้องไห้ ใบหน้าของเขาหมองเศร้าผิดสังเกต น้ำเสียงทุ้มดูไม่ค่อยพอใจมากนัก

มิสซิสเมเปิ้ลไม่ตอบคำถามลูกชาย เธอทำหน้าเศร้าและก็ก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างนั้น ความบาดหมางใจกันกลายเป็นความห่างเหิน คงมีแต่ความว่างเปล่าที่เข้ามาแทรกแซงความเจ็บปวดของคนสองคน รอยคีนส์เก็บความรู้สึกหลายอย่างสะกดกลั้นเอาไว้ตลอด

นับตั้งแต่รู้จักกัน ปณัฐดาไม่เคยเห็นคนรักมีท่าทีแบบนี้มาก่อน เธอลุกขึ้นไปปลอบโยนเขา ถึงจะไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด แต่ก็พอจะเดาออกว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร

“ณัฐว่าคุณค่อย ๆ คุยกับคุณแม่ดีไหมคะ อย่าใส่อารมณ์เลย ดูท่านเศร้าจังเลย น่าสงสารท่านนะคะ”

ชายหนุ่มถอนหายใจ สบตาหญิงสาวด้วยใบหน้าที่คร่ำเครียด เขาเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ มิสซิสเมเปิ้ล

“ผมจะจ่ายหนี้ทั้งหมดให้คุณแม่ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ต่อไปนี้ผมจะไม่ช่วยคุณแม่อีกแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมช่วยคุณแม่มามากแล้ว เงินที่ผมมีอยู่ในตอนนี้ทั้งหมด ผมจะเก็บไว้เรียนหนังสือและสร้างครอบครัวของผม”

มิสซิสเมเปิ้ลมองหน้าลูกชายนิดหนึ่ง ตาสีฟ้ารูปอัลม่อนมีน้ำเอ่อเบ้า เธอทำท่าจะร้องไห้แต่ก็ไม่ได้ร้อง จิตใจของเธอเหมือนกับคนที่สำนึกผิดกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทำลงไป

“แม่ขอโทษลูก และแม่ก็ขอขอบใจลูกมากที่คีนส์ช่วยจ่ายหนี้ให้แม่”

“คุณแม่สัญญากับผมนะ ต่อไปนี้คุณแม่จะไม่ไปกู้เงินใครเขาอีก ห้ามใช้เงินเกินตัว ใช้เงินประหยัด ๆ อะไรไม่สำคัญก็ไม่ควรซื้อ”

“แม่สัญญาจ้ะ”

“แล้วตอนนี้คุณแม่ติดหนี้ใครเขาหรือเปล่า”

“ไม่มีจ้ะ แม่มีแค่หนี้สามหมื่นเหรียญที่กู้ไปเมืองไทยเท่านั้นเอง”

“รอบหน้าผมไม่ช่วยแล้วนะ ผมถือว่าผมช่วยคุณแม่มามากแล้ว คุณแม่กับจอห์นต้องช่วยตัวเองแล้ว ผมมีครอบครัว มีคนรักที่ต้องรับผิดชอบ หวังว่าคุณแม่คงจะเข้าใจ”

“จ้ะ แม่เข้าใจ”

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ เหมือนอยากจะเดินออกมาจากสถานการณ์ที่คร่ำเครียดให้เร็วที่สุด

“ผมจะกลับห้อง แล้วคุณแม่จะไปจ่ายตลาดตอนไหน”

“ก็คงอาบน้ำเสร็จก็คงออกไปเลย”

“เดี๋ยวผมจะไปด้วย”

ชายหนุ่มหันมาสบตาปณัฐดานิดหนึ่ง เหมือนต้องการสื่ออะไรบางอย่าง นั่นก็คือให้เธอเดินตามเขากลับไปที่ห้อง ปณัฐดาเอามือแตะบ่ามิสซิสเมเปิ้ลเบา ๆ เหมือนต้องการปลอบโยน โดยที่มิสซิสเมเปิ้ลเอื้อมมือมาสัมผัสมือของเธอนิดหนึ่ง เป็นการกล่าวขอบคุณ จากนั้นปณัฐดาก็เดินตามหลังคนรักเข้าไปที่ห้อง


 




รอยคีนส์เดินไปยืนอยู่ตรงหน้ารูปเล็ก ๆ ซึ่งเป็นรูปปู่กับย่ายืนเคียงคู่กัน โดยที่ท่านทั้งสองเสียชีวิตไปนานแล้ว เขาจ้องมองรูปปู่กับย่าอยู่นาน คิดอะไรอยู่สักพัก จากนั้นก็หันไปมองรูปพ่อแท้ ๆ ที่ตั้งอยู่ติดกัน ซึ่งพ่อเสียชีวิตไปหลายสิบปีแล้ว รอยคีนส์หายใจเข้าลึก ๆ เหมือนอยากจะเก็บความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ในใจ ไม่อยากระบายออกมาให้คนรักได้ยิน เขานิ่งจนเธอรู้สึกกลัวขึ้นมา แต่ก็ตัดสินใจเดินไปเกาะแขนคนรักเอาไว้ เธอไม่รู้หรอกว่า ตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร แต่คิดว่าเขาคงจะเสียใจกับการกระทำของมารดาอยู่มาก

“อย่าคิดมากเลยนะคะ” เธอเอ่ยบอกเขาไม่ให้คิดมาก แต่ใจของเธอคิดไปไกลกว่าเขาเสียอีก คิดเยอะ และก็คิดหลายอย่าง

ใช่นี่หรือเปล่า ที่รอยคีนส์เคยบอกเธอเอาไว้ว่า มิสซิสเมเปิ้ลนิสัยไม่เหมือนคนอื่นเขา มันคงจะมีเรื่องอีกมากที่เธอยังไม่รู้จักนิสัยมารดาคนรักอย่างแท้จริง ปณัฐดารู้สึกกลัวขึ้นมากับสิ่งที่เผชิญเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา เธอรู้ว่าคนรักเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น หากว่าวันข้างหน้าเธอต้องเจอเรื่องที่หนักกว่านี้ เธอคงจะเสียใจไม่น้อยไปกว่าคนรักเลย

หัวใจของปณัฐดารักรอยคีนส์มาก เมื่อใดที่เขาทุกข์ เธอก็ทุกข์ใจไปด้วย และไม่อาจจะทิ้งให้เขาแบกรับความทุกข์ไว้แต่เพียงคนเดียว มือของชายหนุ่มกอดเธอไว้แน่น ไม่พูดไม่จา แต่เธอสัมผัสได้ถึงความเดียวดายที่ต้องการไออุ่น ปณัฐดาไม่อยากคิดเลยว่า ก่อนหน้าที่คนรักจะมีเธอ เขาคงจะเหงาและอ้างว้างกับชีวิตมามากพอสมควร และก็คงจะเจอเรื่องราวหนักใจมาเยอะทีเดียว ตอนนี้เขามีเธออยู่เคียงข้าง ก็เหมือนมีเพื่อนคอยปลอบใจ ทำให้เขาไม่รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกใบนี้เพียงคนเดียวอีกแล้ว




 




 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones