ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article

หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง








สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3


เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นแต่เช้า ปณัฐดาลืมตา หันไปมองคนรักซึ่งกำลังหลับเคลิ้มอยู่ข้าง ๆ เธอเอามือกอดร่างของชายหนุ่มและหอมแก้มเบา ๆ ในยามที่หลับรอยคีนส์ก็ยังเป็นผู้ชายที่น่ารักสำหรับเธอเสมอ เป็นผู้ชายที่กอดอุ่นที่สุดในโลก และก็เป็นผู้ชายที่เข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของเธอให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

"เช้าแล้วคะ" เธอกระซิบบอก ทำให้คนที่หลับอยู่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและระบายยิ้มออกมาอย่างคุ้นเคย

"เมื่อคืนคุณหลับสบายไหมครับ"

"ค่ะ สบายมาก ๆ ค่ะ เราอาบน้ำกันเถอะนะคะ จะได้รีบไปสถานทูตแต่เช้า"

"ครับ"

ทั้งสองพากันอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จ จากนั้นก็เดินไปเคาะประตูห้องพักของมารดาคนรัก โดยที่จอห์นเดินมาเปิดประตูให้ รอยคีนส์และปณัฐดากล่าวทักทายตามธรรมเนียมตะวันตกก่อนที่จะพากันเดินเข้ามาด้านใน ซึ่งจอห์นได้แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย คงเหลือแต่มารดาคนรักที่นั่งแต่งตัวอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งไม่ไกลจากเตียงนอน

“ถ้าคุณแม่เหนื่อย คุณแม่ไม่ต้องไปก็ได้นะครับ นอนพักดีไหม” รอยคีนส์หันไปบอกมารดาอย่างเกรงใจ

“ไม่ได้หรอก แม่บอกแล้วยังไงว่าจะไป ก็ต้องไปสิจ้ะ”

“ให้ณัฐช่วยนะคะ” ปณัฐดาเอ่ยขึ้นและก็เดินอ้อมไปช่วยคุณแม่คู่หมั้นแต่งตัวไปด้วย

“ผมเป็นห่วง เกรงว่าคุณแม่จะเหนื่อย”

“ไม่เหนื่อยหรอกจ้ะ คีนส์ไม่ต้องห่วงแม่หรอกนะลูก”


 



มารดาคนรักตอบพลางหยิบเอาแป้งตลับผัดหน้าไปด้วย เมื่อแต่งตัวกันเสร็จแล้ว ก็พาลงมายังชั้นล่าง โดยที่แวะรับประทานอาหารเช้าเสียก่อน ซึ่งอาหารเช้าของโรงแรมก็มีหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นแบบข้าวต้มอย่างไทย ๆ และแบบอเมริกันเบรคฟาสก็มี คุณแม่ของคู่หมั้นหนุ่มเลือกที่จะรับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ซึ่งก็มีขนมปังปิ้ง แฮม ไข่ดาว ไส้กรอก ตามด้วยกาแฟ ส่วนจอห์นนั้นก็รับประทานแบบเดียวกัน ซึ่งก็มีแต่ปณัฐดาและรอยคีนส์เท่านั้นที่รับประทานข้าวต้มกุ้งอย่างไทย ๆ

“อาหารอร่อยดีนะลูก พนักงานที่นี่บริการดีด้วย” มารดาคนรักเอ่ยปากชมเบา ๆ พลางปรายตามองทิวทัศน์รอบ ๆ ร้านอาหารไปด้วย

“ครับ ผมชอบที่นี่ครับ บรรยากาศดีมาก ๆ เลย” รอยคีนส์พยักหน้าเห็นด้วย

“นี่เขาเรียกแม่น้ำอะไรเหรอคีนส์ กว้างมากเลยนะ เหมือนแม่น้ำมิสซิปซิปปี้ที่บ้านเราเลย” จอห์นถามอย่างสงสัยขณะที่สายตาเพ่งมองแม่น้ำเจ้าพระยาด้านข้างเป็นระยะ ๆ

“ชื่อแม่น้ำเจ้าพระยาครับ เป็นแม่น้ำสำคัญของเมืองไทยเชียวนะ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนหลายจังหวัดเลยครับ แถมยาวไปจรดอ่าวไทยด้วย”

“แบบนี้ก็แสดงว่ากรุงเทพอยู่ไม่ไกลจากทะเลใช่ไหมลูก”

“ก็ไม่ไกลเท่าไรครับ อ่าวไทยนั่งรถไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้วครับ” รอยคีนส์บอกพลางส่งยิ้มให้คุณแม่นิดหนึ่ง

“น่าสนใจดีนะ ถ้าว่าง ๆ คงได้ไปเที่ยวกัน”

"ครับ"


 



ในขณะที่สนทนากัน มิสซิสเมเบิ้ลหันมาทางปณัฐดาซึ่งกำลังตักข้าวต้มใส่ปาก

“ณัฐเตรียมเอกสารมาครบหรือเปล่าลูก”

หญิงสาวยิ้มรับ “ค่ะ ครบทุกอย่างค่ะ”

“ดีแล้วแหละ ทางสถานทูตจะได้อนุมัติวีซ่าไว ๆ แม่ว่าคงไม่นานหรอกนะ ณัฐต้องได้กลับอเมริกาพร้อมกันแน่ ๆ” คุณแม่ยืนยัน ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็พากันเดินออกมาขึ้นรถที่หน้าโรงแรม ซึ่งก็มีรถแท็กซี่จอดอยู่ด้านหน้าโรงแรมรอรับผู้โดยสาร

“ไกลหรือเปล่าลูก” มารดาคนรักถามขึ้น

“ไม่ไกลหรอกครับ แต่ปัญหารถติดนี่สิ อาจจะทำให้ช้าหน่อย”

ช่วงระหว่างที่นั่งอยู่ในรถ ทั้งมารดาคนรักและจอห์นต่างก็มองผ่านกระจกรถไปยังถนนหนทางในเมืองกรุง สภาพรถเมล์บางสายที่วิ่งผ่านไปมา ทำให้ทั้งสองอดที่จะมองดูไม่ได้ ภาพผู้คนห้อยโหนบนรถเมล์ที่ล้นอยู่ด้านหน้าประตูทำให้คนที่เห็นตกใจไม่น้อย

“เขาไม่กลัวตกกันเหรอลูก ดูสิห้อยโหนกันแบบนั้น ตำรวจไม่จับหรอกหรือ”

“คงไม่หรอกมั้งครับคุณแม่ ไม่งั้นคงไม่ทำกันหรอกครับ”

“นี่ถ้าบ้านเราไม่ได้หรอกนะ ห้อยโหนหน้าประตูรถอย่างนั้นอันตรายจะตาย”

บ้านที่มิสซิสเมเบิ้ลพูดถึงนั้น ก็คงจะเป็นบ้านที่มลรัฐหลุยส์เซียน่าเท่านั้น หรือไม่ก็มลรัฐใกล้เคียงที่เคยเห็น

พอสักพักรถตุ๊ก ๆ สีน้ำเงินสลับแดงวิ่งผ่านมาอย่างเร็ว พร้อมทั้งรถมอเตอร์ไซต์หลากหลายคันวิ่งแซงหน้าแท็กซี่ผ่านไปอย่างกระชั้นชิด

“นั่นรถอะไรเหรอลูก ดูแปลกดี” คุณแม่คนรักถามอย่างสงสัย ส่วนจอห์นกับปณัฐดาก็นั่งอมยิ้มไปด้วย

“เขาเรียกรถตุ๊ก ๆ ครับ” รอยคีนส์ตอบ

“แม่อยากนั่งจังเลย สงสัยถ้าแม่นั่ง เห็นทีคงไม่ต้องไปทำผมเลยมั้ง ทรงผมแม่คงจะตั้งเหมือนผู้หญิงคนนั้นแน่เลย”

มารดาคนรักพูดพลางจินตนาการไปตามภาพผู้หญิงที่เห็นนั่งอยู่บนรถตุ๊กๆ และก็อมยิ้มไปตามประสา ปณัฐดาและรอยคีนส์รวมทั้งจอห์นพากันหัวเราะไปตาม ๆ กันกับภาพที่เห็น

“ครับ บางครั้งคนขับรถก็ขับเร็วมากครับ และทำเวลาดีด้วยแหละ ปกติเวลาไปไหนมาไหนกับณัฐสองคน ผมชอบนั่งรถตุ๊ก ๆ มากกว่าครับ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ”

“แล้วแม่จะนั่งได้ไหมนี่”

“น่าจะได้นะครับ แต่ไม่แน่ใจว่าคุณแม่จะทำให้ยางรถยางแบนหรือเปล่า” รอยคีนส์แกล้งพูดหยอกเล่น ทำเอาคุณแม่ยิ้มแป้นเต็มใบหน้า

“แม่แค่ 200 กิโลกว่าเองนะลูก” คุณแม่คนรักพูดพลางชูนิ้วสองนิ้วแถมหัวเราะถูกใจ

“ถึงว่าแหละ ครั้งแรกที่ผมเห็นคุณแม่ที่สนามบิน ผมแทบจะจำไม่ได้ ผมไม่อยู่บ้านแค่ไม่กี่ปี คุณแม่น้ำหนักขึ้นขนาดนี้เชียวหรือครับ”

“ก็คุณแม่มีของกินจุกจิกอยู่ในบ้านเต็มไปหมด เห็นทีจะลดยากนะคีนส์นะ” จอห์นพูดเสริมพลางยิ้มไปด้วย

“ถึงว่าแหละ น้ำหนักคุณแม่ถึงแซงหน้าจอห์นเลยนะครับ”

ใบหน้าของมารดาคนรักยิ้มอย่างเขินอายเมื่อถูกแซว และก็หันมาทางปณัฐดา

“ณัฐว่าแม่อ้วนเกินไปหรือเปล่าลูก”

ปณัฐดาได้แต่อมยิ้ม “ก็ไม่เห็นอ้วนนี่คะ หุ่นอย่างนี้กำลังดี ถ้าคุณแม่ผอมกว่านี้จะดูโทรมาก ๆ อาจจะดูไม่น่ารักอย่างนี้ก็ได้นะคะ”


 



ในสายตาของปณัฐดา หญิงมีอายุที่หุ่นท้วม ๆ อย่างมารดาคนรักดูน่ารักไปอีกแบบ ใบหน้าดูสดใสเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ถ้าจะเปรียบเทียบกับเด็กตัวเล็ก ๆ ก็คงดูคล้ายกับเด็กตัวจ้ำม้ำๆ ที่กำลังหัดเดินเตาะแตะ ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็มีแต่ความน่ารักและราศรีดูดีไม่น้อย

เมื่อรถวิ่งมาถึงด้านหน้าถนนวิทยุ ซึ่งก็เต็มไปด้วยปัญหารถติดขัด รถแท็กซี่คันที่โดยสารมาค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปอย่างช้า ๆ และก็ใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะมาถึงด้านหน้าสถานทูตอเมริกัน ปณัฐดาหยิบเงินจ่ายค่าแท็กซี่แทนรอยคีนส์ และก็รีบลงมาเปิดประตูช่วยเหลือมารดาคนรักไปด้วย

ภาพผู้คนมากมายมายืนรอคิวกันอออยู่ตรงด้านหน้าประตูทางเข้าของสถานทูต ทำให้ปณัฐดาอดที่จะหันไปมองไม่ได้ เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่เธอมีโอกาสมาเห็นสถานฑูตอเมริกัน ไม่คิดว่าจะทีคนที่มาเดินเรื่องวีซ่าไปประเทศอเมริกาเยอะขนาดนี้

รอยคีนส์และปณัฐดาพาคุณแม่มาต่อคิวอยู่ด้านหลัง ซึ่งก็เหลือเวลาเพียงไม่นานประตูด้านหน้าก็จะเปิดให้ทุกคนเข้าไปยื่นเอกสารได้ ปณัฐดาเห็นว่ามารดาคนรักคงจะยืนได้ไม่นาน เพราะมีปัญหาเรื่องหัวเข่าที่เพิ่งผ่าตัดมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนที่จะบินมาเมืองไทย จึงพาท่านเดินมาที่หน้าป้อมยามตรงประตูทางเข้า

“พี่ค่ะ คุณแม่ขาไม่ค่อยดี ขออนุญาตให้ท่านไปนั่งรอที่เก้าอี้ด้านในได้ไหมคะ”

หญิงสาวเอ่ยขอเจ้าหน้าที่ตรงประตูด้านหน้า โดยที่มีคนไทยและต่างชาติหลายคนยืนมองอย่างสงสัย เจ้าหน้าที่หนุ่มซึ่งทำงานอยู่ที่หน้าป้อมยามมองคุณแม่นิดหนึ่ง

“คนอเมริกันหรือเปล่าครับ"

"ค่ะ"

"ครับ เชิญครับ” และก็เดินมาเปิดประตูให้คุณแม่คนรักเข้าไปนั่งรอที่เก้าอี้ตรงทางเดินด้านใน

“ขอบคุณมากค่ะ ขอคุณพ่อมานั่งเป็นเพื่อนคุณแม่ได้ไหมคะ”

“ได้ครับ ไม่มีปัญหาครับ”

นับว่าเป็นความโชคดีอย่างมาก ที่เจ้าหน้าที่ใจดีมีน้ำใจช่วยเหลือ ซึ่งก็คงจะเห็นว่าคุณแม่ไม่ใช่หนุ่มสาวที่จะมายืนรอได้เป็นหลายสิบนาที จึงอนุญาตให้คุณแม่และจอห์นเข้าไปนั่งรอที่เก้าอี้ตรงทางเดินได้ ปณัฐดารู้สึกซาบซึ้งน้ำใจไม่น้อย จากที่เคยได้ยินหลาย ๆ คนเล่าถึงความเขี้ยวต่าง ๆ ของสถานทูตอเมริกัน แต่ในวันนี้ทุกอย่างกลับไม่เหมือนที่คนอื่นเล่าเลย เจ้าหน้าที่ของสถานทูตอเมริกันใจดีและน่ารักกับเธอมาก ๆ

ปณัฐดาและรอยคีนส์ยังคงยืนรอแถวต่อหลังคนอื่น ๆ เหมือนเดิม เพียงไม่นานก็ได้เวลาเปิดทำการ ทุก ๆ คนต่างก็พากันแลกบัตรเข้าไปด้านในอย่างเป็นระเบียบ โดยที่คุณแม่และจอห์นก็ทำการแลกบัตรไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว พอเดินมาถึงด้านหน้า เจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้ทุก ๆ คนที่มายื่นเอกสารต่าง ๆ ได้เข้าไปในประตูตามแต่ละจุดประสงค์ของวีซ่าที่ยื่น

“ยื่นเอกสารขอวีซ่าคู่หมั้น ประตูนั้นเลยครับ”

เจ้าหน้าชายคนหนึ่งพูดจาสุภาพและดูเป็นกันเองไม่น้อย คุณแม่และทุก ๆ คนหันไปกล่าวขอบคุณก่อนเดินเข้าไปด้านใน จากนั้นก็ยืนรอยื่นเอกสาร โดยที่คุณแม่กับจอห์นนั่งรอที่เก้าอี้ด้านหน้า


 




บรรยากาศด้านในสถานทูตอเมริกันเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ แต่ละคนก็คงมีเป้าหมายที่อยากได้วีซ่าเข้าประเทศอเมริกาเหมือนกับเธอ เมื่อถึงคิวของปณัฐดาและรอยคีนส์ ทั้งสองคนก็เดินเคียงข้างกันมาพบเจ้าหน้าที่ และส่งจดหมายที่ทางอิมมิเกรชั่นตอบรับจากประเทศอเมริกายื่นให้ทันที พร้อมทั้งเอกสารหลาย ๆ อย่างที่ปณัฐดามีอยู่ในมือ

เจ้าหน้าที่รับเอกสารต่าง ๆ ไปพลิกดูสักพัก และก็เปิดอ่านจดหมายพลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ จากนั้นก็เดินเข้าไปที่ออฟฟิตด้านหลัง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปคุยอะไรกับคนด้านในออฟฟิศ พอสักพักก็กลับมาที่เดิม

จากนั้นก็ให้บัตร “รอคุยกับเจ้าหน้าที่ตรงช่องนั้นนะคะ ทางเจ้าหน้าที่จะเรียกตามเบอร์ที่ให้ไว้ค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ/ครับ” จากนั้นก็พากันมานั่งรออยู่ข้าง ๆ คุณแม่และจอห์น

พอไม่นานเจ้าหน้าที่ก็เรียกเบอร์ที่ถือเอาไว้ ปณัฐดาและรอยคีนส์รีบเดินเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตรงหน้าพร้อมกัน โดยที่เจ้าหน้าที่มองมาทางเธอและครอบครัวพลางส่งยิ้มมาให้คุณแม่และจอห์นอย่างเป็นกันเอง

“สวัสดีครับ คุณปณัฐดาและคุณรอยคีนส์ใช่ไหมครับ” เจ้าหน้าที่เป็นฝรั่งผมสีทองที่อายุไม่มากนัก ซึ่งก็สามารถพูดภาษาไทยได้ชัดแจ๋ว และก็ทักทายด้วยถ้อยคำสุภาพ

หญิงสาวและชายหนุ่มตอบรับอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ/ครับ...ใช่ค่ะ/ใช่ครับ”

“เอกสารของคุณครบทุกอย่าง ผมขอให้คุณไปซื้อพินที่ไปรษณีย์ไทยและบอกเจ้าหน้าที่ว่าซื้อพินเพื่อขอวีซ่าคู่หมั้น จากนั้นก็ขอให้คุณไปทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบำรุงราษรฏ์ได้เลย พร้อมทั้งไปขอประวัติอาชญากรรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ” เจ้าหน้าที่พูดพลางยื่นกระดาษที่มีข้อมูลต่าง ๆ ให้

“ขอบคุณค่ะ”

“วันพฤหัสที่จะถึงนี้เอาเอกสารทั้งหมดมาให้ผมนะครับ แล้วทางเราจะนัดสัมภาษณ์อีกครั้งครับ” เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำก่อนส่งยิ้มอย่างเป็นกันเองให้

“แล้วนานไหมครับกว่าจะได้วีซ่า พอดีผมกับคุณแม่และครอบครัวคงอยู่ในเมืองไทยได้จนถึงปลายเดือนนี้เท่านั้นครับ เพราะวีซ่าให้อยู่ได้แค่เดือนเดียวเอง” รอยคีนส์ถามพลางบอกเล่าเหตุผลของตัวเองไปด้วย

“คิดว่าไม่นานครับ เอกสารของคุณปณัฐดาได้รับการตอบรับจากอิมมิเกรชั่นที่อเมริกาแล้ว พอได้เอกสารทุกอย่าง ทางเราจะนัดสัมภาษณ์และก็จะมีการตรวจเช็คประวัติของคุณผ่านฝ่ายเอ็ฟบีไอไปด้วย และอีกไม่นานก็คงจะรู้ผลครับ” เจ้าหน้าที่ตอบพลางยิ้มไปด้วย

“ขอบคุณมากค่ะ/ครับ”

“วันพฤหัสนี้มาแต่เช้านะครับ วันนี้ก็ไปเดินเรื่องขอพิน ขอใบรับรองประวัติอาชญากรรมของคุณปณัฐดา และก็ไปตรวจร่างกายไว้เลยครับ เอาเอกสารนี้ไปให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และบอกเขาว่ามาตรวจร่างกายเพื่อทำวีซ่าไปประเทศอเมริกา แล้วเจ้าหน้าที่จะดูแลทุกอย่างครับ จากนั้นวันพฤหัสนี้เอาเอกสารทั้งหมดมาให้ทางเรานะครับ แล้วเรื่องจะได้ผ่านเร็ว ๆ” เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเก็บเอกสารใส่ในแฟ้มเก็บไว้อีกมุมหนึ่ง

“ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครับ” รอยคีนส์และปณัฐดากล่าวขอบคุณก่อนที่จะเดินกลับมาหาคุณแม่และจอห์น

“ทุกอย่างเป็นยังไงบ้างลูก” คุณแม่ถามอย่างสงสัย

“ผมต้องพาณัฐไปตรวจร่างกาย ไปซื้อพินกับไปรษณีย์ และก็ไปขอใบรับรองประวัติอาชญากรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติครับ วันพฤหัสนี้เอาเอกสารทั้งหมดมายื่นอีกครั้ง แล้วทางเจ้าหน้าที่บอกว่าจะนัดสัมภาษณ์อีกทีครับ” รอยคีนส์เล่าไปพลาง ๆ ซึ่งคุณแม่และจอห์นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ


 



ช่วงระหว่างที่เดินผ่านช่องหน้าต่างออกมาด้านนอก คุณแม่ก็หันไปมองเจ้าหน้าที่คนนั้นด้วยรอยยิ้ม และก็โบกมือพร้อมทั้งกล่าวคำว่าขอบคุณ ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่งยิ้มและพยักหน้าให้อย่างมีมิตรไมตรี จากนั้นก็พากันเดินทางกลับที่โรงแรม โดยที่รอยคีนส์ให้คุณแม่และจอห์นพักอยู่ที่โรงแรม ส่วนชายหนุ่มและปณัฐดาก็ไปเดินเรื่องต่าง ๆ

“คุณแม่กับจอห์นอยู่ที่นี่นะครับ ผมจะพาณัฐไปเดินเรื่องต่าง ๆ ผมไม่อยากให้คุณแม่ไปด้วย เพราะรถคงติดมาก อีกอย่างคงจะไปนั่งรอนานหน่อย เกรงว่าคุณแม่จะไม่ไหว”

“จ้ะ ไปเถอะ เดี๋ยวแม่กับจอห์นจะนอนพักสักหน่อย รู้สึกเพลีย ๆ เหมือนกัน”

“ถ้าคุณแม่หิวอะไรก็กดโทรศัพท์โทรไปสั่งอาหารได้เลยนะครับ หรือถ้าอยากลงไปนั่งทานอาหาร ก็แวะไปที่ห้องอาหารชั้นหนึ่งนะครับ เขามีอาหารอเมริกันเสิร์ฟด้วยแหละ”

“จ้ะ คีนส์ก็พากันเดินทางระมัดระวังนะลูก มีอะไรก็โทรมาบอกแม่นะ”

“คุณพ่อจะเอาอะไรไหมคะ” ปณัฐดาหันไปถามจอห์น

“ไม่หรอกลูก พ่อกับแม่จะรออยู่ที่นี่นะ” จอห์นปฏิเสธ

“งั้นเดี๋ยวณัฐกับคีนส์จะรีบกลับมานะคะ” จากนั้นก็พากันเดินออกมา โดยที่มีจอห์นเดินมาส่งที่หน้าประตู



บรรยากาศตอนสาย ๆ ในเมืองกรุงไม่ร้อนมากนัก แต่สภาพรถยังคงวิ่งผ่านไปมาอย่างหนาแน่น ปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มเลือกที่จะนั่งรถตุ๊ก ๆ เพราะคิดว่าคงจะเดินทางได้เร็วกว่า

“พี่ค่ะ ไปไปรษณีย์ค่ะ ไม่ทราบว่าแถวนี้มีไปรษณีย์ใกล้ ๆ ไหมคะ”

“มีครับ อยู่ไม่ไกลเลยครับ”

“เท่าไรคะ”

“สี่สิบบาทครับ” ปณัฐดาตอบตกลงทันที เพราะคิดว่าราคาคงไม่แพงเท่าไร

จากนั้นก็นั่งรถมาลงที่ไปรษณีย์สาขาใกล้โรงแรมที่พัก ปณัฐดาและรอยคีนส์รีบเดินเข้าไปด้านใน และก็จัดการซื้อพินจนเสร็จสรรพ จากนั้นก็เดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติทันที พอไปถึงก็ประมาณสิบเอ็ดโมงเช้า


 



บรรยากาศภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีผู้คนพลุ่งพล่านอยู่มาก ส่วนที่ปณัฐดาจะต้องเข้าไปขอใบรับรองประวัติ มีหญิงสาวสองสามคนมานั่งรออยู่ที่เก้าอี้ด้านหน้า เมื่อถึงคิวปณัฐดาก็เข้าไปยกมือไหว้ทักทาย พร้อมทั้งบอกถึงจุดประสงค์ของตัวเอง

เอาเอกสารมาครบหรือเปล่าคะ ทะเบียบบ้าน บัตรประชาชน” เจ้าหน้าที่สาวถามอย่างเป็นกันเอง

“ครบค่ะ” และก็ยื่นเอกสารให้ทันที “ไม่ทราบว่านานหรือเปล่าคะกว่าจะได้ เพราะดิฉันอยากได้ก่อนวันพฤหัสนี้ค่ะ ทางสถานฑูตนัดไว้ค่ะ” ปณัฐดาบอกถึงความเร่งรีบของเอกสารที่ต้องการ

เจ้าหน้าที่สาวเปิดดูเอกสารสักพักก็หันไปมองรอยคีนส์ซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ และก็หันมามองเธอ

“เอางี้ดีกว่านะคะ ถ้าคุณอยากได้ด่วน ดิฉันจะส่งคุณไปติดต่อกับคุณ วิชัยนะคะ กรุณารอสักครู่” พูดจบพนักงานสาวก็เดินไปที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่ชายคนหนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่ด้านในสุด

ปณัฐดาไม่รู้ว่าคนสองคนคุยอะไรกันบ้าง พอสักพักก็หันมามองเธอและเขาซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านหน้า เวลาผ่านไปห้านาทีเจ้าหน้าที่สาวก็เดินกลับมา

“เชิญคุณปณัฐดาไปพบคุณวิชัยได้เลยค่ะ ส่วนคุณแฟนให้นั่งรออยู่ตรงด้านหน้าก็ได้นะคะ” คำพูดของเจ้าหน้าที่สาวรู้ได้เลยว่าคุณวิชัยต้องการคุยกับเธอเท่านั้น

“ขอบคุณค่ะ”

ปณัฐดาหันไปบอกคู่หมั้นหนุ่มให้นั่งรอด้านหน้าก่อนที่จะเดินเข้าไปคุยกับคุณวิชัย

“สวัสดีค่ะ คุณวิชัยใช่ไหมคะ”

เจ้าหน้าที่ชายวัยกลางคนยกมือรับไหว้แต่พองาม “ครับ สวัสดีครับ เชิญนั่งครับผม”

“ไม่ทราบคุณต้องการเอกสารด่วนแค่ไหนครับ” และก็ถามอย่างสุภาพ ใบหน้ายิ้มละไม

“ก่อนวันพฤหัสนะคะ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้เร็ว ๆ รบกวนคุณวิชัยช่วยหน่อยได้ไหมคะ” หญิงสาวอ้อนวอน

“ได้ครับ แต่ก็คงวิ่งเต้นกันหน่อยนะครับ”

ปณัฐดาไม่รู้หรอกว่าวิ่งเต้นที่เจ้าหน้าที่พูดถึงนี้คืออะไร ก็เลยถามอย่างสงสัย

“วิ่งเต้นกันยากไหมคะ”

“ไอ้ความยากหรือไม่ยากขึ้นอยู่ที่เรานะครับ”

“ขึ้นอยู่กับดิฉัน ไม่ทราบว่าดิฉันต้องทำอะไรบ้างคะ” หญิงสาวยังไม่เข้าใจความหมาย

เจ้าหน้าที่ชายยิ้มนิดหนึ่ง “คุณคงไม่ค่อยรู้อะไรจริง ๆ เกี่ยวกับเรื่องวิ่งเต้น”

ปณัฐดาทำหน้าอย่างงง ๆ “ไม่รู้ค่ะ เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ”

“ก็ตามธรรมเนียมไทย เวลาอยากให้เรื่องเอกสารผ่านเร็ว ก็มี..........อย่างนั้นนะครับ” เจ้าหน้าที่ชายละไว้ ณ ที่เข้าใจ

ปณัฐดารู้ได้เลยว่าเป็นอะไร ตอนแรกเธอก็คิดว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเฉพาะที่บ้านนอกเท่านั้น ที่ไหนได้ในเมืองกรุง โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติของเมืองไทยก็มีเหมือนกัน

“อ้อ! เข้าใจแล้วค่ะ”

“ถ้าอยากได้พรุ่งนี้ก็............” และก็จดตัวเลขใส่กระดาษเป็นจำนวนสามพันบาท

ปณัฐดาจดตัวเลขกลับเป็นการต่อรองด้วยจำนวนพันห้าร้อยบาท เจ้าหน้าที่ชายหันมายิ้มนิดหนึ่ง

“แบบนี้ผมไม่ได้อะไรเลยครับ นายผมเอาไปคนเดียวก็หมดแล้ว ผมขอสักนิดได้ไหมครับ ถือว่าค่าน้ำค่าเหนื่อยนะครับ” เจ้าหน้าที่ชายออดอ้อน


ปณัฐดาใส่ตัวเลขสองพันบาทลงไป “พรุ่งนี้เอกสารได้ไหมคะ”

“ตกลงครับ พรุ่งนี้มารับใบรับรองประวัติของคุณตอนบ่ายโมงนะครับ”

และก็ยื่นซองสีขาวให้เธอ โดยที่ปณัฐดาหยิบเงินมาสองพันบาทใส่ซองสีขาว จากนั้นก็แนบซองสีขาวพร้อมเงินใส่ในไฟล์ใต้สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนยื่นให้เจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะยกมือไหว้กล่าวขอบคุณและเดินกลับไปหาคนรัก


 



หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าเงินจำนวนนี้มากน้อยแค่ไหนสำหรับการวิ่งเต้นเรื่องขอใบรับรองประวัติ แต่เธอก็ยอมรับว่าเต็มใจให้เจ้าหน้าคนนี้ เพื่อที่จะให้การดำเนินเรื่องเอกสารทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว และก็เข้าใจดีว่าเรื่องตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องมากนัก ถือว่าผิดกฏหมายไทยก็ว่าได้ แต่เธอก็ยอมรับว่าเรื่องแบบนี้เป็นธรรมเนียมของคนบางสังคมเท่านั้น ซึ่งก็อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นบางท้องที่ ไม่ว่าจะในสังคมไหน ๆ ก็ตาม และก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว

“เรื่องเป็นยังไงบ้างครับ” รอยคีนส์หันมาถามอย่างสงสัย สีหน้าดูเป็นกังวลนิด ๆ

“ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีค่ะ พรุ่งนี้มารับเอกสารตอนบ่ายโมง”

ปณัฐดาเล่าเบา ๆ ก่อนที่จะพาคู่หมั้นหนุ่มเดินมารอรถแท็กซี่ เพื่อที่จะเดินทางไปที่โรงพยาบาลบำรุงราษรฏ์ ช่วงระหว่างนั่งอยู่ที่รถแท็กซี่ก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้คนรักได้ฟังไปด้วย

“สองพันบาทเหรอครับ”

“เขาขอสามพันค่ะ แต่ณัฐให้ได้แค่สองพันเท่านั้น และเขาก็ตอบตกลงค่ะ ณัฐจ่ายเงินให้เขาเรียบร้อยแล้ว ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ เอกสารก็ต้องรอเป็นอาทิตย์ค่ะ ณัฐเห็นว่าเรามีเวลาจำกัดจึงยอมเสียค่ะ เพื่อที่จะให้เรื่องผ่านไปอย่างรวดเร็ว”

“ไม่เป็นไรครับ ผมต่างหากที่ควรจะดีใจที่คุณตัดสินใจทำแบบนั้น ถึงจะรู้ว่าไม่ถูกต้อง แต่เจ้าหน้าที่เขาเป็นคนยื่นข้อเสนอให้เราเอง” คู่หมั้นหนุ่มให้กำลังใจ

“ค่ะ ณัฐก็คิดเหมือนคุณค่ะ พยายามคิดว่าเขาช่วยเรา และเราก็ช่วยเขาค่ะ คิดแบบนี้ก็สบายใจไปอีกแบบ”

เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ ปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มก็เข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอตรวจร่างกายทำวีซ่าทันที ซึ่งการตรวจทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว

“เชิญคุณปณัฐดาไปหาอะไรทานก่อนได้เลยค่ะ ประมาณบ่ายสามโมงมาพบคุณหมอที่ห้องตรวจ ห้องหนึ่งนะคะ”

“ค่ะ”

พยาบาลสาวแจ้งให้ทราบด้วยรอยยิ้มสดใส “ส่วนเรื่องการตรวจเลือดต้องกลับมาพรุ่งนี้ตอนเช้านะคะ คืนนี้หลังเที่ยงคืนห้ามรับประทานอาหารและดื่มน้ำเด็ดขาด เพราะจะได้ไม่มีปัญหากับการตรวจเลือด”

“ต้องเจาะเลือดใช่ไหมคะ” ปณัฐดาถามอย่างสงสัย

“ค่ะ แต่ไม่เจ็บหรอกนะคะ ไม่ต้องกลัวนะ”

ปณัฐดายิ้มรับทันที เธอไม่ได้กลัวเจ็บกับการเจาะเลือดเลยสักนิด แต่กลัวผลตรวจมากกว่า หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกกลัวด้วย และก็เป็นอย่างนี้ทุก ๆ ครั้งที่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ทั้งที่รู้ว่าตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง แต่ไม่รู้ทำไมใจชอบเป็นกังวลทุกที

“แล้วผลการตรวจนานหรือเปล่ากว่าจะได้รับคะ”

“ไม่นานค่ะ ตรวจพรุ่งนี้ตอนเย็น ๆ ก็ได้แล้วค่ะ ไม่ทราบว่ารีบหรือเปล่าคะ”

“อยากได้ก่อนวันพฤหัสนี้ค่ะ”

“อ้อ! ไม่มีปัญหาค่ะ พรุ่งนี้ตอนเย็น ๆ ก็เสร็จแล้วค่ะ ยังไงก็อย่าลืมมาพบคุณหมอตอนบ่ายนะคะ”

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

จากนั้นปณัฐดาและรอยคีนส์ต่างพากันเดินไปหาอะไรรับประทานที่ร้านอาหารภายในโรงพยาบาล เมื่อทานอาหารกันเสร็จแล้วก็ไปนั่งอ่านหนังสือและดูทีวีไปพลาง ๆ เพื่อฆ่าเวลา เมื่อได้เวลานัดพบคุณหมอก็กลับมาที่เดิม พอไม่นานพยาบาลสาวก็มาตามตัวไปพบคุณหมอที่ห้องหนึ่ง

เมื่อเดินมาถึงประตูห้อง นายแพทย์หนุ่มก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม “เชิญนั่งครับ”

“ขอบคุณค่ะ/ครับ”

“ผลการตรวจทุกอย่างปกติครับ ปอดก็ปกติหมดครับ พรุ่งนี้อย่าลืมมาตรวจเลือดนะครับ”

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

“ส่วนผลการตรวจและเอกสารต่าง ๆ คงจะแล้วเสร็จพรุ่งนี้ตอนเย็น ๆ ครับ คุณกับแฟนรอรับได้เลย”

“ขอบคุณมากค่ะ/ครับ”

จากนั้นก็พากันยกมือไหว้ร่ำลาคุณหมอ และก็นั่งรถกลับโรงแรม ก่อนถึงโรงแรมปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มแวะที่ตลาดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก เพื่อซื้อผลไม้ไปฝากคุณแม่และจอห์น โดยที่รอยคีนส์ช่วยถือของเดินข้างเคียงตลอด

“ผมว่าคุณแม่ต้องชอบน้อยหน่า ซื้อไปสักห้าหกกิโลดีไหมครับ ราคาไม่แพงเลย” ชายหนุ่มกระซิบเบา ๆ

“ค่ะ เดี๋ยวขอณัฐเลือกก่อนนะคะ”


 




ปณัฐดารู้ว่าคู่หมั้นหนุ่มชอบผลไม้ไทยแทบทุกอย่าง ยกเว้นทุเรียนสด เธอเลือกซื้อน้อยหน่ากับเงาะเยอะเป็นพิเศษ เพราะคิดว่าคุณแม่และจอห์นต้องชอบเหมือนกัน ส่วนมังคุดก็ซื้อไปด้วย และก็ไม่ลืมที่จะซื้อลองกองติดมือเพื่อที่จะให้คุณแม่ได้ลองชิม โดยที่หวังอยู่ลึก ๆ ว่าท่านคงจะชอบผลไม้ไทยอยู่บ้าง เมื่อได้ผลไม้ดั่งใจแล้ว ก็พากันกลับโรงแรม ซึ่งคุณแม่และจอห์นนั่งดูทีวีกันไปพลาง ๆ

“ว่ายังไงลูก ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีไหม” คุณแม่ถามพลางระบายยิ้มเต็มใบหน้าอย่างเป็นกันเอง

“ครับ พรุ่งนี้ณัฐต้องไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลอีกครั้งครับ ส่วนเอกสารอื่น ๆ ผ่านหมดครับ”

“ดีลูก ว่าแต่ทานอะไรกันมาหรือยังล่ะ หิวกันหรือเปล่า”

“ยังเลยครับ แล้วคุณแม่กับจอห์นหิวหรือเปล่าครับ”

“แม่ทานอาหารเที่ยงแล้ว สั่งแฮมเบอร์เกอร์มาทานกันที่ห้องนะจ้ะ”

“อาหารที่นี่เป็นอย่างไรบ้างครับ”

รอยคีนส์ถามอย่างสงสัย ส่วนปณัฐดาก็เอาผลไม้ไปล้างจนเสร็จ และก็เอาใส่ถาดที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้

“อาหารอร่อยมาก ๆ เลย แฮมเบอร์เกอร์ที่นี่อร่อยเหมือนที่บ้านเราเลยนะลูก” คุณแม่บอกด้วยใบหน้าที่ชื่นชมในรสชาติอาหารฝีมือคนไทย

“คุณแม่เชื่อผมหรือยังล่ะ ว่าคนไทยทำอาหารเก่ง ๆ กันทั้งนั้น”

“เชื่อแล้วจ้ะ ที่นี่มีอาหารหลายอย่างเลยนะ มีอาหารจีน อาหารญี่ปุ่นด้วยแหละ”

“ครับ ห้องอาหารที่โรงแรมค่อนข้างใหญ่ มีอาหารหลากหลายชนิด วันหลังผมจะพาคุณแม่ไปนั่งทานอาหารที่ร้านติด ๆ กับแม่น้ำเจ้าพระยานะครับ อาหารอร่อยมาก ๆ รสชาติดีเสียด้วยครับ”

“ดีจ้ะ เอางี้ดีกว่า พวกเราลงไปทานข้าวกันไหม เดี๋ยวแม่ลงไปด้วย รู้สึกหิวอีกแล้ว ส่วนผลไม้ค่อยมานั่งทานกันหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว จอห์นว่ายังไง หิวหรือเปล่าคุณ” คุณแม่หันไปถามจอห์นด้วยรอยยิ้ม

“หิวครับ” จอห์นพยักหน้ายิ้มรับ

จากนั้นปณัฐดาและครอบครัวก็พากันเดินมารับประทานอาหารกันจนอิ่ม เสร็จแล้วก็พากันกลับมานั่งทานผลไม้และดูทีวีไปพลาง ๆ คุณแม่และจอห์นติดใจผลไม้ไทยหลายอย่าง โดยเฉพาะน้อยหน่าและเงาะเป็นผลไม้ที่คุณแม่ชื่นชอบมาก ส่วนจอห์นนั้นชอบมังคุดมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ แต่ละคนดูเอร็ดอร่อยกับการได้ทานผลไม้ไทยเป็นอย่างมาก ส่วนคุณแม่นั้นก็สะสมเมล็ดเงาะใส่ถุงพลาสติกเอาไว้ เพราะอยากจะเอาไปปลูกที่อเมริกาด้วย

“ณัฐว่าเมล็ดเงาะจะปลูกขึ้นไหมที่อเมริกา”

“ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ คุณแม่ลองเอาไปปลูกดูก็ได้นะคะ”

“จ้ะ แม่ก็ว่าจะลองดู”

การได้รับประทานเงาะในแต่ละวัน เหมือนกับการได้สะสมเมล็ดเงาะไปด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่แค่เงาะเท่านั้นที่คุณแม่สะสม แต่คุณแม่สะสมเมล็ดผลไม้ทุกชนิด และก็ตั้งใจจะเอาไปปลูกที่อเมริกาจริงๆ ช่วงชีวิตของปณัฐดาในตอนนั้น เธอและครอบครัวมีความสุขเป็นอย่างมากกับการได้อยู่ร่วมกัน ซึ่งรอยคีนส์เองก็ไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้คุณแม่ฟังไปด้วย

“บางครั้งเราก็ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะนะลูก เพื่อให้เอกสารต่าง ๆ เดินเรื่องได้เร็ว” คุณแม่เล่าเบา ๆ และเห็นด้วยกับสิ่งที่ปณัฐดาทำ

“คุณแม่ยังไม่บอกผมเลย ว่าคุณแม่ทำอะไรเอกสารของปณัฐดาถึงผ่านเร็วจัง ทำไมเจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นที่อเมริกาถึงเดินเรื่องให้เร็วเกินคาด” รอยคีนส์ถามอย่างสงสัย

มารดาคนรักอมยิ้มนิด ๆ “แม่ก็ทำเหมือนปณัฐดาแหละ ถ้าไม่ทำ เรื่องก็คงรอหลายเดือน”

“เยอะไหมครับ” ชายหนุ่มถามด้วยความอยากรู้

“ไม่เยอะหรอก แต่แม่ว่าคุ้มนะลูก”

“แล้วคุณแม่ทำยังไงเจ้าหน้าที่ถึงตอบรับครับ”

“แม่ก็ถามว่า อยากให้คู่หมั้นของลูกชายมาอเมริกาเร็ว ๆ อยากให้เอกสารเขาผ่านเร็ว ๆ พอเจ้าหน้าที่ผู้หญิงตอบว่าเอกสารของณัฐกว่าจะผ่านก็ประมาณเดือนธันวาคมโน้นแหนะ นั่นหมายถึงว่าคีนส์จะต้องรออีกหกเดือนถึงจะสามารถพาณัฐมาได้ จากนั้นแม่ก็บ่นไปตามภาษาและก็ชวนคุยนั่นคุยนี่ เสร็จแล้วก็ถามเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า ‘ปกติเธอใช้เงินเท่าไรกับการช้อปปิ้งแต่ละครั้ง ผู้หญิงคนนั้นก็บอกแม่ว่าประมาณสี่ห้าร้อยเหรียญ”

ทั้งรอยคีนส์และปณัฐดาตั้งใจฟังอย่างสนใจ ซึ่งจอห์นนั่งอมยิ้มอยู่ที่โซฟาข้าง ๆ

“พอแม่ได้ทีก็เลยบอกว่า ‘ฉันจะให้ของขวัญสำหรับเธอไว้ช้อปปิ้ง ขอที่อยู่เพื่อนเธอได้ไหม เดี๋ยวฉันจะส่งของขวัญไปให้ตามที่อยู่เพื่อนของเธอ’ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็ให้ที่อยู่เพื่อนของเธอกับแม่แต่โดยดี จากนั้นเธอก็บอกแม่ว่าประมาณสามวันเอกสารของณัฐจะประทับตราผ่านและส่งมาให้ถึงบ้าน”

คุณแม่คนรักหันมายิ้มให้ปณัฐดา “เจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นเธอพูดจริงนะลูก ก่อนที่แม่จะบินมาเมืองไทย เอกสารจากฝ่ายอิมมิเกรชั่นก็ส่งมาให้ถึงบ้าน พอแม่เปิดดูถึงโล่งใจมากๆ เพราะแม่ตั้งใจไว้ว่าอยากให้ทางอิมมิเกรชั่นที่อเมริกาตอบรับปณัฐดามาอเมริกาเสียก่อน จะได้บินมาเมืองไทยพร้อมเอกสารเหล่านี้ เพราะเวลาเดินเรื่องที่เมืองไทยจะได้ไม่ยุ่งยากและไม่ต้องรอนานด้วย”

“ที่แท้คุณแม่ก็เล่นเกมส์เก่า ๆ นี่เอง” รอยคีนส์หัวเราะหึ ๆ เหมือนกับรู้ว่าคุณแม่ทำอะไรไว้บ้าง

“ก็เราอยากได้เอกสารเร็วไม่ใช่เหรอ แม่ก็อยากช่วยเรานะ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็คงชอบด้วยแหละ ได้เงินไปช้อปปิ้งเสียด้วย”

ปณัฐดาและทุก ๆ คนได้แต่อมยิ้มกับเรื่องราวที่คุณแม่เล่า ไม่คิดว่าคุณแม่จะทำเหมือนกับหญิงสาว เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ปณัฐดาเคยคิดว่าอเมริกาค่อนข้างเป็นประเทศที่เคร่งครัดเรื่องสินบนและการคอรัปชั่น แต่พอได้ยินเรื่องเล่าจากคุณแม่ ก็ได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจ


 




หากจะพูดถึงเรื่องคุณแม่ของรอยคีนส์นั้น ต้องยกให้เธออันดับหนึ่งเรื่องการว่าจ้างสินบนเจ้าหน้าที่ มีอยู่วันหนึ่งคุณแม่จะต้องไปต่อใบขับขี่ อันเนื่องมาจากลืมต่ออายุบัตรมาหลายเดือนแล้ว ตามกฏหมายของระบบในเมืองที่คุณแม่อาศัยอยู่นั้น คุณแม่จะต้องกลับไปทำข้อสอบใบขับขี่ใหม่ และต้องสอบขับรถใหม่เสียด้วย เมื่อคุณแม่รู้ตัวเองว่าอาจจะทำข้อสอบไม่ผ่าน จึงคิดหาแผนการณ์ต่าง ๆ เหมือนที่เคยทำ

ในตอนเช้าก่อนที่จะเดินทางไปสำนักงานทำใบขับขี่ประจำเมืองที่อยู่ คุณแม่ก็แวะซื้อแฮมเบอร์เกอร์และขนมโดนัทกล่องใหญ่ไปฝากเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่หลายคนจำคุณแม่ได้ดี

“มิสซิสเมเบิ้ล ไม่ทราบมีอะไรให้พวกเราช่วยไหมคะ” เจ้าหน้าสาวคนเดิมที่รู้จักกับคุณแม่ทักทายด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง

คุณแม่ยื่นของฝากให้เจ้าหน้าที่ทันที “ก็มีแหละจ้ะ ถึงได้แวะมาหา เอ้านี่! ของฝากจากฉันให้กับทุก ๆ คนในออฟฟิศจ้ะ”

“มิสซิสเมเบิ้ลไม่เห็นต้องลำบากเอาของมาฝากมาให้พวกเราเลย” แม้ปากจะปฏิเสธแต่มือก็รีบรับของฝากอย่างเร็ว

“โอ้ย! ไม่ลำบากหรอกจ้ะ บังเอิญฉันขับรถผ่านร้านพอดี จึงแวะซื้อเอามาฝากสักหน่อย” จากนั้นก็นั่งรอเจ้าหน้าที่สาว

“ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวดิฉันขอเอาของไปเก็บด้านหลังก่อนนะ” จากนั้นก็เดินกลับมานั่งที่เดิม

“ใบขับขี่มีปัญหาใช่ไหมคะ” เหมือนเดาใจออกว่าคุณแม่มาที่นี่เพื่ออะไร


“จ้ะ ฉันก็ขี้ลืมเสียด้วย นี่หมดอายุไปตั้งหลายเดือนแล้ว กว่าจะนึกได้ก็เมื่อสองวันก่อนแหนะ ช่วยหน่อยนะจ้ะ พอดีฉันต้องขับรถไปจ่ายตลาดเองเสียด้วย ถ้าไม่มีใบขับขี่ ฉันคงแย่แน่เลย” คุณแม่บ่นพึมพำ ทำหน้าเศร้า ๆ ไปด้วย

“โธ่ มิสซิสเมเบิ้ล ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ เดี๋ยวทางเราจะจัดการให้ค่ะ”

นับว่าโชคดีที่มารดาคนรักอายุมากแล้ว แต่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องขับรถ และก็ไม่เคยมีประวัติด้านอุบัติเหตุเลยสักครั้ง ทำให้การออกใบขับขี่นั้นไม่มีปัญหาใด ๆ ซึ่งการสอบก็มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง พอไม่นานนักคุณแม่ก็ได้รับใบขับขี่มากอดไว้ด้วยความสุขใจ

“ขอบใจมากนะจ๊ะ ถ้าพวกเธอมีอะไรให้ช่วย ก็โทรหาฉันนะ” คุณแม่ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณทิ้งท้ายก่อนที่จะขับรถกลับมาบ้าน

ทั้งหมดเหล่านี้เป็นเพียงวีรกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ของคุณแม่คนรัก ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่ว่าเมืองไทยหรือแม้แต่ประเทศใหญ่ ๆ ก็ยังมีเรื่องสินบนและเงินใต้โต๊ะเป็นธรรมดา ซึ่งก็ไม่ได้เกิดขึ้นทุกหน่วยงานเสมอไป บางหน่วยงานเจ้าหน้าที่ก็ทำงานตรงต่อเวลาและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องพร้อมทั้งเคร่งครัดมาก แต่บางหน่วยงานก็เป็นธรรมดาที่พึ่งพาอาศัยกันและกัน ระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐเฉกเช่นเหตุการณ์ที่ปณัฐดาเจอที่เมืองไทย ซึ่งหญิงสาวและครอบครัวเข้าใจเป็นอย่างดี



ในเช้าวันต่อมา ปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มเดินทางไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลอีกครั้ง และก็ไม่ลืมที่จะแวะไปเอาใบรับรองประวัติตามที่นัดเอาไว้ พอได้เอกสารเสร็จสรรพก็รีบพากันกลับมาโรงแรมที่พัก เพราะวันพฤหัสนี้จะต้องเอาเอกสารไปยื่นให้สถานทูต ส่วนคืนวันศุกร์ที่จะถึงนี้ก็จะต้องเดินทางไปต่างจัดหวัด เพราะวันเสาร์ที่ 12 สิงหาคมนี้เป็นวันที่เธอและเขาจะต้องแต่งงานกัน โดยที่มีพี่สาวและพี่น้องทุก ๆ คนได้ช่วยกันเตรียมงานไว้เรียบร้อยแล้ว นับว่าโชคดีในช่วงที่ยุ่งวุ่นวายกับการเดินเรื่องวีซ่าต่าง ๆ กันต์ฐิตาพี่สาวคนรองยังคอยโทรติดต่อเป็นธุระต่าง ๆ ให้ตลอด ทำให้ปณัฐดากับรอยคีนส์ได้มีเวลาทำธุระตัวเองได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีเวลาช่วยดูแลคุณแม่คนรักและจอห์นด้วย



 




 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones