ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง




 






สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6



สนามบินซานฟรานซิสโกคือจุดเปลี่ยนเครื่องอีกจุดหนึ่งของสายการบินนอร์ทเวทแอร์ไลน์ บรรยากาศภายในสนามบินกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งก็มากล้นไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติที่เดินทางไปมา เจ้าหน้าที่สนามบินทุกคนต่างก็ทำงานกันขยันขันแข็ง แต่ละคนแต่งชุดฟอร์มดูภูมิฐานพอสมควร บางคนก็ส่งยิ้มให้ แต่บางคนมีสีหน้าเคร่ดเครียดไม่น้อย

“คนที่นับถือสัญชาติอเมริกันเชิญฝั่งนั้นครับ สำหรับคนที่ถือวีซ่าแต่ละชนิดเชิญฝั่งนี้ครับ” เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแจ้งให้ผู้โดยสารทุก ๆ คนที่ยืนออกันอยู่ด้านหน้าทราบ

จากนั้นผู้คนเหล่านี้ต่างก็แยกย้ายไปตามสถานะวีซ่าของตัวเอง หลายคนไปยืนเข้าแถวรอจุดคนที่ถือสัญชาติอเมริกัน คงมีเพียงหญิงสาวสามคนและผู้ชายอีกสี่คนเท่านั้นที่เข้าแถวรอตรงจุดของคนที่ถือวีซ่าเข้าประเทศ

รอยคีนส์หันมาทางปณัฐดา “ขอผมไปตรวจเอกสารก่อนนะ คุณรอผมอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวผมจะมารับคุณ”

ปณัฐดายังยืนรอคนรักอยู่ที่เดิม เธอไม่ได้เดินไปต่อคิวเหมือนคนอื่นเขา ในมือของหญิงสาวยังถือซองเอกสารที่ทางสถานทูตอเมริกันประจำประเทศไทยมอบให้พกติดตัวมากับการเดินทางครั้งนี้ เธอถือมันไว้แน่น เหมือนกลัวว่าจะมีคนมาแย่งชิงไปเสียอย่างนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานฑูตที่เมืองไทยยังกำชับเธออีกว่า ให้ยื่นซองเอกสารเหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด่านแรกที่เข้ามาในประเทศอเมริกาเท่านั้น และห้ามเปิดดูเอกสารภายในซองสีน้ำตาลเด็ดขาด

แม้จะรู้สึกตื่นตากับประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา แต่เพราะผู้คนหลากหลายที่ดูชุลมุนกันเต็มไปหมด ทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาเป็นระยะ ๆ หญิงสาวไม่รู้ว่าทำไมต้องรู้สึกกลัวด้วย ในเมื่อเธอตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตแบบนี้ เลือกที่จะมาอยู่เคียงข้างคนรักในประเทศที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ประเทศที่ไม่คิดว่าจะได้มาอยู่ตรงนี้ เธอบอกกับตัวเองให้เข้มแข็งให้มากที่สุด


 





เมื่อรอยคีนส์ตรวจเอกสารเสร็จแล้ว ก็ยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสักพัก โดยที่เจ้าหน้าที่วัยกลางคนหันมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนที่พยักหน้าให้ชายหนุ่มเดินกลับมาหาเธอได้

รอยยิ้มของคนรักทำให้ปณัฐดาชื่นใจขึ้นมาบ้าง ความหวาดกลัวต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นก็หายไปทันที

“ช่องนี้เลยครับ เอาเอกสารยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรงหน้านะ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ ถ้าเขาถามอะไรที่คุณไม่เข้าใจ เดี๋ยวผมจะคุยกับเขาเอง”

ภาษาอังกฤษสำหรับปณัฐดาพอพูดฟังได้ในเกณฑ์ดี หากคำศัพท์ที่ยาก ๆ และพวกคำแสลงเธอจะไม่คุ้นเคยและเข้าใจมากนัก บวกทั้งเธอไม่ค่อยเข้าใจภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันด้วย ทำให้จับใจความสำคัญของประโยคช้าไปนิด

เจ้าหน้าที่ในช่องเลขเก้าส่งยิ้มให้เธออย่างเป็นกันเอง พร้อมทักทาย “สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ” พูดเสร็จก็ยื่นเอกสารพร้อมพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่วัยกลางคนเปิดซองเอกสารออกมาดูสักพัก ก่อนที่จะหยิบพาสปอร์ตของเธอมาประทับตราบางอย่าง และส่งกลับคืนให้ด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร

“ยินดีต้อนรับสู่อเมริกาครับ”

สิ่งที่ได้ยินทำให้ใจดวงน้อย ๆ ของเธอชื่นใจขึ้นมาบ้าง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอต้องจากบ้านมาไกลแสนไกล จากพี่น้องเพื่อนฝูงอันเป็นที่รัก จากหน้าที่การงานที่เคยทำประจำ จากทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยมีในเมืองไทยทิ้งเอาไว้ข้างหลัง เธอตัดสินใจเดินทางมาประเทศแห่งนี้ด้วยตัวเปล่า ๆ คงมีแต่หัวใจของหญิงสาวเท่านั้นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ



 




“วีซ่า K -1 (วีซ่าคู่หมั้น) นี้ สามารถอยู่ในอเมริกาได้แค่เพียง 90 วันเท่านั้น คุณจะต้องแต่งงานกับคู่หมั้นของคุณโดยเร็วที่สุด เพื่อเปลี่ยนสถานะของเธอภายใน 90 วัน มิฉะนั้นวีซ่าจะหมดอายุ และเธอก็จะต้องถูกส่งตัวกลับประเทศไทย” เจ้าหน้าที่ชายกำชับอีกครั้ง

รอยคีนส์พยักหน้ารับทราบ ปณัฐดาเอื้อมมือรับพาสปอร์ตมาใส่กระเป๋าพร้อมกล่าวคำขอบคุณ เธอค่อย ๆ หยิบพาสปอร์ตใส่กระเป๋าสะพายเป็นอย่างดี เปิดซิปดูซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะเกรงว่าจะหาย พอแน่ใจว่าหนังสือเดินทางอยู่ในกระเป๋าด้านในที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว ก็หันมามองคนรัก

“เราต้องไปไหนกันอีกหรือเปล่าคะ”

“ไปครับ เราจะต้องไปต่อเครื่องกันอีก ยังไม่ถึงบ้านผมเลย”

ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวเดินออกมาอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นทางเดินที่ให้นักเดินทางทุกคนได้ไปต่อเครื่องแต่ละจุดที่จะเดินทางไปยังเป้าหมายของตน ปณัฐดาลากกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ๆ เดินเคียงคู่มากับคนรัก พร้อมกระเป๋าสะพายใบน้อย ๆ ที่ซื้อมาจากเมืองไทย มือข้างหนึ่งก็กอดกระเป๋าสะพายไว้แน่น เหมือนกลัวว่าเอกสารที่อยู่ด้านในจะหลุดหายไปอย่างนั้นแหละ

อเมริกาสำหรับหญิงสาวคือครั้งแรกในชีวิต เธอไม่เคยรู้เกี่ยวกับอเมริกามากนัก แม้จะเคยเรียนหนังสือและได้ดูข่าวคราวทางทีวีเกี่ยวกับอเมริกามาบ้าง แต่มันก็เป็นเพียงข้อมูลสั้นๆ เท่านั้น สิ่งที่เธอรู้จักอเมริกามากขึ้น ก็ตอนที่มีข่าวตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ในเมืองนิวยอร์คถูกผู้ก่อการร้ายถล่มเมื่อปี 2001 ในตอนนั้นปณัฐดายังทำงานเป็นเสมียนให้กับแผนกวิศวกรอยู่ที่บริษัทญี่ปุ่นในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ครั้งแรกที่เห็นข่าวเป็นช่วงที่เธอกลับมาจากทำงานพอดี หญิงสาวเปิดทีวีดูข่าวสดที่ช่องไอทีวีรายงานอย่างไม่คาดคิด ทั้งตกอกตกใจกับข่าวในทีวี ครั้งแรกที่เห็นภาพข่าว เธอก็คิดว่าอาจจะเป็นฉากหนึ่งของหนังฮอลีวู้ด แต่พอนั่งฟังสักพักถึงได้รู้ว่า สิ่งที่เห็นบนจอทีวีนั้นเป็นเรื่องจริง

ปณัฐดาหันมามองคนรัก กิริยาท่าทางที่อ่อนโยน ถ้อยคำสุภาพที่เขามีให้เธอมาตลอดนั้น ทำให้สาวน้อยอย่างเธออุ่นใจมากขึ้น รอยคีนส์เป็นผู้ชายที่รักและดีกับเธอเสมอต้นเสมอปลาย คอยช่วยเหลือและรับหน้าทุกอย่างแทนเธอ การกระทำทั้งหมดของชายหนุ่มทำให้เธอเชื่อมั่นที่จะฝากชีวิตไว้กับเขาอย่างเต็มใจ

“อีกไกลไหมคะกว่าจะถึงบ้านคุณ”

ปณัฐดาไม่รู้หรอกว่าเมืองฮิวสตัน (Houston) ในมลรัฐเท็กซัส (Texas) อยู่ตรงไหน รู้แต่ว่าตั้งอยู่ที่มลรัฐทางใต้ของเมริกาเหมือนที่คนรักชี้ให้ดูในแผนที่ แต่ไม่รู้ว่าไกลแค่ไหนกว่าจะไปถึงที่นั่น การเดินทางจากเมืองไทยมาอเมริกาก็ไกลมากพอแล้ว นี่เธอจะต้องนั่งเครื่องบินต่ออีกทอดเชียวหรือ ปณัฐดาไม่เคยเดินทางไกลมาก่อนในชีวิต ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเธอที่ต้องเดินทางเคียงคู่มากับคนรัก ความรู้สึกอึดอัดที่แสนจะทรมานเมื่อนั่งอยู่ในเครื่องบินเป็นระยะเวลาหลายสิบชั่วโมง เพราะอาการปวดหูทำให้หญิงสาวเข็ดขยาดไม่น้อย และรู้สึกไม่ชอบการเดินทางโดยเครื่องบินเอาเสียเลย

สมัยเด็ก ๆ ปณัฐดาเคยใฝ่ฝันอยากนั่งเครื่องบินสักครั้ง อยากเหาะได้เหมือนนกที่สามารถบินไปไหนมาไหนได้ แต่พอได้นั่งเครื่องบินในครั้งนี้ อาการเมาเครื่องบินที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้สภาพร่างกายของเธอไม่ค่อยจะสู้ดีมากนัก เวลาที่เจ็บหูมาก ๆ เธอก็นั่งร้องไห้เกาะแขนคนรักไว้แน่น ไม่อยากบอกเขาเลยว่าเธอทรมานมากแค่ไหน ได้แต่นั่งน้ำตาซึมไม่กล้าร้องไห้เสียงดัง เกรงว่าผู้โดยที่นั่งข้าง ๆ จะรำคาญ

รอยคีนส์ปลอบโยนเธออยู่เสมอ บางครั้งก็เรียกพนักงานบนเครื่องบินมาช่วยดูแลให้ด้วย ซึ่งสิ่งที่พนักงานบนเครื่องบินให้เธอก็คือ ยาแก้ปวดเท่านั้น พร้อมทั้งแนะนำให้เธออ้าปากกว้าง ๆ และทำเสียง ออ เพื่อที่จะให้ลมเข้าไปภายในปาก เพราะหวังว่าจะช่วยระบายแรงกดดันภายในหูได้บ้าง แต่พอทำจริง ๆ ก็ช่วยไม่ได้มากนัก ปณัฐดาจำต้องนั่งอดทนกับความทรมานที่เกิดขึ้นตลอดเวลาเดินทาง

เวลาที่ร้องไห้ปณัฐดาก็นึกถึงท้องทุ่งนากว้างใหญ่แถวบ้านนอกของเธอเป็นอย่างมาก เธอเข็ดขยาดกับการนั่งเครื่องบินที่สุด การนั่งเครื่องบินที่ใครหลาย ๆ คนคิดว่าหรูหรา แต่สำหรับปณัฐดาแล้ว เธอคิดว่าการนั่งเครื่องบินเป็นความหรูที่ทรมานเหลือเกิน เธอชอบนั่งรถสองแถวที่บ้านนอกมากที่สุด แรงลมจากบรรยากาศข้างนอกพัดผ่านให้เย็นชื่นใจ ไม่ต้องเจ็บหู ไม่ต้องเมาเรือบินอย่างนี้ จะมองไปทางไหนก็หายใจได้เต็มปอด ไม่ต้องรู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่ในห้องแคบๆ ถึงแม้รถสองแถวจะไม่มีแอร์เย็น ๆ เหมือนในเครื่องบิน แต่ลมเย็น ๆ ที่พัดเข้ามาให้ได้สัมผัสก็ทำให้สุขใจไปอีกแบบ



 




รอยคีนส์หันมามองปณัฐดาด้วยความรักปนเอ็นดู ชายหนุ่มรู้ว่าหญิงสาวไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกมากนัก เขายังคงจับมือเธอไว้แน่นเหมือนต้องการปกป้องทุกสถานการณ์

“ก็ไม่ไกลหรอกครับ นั่งเครื่องประมาณหกชั่วโมงกว่า ๆ เองครับ คิดว่าไปถึงเมืองฮิวสตันก็ประมาณสองทุ่ม จากนั้นก็ขับรถต่อไปที่มลรัฐหลุยส์เซียน่าอีกสี่ชั่วโมง คุณแม่จอดรถเอาไว้ที่โรงแรมใกล้ ๆ กับสนามบินที่นั่น”

หญิงสาวดูเหนื่อยล้าที่สุดเมื่อรู้ว่าต้องนั่งเครื่องบินอีกหลายชั่วโมง แถมยังนั่งรถต่ออีกสี่ชั่วโมง ระยะทางอาจจะดูไม่ไกลสำหรับคนรัก แต่สำหรับเธอแล้วมันไกลเหลือเกิน เธอต้องทนนั่งทรมานบนเครื่องบินอีกหกชั่วโมงกว่า ๆ หรือนี่

เมื่อรอยคีนส์เห็นสีหน้าของปณัฐดาซีดเซียวเหมือนไม่ค่อยมีแรงก็ตกใจไม่น้อย

“คุณเหนื่อยไหมที่รัก หาอะไรดื่มก่อนดีไหม จะได้มีแรงเดินไปต่อเครื่องกัน”

“ขอน้ำเปล่าได้ไหมคะ” ปณัฐดาตอบเสียงเอื่อย

“ครับ รอแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวผมไปซื้อให้ รอผมอยู่ตรงนี้นะ” ชายหนุ่มเดินพรวดพราดไปที่ร้านเครื่องดื่มเล็ก ๆ ภายในสนามบิน จากนั้นก็เดินกลับมาพร้อมน้ำดื่มสองขวด

เขาเปิดฝาขวดเรียบร้อยและยื่นให้เธอขวดหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ดื่มเอง

“คุณหิวอะไรไหม ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบอาหารบนเครื่องบิน เห็นคุณทานอะไรไม่ได้เลย คุณคงจะหิวน่าดู ทานอะไรสักหน่อยดีไหม” แววตาของเขาดูห่วงใยเธอเป็นที่สุด

“ณัฐทานอะไรไม่ลงหรอกค่ะ เห็นอาหารแต่ละอย่างไม่หิวเลย”


 




ปณัฐดาเป็นเด็กสาวบ้านนอกในเมืองไทย ชีวิตของเธอไม่คุ้นเคยกับอาหารต่างชาติมากนัก โดยเฉพาะอาหารฝรั่งหญิงสาวดูจะไม่ค่อยถูกชะตากับอาหารฝรั่งเอาเสียเลย อาหารฝรั่งที่เธอรับประทานได้ก็มีแต่ไก่ทอดเคเอฟซีและไอศครีมเท่านั้น ถ้าเป็นพวกพิซซ่าหรือแม้แต่แฮมเบอร์เกอร์ เธอก็ไม่ชอบเสียอย่างนั้น ต่อให้ใครเอาอาหารเมืองฝรั่งมั่งค่าที่ขึ้นชื่อมาประเคนให้ถึงที่ หากเป็นอาหารที่ไม่ชอบจริง ๆ เธอก็ไม่ทานและก็ไม่สนใจจะทดลองเสียด้วยซ้ำ

หญิงสาวชอบอาหารไทยเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยกลาง อาหารอีสาน อาหารเหนือ อาหารปักษ์ใต้ เธอก็ชอบหมด และทานได้ตลอด ซึ่งก็น่าแปลกที่ความแตกต่างตรงนี้ไม่ได้เป็นจุดแปรเปลี่ยนสำหรับความรักของเธอและรอยคีนส์เลย

“ผลไม้สด ๆ ดีไหมครับ จะได้มีแรง” เมื่อเห็นว่าปณัฐดาไม่ชอบอาหารฝรั่ง ชายหนุ่มก็คิดว่าผลไม้อาจจะเป็นอาหารอีกชนิดที่เธอพอจะรับประทานได้

“ผลไม้อะไรคะ”

เมื่อได้ยินว่าผลไม้ก็รู้สึกเปรี้ยวปากขึ้นมาทันที อาจจะเป็นเพราะว่าเธอยังเมาเครื่องอยู่ ถ้าได้ทานผลไม้สด รสชาติเปรี้ยวหวานอาจจะช่วยบรรเทาอาการเมาเครื่องบินได้บ้าง

“ก็องุ่น แอ๊ปเปิ้ล และแคนตาลูปยังไงครับ คุณอยากทานไหมล่ะ”

ปณัฐดาพยักหน้าทันที รอยยิ้มจาง ๆ เผยให้เห็นเต็มใบหน้า

“ค่ะ”

“รอแป๊บนะ เดี๋ยวผมไปซื้อให้” ชายหนุ่มเดินกลับไปที่ร้านข้าง ๆ ร้านเครื่องดื่มอีกครั้ง ซึ่งร้านนี้เป็นร้านขายแซนด์วิสและผลไม้ที่เป็นแพ็ครวมอยู่ด้วยกัน

ปณัฐดามองตามหลังคนรักด้วยความภาคภูมิใจ ดีใจที่ชายหนุ่มดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี เธอไม่รู้สึกผิดหวังเลยที่เลือกแต่งงานกับเขา เลือกที่จะจากบ้านเมืองอันเป็นที่รักมาใช้ชีวิตกับเขา ถึงแม้ญาติพี่น้องบางคนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอเลือก แต่เธอก็ยอมรับว่าไม่ได้สนใจคำเตือนของพี่น้อง เธอคิดว่าตัวเองโตพอที่จะตัดสินใจชีวิตได้ ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังคำสอนของพี่น้องไปทุก ๆ เรื่อง โดยเฉพาะการเลือกชีวิตคู่ ซึ่งก็มีผลต่อชีวิตจิตใจของเธอมาก และนี่แหละคือสิ่งที่เธอคิดว่าดีที่สุดในชีวิต ผู้ชายที่เธอตัดสินใจเลือก ไม่ว่าวันข้างหน้าจะดีร้ายแค่ไหน เธอก็ไม่เสียใจเพราะอย่างน้อย ๆ ทั้งหมดเหล่านี้เธอเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง


 




รอยคีนส์เดินกลับมาด้วยรอยยิ้มสดใส ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของเขา ทำให้โลกอันหมองเศร้าของเธอสดชื่นเป็นกอง ชายหนุ่มเดินมานั่งข้าง ๆ มือสองข้างเปิดห่อพลาสติกในกล่องเล็ก ๆ ออก และหยิบส้อมพลาสติกส่งให้เธอ

“พอทานได้ไหมครับ”

หญิงสาวยิ้มทันทีเมื่อเห็นองุ่นสดและแอ๊ปเปิ้ลฝ่านเป็นชิ้นเล็ก ๆ รวมกัน

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ” เมื่อหยิบผลไม้เข้าปากชิ้นแรก ตาก็เหลือบมองคนรักซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ

“ทานด้วยกันนะคะ” เธอยื่นส้อมให้คนรัก

“คุณทานเถอะ ผมไม่หิว” เขายิ้มให้เธอนิดหนึ่ง

หญิงสาวเคี้ยวผลไม้ช้า ๆ สายตาก็อดไม่ได้ที่จะมองผู้คนซึ่งเดินผ่านไปมา คนอเมริกันส่วนใหญ่ล้วนแต่ตัวโตสูงใหญ่ทั้งนั้น น้อยคนนักที่จะตัวเล็กเหมือนผู้คนที่เมืองไทย ทำให้เธอดูเหมือนเด็กน้อยไปโดยปริยาย ปณัฐดาเป็นผู้หญิงร่างเล็ก แบบฉบับสาวเอเชีย ใบหน้าที่อ่อนเยาว์ทำให้เธอดูเด็กไปมาก แม้เธอกับคู่หมั้นหนุ่มจะมีอายุห่างกันแค่เพียงหกปีเท่านั้น แต่มิวายยังมีคนทักผิดคิดว่าเธอเป็นลูกสาวคนรักจนได้

เมื่อรับประทานผลไม้หมด รอยคีนส์ก็อาสาเอาพลาสติกไปทิ้งที่ถังขยะให้ จากนั้นก็ยื่นขวดน้ำให้เธอได้ดื่ม ชีวิตของปณัฐดาในตอนนี้ไม่ต่างกับเจ้าหญิงตกระกำลำบากในดินแดนแห่งใหม่ โดยที่มีเจ้าชายคอยปรนนิบัติรับใช้ช่วยเหลือทุกอย่าง

“อิ่มไหมครับ”

เธอเอามือเช็ดปากเบา ๆ อมยิ้มไปด้วย “อิ่มค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”

รอยคีนส์ยิ้มทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอ จากนั้นก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย

“ไปขึ้นเครื่องกันเถอะ อีกไม่นานเครื่องก็คงจะออกแล้ว เดี๋ยวตกเครื่องกัน”


ปณัฐดาทำตามคนรักแต่โดยดี เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่มีประสบการณ์มากนัก จึงไม่รู้ว่าอาการ “ตกเครื่อง” เป็นอย่างไร หญิงสาวมักจะคิดว่าการตกเครื่องคงจะเหมือนการตกรถโดยสารแถวบ้านนอกของเธอ ที่ยืนห้อยโหนบนรถโดยสารอยู่ดี ๆ ก็หล่นลงจากรถ เพราะจำนวนผู้คนเต็มเอียด ไม่สามารถที่จะไปยืนโหนรถต่อไปได้อีก หรือว่าเป็นอาการที่เจ้าหน้าที่ของสายการบินไม่ให้ขึ้นเครื่องกันแน่ หญิงสาวไม่อยากจินตนาการไปไกลกว่านี้ ไม่อยากคิดว่าถ้าเธอและคนรักต้องวิ่งตามเครื่องบิน อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง แน่นอนเธอกับคนรักคงจะวิ่งตามเครื่องบินไม่ทัน สุดท้ายอาจจะทำได้แค่นั่งมองเครื่องบินที่บินผ่านไปต่อหน้าต่อตาเท่านั้น


 




เมื่อมาถึงจุดขึ้นเครื่องที่จะบินไปยังเมืองฮิวสตันแห่งมลรัฐเท็กซัส รอยคีนส์ก็พาหญิงสาวมานั่งที่เก้าอี้ด้านหน้า เพื่อที่จะรอเจ้าหน้าที่สายการบินเรียกตรวจเอกสารต่าง ๆ พอนั่งได้สักพักชายหนุ่มก็เล่าเรื่องราวให้เธอได้ฟังไปด้วย

"คุณพ่อของผมเป็นคนเท็กซัส คุณแม่เป็นคนหลุยส์เซียน่า ตอนนี้ผมและคุณแม่อาศัยอยู่ที่มลรัฐหลุยส์เซียน่า ซึ่งอยู่ติด ๆ กับมลรัฐเท็กซัส ผมหวังว่าคุณคงชอบอากาศที่นั่น”

หญิงสาวยิ้มรับ เธอไม่รู้หรอกว่าความแตกต่างของคนสองรัฐนี้เป็นยังไงบ้าง สภาพอากาศจะเหมือนกันไหม ทำไมคนรักถึงยังต้องพูดย้ำแล้วย้ำอีก เพื่อที่จะให้เธอรู้เกี่ยวกับสองมลรัฐนี้บ่อยมาก ๆ มีอะไรมากไปกว่านี้ไหมที่เธอเองยังไม่เคยรู้ ตอนนี้เธอไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งไปมากว่านั้น สิ่งที่คิดได้ก็เพียง

“ขอแค่มีคุณอยู่กับณัฐ ที่ไหนณัฐก็อยู่ได้เสมอ”

ทั้งหมดเหล่านี้คือความจริงจากใจหญิงสาว ผู้หญิงบ้านนอกคอกนาซื่อ ๆ ที่ไม่เคยต้องการอะไรมากไปกว่าคนที่รักตัวเองอย่างจริงใจ ชีวิตของเธอไม่ได้ต้องการอะไร นอกจากมีคนรักอยู่เคียงข้างตลอด


 




ปณัฐดารู้ว่าความรักเกิดขึ้นได้ง่ายมากสำหรับหนุ่มสาวบางคน ในบางครั้งคนเราก็สามารถที่จะรักใครสักคนได้อย่างไม่รู้ตัว แต่การที่จะได้รับรักตอบกลับมาก็ใช่ว่าเหมือนกันไปหมด บางคนก็สมหวัง บางคนก็ผิดหวัง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นธรรมดาของวัฏจักรชีวิตไปแล้ว

และการที่จะตัดสินใจแต่งงานและใช้ชีวิตกับใครสักคน ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคิดแล้วคิดอีก หากเจอคนที่ใช่ คนที่คิดว่าอยู่ด้วยแล้วมีความสุข มีหรือที่จะปฏิเสธหัวใจตนเอง ปณัฐดาก็เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ที่มีความรักให้กับคนรักเป็นที่ตั้ง มีหัวใจที่อดทนและต่อสู้เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างกัน อุปสรรคต่าง ๆ ที่ผ่านพบคือแรงผลักดันให้เธอและเขาก้าวไปในวันข้างหน้าด้วยกันให้ดีที่สุด

“สวัสดีค่ะ สายการบินนอร์ทเวทแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 1155 บินจากเมืองซานฟรานซิสโกไปยังเมืองฮิวสตัน เครื่องบินจะออกเดินทางตามเวลาท้องที่ บ่ายสองโมงสิบห้านาที และจะไปถึงเมืองฮิวสตันตามเวลาท้องที่ประมาณสองทุ่มสามสิบนาที ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านรอตรวจบอร์ดิ้งพาร์สได้ที่เค้าเตอร์ด้านหน้าค่ะ”

พนักงานสาวผิวดำประจำสายการบิน หุ่นสูงโปร่งที่ดูโดดเด่นพอสมควร ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสจนเห็นฟันขาวสวยเรียงเป็นระเบียบ แต่งกายสะอาดสะอาดและดูดียิ่งนัก ประกาศแจ้งให้ผู้โดยสารทุกคนทราบ

รอยคีนส์ลุกขึ้นทันที มือข้างหนึ่งก็สะพายกระเป๋าโน๊ตบุ๊คและเอกสารต่าง ๆ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็จูงแขนหญิงสาวให้ลุกขึ้น ปณัฐดาหยิบพาสปอร์ดและบอร์ดดิ้งพาร์สออกมาเตรียมพร้อม เธอเอามืออีกข้างขึ้นลากกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ๆ เอาไว้ เหมือนกับว่ากระเป๋าใบนี้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เธอมีติดตัวมาจากเมืองไทย ซึ่งในกระเป๋าใบนี้ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากเสื้อผ้า เอกสารสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งรูปถ่ายแล้ว ก็ยังมีน้ำพริกนรกที่เธอแอบซุกซ่อนติดมาในกระเป๋าด้วย

หญิงสาวมักจะตื่นเต้นทุกครั้งที่ผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่สนามบิน เธอกลัวเหลือเกินว่าเจ้าหน้าที่สนามบินจะจับได้ว่าเธอแอบเอาน้ำพริกมาด้วย แต่ทุก ๆ ด่านที่ผ่านมาก็ล้วนแต่ไม่มีปัญหาอะไร เธอรู้สึกโล่งใจทุกครั้งที่การตรวจผ่านไปด้วยดี และด่านนี้ก็คงจะเป็นด่านสุดท้ายของการตรวจ พอไปถึงเมืองฮิวสตั้นเธอก็เป็นอิสระเสียที

“ไปกันเถอะครับ”


 




รอยคีนส์กระซิบบอกเบา ๆ แววตาของเขาอ่อนโยนเหลือเกิน เพราะความรักและความดีที่เสมอต้นเสมอปลายของเขานี่แหละ ที่ทำให้สาวไทยอย่างปณัฐดายอมทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนอันเป็นที่รักได้อย่างเด็ดขาด แม้จะยังรักและอาลัยอยู่บ้าง แต่นั่นเป็นเพราะความผูกพันที่ไม่สามารถตัดขาดไปจากตัวเธอได้เลย

ปณัฐดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะระบายออกมาอย่างช้า ๆ พยายามสร้างพลังใจให้กับตัวเองอีกครั้ง และบอกกับตัวเองให้เตรียมพร้อมกับการเดินทางไปยังจุดหมาย เพื่อที่จะทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดีและเป็นสะใภ้สองมลรัฐเท็กเซียน่า Texiana (มลรัฐเท็กซัสและมลรัฐหลุยส์เซียน่า Texas+Louisiana)




 





 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



[1]

Opinion No. 1 (147596)

 สวัสดีครับพี่ปณัฐดา 
บังเอิญผมกำลังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับมลรัฐเท็กซัส

แล้วบังเอิญมาเจอบทความของพี่พอดี

ผมอ่านจนเกิดความรู้สึกร่วมและอ่านเพลินจนจบเลยครับ

ลืมจุดประสงค์ที่กำลังค้นหาเลย ^^"

ผมเลยอยากทำความรู้จักและอยากจะรบกวน

สอบถามและขอข้อมูลเกี่ยวกับ

ผู้คน การใช้ชีวิต วัฒณธรรมต่างๆในรัฐเท็กซัสน่ะครับ

จึงอยากจะขอรบกวนพี่ปณัฐดาสักนิดครับ

ไม่ทราบว่าจะพอติดต่อพี่าง facebook ได้มั้ยครับ

By Klissana (zieng_saolong-at-hotmail-dot-com)Date 2015-07-26 15:51:16



[1]


Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones