ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article







กระแสละคร "ดอกส้มสีทอง" เป็นที่รู้จักของคนไทยหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะคนไทยในเมืองไทยหรือแม้แต่คนไทยที่อยู่ต่างประเทศอย่างฉันก็พอจะได้ยินละครเรื่องนี้มาบ้าง ฉันเองเคยมีโอกาสได้ดูละครเรื่องนี้เพียงแค่ไม่กี่ตอนเท่านั้น เพราะอยากรู้ว่าเนื้อหาเป็นเช่นใด ทำไมจึงเป็นที่โด่งดังเสียจริง ๆ แต่พอได้ดูละครเรื่องนี้จนจบ ฉันกลับนั่งคิดถึงใครบางคนที่เคยรู้จักเมื่อสิบปีก่อน และก็อดไม่ได้ที่จะย้อนมองภาพชีวิตตัวเองไปด้วย

ถ้า "เรยา" เป็นผู้หญิงที่เลวเหมือนที่ใคร ๆ คิดกัน ฉันเองก็คงมีส่วนเลวอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ว่าฉันเลวในแบบของฉันและไม่เหมือนใคร เลวในฐานะที่เคยมีเพื่อนนิสัยคล้ายเรยา เลวในฐานะที่ฉันไม่สามารถห้ามปรามความแรงของเพื่อนสนิทได้ ทำให้เพื่อนได้ทำสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อน และฉันก็ไม่เคยลืมภาพเรื่องราวเหล่านั้นไปได้เลย


เมื่อสิบกว่าปีตอนที่ฉันเรียนจบมาใหม่ ๆ ฉันมีโอกาสได้เข้าไปทำงานด้านบัญชีคลังสินค้าให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในเขตมีนบุรี บริษัทที่ฉันทำงานอยู่มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ฉันทำงานในออฟฟิศกับเพื่อนสาวหลาย ๆ คน แต่ละคนก็มีทั้งแต่งงานแล้ว และก็แม่หม้ายรวมทั้งสาวโสดอย่างพวกฉัน ในช่วงที่ทำงานในบริษัทนี้ ฉันมีเพื่อนสนิทประมาณหกคน แต่ที่สนิทกันจริง ๆ มีแค่สี่คนเท่านั้น เพื่อน ๆ ของฉันเป็นคนที่นิสัยดีและใจกว้าง มีอะไรก็แบ่งปันช่วยเหลือกันตลอด เวลาไปไหนมาไหนเราก็มักจะชวนกันเสมอ ทำให้ฉันคลายเหงากับชีวิตเริ่มต้นใหม่ในกรุงเทพฯ ได้บ้าง

"ณัฐ เลิกงานไปกินสุกี้ด้วยกันไหมน้อง แฟนพี่จะมารับและพาไปส่งที่เดอะมอลล์บางกะปิเอง" เสียงของเพื่อนรุ่นพี่เอ่ยชวน ในขณะที่นั่งรับประทานอาหารไปด้วย ฉันหันไปมองเจ้าของเสียงและยิ้มให้นิดหนึ่ง

"ว่ายังไง ไปไหม พี่อยากให้เราไปด้วย จะได้สนุก ๆ" เจ้าของเสียงถามซ้ำอีกครั้ง ทำให้ฉันอดที่จะหันไปสนทนาด้วย

พี่ลดาวัลย์เป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่ฉันสนิทกว่าใคร ๆ ในบริษัท เธออายุมากกว่าฉันหนึ่งปี จัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในบริษัทก็ว่าได้ พี่ลดาวัลย์เป็นคนภาคกลาง ผิวขาว ผมดำสนิทยาวสลวยถึงกลางหลัง นัยน์กลมขนตางอนเป็นแพ ใบหน้าเล็ก ๆ แต่เนียนสวยไร้ซึ่งสิวฟ้า เวลายิ้มก็เห็นฟันขาวสะอาดเป็นระเบียบ รูปร่างของพี่ลดาวัลย์อวบอิ่มดูน่ากอดน่าถนุถนอมแก่เพศตรงข้ามอย่างมาก รอยยิ้มและความเป็นกันเองคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ใคร ๆ พบเห็นต่างก็ชื่นชมอยู่ตลอด แม้แต่ฉันเองก็อดที่จะชื่นชมในความสวยของเพื่อนรุ่นพี่ไม่ได้

พี่ลดาวัลย์เป็นเพื่อนในกลุ่มเพียงคนเดียวที่แต่งงานแล้ว สามีของเธอเป็นตำรวจประจำอยู่ในเขตหนึ่งแถว ๆ ลาดพร้าว ครั้งแรกที่ฉันและเพื่อน ๆ เห็นสามีของพี่ลดาวัลย์ พวกเราต่างก็มองเหมือนไม่เคยเห็น เพราะหลงคิดว่าเป็นนายแบบที่เข้ามาติดต่องานถ่ายแบบในบริษัท แต่พอรู้ความจริงพวกฉันก็ได้แต่ตะลึงและทึ่งกับภาพที่เห็น

ฉันและเพื่อน ๆ ทุกคนยอมรับว่า พี่ยงยุทธสามีของพี่ลดาวัลย์เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาก ๆ หุ่นที่สูงเหมือนนายแบบเป็นที่สนใจของสาว ๆ ที่พบเห็นยิ่งนัก ใบหน้าและผิวพรรณสะอาดสะอ้านเหมือนลูกผู้ดีมีสกุล แถมมียศนายร้อยพาดบ่าเอาไว้ ก็ยิ่งทำให้บารมีความหล่อเพิ่มมากขึ้น ฉันและเพื่อน ๆ สาวที่ยังโสดมักจะชื่นชมพี่ลดาวัลย์เสมอว่า

"พี่ลดานะ โคตรโชคดีมาก ๆ เลยนะคะ หน้าตาก็สวย แฟนก็หล่อ ๆ สมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก"

ทุกครั้งที่ถูกชมพี่ลดาวัลย์มักจะยิ้มรับและก็ตอบว่า "ก็ไม่ได้สวยอะไร พี่ออกจะธรรมดา แฟนพี่ก็งั้น ๆ เอง"

ธรรมดาของพี่ลดาวัลย์ แต่เป็นคนสวยในสายตาของฉันและเพื่อน ๆ ในบริษัทนับร้อยคน แม้ว่าจะมีคนชมมากมาย แต่พี่ลดาวัลย์ก็ไม่เคยหลงตัวเอง เธอยังคงวางตัวเสมอต้นเสมอปลาย และก็ยังเป็นคนที่หยอกเล่นกับเพื่อน ๆ ได้ทุกระดับ

"แล้วไปกันกี่คนล่ะคะพี่ลดา" ฉันหันไปถามพี่ลดาวัลย์ก่อนที่จะวางช้อนลงในจานข้าว

"ประมาณสี่คน นี่พี่ชวนพี่ยุ พี่ปิ่นไปด้วย แล้วณัฐล่ะ จะชวนใครไปอีกก็ได้นะ พี่ว่าไปกันเยอะ ๆ สนุกออก"

"แล้วแฟนพี่ไม่ไปด้วยเหรอคะ"

"เขาไม่ไปหรอก พี่บอกแฟนพี่ว่า พี่อยากไปนั่งกินอะไร ๆ ที่มีแต่ผู้หญิงด้วยกัน ผู้ชายไม่เกี่ยว แฟนพี่ก็เลยขอตัวไปหาแม่เขาที่หมู่บ้านสัมมากร"

"ค่ะ งั้นไปก็ไป เย็นนี้หนูก็ไม่ได้ออกไปไหน ออกไปเดินเล่นที่ห้างบ้างก็ดี จะได้ไม่เหงา"

"ดีมากน้อง เป็นสาวเป็นแส้ เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เฉาตายเลย" พี่ลดาวัลย์พูดหยอก ทำให้ฉันได้แต่ยิ้มรับเท่านั้น

ฉันกับพี่ลดาวัลย์และเพื่อนสาวส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในออฟฟิศเดียวกัน เพียงแต่แบ่งโซนแผนกออกไปคนฝั่ง ฉันเองเพิ่งจะเรียนจบมาได้แค่เดือนเดียว พอขึ้นมาทำงานในกรุงเทพฯ ก็โชคดีได้ทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บัญชีคลังสินค้าในบริษัทนี้ ส่วนพี่ลดาวัลย์ทำงานตำแหน่งฝ่ายจัดซื้อหลายปีแล้ว ซึ่งก็ต้องพบปะพูดคุยกับลูกค้าหลาย ๆ คนอยู่ตลอด

หลังเลิกงานฉันและเพื่อน ๆ พร้อมทั้งพี่ลดาวัลย์พากันเดินออกมาที่ถนนด้านหน้าบริษัท ซึ่งตอนนั้นสามีของพี่ลดาวัลย์นั่งรออยู่ด้านในรถ

"ไปกันเถอะ แฟนพี่รออยู่" พี่ลดาวัลย์หันมาบอกฉันและเพื่อนสาว จากนั้นก็พากันเดินมาที่รถเก๋งคันหรู ฉันและเพื่อนสามคนเข้าไปนั่งเบียดกันในเบาะด้านหลัง ส่วนพี่ลดาวัลย์ก็นั่งเบาะด้านหน้าข้างคนขับเคียงคู่กับสามี ระหว่างทางฉันและเพื่อน ๆ พากันคุยเรื่องงานสนุกสนานตามประสาผู้หญิง

ภาพความรักและความสวยงามของชีวิตคู่พี่ลดาวัลย์กับสามีเป็นที่ชื่นชมของฉันยิ่งนัก ฉันไม่เคยรู้สึกอิจฉาที่เห็นเพื่อนรุ่นพี่โชคดีได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดีและมีหน้าที่การงานมั่นคง ซึ่งต่างกับฉันและเพื่อนอีกสองคนที่นอกจากจะไม่สวยแล้วก็ยังไม่โชคดีเหมือนพี่ลดาวัลย์ เพราะฉันและเพื่อนสาวคนนี้มีแต่หนุ่ม ๆ แซวแต่ไม่มีใครเข้ามาจีบ ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไร รู้แต่ว่า การไม่มีคนมาจีบก็มีชีวิตที่สนุกสนานไปอีกแบบ

เมื่อมาถึงเดอะมอลล์บางกะปิ ฉันและเพื่อนอีกสามคนพากันลงจากรถ ส่วนพี่ลดาวัลย์ก็คุยอะไรสักอย่างกับสามีก่อนที่จะลงจากรถและเดินมาหาพวกฉัน

"ไปกันเถอะ จะได้เดินดูของไปด้วย"

ในวันนั้นฉันและพี่ลดาวัลย์รวมทั้งเพื่อนสาวอีกสองคนต่างก็พากันเดินดูสินค้าในห้างไปเรื่อย ๆ พอเหนื่อยก็พากันไปนั่งทานสุกี้ยากี้ในร้านเอ็มเคด้วยกัน โดยที่พวกเราทั้งสี่คนพากันหารกันจ่ายค่าอาหารทั้งหมด เมื่อรับประทานอาหารกันอิ่มแล้ว ก็พากันออกไปเดินเที่ยวศูนย์ขายสินค้าในตะวันนา เสร็จแล้วก็ข้ามถนนมาฝั่งน้อมจิตรเพื่อมารอขึ้นรถแท็กซี่กลับที่พักพร้อมกัน

ระหว่างที่ยืนรอแท็กซี่พี่ลดาวัลย์หันมาคุยกับฉัน "ณัฐคืนนี้ลงมานอนห้องพี่นะ จะได้นอนคุยกันไปด้วย"

"แล้วแฟนพี่ลดาล่ะคะ"

"แฟนพี่ไม่กลับ บอกว่าจะค้างบ้านแม่เขา พี่ไม่อยากนอนคนเดียว ณัฐมานอนเป็นเพื่อนพี่นะ" พี่ลดาวัลย์ชวนฉันเสร็จก็หันไปทางพี่ปิ่น "พี่ปิ่น มานอนห้องลดานะ คืนนี้จะได้นอนดูหนังด้วยกัน คุยเรื่องสนุก ๆ ด้วย"

"ขอพี่ดูก่อน" พี่ปิ่นไม่รับปาก

"ยังไงก็มาให้ได้นะคะพี่ปิ่น ที่ห้องลดามีหนังสนุก ๆ เยอะมาก พี่ยุทธเช่ามาให้ดูตั้งหลายวัน ลดายังไม่ได้ดูเลย แบบว่าดูคนเดียวไม่สนุกนะคะ"

"เออ ถ้าพี่ไปก็คงดึก ๆ หน่อย" พี่ปิ่นบอก

"แล้วณัฐล่ะ ตกลงมานอนกับพี่นะ"

"ค่ะ แต่ขอหนูอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ แล้วหนูจะลงไปหาพี่ที่ห้อง"

"จ้า พี่รอได้อยู่แล้ว เดี๋ยวพี่จะเตรียมขนมไว้กินกันด้วย"

ฉันและพี่ลดาวัลย์พร้อมทั้งพี่ปิ่นเช่าคอนโดอยู่ตึกเดียวกัน เพียงแต่อยู่คนละชั้น พี่ลดาวัลย์พักอยู่ชั้นสามกับสามี ส่วนพี่ปิ่นพักอยู่ชั้นห้ากับหลานสาว สำหรับฉันพักอยู่ชั้นเจ็ดเพียงคนเดียวเพราะเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยเช่าคอนโดอยู่ด้วยกันได้ลาออกจากงานและย้ายไปทำงานที่ประเทศไต้หวัน

ฉันยอมรับว่าสนิทกับพี่ลดาวัลย์และพี่ปิ่นมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะทำงานในออฟฟิศด้วยกันแล้ว พวกเราก็พักอยู่ในคอนโดตึกเดียวกัน เวลาออกไปทำงานก็เดินไปพร้อมกัน เวลากลับมาจากทำงานก็เดินกลับด้วยกัน วันไหนที่มีตลาดนัดแถว ๆ ที่พัก พวกเราก็พากันไปเดินเที่ยวตลาดสนุกสนาน วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็พากันไปซื้ออาหารในตลาดสดและก็มาทำอาหารอร่อย ๆ ทานด้วยกัน

เมื่อกลับมาถึงที่พัก ฉันก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ จากนั้นก็ซักผ้าและรีดผ้าให้เรียบร้อย พอประมาณสามทุ่มก็ลงไปหาพี่ลดาวัลย์ที่ห้อง ซึ่งพี่ปิ่นเองก็ลงมาพร้อม ๆ กับฉัน ทั้งฉันและพี่ลดาวัลย์รวมทั้งพี่ปิ่นนอนดูทีวีบนเตียงนอนที่กว้าง พวกเราทั้งสามคนคุยกันหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องรัก ๆ ตามประสาผู้หญิงทั่วไป

"ณัฐ หนุ่มที่เพื่อนณัฐติดต่อให้นะ หน้าตาดีหรือเปล่า" พี่ลดาวัลย์หันมาถามฉัน

"ไม่รู้ค่ะ หนูยังไม่เคยเห็นหน้าเลย มีแต่โทรคุยกันเท่านั้น" ฉันยอมรับว่าในตอนนั้นเพื่อนสนิทที่เคยทำงานในบริษัทซีเกทด้วยกันได้ติดต่อหนุ่มเอ็นจิเนียร์ในบริษัทให้คนหนึ่ง ซึ่งฉันไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน จะมีก็แต่โทรคุยกันเท่านั้น

"แล้วณัฐชอบผู้ชายคนนี้บ้างหรือเปล่า" พี่ปิ่นถาม

"ไม่ค่อยชอบค่ะ ผู้ชายคนนี้ชอบคุยอวด อวยตัวเอง หนูไม่ชอบผู้ชายแบบนี้"

"อวดเรื่องอะไรเหรอ" พี่ลดาวัลย์ถาม

"เรื่องรถบีเอ็มของเขานะคะ คุยตลอด ยอมรับว่าเบื่อ หนูไม่อยากรับโทรศัพท์เลย แต่เกรงใจเพื่อนอุตส่าห์แนะนำให้รู้จัก สงสัยกลัวหนูขึ้นคานล่ะมั้ง" ฉันตอบพลางหัวเราะไปด้วย

"อายุแค่ยี่สิบเอ็ดเอง จะขึ้นคานได้ยังไง คนที่ขึ้นคานนะพวกสาวแก่โน้น ไม่ใช่พวกเราหรอก" พี่ลดาวัลย์คัดค้านไม่เห็นด้วยสิ่งที่ฉันคิด ทำให้ฉันและพี่ปิ่นพยักหน้าเห็นด้วย

สรุปแล้วคืนนั้นฉันและเพื่อนสามคนนอนคุยกันเสียมากกว่า เพราะเวลาที่คุยกันเรื่องหนึ่งจบ ก็มักจะมีเรื่องอื่น ๆ ให้คุยต่อได้ตลอด โดยเฉพาะเรื่องความรัก ความฝัน และเรื่องหนุ่ม ๆ

"พี่ปิ่น ถามจริงๆ ในชีวิตนี้พี่ปิ่นฝันอยากเจอผู้ชายแบบไหนเหรอ" พี่ลดาวัลย์หันไปถามพี่ปิ่น ซึ่งมีฉันนอนตรงกลางระหว่างเพื่อนสองคน

พี่ปิ่นคิด ยิ้มสดใส หันมามองฉันตาแป๋ว "พี่ก็ไม่ฝันอะไรมากหรอก ฝันแค่อยากเจอคนดี ๆ จริงใจ หน้าที่การงานมั่นคง"

"แล้วณัฐล่ะ" พี่ลดาวัลย์หันมาถามฉันด้วย

ฉันคิดสักพัก "หนูไม่อยากฝันเอาไว้เลย กลัวไม่ได้ดั่งฝัน เอาเป็นว่าขอได้เจอคนดี ๆ ที่รักและเข้าใจก็พอ"

"ลดาล่ะ ถามแต่พี่และณัฐ ตัวเองฝันอยากได้อะไรบ้าง"

"ลดาก็ฝันอยากมีเงินก้อนหนึ่งปลูกบ้านให้แม่ที่ต่างจังหวัดค่ะ สำหรับเรื่องแฟนนั้น ก็พี่ยุทธนี่แหละ ใช่เลย"

"แล้วถ้าสมมุติว่า วันหนึ่งเกิดไม่มีพี่ยุทธล่ะ ลดาจะทำอย่างไร" พี่ปิ่นแกล้งถามขึ้นมาอีกครั้ง

"ไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไร คิดไม่ออก ไว้ให้เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยคิด"

คืนนั้นฉันและเพื่อนรุ่นพี่ไม่ได้คุยกันต่อ พวกเราหันมาสนใจหนังบนจอทีวีมากกว่า พอหนังจบก็พากันเข้านอน ฉันเองนอนไม่หลับ เพราะไม่คุ้นที่ เลยนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อดไม่ได้ที่จะคิดถึงคำถามของพี่ปิ่นที่มีให้พี่ลดาวัลย์ ฉันไม่อยากคิดว่าสิ่งที่พี่ปิ่นถามจะเกิดขึ้น เพราะพี่ลดาวัลย์และสามีรักกันมาก คงจะไม่มีวันที่พรากจากันได้



สี่เดือนผ่านไป ฉันลาออกจากงานและย้ายไปทำงานที่ปทุมธานี ส่วนพี่ปิ่นและพี่ลดาวัลย์รวมทั้งเพื่อน ๆ ก็ยังทำงานอยู่ที่เดิม ฉันขาดการติดต่อไปหาพี่ลดาเกือบปีได้ เพราะมัวแต่ยุ่งกับงานที่ทำ จวบจนวันหนึ่งที่ฉันเดินทางไปเยี่ยมพี่สาวที่มีนบุรีและมีโอกาสได้เจอพี่ลดาวัลย์โดยบังเอิญที่ป้ายรถเมล์ ฉันวิ่งกอดเพื่อนรุ่นพี่ด้วยความดีใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก พี่ลดาวัลย์ในวันนี้ที่ฉันเห็นดูต่างจากหลายเดือนก่อนมาก เพราะพี่ลดาวัลย์ไม่ได้ไว้ผมยาวอีกแล้ว เธอตัดผสบ๊อบสั้นและโกรกสีน้ำตาลอ่อน ทำให้ดูเหมือนวัยรุ่นญี่ปุ่นเสียมากกว่า แต่ก็ยังคงความสวยน่ารักไว้เหมือนเดิม


"ณัฐไปอยู่ไหนมา ไม่ติดต่อมาหาพี่บ้างเลย" พี่ลดาวัลย์ต่อว่าฉันเชิงน้อยอกน้อยใจ

"หนูได้งานทำที่ปทุมธานี พอดีต้องทำโอทีตลอด เลยไม่ได้ติดต่อไปหาใคร ไม่ค่อยได้หยุดด้วย"

"คงจะรวยแล้วสินะ"

"ไม่รวยหรอกค่ะ งานโรงงานเงินเดือนไม่เยอะ แต่อาศัยแค่สวัสดิการดี แต่ก็ดีกว่าบริษัทเก่าของเราหลายอย่าง ว่าแต่พี่ลดา เป็นยังไงบ้างคะ ยังทำงานที่เดิมหรือเปล่า"

"จ้า พี่ก็ยังทำที่เดิม วันนี้ณัฐรีบไปไหนหรือเปล่า ไปหาอะไรทานกันไหม จะได้นั่งคุยกันไปด้วย"

ฉันมองนาฬิหาข้อมือ เห็นว่ายังมีเวลาอยู่เยอะ "ก็ดีค่ะ หนูยังพอมีเวลาว่างอยู่"

"นัดใครไว้หรือเปล่า ถ้านัดไว้ก็ไม่เป็นไรนะ ไว้วันหลังก็ได้" พี่ลดาวัลย์ถามอย่างเกรงใจ

"พอดีนัดพี่สาวเอาไว้ค่ะ แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะคืนนี้หนูตั้งใจจะค้างที่บ้านพี่สาวด้วย ค่อยไปหาพี่สาวตอนเย็น ๆ ก็ได้ค่ะ"

วันนั้นพี่ลดาวัลย์พาฉันไปนั่งทานอาหารในร้านแห่งหนึ่งไม่ไกลจากป้ายรถเมล์นัก

"ทำไมพี่ลดาตัดผมล่ะคะ หนูชอบพี่ไว้ผมยาวมากกว่า ดูสวยออก"

"พี่เลิกกับแฟน ก็เลยเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่" พี่ลดาวัลย์ตอบ ยิ้มเศร้า ๆ เอามือจับผมบ๊อบสั้นไปด้วย

ฉันไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่คิดว่าความรักของพี่ลดาวัลย์และสามีจะจบลงง่ายดายแบบนี้

"พี่พูดจริงเหรอคะ เกิดอะไรขึ้นคะ"

"จริงสิ พี่เคยพูดเล่นกับเราเหรอ" พี่ลดาวัลย์ตอบ น้ำเสียงหนักแน่นและดูจริงจังมาก

"ทำไมต้องเลิกกันค่ะ พี่ทั้งสองรักกันออก"

"รักกันเหรอ" พี่ลดาวัลย์หัวเราะติดตลก ส่ายหน้าไปด้วย แต่นัยน์ตาดูเศร้าตลอด "รักนะมันกินไม่ได้หรอกณัฐ พี่ก็รักพี่ยุทธอยู่หรอก แต่พอพี่เผลอ พี่ยุทธนะก็ไปเอาเด็กคนงานของแม่มาทำเมีย แถมเด็กคนนั้นก็กำลังตั้งท้องอีกด้วย พี่รับไม่ได้ ก็เลยขอหย่า"

สิ่งที่ได้ยินจากปากเพื่อนรุ่นพี่ ทำให้หัวใจของฉันพลอยเศร้าไปด้วย นึกสงสารพี่ลดาวัลย์จับใจ

"แล้วพี่ยุทธยอมหย่าเหรอคะ"

"ยอมสิ เพราะเขาทำผิด เขาก็ต้องยอม"

"พี่หย่ากันนานหรือยังคะ" ฉันถามอีกครั้ง

"หลายเดือนแล้ว"

"แล้วตอนนี้พี่ลดาอยู่กับใครคะ พักอยู่ที่เดิมหรือเปล่า"

"พี่อยู่คนเดียว แต่ย้ายออกมาเช่าคอนโดในมีนบุรีอยู่"

"ไปหางานแถวที่หนูอยู่ไหมคะ จะได้มีเพื่อน ตอนนี้แถว ๆ ที่หนูอยู่เปิดรับพนักงานหลายสาขาเลยนะคะ เงินดีด้วย" ฉันอดไม่ได้ที่จะชวนเพื่อนรุ่นพี่ให้ไปหางานทำแถวละแวกที่ตัวเองอยู่

"พี่ไม่ไปหรอก ไกลเกินไป จะไปไหนมาไหนลำบาก พี่ชอบอยู่ที่นี่" พี่ลดาวัลย์ปฏิเสธพลางบอกเหตุผลไปด้วย ฉันเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเข้าใจเพื่อนเสมอ

"พี่ลดาอย่าเสียใจไปเลยนะคะ ชีวิตรักก็แบบนี้แหละ มีสมหวังผิดหวังเป็นธรรมดา"

"โอ๊ย พี่เลิกเสียใจนานแล้ว ตอนนี้พี่มีความสุขมาก ๆ ว่าแต่ณัฐเถอะ จำคุณนิติพนธ์ได้ไหม คนที่เป็นจัดการฝ่ายการตลาด"

ฉันนั่งนึกถึงใบหน้าผู้ชายที่พี่ลดาวัลย์บอก "จำได้ค่ะ ทำไมเหรอคะ"

"เขาดีกับพี่มาก ๆ เลยนะณัฐ ตั้งแต่พี่กับแฟนเลิกกัน เขาก็เข้ามาให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ ให้เงินพี่ใช้ อยากได้อะไรเขาก็หามาให้ เป็นเพื่อนคุยคอยปลอบโยนไม่ให้พี่เสียใจ"

"หนูดีใจที่เขาดีกับพี่"

"เขาก็ดีทุกอย่างแหละ แต่ติดตรงที่ว่ามีเมียแล้ว พี่เองก็ไม่อยากคิดอะไรมาก เพราะพี่ก็อยู่ส่วนพี่ เขาก็อยู่ส่วนเขา"

ฉันเองพอจะเข้าใจอะไรบ้าง แม้ว่าเพื่อนรุ่นพี่ไม่บอกตรง ๆ แต่เพราะความเป็นคนอยากรู้ จึงอดไม่ได้ที่จะถามตรง ๆ

"หนูถามอะไรพี่หน่อยได้ไหม"

"ได้สิ มีอะไรถามมาได้เลยน้อง ไม่ต้องเกรงใจ"

"พี่ลดา พี่เป็นเมียน้อยคุณนิติพนธ์เหรอ" ฉันอดไม่ได้ที่จะถามตรง ๆ เพราะปกติฉันเป็นคนไม่อ้อมค้อมอะไร หากอยากรู้อะไร สงสัยเรื่องใด ถ้าคน ๆ นั้นสนิทกันมากพอ ฉันก็จะถามตลอด

พี่ลดาวัลย์พยักหน้า ยิ้มเศร้า ๆ "พี่นี่ไม่ดีเลยนะณัฐ มีสามีก็มีชู้ เลิกกับสามี แทนที่จะจำเป็นบทเรียนเอาไว้ สุดท้ายพี่ยอมเป็นเมียน้อยคุณนิติพนธ์ พี่มันเลวมากใช่ไหม"

ฉันพูดอะไรไม่ออก มองหน้าเพื่อนรุ่นพี่ด้วยความสงสาร ฉันรู้ว่าสังคมไทย การเป็นเมียน้อยไม่เป็นที่ยอมรับของใคร ๆ คำว่าเมียน้อยก็คือคนที่มาทีหลัง ต่อให้ดีเลิศแค่ไหน ก็ผิดวันยังค่ำ ฉันเองไม่เคยอยู่ในสถานะนั้น เลยไม่รู้ว่ารสชาติการกินน้ำใต้ศอกเป็นยังไงบ้าง และด้วยความที่รักและห่วงใยเพื่อน ฉันจึงได้แต่ปลอบโยน

"พี่ลดา อย่าเสียใจเลยนะคะ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่พี่จะต้องทำก็คือแก้ไขให้ดีที่สุด ว่าแต่พี่จะเอายังไงกับชีวิตล่ะ"

"พี่ก็ไม่รู้จะทำอะไร คุณนิติพนธ์เขาก็ดีกับพี่ทุกอย่าง เห็นบอกว่าเดือนหน้าเขาจะให้พี่ลาออกจากงานแล้ว เขาจะส่งพี่ไปเรียนเสริมสวยอย่างที่พี่อยากเรียน เขาจะให้เงินเลี้ยงดูพี่ทุกอย่าง จ่ายค่าใช้จ่ายให้พี่ทั้งหมด แถมบอกว่าปีหน้าเขาจะได้โบนัสก้อนใหญ่ เขาจะให้เงินโบนัสของเขาแก่พี่ให้เอาไปให้แม่ปลูกบ้านที่ต่างจังหวัดด้วย พี่เองก็พวกรักสบายเสียด้วย เขาเสนอสิ่งดี ๆ ให้พี่แบบนี้ ณัฐว่าพี่ควรปฏิเสธไหมล่ะ"

ฉันนั่งฟังเรื่องราวที่พี่ลดาวัลย์เล่าให้ฟังก็อดคิดไม่ได้ การเป็นเมียน้อยมีดีแบบนี้นี่เอง ผู้ชายที่มีเมียน้อยส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่มีข้อเสนอดี ๆ ให้มากมาย จะมีผู้หญิงกี่คนที่ปฏิเสธสิ่งดี ๆ เหล่านี้ได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบสบายและไม่อยากทำงาน ฉันไม่แปลกใจอะไรเลยว่า ทำไมผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเมียน้อยถึงได้ยินยอมอย่างง่ายดาย ฉันในฐานะที่เป็นคนที่ทำงานส่งเสียเลี้ยงดูตัวเองมาตลอด ยังไม่เคยเป็นเมียน้อยใคร ก็อดที่คิดอะไรไม่ได้ เพราะโชคชะตาให้อะไรคนเราไม่เท่ากันเลย ในช่วงเวลานั้นฉันเองก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งหยอกเพื่อนรุ่นพี่ไปได้

"อันนี้ก็แล้วแต่พี่ค่ะ จะว่าไปแล้ว ข้อเสนอแต่ละอย่างดีจังเลยคะพี่ลดา อยากได้บ้างจังเลย แต่เอาแบบที่ยังไม่มีเมีย แต่รักและจริงใจ แถมส่งให้หนูเรียนจบสูง ๆ เลี้ยงดูทุกอย่างมีเหลือบ้างไหมคะ "

พี่ลดาวัลย์หัวเราะทันที "นี่ณัฐ พี่จะบอกอะไรให้ ผู้ชายโสด ๆ ที่ยังหนุ่มนะ ไม่ค่อยมีเงินหรอก คบไปเปลืองตัวเปล่า ๆ คนที่มีเงิน ส่วนใหญ่ก็มีอายุหน่อย พวกนี้ทำงานสร้างครอบครัวมานานแล้ว มีเงินพอที่จะเจียดมาแบ่งผู้หญิงอย่างพี่ได้"

ฉันมองหน้าเพื่อนรุ่นพี่ แม้จะเข้าใจสิ่งที่เธอคิด แต่ก็อดแซวไม่ได้ในฐานะที่สนิทกัน

"ฉลาดคิดนะคะ เลวใช้ได้เลย" ฉันเอามือแกล้งหยิกเพื่อนรุ่นพี่ และก็ยิ้มไปด้วย

พี่ลดาวัลย์เอามือตบโต๊ะหนึ่งครั้งและหัวเราะถูกอกถูกใจ

"แค่นี้ไม่เลวหรอกณัฐ ให้พี่เลวกว่านี้ก็ย่อมได้ พี่เบื่อการเป็นคนดี ดูสิพี่กับสามีเก่านะ พี่ดีกับเขาจะตาย ดูแลให้ความสุขทุกอย่าง สุดท้ายเขาก็หักหลังพี่จนได้ พี่เสียใจแทบเป็นบ้า พอทำใจได้ พี่ก็อยากเอาคืนบ้าง นี่แหละพี่ถึงได้ยอมเป็นเมียน้อยคุณนิติพนธ์ บอกตรง ๆ พี่อยากสบาย ก็เลยทำตัวเลว ๆ ดูบ้าง ถ้าเลวแล้วได้ดี พี่ไม่กลัวหรอกณัฐ"

"แล้วไม่สงสารภรรยาคุณนิติพนธ์เหรอคะ"

"ก็สงสารนะ แต่พี่ไม่ได้ทำอะไรเขานี่ พี่ก็อยู่ส่วนพี่ ไม่ได้ไประรานอะไร เขาก็อยู่ส่วนเขา เงินที่คุณนิติพนธ์เอามาให้พี่นั้น ก็เงินที่คุณนิติพนธ์ทำงาน ไม่ใช่เงินเมียเขาซะหน่อย"

ฉันนั่งฟังรุ่นพี่ไปพลาง ๆ ไม่คิดว่าผู้หญิงที่สวยที่สุดในบริษัท ผู้หญิงที่ฉันเคยแอบชื่นชมในความโชคดีหลาย ๆ อย่างจะคิดอะไรสั้น ๆ เพียงเท่านั้น

"พี่ลดา พี่นะยังสาวและสวย อนาคตไกล พี่ไม่คิดจะแยกตัวออกมาเลยเหรอ"

"ยังหรอก เมื่อถึงเวลาพี่ก็จะถอยออกมาเอง ตอนนี้พี่ไม่มีใคร คุณนิติพนธ์เป็นที่พึ่งดีที่สุด ว่าแต่ณัฐเหอะ เคยทำอะไรเลว ๆ แบบพี่บ้างไหม"

ฉันแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ หันไปมองเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งท่าทางตั้งใจรอฟังเรื่องของฉันอยู่ไม่น้อย

"เรื่องเลว ๆ เหรอ หนูไม่รู้ว่า หนูเลวไหม แต่ถ้าถามว่ามีสามีชาวบ้านมาจีบหรือเปล่า ก็ยอมรับว่ามีบ้างแหละ แต่หนูนะมีทั้งเลวอย่างไม่ตั้งใจ และก็แกล้งเลวอย่างมีสติ"

"แบบไหนล่ะ ไอ้ที่เลวอย่างไม่ตั้งใจ และแกล้งเลวอย่างมีสติ"

"ไอ้ที่เลวอย่างไม่ตั้งใจ ก็มีแหละคะ พวกสามีชาวบ้านที่มาจีบหนูนะ บอกว่าโสดสนิท หน้าตาก็หล่อมาก แถมมารับไปทานข้าว ไปดูหนัง หนูก็หลงรักนิด ๆ นะแต่ยังไม่ให้หมดใจ เพราะหนูมันพวกลูกเล่นเยอะ รักได้แต่ไม่ยอมตกเป็นของใครง่าย ๆ หนูก็คบกันได้สักพัก จู่ ๆ เพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานอีกแผนกเดินมาถามหนูว่า คบผู้ชายคนนั้นอยู่ใช่ไหม ตอนแรกหนูก็ไม่ยอมรับหรอก วางเชิงดูก่อนว่าพี่เขาจะพูดอะไร แต่พอเพื่อนรุ่นพี่คนนั้นเล่าให้ฟังว่า ผู้ชายคนนั้นเคยมาจีบเขาด้วย ผู้ชายคนนั้นมีเมียแล้ว และเมียกำลังท้อง หนูนะตาสว่างทันที ตั้งแต่รู้เรื่อง หนูไม่ค่อยอยากเชื่อตัวเองเลย แต่ก็ยอมรับว่าเชื่อเพื่อนรุ่นพี่ เพราะคิดว่าเขาคงจะหวังดี พอตอนเย็นผู้ชายคนนี้โทรมาอีก ชวนไปทานไอศครีม หนูก็ปฏิเสธและก็บอกไปตรง ๆ"

"แล้วณัฐบอกเขาว่าอย่างไร"

"หนูก็บอกว่า ที่มาคบหนู เพราะอยากให้หนูเป็นผู้หญิงคนที่สองของพี่ใช่ไหม พี่นะมีเมียแล้ว เมียกำลังท้อง น่าจะเอาเวลาไปดูแลเมียนะ ไม่ต้องติดต่อมาอีก หนูไม่ชอบผู้ชายที่โกหก แล้วหนูก็วางสายไปเลย"

พี่ลดาวัลย์ตบมือพลางหัวเราะไปด้วย "เด็ดขาดมากเลยน้องรัก ทำได้ยังไง พี่เองยังทำไม่ได้เลย"

"หนูก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว"

"แล้วที่ไอ้ว่าแกล้งเลวอย่างมีสติล่ะ เป็นยังไงบ้าง พี่อยากรู้ เล่าให้ฟังหน่อยสิ"

ฉันหัวเราะทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องที่ตัวเองได้ทำเอาไว้

"ก็ไอ้เรื่องที่พวกสามีชาวบ้านชอบมาทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดี ให้คำแนะนำที่ดี มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาได้ตลอด ส่วนหนูก็ทำตัวเป็นน้องที่น่ารัก พูดจาประจบสอพลอ ออดอ้อนบ่อย ๆ คอยยอให้พี่ ๆ ผู้ชายชื่นอกชื่นใจ แอบส่งสายตาหวานให้เรื่อย ๆ ยามที่ต้องทำงานด้วยกัน มีการซื้อขนมไปฝากเวลาเข้ากะ พี่ ๆ ผู้ชายก็น่ารักนะคะ แอบซื้อขนมมาฝากหนูเช่นกัน"

"ร้ายนะเนี่ย แผนการสูง แม่นางมารน้อย" พี่ลดาวัลย์แกล้งแซว หยิกมือฉันไปด้วย

"อย่างหนูเหรอร้าย" ฉันหัวเราะถูกอกถูกใจ "ยังไม่ร้ายหรอก เพราะหนูยังมีสติทุกอย่าง"

"แล้วยังไงต่อ"

"หนูก็เล่นบทน้องที่น่ารักไปเรื่อย ๆ พอพี่ ๆ เขาตายใจ เริ่มหลงเสน่ห์ และปันใจจากภรรยามาให้ เริ่มเกมส์จีบหนูจริงจังทุก ๆ ครั้งที่ไปทำงานด้วยกัน หนูก็เล่นตัวตามประสา และก็ปฏิเสธทันทีว่า ไม่เล่นด้วยเสียอย่างงั้น บอกพี่ผู้ชายทุกคนว่า หนูนะเป็นได้แค่น้องสาวเท่านั้นค่ะ ให้เป็นมากกว่านี้ไม่เอา"

พี่ลดาวัลย์มองหน้าฉันเหมือนกับฉันเป็นคนประหลาด เป็นพวกโรคจิตอย่างงั้น

"ทำไปได้ยังไง ไม่กลัวผู้ชายเสียใจเหรอ"

"จะเสียใจได้ยังไง พี่ ๆ เขาก็มีภรรยาแล้ว อาจจะเสียความรู้สึกมากกว่า หนูก็บอกตรง ๆ ว่าแกล้งหยอกเล่น ลึก ๆ ที่หนูทำไป เพราะหนูอยากรู้ว่า ผู้ชายเจ้าชู้จริง ๆ หรือว่าเสน่ห์ผู้หญิงยั่วยวนทำให้เปลี่ยนไป อะไรทำให้ผู้ชายมีเมียน้อยกันแน่"

"ณัฐคิดได้ยังไง พี่ไม่เคยเห็นผู้หญิงทำแบบนี้เลย มีแต่ทำแล้วเล่นด้วยเลย เสร็จทุกราย"

"แต่หนูไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าพี่ลดาจะคิดว่าหนูเลวก็ได้ หนูไม่ว่าหรอก แต่หนูมีดีอย่างหนึ่ง เพราะหนูไม่เคยพลาดท่าให้สามีใครเขา ปกติหนูไม่ชอบเล่นกับคนมีเจ้าของ ถ้าหนูจะคบใครสักคน จะทำตัวเลว ๆ มากสักแค่ไหน หนูชอบผู้ชายโสด ไม่มีพันธะใด ๆ เพราะถ้าเกิดหนูยอมทำอะไรลึกซึ้งกับเขาคนนั้น หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา การแก้ปัญหาก็คงไม่ยาก แต่ถ้าผู้ชายที่มีครอบครัว หากเราพลาด สิ่งที่ตามมาอาจจะแก้ไขไม่ได้เลย"

"แล้วไม่มีหนุ่ม ๆ โสดมาจีบบ้างเลยเหรอ" พี่ลดาวัลย์ถามขึ้นอีกครั้ง

"มีค่ะ แต่ไม่ค่อยชอบ หนูยังไม่รู้เลยว่า ชีวิตทุกวันนี้ต้องการอะไรกันแน่ ระหว่างความรักที่สวยงาม การศึกษาที่สูง ๆ กับหน้าที่การงานที่มั่นคง หนูยังไม่ได้จับอะไรสักอย่าง เลยใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ ไม่อยากคิดค่ะ"

"ขนาดไม่อยากคิด ยังทำตัวเลวได้อย่างนี้"

"หนูอาจจะเลวนะคะพี่ลดาที่ทำตัวแบบนั้น บางคนก็ว่าหนูนะหว่านเสน่ห์ไปทั่ว แต่หนูกล้าพูดได้เลยว่า หนูแกล้งทำเล่น ๆ เท่านั้น ถ้าพี่ลดาอยากรู้ พี่ลองไปถามพี่ ๆ ผู้ชายเหล่านั้นดูสิ หนูเชื่อว่าคำตอบที่ได้ก็คงจะบอกว่า ผู้หญิงอย่างหนูไม่เลวหรอก เพราะหนูยังไม่ได้ทำอะไรพวกเขา ไม่เคยขอเงินเขาใช้ ไม่ได้หลอกใช้อะไร หนูก็แค่ทำให้พวกเขามีความสุขไปวัน ๆ ทำให้ตื่นเต้นหวั่นไหวครั้งคราว ทำให้มีรอยยิ้มสดใส ให้พี่ ๆ ผู้ชายรู้สึกว่าตัวเองดูดี มีผู้หญิงมาสนใจพูดคุยด้วย แต่พอพี่ ๆ เขาจะเล่นด้วย หนูกลับไม่ทำ ไม่เล่นด้วย ไม่ชอบ แบบนี้ด้วยแหละ พี่ ๆ ผู้ชายจึงได้รักและเอ็นดูหนูเหมือนน้องสาวจริง ๆ"

"แล้วถ้ามีผู้ชายสักคนที่มีภรรยาและมีลูก แถมมาเสนอสิ่งดี ๆ ให้ณัฐเหมือนที่คุณนิติพนธ์ให้พี่ล่ะ ณัฐจะรับข้อเสนอไหม" พี่ลดาวัลย์ถามอีกครั้ง

"ก็อยากจะรับนะคะ เพราะข้อเสนอดี ๆ หายาก แต่หนูไม่เอาหรอก หนูไม่ชอบ กลัวถูกเมียหลวงสั่งเก็บ อีกอย่างหนูไม่ชอบแย่งของใครค่ะ หนูถือคตินะคะ หนูทำได้ทุกอย่าง แต่แฟนเพื่อน สามีชาวบ้าน ผู้ชายที่มีเจ้าของ สามชายเหล่านี้หนูเก็บเอาไว้บนหิ้งเท่านั้น หนูคุยได้ สนุก ๆ แต่ไม่เอาเด็ดขาด"

"ทำไมล่ะ แล้วไม่อยากทำตัวเลว ๆ เหมือนพี่เหรอ"

"รสนิยมต่างกัน ถ้าให้เอาจริง ๆ หนูไม่ชอบหรอก มันไม่ใช่สิ่งที่หนูใฝ่ฝัน หนูนะมันพวกฝันไกล แต่ไปทีละก้าว ถ้าไม่ได้ก็ไม่เอา ยอมเดินไปข้างหน้าเพียงคนเดียวดีกว่า"

"เรานะคิดได้มากกว่าพี่ รู้ไหมพี่ยังคิดไม่ได้เท่าเราเลย"

ฉันหันไปทางพี่ลดาวัลย์ "พี่ลดาสวยออก มีโอกาสเยอะ ทำไมยอมอะไรง่าย ๆ อย่างนี้ หนูอยากให้พี่ถอยออกมา ใช้ชีวิตแบบหนูดีกว่า ใคร ๆ ก็บอกว่าคนสวยเลือกได้ ทำไมพี่ลดาไม่เลือก ผู้ชายมีเยอะแยะ"

"พี่เลือกไม่ได้หรอก พี่ทำไปแล้ว ถอยลำบาก" พี่ลดาวัลย์ตอบสั้น ๆ

ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ จับมือเพื่อนรุ่นพี่เหมือนต้องการให้กำลังใจ

"หนูยอมรับการตัดสินใจของพี่ ถ้าพี่คิดว่าจะมีชีวิตอย่างนี้ หนูขออะไรพี่หน่อยได้ไหม"

"ได้ ณัฐอยากให้พี่ทำอะไร"

ฉันรวบรวมความคิดที่มีอยู่ ที่อยากจะขอให้เพื่อนรุ่นพี่ได้ทำ ไม่ใช่เพื่อฉันเอง แต่เพื่อความถูกต้อง เพื่อสิ่งที่ดีทั้งสองฝ่าย

"ถ้าพี่ลดาคิดจะเป็นเมียน้อยคุณนิติพนธ์ไปตลอด หนูก็ไม่ว่าหรอก เพราะถือว่าพี่ได้เลือกแล้ว แต่หนูไม่อยากให้พี่ไประรานทำร้ายครอบครัวคุณนิติพนธ์ได้ไหม อย่าทำให้ครอบครัวเขาแตกหัก อยู่อย่างเงียบ ๆ แต่มีความสุขอย่างที่พี่อยากจะเป็น"

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พี่ไม่ใช่คนเลว ณัฐก็รู้"

"หนูห่วง เพราะหนูรักพี่ หนูบอกตรง ๆ ไม่อยากให้พี่อยู่ในสภาพนี้เลย หนูกลัวเมียหลวงเขารู้ กลัวเขาทำร้ายพี่ ไม่อยากเห็นพี่ลำบาก หนูอยากให้พี่มีชีวิตเหมือนหนู ไม่มีใครรักไม่เป็นไร แต่เราไม่ไปทำลายครอบครัวเขาดีที่สุด"

"ณัฐก็พูดได้ บางอย่างเราพูดได้ตลอด แต่เอาเข้าจริง ๆ เรากลับทำไม่ได้เลย"

"แต่หนูพูดจริงนะ หนูรับได้ที่จะมีเพื่อนเป็นเมียน้อยคนอื่น หนูพยายามที่จะเข้าใจ แต่หนูรับไม่ได้ถ้าเพื่อนหนูไปทำลายครอบครัวคนอื่นให้แตกหัก หนูไม่คบคนแบบนี้นะ"

"พี่ไม่ทำหรอก ณัฐเชื่อพี่สิ"

"ก็ได้ค่ะ หนูไว้ใจและเชื่อใจพี่"

ฉันยอมรับว่า ฉันเป็นคนแบบนี้ แบบที่ฉันเป็น สำหรับเรื่องในสังคมไทย ที่สามีมีชู้ มีเมียน้อย ฉันเริ่มชินชาไปหมดแล้ว ใครจะทำอะไร หากเป็นความสุข ฉันไม่ค่อยสนใจ ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่สนับสนุนแต่ก็ยอมรับและเข้าใจทุกอย่าง แต่ถ้าใครเลือกที่จะทำอะไรลงไป และไประรานอีกฝ่ายที่ไม่ได้ผิดอะไรเลย เพื่อต้องการแย่งชิง เพื่อให้ได้มาซึ่งการครอบครอง ฉันไม่เห็นด้วยมาก ๆ เพราะคิดว่าสิ่งนั้นไม่ใช่ความรักอย่างแท้จริง มันเป็นการอยากเอาชนะมากกว่า

หลังจากที่คุยกับพี่ลดาวัลย์วันนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอพี่ลดาวัลย์อีกเลย ฉันไม่รู้ว่าเพื่อนรุ่นพี่มีชีวิตเป็นเช่นใด มีความสุขมากน้อยเพียงใด ส่วนฉันก็ใช้ชีวิตในสังคมโรงงานแถว ๆ ปทุมธานีไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะทำตามฝันของตัวเองให้เป็นจริง มีสุขมีทุกข์ให้สัมผัส แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันท้อแท้อย่างใด จวบจนฉันได้พบกับคนรักและตัดสินใจแต่งงานกัน ฉันจึงมีโอกาสได้พบกับพี่ลดาวัลย์อีกครั้ง ซึ่งในวันนั้นพี่ลดาวัลย์กับคุณนิติพนธ์ขับรถมารับฉันไปนั่งรับประทานอาหารด้วยกันที่ร้านแห่งหนึ่งแถว ๆ รามคำแหง

ฉันเห็นภาพคุณนิติพนธ์และพี่ลดาวัลย์นั่งเคียงข้างกัน ดูเหมือนเป็นคู่สามีภรรยาทั่วไปเสียมากกว่า แม้ลึก ๆ ฉันจะรู้ว่าเพื่อนที่ฉันรักและนับถืออยู่ในฐานะเมียน้อยผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้า แต่ฉันก็พยายามที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวใด ๆ เลือกที่จะคบในส่วนดี ๆ ของพวกเขา

"พี่ไม่อยากเชื่อเลยว่าณัฐจะแต่งงานกับฝรั่ง พี่ก็นึกว่าจะมีแฟนเป็นหนุ่มในโรงงานด้วยกัน"

"หนูก็ไม่คิดว่าตัวเองจะแต่งงานกับแฟนเหมือนกัน ทั้งที่ชีวิตของหนูน่าจะได้แฟนคนที่ทำงานในโรงงานด้วยกัน หรือไม่ก็คนไทยด้วยกัน"

"ผมว่านะ ชะตากำหนดให้เป็นแบบนี้ เราห้ามไม่ได้หรอก พรหมลิขิตคงจะกำหนดให้ณัฐได้แต่งงานกับฝรั่งด้วยแหละ ดูสิขนาดมีแต่ผู้ชายไทยทำงานล้อมรอบ ณัฐกลับไม่ได้แต่งงานกับใคร กลับไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้อยู่คนละซีกโลก" คุณนิติพนธ์พูดเสริม

"ณัฐนี่โชคดีจังเลย พี่อยากโชคดีแบบณัฐบ้างจัง"

ฉันมองหน้าพี่ลดาวัลย์สลับมองคุณนิติพนธ์ไปด้วยก่อนที่จะพูดอะไรออกไป

"ถ้าพี่ลดาอยากโชคดีก็ต้องแก้ไขตัวเองให้ดี แล้วโชคดีจะมาหา"

"ลดาไปอยู่แบบณัฐไม่ได้หรอก อย่างลดาต้องอยู่กับผมถึงจะอยู่ได้" คุณนิติพนธ์เอ่ยขึ้น เหมือนซ่อนเร้นอะไรบางอย่างเอาไว้

"แล้วภรรยาคุณนิติล่ะคะ" ฉันอดไม่ได้ที่จะยิงคำถามแก่คุณนิติพนธ์

"เขาก็อยู่ส่วนเขา ผมก็อยู่ส่วนผม เขาไม่รู้หรอกว่าผมมีลดา เพราะผมก็ยังทำหน้าที่ตัวเองเสมอต้นเสมอปลาย จะมีก็แต่ทำหน้าที่เพิ่มเติมก็ตอนมีลดาเข้ามาในชีวิต"

"แล้วคุณนิติคิดยังไงกับผู้ชายที่มีเมียน้อย" ฉันถามตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม เพราะอยากรู้ความจริงจากปากผู้ชายที่พี่ลดาวัลย์ใช้ชีวิตอยู่ด้วย

"ผู้ชายไทยส่วนใหญ่ก็มีเมียน้อยทั้งนั้น ใครบ้างล่ะไม่มี ผมมองเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเรารักและสามารถเลี้ยงดูอีกคนได้ ไม่น่าจะมีปัญหา"

"แล้วภรรยาคุณนิติล่ะคะ"

"ก็อย่าให้เขารู้สิ"

ฉันไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะไม่อยากให้รสชาติอาหารบนโต๊ะจืดจาง แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันได้พบเพื่อนรุ่นพี่ก่อนจะจากแผ่นดินไทยไปใช้ชีวิตกับคนรักที่อเมริกา ฉันก็อยากให้ทุกคนมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน

หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ คุณนิติพนธ์และพี่ลดาวัลย์ขับรถมาส่งฉันที่คอนโดของพี่สาว ฉันกล่าวขอบคุณทั้งสองคน พร้อมทั้งอดไม่ได้ที่จะเข้ามากอดพี่ลดาวัลย์และกระซิบบอก

"พี่ลดา อย่าลืมติดต่อมาหาหนูนะ หนูบอกตรง ๆ อยากให้พี่มีชีวิตแบบหนู อยากให้พี่ก้าวออกมา อย่าลืมติดต่อมาหาหนูเสียล่ะ แล้วหนูจะช่วยพี่"

"จ้า ไม่ต้องห่วงหรอก แล้วพี่จะติดต่อหานะ"

หลังจากที่ฉันแต่งงานและย้ายมาอยู่กับคนรัก ฉันกับพี่ลดาวัลย์ติดต่อกันในช่วงแรก ๆ จากนั้นไม่นานพี่ลดาวัลย์ก็หายไป ฉันไม่รู้ว่าเธอมีชีวิตอย่างไรบ้าง หวังอยู่ลึก ๆ ว่ากลับไปเที่ยวเมืองไทยจะไปหา เพราะอยากรู้ความเป็นไปของเพื่อนรัก




เมื่อปี 2006 ฉันกับคนรักมีโอกาสได้เดินทางกลับไปเยี่ยมพี่น้องที่เมืองไทยสามเดือนเต็ม ๆ ฉันยอมรับว่ามีความสุขมาก ๆ ที่ได้อยู่เมืองไทยนาน เพราะมีอะไรหลายอย่างที่อยากจะทำ ฉันโทรหาเพื่อนสนิททุก ๆ คนและนัดเจอกัน บางคนฉันก็เดินทางไปเยี่ยมเขาที่ต่างจังหวัด เพราะอยากไปเยี่ยมญาติพี่น้องของเพื่อนด้วย วันไหนที่มีเวลาว่าง ฉันก็ชวนเพื่อนสนิทมาทำอาหารรับประทานด้วยกัน

แน่นอนฉันพยายามติดต่อพี่ลดาวัลย์ แต่ติดต่อไม่ได้เลย สุดท้ายฉันจึงตัดสินใจติดต่อไปหาคุณนิติพนธ์ที่เบอร์โทรของบริษัทเก่า เพื่อตั้งใจขอเบอร์โทรของพี่ลดาวัลย์ เพราะฉันไม่สามารถติดต่อพี่ลดาวัลย์ในเบอร์เก่าได้เลย พอได้คุยกับคุณนิติพนธ์ ฉันจึงได้เข้าใจอะไรมากขึ้น

"พี่กับลดาห่างกันไปหลายเดือน เขากับผมมีปัญหากัน" คุณนิติพนธ์บอก

"แล้วพี่ลดาทำงานหรือเปล่าคะ"

"ตอนนี้ก็ไปทำร้านเสริมสวยกับเพื่อนสนิทเขาอยู่ ถ้าณัฐได้คุยกับเขา บอกเขาด้วยว่าผมเป็นห่วง มีอะไรก็ขอให้คุยกัน อย่าหลบหนีปัญหาแบบนี้"

"ค่ะ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวหนูจะลองคุยดู"

ในวันนั้นฉันไม่ได้คุยอะไรกับคุณนิติพนธ์มาก เพราะเป้าหมายที่โทรไปหาเพราะอยากได้เบอร์โทรศัพท์พี่ลดาวัลย์เสียมากกว่า แม้ฉันจะไม่สนิทกับคุณนิติพนธ์มาก แต่จากประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกัน ฉันยอมรับว่า คุณนิติพนธ์เป็นผู้ชายที่นิสัยดีทุกอย่าง มีความรับผิดชอบการงาน จัดว่าเป็นผู้นำที่ดี เพราะดูแลลูกน้องในแผนกได้ดีตลอด เพื่อนรุ่นพี่ในบริษัทมักจะคุยเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับคุณนิติพนธ์ให้ฉันและเพื่อน ๆ ได้ฟังตลอด ซึ่งในตอนนั้นฉันกับเพื่อนได้แต่ชื่นชม เพราะไม่เคยคิดว่าคนที่ดีคนหนึ่งจะมีจุดที่ผิดพลาดได้ ไม่ว่าคุณนิติพนธ์จะมีส่วนดีมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีจุดหนึ่งที่คุณนิติพนธ์ได้ทำหน้าที่ตัวเองบกพร่อง นั่นก็คือการนอกใจภรรยา

วันนั้นฉันติดต่อหาพี่ลดาวัลย์และขอร้องให้พี่ลดาวัลย์มาหาที่คอนโดแถว ๆ บางกะปิ พี่ลดาวัลย์ดีใจเป็นอย่างมากที่เห็นฉัน เธอวิ่งมากอดฉันไว้แน่นเหมือนไม่คิดว่าจะได้เจอกัน ฉันพาพี่ลดาวัลย์เดินไปซื้ออาหารอร่อย ๆ ทานด้วยกัน และก็แวะซื้อของกินทุกอย่างกลับมาที่คอนโดด้วย เมื่อมาถึงคอนโดฉันก็แนะนำให้พี่ลดาวัลย์ได้รู้จักคนรัก และก็คุยเรื่องราวสนุกสนาน ฉันเอาน้ำหอมอย่างดีมามอบให้พี่ลดาวัลย์ เพราะคิดว่าเธอคงจะชอบ ยิ่งเธอเป็นผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวทำสวย น้ำหอมจัดว่าเป็นของขวัญที่ดีสำหรับเธอ หลังจากที่คุยเรื่องสนุก ๆ เสร็จ ฉันก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงความสัมพันธ์ของพี่ลดาวัลย์กับคุณนิติพนธ์

"พี่มีปัญหากับคุณนิติหลายเดือนแล้ว เขาไม่ค่อยให้เงินพี่ใช้ พี่ก็เลยงอนเขา"

"แล้วพี่ลดาทำอะไร คุณนิติถึงไม่ยอมให้เงินใช้"

"พี่ก็ไม่ได้ทำอะไร คุณนิติคงจะโกรธที่รู้ว่ามีหนุ่ม ๆ มาจีบพี่"

"แล้วพี่ลดาคบผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า"

"พี่ก็คบ เพราะพี่เหงา ณัฐก็รู้"

ฉันพยักหน้า พยายามที่จะเข้าใจชีวิตเมียน้อย "แล้วกับผู้ชายที่พี่คบ พี่มีอะไรด้วยหรือเปล่า"

พี่ลดาวัลย์มองหน้าฉัน เหมือนไม่อยากจะเล่า แต่พอฉันนั่งรอฟังอยู่ก็ตัดสินใจเล่า

"พี่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมีอะไรกับผู้ชายคนนี้ แต่มันปล้ำพี่ พี่ก็เลยยอมมัน"

"แล้วพี่ลดาไปทำอะไรให้เขาปล้ำล่ะ"

"พี่ไปเที่ยวบ้านเขา ก็เลยพลาดท่าให้เขา"

ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ไม่ได้ถามอะไรต่อ และก็เลือกที่จะนั่งคิดอะไรไปเรื่อย ๆ

"ณัฐ เป็นอะไรเงียบไป"

"หนูก็แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนะ"

"ณัฐว่าพี่เลวมากไหม ที่มีคุณนิติและก็มีผู้ชายอีกคนด้วย"

"หนูไม่รู้หรอก แล้วพี่ลดาวัลย์ได้เปิดอกคุยกับคุณนิติพนธ์หรือเปล่า ตกลงพี่จะเลือกใครสองคนนี้"

"พี่ก็เลือกไม่ถูก เพราะหลายเดือนก่อนพี่ท้อง พี่เองก็ไม่รู้ว่าท้องกับใคร ระหว่างคุณนิติกับผู้ชายคนนั้น แต่พี่ก็บอกคุณนิติ ซึ่งคุณนิติให้เงินพี่ไปทำแท้ง"

ฉันมองหน้าเพื่อนรุ่นพี่ เพราะไม่คิดว่าชีวิตของเธอจะเจออะไรเลวร้ายขนาดนี้ "แล้วพี่ลดาทำแท้งหรือเปล่า"

"พี่ก็ต้องทำ เพราะคุณนิติบอกว่า เขาไม่ต้องการลูก ถ้าพี่ปล่อยให้มีลูก ทุกอย่างจบ"

ฉันจับมือเพื่อนรุ่นพี่ รู้สึกเสียใจกับภาพชีวิตที่เลวร้ายที่เธอสัมผัส "แล้วผู้ชายอีกคนล่ะ"

"พี่ไม่ได้บอกเขาเรื่องท้อง ตอนนี้พี่ก็เลิกคบไปแล้ว"

"แล้วพี่ลดาจะเอายังไงกับชีวิตล่ะ"

"พี่พลาดมาเยอะ พี่อยากหยุดทุกอย่าง พี่อยากได้เงินสักก้อนจากคุณนิติเพื่อมาตั้งตัวเริ่มต้นชีวิตใหม่"

ฉันได้ยินสิ่งที่เพื่อนบอกก็รู้สึกดีใจที่เพื่อนรักยังมีสติคิดได้บ้าง แม้ว่าทุกจะช้าไป แต่ก็ไม่สายเกินแก้

"ดีแล้วค่ะ หนูดีใจที่พี่ตัดสินใจแบบนี้ แล้วคุณนิติพนธ์ว่ายังไงบ้างคะ"

"เขาไม่ยอมเลิก และไม่ยอมให้เงินพี่ด้วย"

"ถ้าเขาไม่ให้ ก็ไม่ต้องไปเอาหรอก หนูว่านะ พี่ก็ยังสาว ยังสวย ออกไปหางานทำ เก็บเงินตั้งต้นชีวิตใหม่ดีกว่า ไม่ต้องไปแคร์ไปง้อ เชื่อหนูนะ ก้าวออกมาและไม่ต้องกลับไปอีก"

"พี่จะพยายาม แต่พี่ไม่รู้ว่าพี่จะทำได้ไหม พี่เสียเวลากับเขาหลายปี ถ้าจะเลิกกัน ก็ขอให้อะไรพี่ได้ตั้งตัวบ้าง"

ฉันโอบกอดเพื่อนรุ่นพี่เบา ๆ และปลอบใจไปด้วย "อย่าเสียใจเลยนะคะ หนูอยากให้พี่ปล่อยวางทุกอย่าง เริ่มต้นชีวิตใหม่ อย่าไปอยากได้เงินคนอื่นเลย ถ้าอยากมีเงิน เราก็ต้องทำงานด้วยตัวเอง ผู้หญิงเรานะ เวลาที่เราทำงานเลี้ยงดูตัวเองได้ ดูมีคุณค่ามากขึ้นเยอะเลย"

"ณัฐก็พูดได้ เพราะณัฐโชคดีแล้วเนี่ย"

ฉันมองหน้าเพื่อนรัก เข้าใจสิ่งที่เธอสื่อออกมา เพียงแต่ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเธอกำลังวางแผนทำอะไรอยู่ หลังจากที่เจอพี่ลดาวัลย์ในวันนั้น ฉันก็ไม่ได้เห็นพี่ลดาวัลย์อีกเลย เพราะฉันและคนรักพร้อมทั้งครอบครัวเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดหนึ่งอาทิตย์ พอกลับเข้ามากรุงเทพฯ อีกครั้ง เพื่อนสนิทของคนรักซึ่งเป็นชาวแคนาดาก็เดินทางมาเที่ยวที่เมืองไทยและมาพักอยู่ที่คอนโดด้วย ฉันกับครอบครัวจึงต้องดูแลคนรักและเพื่อนให้ดีที่สุด

ขณะที่ฉันยุ่ง ๆ กับการทำอาหารอยู่กับพี่สาว ซึ่งตอนนั้นคนรักและเพื่อนสนิทนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขก เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นสองครั้ง ฉันรีบเดินไปรับสายทันที

"ณัฐ ทำอะไรอยู่" เสียงพี่ลดาวัลย์ถาม

"หนูทำกับข้าว พี่ลดาอยู่ไหนคะ มาทานข้าวด้วยกันไหม"

"พี่ไม่ว่าง ณัฐรู้ไหมว่าพี่ทำอะไร"

"พี่ลดาทำอะไรคะ" ฉันอดไม่ได้ที่จะถาม เพราะรู้สึกว่าน้ำเสียงของเพื่อนผิดปกติ ดูแปลกไปมาก

"ณัฐจะว่าพี่เลวยังไงก็ได้ ตอนนี้พี่กับเพื่อนสนิทมาหาภรรยาคุณนิติพนธ์ที่บ้าน พี่มาเล่าให้เขาฟังว่าสามีเขาทำอะไรพี่บ้าง ตอนนี้ทะเลาะกันใหญ่เลย ตำรวจมาลากพี่กับเพื่อนพร้อมทั้งคุณนิติพนธ์ไปโรงพัก ยังเคลียร์กันไม่ได้เลย"

สิ่งที่ได้ยินจากเพื่อนรุ่นพี่ ทำให้ฉันเข่าอ่อนทันที ฉันทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ในระเบียงด้านหลังคอนโด หัวใจของฉันผิดหวังในตัวเพื่อนรักเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าพี่ลดาวัลย์จะทำอะไรอย่างนี้

"พี่ลดา พี่ทำไปได้ยังไง พี่รู้หรือเปล่าว่าทำอะไรอยู่ หนูเคยขอร้องพี่ไม่ให้ทำแบบนั้น พี่จำได้ไหม และพี่ก็สัญญากับหนูว่าจะไม่ทำ"

"แล้วณัฐจะให้พี่ทำอย่างไรล่ะ คุณนิติพนธ์ไม่ยอมทำตามสัญญา เขาทำให้พี่เสียใจ ทิ้งพี่ไป พี่ก็เลยเอาคืนบ้าง"

"แล้วภรรยาและลูกคุณนิติพนธ์ล่ะ พวกเขามีความผิดเหรอ ถ้าพี่จะทำอะไร ก็น่าจะจัดการเคลียร์กับคุณนิติพนธ์ตามลำพัง พี่บุกไปบ้านเขาแบบนี้ พี่ทำได้อย่างไรพี่ลดา พี่ไม่เหมือนพี่ลดาที่หนูเคยรู้จักเลย"

"พี่เลวมากล่ะสิ ถ้าณัฐคิดว่าสิ่งที่พี่ทำเลวมาก ณัฐก็ไม่ต้องมาคบพี่ก็ได้ พี่เข้าใจ"

"พี่ลดา พี่จำได้ไหมที่หนูเคยบอกพี่ หนูรับพี่ได้ทุกอย่างหากพี่จะเป็นเมียน้อยใคร แต่ถ้าเมื่อใดที่พี่ทำลายครอบครัวคนอื่น ทำให้เขาแตกแยกกัน ทำให้คนที่ไม่มีความผิดต้องรับรู้เรื่องที่เจ็บปวด เรื่องที่เสียใจ หนูรับไม่ได้ และหนูไม่คบเพื่อนแบบนี้"

"ณัฐไม่คบพี่จริง ๆ เหรอ" พี่ลดาวัลย์ถามย้ำอีกครั้งผ่านโทรศัพท์มือถือ

ฉันน้ำตาซึมออกมาอย่างไม่ตั้งใจ "ถ้าพี่ไม่เลิกนิสัยอย่างนี้ พี่จะเกลียดหนูก็ได้ เพราะหนูไม่คบเพื่อนแบบนี้ เพื่อนที่ทำลายครอบครัวคนอื่น พี่ลดาเข้าใจไหมคะ"

"พี่เสียไปมากแล้วณัฐ พี่ต้องเอาคืนบ้าง"

"พี่จะแก้แค้นเพื่ออะไร พี่เองก็มีความสุขที่เคยได้สัมผัสจุดนั้น หากพี่จะเลิกกับเขา ก็ต่างคนต่างไปสิ จะไปแก้แค้นเพื่ออะไร พี่มีแต่เสียนะ สามีภรรยาทะเลาะกัน อีกไม่กี่วันเขาก็ดีกัน พี่เป็นใคร รู้ตัวหรือเปล่า พี่ก็แค่คนนอก เป็นแค่ส่วนเกินที่เข้าไปในชีวิตเขา ถอยออกมาเถอะนะคะ ทิ้งทุกอย่าง มาหาหนูเลยนะ นั่งแท็กซี่มาหาหนูที่คอนโด หนูจะรอพี่"

"พี่ไปไม่ได้หรอกณัฐ ถ้าพี่ไม่ได้เงินสามแสนบาท พี่ไม่ไปเด็ดขาด พี่จะรออยู่ที่นี่จนกว่าจะได้เงินทั้งหมด สามแสนบาทกับเวลาที่พี่เสียไป กับทุกอย่างที่พี่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้เลย"

ฉันรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจอยู่ตลอด เพราะไม่สามารถห้ามปรามเพื่อนรักได้เลย ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไรบ้าง ตอนนั้นสิ่งที่ฉันคิดได้อย่างเดียวก็คือ

"ถ้าพี่คิดว่าเงินสามแสนมีค่ามากกว่าศักดิ์ศรี มากกว่าความหวังดีจากเพื่อนคนนี้ พี่ก็รอเอาเงินสามแสนเถอะ แล้วไม่ต้องมาหาหนูนะ เพราะหนูไม่คบเพื่อนแบบนี้ หนูขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ หนูรับไม่ได้กับสิ่งที่พี่ทำลงไป"

ฉันปิดโทรศัพท์พร้อม ๆ กับนั่งร้องไห้หน้าระเบียงอยู่นาน สายตาก็อดไม่ได้ที่จะมองทิวทัศน์เมืองกรุงในยามเย็น ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องอยู่ในสถานะที่รับรู้สิ่งที่เพื่อนได้ทำลงไป รู้สึกเจ็บใจที่ตัวเองเป็นเพื่อนแท้ ๆ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย รู้สึกผิดกลายเป็นคนเลวที่ไม่สามารถหยุดการกระทำของเพื่อนได้ ฉันได้แต่ร้องไห้และเจ็บใจตัวเองจวบจนทุกวันนี้

ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวเหล่านี้ ฉันยอมรับว่ายังเสียใจไม่หาย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฉันไม่เคยติดต่อไปหาพี่ลดาวัลย์เลย แม้ว่าในใจลึก ๆ ฉันจะห่วงเพื่อนรุ่นพี่อยู่ตลอด แต่ฉันได้แต่หวังว่าและภาวนาทุกคืนขอให้เพื่อนรักเลิกนิสัยอย่างนี้ อยากให้เธอได้เจอคนที่รักเธออย่างแท้จริง คนที่ไม่มีพันธะใด ๆ ผูกพัน คนที่สามารถรักเธอได้ทั้งกายใจและพร้อมที่อยู่เคียงข้างเธอได้ทุก ๆ วัน และฉันก็ยังภาวนาแม้แต่ค่ำคืนของวันนี้ แม้แต่ในราตรีที่ฉันถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ออกมา ฉันภาวนาให้เธอโชคดีมีแต่ความสุขในชีวิตตลอดไป




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones