ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง




 




สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4



ในช่วงเช้ารุ่งของวันพฤหัส บรรยากาศปลอดโปร่งเป็นพิเศษ ปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มเดินทางไปสถานทูตอเมริกันแต่เช้า โดยที่มีคุณแม่คนรักและจอห์นร่วมเดินทางไปด้วย ฉากชีวิตในวันนี้ไม่ต่างกับวันก่อน ๆ มากนัก เจ้าหน้าที่ด้านหน้าป้อมยามยังคงให้ความช่วยเหลือครอบครัวของเธอเป็นอย่างดี โดยที่ให้มารดาคนรักและจอห์นไปนั่งรอที่เก้าอี้ตรงทางเดินด้านใน พอไม่นานทางสถานทูตก็เปิดประตูให้ทุกคนแลกบัตรเข้าไปด้านใน

“มาสัมภาษณ์วีซ่าวันจันทร์ตอนเก้าโมงเช้านะครับ ระหว่างนี้ทางเราจะทำการเช็คประวัติคุณรอยคีนส์กับทางเอ็ฟบีไอไปด้วย” เจ้าหน้าที่ชายแจ้งให้ทราบ น้ำเสียงอ่อนนุ่มดูอย่างเป็นกันเองอย่างมาก

“หากสัมภาษณ์เสร็จแล้ว นานไหมครับกว่าทุกอย่างจะผ่าน” รอยคีนส์ถาม

“คิดว่าไม่จะนานนะครับ ขึ้นอยู่กับทางเอ็ฟบีไอที่วอชิงตันดีซีว่าจะส่งข้อมูลมาให้เราเร็วแค่ไหน เพราะทางเราไม่สามารถออกวีซ่าให้คุณปณัฐดาได้ ถ้าทางเราไม่ได้ข้อมูลประวัติของคุณจากทางโน้น ยังไงก็อย่าลืมมาตามนัดนะครับ” เจ้าหน้าที่ชายส่งยิ้มให้เธอและเขานิดหนึ่งก่อนจะรวบรวมเอกสารเก็บในแฟ้มไปด้วย

ปณัฐดายกมือไหว้ “ขอบคุณมากค่ะ” ส่วนรอยคีนส์ก็กล่าวขอบคุณเช่นเดียวกัน


 




เมื่อเสร็จธุระต่างก็พากันนั่งรถมาที่ทำงานของกันต์ฐิตา ซึ่งในห้างเดอะมอลล์บางกะปิมีการออกร้านต่าง ๆ โดยเฉพาะผ้าไหมไทยจากหลายภูมิภาค อันเนื่องมาจากใกล้เทศกาลวันแม่ ก่อนแวะไปหาพี่สาวที่ทำงาน ปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มพาคุณแม่พร้อมจอห์นเดินชมงานออกร้านผ้าไหมไทยเสียก่อน

“คีนส์ตัดชุดให้ณัฐสำหรับงานแต่งหรือยังลูก” คุณแม่คนรักเอ่ยถาม

“ยังครับ ไม่ได้ตัดครับ คงจะซื้อเอา เพราะเราไม่ค่อยมีเวลาเลยครับ”

“แม่อยากให้คีนส์ตัดชุดแต่งงานให้ณัฐนะลูก ตัดชุดแต่งงานที่เป็นผ้าไหมก็ดี เป็นอะไรแบบไทย ๆ แม่คิดว่าณัฐคงชอบ”คุณแม่พูดพลางหยิบผ้าไหมมาดู

“ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันครับ ตัดไว้ใส่ในงานแต่งที่อเมริกาเสียเลย ส่วนที่นี่ณัฐบอกว่าจะใส่แบบเช่าไปก่อนครับ เพราะทุกอย่างเร่งรีบมาก ๆ เรามีเวลาจำกัด ถ้าตัดก็คงไม่ทันแน่นอน เพราะเหลือเวลาแค่วันเดียว อีกอย่างณัฐเขาก็เห็นด้วยมาก ๆ ครับ”

“งั้นเดี๋ยวแม่เป็นคนซื้อผ้าไหมให้ณัฐตัดชุดไทยไว้ใส่ในงานแต่งนะลูก ณัฐจะได้สวยอย่างไทย ๆ” คุณแม่พูดเองเออเองหมด โดยไม่ถามว่าที่เจ้าสาวเลยสักนิด

“อย่าเลยคะคุณแม่ ณัฐพอมีผ้าไหมที่พ่อเก็บไว้ให้แล้วค่ะ คิดว่าคงพอใส่ได้” ปณัฐดาทักท้วงด้วยความเกรงใจ

คุณแม่คนรักเดินมาจับมือหญิงสาว “ไม่เป็นไรลูก ผ้าไหมผืนนั้นณัฐก็ไว้ใส่วันอื่นก็ได้นี่ ส่วนอันนี้แม่ซื้อให้ณัฐเอง อยากให้ณัฐใส่ในงานแต่งงานของณัฐกับคีนส์ที่อเมริกานะลูก ถือว่าเป็นของขวัญจากแม่นะจ๊ะ”

คำพูดของมารดาคนรักเหมือนคำขอร้องไม่มีผิด แม้จะเกรงใจแค่ไหนหญิงสาวก็ไม่อาจปฏิเสธได้ และก็จำใจรับน้ำใจจากคุณแม่แต่โดยดี

“ขอบคุณ คุณแม่มากค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ๊ะ ณัฐเลือกสีที่ต้องการเลยลูก ชอบแบบไหนก็เลือกเอาแบบที่ชอบนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องราคา”

จากนั้นปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มเดินมาช่วยกันเลือกผ้าไหมไปพลาง ๆ พอได้สีที่ถูกใจ

“ถ้าจะตัดชุดไทยสักชุดต้องใช้ผ้ากี่เมตรคะ” ปณัฐดาหันไปถามพนักงานหญิงคนหนึ่ง

“ชุดไทยเหรอคะ ถ้าจะให้ดีก็ประมาณห้าถึงหกเมตรนะคะ เอาหกเมตรดีกว่าคะ เผื่อเอาไว้ดีกว่าที่ผ้าไม่พอ”

“ดิฉันชอบตัวนี้ค่ะ ถ้าหกเมตรราคาประมาณเท่าไรคะ”

“ประมาณสี่พันบาทค่ะ เป็นผ้าเนื้อดี ลายละเอียดหน่อย ราคาจึงสูงกว่าผ้าแบบอื่น ๆ ค่ะ”

“ลดให้หน่อยได้ไหมคะ สามพันห้าได้ไหมคะ”

“สามพันห้าพี่ไม่ได้อะไรเลยคะน้อง ขอสามพันแปดนะคะ”

“สามพันเจ็ดดีกว่านะคะ ช่วยค่าแท็กซี่หนูกลับโรงแรมด้วย” ปณัฐดายังคงต่อรอง

“สามพันเจ็ดห้าสิบเถอะคะ ห้าสิบบาทให้พี่ได้ซื้อกับข้าวกินกันหน่อยนะ”

ในที่สุดราคาผ้าไหมก็อยู่ที่สามพันเจ็ดร้อยห้าสิบบาทถ้วน ซึ่งก็เป็นราคาที่พึงพอใจของทั้งสองฝ่ายทีเดียว เพราะเนื้อผ้าและลายจัดว่าสวยงามมากทีเดียว ปณัฐดาเปิดกระเป๋าหยิบเงินออกมาทำท่าจะจ่ายค่าสินค้า แต่คุณแม่เดินตัดหน้าเข้ามาหาพนักงานคนนี้เสียก่อน


 




“เท่าไรเหรอลูก” คุณแม่หยิบเงินแบงค์พันมาห้าใบและก็หันไปถามรอยคีนส์อย่างสงสัย

“คุณแม่ไม่ต้องครับ เดี๋ยวณัฐจ่ายเอง” ชายหนุ่มสั่งห้าม

“ใช่ค่ะ เดี๋ยวณัฐจ่ายเองค่ะ”

“ไม่ได้หรอกลูก แม่ยังไม่ได้ซื้ออะไรให้ลูกสะใภ้เลย ขอแม่เป็นคนจ่ายเองนะ”

เมื่อได้ยินคุณแม่คะยั้นคะยอที่จะจ่ายค่าผ้าไหมให้ รอยคีนส์ก็จำใจยอมให้คุณแม่จ่ายแต่โดยดี เพราะคิดว่าท่านคงจะอยากซื้อเป็นของขวัญให้กับปณัฐดาในวันแต่งงานจริง ๆ

พอซื้อของเสร็จแล้ว ก็พากันแวะไปหาพี่สาวของปณัฐดาที่ทำงาน หญิงสาวแนะนำคุณแม่คนรักและจอห์นให้พี่ ๆ เพื่อนในแผนกของพี่สาวได้รู้จัก จากนั้นคู่หมั้นหนุ่มก็บอกให้เธอชวนพี่สาวมานั่งรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน เพื่อที่จะคุยเรื่องงานแต่งในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ ซึ่งร้านอาหารที่ไปรับประทานนั้นก็เป็นร้านเดิม

อาหารที่สั่งมาทานก็ล้วนแต่เป็นอาหารไทยเสียส่วนใหญ่ คุณแม่คนรักและจอห์นเลือกที่จะสั่งอาหารแบบง่ายซึ่งรสชาติไม่เผ็ด ส่วนปณัฐดาและทุก ๆ คนก็เช่นเดียวกัน เลือกสั่งอาหารที่คิดว่าทุก ๆ คนทานได้ ช่วงที่นั่งรับประทานอาหารนั้น ปณัฐดาหันไปคุยธุระกับพี่สาว

“พี่สั่งพี่บุหงาให้เตรียมงานไว้ให้แล้ว เราไม่ได้เชิญคนเยอะนะ อย่างที่ณัฐบอกพี่ เราเชิญแค่ญาติพี่น้องที่สนิท ๆ เท่านั้น งานนี้เราจัดวันเดียวเสร็จ ผูกข้อไม้ข้อมือเสร็จแล้ว ก็รับประทานอาหารด้วยกัน ไม่มีพิธีอะไรนอกเหนือจากนี้ 

"แล้วเรื่องชุดของเราล่ะ จะว่ายังไง มีชุดไว้ใส่หรือยัง"

“ณัฐก็ใส่ชุดธรรมดาค่ะ ใส่ผ้าลายลูกไม้สบาย ๆ และก็ผ้าถุงที่พ่อให้ไว้ ไม่ต้องยุ่งยากเลยค่ะ"

 
เพราะความที่ยุ่งอยู่แต่กับเรื่องวีซ่าต่าง ๆ ทำให้ปณัฐดาไม่มีแม้แต่เวลาที่จะคิดเรื่องจัดงานแต่งงานเลยแม้แต่น้อย เธอเลือกที่จะให้พี่สาวคอยเดินเรื่องให้ และเน้นงานแบบเรียบง่ายและรวบรัดที่สุด ปกติเจ้าสาวแต่ละคนค่อนข้างพิถีพิถันเรื่องงานแต่งงาน ชุดแต่งงาน แต่เธอกลับไม่มีเวลาจัดการดูแลเอาเสียเลย ทุกอย่างเอาแบบที่ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะปณัฐดารู้ดีว่า เมื่อเดินทางไปถึงอเมริกา เธอก็จะต้องมีงานแต่งงานอีกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญใช้ในการประกอบการเดินเรื่องขอใบพำนักอยู่ถาวรที่อเมริกาโดยตรง



 




"แล้วรอยคีนส์ล่ะ" กันต์ฐิตาถามขึ้น

 

"ไม่มีปัญหาค่ะ รอยคีนส์ก็ใส่เสื้อเชิ๊ตธรรมดา ๆ ก็ได้ หาแค่ผ้าไหมมาพาดบ่าเหมือนบ้านเรา ไม่ต้องแต่งอะไรมากหรอกค่ะ ยุ่งยากเสียเปล่า ๆ เอาแบบง่าย ๆดีที่สุด"

“ถ้าคิดว่าจะทำแบบนั้นก็ได้ พี่ตามใจเรานะ เพราะแต่งงานเป็นเรื่องของความชอบของแต่ละคน ถ้าเราชอบแบบนี้ พวกพี่ก็ยินดีช่วยเหลือ"

 

"แล้วเรื่องรถล่ะคะ”

“นั่นนะสิ พี่ก็ยังห่วงอยู่ ว่าคุณแม่จะนั่งรถพี่ได้เหรอ เพราะท่านคงจะอึดอัดน่าดู ยิ่งนั่งรถระยะไกลด้วย พี่กำลังถามณัฐว่าเช่ารถตู้ดีไหม จะได้นั่งคันเดียวกันเลย ไม่ต้องนั่งแยกคนละคัน ถ้าให้นั่งรถพวกพี่ก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนรถพี่นั้นณัฐก็นั่งกับรอยคีนส์ สำหรับหลานพี่จะให้นั่งรถพี่โต แต่ติดปัญหาตรงที่นั่งคนละคัน พี่เป็นห่วงคุณแม่และคุณพ่อเป็นที่สุด” พี่กันต์บอกเล่าด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ขอณัฐคุยกับรอยคีนส์แป๊บนะคะ”

ปณัฐดาหันไปเล่าเรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นให้คนรักฟังอย่างละเอียด ซึ่งรอยคีนส์พยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ผมว่าเอารถตู้ดีกว่าครับ อีกอย่างคุณแม่สามารถเหยียดขาได้บ้าง ถ้านั่งรถเก๋งรถกระบะคงไม่ไหวแน่เลย มันดูแออัดเกินไป บอกพี่กันต์ไปเลยว่าเอารถตู้นะ ให้พี่กันต์ช่วยติดต่อเช่าให้หน่อยได้ไหมครับ” คู่หมั้นหนุ่มตอบรับเห็นด้วยกับการเช่ารถตู้


หญิงสาวหันมาคุยกับพี่สาวอีกครั้ง “พี่กันต์ค่ะ ถ้าจะเช่ารถตู้นี่ ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาอะไรไหมคะ ต้องรอนานหรือเปล่า ณัฐไม่มีเวลามากนัก เพราะวันจันทร์ต้องไปสัมภาษณ์วีซ่าตอนเก้าโมงเช้า คือวันอาทิตย์ตอนเช้าเราเดินทางกลับกรุงเทพกันนะคะ”

“อ้อ! ไม่มีปัญหาจ้ะ พี่ลองคุยกับสองสามเจ้าไว้แล้วแหละ มีเจ้าหนึ่งเขาคิดแค่วันละสามพันบาทเอง มีสิบสองที่นั่ง เป็นรถคันใหญ่ใหม่เอี่ยมเลยแหละ สภาพรถเป็นรถตู้ทรงสูง ไม่ใช่เตี้ย ๆ แคบ ๆ นะ เขาบอกว่าถ้าจะเช่า เขามีคนขับให้สองคน เราไม่ต้องขับเลย ราคานี้ไม่รวมค่าน้ำมันนะ”

ปณัฐดาหันไปปรึกษาคู่หมั้นหนุ่ม พอสักพักก็กลับมาคุยกับพี่สาวเหมือนเดิม

“พี่กันต์โทรติดต่อเจ้านี้เลยค่ะ บอกว่าเราเช่าจนถึงวันอาทิตย์ตอนเย็น และก็มารับมาส่งให้ถึงหน้าโรงแรมด้วยนะคะ”

“ไม่มีปัญหาจ้ะ เขารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้ว เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะเอาเงินไปมัดจำเอาไว้หนึ่งพันบาท แล้วณัฐจะให้เขาไปรับที่โรงแรมกี่โมงล่ะ”

“ห้าโมงเย็นดีกว่าค่ะ เพราะกว่าจะไปถึงรถคงติดน่าดู เดี๋ยวณัฐจะให้เงินพี่กันต์ไว้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ไว้เลย แล้วพี่ ๆ คนอื่น ๆ ล่ะ”

“ก็มีพี่โตและภรรยาไปด้วย ส่วนพี่รองก็อยู่ที่บ้านอยู่แล้ว แฟนพี่ไม่ได้ไปด้วยนะ เพราะหลานต้องไปโรงเรียน พี่คงไปได้คนเดียว นอกนั้นก็คงจะมีน้องโก้กับน้องเนาะที่เป็นทหารอยู่คงจะติดรถไปกับเราด้วย ณัฐคงไม่ว่าอะไรนะ ให้หลานไปพร้อม ๆ กับเรา”

“ค่ะ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะยังมีที่นั่งว่างอยู่ งั้นตามนี้เลยนะคะ ถ้ามีอะไรติดขัด พี่กันต์ก็โทรมาบอกณัฐบ้างนะคะ หากว่าเห็นควรว่าต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็ทำไปเลยค่ะ ณัฐให้สิทธิ์พี่ดูแลงานเต็มที่”

“แล้วเรื่องที่พักล่ะคะ พี่กันต์จองไว้ให้หรือเปล่าคะ”

“อ้อ! ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ว่าแต่เราจะให้พี่จองกี่ห้องล่ะ”

“สามห้องดีกว่าค่ะ ให้คุณแม่หนึ่งห้อง ของณัฐหนึ่งห้อง ส่วนคนขับรถก็หนึ่งห้อง”

“คนขับรถคงไม่ต้องให้เขานอนโรงแรมหรอกจ๊ะ ให้มานอนที่บ้านพี่ก็ได้ เดี๋ยวพี่จะจัดการเรื่องที่นอนให้พวกเขาเอง คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง เราประหยัดเงินไว้ด้วย พี่ว่าคนขับรถคงไม่ถือตัวหรอกมั้ง เพราะไปกันแค่สองคนเท่านั้น พี่เองก็คุย ๆ กับเขาไว้บ้างแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นกันเองมาก ๆ”

ปณัฐดาเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้พี่สาวฟังทั้งหมด “ไม่ต้องไปกังวลเรื่องอื่น ๆ นะ”

“เรื่องสินสอดอย่างที่ณัฐบอกพี่กันต์นะคะ”

“จ้า พี่เข้าใจ ไม่ต้องไปสนใจว่าใครจะพูดอะไร พี่น้องเราคนไหนที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องไปสนใจเลย เดี๋ยวพี่จะจัดการเอง”

ปีกว่าแล้วที่ปณัฐดาไม่เคยเจอหน้าพี่ชายคนรอง คงจะเท่า ๆ กับเวลาที่เธอตัดใจจากพี่ไม้ผู้ชายไทยคนหนึ่งที่เธอเคยรักมากที่สุด เพราะตั้งแต่รับรู้ว่าพี่ไม้มีคนรักที่คบหาดูใจกัน ปณัฐดายอมรับว่าเสียใจ แต่เธอก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร และก็ทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่าง ระยะเวลาเพียงไม่นานหญิงสาวตัดสินใจเดินทางไปทำงานบัญชีที่ภูเก็ตกับเพื่อนสนิท ซึ่งก็คงจะเท่า ๆ กับเวลาที่เธอและรอยคีนส์รู้จักคบหาดูใจกัน

นับตั้งแต่ที่มีปัญหากับพี่ชายคนรอง ปณัฐดาก็ไม่เคยติดต่อไปหาพี่ชายคนนี้อีกเลย ไม่ใช่ว่าหญิงสาวเกลียดชังพี่ชายแต่อย่างใด เพียงแต่บางครั้งที่เห็นหน้าพี่ชาย ความทรงจำแห่งความเจ็บปวดบางอย่างมันผุดขึ้นที่ใจทุกที มันเหมือนกับรอยด่างบนผ้าสีขาวที่ไม่สามารถลบออกไปได้เลย แต่ในวันแต่งงานเป็นวันสำคัญของเธอ ไม่ว่าพี่ชายจะไม่ดีกับเธอแค่ไหน เธอก็ระลึกเสมอว่าควรจะให้เกียรติและให้ความเคารพพี่ชายเอาไว้

เมื่อคุยธุระกับพี่สาวเสร็จแล้ว ปณัฐดาก็มอบเงินก้อนหนึ่งให้ไว้เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

“ขาดเหลืออะไรก็โทรมาบอกณัฐนะคะ”

“จ้า วันศุกร์ห้าโมงเย็น เตรียมกระเป๋าทุกอย่างให้เรียบร้อย เดี๋ยวพี่จะเข้าไปรับที่โรงแรม”

“ค่ะ แล้วณัฐกับทุกๆ คนจะรอนะคะ ขอบคุณพี่กันต์มาก ๆ ที่ช่วยเป็นธุระให้”

“ไม่เป็นไรจ้ะ” จากนั้นกันต์ฐิตาก็ยกมือไหว้ร่ำลาคุณแม่และจอห์นก่อนที่จะกลับไปทำงาน ส่วนปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มพร้อมครอบครัวก็พากันกลับมาที่โรงแรม



 



รุ่งเช้าวันใหม่ ปณัฐดาและรอยคีนส์แวะไปที่ร้านตัดเสื้อผ้าไทยซึ่งอยู่ติด ๆ กับโรงแรม โดยเอาผ้าไหมที่ซื้อมาเมื่อวานนี้ไปตัดชุดไทยเอาไว้ จากนั้นก็พากันแวะซื้อข้าวของที่จำเป็น ซึ่งก็ให้คุณแม่คนรักและจอห์นนอนพักอยู่ที่โรงแรม เพราะตอนเย็นก็ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ซึ่งอะไรหลาย ๆ อย่างดูกระชันชิดไปเสียหมด พอหมดธุระก็พากันกลับมาที่โรงแรม โดยที่ปล่อยให้รอยคีนส์มีเวลาคุยกับคุณแม่และนอนพัก ส่วนเธอก็ต้องคอยรับโทรศัพท์ติดต่อคุยธุระกับพี่สาวอยู่ตลอด

การแต่งงานของผู้หญิงหลาย ๆ คนมีเวลาในการเตรียมงานอยู่มาก แต่การแต่งงานของปณัฐดากระชันชิดเหลือเกิน เพราะเธอและเขามีเวลาจำกัด อีกอย่างคุณแม่คนรักและจอห์นก็ต้องกลับประเทศปลายเดือนนี้ อันเนื่องมาจากจ้างคนมาดูแลฟาร์มวัวให้เพียงแค่เดือนเดียว หากกลับไปอเมริกาช้ากว่าที่กำหนดเอาไว้ อาจจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นหลายอย่าง ส่วนรอยคีนส์ก็ต้องรีบกลับไปเตรียมตัวสอบเข้าเรียนระดับปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยที่อเมริกาด้วย

พอตอนเย็นกันต์ฐิตาและครอบครัวก็เอารถตู้มารับที่หน้าโรงแรม โดยที่ปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มพร้อมทั้งครอบครัวได้เตรียมตัวรอก่อนหน้านั้นแล้ว

“น้องโก้และน้องเนาะ นี่ครอบครัวแฟนน้าณัฐนะ” กันต์ฐิตาหันไปแนะนำให้หลานชายและเพื่อนสนิทได้รู้จัก ซึ่งชายหนุ่มทั้งสองคนเป็นทหารประจำการอยู่ที่ค่ายทหารในเมืองกรุง

“สวัสดีครับ”

รอยคีนส์และครอบครัวรวมทั้งปณัฐดารับไหว้พร้อมทั้งส่งยิ้มอย่างเป็นกันเอง เมื่อทักทายกันเสร็จแล้วทุกคนต่างก็พากันขึ้นรถทันที จากนั้นรถก็ค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางออกไปต่างจังหวัด โดยที่เลือกวิ่งเส้นทางลัดซึ่งผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีเพื่อที่จะยิงตรงไปทางอีสาน ระยะเวลาการเดินทางก็ประมาณเจ็ดชั่วโมงกว่า ๆ ช่วงระหว่างที่นั่งอยู่ในรถทุกคนก็พูดคุยกันเบา ๆ ส่วนบางคนก็หลับไปก่อนแล้ว

ช่วงระหว่างที่นั่งอยู่ในรถปณัฐดาก็เอ่ยถามหลานชายเกี่ยวกับชีวิตการเป็นทหารอยู่ตลอด

“น้องเนาะไม่กลัวตายกันเหรอ” หญิงสาวอย่างสนใจเกี่ยวกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทหารทั้งสองหนุ่มประสบ

“ชายชาติทหารเขาไม่กลัวตายกันหรอกครับน้า สู้ก็ตาย ไม่สู้ก็ตาย ส่วนใหญ่ก็ยอมสู้ทั้งนั้น เพราะอย่างน้อยก็ยังมีโอกาสรอดเยอะ” หลานชายตอบหนักแน่น

“แหม๋ จริงจังกันขนาดนี้น้า ๆ ก็คงอุ่นใจเยอะทีเดียว นี่ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ปกป้องกันบ้างล่ะ ไม่ใช่พูดอย่างเดียวนะ แบบนี้น้า ๆ น้อยใจแย่เลย” ปณัฐดาพูดขึ้นลอย ๆ แถมหัวเราะเหมือนกับสิ่งที่ตัวเองพูดนั้นเป็นเรื่องตลก

“ครับ น้าไม่ต้องห่วงหรอกนะ พวกผมเป็นชายชาตินักสู้ จะต้องปกป้องคนดี ๆ อยู่แล้ว” เสียงทุ้มหนักแน่นเหมือนกับพูดอยู่ผู้บังคับบัญชาไม่มีผิด

ยิ่งดึกก็ยิ่งเงียบสงัด เรื่องราวที่พูดคุยกันสนุกสนานก็เบาลง รถยังคงวิ่งไปตามจุดหมายเหมือนเดิม ปณัฐดามองผ่านกระจกไปยังด้านนอก ซึ่งปกคลุมไปด้วยความมืด คงมีแค่เพียงแสงดาวริบรี่ที่มองเห็นบนท้องฟ้ายาวไกล ยิ่งขับรถออกมาไกลก็ยิ่งไม่มีแสงไฟตามท้องถนนให้เห็นเหมือนในเมืองกรุง คนขับรถสองคนยังคงทำหน้าที่เป็นอย่างดี แม้ในส่วนลึกจิตใจของคนขับรถจะนึกกลัวอยู่บ้าง เพราะไม่ค่อยชำนาญเส้นทางนี้ แต่ก็ยังอุ่นใจที่มีพี่ชายคนโตของปณัฐดาคอยบอกทางอยู่ตลอด แถมมีคนหลายคนเดินทางมาด้วยกัน



 



ตีสี่กว่า ๆ รถวิ่งมาจอดที่หน้าบ้าน บรรยากาศภายในงานครึกครื้นเป็นพิเศษ มีญาติสนิทมิตรสหายมาร่วมงานแต่เช้า ทั้งคนแก่คนเฒ่าที่เป็นญาติสนิทและญาติห่าง ๆ ก็มาช่วยงานคนละไม้คนละมือ ปณัฐดาพาคู่หมั้นหนุ่มและครอบครัวไปแนะนำให้ญาติพี่น้องได้รู้จัก จากนั้นก็พาทุก ๆ คนไปพักผ่อนตามอัธยาศัย

แก้วตา
พี่สาวคนโตคอยจัดการเป็นแม่งานสำคัญที่ช่วยวิ่งเต้นธุระเคียงคู่กับพี่บุหงา บรรยากาศภายในงานถูกจัดไว้อย่างราบเรียบ แบบธรรมดาและไม่ได้มีพิธีการที่ใหญ่โต เน้นการผูกข้อไม้ข้อมือเป็นหลักและเซ่นไหว้บอกดวงวิญญาณพ่อแม่และบรรพบุรุษที่จากไปนานหลายปี แม้ว่างานแต่งของปณัฐดาจะไม่ใหญ่โตเหมือนงานแต่งงานทั่วไป แต่เป็นงานแต่งเล็ก ๆ ที่เธอมีความสุขมากที่สุด 

“ณัฐกับรอยคีนส์ไปอาบน้ำเถอะจ๊ะ จะได้แต่งตัวกันไว ๆ ญาติพี่น้องทยอยมากันบ้างแล้ว จะได้ทำพิธีกันเลย” แก้วตาบอกก่อนที่จะวิ่งไปช่วยงานส่วนอื่น ๆ 

เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้ว ปณัฐดาก็ใส่ผ้าถุงกับผ้าลูกไม้ธรรมดา ๆ ที่มีผ้าสะไบพาดข้างให้ดูดี ส่วนรอยคีนส์ก็ใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวกับกางเกงสแล็คสีน้ำตาลอ่อน ทั้งคู่เดินมานั่งที่ฟูกตามที่พี่น้องได้จัดไว้ จากนั้นพิธีก็เริ่มขึ้น โดยมีพี่น้องที่สนิท ๆ กันมาร่วมผูกข้อไม้ข้อมือให้ขวัญให้พรตามธรรมเนียม จากนั้นก็มีการรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งก็มีพี่น้องบางคนคอยจัดอาหารไว้ที่ชั้นล่างของบ้าน และอาหารบางส่วนที่ชั้นบนบ้าน ทุกคนดูมีความสุขที่เห็นปณัฐดาน้องสาวคนนี้มีชีวิตครอบครัวเป็นฝังเป็นฝาเสียที ทุกคนดูดีใจและรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องห่วงเรื่องดูแลเธออีกต่อไป เพราะจากนี้ต่อไป รอยคีนส์จะเป็นผู้ชายที่ยืนเคียงข้างเธอเท่านั้น



 





 




 




 

 

ทางด้านคุณแม่ของคนรักและจอห์นนั้น ดูเหมือนจะดีใจไม่น้อยไปกว่าใคร ๆ ในงาน เห็นได้จากหยาดน้ำตาที่เอ่อเบ้า ช่วงที่มีการเซ่นไหว้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษให้รับรู้ ถึงแม้จะไม่เข้าใจประเพณีการแต่งงานแบบท้องถิ่นอีสานใต้อย่างเรียบง่าย แต่ก็คงตื้นตันใจเป็นที่สุด ที่ได้เห็นลูกชายคนเล็กแต่งงานกับหญิงสาวอันเป็นที่รัก และมีครอบครัวอย่างสมบูรณ์ที่สุด




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones