ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
หากชีวิตคู่เป็นเรื่องของคนสองคน

หนทางทุกอย่างก็คงจะลงเอยด้วยดี

แต่ชีวิตคู่ในความเป็นจริงนั้น

มักจะมีเรื่องครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

หลายอย่างจึงเกิดขึ้นทั้งหมด...บนถนนชีวิตผู้หญิงไทยคนหนึ่ง





 





สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2



เช้าวันใหม่อากาศสดใสเป็นพิเศษ ท้องฟ้าสีครามเต็มไปด้วยก้อนเมฆสีขาวน้อยใหญ่กระจัดกระจาย แดดอ่อน ๆ กำลังอบอุ่นพอดี ซึ่งก็ไม่ร้อนมากนัก โดยที่มีลมพัดผ่านเข้ามาเป็นระยะ ๆ คอยให้ความเย็นอยู่บ้าง ปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มตื่นแต่เช้า เพราะมีแผนการที่จะไปกราบไหว้สมเด็จพ่อ ร. 5 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าตามที่ตั้งใจเอาไว้ เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็พากันนั่งรถตุ๊ก ๆ ไปลงที่ปากคลองตลาดเพื่อที่จะซื้อดอกไม้ธูปเทียนเตรียมไปในครั้งนี้ด้วย

เมื่อได้ดอกไม้ธูปเทียนและหมากพลูพร้อมที่จะไปไหว้แล้ว ก็พากันนั่งรถตุ๊ก ๆ ย้อนกลับมายังลานพระบรมรูปทรงม้า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเธอและเขาที่มีโอกาสมากราบไหว้ขอพรจากพระองค์ท่าน ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยแต่ได้ยินเรื่องเล่าดี ๆ เกี่ยวกับพระองค์ท่านจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเท่านั้น และด้วยความรักและศรัทธาในตัวพระองค์มานานแสนนาน ทำให้เธอและเขาตั้งมั่นที่จะเดินทางมากราบไหว้พระองค์ท่านด้วยตัวเองให้ได้

พอกราบไหว้สมเด็จพ่อ ร. 5 เสร็จแล้ว ทั้งปณัฐดาและรอยคีนส์พากันเดินทางไปเอาเอกสารต่าง ๆ ที่คอนโดของกันต์ฐิตา จากนั้นก็กลับมาที่โรงแรมในช่วงเย็น โดยที่คู่หมั้นหนุ่มก็ยังชวนเธอออกไปเดินชมวิวรอบ ๆ แม่น้ำเจ้าพระยาอยู่เรื่อย เมื่อพลบค่ำก็พากันมานั่งรับประทานอาหารที่ร้านเดิม ขณะที่นั่งรับประทานอาหารกันอยู่นั้น รอยคีนส์เอ่ยปากถามถึงเรื่องบางอย่าง

“ที่รักครับ ผมยังจำเรื่องหนี้กองทุนเพื่อการศึกษาของคุณได้ ไม่ทราบว่าเรื่องราวเป็นยังไงบ้างครับ”


 




เรื่องหนี้กองทุนเพื่อการศึกษา ปณัฐดาเคยเล่าให้รอยคีนส์ฟังเมื่อครั้งที่คบกันใหม่ ๆ ทุกเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของเธอไม่เคยมีอะไรเป็นความลับ เธอเล่าให้คนรักฟังทุกอย่างเพื่อให้เขาได้รู้ว่า ชีวิตของเธอเป็นเช่นไร จะยากดีมีจน มีชีวิตผิดพลาดแค่ไหน เธอก็เล่าให้คนรักฟังอย่างเปิดเผย ซึ่งในครั้งนั้นรอยคีนส์เคยถามเธอว่า ทำไมไม่กลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัด คำตอบของเธอก็คือต้องทำงานรับผิดชอบหนี้กองทุนที่กู้ยืมมาเรียนหนังสือให้หมด และก็ตั้งใจทำงานส่งตัวเองเรียนอีกต่อไป เมื่อใดที่เธอหมดภาระหนี้สินและได้ทำตามความฝันของตัวเอง เป้าหมายชีวิตของเธอก็คือไปสอบเป็นครูสอนเด็กเล็กที่บ้านนอก มันเป็นความฝันที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด ซึ่งเธอไม่คิดว่าคู่หมั้นหนุ่มจะยังจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ทั้งหมด แม้ในวันนี้ความฝันตรงนี้จะเปลี่ยนทิศทางไปแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยลืมเรื่องหนี้สินไปได้เลย

“ยังไม่ถึงกำหนดชำระค่ะ แต่ณัฐก็ต้องชำระหนี้แน่นอน”

ชายหนุ่มครุ่นคิดสักพัก “คุณจะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะขอรับผิดชอบหนี้สินของคุณทั้งหมด ถือว่าเป็นของขวัญที่ผมมอบให้คุณนะ”

หญิงสาวมองหน้าคู่หมั้นอย่างไม่อยากเชื่อ ไม่คิดว่าเขาจะใจกว้างรับผิดชอบชีวิตเธอมากเท่านี้

“มันจะดีเหรอคะ หนี้กองทุนเพื่อการศึกษาทั้งหมดณัฐเป็นคนก่อนะ มันเยอะมากนะคะ แล้วคุณจะมารับผิดชอบให้แบบนี้ มันคงไม่เหมาะสมมั้งคะ”

“แต่อีกไม่กี่วันคุณก็แต่งงานกับผม หนี้ของคุณก็เหมือนหนี้ของผม เราเป็นสามีภรรยากัน เราก็ต้องรับผิดชอบหนี้สินด้วยกันมิใช่เหรอครับ”

“ก็ใช่ค่ะ แต่เหมือนณัฐกำลังจะเอาเปรียบคุณนะคะ”

ชายหนุ่มเอื้อมมือมาจับมือหญิงสาวอย่างถนุถนอม

“คุณไม่เคยเอาเปรียบผมเลย แม้แต่สินสอดทองหมั้นคุณก็ไม่เคยเรียกร้อง นี่ถ้าผมแต่งงานกับผู้หญิงไทยคนอื่น ๆ ผมอาจจะต้องเสียเงินค่าสินสอดเป็นแสนเป็นล้านก็ได้ แต่คุณไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่ผมเคยรู้จักเลย ผมไม่เคยเห็นคุณเรียกร้องอะไรจากผมเลยสักนิด นี่แหละที่ผมอยากจะให้คุณ ถือว่าเป็นของขวัญจากผมนะครับ”

“มันจะดีเหรอคะ ณัฐเกรงใจคุณจริง ๆ เลย ที่ผ่านมาคุณก็ดีกับณัฐมาตลอด”

“ดีสิครับ ผมแต่งงานกับคุณและพาคุณไปอยู่ที่บ้านเมืองของผม บุญคุณที่คุณได้รับจากแผ่นดินไทย ผมก็อยากช่วยคุณทดแทนทั้งหมด ผมไม่เอาเปรียบคนไทยหรอกครับ เพราะเมืองไทยก็เหมือนบ้านของผมเช่นกัน ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้โอกาสคนรักของผมได้มีการศึกษา ถ้าไม่มีกองทุนตรงนี้ ผมอาจจะไม่ได้เจอคุณก็ได้นะ”

“ณัฐขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ที่คุณดีกับณัฐตลอด เรื่องบุญคุณณัฐสำนึกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ณัฐก็ไม่มีวันลืมผู้มีพระคุณค่ะ” พูดพลางประนมมือไหว้คู่หมั้นหนุ่มไปด้วย

ชายหนุ่มเอื้อมมาจับมือหญิงสาว “อย่าไหว้ผมเลยนะที่รัก ผมบอกแล้วยังไงผมรักคุณ และผมก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณมีความสุข”

“แต่คุณดีกับณัฐมาก ๆ เลย ยิ่งคุณดีมาก ๆ ณัฐก็ยิ่งเกรงใจ เกิดมาในชีวิตไม่มีผู้ชายคนไหนดีกับณัฐอย่างคุณเลย”

“ก็เพราะผมรักคุณยังไงล่ะ ผมจึงต้องดีกับคุณ ให้สมกับสิ่งดี ๆ ที่คุณมีให้ผม ว่าแต่พรุ่งนี้คุณพาผมไปธนาคารนะ เดี๋ยวเราไปใช้หนี้กองทุนด้วยกันนะครับ”

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

ความมีน้ำใจของคู่หมั้นหนุ่มทำให้ปณัฐดาซาบซึ้งใจเป็นที่สุด ไม่คิดว่าเขาจะมองชีวิตของเธอรอบคอบขนาดนี้ แม้แต่บางเรื่องที่เธอเคยเล่าให้ฟังนานหลายเดือน ซึ่งก็ไม่คิดว่าเขาจะจำได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตของเธอ ไม่มีเรื่องใดเลยที่เขาจะจำไม่ได้


 



ชีวิตของปณัฐดาก็เหมือนกับเด็กสาวทั่วไป อยากเรียนหนังสือแต่โอกาสมีไม่มาก ครอบครัวยากจน พ่อแม่เสียชีวิตหมด ถ้าจะเรียนก็อาศัยเงินที่เก็บไว้ได้จากการทำงานเท่านั้น เมื่อเรียนได้ครึ่งทางก็ไม่มีเงินจะเรียนต่อ เพราะเงินเก็บที่เคยมีก็หมดไปตามกาลเวลา จึงจำเป็นจะต้องกู้เงินกองทุนเพื่อการศึกษาจากทางรัฐมาเรียนต่อจนจบ และเธอก็คิดเสมอว่าจะทำงานชดใช้หนี้สินทั้งหมด เพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณที่ประเทศชาติได้มอบให้กับตนเอง

ถึงแม้จะมีเพื่อน ๆ หลายคนที่เรียนจบรุ่นเดียวกันพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

“ไอ้หนี้กองทุนการศึกษานะเหรอ ไม่ต้องไปใช้มันหรอก มันเป็นหนี้เสีย ไม่มีใครเขาใช้กันนะเธอ คนที่ใช้ก็มีแต่คนโง่ ๆ ทั้งนั้นแหละ”

ในวันนั้นปณัฐดาเถียงเพื่อนคอเป็นเอ็น “ถ้าพวกเธอไม่พากันใช้หนี้กองทุนฯ ก็คงจะไม่มีใครเขาใช้กันหรอก ถึงจะเป็นหนี้สูญ แต่ก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล พวกเราเองก็มีส่วนรับผิดชอบด้วยไม่ใช่เหรอ เพราะเม็ดเงินตรงนั้นพวกเราก็ได้ประโยชน์จากมันเยอะแยะ เราก็ควรจะคืนประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เหมือนที่เขาให้กับพวกเรายังไงล่ะ รุ่นน้องจะได้มีเงินทุนเรียนต่อไป”

“ถ้าเธออยากโง่ ก็ใช้ไปคนเดียวสิ เราไม่ใช้หรอก” เพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งพูดพลางสะบัดหน้าเชิด เหมือนกับเรื่องหนี้กองทุนเพื่อการศึกษาที่ติดหลักแสนไม่มีความหมายใด ๆ

“เราก็คงจะเป็นคนโง่แหละ เพราะเราจะใช้หนี้คืนให้รัฐบาลทุกบาททุกสตางค์เลย แม้แต่ดอกเบี้ยบาทเดียว เราก็จะชดใช้ให้ทั้งหมด”

“งั้นก็เชิญโง่ไปคนเดียวเถอะณัฐ แล้วก็ไม่ต้องมาออกปากชวนเรานะ รำคาญรู้ไหม!”

คำพูดของเพื่อนร่วมรุ่นที่กระแทกแดกดันทำให้ปณัฐดาเจ็บปวดไม่น้อย หากการเป็นคนที่รับผิดชอบเกี่ยวกับหนี้สิน ตอบแทนคุณแผ่นดินที่เคยมอบโอกาสให้กลายเป็นผู้หญิงที่โง่ในสายตาเพื่อน ๆ ปณัฐดาก็เลือกที่จะเป็นคนโง่ที่กตัญญูต่อผู้มีพระคุณเสมอ

หญิงสาวนั่งคิดหลายอย่างเกี่ยวกับกองทุนเพื่อการศึกษาส่วนนี้ ประเทศชาติจะล่มจมก็เพราะมีคนที่ไม่เห็นคุณแผ่นดิน ถึงแม้จะมีเพื่อน ๆ ที่มีความคิดแบบนี้หลายคน แต่เธอก็ไม่เคยเปลี่ยนความคิดของตัวเองเลย เธอยังมีความตั้งใจที่จะคืนเงินทุนให้แผ่นดินทั้งหมด แม้ว่าชีวิตจะต้องไปอยู่แดนไกลก็ตาม และก็ไม่มีวันลืมว่าครั้งหนึ่งเคยได้รับโอกาสดี ๆ จากเงินกองทุนเพื่อการศึกษาตรงนี้ พร้อมทั้งตั้งใจจะใช้หนี้คืนทั้งหมด

นับว่าโชคดีที่เธอได้เจอคนรักที่ใจกว้าง และให้ความสำคัญกับเธอมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเธอ ชายหนุ่มก็ไม่เคยมองข้ามไปเลยสักนิด และก็ใส่ใจอยู่เสมอ

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ทั้งเธอและเขาก็พากันกลับมาที่ห้องพัก รอยคีนส์มีเรื่องราวมากมายที่คุยให้เธอได้ฟัง ซึ่งก็ไม่ต่างกับเธอที่มีเรื่องราวเล่าให้เขาได้ฟังเช่นเดียวกัน

ค่ำคืนอันยาวนาน กับเรื่องราวเก่า ๆ ที่แบ่งปันกันฟัง บางเรื่องก็ทำให้คนสองคนหัวเราะน้ำหูน้ำตาเล็ด บางเรื่องก็ทำให้เศร้าและมีน้ำตาไหลรินออกมาเป็นระยะ ๆ และทุกเรื่องราวก็ล้วนแต่รับรู้ด้วยหัวใจของคนสอง



ในเช้าวันใหม่ฝนตกแต่เช้า ทำให้อากาศในเมืองกรุงไม่ร้อนมากนัก พอตอนบ่าย ๆ ฝนก็หยุดตก ปณัฐดาและคู่หมั้นหนุ่มเดินทางมายังธนาคารกรุงไทยที่ไม่ไกลจากโรงแรมมากนัก พอเข้าไปในธนาคารก็มีผู้คนมากมายส่งสายตามาให้ นับว่าโชคดีที่วันนี้ไม่มีผู้คนมากนัก ทำให้เธอมีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับพนักงานธนาคารตรงหน้าเค้าเตอร์เร็วเป็นพิเศษ

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ” พนักงานหนุ่มถามอย่างสุภาพ

“ดิฉันต้องการมาชำระหนี้กองทุนเพื่อการศึกษาค่ะ”

“ยังไม่เคยมีใครมาชำระเลยครับ ไม่ทราบว่ากำหนดชำระวันไหนครับ”

หญิงสาวหยิบจดหมายในกระเป๋ายื่นให้เจ้าหน้าที่ “กำหนดชำระปีหน้าค่ะ แต่ดิฉันอยากชำระวันนี้ทั้งหมดค่ะ”

พนักงานหนุ่มเลิกคิ้วอย่างงง ๆ “ผมก็ไม่เคยรับชำระหนี้กองทุนเพื่อการศึกษามาก่อน ไม่รู้ว่าทำยังไง เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะครับ ผมขอไปคุยกับผู้จัดการสักครู่” จากนั้นก็เดินจากไป โดยทิ้งให้หญิงสาวและคู่หมั้นยืนรอสักพัก

พอไม่นานหญิงวัยกลางคนเดินมาพร้อมกับพนักงานคนเดิม

“ยังไม่ถึงกำหนดชำระเลยนี่คะ ค่อยมาชำระปีหน้านะคะ” บอกพลางยิ้มไปด้วย

“ปีหน้าคงมาไม่ได้หรอกคะ เพราะดิฉันอาจจะต้องไปอยู่ต่างประเทศ ดิฉันต้องการชำระวันนี้ ถ้าไม่ได้ชำระวันนี้ ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีถึงจะได้กลับมาเมืองไทย”

“จะไปอยู่ต่างประเทศเหรอคะ โชคดีจังเลยนะคะ”

“ถ้าวีซ่าผ่านก็ได้ไปค่ะ” ปณัฐดาตอบรับไปตามความจริง

“เอางี้ดีไหมคะ ให้คุณเอาเงินทั้งหมดที่ติดหนี้ฝากไว้กับเลขบัญชีที่คุณมีชื่ออยู่ในหนี้กองทุนเพื่อการศึกษาทั้งหมด บัญชีของธนาคารกรุงไทยนะคะ ไม่ทราบเอามาด้วยหรือเปล่าคะ”

“เอามาค่ะ”

ปณัฐดารีบหยิบสมุดบัญชีธนาคารที่มีอยู่ยื่นให้พนักงานทันที พอเปิดดูเสร็จสรรพเจ้าหน้าที่ก็พาเธอและคู่หมั้นหนุ่มเดินมานั่งที่โต๊ะซึ่งเป็นห้องอีกมุมหนึ่ง เมื่อเธอและเขานั่งลงเรียบร้อยแล้ว พนักงานหญิงคนนี้ก็คิดเงินทั้งหมดให้ทั้งหมด

“ยอดเงินทั้งหมดหนึ่งแสนบาทค่ะ”

“คิดดอกเบี้ยหรือยังคะ”

“อ้อ! ดอกเบี้ยในวันชำระตามจดหมายใช่ไหมคะ”

ปณัฐดาตอบรับเบา ๆ “ใช่ค่ะ จะต้องเสียดอกเบี้ยตามเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดในจดหมายด้วยค่ะ”

“ดิฉันก็ลืมดูเลยนิ ขอเวลาแป๊บหนึ่งนะคะ” พนักงานสาวคิดคำนวณไปพลาง ๆ “ดอกเบี้ยทั้งหมดแค่ยี่สิบเก้าบาทค่ะ”

“ช่วยคิดเงินรวมกันทั้งหมดให้หน่อยได้ไหมคะ จะได้จ่ายทีเดียว”

พนักงานสาวพยักหน้า “ได้ค่ะ” เพียงครู่เดียวเธอก็หันมาทางปณัฐดาอีกครั้ง “ยอดเงินทั้งหมดหนึ่งแสนยี่สิบเก้าบาทถ้วนค่ะ ไม่ทราบว่าจ่ายแบบไหนคะ”

“จ่ายเงินสดค่ะ แต่เป็นเงินดอลล่าร์ ไม่ทราบว่าค่าแลกเปลี่ยนเท่าไหร่คะ”

“ตอนนี้ค่าแลกเปลี่ยนเงินดอลล่าร์สำหรับธนาคารของเราอยู่ที่ 45 บาทต่อหนึ่งดอลล่าร์ค่ะ ถ้าจะจ่ายเป็นเงินดอลล่าร์ ยอดเงินสองพันสองร้อยยี่สิบสามเหรียญ พอดีดิฉันปัดเศษแปดสิบหกเซ็นต์เป็นหนึ่งดอลลาร์ด้วยค่ะ”

รอยคีนส์ยื่นธนบัตรแบงค์ร้อยซึ่งเป็นเงินดอลล่าร์ให้หญิงสาวปึกหนึ่ง ปณัฐดานับเอาเฉพาะจำนวนเงินที่พนักงานบอกเท่านั้น ที่เหลือก็คืนให้คนรักทั้งหมด จากนั้นพนักงานคนเดิมก็ทำการออกใบเสร็จทุกอย่างให้กับเธอ

“ช่วยเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยนะคะ”

ปณัฐดาจับปากกาเซ็นชื่อทันที และก็ยื่นเอกสารคืนให้พนักงานสาว จากนั้นก็รับใบเสร็จคืนกลับมา

“ขอบคุณค่ะ รู้ไหมคะ คุณเป็นคนแรกที่ชำระหนี้กองทุนการศึกษาในสาขาของเรา”

ปณัฐดาดาส่งยิ้มอย่างเป็นกันเอง “ขอบคุณค่ะ ถ้าไม่มีหนี้ตรงนี้ ดิฉันก็คงไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนคนอื่น ๆ เขาหรอกค่ะ ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ให้โอกาสตรงนี้ค่ะ”

“ถ้าคนที่ติดหนี้คิดได้เหมือนคุณก็คงจะดีนะคะ รัฐก็คงไม่มีหนี้เสียเยอะอย่างนี้” พนักงานธนาคารพูดคุยอย่างเป็นกันเอง เพราะคงจะรับรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องหนี้สูญของรัฐบาลมาเยอะ

ปณัฐดาได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย และก็รู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้ชำระหนี้สินตรงนี้ เหมือนกับการได้ยกภาระอันยิ่งใหญ่ออกไปจากชีวิต พอก้าวพ้นประตูธนาคารและเดินมารอรถแท็กซี่ด้านหน้าป้ายรถเมล์ ปณัฐดาหันไปทางคนรักซึ่งยืนอยู่ติด ๆ กัน

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยชำระหนี้ให้ณัฐทั้หมด” แม้จะถูกห้ามไม่ให้ยกมือไหว้แต่ก็อดไม่ได้ที่จะไหว้ขอบคุณเขาอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรครับ ด้วยความยินดีครับ”

รอยคีนส์ยังคงจับมือปณัฐดาไว้แน่น อ้อมแขนของเขาอบอุ่นเหมือนเดิม มันไม่ใช่ความอบอุ่นที่ผิวเผินและผ่านไป แต่เป็นความอบอุ่นที่ฝังลึกในจิตใจของคนที่ได้สัมผัส และเธอก็รักไออุ่นที่เขามอบให้เหลือเกิน ความอ่อนโยนความห่วงใยและความมีน้ำใจที่เขามอบให้เธอนั้น มิเคยมีผู้ชายคนใดมอบให้เธออย่างนี้มาก่อน และเธอก็จะรักษาดูแลความรักจากคู่หมั้นหนุ่มให้ดีที่สุด


เมื่อถึงครบกำหนดที่มารดาคนรักเดินทางมาถึงเมืองไทย ปณัฐดาก็ตื่นเต้นไม่น้อย เธอตื่นนอนแต่เช้าและก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จสรรพ แม้จะรู้ว่าคุณแม่ของคนรักเดินทางมาถึงในตอนค่ำ แต่ความตื่นเต้นต่าง ๆ ทำให้เธอไม่สามารถนอนหลับได้เลย และก็อยากเจอคุณแม่ของคนรักเร็ว ๆ อยากอยู่ใกล้ชิดและคอยดูแลให้สมกับเป็นเจ้าบ้าน และก็ให้สมกับฐานะลูกสะใภ้ที่คนรักมอบให้ และบ่อยครั้งเธอก็ขอให้คนรักเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคุณแม่ให้ฟังบ่อย ๆ

เรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ยินได้รู้เกี่ยวกับคุณแม่ของคนรัก ทำให้หญิงสาวได้แต่อมยิ้มและก็คิดตามไปด้วย และก็เฝ้าภาวนาขอให้คุณแม่ใจดีกับเธอ ขอให้มีจิตใจอ่อนโยนดั่งเช่นคู่หมั้นหนุ่มด้วย

“คุณแม่ผมเป็นคนที่ไม่ถือตัวหรอกครับ ท่านเป็นคนธรรมดา ๆ เหมือนเรานี่แหละ นิสัยก็มีหลายแบบ ก็คงจะไม่ต่างกับคนไทยนัก บางครั้งท่านก็เป็นคนที่ชอบพูดคุยเรื่องตลกอยู่บ่อย ๆ”

“แล้วท่านยิ้มเก่งไหมคะ”

“เรื่องนั้นยกให้ท่านเลยครับ ท่านยิ้มได้ตลอด แต่เวลาท่านหมดแรง ท่านจะเหมือนเด็กเลยนะครับ”

“หมดแรง หมายความว่ายังไงคะ” ปณัฐดาถามอย่างสงสัย

“ก็อากาศที่เมืองไทยร้อนขนาดนี้ เวลาท่านร้อนมาก ๆ ท่านจะเพลียง่าย และก็คงไม่มีแรงยิ้ม จากนั้นก็ทำตัวเหมือนเด็ก อาจจะขอตัวไปนอนกลางวันก็ได้” รอยคีนส์เล่าพลางอมยิ้มไปด้วย

“คนที่อเมริกาชอบนอนกลางวันกันเหรอคะ”

“เป็นบางคนครับ โดยเฉพาะคนแก่ ๆ อย่างคุณแม่ของผม ท่านชอบนอนกลางวันครับ คุณหมอสั่งให้ท่านพักผ่อนให้มาก ๆ บางวันท่านก็นอนวันละสามสี่ชั่วโมง บางวันก็มากกว่านั้นครับ”

“แล้วหนุ่มสาวล่ะคะ”

“ผมก็ไม่ทราบครับ ส่วนผมก็นอนกลางวันเป็นบางครั้งครับ”

“ดีจังเลยค่ะ แต่ครอบครัวของณัฐ พ่อไม่เคยให้ณัฐและพี่ ๆ นอนกลางวันเลย พ่อมักจะบอกเสมอว่า คนที่นอนกลางวันเป็นคนขี้เกียจ ยิ่งสาว ๆ นะคะ พ่อสั่งห้ามเด็ดขาดเลย พ่อบอกว่าเป็นผู้หญิงถ้าขี้เกียจจะไม่มีผู้ชายคนไหนอยากได้ไปเป็นคู่ครอง” ปณัฐดาอดไม่ได้ที่จะเล่าเรื่องราวตามประสบการณ์ชีวิต

“น่าคิดเหมือนกันนะครับ เป็นการสอนลูกที่ดีมาก ๆ เลย แต่เวลาคุณอยู่กับผม คุณนอนกลางวันได้ตลอดนะ ผมไม่คิดอย่างนั้นหรอกครับ”

“คุณพูดจริง ๆ นะคะ ไม่ได้แกล้งให้ณัฐดีใจเล่น ๆ นะ”

“จริงสิครับ เพราะผมเองก็ชอบนอนกลางวันเหมือนกัน แต่เฉพาะในวันหยุดเท่านั้นครับ ส่วนคุณจะนอนยังไงก็ตามสบายครับ ผมไม่ถืออยู่แล้ว” รอยคีนส์พูดพลางยิ้มไปด้วย

“ขอบคุณมากค่ะ”

ทั้งรอยคีนส์และปณัฐดาต่างก็เรียนรู้ซึ่งกันและกันไปเรื่อย ๆ บางอย่างที่ไม่เคยรู้ก็มักจะเล่าแลกเปลี่ยนกันอยู่เสมอ การที่ต้องใช้ชีวิตกับคนที่มาจากเชื้อชาติที่แตกต่างกัน มักจะมีประเพณีและความเชื่อที่ไม่ค่อยจะเหมือนกัน ซึ่งทั้งหมดก็ไม่ได้สร้างปัญหาใด ๆ ให้เลยสักนิด ทั้งเธอและเขาได้นำสิ่ง ๆ ดี ๆ ของทั้งสองวัฒนธรรมมาประยุกต์ใช้ด้วยกัน ทำให้ความต่างของคนสองคนสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างดีเยี่ยม


 



พอเวลาประมาณห้าโมงเย็น รอยคีนส์และปณัฐดาพากันเดินทางไปที่สนามบินดอนเมืองเพื่อไปรับคุณแม่และพ่อเลี้ยง เมื่อเดินทางมาถึง ก็พากันไปนั่งรอที่จุดรอผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทั้งคู่นั่งคุยกันไปพลาง ๆ เวลาที่หิวก็แวะซื้อน้ำและขนมมานั่งทานด้วยกัน เพราะตั้งใจจะรอรับประทานอาหารมื้อค่ำกับคุณแม่และพ่อเลี้ยงที่จะเดินทางมาถึงเร็ว ๆ นี้

แววตาของรอยคีนส์ในเย็นวันนั้น บ่งบอกให้เห็นได้ชัด ว่าดีอกดีใจที่จะได้พบคุณแม่และพ่อเลี้ยง เวลาที่คุยเรื่องเล่าต่าง ๆ เกี่ยวกับคุณแม่และครอบครัว ชายหนุ่มดูมีความสุขไม่น้อย เรื่องราวที่เล่าในช่วงระหว่างที่รอคอยนั้นน่าสนใจทีเดียว เมื่อเล่าจบเรื่องหนึ่ง ก็มักจะมีเรื่องอื่น ๆ มาเล่าต่ออย่างต่อเนื่อง ส่วนคนฟังนั้นก็ดูสนใจใคร่อยากรู้เป็นอย่างมาก และก็มักจะมีคำถามอยู่เรื่อย ๆ โดยที่ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลยสักนิด

“คุณแม่คงจะลงจากเครื่องแล้วครับ” พูดพลางดูนาฬิกาข้อมือไปด้วย สายตาก็มองไปทางประตูผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ

“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ” ปณัฐดาเอ่ยขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส


“มายืนตรงนี้ดีกว่าครับ จะได้เห็นชัด ๆ” ชายหนุ่มเอ่ยชวนพลางขยับให้เธอเดินมายืนข้างหน้า

“คุณแม่ใส่ชุดสีอะไรคะ”

“น่าจะสีแดงนะครับ เพราะคุณแม่ผมชอบสีแดงเป็นชีวิตจิตใจ”

หญิงสาวยืนชะเง้อมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา เพียงครู่เดียวรอยคีนส์ก็จับมือปณัฐดาข้างหนึ่ง

“ที่รัก เห็นคุณแม่ผมไหมครับ โน้นแหนะเดินมาแต่ไกลเลย เสื้อแดงกับผู้ชายเสื้อสีขาวนะครับ ดูสิผมทายถูกไหมล่ะ”

หญิงชราร่างใหญ่ในชุดกางเกงสีแดงสดใส และเสื้อเชิ๊ตแขนสั้นคอกลมสีขาว ซึ่งก็มีลายจุดหัวใจสีแดงปะปนเข้ากับกางเกงที่สวมใส่ ผิวขาวผ่องชมพูเนียนสวยสะอาดสะอ้าน ทำให้หน้าตาดูอ่อนเยาว์กว่าที่คิดไว้ หากไม่ทราบอายุที่แท้จริงมาก่อน ปณัฐดาคิดว่าคนที่เฝ้ารอคอยในวันนี้คงจะมีอายุแค่ประมาณห้าสิบปีต้น ๆ เท่านั้น ผมสีบลอนสอยสั้นปิดหูเข้ากับรูปหน้ายิ่งนัก แม้หุ่นจะท้วมไปนิดแต่ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ รอยยิ้มอ่อนโยนไม่ต่างกับคู่หมั้นหนุ่ม ยิ่งชิดใกล้ยิ่งรู้ว่าทั้งคู่มีส่วนคล้ายกันอยู่มาก โดยเฉพาะนัยน์ตาสีฟ้าที่ค่อนข้างเหมือนกัน แม้จะมองผ่านแว่นกลมใสแต่ก็สามารถเห็นได้ชัดเจน จมูกโด่งสวยเข้ากับรูปปากสีชมพูเล็ก ๆ แม้อายุจะล่วงเลยมาหลายปีแล้ว แต่ความสวยก็ยังคงมีให้เห็นตลอด และก็เดินเคียงคู่กับชายชราที่อายุไล่เลี่ยกัน





 




ชายชราผมสีน้ำตาลเข้มปนสีขาวประปรายไม่หนามากนัก หุ่นสูงเท่า ๆ กับคู่ชีวิตแต่ตัวเล็กกว่านิดหนึ่ง กางเกงยีนสีน้ำเงินเข้มที่สวมใส่กับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสไตล์คาวบอยบ่งบอกถึงความชอบแนวคันทรี หรือจะเรียกว่าเอกลักษณ์ประจำตัวก็ได้ รองเท้าบูทหนังสีดำทำให้ดูสูงเพรียวมากขึ้น หนวดเคราบนใบหน้าทำให้ดูเข้มไปอีกแบบ รอยยิ้มสดใสและแววตาอ่อนโยนซึ่งก็ดูไม่ต่างกับคู่ชีวิตที่เดินมาด้วยกันเลย

“สวัสดีครับคุณแม่” รอยคีนส์ทักทายพลางเดินเข้าไปกอดมารดาด้วยความดีใจ จากนั้นก็เข้าไปทักทายคนที่เดินทางมาด้วย “ผมดีใจมากครับจอหน์ที่คุณกับคุณแม่เดินทางมาได้”

ส่วนปณัฐดาได้แต่ยืนยิ้มรอให้คนรักทักทายคุณแม่กับพ่อเลี้ยงเสร็จเสียก่อน คิดว่าอีกไม่นานก็ถึงคราที่ตัวเองจะได้ทำความรู้จักกับคุณแม่ของคู่หมั้นบ้าง

“คุณแม่ครับ จอห์นครับ นี่ปณัฐดา คู่หมั้นของผมครับ”

ปณัฐดากำลังจะยกมือไหว้ แต่ก็ถูกมารดาของคนรักคว้าร่างไปกอดเสียก่อน จากนั้นก็หอมแก้มไปสองฟอดใหญ่ จนทำให้คนที่ถูกหอมแก้มแทบจะตั้งตัวไม่ทัน เพราะตั้งแต่โตและจำความได้ยังไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนหอมแก้มเลย

“โอ้ปณัฐดา! แม่ดีใจจังเลยที่ได้เจอเธอที่นี่ เธอสวยกว่าในรูปที่คีนส์ส่งมาให้แม่เสียอีก แม่ดีใจจริง ๆ ที่ลูกชายแม่จะแต่งงานกับเธอ” เสียงทักทายครั้งแรกที่ได้ยินทำให้หญิงสาวดีใจปนเขินอายอยู่ไม่น้อยที่ถูกชมอย่างนั้น

“ขอบคุณค่ะ ณัฐก็ดีใจเหมือนกันค่ะ” จากนั้นก็หันไปทักทายจอห์นซึ่งยืนอยู่ติด ๆ กัน

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ เรียกพ่อก็ได้นะครับ” จอห์นมิได้คว้าเธอไปกอดแต่อย่างใด เพราะเกรงว่าจะดูไม่เหมาะสมสำหรับธรรมเนียมไทย และก็เลือกที่จะเช็คแฮ็นด์แบบธรรมเนียมฝรั่งมากกว่า

“ขอบคุณมากคะพ่อ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ” ปณัฐดาเรียกจอห์นว่า “พ่อ” เต็มปาก เพราะรู้สึกนับถือชายหนุ่มแบบนั้นจริง ๆ ถึงแม้ว่าจอห์นจะเป็นแค่พ่อเลี้ยงของคนรัก แต่ปณัฐดาก็ยังให้ความเคารพนับถือเสมอ

เมื่อทุกคนทักทายกันเสร็จแล้ว รอยคีนส์ก็ช่วยเข็นกระเป๋าเดินทาง โดยที่มีปณัฐดาคอยเดินจับมือถือแขนและช่วยพยุงคุณแม่คนรักไปด้วย ส่วนจอห์นนั้นก็ถือกระเป๋าที่มีเครื่องช่วยหายใจและก็เดินตามหลังมาติด ๆ การได้พบกันครั้งแรกดูอบอุ่นไปด้วยความสุขและรอยยิ้มของแต่ละคน จอห์นดูตื่นเต้นเป็นพิเศษและก็มักจะหันไปมองคนไทยที่เดินผ่านไปมาอยู่เสมอ เหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน ส่วนคุณแม่นั้นก็ทั้งมองและก็ส่งยิ้มให้คนแปลกหน้าอยู่ตลอด บางครั้งก็เอ่ยทักทายแบบธรรมเนียมคนตะวันตก ซึ่งคนที่เห็นต่างก็อมยิ้มและทำหน้างง ๆ ไปด้วย

รอยคีนส์พาทุกคนเดินมาเช่ารถลิมมะซีนจากบริษัทเช่ารถด้านหน้า เพราะคิดว่ารถเก๋งธรรมดาคงจะไม่สะดวกมากนัก ซึ่งก็มีพนักงานคนหนึ่งมาช่วยเข็นกระเป๋าเดินทางมาที่จุดจอดรถ จากนั้นคนขับก็ออกมาทักทายอย่างเป็นกันเอง และก็ช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางใส่ในประถุนรถด้านหลัง

ส่วนรอยคีนส์นั้นก็เปิดประตูให้คุณแม่เข้าไปนั่งเสียก่อน โดยที่ปณัฐดาเดินอ้อมมาอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งก็มีจอห์นช่วยเปิดประตูรถให้อีกทาง หญิงสาวไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณตามมารยาทและก็เข้าไปนั่งใกล้ชิดกับคุณแม่ โดยที่จอห์นเข้าไปนั่งอีกมุมใกล้ ๆ กัน ทางด้านรอยคีนส์นั้นเมื่อเห็นทุกคนนั่งเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะหยิบเงินในกระเป๋าให้เป็นทิปแก่พนักงานเข็นกระเป๋าก่อนที่จะเข้ามานั่งที่เบาะติด ๆ กับปณัฐดา

บรรยากาศภายในรถลิมมะซีนกว้างขวางพอสมควร มีเบาะริมหน้าต่างทั้งสองฝั่ง ส่วนเบาะด้านหลังจะกว้างมากสามารถยืดตัวและเหยียดขาได้อย่างสบาย ๆ มุมด้านข้างแต่ละเบาะมีจุดใส่แก้วน้ำและเครื่องดื่ม ๆ ต่าง ๆ เหมือนนั่งอยู่ในห้องสูทไม่มีผิด มีเครื่องเสียงทันสมัยประกอบอยู่ภายในรถ ส่วนแอร์ก็เย็นสบายทำให้คนที่เดินทางมาอย่างเหนื่อย ๆ มีแรงมากขึ้น ทางด้านฝารถด้านบนก็เป็นกระจกใสซึ่งสามารถเปิดปิดได้ตลอด หากแต่ตอนนี้ถูกปิดเอาไว้และสามารถมองดูบรรยากาศด้านนอกได้อย่างง่าย ความอบอุ่นของครอบครัวที่ห่างหายไปหลายปีกลับมามีชีวิตอีกครั้ง พร้อมความสุขที่รวมตัวอยู่ด้วยกันในขณะนี้





 





 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones