ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง




 




สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8


เมื่อรถวิ่งผ่านเข้ามาในซอยลึกแห่งหนึ่ง ซึ่งก็มีแต่ป่าทึบล้อมรอบทั้งสองข้างทาง ไม่มีบ้านผู้คนพักอาศัยเลยสักหลัง ปณัฐดารู้สึกกลัวขึ้นมาทันที ใจก็ภาวนาขออย่าให้มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับตนและครอบครัว หญิงสาวมองหน้าคนรักนิดหนึ่ง เหมือนอยากจะถามคำถามหลายอย่าง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ยังคงนั่งเงียบ สายตาก็มองความมืดข้างทางไปด้วย

พอรถเลี้ยวผ่านประตูทางเข้าบริเวณบ้านหลังหนึ่ง ปณัฐดาก็เพ่งมองรอบ ๆ ด้วยความสนใจ บ้านชั้นเดียวสไตล์อคาเดี่ยน (Acadian) ปลูกไว้บนเนื้อที่กว้างใหญ่ ตัวบ้านใหญ่พอสมควร มีที่จอดรถสองคันขนาดพอดี ต้นสนสูงใหญ่ปลูกประดับไว้ด้านหน้า ทำให้บ้านดูร่มรื่นไม่น้อย ส่วนด้านข้างตัวบ้านก็มีต้นผลไม้ขนาดใหญ่ที่ออกผลสามต้นติด ๆ กัน ขณะที่ทางขวาสุดของตัวบ้านมองเห็นไฟไกลลิบ ๆ ที่เป็นโรงพักของวัวพันธุ์เนื้อที่เจ้าของบ้านเลี้ยงเอาไว้ นอกจากนั้นก็ยังมีส่วนที่ต่อยื่นออกไปเป็นเล้าเป็ดและเล้าไก่ ทางด้านบริเวณส่วนอื่น ๆ ก็เป็นที่ดินกว้าง มองไปจนไกลสุดลับตาปนกับความมืดที่พอจะมองเห็นได้


 





บริเวณบ้านด้านหน้ามีเนื้อที่กว้าง ยื่นออกมายาวเหยียดจนสุดตัวบ้าน มีเก้าอี้สีขาวนั่งเล่นชุดหนึ่งอยู่ตรงประตูด้านกลาง ส่วนตัวบ้านนั้นเป็นอิฐบล็อกสีน้ำส้มปนน้ำตาลอ่อนทั้งหมด หลังคาเป็นกระเบื้องอย่างดีสีดำปนเทา การตกแต่งภายนอกดูสวยงามเหมือนภาพคันทรีโฮมที่เคยเห็นในหนังสือแบบบ้านต่าง ๆ ทางด้านหน้าที่ติดกับเสานั้นมีการปลูกดอกไม้ไว้เป็นจุด ๆ แม้จะมองเห็นแค่ภาพด้านนอกก็รู้ว่าบ้านหลังนี้ใหญ่มากทีเดียว

เมื่อรถจอดสนิท มิสซิสเมเปิ้ลก็รีบลงจากรถก่อนเพื่อน เธอกวาดตามองรอบ ๆ บ้าน เหมือนต้องการสำรวจความเรียบร้อยทุกอย่าง ก่อนที่จะหันมาทางปณัฐดา

“ยินดีต้อนรับสู่บ้านของแม่” พูดพลางส่งยิ้มให้นิดหนึ่งก่อนที่จะเพ่งเล็งไปยังประตูหน้าบ้าน

ปณัฐดายิ้มให้มารดาคนรักนิดหนึ่ง แม้จะดีใจที่ได้ยินเจ้าของบ้านเอ่ยคำนี้ออกมาให้ได้ยิน แต่ก็เข้าใจดีว่าตัวเองเป็นเพียงผู้ที่มาอาศัยบารมีเขาอยู่เท่านั้น หญิงสาวยอมรับว่าชีวิตตัวเองเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ในเมื่อเธอรักและเลือกที่จะแต่งงานกับลูกชายบ้านนี้ เธอก็อยู่ในฐานะสะใภ้ที่ต้องคอยดูแลรับใช้ทุกข์สุขของคนรัก และทุกคนในครอบครัวนี้ด้วย

“ขอบคุณค่ะ” แม้จะเหนื่อยล้าแค่ไหน แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยคำขอบคุณ

ขณะนั้นรอยคีนส์เดินไปเปิดประทุนรถด้านหลัง หยิบกระเป๋าเดินทางลงจากรถทั้งหมด โดยที่มีจอห์นคอยช่วยอีกแรง ปณัฐดาไม่รอช้าเดินไปช่วยคนรักเท่าที่จะทำได้ ส่วนมิสซิสเมเปิ้ลนั้นก็กดรีโมทเปิดประตูตรงโรงจอดรถ ซึ่งก็มีรถคาดิแล็ค (Cadillac) คันหรูจอดด้านใน และก็มีรถปิคอั๊พตอนครึ่งเชฟโรเลทคันใหญ่จอดติด ๆ กัน หญิงสาวลากกระเป๋าเดินตามหลังมารดาคนรักมาหยุดอยู่ตรงโรงจอดรถ

“รถของแม่สวยไหมปณัฐดา” ถามพลางเอามือไปลูบรถเก๋งคันหรูไปด้วย

“สวยค่ะ”

รถเก๋งคันใหม่ยี่ห้อคาดิแล็คจอดไว้ด้านในโรงจอดรถ ปณัฐดาไม่เคยได้ยินชื่อยี่ห้อรถแบบนี้มาก่อน จากที่เห็นสภาพความสวยงามของตัวรถ ก็ดูคล้ายคลึงกับรถเบนซ์ที่เมืองไทย ตัวรถด้านในตกแต่งด้วยไม้สักลายเหลื่อมดูมีระดับ พวงมาลัยไม้สักเล็ก ๆ โดดเด่นไม่น้อย รถคันนี้เป็นเกียร์ออโต้ เบาะหนังสีครีมสะอาดสะอ้าน หญิงสาวหันไปมองแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับรถคันนี้มากนัก ตอนนี้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเกินที่ใส่ใจเรื่องรถคันหรูของมารดาคนรัก


 



“แม่เพิ่งซื้อมันพร้อม ๆ กับรถของคีนส์นี่แหละ ซื้อตอนที่คีนส์เรียนจบปริญญาโทใหม่ ๆ ” มิสซิสเมเปิ้ลพูดพลางไขกุญแจประตูบ้านไปด้วย โดยที่รอยคีนส์และจอห์นยืนลากกระเป๋าอยู่ด้านหลัง

“ค่ะ” ปณัฐดายังคงพยักหน้ารับฟังสิ่งที่ได้ยิน ทั้งที่ลึก ๆ เธอไม่ได้สนใจเรื่องรถของมารดาคนรักเลยสักนิด

พอผลักประตูเข้าไปด้านใน มิสซิสเมเปิ้ลก็เดินนำเข้าไปด้านใน จู่ ๆ เธอก็หยุดตรงทางเลี้ยวมุมด้านหน้า

“ปณัฐดานี่ห้องซักรีดนะ และนี่ก็ตู้เย็นใหญ่สี่ตู้ คอยเก็บอาหารแช่แข็งของแม่ทั้งหมด”

หญิงสาวหันไปมองห้องสี่เหลี่ยมขนาดกว้างสี่เมตรยาวสี่เมตรได้ ซึ่งมีตู้เย็นใหญ่สี่ตู้ตั้งเรียงเป็นแถวยาว นอกจากนั้นก็มีเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าอยู่อีกมุมหนึ่งในห้องเดียวกัน

“กว้างจังเลยค่ะ” และก็เอ่ยชมเบา ๆ

มิสซิสเมเปิ้ลพยักหน้า ระบายยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่งก่อนที่จะเดินนำมาที่ห้องด้านใน ซึ่งเป็นห้องครัวอยู่ตรงใจกลางตัวบ้าน มีอุปกรณ์เครื่องครัวทุกอย่างเพียบพร้อม พื้นห้องครัวปูด้วยหินอ่อนละเอียดสวยงาม มีโต๊ะไม้อย่างดีอยู่ตรงกลางเหมือนให้เจ้าของบ้านให้นั่งพักเวลาที่ทำอาหาร ส่วนห้องโถงขนาดใหญ่ที่อยู่ติด ๆ กันก็เป็นห้องรับประทานอาหารที่แยกสัดส่วนออกมา

“ห้องครัวของแม่เองแหละ สวยไหมล่ะ”

ปณัฐดาและคนรักซึ่งลากกระเป๋าเดินตามมาติด ๆ ได้แต่พยักหน้ายิ้ม ๆ

“สวยค่ะ” แม้จะเหนื่อยแค่ไหน แต่ก็ต้องจำใจเอ่ยปากชมให้เจ้าของบ้านได้ชื่นใจไว้ก่อน

พอทุกคนเดินมาหยุดที่ห้องครัวและวางกระเป๋าเดินทางลงบนพื้น จอห์นและรอยคีนส์ก็เดินไปหยิบแก้วน้ำที่อยู่ในตู้ชั้นวางซึ่งจัดไว้เป็นระเบียบมาเปิดน้ำจากตู้เย็นมาดื่มให้หายเหนื่อย ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะยื่นแก้วน้ำมาให้ปณัฐดาได้ดื่มด้วย พอวางแก้วไม่ทันจะเสร็จ มิสซิสเมเปิ้ลก็เดินมาดึงแขนปณัฐดาให้เดินไปอีกห้องหนึ่ง พร้อมทั้งเปิดไฟด้านใน

“อันนี้ห้องแต่งตัวของแม่เอง และถัดไปเป็นห้องถ่ายทุกข์และห้องอาบน้ำจ้ะ”

ปณัฐดามองดูรอบ ๆ บริเวณภายในห้อง ซึ่งปูด้วยพรมสีแดงหนานุ่มทั่วห้อง มีอ่างล้างหน้าที่เป็นหินอ่อนสองอันอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ มีพื้นที่ให้วางเครื่องสำอางและเครื่องใช้ส่วนตัวด้านซ้ายมือสุด บริเวณภายในห้องกว้างขวางพอสมควร มีการตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์รูปดอกไม้หวาน ๆ รอบผนังด้านบนสวยงามไปอีกแบบ ด้านขวาสุดมีห้องอาบน้ำที่แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างเป็นระเบียบ

“สวยมากเลยค่ะ” ปณัฐดาเอ่ยปากชมเหมือนเคย

“มาดูนี่สิปณัฐดา ด้านหลังนี้เป็นที่เก็บเสื้อผ้าทั้งหมด” มารดาคนรักยังคงจูงมือหญิงสาวให้ชมบ้านอีกต่อไป ซึ่งเธอไม่กล้าปฏิเสธและก็ยอมทำตามแต่โดยดี


 




จากนั้นมิสซิสเมเปิ้ลเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่สร้างติดกับตัวบ้านเป็นห้อง ๆ เข้าไปด้านใน และก็ถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วน พร้อมทั้งมีประตูปิดเปิดได้อย่างสะดวกสบาย

“นี่เป็นเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวของแม่”

เสื้อหนังและเสื้อขนสัตว์ที่มียี่ห้องถูกแขวนเรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อย มีทั้งเสื้อที่เป็นผ้าไหมพรมปะปนอยู่ด้วย จากนั้นมิสซิสเมเปิ้ลก็จูงมือหญิงสาวเข้าไปด้านในอีกฝั่งขวามือสุด

“ส่วนนี้เป็นเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิจ้ะ และถัดไปนั้นเป็นเสื้อผ้าสำหรับใส่ในบ้าน และถัดไปอีกด้านมุมสุดนั่นเป็นเสื้อผ้าที่ใช้ออกงานทั่วไป สวยไหมล่ะ”

ปณัฐดาได้แต่พยักหน้าและชื่นชม “สวยมากค่ะ”

บริเวณถัดมาด้านขาวมือสุดข้างในห้อง เป็นห้องนอนที่กว้างใหญ่ ขนาดความกว้างประมาณสิบเมตรคูณสิบเมตรได้ พื้นปูด้วยพรมสีเดียวกับห้องแต่งตัว ซึ่งก็ดูสวยงามไปอีกแบบ มีการตกแต่งภายในอย่างเป็นระเบียบ เตียงหนานุ่มสูงใหญ่ดูอลังการและโดดเด่นเป็นอย่างมาก ที่นอนสีครีมอ่อน ๆถูกพับไว้อย่างปราณีต ข้าง ๆ เตียงสองด้านมีโต๊ะไม้สักที่เป็นจุดวางโคมไฟทั้งสองข้าง ด้านหน้าสุดของเตียงเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้สักเนื้อเนียนสีน้ำตาลเข้ม มีกระจกบานใหญ่สูงเหมือนกับโต๊ะเครื่องแป้งตั้งอยู่ด้านบน แต่ละช่องจะเป็นจุดให้เจ้าของห้องไว้เก็บเครื่องประดับที่สำคัญ ส่วนมุมด้านซ้ายสุดของห้องก็เป็นเตาผิงไฟขนาดมาตรฐาน

“ห้องนอนของแม่เอง สวยไหมล่ะ นี่ปณัฐดา เธอดูนี่สิ เธอรู้ไหมว่ามันราคาเท่าไหร่ แม่ไม่อยากพูดเลย ราคาประมาณ..............” และก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อได้ยินเสียงใครคนหนึ่งร้องเรียก

“คุณแม่ครับ ผมว่าณัฐและคุณแม่เหนื่อยมากแล้ว ไปนั่งทานไก่ทอดกันก่อนดีไหมครับ เรื่องชมบ้านไว้พรุ่งนี้ก็ได้ครับ”

สีหน้าของรอยคีนส์ดูห่วงใยหญิงสาวทั้งสองคนเป็นอย่างมาก รู้ว่าอีกคนหนึ่งต้องการแนะนำให้ลูกสะใภ้รู้จักบ้านตัวเองมากขึ้น และก็รู้ดีว่าคนอีกคนหนึ่งเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาพอสมควร คงไม่มีจิตใจมาเดินเที่ยวชมบ้านในตอนนี้

มิสซิสเมเปิ้ลหยุดชะงักหันมามองหน้าปณัฐดา

“ก็ดีเหมือนกัน แม่ชักหิวแล้ว” และเธอก็เดินออกมาที่ห้องครัว

ปณัฐดาและคนรักเดินตามหลังมาติด ๆ และมาหยุดที่เก้าอี้ไม้สักกลมกว้างด้านในห้องครัว ซึ่งเป็นโต๊ะที่ใช้นั่งรับประทานอาหารในช่วงที่ไม่มีพิธีรีตองอะไร

รอยคีนส์เลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวได้นั่ง ส่วนจอห์นก็ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้ภรรยาได้นั่งข้าง ๆ ตน จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปหยิบจานในชั้นวางในห้องครัว และก็เดินเอาจานมาวางตรงหน้าของแต่ละคน ทางด้านจอห์นนั้นก็ช่วยหยิบแก้วมารินน้ำเย็นจากตู้เย็นให้ทุก ๆ คน

เมื่อทุกคนนั่งพร้อมหน้ากัน มิซซิสเมเปิ้ลก็หันมามองหน้าแต่ละคน

“เดี๋ยวเราสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้ากันก่อนนะ ใครจะเป็นคนสวดล่ะ”

“คุณแม่เป็นคนนำเถอะครับ” รอยคีนส์บอก

จากนั้นแต่ละคนก็เอามือแต่ละข้างประสานมือกับคนข้างเคียง ปณัฐดารู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะตั้งแต่รู้จักกับคนรักไม่เคยเห็นเขาชวนสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้าอย่างนี้มาก่อน หญิงสาวไม่ได้รังเกียจที่จะทำอย่างนั้น เพียงแต่รู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยเท่านั้น

“ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ฉันและครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ขอบคุณที่ทำให้พวกเราสามารถพาปณัฐดามาอยู่ที่อเมริกาได้ ขอบคุณที่ช่วยให้การเดินทางของครอบครัวเราปลอดภัยทุกอย่าง ขอบคุณสำหรับสิ่งดี ๆ และความสุขต่าง ๆ ที่ท่านมอบให้เรา พวกเราทุกคนรู้สึกซาบซึ้งใจสิ่งที่ท่านมอบให้เป็นอย่างมาก ขอบคุณมากพระเจ้า” เมื่อมารดาคนรักพูดนำสวดจบ จอห์นและรอยคีนส์ก็พูดพร้อมกัน

“เอเมน”

ปณัฐดาไม่ได้พูดอะไรออกไป และก็ได้แต่อมยิ้มนิด ๆ กับความไม่คุ้นเคย


 



รอยคีนส์ยื่นจานไก่ทอดให้หญิงสาว ปณัฐดาเลือกหยิบน่องไก่ชิ้นเล็ก ๆ วางไว้ตรงจาน และก็มันฝรั่งบด พอสักพักคนรักก็ยื่นถั่วแดงและข้าวสุกรวมกันให้กับเธออีกครั้ง

“ลองทานข้าวกับถั่วแดงไหมครับ อร่อยดีนะ”

ปณัฐดาไม่คุ้นเคยกับถั่วแดงที่หุงผสมกับข้าวสวย เธอเคยรับประทานถั่วแดงที่เมืองไทยที่ใช้ทำขนมหวานเท่านั้น รู้สึกแปลกที่เห็นคนที่นี่รับประทานถั่วแดงเป็นอาหารคาว และด้วยความอยากรู้จึงตักข้าวผสมถั่วแดงใส่จานนิดหนึ่ง

“ขอบคุณค่ะ”

รสชาติอาหารในคืนนั้น ไม่ถึงกับอร่อยที่สุดถ้าเทียบกับอาหารที่เมืองไทย แต่อาหารในคืนนั้นก็พอประทังชีวิตได้บ้าง ในช่วงที่รับประทานอาหารกันนั้น ปณัฐดาก็นึกถึงแต่น้ำพริกนรกที่แอบใส่ติดมากับกระเป๋าเดินทางตลอด เธอแอบคิดในใจว่าพรุ่งนี้จะขอทานข้าวกับน้ำพริกนรกให้ได้ อาหารที่นี่ถึงจะอร่อยเลิศหรูแค่ไหน แต่หญิงสาวก็ยังปรับตัวไม่ได้ ชีวิตยังคุ้นเคยแต่กับอาหารไทยเท่านั้น

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ปณัฐดาก็ช่วยคนรักเก็บกวาดจานช้อนให้เรียบร้อย รอยคีนส์สอนเธอเอาจานลงในเครื่องล้างจาน และก็ที่วางแก้วต่าง ๆ ลงในเครื่องชั้นบน จากนั้นก็กลับมานั่งที่เดิม

“คีนส์กับณัฐไปพักผ่อนกันเถอะลูก พรุ่งนี้ค่อยจัดกระเป๋าเดินทางกัน เดี๋ยวแม่ก็จะอาบน้ำพักผ่อนแล้ว รู้สึกเหนื่อยเอาการ” คุณแม่คนรักหันมาบอก ยิ้มจาง ๆ ให้ทุกคน

“ก็ดีครับ ผมกับณัฐก็เหนื่อยเหมือนกัน”

จากนั้นทุกคนก็ร่ำลาราตรีสวัสดิ์กัน รอยคีนส์และแม่จุ๊บปากกันเพื่อเป็นการร่ำลา ส่วนปณัฐดาก็ยืนมองด้วยความแปลกใจ เธอเคยเห็นคนรักและแม่ร่ำลากันก่อนนอนโดยการจุ๊บปากเป็นประจำ จนบางทีกลายเป็นความชินชาไปแล้ว พอสักพักคุณแม่คนรักก็เดินมากอดเธอและหอมแก้มด้วย โดยที่มีจอห์นคว้าเธอไปกอดร่ำลาเช่นเดียวกัน หญิงสาวพยายามรับรู้ว่านี่คือธรรมเนียมของคนอเมริกัน แต่เธอก็รู้สึกตะหงิดใจที่เห็นคนรักจุ๊บปากกับแม่ เพราะตั้งแต่เกิดมาในชีวิตเธอเองก็ไม่เคยจูบปากกับใครเป็นการร่ำลาราตรีสวัสดิ์อย่างนี้มาก่อน คนที่เธอจูบปากด้วยก็มีแต่คนที่เป็นคู่รักเธอเท่านั้น


 





รอยคีนส์จูงมือหญิงสาวเดินผ่านห้องกว้างใหญ่ ซึ่งมีโคมไฟระย้าประดับประดาสวยงาม มุมด้านหน้าเป็นโซฟาสีน้ำเงินเข้มชุดใหญ่วางไว้ติดกับหน้าต่างและเตาผิงไฟ นอกจากนั้นก็มีเฟอร์นิเจอร์และตู้ประดับของสะสมถูกตกแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สภาพภายในห้องดูโออ่าเหมือนบ้านผู้ดีที่เธอเห็นในหนังฮอลิวู้ด แจกันจีนเซรามิคใบใหญ่ถูกวางไว้ที่มุมประตูทางด้านหน้า มีใบไม้และดอกไม้พลาสติกประดับประดา ภาพศิลปะที่มีราคาถูกแขวนไว้ในมุมข้าง ๆ เตาผิงด้านหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องรับแขกดูดีไม่น้อย ทำให้ปณัฐดานึกถึงคำพูดที่คนรักเคยบอกย้ำเธอบ่อย ๆ

“ผมไม่ใช่คนรวยนะ แต่ผมสามารถเลี้ยงดูคุณได้”

ภาพที่เห็นตรงหน้า ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนคนรักพูดไม่ตรงกับความจริงที่เห็นในวันนี้ เพราะภาพที่เห็นในวันนี้ทำให้เธอรู้สึกว่าคนรักไม่ได้ยากจนเหมือนที่เธอคิด ก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานและมาอยู่ที่นี่ ปณัฐดาเคยคิดมาตลอดว่าบ้านคนรักจะต้องเป็นบ้านไม้สองชั้นธรรมดา ๆ เหมือนบ้านนอกของเธอ ไม่ได้หรูหราและโดดเด่นอย่างนี้ แต่ภาพที่เห็นนั้นต่างจากจินตนาการที่เธอคิดไว้เป็นอย่างมาก คนรักของเธอไม่ได้ยากจนเหมือนตัวเธอเลย เขามีอะไรหลายอย่างที่ดีกว่าเธอหลายเท่า ต่างกันลิบลิ่ว

ปณัฐดาเดินผ่านห้องนอนสามห้อง พอเดินเข้ามาที่ห้องนอนสุดท้าย หญิงสาวก็หยุดมองด้วยความตะลึง ซึ่งห้องนอนสุดท้ายเป็นห้องนอนของรอยคีนส์นั่นเอง เตียงนอนไม้อย่างดีรุ่นคิงส์ขนาดหกฟุตถูกจัดไว้เป็นระเบียบ ผ้าปูที่นอนและผ้านวมที่ห่มคลุมเตียงนอนสีน้ำเงินลายดอกไม้เล็ก ๆ ดูดีเป็นอย่างมาก มีโคมไฟเล็ก ๆ ทั้งสองด้านตั้งเอาไว้ เฟอร์นิเจอร์ในห้องส่วนใหญ่เป็นไม้สักที่ดูมีราคา ห้องนอนนี้กว้างยาวขนาดสิบเมตรได้ มีโซฟาสองอันตรงมุมติดหน้าต่าง และมีโต๊ะเล็ก ๆ อยู่ระหว่างโซฟา นอกจากนั้นก็มีเครื่องเสียงชุดใหญ่พร้อมทีวีคอยให้ความสะดวกสบายแก่ผู้พักอาศัย



 




ส่วนอีกมุมด้านซ้ายมือสุด ก็มีตู้ไม้คาบิเนสที่บิ้วอินกับตัวห้อง เป็นชั้นวางหนังสือต่าง ๆ โดยที่มีอ่างล้างมืออยู่อีกมุมตรงหน้าต่าง ทางด้านมุมสุดมีตู้เย็นเล็ก ๆ ขนาดกลางวางเอาไว้ ซึ่งมีเครื่องดื่มหลายชนิดอยู่ด้านใน มีแก้วไวน์และแก้วดื่มน้ำวางไว้เป็นระเบียบตรงคาบิเนสด้านมุมสุด หากเดินเข้าไปด้านในก็เป็นอ่างล้างหน้าที่เป็นหินอ่อนกว้างใหญ่ มีกระจกใหญ่ติดตั้งไว้เด่นชัด ในส่วนตรงข้ามเป็นตู้เสื้อผ้าที่บิ้วอินที่ใหญ่พอสมควร และก็มีโถส้วมและอ่างอาบน้ำที่แบ่งแยกเป็นสัดส่วน พร้อมทั้งชั้นวางผ้าขนหนูที่สร้างขึ้นติดกับตัวบ้าน


 




ปณัฐดาปรายตามองไปรอบ ๆ ห้อง เห็นเครื่องประดับเฟอร์นิเจอร์หลายอย่างตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดและรูปปั้นประดับที่เป็นชนเผ่าอินเดียนแดง ก็ล้วนแต่สวยงามไปหมด หญิงสาวเดินมาหยุดที่รูปเด็กชายตัวเล็ก ๆ ยิ้มน่ารักจนเห็นฟันสองซี่ได้ถนัด เธอเอามือเอื้อมหยิบกรอบรูปใบนี้ขึ้นมาดูชัด ๆ


 



“รูปผมเองครับ ตอนสมัยที่ผมยังเด็ก ๆ” รอยคีนส์บอก

หญิงสาวแหงนหน้ามองคนรักแวบหนึ่งและก็อมยิ้ม “ตอนเด็ก ๆ คุณน่ารักมากเลยนะคะ”

“ตอนเด็ก ๆ ผมผอมมากครับ มาอ้วนก็ตอนที่คุณย่าซื้อยาบำรุงฟลิ้นสโตนให้ทานนะแหละ คุณย่าผมมักจะบอกว่า คุณแม่นะเลี้ยงผมไม่ดี ปล่อยให้ผอมเหมือนลูกคนจีน หลังจากนั้นคุณย่าก็มักจะส่งยาฟลิ้นสโตนมาให้ผมทุก ๆ เดือนครับ”

 








ปณัฐดาอมยิ้มกับเรื่องราวที่ได้ยิน เธอหยุดนิ่งมองภาพรูปปั้นอินเดียนแดนที่ประดับไว้ภายในห้อง

“คุณพ่อและคุณแม่ผมมีเชื้อสายอเมริกันอินเดียนตั้งแต่รุ่นทวดแล้วครับ บ้านผมถึงประดับรูปปั้นอินเดียนแดงเยอะครับ โดยเฉพาะคุณแม่ของผมนั้น เธอชอบสะสมตุ๊กตาอินเดียนแดงครับ”

 







“คงจะน่ารักน่าดูนะคะ” ปณัฐดายิ้ม

“ครับ ตุ๊กตาแต่ละตัวสวยมาก ๆ ไว้พรุ่งนี้ผมจะให้คุณดู”

ชายหนุ่มเดินเข้าไปตรงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และก็แกะกระดุมเสื้อออก หญิงสาวเดินตามหลังเขามาหยุดอยู่ตรงหน้า เธอมองภาพตัวเองและคนรักผ่านกระจกบานใหญ่ด้านหน้า พินิจพิจารณภาพของตัวเองและคนรักไปด้วย

“บ้านคุณไม่ได้จนเหมือนที่ณัฐคิดเลย คุณเป็นคนรวย มีฐานะมาก คุณไม่รังเกียจณัฐเหรอคะ ณัฐเป็นคนยากจน”

เมื่อมาเห็นภาพความจริงทั้งหมด ความรู้สึกต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยเหมือนเดิมอีกแล้ว ยิ่งเห็นคนรักฐานะสูงส่งกว่าตัวเอง หญิงสาวก็รู้สึกต่ำต้อยอย่างบอกไม่ถูก ปณัฐดากลัวที่จะรักกับคนที่มีฐานะดีกว่า เพราะใจไม่ชอบให้ใครมาดูถูกในความยากจนของตัวเอง เธอรู้สึกผิดหวังที่คนรักไม่ได้มีฐานะยากจนเหมือนที่เธอคิดเอาไว้ รู้สึกว่าความต่างระหว่างเธอกับเขามันเด่นชัดกว่าที่คิดไว้

รอยคีนส์เดินมาจับไหล่หญิงสาวเบา ๆ สบตาเธอเหมือนต้องการถ่ายทอดความรู้สึกทุกอย่างที่มีอยู่ในใจให้เธอได้รับรู้

“ที่รัก ผมเคยบอกคุณแล้วยังไงว่า...ผมรักคุณ ผมรักทุกอย่างที่เป็นคุณ ไม่ว่าคุณจะจนหรือรวย คุณก็คือผู้หญิงคนเดียวที่ผมรัก”

“แล้วคุณแม่คุณไม่รังเกียจณัฐเหรอคะ”

นี่แหละคือสิ่งที่เธอกลัวที่สุด กลัวว่าสักวันหนึ่งแม่คนรักจะหยิบยกเรื่องความยากจนของเธอมาพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจ กลัวจะถูกแม่คนรักกล่าวหาว่าแต่งงานเพื่อหวังรวย

ชายหนุ่มโอบกอดหญิงสาวไว้แน่น

“ผมไม่สนใจว่าคุณแม่ของผมจะรู้สึกอย่างไร ผมรักคุณและภูมิใจที่มีคุณอยู่กับผม ผมไม่แคร์ว่าคุณแม่ผมจะพูดอะไร คุณอย่าคิดมากเลยนะครับ คุณอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของผม ไม่ใช่ผู้หญิงที่ค้างคืนเป็นครั้งคราว และบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านผมครึ่งหนึ่ง ผมมีสิทธิ์มีส่วนในบ้านหลังนี้เช่นเดียวกับคุณแม่ บ้านหลังนี้พ่อของผมเป็นคนซื้อและท่านก็ทำพินัยเอาไว้ว่า ผมมีสิทธิ์ในทรัพย์สินทุกอย่างของท่านครึ่งหนึ่งเท่า ๆ กับคุณแม่ คุณไม่ต้องกลัวนะที่รัก ไม่มีใครทำอะไรคุณได้อยู่แล้ว”


“ณัฐไม่อยากรู้สึกเหมือนตัวเองมาเกาะคุณกิน”

ชายหนุ่มสบตาหญิงสาวอีกครั้ง “อย่าคิดแบบนั้นเด็ดขาด ผมบอกแล้วยังไงผมจะเลี้ยงดูคุณให้ดีที่สุด จะปกป้องคุณทุกอย่าง คุณไม่ได้มาเกาะผมกิน เรารักกันและเราก็สร้างครอบครัวด้วยกัน อย่าคิดแบบนั้นอีกนะครับ”

ปณัฐดาพยักหน้า อดไม่ได้ที่จะมองใบหน้าคนรักไปด้วย “ก็ได้ค่ะ ณัฐจะไม่คิดอย่างนั้นอีก จะพยายามช่วยงานคุณทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ จะช่วยคุณสร้างฐานะและความมั่งคงให้กับครอบครัว”

“อีกสองวันผมจะไปสมัครเรียนภาษาฝรั่งเศสที่มหาวิทยาลัยในเมืองถัดไป ซึ่งขับรถประมาณสองชั่วโมง มหาวิทยาลัยแห่งนี้เปิดสอนภาษาฝรั่งเศสด้วย”

“ทำไมต้องเรียนภาษาฝรั่งเศสด้วยล่ะคะ”

“พอดีผมอยากเรียนภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม อีกอย่างผมก็ต้องติวสอบจีอาร์อีไว้เข้าเรียนระดับปริญญาเอกในช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้ด้วย คุณอยากไปเรียนไหมล่ะ”

“อย่าเพิ่งให้ณัฐเรียนภาษาฝรั่งเศสเลยนะคะ แค่ภาษาอังกฤษก็ยังเอาตัวไม่รอดเลย”

“งั้นคุณรอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนปริญญาเอกดีไหม จะได้เรียนที่เดียวกัน ถึงวันนั้นเราสองคนก็คงไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะมหาวิทยาลัยที่ผมจะสอบเข้าปริญญาเอกนั้น อยู่ห่างจากที่นี่สองชั่วโมง เราคงต้องหาบ้านหรือไม่ก็อพาร์ทเมนต์อยู่กัน”

หญิงสาวยิ้มให้คนรัก “ยังไงก็ได้ค่ะ ณัฐอยู่ได้อยู่แล้ว ขอแค่มีคุณอยู่เคียงข้าง”

“ปณัฐดา” ชายหนุ่มเรียกชื่อเธออีกครั้ง เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ต้องการจะบอก

“ค่ะ” และก็หันมาสบตาเขาช้า ๆ

“ฟังผมให้ดีนะ คุณแม่ของผมไม่ค่อยเหมือนคนอื่นเขา ผมอยากให้คุณอดทนสักนิด อีกแค่สี่เดือนเราก็ย้ายออกไปจากที่นี่แล้ว ถ้าท่านพูดอะไรให้คุณไม่สบายใจ ก็อย่าเก็บมาคิดนะ ผมเป็นห่วงคุณมากรู้ไหม”

สิ่งที่ได้ยินจากคนรักทำให้เธออึ้งอยู่สักพัก มีอะไรอีกไหมที่เธอไม่เคยรู้เกี่ยวกับมารดาของคนรัก แล้วภาพที่เธอเห็นในเมืองไทยมันไม่ใช่นิสัยที่แท้จริงของมารดาคนรักหรอกหรือ หรือว่าภาพที่เมืองไทยเป็นเพียงภาพมายาที่ถูกสร้างปิดกั้นความจริงเอาไว้

“มีอะไรหรือเปล่าคะที่ณัฐไม่เคยรู้มาก่อน”

“ผมบอกคุณไม่ถูกหรอก คุณรู้ใช่ไหมว่าพี่น้องต่างบิดาของผมอีกเจ็ดคนไม่เคยติดต่อมาหาคุณแม่เลย เพราะอะไร ผมไม่เคยมีโอกาสเล่าให้คุณได้ฟังทั้งหมด คุณคงไม่เคยรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ชีวิตผมไม่มีใคร ผมมีคุณแม่ก็จริง แต่ผมก็ไว้ใจท่านไม่ได้ทั้งหมด ผมเชื่อใจและไว้ใจคุณที่สุด หวังว่าคุณคงจะอดทนและอยู่เคียงข้างกับผมตลอดไป”

รอยคีนส์เล่าด้วยสีหน้าเศร้า ๆ เหมือนต้องการให้เธอรู้ว่า วันข้างหน้าอาจจะมีอะไรหลายอย่างที่เธอต้องเจออีกเยอะ ให้เธอได้เตรียมอกเตรียมใจรับกับบทชีวิตสะใภ้ในบ้านหลังนี้ให้ดีที่สุด

“ค่ะ แต่ท่านก็ดูใจดีนี่ค่ะ ณัฐไม่เห็นท่านเลวร้ายตรงไหนเลย”

แม้จะเคยได้ยินมารดาคนรักพูดให้ช้ำใจอยู่บ้าง แต่เธอก็คิดว่าเป็นเพียงถ้อยคำธรรมดาทั่วไปเท่านั้น คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้

“สัญญาก่อนสิว่า คุณจะอยู่เคียงข้างผม จะไม่ทิ้งผมไปไหน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“ณัฐสัญญาค่ะ สัญญาจะอยู่กับคุณตลอดไป จะทุกข์หรือสุขก็จะอยู่กับคุณคนเดียว”

 



ค่ำคืนนี้เป็นคืนแรกของปณัฐดาที่ได้ใช้ชีวิตในอเมริกา เตียงนอนหนานุ่มและผ้านวมผืนใหญ่ให้ความอบอุ่นไม่น้อย อ้อมแขนของคนรักเหมือนเกราะกำบังให้เธอรู้สึกถึงความปลอดภัยต่างๆ ณ ดินแดนแห่งนี้

หญิงสาวนอนไม่หลับเพราะไม่คุ้นเคยกับสภาพชีวิตที่นี่ เธอยังรู้สึกว่าตอนนี้เป็นช่วงกลางวันอยู่ ร่างกายยังปรับตัวไม่ได้ เธอนอนลืมตาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย คิดถึงคำพูดของคนรักที่เหมือนเป็นสัญญาณสำคัญบางอย่างที่บอกให้เธอได้รู้เอาไว้ คิดถึงญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่เมืองไทยจับใจ พิเศษสุดก็คงหนีไม่พ้นอาหารไทยที่เธอชอบนักชอบหนา ยังมีอะไรอีกเยอะไหมกับการเป็นสะใภ้ที่เธอยังไม่ได้เรียนรู้ หญิงสาวได้แต่บอกตัวเองให้เข้มแข็งและไม่ควรหวาดกลัวกับความจริงที่เกิดขึ้นในวันข้างหน้า




 










Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones