ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article

หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง


 





สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5





 




หลังจากที่รับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว พี่น้องบางคนก็ทยอยพากันกลับบ้าน คงมีแต่ญาติสนิทเท่านั้นที่ยังคงช่วยกันดูแลจัดการความเรียบร้อยของงาน ช่วงที่ยุ่ง ๆ อยู่นั้น พี่รองเดินมายืนข้าง ๆ สีหน้าดูไม่ได้สุขใจกับงานแต่งงานของเธอมากนัก

"พี่มีเรื่องจะคุยด้วย" เทอดชัยพี่ชายคนรองของปณัฐดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับหลาย ๆ อย่าง

"พี่รองมีเรื่องอะไรคะ"

"เรื่องสำคัญ ตามพี่มา"

ปณัฐดาหันไปมองคนรัก เหมือนต้องการให้เขารู้ว่าเธอมีธุระที่จะต้องไปคุยกับพี่ชายด้านหลังบ้าน โดยที่ทิ้งให้รอยคีนส์นั่งคุยกับญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ไปพลาง ๆ

เมื่อเดินมาถึงหลังบ้าน หญิงสาวรับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ

“พี่รองมีอะไรเหรอคะ”

“มีสิ ทำไมแต่งงานทั้งทีไม่มีสินสอดเหอะ ไอ้ที่จัดพิธีเล็ก ๆ นะพี่ไม่ว่าหรอก แต่ที่ไม่มีสินสอดนะ มันผิดประเพณีนะเนี่ย เงินเก้าสิบเก้าบาทที่เอามาวางนะ ทำยังงี้ได้ยังไง งามหน้าจริง ๆ เลย แต่งกับลูกตาดำตาแดงข้างบ้านยังได้เยอะกว่านี้เลย นี่อะไรกัน” เสียงห้วน ๆ กระฟัดกระเฟียดของพี่ชายคนรองรู้ได้เลยว่าไม่พอใจกับพิธีงานแต่งงานของเธอเป็นอย่างมาก

“ณัฐเป็นคนบอกรอยคีนส์เองว่าไม่เอาสินสอด” หญิงสาวตอบโต้ทันที

พี่รองส่ายหน้าอย่างไม่พอใจ สายตาคมเข้มจองมองน้องสาวอย่างจะเอาเรื่องให้ได้ “โง่จริง ๆ เลย มีอย่างที่ไหนแต่งงานไม่เอาสินสอด เกิดมาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนโง่อย่างนี้” เทอดชัยสบถคำโดยไม่สนใจความรู้สึกของน้องสาวเลย

“ณัฐไม่ได้โง่ แต่ณัฐเห็นว่าไม่จำเป็นนี่คะพี่รอง” ปณัฐดายังคงโต้เถียงพี่ชายตลอด

“ไม่จำเป็นได้ยังไง พี่สาวเรามีใครบ้างแต่งงานไม่มีสินสอด ทุกคนแต่งงานมีหน้ามีตาทั้งนั้น มีแต่เราคนเดียวในครอบครัวที่แปลกประหลาดไปกว่าเพื่อน คนเขาเอาไปพูดกันทั้งหมู่บ้าน น้องสาวคนเล็กแต่งงานกับชาวต่างชาติทั้งที ได้สินสอดเก้าสิบเก้าบาท เหอะๆ ทุเรศมาก ๆ ”
 


คำพูดของพี่ชายคนรองทำเอาปณัฐดาเจ็บปวดที่ใจไม่น้อย เธอไม่อาจจะกลั้นน้ำตาไว้อยู่ น้ำใส ๆ ไหลรินอาบแก้ม อดที่จะน้อยใจพี่ชายไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญของตัวเอง แทนที่พี่ชายจะอวยพรให้มีความสุขเหมือนพี่น้องคนอื่น ๆ เขา แต่พี่ชายกลับเห็นเรื่องสินสอดทองหมั้นสำคัญกว่าความรู้สึกของเธอ

“ทำไมละคะ ทำไมพี่รองต้องแคร์แต่เรื่องเงินและหน้าตาครอบครัวด้วย พี่ไม่เคยแคร์ณัฐเลย และณัฐก็พอใจที่จะเป็นอย่างนี้ ณัฐมีความสุขกับสิ่งที่ณัฐเลือก พี่เข้าใจไหมคะ”

“ก็โง่แบบนี้แหละ ชีวิตถึงได้.....................”

"ชีวิตถึงได้....แล้วยังไงล่ะคะพี่รอง ถ้าณัฐจะโง่ ณัฐก็โง่แบบคนมีสติทุกอย่าง ไม่ว่าณัฐจะแต่งงานกับผู้ชายคนไหนก็ตาม จะคนไทยหรือต่างชาติ ณัฐนี่แหละจะเป็นผู้หญิงคนเดียวในครอบครัว ในวงศ์ตระกูลของเราที่ไม่เรียกร้องสินสอดจากคนที่ณัฐรัก"

"นอกจากจะโง่แล้วก็ยังเถียงคำไม่ตกฟาก น่าตบสักฉาดดีไหม" เทอดชัยพูดพลางยกมือขึ้นทำท่าจะตบปณัฐดาให้ได้ ซึ่งในขณะนั้นหญิงสาวไม่ได้กลัวอะไร สายตาท้าท้ายอีกต่างหาก เพราะการที่ถูกพี่ชายตบตี กลายเป็นความเคยชินไปแล้ว

"อยากตบก็ตบสิ เพราะทั้งชีวิตของณัฐ พี่ก็ตบตีณัฐมาตลอด พี่บังคับณัฐให้เป็นแบบที่พี่ต้องการ อยู่ในกรอบที่ถูกเลือก แต่ณัฐเป็นไม่ได้ พี่รองเข้าใจไหม ณัฐอยากมีอิสระ มีชีวิตตัดสินใจเส้นทางของตัวเอง ณัฐโตแล้ว ณัฐไม่ใช่เด็กน้อยที่พี่คอยควบคุมชีวิตเหมือนแต่ก่อน ณัฐอายุยี่สิบสามปีแล้วนะคะ"

"อย่ามาท้านะ คิดว่ามีสามีแล้วโตขึ้นอย่างงั้นเหรอ"

"ณัฐโตพอที่จะเลือกสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตตัวเองได้ ณัฐบรรลุนิติภาวะ ณัฐสามารถตัดสินใจอะไรให้กับตนเองได้ พี่รองอย่ามายุ่งกับชีวิตณัฐ"

"เพราะคิดโง่ ๆ แบบนี้แหละ ผู้ชายทุกคนถึงได้ทิ้งไป"

คำพูดของพี่ชายคนรองทำให้ปณัฐดายืนร้องไห้อย่างไม่อายใคร ๆ แม้แต่ในวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่เธอมีโอกาสได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอน นิสัยของพี่ชายก็ไม่เคยเปลี่ยนเลยสักนิด

“พอเถอะพี่รอง อย่าให้มันมากไปกว่านี้เลยนะ” กันต์ฐิตาเดินเข้ามาเงียบ ๆ อดไม่ได้ที่จะห้ามปราม

“นี่ก็เหมือนกัน เข้าข้างน้องตลอด เห็นอะไรดีงามไปหมดเลยนะ” เทอดชัยหันไปตำหนิกันต์ฐิตา

“พี่ไม่เข้าใจอะไรหรอกพี่รอง รอยคีนส์เขาดีกับน้องเราแค่ไหน ไม่มีผู้ชายคนไหนที่รักน้องเราได้เท่านี้แล้วนะ เรื่องสินสอดทองหมั้น ณัฐเป็นคนบอกกันต์ตั้งแต่แรกแล้ว และกันต์ก็เห็นว่าไม่จำเป็นอะไร เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ตอนที่ณัฐประสบอุบัติเหตุที่ภูเก็ต รอยคีนส์รักและห่วงน้องสาวเรามากเลยรู้ไหม เขากลัวว่าแฟนเก่าของณัฐจะมาทำร้ายร่างกายฉุดกระฉากบังคับขืนใจน้องสาวเราอีก เขาให้ณัฐลาออกจากงานไปรอเขาที่กรุงเทพฯ รอยคีนส์รับผิดชอบทุกอย่างในตัวน้องเรา ส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน เขาทั้งรักและดูแลน้องเราเป็นอย่างดีเสมอมา แล้วแบบนี้พวกเราจะไปเรียกร้องอะไรจากเขาอีกล่ะ แม้แต่กันต์เองยังให้น้องไม่ได้เท่ากับที่รอยคีนส์ให้น้องสาวเราเลยนะพี่รอง”

“แต่มันน่าจะมากกว่านี้ ไม่ใช่เงินเก้าสิบเก้าบาท แบบนี้ก็อายชาวบ้านเขาแย่สิ”


 




“พี่ก็ดีแต่เห็นแก่หน้าตาครอบครัวเป็นสำคัญ แคร์แต่คำพูดของชาวบ้านที่คอยซุบซิบนินทา ที่ผ่าน ๆ มาพี่เคยแคร์ความรู้สึกของน้องบ้างไหม แล้วที่ผ่านมา ที่พี่ทำกับชีวิตน้องนะ พี่เคยคิดย้อนมองตัวเองบ้างไหม พี่เคยแก้ปัญหาและช่วยเหลือให้น้องมีความสุขบ้างหรือเปล่า ตบตีบังคับลากน้องไปอยู่ตามที่ตัวเองต้องการ ไม่เคยให้อิสระน้องได้เลือก พอน้องชายเมียตัวเองจะข่มขืนน้องสาวแท้ ๆ  แทนที่จะแก้ปัญหาให้ดีทีสุด พี่ไม่กล้าแม้จะแจ้งความ เพราะกลัวถูกเมียทิ้ง พี่ปล่อยให้ชีวิตน้องสาวคนเล็กกลายเป็นฝันร้ายมาตลอด ถามจริง ๆ เถอะ พี่รองเคยคิดถึงอดีตต่าง ๆ ที่ผ่านมาบ้างไหม เคยรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองทำอะไรผิดกับน้องเอาไว้บ้าง เคยทำหน้าที่พี่ชายที่สมบูรณ์แบบให้น้องสาวสักครั้งไหม เคยขอโทษเขาบ้างไหม ทุกครั้งที่เห็นหน้าพี่ก็ดุด่าตลอด” กันต์ฐิตาอดไม่ได้ที่จะหยิบยกเรื่องอดีตเก่า ๆ มาพูดทั้งหมด

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว จะไปขุดคุ้ยมันทำไมล่ะ มาคุยเรื่องปัจุบันกันดีกว่า” เทอดชัยบอกปัดอย่างไม่พอใจ

“พอเถอะน้ารอง ทุกอย่างที่น้ากันต์พูดมันเป็นความจริงทั้งหมด ผมว่าน้ารองควรจะดีใจนะ ที่มีผู้ชายดี ๆ สักคนรักณัฐอย่างจริงใจ ตลอดเวลาที่ณัฐอยู่กับวี น้าไม่รู้หรอกว่าณัฐเจออะไรบ้าง ผมอยู่ตรงนั้น ผมเห็นภาพตลอด พอเถอะ ผมขอร้อง”

เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้ปณัฐดาแหงนหน้าหันไปมองทันที เธอจำเสียงของเขาคนนี้ได้ดี เพราะเขาคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนสนิทที่ดีกับเธอมาตลอด

อรรณพก้าวเข้ามาใกล้ ๆ เทอดชัยเหมือนต้องการหยุดเรื่องบาดหมางที่เกิดขึ้นทั้งหมด จากนั้นก็หันมาสบตาปณัฐดานิดหนึ่ง แม้ว่าหญิงสาวจะเสียใจกับคำพูดของพี่ชายที่มีให้ แต่อีกใจหนึ่งก็ดีใจไม่น้อยที่ได้เจอเพื่อนสนิทอีกครั้ง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยคิดว่าจะได้เจอเขาอีก

“ณพมาได้ยังไง” แววตาเบิกกว้าง ยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ

อรรณพหันมายิ้มให้หญิงสาวนิดหนึ่ง “เพิ่งมาถึง ไม่คิดว่าจะได้มางานแต่งงานของณัฐ”

เทอดชัยแสดงสีหน้าหงุดหงิดไม่น้อยที่ถูกอรรณพพูดดักคอ “เจออะไรล่ะณพ ตอนอยู่กับไอ้วีน้าก็เห็นณัฐดูมีความสุขดีนี่”

อรรณพส่ายหัว รับไม่ได้กับความคิดของน้าชาย

“ความสุขในความคิดของน้านะเหรอ แต่ความจริงกับภาพที่ผมเห็นนั้น มันต่างกันมากรู้ไหม”

“แต่เรื่องมันก็ผ่านไปตั้งหลายปีแล้วนี่” เทอดชัยทำเป็นไม่สนใจกับสิ่งที่อรรณพพูดถึง

“ถึงจะหลายปี แต่ผมเชื่อว่าณัฐไม่เคยลืมแน่นอน ที่สำคัญณัฐไม่มีวันลืมหรอกว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือว่าน้าลืมไปแล้ว”

“ไอ้ณพ!” เมื่อถูกตอกย้ำเรื่องราวเก่า ๆ เทอดชัยก็โกรธขึ้งทีเดียว

“หยุดนะพี่รอง! พี่พอได้แล้ว ทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่ณัฐเลือก ถึงแม้งานแต่งจะไม่มีสินสอดมากมาย แต่หนี้กองทุนเพื่อการศึกษาของน้องทั้งหมด รอยคีนส์ก็จ่ายให้หมดแล้ว มันเยอะกว่าสินสอดของคนบางคนในตำบลบ้านเราเสียอีก เวลาที่น้องลำบากยากเข็ญ เขาก็ดูแลน้องเราเป็นอย่างดี ไม่เคยทอดทิ้งแต่อย่างใด ถามจริง ๆ เถอะ ขนาดพวกเราเป็นพี่แท้ ๆ ยังให้น้องไม่ได้เท่ารอยคีนส์เลย แล้วพี่จะมาเรียกร้องอะไร พี่อย่าลืมนะว่าพี่เป็นแค่พี่ชาย ไม่ใช่พ่อแม่ จงเลิกนิสัยนี้เสียเถอะ”


 




กันต์ฐิตาพูดจบก็จูงมือปณัฐดาเดินออกมา โดยที่ทิ้งให้พี่ชายคนรองเก็บคำพูดของตัวเองไปนั่งคิดอยู่นาน ซึ่งก็มีอรรณพนั่งอยู่เคียงข้างพี่รองตามลำพัง

พองานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปณัฐดาก็กล่าวขอบคุณพี่น้องทุก ๆ คนที่มาช่วยงาน ก่อนจะมอบเงินก้อนหนึ่งให้กันต์ฐิตาไว้จ่ายค่าใช้จ่ายทุกอย่าง จากนั้นก็พาคนรักไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จ และก็จัดข้าวของทุกอย่างใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย

อรรณพเดินตรงมายังปณัฐดาและคนรัก แววตาของชายหนุ่มแม้จะไม่ยิ้มสดใสเหมือนคนอื่น ๆ แต่ก็เห็นได้ว่าสุขใจที่ได้มาร่วมงานแต่งของหญิงสาว

“ณพดีใจนะที่ณัฐได้พบคนดี ๆ ดีใจที่เขารักณัฐมากขนาดนี้ ณพขอให้ณัฐมีความสุขมาก ๆ นะ”

“ขอบใจณพมาก แล้วณพล่ะ ไม่เจอกันตั้งนาน ณพแต่งงานหรือยัง ณัฐดีใจจริง ๆ เลยที่เจอณพที่นี่” รอยยิ้มสดใสยังคงมีให้เขาเสมอ ความรู้สึกที่ดีของคำว่าเพื่อนยังคงฝังแน่นอยู่ในใจ

“คงได้แต่งสักวันแหละ หากเจอคนที่ใช่” น้ำเสียงแม้จะดูเศร้าไปบ้างแต่ก็ดูหนักแน่นทีเดียว

ปณัฐดาหันไปเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอรรณพให้คนรักฟังเบา ๆ ก่อนที่จะหันมายิ้มให้เพื่อนสนิท

“ณัฐเชื่อว่าสักวันหนึ่ง ณพจะต้องได้พบเจอคนดี ๆ ณัฐขออวยพรให้ณพนะ”


อรรณพยิ้มรับ “ขอบใจมากณัฐ ชีวิตของณพยังต้องดำเนินต่อไป ณัฐไปอยู่ที่โน้นก็ดูแลตัวเองให้ดีๆ เสียล่ะ”

“จ้ะ”

“ณพดูแลตัวเองด้วยนะณพ” ปณัฐดาตะโกนบอกเพื่อนตามหลัง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอรรณพจะได้ยินบ้างไหม

หญิงสาวรู้สึกดีใจไม่น้อยที่มีโอกาสได้เจอเพื่อนเก่า แม้ว่าจะไม่ได้พบกันมาหลายปี แต่ก็ดีใจที่ได้เจอเพื่อนรักคนนี้ แววตาอ่อนโยนและรอยยิ้มของอรรณพเธอจดจำได้ดี แม้เวลาจะผ่านไปสักกี่ปี เพื่อนคนนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน แม้แต่วันนี้เขาก็ยังปกป้องและรับหน้ากับเหตุการณ์ร้าย ๆ แทนเธอตลอด อรรณพไม่ได้เป็นแค่เพื่อน แต่เป็นลูกเลี้ยงของพี่สาวคนโตที่เป็นลูกของภรรยาคนแรกของพ่อ ทั้งปณัฐดาและอรรณพเกิดและเติบโตในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่ยังเด็กจนเติบใหญ่ จะว่าไปแล้วอรรณพก็เป็นเหมือนเงาที่คอยปกป้องเธออยู่ห่าง ๆ


 




พออรรณเดินหายลับไป เดือนเพ็ญเพื่อนสนิทก็เดินมายืนข้าง ๆ ปณัฐดา พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอรรณพให้ฟังด้วย โดยที่ปณัฐดาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

“เราไม่เชื่อหรอกเพ็ญ ณพไม่มีวันคิดอย่างนั้นกับเราเด็ดขาด”

“นี่ณัฐ พวกเราจะโกหกเธอทำไมล่ะ ณพนะมันรักเธอตั้งนานแล้ว เพื่อน ๆ ในกลุ่มรู้กันทั้งนั้น เธอไม่เคยรู้ตัวเลยเหรอ”

ปณัฐดาส่ายหน้าทันที ใบหน้ายังรู้สึกงง ๆ อยู่ตลอด

“ไม่ เราไม่เคยคิดอะไร และเราก็ไม่เคยสงสัยอะไรด้วยแหละ”

“แล้วเธอไม่สังเกตเหรอ ทำไมณพถึงดีกับเธอกว่าใคร ๆ”

“ก็เป็นธรรมดาของคนเป็นญาติกันนี่หนา ณพเป็นลูกเลี้ยงของพี่สาวเรา และพี่สาวคนนี้เราก็เรียกแม่ตลอด ณพมีศักดิ์เป็นหลานเรา”

“แต่มันเรื่องจริงนะณัฐ แล้ววันนี้เธอเห็นไหมล่ะ อรรณพไม่ยอมลงเอยกับใครเลย”

“แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เรากับณพรักกันไม่ได้ เราเป็นญาติกันนะเพ็ญ”

“เรื่องของหัวใจมัน ห้ามกันไม่ได้หรอกณัฐ เพื่อนรักญาติสนิทมีเยอะแยะ” เดือนเพ็ญเอ่ยขึ้น

วันนั้นปณัฐดาต้องเผชิญกับเรื่องราวหลายอย่าง ซึ่งก็ยอมรับว่าหนักพอสมควรสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอดีใจที่ได้พบอรรณพอีกครั้ง เพราะหลังจากที่ชายหนุ่มเดินทางไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน ปณัฐดาก็ไม่เคยได้ข่าวคราวอรรณพอีกเลย หญิงสาวยอมรับว่า รู้สึกอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินจากเพ็ญเกี่ยวกับความรู้สึกส่วนลึกจากใจของอรรรพ เธอรักอรรณพแบบญาติและเพื่อนเท่านั้น และก็ยอมรับว่าไม่อยากให้อรรณพคิดอะไรเกินเลย อยากให้อรรณพรู้สึกกับเธอเหมือนที่เธอรู้สึกเท่านั้น

 

"เรารักณพเหมือนญาติและเพื่อนสนิทเท่านั้น เรายังยืนยันว่าเราไม่เคยรู้สึกอะไรเกินเลยกับณพแม้แต่ครั้งเดียว" ปณัฐดามองตาเพื่อนรัก อดไม่ได้่ที่จะเข้าไปกอดเพื่อนรักครั้งสุดท้าย "ดูแลตัวเองด้วยนะ แล้วเราจะติดต่อกลับมาหาเธอ"

 

"เช่นกัน เราจะรอเธอนะณัฐ"

ปณัฐดาพยักหน้า ยิ้มละไมให้เพื่อนสนิทก่อนที่จะเดินเข้าไปช่วยพยุงคุณแม่คนรักเพื่อที่จะขึ้นรถกลับโรงแรม โดยที่มีพี่น้องคนอื่น ๆ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ

“รอยคีนส์ พี่ฝากดูแลน้องสาวพี่ด้วยนะ”

เทอดชัยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้นุ่มนวลแต่อย่างใด ใบหน้ายังคงทรนงกับความคิดของตัวเองอยู่บ้าง แววตาไม่ค่อยกล้าสบตาคนที่พูดด้วยมากนัก แต่รอยคีนส์ก็ยังยิ้มรับและพยักหน้าด้วยจความเต็มใจ

ทางด้านปณัฐดาแปลกใจไม่น้อยที่เห็นพี่ชายคนนี้มีท่าทีอ่อนลง แต่ไหนแต่ไรพี่ชายไม่เคยยินดีกับชีวิตของเธอเลยสักนิด หรือว่าอรรณพเป็นคนเล่าเรื่องราวของเธอทั้งหมดให้ได้ฟัง ทำให้พี่ชายสำนึกในสิ่งที่ตนเองเคยทำเอาไว้

“ครับ ไม่ต้องห่วงหรอก ผมจะดูแลณัฐให้ดีที่สุด” รอยคีนส์รับปากหนักแน่น

“วันนี้พี่จะขอเชื่อในความรักแท้ของณัฐ พี่ขอโทษ ที่ผ่านมาก็อย่าไปคิดถึงมัน พี่ขอให้น้องทั้งสองรักกันมาก ๆ นะ อยู่กันจนแก่จนเฒ่า ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาก็อย่าลืมส่งข่าวคราวมาบอกกันบ้างนะ อย่าหายเงียบไปเลย พี่น้องทุกคนเป็นห่วง”

เป็นครั้งแรกที่ปณัฐดาได้ยินคำพูดดี ๆ จากพี่ชายคนรอง กี่ปีแล้วกับเรื่องราวความเจ็บปวดที่ฝังแน่นไว้ในใจ กี่ปีที่พี่ชายไม่เคยเอ่ยคำขอโทษให้ได้ยิน และมันก็เป็นครั้งแรกที่พี่ชายพูดจาดีและแสดงความห่วงใยให้เธอได้เห็น ความรู้สึกบางอย่างวิ่งพรวดพราดเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง ทำให้ปณัฐดาน้ำตาซึมเอ่อเบ้า

“ขอบคุณค่ะ พี่รองก็ดูแลตัวเองด้วย อย่าไปคิดมากกับเรื่องราวที่ผ่านมา ถ้าไม่มีวันนั้น ณัฐก็คงไม่มีวันนี้ไม่ใช่เหรอคะ”

“จ้ะ พี่ขอบใจมากที่ไม่ติดใจกับเรื่องที่ผ่านมา พี่ขอโทษจริงๆ ตอนนี้พี่เข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น หวังณัฐคงไม่โกรธพี่ชายคนนี้นะ” เทอดชัยพูดพลางยิ้มที่มุมปากนิด ๆ ใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดขึ้งโกรธเมื่อไม่นานมานี้ ก็กลับยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่บ้าง

“ไม่ค่ะ ณัฐไม่เคยโกรธพี่รองหรอก ณัฐให้อภัยพี่ทุกอย่างค่ะ ต่อไปนี้ครอบครัวเราจะมีแต่ความรักและความเข้าใจ”

“พี่ขอบใจณัฐมาก ต่อไปนี้พี่จะเป็นพี่ชายที่ดีกว่านี้” รอยยิ้มบาง ๆ ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น



 




ระหว่างทางกลับโรงแรม กันต์ฐิตาและบุหงาเดินทางไปด้วยกัน โดยที่ปณัฐดาขอให้คนขับรถแวะไปที่วัดในหมู่บ้านเสียก่อน เพื่อที่จะพาคนรักไปกราบไหว้อัฐิของพ่อแม่ ซึ่งพี่สาวทั้งสองก็เข้าใจและเห็นด้วยเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งช่วยดูแลคุณแม่คนรักและจอห์นแทน

“พ่อค่ะ แม่ค่ะ วันนี้ณัฐได้พาคนรักมาไหว้พ่อกับแม่ตามสัญญา ณัฐรักเขาคะพ่อ และเขาก็รักณัฐด้วย เขาเป็นผู้ชายที่ดีที่สุด จากนี้ต่อไปณัฐจะไปอยู่กับเขาที่ต่างแดน ขอพ่อกับแม่จงช่วยคุ้มครองณัฐและคนรักพร้อมทั้งครอบครัวด้วยนะคะ ณัฐสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่อีก”

รอยคีนส์ประนมมือไหว้โดยที่มีธูปหนึ่งดอกที่หญิงสาวยื่นให้ ปณัฐดามิอาจเดาใจคนรักได้ว่าเขาคิดอะไรในใจ แววตาที่เต็มไปด้วยน้ำใส ๆ เอ่อเบ้า รู้ได้เลยว่าชายหนุ่มรู้สึกอย่างไร เขาคงมีความสุขและภูมิใจไม่น้อยไปกว่าเธอที่มีวันนี้ ความรู้สึกของเธอในช่วงเวลานั้นก็คงไม่ต่างกับเขา น้ำใส ๆ ไหลรินด้วยความสุขใจที่ได้กลับมาตามสัญญาที่ให้ไว้กับดวงวิญญาณของพ่อและแม่

เมื่อกราบไหว้อัฐิของพ่อแม่เสร็จแล้ว ปณัฐดาและครอบครัวพากันเดินทางมาพักที่โรงแรมในตัวเมือง โดยที่พี่สาวทั้งสองคนมาส่งที่หน้าโรงแรม ก่อนจะกลับไปพักที่บ้านตนเอง และคอยดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยต่าง ๆ ด้วย


ในรุ่งเช้าของวันอาทิตย์ กันต์ฐิตาและครอบครัวพากันมารับปณัฐดาและทุก ๆ คนที่หน้าโรงแรม จากนั้นก็พากันเดินทางกลับกรุงเทพแต่โดยเร็ว เพราะในวันจันทร์หญิงสาวจะต้องไปสัมภาษณ์วีซ่าแต่เช้า เกรงว่าถ้าหากเดินทางช้าจะทำให้การสัมภาษณ์วีซ่ามีปัญหาไปด้วย

การเดินเรื่องวีซ่าไปอยู่อเมริกา ก็คงไม่ต่างกับการเดินทางชีวิตของปณัฐดาและรอยคีนส์ มีเรื่องราวหลายอย่างผ่านเข้ามา อาจจะมีทางแยกที่ต้องเจอแต่ความรักและความสุข แต่ก็มีบางทางแยกที่มีแต่ความทุกข์ที่เจ็บปวดร้าวรานปะปนเข้ามา แต่ทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นถนนชีวิตที่ผ่านมาของเธอและเขา

สำหรับวันนี้ถนนชีวิตของปณัฐดาและคนรักไม่ได้มีแค่ความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจคอยประคับประคองอยู่เท่านั้น แต่มีความผูกพันของการเป็นคู่ชีวิตที่ต้องอยู่เคียงข้างกันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งปณัฐดาและรอยคีนส์ก็พร้อมที่จะเดินไปด้วยกันในวันข้างหน้าที่สดใส



 



หลังจากที่กลับมาจากต่างจังหวัด ปณัฐดาและรอยคีนส์ไม่ได้จดทะเบียนสมรสที่เมืองไทยแต่อย่างใด เพราะหญิงสาวกำลังเดินเรื่องวีซ่าคู่หมั้น ไม่อยากให้มีผลกระทบในการขอวีซ่าทุกอย่าง ทำให้ความถูกต้องทางกฏหมายบางอย่างที่เมืองไทยต้องข้ามไป ทั้งเธอและเขารู้ดีว่า เมื่อเดินทางไปถึงอเมริกาก็จะต้องจัดงานแต่งงานอีกครั้งก่อนเก้าสิบวัน เพื่อรักษาสถานะวีซ่าคู่หมั้นและปรับเปลี่ยนเป็นวีซ่าคู่สมรสก่อนที่จะทำเรื่องขอกรีนการ์ดเพื่ออาศัยอยู่ที่อเมริกาอย่างถาวร

ปณัฐดาและรอยคีนส์พร้อมทั้งครอบครัวก็ได้กลับมาพักที่กรุงเทพเหมือนเดิม ช่วงระหว่างที่รอวีซ่าชีวิตของปณัฐดาก็ยังดำเนินไปอย่างมีความสุข ระยะเวลาเพียงไม่กี่วันหญิงสาวได้รับวีซ่าคู่หมั้นอย่างที่ตั้งใจ จากนั้นก็จองตั๋วเครื่องบินทันที และกำหนดเดินทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่รอการเดินทางกลับอเมริกา ปณัฐดาพาคนรักและครอบครัวไปเที่ยววัดวาที่ขึ้นชื่อในเมืองกรุง ซึ่งทุกคน ๆ ก็ดูมีความสุขเป็นที่สุด

ก่อนวันเดินทางกลับอเมริกาสามวัน ปณัฐดาได้นัดเจอญาติพี่น้องที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพทุกคน เพื่อที่จะมารับประทานอาหารด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย หากจะเรียกว่าการเลี้ยงส่งก็ว่าได้ เพราะพี่น้องทุกคนพร้อมใจมาพบกันในครั้งนี้ ยกเว้นครอบครัวแก้วตาและบุหงาเท่านั้นที่มาไม่ได้ เมื่อรับประทานอาหารกันเสร็จแล้วต่างก็ร่ำลากันไป

“พี่กันต์จะไปส่งณัฐหรือเปล่า”

“ขึ้นเครื่องกี่โมงล่ะ”

“หกโมงเช้าสิบห้านาที แต่ณัฐจะต้องไปที่สนามบินตั้งแต่ตีสี่ค่ะ ต้องเช็คอินกระเป๋าแต่เช้า ถ้าพี่กันต์จะมาส่งณัฐและรอยคีนส์ พี่กันต์มาเจอณัฐที่สนามบินก่อนตีห้านะคะ เพราะตีห้าครึ่งก็คงจะเข้าไปด้านในแล้ว” ปณัฐดากำชับพี่สาว

“จ้ะ พี่จะพยายามไปให้ได้นะ”

น้ำเสียงกันต์ฐิตาราบเรียบ ดูแปลกไป ไม่หนักแน่น เหมือนมีอะไรอยู่ในใจ แต่ปณัฐดาไม่ได้คิดอะไรมาก เธอคิดว่าพี่สาวคงจะเหนื่อยจากงานที่ทำเสียมากกว่า ทางด้านพี่น้องคนอื่น ๆ ปณัฐดาไม่เคยเรียกร้องให้มาส่งที่สนามบินแต่อย่างใด เพราะคิดว่าทุกคนไม่มีเวลาแน่นอน พี่ชายคนโตก็มีแผนการที่จะต้องไปดูแลงานที่ต่างจังหวัดในวันพรุ่งนี้เช้า และคงจะกลับมาส่งเธอไม่ได้ ขณะเดียวกันพี่สะใภ้ก็ต้องไปส่งหลานไปโรงเรียนแต่เช้า ส่วนพี่น้องคนอื่น ๆ ต่างก็ติดธุระหมด ปณัฐดาไม่คิดอะไรมาก และเข้าใจว่าชีวิตแต่ละคนต้องดำเนินต่อไป ตัวเองเป็นแค่น้องสาวคนเล็กจะเรียกร้องอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ การที่พี่น้องบางคนสละเวลามารับประทานอาหารด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว

ค่ำคืนวันสุดท้ายที่อยู่เมืองไทย ปณัฐดานอนพลิกตัวไปมา เพราะไม่สามารถข่มตาให้หลับได้เลย ใจหนึ่งก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ไปเห็นบ้านเมืองของคนรัก แต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกเศร้าที่จะต้องจากครอบครัว พี่น้องและประเทศชาติอันเป็นที่รักไปอยู่แดนไกล เพื่อไปใช้ชีวิตในประเทศที่เธอไม่เคยไปสัมผัสมาก่อน จะมีก็แต่ได้ยินข่าวคราวในทีวีและในภาพยนต์เท่านั้น หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งดูทีวีไปพลาง ๆ และก็อดไม่ได้ที่จะกดโทรศัพท์หาพี่สาว

“ณัฐจะรอพี่กันต์นะ พี่ต้องมาให้ได้นะ” เธอย้ำเตือนเชิงขอร้องอยากให้พี่สาวมาส่งให้ได้ 

 

"พี่ไม่รู้จะไปได้ไหม พอดีพี่กับแฟนมีปัญหานิดหนึ่ง"

 

ปณัฐดาไม่รู้ว่าพี่สาวมีปัญหาอะไร แต่ก็ให้กำลังใจพี่สาวเสมอ "มีเรื่องไม่สบายใจก็บอกณัฐได้นะคะ ถ้าพี่กันต์มาได้ ณัฐอยากเจอพี่ที่สนามบิน"

 

"จ้า แต่พี่ไม่รับปากนะ ยังไงก็ขอให้โชคดีแล้วกัน"

ปณัฐดารู้สึกแปลกใจที่พี่สาวเปลี่ยนไป ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวและสามี คิดว่าคงจะเป็นปัญหาที่รื้อรังระหว่างชีวิตคู่ของคนสองคน พอเวลาประมาณตีสามปณัฐดาและครอบครัวพากันอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้ารุ่ง เพราะจะต้องไปเดินทางไปที่สนามบิน เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็พากันลากกระเป๋าเดินลงมาที่ล็อบบี้ชั้นล่าง ซึ่งทางโรงแรมได้เตรียมรถตู้คันใหญ่เพื่อที่จะไปส่งเธอและครอบครัวที่สนามบินไว้แล้ว รอยคีนส์และจอห์นเดินเข้าไปเช็คเอ้าท์โรงแรมเสร็จแล้ว ก็ไม่ลืมกล่าวขอบคุณพนักงานหลาย ๆ คน ก่อนที่จะพากันมาขึ้นรถตู้ด้านหน้า

เมื่อรถวิ่งมาถึงสนามบิน ใจของปณัฐดาก็เต้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ความตื่นเต้นที่มีอยู่ในตัวไม่สามารถกลบความเศร้าที่ต้องจากแผ่นดินไทยอันเป็นที่รักไปได้เลย แม้จะพยายามทำใจให้เข้มแข็ง แต่แปลกบางครั้งความเศร้าก็เข้ามาแทรกทุกที และก็พยายามบอกกับตัวเองให้อดทน ในเมื่อวันนี้เธอเลือกที่จะเดินเส้นทางแบบนี้ เลือกที่จะเคียงคู่รอยคีนส์อันเป็นที่รัก เธอก็ต้องไปอยู่เคียงข้างเขาไม่ว่าที่ไหนก็ตาม เธอจะต้องทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด

ขณะที่เช็คอินกระเป๋าอยู่นั้น รอยคีนส์หันมาปลอบใจหญิงสาวอยู่ตลอด

“ไม่ต้องกลัวนะที่รัก ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด ถึงผมจะไม่ใช่ผู้ชายที่ร่ำรวย แต่ผมสัญญาด้วยชีวิต ว่าผมจะดูแลคุณให้ดีสุดความสามารถ” คำพูดที่หนักแน่นแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน ทำให้ใจที่ห่อเหี่ยวเบิกบานขึ้นมาบ้าง

“ค่ะ”

ปณัฐดาพยักหน้าเบา ๆ ส่วนลึกของเธอไม่ได้นึกกลัวกับการที่ต้องไปผจญภัยชีวิตในต่างแดน แต่สิ่งที่นึกกลัวก็คือ ความคิดถึงเมืองไทยและญาติพี่น้องต่างหาก



 




เมื่อเช็คอินเสร็จแล้ว ปณัฐดาก็นั่งรอพี่สาวไปพลาง ๆ สามสิบนาทีก่อนเข้าไปด้านในก็ยังไม่มีวีแววกันต์ฐิตาโผล่หน้ามาให้เห็น หญิงสาวอยากจะร้องไห้ให้ได้ แม้วันสุดท้ายที่จะต้องจากถิ่นฐานไปอยู่ที่ไกลแสนไกลก็ไม่มีใครมาส่งเธอได้เลย ไม่มีแม้แต่เงา ปณัฐดาตัดสินใจเดินไปใช้บริการโทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรหาพี่สาว แต่ก็แปลกที่ไม่มีคนรับสาย ปณัฐดายืนถือสายรออยู่เสียนาน จนสายตัดไป เหมือน ๆ กับหัวใจที่ปวดร้าวที่ไม่อาจจะบอกได้

 

ในขณะนั้นน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลรินพรั่งพรู เหมือนกับอัดอั้นไว้นานแสนนาน ปณัฐดารู้สึกสงสารชีวิตตัวเองจับใจ แม้ในวันสุดท้ายที่จากเมืองไทย ก็ไม่มีพี่น้องคนไหนที่มาส่งเธอได้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่น้องทุกคน ในวันนี้เธอจะต้องเดินทางไปอยู่ต่างแดนกับคนรักไกลแสนไกล แผ่นดินที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ชีวิตของเธอก้าวมาไกลเกินที่จะถอยหลังได้ ปณัฐดาเสียใจที่ไม่มีพี่น้องคนไหนมาส่งเธอ แม้แต่สายโทรศัพท์ก็ไม่ยอมรับสาย หญิงสาวบอกกับตัวเองเสมอว่า จะก้าวไปข้างหน้าให้ดีที่สุด และเข้มแข็งให้สมกับเป็นภรรยาของคนรัก เธอจะต้องยืนเคียงข้างคนรักได้อย่างสง่างาม ให้สมที่ผู้ชายดี ๆ คนนี้เลือกเธอเป็นคู่ครอง  

"ไม่ต้องเสียใจนะที่รัก พี่น้องของคุณคงจะติดธุระสำคัญหรือมีอะไรบางอย่างที่เขามาส่งไม่ได้ ขอให้รู้ว่า ผมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ จากนี้ต่อไป เราจะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ผมสัญญาจะดูแลคุณให้ดีที่สุด ชีวิตและหัวใจของผมเป็นของคุณ ผมขอให้คุณลืมทุก ๆ คนที่เคยทำให้คุณเสียใจ ตั้งหน้าและมุ่งมั่นเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันให้ดีที่สุด ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น ๆ คุณมีผมยืนเคียงจ้างเสมอ ผมจะรักและปกป้องคุณทุกอย่าง เชื่อใจผมนะที่รัก"

 

เสียงนุ่มนวลของรอยคีนส์ดังขึ้น อ้อมแขนของเขากอดเธอไว้แน่น เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างมาก อ้อมอกของชายหนุ่มเหมือนเกราะกำบังคอยให้ความปลอดภัยแก่เธอ รอยยิ้มและใบหน้าที่ใจดี ทำให้หญิงสาวเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มมากทีเดียว

 

"ค่ะ ณัฐจะเข้มแข็งให้มากที่สุด เราจะก้าวไปด้วยกัน รักกันมากที่สุด และจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าและลมหายใจสุดท้าย ณัฐจะอยู่เคียงข้างคุณทุกสถานการณ์ คุณคือชีวิตและหัวใจของณัฐ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ"

เมื่อได้เวลาบอร์ดิ้งพาร์ท ปณัฐดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเพิ่มพลังความเข้มแข็งให้กับตัวเอง โดยที่มีรอยคีนส์จูงมือหญิงสาวเดินเข้าไปจุดที่ตรวจหนังสือเดินทาง  ในขณะนั้นปณัฐดาอดไม่ได้ที่จะเอามือเช็ดน้ำตาเหมือนเด็กน้อย และบอกกับตัวเองให้หยุดร้องไห้ เพราะการจากลาพี่น้องและแผ่นดินไทยอันเป็นที่รักในครั้งนี้ มิได้เป็นการจากลาที่เจ็บปวดแต่อย่างใด หากแต่เธอต้องจากพี่น้องและแผ่นดินอันเป็นที่รักไป เพื่อที่จะไปมีชีวิตที่ดีและอยู่เคียงคู่กับคนรัก มันคือเส้นทางชีวิตที่เธอเลือกด้วยตัวเอง ไม่มีใครบังคับแต่อย่างใด ส่วนทางด้านมิสซิสเมเปิ้ลและจอห์นนั้น ก็เดินทางคนละสายการบิน ซึ่งก็มีการเปลี่ยนเครื่องตรงจุดและเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้มีโอกาสได้เจอกันน้อยลง และกว่าจะได้เจอกันอีกก็ที่เมืองฮิวตั้นในมลรัฐเท็กซัสเท่านั้น

หนึ่งชีวิตของคนเรา มีสมหวังและผิดหวังปะปนกันไป บางคนได้อย่างก็ต้องเสียอย่างเป็นธรรมดา ชีวิตของปณัฐดาก็ไม่ต่างกับคนอื่น ๆ มากนัก เธอเดินทางมาไกลแสนไกล พบกับสิ่งที่สุขและทุกข์ใจผสมผสานเคล้ากันไป แต่ในวันนี้เธอมาไกลเกินฝันที่ตั้งใจเอาไว้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาหญิงสาวไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอรักแท้ แต่งงานกับผู้ชายที่อยู่อีกซีกหนึ่งของโลก และไม่คิดว่าพรหมลิขิตจะทำให้เธอและรอยคีนส์ได้พบกัน แต่เพราะโชคชะตากำหนดให้เธอและเขาเกิดมาเพื่อคู่กัน แม้จะอยู่กันคนละมุมโลก แต่เส้นทางความรักก็นำพาให้มาเจอกันจนได้ เพื่อที่จะรักและอยู่เคียงข้างกันตลอดไป เพื่อเป็นคู่ชีวิตและเป็นหัวใจของกันและกัน...นิจนิรันดร์






 



 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones