ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง




 





สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7



 






เมืองฮิวสตัน (Houston) เป็นเมืองใหญ่ติดอันดับที่สี่ของอเมริกา และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมลรัฐเท็กซัส (Texas) มีจำนวนประชากรประมาณสองล้านกว่าคน ซึ่งก็นับว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควร ตามประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกเอาไว้ เมืองฮิวสตันมีการค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1836 โดยนายพล แซม ฮิวสตัน (Sam Houston) ซึ่งเป็นนายพลคนสำคัญประจำของกองทัพเท็กซัส ต่อมาได้มีการก่อตั้งเมืองฮิวสตันขึ้น ก่อนหน้านั้นเท็กซัสได้ประกาศอิสระภาพจากประเทศเม็กซิโกไว้แล้ว โดยที่ยังมิได้มีการขึ้นเป็นรัฐใดรัฐหนึ่งกับประเทศอเมริกา และก็ยังคงประกาศตัวเป็นประเทศอิสระอยู่อย่างนั้น



 



เมื่อปี ค.ศ. 1846 ประเทศอิสระอย่างเท็กซัสได้ประกาศตัวเข้าร่วมเป็นรัฐที่ 28 ของประเทศอเมริกา โดยที่มีการระบุรายละเอียดย่อย ๆ ไว้ในรัฐธรรมนูญ (Constitution) การเข้าร่วมในครั้งนั้นไว้ว่า “เมื่อใดที่เท็กซัสต้องการแยกตัวเป็นอิสระภาพอีกครั้ง ก็สามารถกระทำได้เสมอ โดยที่ประเทศอเมริกายินยอมให้เท็กซัสเป็นอิสระได้ตามที่ต้องการ” ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกเก็บไว้ที่เมืองออสติน (Austin) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐเท็กซัสนั่นเอง

ต่อมาในปี ค.ศ. 1901 ได้มีการสำรวจน้ำมันและแหล่งพลังงานต่าง ๆ ที่เมืองนี้ และก็ได้มีการจัดตั้งให้เมืองฮิวสตันเป็นศูนย์รวมแหล่งพลังงานสำคัญของอเมริกาอีกที่หนึ่ง โดยที่มีโรงกลั่นน้ำมันบางบริษัทจัดตั้งอยู่ด้านนอกเมือง ที่สำคัญที่สุดรัฐเท็กซัสจัดว่าเป็นอีกมลรัฐหนึ่งในอเมริกาที่มีน้ำมันและก๊าซใต้ดินอยู่หลายพื้นที่ นอกจากนั้นก็มีศูนย์อวกาศนาซ่าตั้งอยู่ในเมืองนี้ด้วย หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งก็คือจอห์นสัน สเปค เซ็นเตอร์ (Johnson Space Center = JSC)

ประชากรส่วนใหญ่ในเมืองฮิวสตันมีหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกัน นอกจากนั้นเมืองฮิวสตันยังเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญของรัฐทางใต้เสียด้วย ซึ่งก็มีเงินทุนหมุนเวียนเข้าออกเป็นจำนวนมาก มิเพียงแค่นั้นก็มีท่าเรือขนาดใหญ่ ซึ่งรองรับเรือการค้าต่าง ๆ จากทั่วโลก ที่สำคัญเป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อหลายแห่ง

เมืองฮิวตันเป็นเมืองที่มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านการแพทย์และด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทำให้เมืองนี้เป็นแหล่งรวมอีกเมืองหนึ่งของผู้คนในรัฐเท็กซัสและรัฐใกล้เคียง ผู้คนบางส่วนที่อาศัยอยู่ในรัฐใกล้เคียง เช่น รัฐหลุยส์เซียน่า มักจะเข้ามาซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ในเมืองนี้ นอกจากนั้นก็ยังเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์และเข้ามาศึกษาหาความรู้ที่เมืองนี้เช่นเดียวกัน



 




ปณัฐดายังคงจับมือคนรักไว้แน่น ทันทีที่ก้าวออกมาจากเครื่องบิน สายตาของหญิงสาวก็ตลึงกับความกว้างใหญ่ของสนามบิน จอช บุช อินเตอร์เนชั่นนอลแอร์พอร์ต (George W. Bush International Airport) เป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ว่าจะมองไปทางไหนบริเวณภายในสนามบินก็กว้างยาวจนลิบตา พนักงานสนามบินบางคนเป็นคนผิวดำที่ตัวสูงใหญ่พอสมควร

ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตปณัฐดาไม่เคยเห็นคนผิวดำที่สูงใหญ่ขนาดนี้ ถึงแม้ว่าผู้คนเหล่านี้จะผิวดำและตัวใหญ่มาก แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร รอยยิ้มบนใบหน้าของคนตัวใหญ่เหล่านี้บ่งบอกถึงความเป็นมิตรที่เธอได้สัมผัส ส่วนคนผิวขาวผมบลอนนั้น ก็มีหน้าตาที่หล่อเหลาและสวยงามดุจดั่งดาราฮอลิวู้ดที่เธอเคยเห็นในภาพยนต์ที่เมืองไทยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

รอยคีนส์และปณัฐดาเดินไปรับกระเป๋าเดินทางทั้งหมด จากนั้นก็นั่งรถไฟใต้ดินไปยังอาคารหนึ่ง ซึ่งก็เป็นจุดที่มิสซิสเมเปิ้ลและจอห์นรอคอยอยู่ที่นั่น โดยที่ทั้งสองคนนี้ได้เดินทางกลับมายังอเมริกาพร้อมกัน เพียงแต่นั่งเครื่องบินคนละสายการบิน แต่เวลาที่เครื่องบินมาลงที่เมืองฮิวตันนั้น สายการบินของมิสซิสเมเปิ้ลและสายการบินที่ปณัฐดาและรอยคีนส์นั่งมานั้น เครื่องได้ทำการลงในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้นัดพบกันได้ไม่ยาก

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ปณัฐดามีโอกาสได้นั่งรถไฟใต้ดิน เธอไม่ชอบเอาเสียเลย ใจก็รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เนื้อที่บนรถไฟก็ไม่ได้คับแคบอะไรเลย แต่ปณัฐดากลับรู้สึกหายใจลำบากมาก ๆ ยิ่งความเร็วของรถไฟทำให้หัวใจเธอวูบเป็นพัก ๆ พอรถไฟหยุดตรงจุดหมายที่ต้องลง เธอก็ดีใจเป็นที่สุด เหมือนกับได้ยกความอึดอัดใจต่าง ๆ ออกไปจากอก


 




อากาศในมลรัฐเท็กซัสช่วงปลายสิงหาคมกำลังดีพอสมควร ไม่ร้อนจนเกินไป แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูซัมเมอร์ก็ตาม แต่อุณหภูมิจัดว่าดีที่สุด พอเดินออกมาด้านหน้า มารดาคนรักและจอห์นก็ยืนรออยู่แล้ว

“ว่ายังไงณัฐ ชอบประเทศของอเมริกาหรือเปล่า เธอว่าประเทศอเมริกาสวยไหมล่ะ” มิสซิสเมเปิ้ลตั้งคำถามเป็นชุด ๆ

“สวยค่ะ ใหญ่มากและก็สะอาดสะอ้านด้วยค่ะ” หญิงสาวตอบไปตามภาพที่เห็น

“สวยกว่าประเทศไทยใช่ไหมล่ะ” มารดาคนรักถามซ้ำ สีหน้าดูภาคภูมิใจอยู่มากกับการได้เปรียบเทียบ

แต่คนที่ถูกถามนี่สิกลับรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าประเทศไทยของปณัฐดาจะไม่ได้สวยงามในสายตาของคนอื่น แต่ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่สวยที่สุดในสายตาของเธอเสมอ และหญิงสาวก็ไม่ชอบมากนักที่จะให้ใครเอาสิ่งที่ตัวเองรักมาเปรียบเทียบกับสิ่งอื่น ๆ ถึงกระนั้นปณัฐดาก็ยังคงต้องรักษามารยาทเอาไว้

“สวยค่ะ แต่ณัฐก็รักประเทศของณัฐเสมอ” เธอเลือกที่จะตอบอย่างนี้

“แม่ว่าที่นี่ร้อน แต่ประเทศไทยร้อนกว่าประเทศแม่เสียอีก แม่ไม่รู้ว่าคนแถวบ้านนอกของณัฐอยู่กันได้อย่างไร ไม่ยอมติดตั้งแอร์กัน” มิสซิสเมเปิ้ลเสริมด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย การพูดจาดูเปลี่ยนไปจากตอนที่อยู่เมืองไทยเป็นอย่างมาก ทำให้ปณัฐดาอดคิดไม่ได้

“ถึงจะร้อนแต่ก็มีลมเย็น ๆ พัดผ่านมาตลอดนะคะ คนแถวบ้านณัฐไม่มีเงินติดแอร์หรอกค่ะ คนยากคนจนก็ใช้ความเย็นจากธรรมชาติเท่านั้นแหละ” ปณัฐดาอดไม่ได้ที่จะแย้งเหตุผลให้มารดาคนรักได้เข้าใจสภาพชีวิตในสังคมที่เธอเติบโตมา

“ถึงกระนั้น แม่ก็คงอยู่ประเทศไทยนาน ๆ ไม่ได้หรอก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะคีนส์ แม่และจอห์นคงไม่บินไปที่เมืองไทยหรอก”

คำพูดทิ้งท้ายของมารดาคนรัก ทำให้ปณัฐดาจุกที่ใจทันที รู้สึกอึ้งและงงไปหมด ไม่เคยคิดว่ามารดาคนรักจะพูดอย่างนี้ เพราะตอนที่อยู่เมืองไทยคุณแม่คนรักมีการพูดจาที่แตกต่างจากนี้ ปณัฐดาได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างช้า ๆ รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองมาตลอด


 




มิสซิสเมเปิ้ลที่ปณัฐดาเคยรู้จักตอนอยู่เมืองไทยช่างเป็นคนที่ใจดีและอ่อนโยน กิริยาท่าทางการพูดจาดูให้เกียรติผู้คนเป็นอย่างมาก แต่ทำไมวันนี้การพูดจาของมารดาคนรักเปลี่ยนไป หรือเพราะการเดินทางที่เหนื่อยล้า ทำให้อารมณ์หงุดหงิดและพูดจาไปอีกแบบ หรือว่านี่คือนิสัยที่แท้จริงของมารดาคนรักที่หญิงสาวไม่เคยรู้มาก่อน แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ปณัฐดาก็ยังคงเป็นสะใภ้ของครอบครัวนี้อยู่ดี และเธอก็ต้องเรียนรู้ชีวิตการเป็นสะใภ้ไปอีกเยอะ

“ไปขึ้นรถกันเถอะ ว่าแต่คุณแม่จอดรถไว้ที่ไหนครับ” รอยคีนส์หันมาบอกทุก ๆ คน และก็หันไปถามมารดาซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก

“แม่จอดรถไว้ที่โรงแรมฮอลิเดย์อินจ้า อยู่ไม่ไกลจากนี้เท่าไหร่”

สนามบินแห่งนี้มีรถคอยบริการรับส่งลูกค้าไปในจุดที่ใกล้เคียง เช่น โรงแรมต่าง ๆ ที่อยู่ไม่ไกลมากนัก พอไม่นานรถคันที่รอคอยก็มาถึง ซึ่งเป็นรถตู้ระดับสูงที่กว้างขวางพอสมควร สภาพภายในรถนั้นมีที่นั่งประมาณสิบกว่าที่ และก็มีจุดให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถวางกระเป๋าเดินทางของตัวเองไว้ด้านหน้า พอวางกระเป๋าเสร็จแล้วทุกคนก็ขึ้นมานั่ง โดยที่มีคนขับรถคอยช่วยเหลือหลาย ๆ อย่าง

ปณัฐดายังนั่งอยู่ข้าง ๆ คนรัก เธอมองดูทิวทัศน์รอบนอกผ่านกระจกรถ ถนนที่ขับมาจากสนามบินยังโรงแรมนั้น สะอาดสะอ้านและดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ต้นหญ้าสีเขียวชะอุ่ม มีการตัดแต่งให้ดูดีเหมือนกับสวนสาธารณะ รถยนต์แต่ละคันใหญ่กว่าที่เมืองไทยเสียอีก ทำให้หญิงสาวตื่นตาเป็นที่สุด เพราะไม่เคยเห็นอะไรใหญ่ ๆ อย่างนี้มาก่อน

นอกจากนั้นเธอก็ตกใจที่เห็นพวงมาลัยรถอยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่พวงมาลัยรถจะอยู่ด้านขวา แถมถนนหนทางก็วิ่งตรงข้ามกับประเทศไทยอีกด้วย หญิงสาวจ้องดูด้วยความสงสัย เพราะเกิดมาไม่เคยเห็นรถที่วิ่งคนละเลนกับเมืองไทยอย่างนี้มาก่อน

รอยคีนส์ชี้ไม้ชี้มือเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เธอได้ฟังไปด้วย ซึ่งหญิงสาวได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ พอรถวิ่งมาถึงหน้าโรงแรมและเอากระเป๋าลงหมดแล้ว ชายหนุ่มก็หยิบเงินดอลล่าร์ยื่นให้คนขับเป็นเงินทิปตอบแทนน้ำใจ พร้อมกล่าวขอบคุณ ซึ่งทุก ๆ คนกล่าวขอบคุณเช่นเดียวกัน

รถเอสยูวีเชฟโรเล็ทรุ่นทาโฮ่คันใหญ่จอดเด่นอยู่ที่ลานจอดรถด้านหน้าของโรงแรม สภาพรถยังใหม่เอี่ยม ซึ่งก็คิดว่าน่าจะซื้อไม่เกินสองปี เพราะสภาพรถยังดูดีเหมือนรถป้ายแดง รถคันนี้จอดอยู่ตรงกลางแจ้งโดยที่ไม่มีที่บังแดดบังลมเลยสักนิด ถ้าเป็นเมืองไทยคงไม่มีใครกล้าจอดรถคันสวยอย่างนี้ตากแดดตากฝนเป็นเดือนแน่นอน

ปณัฐดาช่วยคนรักและจอห์นยกกระเป๋าใส่ด้านหลังรถ ซึ่งมิสซิสเมเปิ้ลได้เปิดประตูเข้าไปนั่งด้านหน้าข้าง ๆ คนขับก่อนแล้ว เสร็จจากนั้นรอยคีนส์ก็หันไปถามพ่อเลี้ยง

"จะให้ผมขับไหม หรือว่าคุณจะขับเองจอห์น”

“ไม่เป็นไรคีนส์ เดี๋ยวผมขับเอง” จอห์นตอบรับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย และก็เดินอ้อมไปยังเบาะคนขับ

รอยคีนส์เปิดประตูรถให้ปณัฐดาขึ้นไปนั่งที่เบาะด้านหลัง และตัวเองก็เข้ามานั่งข้าง ๆ หญิงสาว สภาพรถด้านในใหญ่มาก ทำให้หญิงสาวรู้สึกปลอดโปร่งเป็นที่สุด จะเหยียดแข้งเหยียดขาก็ทำได้สบาย ๆ ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนนั่งอยู่บนเครื่องบิน แอร์ภายในรถเย็นฉ่ำ ทำให้คนที่เดินทางมาเหนื่อย ๆ ชื่นใจขึ้นมาบ้าง สภาพเบาะหนังหนานุ่มมากทีเดียว

“ถ้าคุณง่วงก็นอนอิงตักผมได้นะ ผมรู้ว่าคุณคงเหนื่อยน่าดู” ชายหนุ่มลูบผมหญิงสาวเบา ๆ หันมาถามด้วยความเป็นห่วง

การเดินทางที่เป็นเวลานานหลายชั่วโมงทำให้ปณัฐดาเพลียไม่น้อย ชีวิตในตอนนี้เธอนึกถึงแต่เมืองไทย นึกถึงน้ำพริกและอาหารไทยมากที่สุด เพราะตั้งแต่เดินทางมาถึงที่อเมริกา เธอไม่สามารถทานอาหารได้เลย คงมีแต่ผลไม้ที่คนรักซื้อให้รับประทานที่สนามบินเท่านั้นที่พอจะรับประทานได้บ้าง
ปณัฐดาเอนตัวนอนอิงตักคนรัก โดยที่มีชายหนุ่มคอยประคับประคองเธออยู่ข้าง ๆ หญิงสาวเลือกที่จะนอนพักและฟังคนอื่น ๆ สนทนากันไปด้วย

“รถคันนี้แม่กับจอห์นเป็นคนซื้อให้คีนส์เองแหละ ตอนที่คีนส์เรียนจบปริญญาโทใหม่ ๆ แม่อยากให้ของขวัญที่พิเศษ ๆ แก่เขา” มิสซิสเมเปิ้ลเอ่ยขึ้นขณะที่ปณัฐดานอนคิดอะไรอยู่เพลิน ๆ

“สวยดีนะคะ คันใหญ่มาก” ปณัฐดาเอ่ยปากชม

“แล้วเธอชอบไหมล่ะณัฐ”

“ชอบค่ะ เพราะมันใหญ่และดูสะดวกสบายพอสมควร”

“แม่ดีใจที่เธอชอบ อย่างน้อย ๆ คีนส์จะได้ไม่ต้องลำบากเปลี่ยนรถเพื่อเธอ”

คำพูดของมารดาคนรักทำให้ปณัฐดาสะอึกอีกครั้ง แต่เธอก็พยายามไม่คิดอะไรมาก

“ณัฐยังไงก็ได้ค่ะ ไม่ค่อยเรื่องมากอยู่แล้ว”

ปณัฐดาชอบรถคันนี้ เพราะความกว้างและความสะดวกหลาย ๆ อย่าง เธอไม่ได้ชอบรถคันนี้ เพราะว่าอยากได้เอามาเป็นของตัวเองแต่อย่างใด เพราะจุดตรงนี้ไม่เคยมีอยู่ในความคิดของหญิงสาวเลย อะไรที่คนรักมีและแบ่งปันให้เธอได้หยิบใช้ ก็ถือว่าเป็นน้ำใจอันล้นเกินจะพรรณาได้


 



เวลาในช่วงค่ำที่มลรัฐเท็กซัสยังไม่มืดมากนัก ซึ่งถ้าเป็นที่เมืองไทยก็คงจะมืดตั้งนานแล้ว แม้ว่าเวลาที่นี่จะสองทุ่มกว่าแล้ว แต่แสงแดดด้านนอกเหมือนกับเวลาห้าโมงเย็นที่เมืองไทย

“ที่นี่มืดช้าหน่อยนะ” รอยคีนส์เอ่ยขึ้น

“สองทุ่มกว่าแล้วยังสว่างอยู่เลยนะคะ”

“ครับ พอดีที่อเมริกามีการปรับเปลี่ยนเวลาด้วยนะครับ ก็มีช่วงปลายเดือนตุลาคมจะมีการปรับนาฬิกาให้เดินถอยหลังหนึ่งชั่วโมง และช่วงปลายเดือนมีนาคมจะมีการเปลี่ยนนาฬิกาเดินหน้าหนึ่งชั่วโมง”

“แปลกดีนะคะ ที่เมืองไทยไม่มีเลยค่ะ”

“ครับ นี่แหละความเป็นอเมริกาที่แปลก ๆ”

เมื่อขับรถผ่านเมืองเบอร์ม่อน (Beaumont) คู่หมั้นหนุ่มก็เล่าเรื่องราวให้เธอได้ฟังไปเรื่อย ๆ

“คุณพ่อของผมเรียนจบที่มหาวิทยาลัยในเท็กซัส ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง และก็มีการเปิดสอนด้านการทหารด้วย

”ชายหนุ่มมีสีหน้าสดชื่นเมื่อได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับพ่อที่แท้จริงให้เธอได้ฟัง ซึ่งท่านเสียชีวิตไปหลายสิบปีแล้ว

“ท่านเรียนจบด้านไหนคะ” ปณัฐดาเอ่ยถามเบา ๆ

“คุณพ่อผมเรียนจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจครับ แต่ท่านไม่ได้เรียนต่อปริญญาโทอีก เพราะต้องไปช่วยงานคุณปู่ในฟาร์มวัวที่ทางตอนเหนือของรัฐเท็กซัสครับ”

“แสดงว่าท่านเรียนจบมาก็ไม่ได้ใช้ความรู้เลยใช่หรือเปล่าคะ”

“ใช่ครับ คุณปู่กับคุณย่าไม่ชอบให้คุณพ่อของผมทำงานเป็นลูกจ้างใคร ท่านมีฟาร์มวัวที่กว้างขวางพอสมควร ท่านอยากให้ลูกชายคนเดียวของท่านมาช่วยดูแลครับ”

“ดีจังเลยค่ะ แบบนี้คุณพ่อก็คงมีความสุขไม่น้อย” ปณัฐดายิ้มนิด ๆ

“ก็คงจะดี ถ้าคุณปู่ยอมจ่ายเงินเดือนให้คุณพ่อบ้าง แต่นี่คุณปู่ไม่เคยจ่ายเงินเดือนให้เลย คือทำงานให้ฟรี ๆ นะครับ จะขอเงินใช้แต่ละครั้งก็ยากเย็นเหลือเกิน สมัยนั้นคุณพ่อยังหนุ่มแน่น บางทีท่านก็รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย”

“คุณปู่คุณก็ดูมีฐานะดี ทำไมท่านถึงไม่ให้เงินคุณพ่อคุณใช้บ้างล่ะคะ”

“ท่านเป็นคนที่มัธยัสถ์มาก ๆ จะว่าขี้เหนียวก็ว่าได้ เงินแต่ละเพ็นนี่ถ้าออกจากกระเป๋าของคุณปู่ จะต้องเป็นการเป็นงานทั้งนั้น ถ้าจะให้ไปเที่ยวตามประสาหนุ่ม ๆ คุณปู่ไม่ชอบ”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“ก็แบบนี้แหละครับ คุณพ่อของผมจึงต้องออกจากบ้านไปหางานทำเอง ชีวิตท่านไม่เหมือนใครหรอก คุณปู่กับคุณย่ามีเงินก็จริง แต่คุณพ่อของผมก็ต้องต่อสู้ชีวิตเหมือนคนอื่น ๆ ทั่วไปครับ เงินแต่ละเหรียญที่ท่านหามาได้ก็เก็บไว้ทั้งหมด ผ่านชีวิตการมีครอบครัวมาหลายครั้งหลายครา คุณพ่อไม่ค่อยโชคดีเรื่องชีวิตคู่หรอกครับ แต่ท่านก็พยายามใช้ชีวิตอย่างมีความสุข คุณแม่ของผมเป็นภรรยาคนสุดท้ายของท่าน”

รอยคีนส์เล่าด้วยสีหน้าปนเศร้า แววตาของเขาเหมือนเก็บความรู้สึกบางอย่างซ่อนเร้นเอาไว้

“น่าสงสารท่านนะคะ ท่านคงจะรักคุณมาก”

“ครับ ท่านรักผมมาก ถ้าไม่มีผม...........” ชายหนุ่มไม่พูดต่อให้จบ

ปณัฐดารับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่คนรักถ่ายทอดออกมา ความรู้สึกตรงนี้ถึงแม้จะไม่ได้เล่าให้เธอฟังทั้งหมด แต่ก็รู้ว่าต้องมีอะไรสำคัญไปกว่านี้ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเกรงใจคนสองคนที่นั่งอยู่ด้านหน้า ทำให้ชายหนุ่มไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้เธอฟังจนจบ ปณัฐดาบีบมือคนรักเบา ๆ เหมือนต้องการให้เขารู้ว่า เธอพร้อมจะเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างเขาเสมอ

“ณัฐเชื่อว่าดวงวิญญาณของท่านยังเฝ้ามองคุณอยู่ตลอด เหมือนที่ดวงวิญญาณของพ่อแม่ณัฐยังไงคะ”

เพราะรอยคีนส์เคยเล่าเรื่องราวการเสียชีวิตของพ่อให้ได้ฟังมาบ้าง ทำให้ปณัฐดาสัมผัสถึงความเดียวดายอ้างว้างของคนรัก เธอเองก็เคยอยู่ในโลกตรงนั้นมาก่อน รู้ดีว่าความรู้สึกตรงนั้นเป็นเช่นใด จึงได้แต่ปลอบโยนและให้กำลังใจคนรักให้ดีที่สุด



 




เส้นทางระหว่างฮิวสตันมายังเมืองดีริดเดอร์ (DeRidder) ใช้เวลาในการขับรถประมาณสี่ชั่วโมง ครอบครัวรอยคีนส์พักอาศัยอยู่ในเมืองนี้เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ของรัฐหลุยส์เซียน่า (Louisiana) และห่างจากเขตแดนรัฐเท็กซัสโดยการขับรถประมาณสามสิบนาทีได้ เมืองนี้มีจำนวนประชากรประมาณเก้าพันกว่าคน ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายแบพทิส (Baptists) และนิกายเพ็นทาคอสตัล (Pentacostal) ซึ่งทั้งสองนิกายนี้ค่อนข้างเคร่งด้านศาสนาพอสมควร

เมื่อขับรถผ่านป้ายประกาศชื่อเมืองได้ไม่นาน ก็เห็นชื่อป้ายซึ่งเป็นจุดฝังศพของผู้คนในเมืองนี้ด้านขวามือ ซึ่งชื่อว่าโบร์การ์ดซิมิทารี่ (Beauregard Cemetary) ปณัฐดาหันไปมองด้วยความสงสัย แม้จะเป็นเวลามืดค่ำแล้ว แต่แสงไฟจากบริเวณหลุมฝังศพส่องกระทบกับพื้นซีเมนต์สีเหลี่ยมที่สร้างยกระดับสูงขึ้นพอประมาณ ทำให้มองเห็นภาพหลุมฝังศพได้อย่างชัดเจน สภาพหลุมฝังศพถูกสร้างไว้เป็นแถวมีระเบียบเรียบร้อย ซึ่งทางด้านหน้ามีการตกแต่งสวนไว้อย่างสวยงาม ซึ่งก็ดูไม่ต่างกับสวนสาธารณะที่เมืองไทยเลย ส่วนบริเวณข้าง ๆ หลุมฝังศพแต่ละหลุมก็มีดอกไม้พลาสติกกับดอกไม้สดปักไว้ทั้งสองฝั่ง


 




รอยคีนส์บีบมือหญิงสาวเบา ๆ สายตาของเขายังจ้องมองสถานที่แห่งนี้ด้วยจิตใจเหม่อลอย เหมือนกำลังคิดอะไรหลายอย่างอยู่ในใจ

“ศพคุณพ่อของผมก็ฝังอยู่ที่นี่ ไว้ว่าง ๆ ผมจะพาคุณมากราบไหว้หลุมฝังศพของท่านนะ”

ปณัฐดาสัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่าง ขนลุกซู่ รู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก แต่พยายามทำใจไม่กลัวกับสิ่งที่เร้นลับที่ไม่มีตัวตน

“ค่ะ ณัฐก็อยากมากราบท่านเหมือนกัน” เธอพยักหน้าเห็นด้วย

“ถ้าคุณพ่อของผมมีชีวิตอยู่ ท่านคงจะดีใจมาก ๆ ที่ผมแต่งงานกับคุณ ท่านคงรักคุณมาก”

“ณัฐก็รักท่านค่ะ”

ถึงแม้จะไม่มีโอกาสได้พบคุณพ่อแท้ ๆ ของคนรัก แต่ปณัฐดาก็รู้สึกรักและนับถือท่านเสมอ เธอสัมผัสถึงความอ่อนโยนจากคนรักและความจริงใจ ทำให้เธอเชื่อมั่นว่าบิดาของคนรักก็คงมีนิสัยไม่ต่างกับคนที่เธอรักมากนัก

รอยคีนส์ยิ้มละไม แววตาอ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยน เมื่อรถวิ่งผ่านจุดที่เป็นหลุมฝังศพประจำเมืองนี้แล้ว จอห์นก็เลี้ยวรถเข้าไปยังถนนที่เข้าไปยังตัวเมืองดีริดเดอร์ จากนั้นรอยคีนส์ก็หันมาถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง


 



“ถึงเมืองที่ผมอยู่แล้วแหละ คุณหิวอะไรไหม”

“ไม่ค่อยหิวเลยค่ะ” ปณัฐดาตอบเบา ๆ

“ไม่หิวก็ต้องทานหน่อย จะได้มีแรง”

จากนั้นรอยคีนส์ก็หันไปถามมารดา “คุณแม่ครับ เราแวะซื้อไก่ทอดป๊อบอาย (Popeyes) ไปทานที่บ้านดีไหมครับ ผมว่าทุกคนคงหิวน่าดู”



 





ไก่ทอดป๊อบอาย (Popeyes Fried Chicken) เป็นไก่ทอดที่ขึ้นชื่อของรัฐหลุยส์เซียน่า ซึ่งก็มีชื่อเสียงมานานหลายปี รสชาติของไก่จะมีส่วนผสมของเครื่องเทศเคจั่น (Cajun) เคล้าอยู่ด้วย ซึ่งเครื่องเทศเคจั่นเป็นส่วนผสมอาหารที่ขึ้นชื่อในรัฐนี้ ที่มีส่วนทำให้เนื้อไก่รสชาตินุ่มและหอมน่ารับประทานเป็นอย่างมาก

“ก็ดีเหมือนกัน แม่ก็กำลังหิว จอห์นก็คงหิวด้วย”

“งั้นเอาชุดใหญ่ดีไหมครับ จะได้เก็บไว้ทานพรุ่งนี้ด้วย”

“ก็ดีจ้า” และก็หันมามองหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง “ฉันหวังว่าเธอคงทานไก่ทอดได้นะปณัฐดา” เหมือนคำถามที่แฝงไว้ด้วยคำสั่งที่คาดหวัง

“ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบรับเบา ๆ

เมื่อรถวิ่งมาถึงร้านอาหารฟาร์ดฟู้ดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีป้ายกำกับไก่ทอดป๊อบอายที่ใหญ่โต ปณัฐดาก็ลดกระจกลงและก็หันไปมองอย่างสนใจ จอห์นขับรถเข้าไปด้านหลังร้านและก็มีป้ายรายการไก่ทอดแต่ละชุด เครื่องดื่มและอาหารชนิด ๆ อื่นกำกับเอาไว้ โดยที่มีช่องให้กดสนทนาระหว่างลูกค้าและพนักงานขาย

“ไก่ทอดป๊อบอายยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าวันนี้รับไก่ชุดไหนดีคะ” เสียงพนักงานสาวดังแว่วมาจากลำโพงเล็ก ๆ ด้านหน้า

“ขอไก่ชุดใหญ่ 16 ชิ้นพร้อมมันฝรั่งบดชุดใหญ่ โคสลอร์ชุดใหญ่ และก็ข้าวกับถั่วแดงชุดใหญ่ด้วยครับ”


 





“รับเครื่องดื่มอะไรไหมคะ” พนักงานสาวถาม

“ไม่ครับ ขอบคุณครับ”

“ทั้งชุดยี่สิบเก้าเหรียญเก้าสิบเก้าเซ็นต์ค่ะ เชิญขับรถมารอที่หน้าต่างบานที่สองได้เลยนะคะ” พนักงานสาวบอกอีกครั้ง

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ปณัฐดาได้พบเห็นการสั่งอาหารที่แปลกประหลาดกว่าเมืองไทย ลูกค้าไม่ต้องเข้าไปสั่งอาหารด้านในร้าน และก็ไม่ต้องออกจากรถแต่อย่างใด สามารถสั่งอาหารได้โดยผ่านไมโครโฟนเล็ก ๆ ซึ่งเป็นอะไรที่สะดวกสบายเป็นอย่างมาก พอไม่นานจอห์นก็ขับรถมาจอดที่หน้าต่างบานที่สอง ปณัฐดาอดไม่ได้ที่หันไปมองผู้คนที่ทำงานในร้านไก่ทอด ซึ่งคนส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำทั้งนั้น และก็ส่งยิ้มมาให้เธอและครอบครัวด้วย เวลาผ่านไปสักพักพนักงานผิวดำคนหนึ่งก็เดินออกมาเก็บเงินกับจอห์น ซึ่งรอยคีนส์เป็นคนหยิบเงินให้ และก็หยิบเงินทอนคืนให้พร้อมกับอาหารที่สั่งทั้งหมด

“ขอบคุณมากค่ะ” พนักงานสาวกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะรับออร์เดอร์ต่อไป

จากนั้นจอห์นก็ขับรถออกมาจากร้านและวิ่งเข้าไปที่ถนนใหญ่ ปณัฐดายังคงมองผ่านกระจกไปยังบ้านเมืองผู้คนรอบ ๆ ถนนอยู่ตลอด ลักษณะบ้านเรือนของคนที่เมืองนี้แตกต่างจากที่บ้านนอกของเธอเป็นอย่างมาก ตัวบ้านของคนที่อยู่ในเมืองนี้จะอยู่ติด ๆ กันเป็นแถวยาว บ้านแต่ละหลังจะมีรั้วล้อมรอบตลอด ส่วนคนที่อยู่นอกชานเมืองออกมานั้น จะอยู่ห่างกันเป็นกิโลเมตรทีเดียว


 




เมื่อจอห์นเลี้ยวรถเข้าซอยฮาร์โมนี่เทรล (Harmony Trail) ปณัฐดาก็อดที่จะมองถนนหนทางข้างนอกไม่ได้ เพราะเป็นป่ามืดที่เงียบสงัด เธอไม่คิดว่าบ้านของคนรักจะอยู่ในป่ามืดอย่างนี้ ที่เคยคิดไว้ก็คงจะอยู่ในเมืองและมีตึกสูง ๆ ล้อมรอบ แต่พอได้เห็นภาพและกลิ่นไอที่ได้สัมผัส ปณัฐดารู้สึกเหมือนกับได้กลับไปสู่ท้องทุ่งนาที่บ้านนอกของเธออีกครั้ง ความเป็นชนบทที่นี่ยังคงเก็บความสวยงามของธรรมชาติเอาไว้เยอะ ถึงแม้จะมีความเจริญอยู่บ้างแต่ก็ยังมีร่มรื่นให้แก่ผู้พักอาศัยอยู่เสมอ

 

 

 

 

ภาพประกอบบางส่วน ขอยกเครดิตให้เจ้าของภาพทั้งหมดค่ะ





 





 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones