ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article

 





สิบกว่าปีที่ผ่านมา ฉันคิดมาตลอดว่าเธอคงจะเสียชีวิตไปแล้ว แม้ในใจฉันจะอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ อยากรู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ฉันก็ไม่กล้าพอที่จะสืบหาความจริงที่อยากรู้ ฉันยอมรับว่าเคยมีความคิดที่จะกดโทรศัพท์ไปยังสำนักงานทะเบียนประจำอำเภอแห่งหนึ่ง แต่จนแล้วจนเล่าฉันก็ไม่เคยทำสักครั้ง เพราะไม่ว่าเธอจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ ฉันกับเธอก็เดินคนละเส้นทางกันแล้ว และไม่มีอะไรที่เราสองคนจะได้เจอกันอีกเลย ทุกอย่างเป็นแค่อดีตที่ไม่มีวันหวนกลับคืนมาได้เลย ชีวิตเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันได้แน่นอน


ใช่สิ ฉันฝันเห็นเธอบ่อยครั้ง บ่อยจนฉันฟุ้งซ่านและรู้สึกหวาดกลัวไปหมด บ่อยเสียจนฉันคิดว่าเธอคงจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เธอคงจะตายไปจากโลกนี้แล้ว ทำให้ดวงวิญญาณของเธอเฝ้าตามมาหาฉันตลอด แม้ว่าวันนี้ฉันจะมีคนรักคอยอยู่เคียงข้างแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยหยุดที่จะมาเข้าฝันฉันเลย แม้ว่าฉันจะไม่ได้คิดถึงอะไร แต่เธอก็ยังมาเข้าฝันฉันได้ตลอด ซึ่งในความฝันก็มีหลากหลายที่ทำให้ใจอันเข้มแข็งของฉันอ่อนล้าเป็นประจำ

คืนนี้ก็เหมือนกับคืนวันวานที่ผ่านมาที่ฉันอดไม่ได้เปิดอ่านเรื่องราวเก่า ๆ เกี่ยวกับความฝันที่ฉันเคยบันทึกเอาไว้ในความทรงจำ ฉันจำได้ในค่ำคืนของวันหนึ่ง ฉันฝันเห็นเธอมาตามหาฉันอีก เธอขอให้ฉันกลับไปอยู่กับเธอ แต่ก็ถูกฉันปฏิเสธตลอด และก็บอกเธอว่า

"ณัฐไม่ได้รักพี่วีแล้วนะคะ พี่วีเลิกมายุ่งกับณัฐสักทีได้ไหม"

แม้แต่ในความฝันฉันก็ยังรู้สึกเจ็บปวดจี๊ด ๆ ที่ใจที่ต้องพูดความจริงออกไป ฉันรู้ว่าความจริงที่พูดออกไปทำให้เธอเสียใจไม่น้อย แต่ฉันก็ต้องบอกความจริงกับเธอ ความจริงที่ฉันอยากให้เธอรับรู้และตัดใจไปจากฉันเสียที

ฉันยอมรับว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ฉันไม่เคยลืมเหตุการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย นับตั้งแต่รับรู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับพี่วีระชน ฉันก็ไม่ได้รักเขาอีกเลย ความรักของฉันมันหมดลงตั้งแต่วินาทีนั้น แต่แปลกทุกถ้อยคำที่พี่วีระชนบอกเอาไว้มันยังคงดังก้องหูของฉันตลอด เหมือนกับความทรงจำที่ฝังอยู่ในใจลึก ๆ ยากที่จะลืมเลือนไปได้

"ที่พี่ทำทุกอย่าง เพราะพี่อยากมีเงิน พี่จะได้มีชีวิตอยู่กับณัฐ พี่ทำเพื่อณัฐนะ ณัฐไม่เข้าใจพี่เลยเหรอ"

สิ่งที่ได้ยินจากคนที่เคยรักในวันนั้น มันทำให้น้ำใส ๆ ไหลรินอาบแก้ม ฉันมองหน้าคนที่ฉันเคยรักมากที่สุด ไม่เคยคิดว่าคนที่ฉันรักและไว้ใจมากที่สุดจะตอบแทนค่าความรักกันอย่างนี้

"แต่พี่วีก็ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ ณัฐไม่เคยต้องการเงินทองอะไรจากพี่เลย พี่วีทำเพื่อตัวเองและเพื่อครอบครัวก็บอกมาตรง ๆ เถอะคะ ไม่เห็นต้องเอาณัฐไปอ้างเลย ณัฐรักพี่ตั้งแต่วันที่พี่ไม่มีอะไรเลย และณัฐก็ให้โอกาสพี่ได้ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ณัฐช่วยพี่ทุกอย่างเพื่อหวังจะมีชีวิตอยู่ด้วยกัน แต่พี่ไม่เคยทำ ไม่มีพยายามเลยสักนิด ในวันนี้พี่คิดหาวิธีอื่นทำเพื่อจะมีเงินเยอะ ๆ พี่ทำไปได้ยังไงคะพี่วี พี่เคยคิดถึงณัฐบ้างไหม พี่มีหัวใจบ้างหรือเปล่า"

ในชีวิตของฉัน ไม่เคยรู้สึกเสียใจอะไรขนาดนี้ แค่ลำพังคนรักนอกใจมีหญิงอื่น ฉันยังพอรับได้ พอที่จะทนได้ทุกอย่าง แต่นี่พี่วีระชนนอกใจฉันกับผู้ชายอีกคนที่เป็นบาทหลวง ผู้ชายที่ผู้คนส่วนใหญ่นับหน้าถือตาว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้าผู้สร้างโลกใบนี้

คำต่อว่าครั้งสุดท้ายที่ฉันมีให้พี่วีระชนในค่ำคืนวันนั้น มันช่างเป็นอะไรที่ปวดร้ายที่สุดในชีวิต ความรู้สึกของฉันในตอนนั้นเหมือนกับใครคนหนึ่งเอามีดปลายแหลมมากรีดกลางหัวใจของฉันช้า ๆ ให้เจ็บปวดยากที่จะทนได้

และคืนนั้นก็เป็นคืนสุดท้ายที่ฉันเปิดโอกาสให้พี่วีระชนได้พูดความจริงทั้งหมด ให้เขาได้สารภาพทุกอย่างที่ได้ทำลงไป คืนนั้นฉันตัดสินใจพาพี่วีระชนขึ้นไปคุยกันที่ห้อง เพราะไม่อยากนั่งคุยกันที่ข้างนอก ไม่อยากให้ผู้คนที่พักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนต์แห่งนี้ต้องมารับรู้เรื่องราวความบัดซบเกี่ยวกับชีวิตรักของฉัน ไม่อยากให้ใครเอาเรื่องราวของฉันไปพูดคุยนินทา หากฉันกับพี่วีระชนจะเลิกรากันจริง ๆ ฉันก็อยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี ไม่อยากให้มีปากเสียงหรือเกลียดกันเหมือนคู่อื่น ๆ

ทันทีที่เข้ามาในห้อง ฉันเดินตรงดิ่งไปเปิดน้ำในตู้เย็นรินใส่แก้ว และตั้งไว้ที่โต๊ะรับประทานอาหาร พี่วีระชนเดินมานั่งรอฉันอยู่ที่โต๊ะ ช่วงเวลาในตอนนั้นฉันและเขาไม่พูดคุยกันเลย คงมีเพียงความเงียบเหงาที่ปิดกั้นความรู้สึกความเจ็บปวดระหว่างกัน ฉันสบตาเขาอยู่เสียนาน มองตาคมเข้มและ ใบหน้าของผู้ชายที่ฉันมอบหัวใจให้หมด อยากเก็บภาพใบหน้าของเขาไว้ให้นานแสนนาน เพราะวันหนึ่งข้างหน้า ฉันคงจะไม่ได้เห็นเขาอีกแล้ว

ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามพี่วีระชน ตายังคงมองใบหน้าคนที่ฉันเคยรัก พี่วีระชนเอื้อมมาจับมือช้า ๆ แต่ความเจ็บปวดและเสียใจทำให้ฉันชักมือออกอย่างเร็ว เพราะไม่อยากให้เขาแตะต้องตัวเอง ฉันมีความรู้สึกว่า เขาไม่ใช่ผู้ชายคนเดียวที่เคยเป็นของฉันอีกแล้ว เขาเป็นผู้ชายคนอื่นและเป็นของคนอื่นที่ฉันไม่อาจเอื้อม

“พี่วีมีเหตุผลอะไรก็บอกมาเถอะ ณัฐรอฟังพี่อยู่” ฉันบอก น้ำเสียงราบเรียบ แต่ยังคงควบคุมสติตัวเองเอาไว้

พี่วีระชนลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินมานั่งคุกเข่าตรงหน้าฉัน มือของเขาเอื้อมมาจับมือฉันและกุมเอาไว้แน่น เอามือของฉันไปสัมผัสแก้มตัวเองไปด้วย เขามองใบหน้าหม่นเศร้าของฉันไปด้วย

“พี่อาจจะเลวมากมาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่พี่ไม่เคยเปลี่ยน ก็คือความรักที่พี่มีให้ณัฐ พี่รักณัฐมากเลยรู้ไหม”

ฉันร้องไห้ทันทีที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น ใจก็อยากจะผลักเขาไปไกล ๆ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะฉันรักเขามากเหลือเกิน รักเกินกว่าที่จะทำร้ายเขาได้

“ณัฐต้องการฟังเหตุผลระหว่างพี่และป๋าคนนั้น ณัฐไม่ต้องการคำว่ารัก เพราะว่าหัวใจของณัฐมันตายไปแล้ว มันไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว”

“ทุกอย่างที่พี่ทำลงไป เพื่อณัฐและเพื่อพ่อกับแม่ของพี่นะ พี่ไม่เคยทำอะไรเพื่อตัวเองเลย”

ฉันสะอื้นไห้ทันที “พี่ไม่ต้องมาอ้างว่าทำเพื่อณัฐได้ไหม เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่ก็ไม่เคยช่วยเหลืออะไรณัฐ และณัฐเองก็ไม่เคยขออะไรจากพี่เลย พี่เองก็รู้"

“พี่อยากมีเงินเยอะ ๆ พี่อยากสร้างบ้านให้พ่อแม่ให้เสร็จ แล้วพี่จะได้กลับมาอยู่กับณัฐอย่างมีความสุข ถ้าพี่ได้ไปอิตาลี ป๋าบอกว่าจะขายบ้านที่นั่น และจะให้เงินพี่ก้อนหนึ่ง หากพี่ได้เงินก้อนนั้นจากป๋าแล้ว พี่ก็จะเลิกกับป๋าทันที และจะกลับมาอยู่กับณัฐแน่นอน ณัฐเข้าใจที่พี่พูดไหม”

ฉันพยักหน้าเบา ๆ สบตาพี่วีระชนช้า ๆ น้ำตาอาบแก้ม ไม่เคยคิดเลยว่าคนรักจะกลายเป็นผู้ชายที่ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน

“ณัฐเข้าใจค่ะ พี่ทำทุกอย่างเพื่อพ่อแม่และเพื่อตัวเอง”

“ไม่จริง ทุกอย่างที่พี่ทำก็เพื่อณัฐ”

“พี่วีเลิกโกหกตัวเองได้ไหมคะ ณัฐไม่เสียใจเลยถ้าพี่พูดความจริง แต่ถ้าพี่ยังปากแข็งและโกหกณัฐแบบนี้ พี่จะไม่มีวันได้ความรักจากณัฐอีกเลย”

“พี่ไม่ได้โกหก แต่พี่คิดแบบนี้จริง ๆ”

“พี่มีอะไรกับป๋าคนนั้นนานหรือยังคะ แล้วมีผู้ชายอีกกี่คนที่พี่มีอะไรด้วยที่ณัฐไม่เคยรู้ บอกณัฐมาสิคะ”

ฉันสะอื้นไห้แทบขาดใจ คนรักนอกใจมีหญิงอื่นก็ชอกช้ำใจมากอยู่แล้ว แต่นี่พี่วีระชนนอกใจฉันมีชายอื่นร่วมอยู่ด้วย ชีวิตฉันหาความบัดซบไม่ได้อีกแล้ว

“พี่ไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายคนไหน กับป๋านี่คนแรกเลยนะ ณัฐเชื่อพี่สิ”

“ณัฐไม่เชื่อพี่วีอีกแล้ว ไม่มีอะไรที่ณัฐเชื่อพี่ได้อีกแล้ว ผู้ชายอย่างพี่ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน”

พี่วีระชนดึงร่างฉันไปกอดไว้แน่น “ถึงพี่จะหน้าเงิน แต่พี่ก็มีหัวใจ ณัฐเคยรู้บ้างไหม”

ในตอนนั้นฉันยอมรับว่าเสียใจแทบจะบ้าคลั่งให้ได้ ชีวิตไม่ค่อยมีสติมากนัก เอาแต่ร้องไห้ไม่ฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งนั้น

“ไม่ฟัง ไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น พี่วีออกไปจากห้องณัฐเดี๋ยวนี้เลยนะ ออกไปไกล ๆ จากชีวิตณัฐได้ยินไหม”

ฉันผลักพี่วีระชนออก และเดินไปเปิดประตูห้อง เพื่อที่จะเชิญให้เขาออกไปจากห้อง ฉันไม่อยากอยู่ใกล้ชิดเขาไปมากกว่านี้ กลัวว่าความเจ็บปวดอาจจะทำให้ฉันตายไปต่อหน้าต่อตาเขา พี่วีระชนเดินมาที่ประตูห้อง แต่เขาไม่ได้ออกไปจากห้อง และกลับปิดประตูล็อกกลอน

“พี่ไม่ไป ณัฐเป็นเมียพี่ คืนนี้พี่จะนอนกับเมียพี่”

พี่วีระชนไม่พูดเปล่า เขาช้อนร่างของฉันเสียดื้อ ๆ และก็โยนร่างของฉันลงบนเตียงนอน แม้ว่าฉันจะต่อต้านแต่ก็ไม่อาจจะห้ามกำลังของเขาได้เลย จากนั้นเขาก็กระโจนมานอนทับร่างของฉัน เขาไม่ได้สนใจว่าฉันจะร้องห้ามและต่อว่าเขาอย่างไร เขาก้มจูบฉันอย่างแรง เหมือนกับหื่นกระหายเรือนร่างของฉันมานานแสนนาน การกระทำของเขาเหมือนกับคืนแรกที่เขาบังคับขืนใจฉันไม่มีผิด

“ณัฐเกลียดพี่วี พี่ปล่อยณัฐนะ อย่าทำอะไรณัฐ!”

พี่วีระชนจับมือสองข้างของฉันกดไว้บนที่นอน เขาจ้องมองฉันอย่างไม่พอใจ เขาคงไม่ชอบที่ฉันไม่ยินยอมกับสิ่งที่เขาต้องการ เขาคงไม่สบอารณ์ที่ได้ยินเสียงต่อว่าจากฉันอยู่ตลอด

“เดี๋ยวนี้เกลียดผัวตัวเองแล้วเหรอ หรือว่าช่วงเวลาที่ไม่มีพี่ ณัฐมีผู้ชายคนอื่นใช่ไหม บอกพี่มาสิณัฐ! พี่เองก็อยากรู้เหมือนกัน ทำไมณัฐถึงไม่ยอมให้พี่ขึ้นมาหา ทำไมณัฐถึงไม่ยอมพี่”

ฉันร้องไห้ทันที รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับคำพูดที่พี่วีระชนต่อว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันมีพี่วีระชนอยู่ในหัวใจตลอด ไม่เคยคิดแม้แต่จะนอกใจหรือพลีกายให้ชายอื่น ฉันรักและภักดีต่อพี่วีระชนเพียงคนเดียวเท่านั้น และตั้งใจจะรอให้เขาเรียนจบและกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง อยากให้เขาพร้อมทั้งตัวและหัวใจเพื่อที่จะอยู่ด้วยกัน ฉันไม่อยากอยู่ด้วยกันอย่างเจ็บปวดเหมือนกับชีวิตที่ผ่านมา

“ทำไมพี่วีคิดต่ำ ๆ แบบนี้ พี่คิดว่าคนอื่น ๆ จะเป็นเหมือนพี่หมดเหรอ”

“ถ้าณัฐไม่ได้เป็นเหมือนที่พี่คิด ทำไมณัฐถึงไม่อยากนอนกับพี่ล่ะ หรือว่าณัฐไม่รักพี่แล้ว”

ฉันมองหน้าพี่วีระชน อ่านแววตาและความต้องการเขาออกได้ทันที ใบหน้าของฉันในตอนนั้นเต็มไปด้วยน้ำตา แม้ว่าจะพยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้แต่ก็ทำไม่ได้มากนัก จากนั้นก็ค่อย ๆ คลายมือออกจากพี่วีระชน รวบรวมสติและความกล้าทั้งหมด ฉันยอมรับเต็มอกเลยว่า ฉันรักพี่วีระชนมาก และยินดีที่จะพลีกายให้ผู้ชายอย่างเขา จากนั้นก็ค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด ตายังจ้องมองพี่วีระชนอยู่ตลอด

“แบบนี้ใช่ไหมคะที่พี่วีต้องการจากณัฐมาตลอด"

พี่วีระชนจ้องมองการกระทำของฉันโดยไม่กะพริบตาเลย กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ พินิจพิจารณาเรือนร่างของฉันทุกซอกส่วน

“ณัฐ พี่รักณัฐเหลือเกิน”

ฉันถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ออกจากร่างจนหมดสิ้น คงมีเพียงร่างเปล่าเปลือยที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา มือข้างหนึ่งเช็ดน้ำตาเบา ๆ บอกกับตัวเองว่าคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่ฉันจะเป็นของพี่วีระชน พรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันก็จะเป็นอิสระทั้งเรือนร่างและหัวใจ

“ทั้งเรือนร่างและหัวใจของณัฐ ไม่เคยเป็นของชายใด ณัฐเก็บไว้ให้พี่วีตลอด และคืนนี้มันก็เป็นของพี่วีคนเดียว หลังจากคืนนี้เป็นต้นไป พี่จะไม่ได้เชยชมมันอีกแล้ว เอาสิคะพี่วี อยากทำอะไรก็ทำสิ พี่ชอบไม่ใช่เหรอ”

คืนนั้นฉันกลายเป็นผู้หญิงที่เสียสติ ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่เคยเป็นคนกล้าและใจเด็ดอย่างนี้ ทั้งชีวิตของฉันไม่เคยถอดเสื้อผ้าให้ผู้ชายคนไหนง่ายอย่างนี้ แต่คืนนั้นฉันกลับทำเป็นครั้งแรก เพราะรู้ว่าครั้งแรกที่ทำนั้น มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะทำเพื่อผู้ชายที่ฉันรัก

ในชีวิตของฉัน เวลาที่ฉันรักใคร ฉันให้เขาเต็มร้อย ไม่มีการเผื่อใจไว้เลย ไม่ว่าผลลัพธ์ของความรักออกมาเจ็บปวดแค่ไหน ฉันก็ถือเสียว่าฉันได้ทำดีที่สุดแล้ว พี่วีระชนขยับตัวมาใกล้ ๆ เขาโอบกอดร่างฉันทันที พร้อมทั้งก้มหน้าหอมและไซ้ไปตามซอกคอของฉัน มิเพียงเท่านั้นเขายังกดร่างของฉันให้นอนลงบนเตียงเสียด้วย

“พี่จะไม่ยอมให้ณัฐเป็นของใคร ณัฐจะต้องเป็นของพี่คนเดียวเท่านั้น”

คืนนั้นฉันปล่อยเรืองร่างให้เป็นไปตามอารมณ์ที่พี่วีระชนต้องการ น้ำตาไหลรินเป็นระยะ ๆ แม้ว่าจะพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แต่ก็อดไม่ได้สักที เพราะร้อยเหตุผลปัญหาที่ฉันไม่สามารถอธิบายได้ มันจึงถ่ายทอดออกมาเป็นน้ำตาแทนทุกอย่าง

เมื่อได้สติอีกครั้ง ฉันก็เอามือยันอกพี่วีระชนเอาไว้ สบตาเขา

“คืนนี้ณัฐยอมพี่ทุกอย่าง แต่ขอพี่วีอย่าทำให้ณัฐท้องได้ไหมคะ ณัฐกลัว”

ตอนนั้นฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ นึกกลัวขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องท้อง เพราะตั้งแต่แยกกันอยู่ฉันก็ไม่เคยกินยาคุมกำเนิดอีกเลย และก็รู้ว่าคืนนี้พี่วีระชนเองก็ไม่ได้ป้องกันตัวเองด้วย

“ไม่ต้องกลัวหรอกครับ พี่อยากทำให้ณัฐท้องมาก ๆ อยากให้ณัฐเป็นแม่ของลูกพี่ อยากให้ณัฐอยู่กับพี่ตลอดไป”

ฉันร้องไห้อีกครั้ง

“ณัฐขอนะพี่วี ณัฐยอมพี่ทุกอย่าง แต่พี่อย่าทำร้ายณัฐอีกเลย ขอให้ความเจ็บปวดตกอยู่ที่ณัฐเพียงคนเดียว อย่าทำให้หนึ่งชีวิตที่บริสุทธิ์ต้องเกิดมารับรู้ความเจ็บปวดจากสองเราเลยนะคะ”

คืนนั้นคำขอของฉันกลายเป็นสายลมที่พัดผ่านไปเฉย ๆ พี่วีระชนไม่เคยสนใจสิ่งที่ฉันพูดเลย เขาเชยชมเรือนร่างของฉันไม่พอ แต่ยังมีความหวังและตั้งใจอยากฝากเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไว้ในตัวฉันด้วย เขาคงจะคิดว่า ถ้าทำให้ฉันท้องได้ ฉันก็จะไม่หนีเขาไปไหน และก็คงจะใช้ชีวิตกับเขาเพียงคนเดียว แม้ว่าเขาจะมีชายหญิงอื่นรอบข้าง แต่ฉันก็ต้องทนอยู่กับเขาตลอด

“ท้องก็ลูกเราสองคน ถ้าณัฐกลัวว่าพี่จะทิ้ง พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนสมรสกันก็ได้ พี่เองก็อยากจดทะเบียนกับณัฐเหมือนกัน อยากให้ณัฐเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฏหมาย พี่เองจะได้มีสิทธิ์ในตัวณัฐเต็มที่”

ฉันรับไม่ได้กับความคิดของพี่วีระชน เขาต้องการที่จะครอบครองชีวิตของฉันมากกว่าที่จะรักฉันอย่างบริสุทธิ์ใจ เขาหวงและกลัวว่าฉันจะจากเขาไป เขากลัวสารพัดอย่างที่จะไม่มีฉันอยู่เคียงข้าง การจดทะเบียนสมรสคือข้อผูกมัดที่ดีที่สุดที่เขาต้องการ แต่แปลกฉันไม่เคยสนใจใบทะเบียนสมรสเลย ฉันต้องการผู้ชายที่รักและซื่อสัตย์กับฉัน ผู้ชายที่เข้าใจและพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างฉัน ไม่ใช่ผู้ชายที่ฉันได้ครองใบทะเบียนสมรส แต่ต้องทนนอนร้องไห้เจ็บช้ำกับการกระทำของเขาตลอด

คืนนั้นฉันไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะพี่วีระชนพยายามที่จะถ่ายทอดเลือดเนื้อของเขาให้ก่อเกิดในเรือนร่างของฉัน เขาทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ฉันท้องให้ได้ ฉันนอนปล่อยกายให้เขาเชยชม ให้เขาทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ หัวใจของฉันมันพังสลายไม่มีชิ้นดี มันมีแค่เพียงร่างที่ไม่มีชีวิตไม่มีหัวใจนอนอยู่บนเตียงนอน

เช้าวันรุ่งขึ้นพี่วีระชนลุกขึ้นอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร็ว ส่วนฉันไม่อาจจะลุกขึ้นได้เลย เพราะไม่มีเรี่ยวแรง ยังคงนอนซมจมน้ำตาอยู่ใต้ผ้านวมอุ่น ๆ อยู่อย่างนั้น พอพี่วีระชนอาบน้ำเสร็จแล้ว เขาก็เดินมานั่งข้าง ๆ เตียง และก้มลงหอมแก้มฉัน

“พี่จะกลับแล้วนะ แล้วพี่จะขึ้นมาหาบ่อย ๆ”

ฉันลืมตามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ได้ดีใจเลยที่ได้ยินเขาพูดว่าจะขึ้นมาหาบ่อย ๆ ฉันรับไม่ได้ที่จะต้องยอมรับการกระทำของพี่วีระชนทุกอย่าง หากฉันต้องใช้ชีวิตกับเขา ฉันก็แค่อยากให้เขามีเพียงฉันเท่านั้น ฉันไม่เคยสนใจว่าเขาจะเคยผ่านผู้หญิงผู้ชายสักกี่สักกี่คน แต่นับตั้งแต่วันที่เขามีฉันอยู่เคียงข้าง ฉันก็อยากให้เขามีฉันเพียงคนเดียว เหมือนที่ฉันมีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

ตอนนั้นฉันไม่ได้พูดอะไรกับเขา เลือกที่จะฟังเขาพูดมากกว่า พี่วีระชนเอามือลูบผมฉันเบา ๆ ก้มหอมฉันไปด้วย

“ถ้าท้อง โทรบอกพี่เสียล่ะ พี่จะมารับณัฐกลับนครด้วยกัน”

เมื่อฉันไม่พูดคุยด้วย เขาก็ไม่ได้คุยอะไรอีกเลย ก้มหอมแก้มฉันสองครั้ง

“พี่ไปก่อนนะ แล้วพี่จะโทรหา”

“ถ้าจะให้ดี ไม่ต้องโทรมา และก็อย่าได้เจอกันอีกเลย” ฉันตอบพี่วีระชนเบา ๆ

พี่วีระชนมองหน้าฉัน เขาหอมแก้มฉันอีกครั้ง “พี่จะมา ณัฐห้ามพี่ไม่ได้หรอก”

ฉันไม่สนใจคำพูดของเขา และก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย จากนั้นเขาก็เดินออกไปจากห้อง โดยที่ล็อกห้องไว้ให้ฉันด้วย พอเสียงย่ำเท้าของพี่วีระชนหายลับไป ฉันก็ลุกขึ้นไปล็อกกลอนห้องให้เรียบร้อย และก็นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เพียงคนเดียว ฉันเอามือจับหน้าท้องเบา ๆ นึกถึงใบหน้าของพ่อแม่และพี่น้องทุก ๆ คน

“พ่อจ๋า แม่จ๋า ได้โปรดช่วยณัฐด้วย ณัฐไม่อยากท้อง ณัฐไม่อยากมีชีวิตแบบนี้อีกต่อไป อย่าให้ความเลวร้ายเกิดขึ้นกับณัฐอีกเลย”

วันนั้นฉันนั่งร้องไห้ทั้งวัน ไม่ได้ออกไปไหนเลย ส่วนเรื่องงานฉันก็ลาป่วยเพราะรู้สึกว่าปวดหัวเกินที่จะแบกสังขารไปทำงานได้ ร่างกายบอบช้ำยิ่งนัก ทางด้านเพื่อนสนิทที่รู้เรื่องราวของฉันก็ได้แต่โทรถามไถ่และให้กำลังใจฉันตลอด



เรื่องราวของฉันกับพี่วีระชนไม่ได้จบลงแค่คืนนั้น แต่พรหมลิขิตดนบันดาลให้ฉันได้เจอพี่วีระชนอีกครั้ง เราสองคนเจอกันในวันที่ชีวิตของฉันพบรักใหม่ และกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายอีกคนที่ดีที่สุด ผู้ชายที่เข้ามาเยียวยารักษาแผลใจอันเจ็บปวดให้กับฉัน

เหตุการณ์ในครั้งนั้นแม้จะผ่านไปเกือบสิบปีแล้ว แต่ฉันยังจดจำมันได้เสมอ ในวันนั้นฉันทำงานด้านบัญชีอยู่ภูเก็ตกับเพื่อนสนิท ทุก ๆ วันหลังจากเลิกงานฉันก็ต้องขับรถกลับมาบ้านเพียงลำพัง อากาศในวันนั้นฝนตกทั้งวัน พอฝนซาตัวลงฉันก็รีบขับรถกลับบ้านทันที เพราะกลัวว่าหากรอให้ฝนหยุดตกท้องฟ้าจะมืดเสียก่อน เพราะระยะทางจากบ้านไปยังที่ทำงานก็ใช่จะใกล้ ฉันต้องขับรถผ่านภูเขาหลายลูกถึงจะถึงบ้านของตัวเอง ถนนก็เปลี่ยวและก็ลาดชันพอสมควร

ฉันไม่เคยคิดหรอกว่า คนที่เป็นอดีตที่ฉันเคยรักคนหนึ่ง เคยคิดจะแต่งงานด้วย เขาจะกลายเป็นคนอย่างนี้ อันที่จริงเขาอาจจะเป็นคนอย่างนี้มานานแล้ว เพียงแต่ฉันไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาก็เป็นได้ แต่พอได้สัมผัสฉันถึงได้แต่อึ้งอยู่ตลอด

นับตั้งแต่ที่เลิกรากัน ฉันไม่เคยสนใจว่าเขาจะไปมีคนรักใหม่ ไม่เคยแคร์เสียด้วยซ้ำว่าเขาจะรักใคร อยู่กับใคร ฉันเพียงแต่ภาวนาทุกค่ำคืนอย่าได้เจอหน้าเขาอีกเลย อยากให้ชีวิตของฉันและเขาต่างคนต่างเดินไปตามเส้นทางของตัวเอง และฉันก็เป็นแบบนั้น ฉันไม่เคยไปยุ่งหรืออยากรู้เรื่องราวใด ๆ เกี่ยวกับตัวเขา ต่อให้เขามีชีวิตที่ดีเลิศแค่ไหน ฉันก็มีแต่ความยินดีให้เขามีความสุขกับสิ่งที่เขาเลือก ไม่เคยคิดแม้แต่จะไปขอให้เขากลับมารักฉันอีก เพราะฉันถือคติที่ว่า เมื่อใดที่ฉันก้าวออกไป ฉันก็จะไม่เดินถอยหลังเด็ดขาด ไม่ว่าก้าวข้างหน้าจะเลวร้ายแค่ไหน ฉันก็จะก้าวไปเรื่อย ๆ ช้า ๆ แบบชีวิตที่ฉันต้องการ

ในการพบเจอกันอีกครั้ง ฉันรู้ว่าเขาต้องการกลับมาคืนดีกับฉันอีก แต่ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น ฉันไม่อยากคุยกับเขา ไม่อยากมองหน้าเขาเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าเขาจะว่าแดกดันหรือพูดให้ฉันเสียใจต่อหน้าคนอื่นแค่ไหน ฉันก็พยายามอดทนอดกลั้น ฉันยอมรับว่าไม่อาจจะกลับไปรักเขาได้เลย เพราะหัวใจของฉันได้มอบให้ใครคนหนึ่งไปหมดแล้ว และฉันก็กำลังจะแต่งงานกับคนรักของฉันด้วย

ฉันไม่เคยคิดเลยว่า เย็นวันนั้นพี่วีระชนจะขับรถตามหลังฉันมาติด ๆ เขาพยายามขอร้องให้ฉันหยุดรถเพื่อที่จะคุยกัน แต่ก็ถูกฉันปฏิเสธตลอด พอฉันไม่ยอมหยุดรถเขาก็ถือวิสาสะพยายามดึงกุญแจออกจากรถให้ได้ เพื่อที่จะให้ฉันหยุดรถ แต่ฉันไม่ยอม และพยายามขับรถหนีให้ได้ เพราะฉันคิดว่า เรื่องราวระหว่างฉันและเขาจบไปแล้ว มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องคุยกัน ที่สำคัญฉันกลัวว่าเขาจะฉุกกระชากทำร้ายน้ำใจฉันอีก

การขับรถปาดหน้าของเขาดูเหมือนไม่ตั้งใจ แต่เขาคงไม่รู้ว่าการกระทำตรงนั้นเป็นการตั้งใจทำลายชีวิตฉันโดยตรง และเขาก็ฝากรอยแผลเป็นบนข้อศอกด้านขวามือให้ฉันได้เห็นต่างหน้าจวบจนทุกวันนี้ ทุกครั้งที่มองภาพแผลเป็นเหล่านี้ มันทำให้ฉันนึกเสียใจไม่หาย ฉันยอมรับว่าให้อภัยสิ่งทีเขาได้ทำเอาไว้ แต่แปลกฉันไม่เคยลืมความเจ็บปวดตรงนั้น

ความทรงจำที่เจ็บปวดมันฝังอยู่ในสมองและคอยหลอกหลอนฉันตลอด ทุกครั้งที่ฉันฝันร้าย ฉันก็มักจะโทรศัพท์ไปเล่าให้พี่สาวฟัง ซึ่งพี่สาวก็ได้แต่ปลอบโยนและให้ฉันสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน โดยที่พี่สาวก็ช่วยทำบุญตักบาตรขอพรให้คุณพระคุ้มครองฉันไปด้วย มิเพียงเท่านั้นก็พยายามหาพระที่ศักดิ์สิทธิ์จากวัดต่าง ๆ ให้ฉันได้ใส่คล้องคอเอาไว้ด้วย เพราะพี่สาวคงจะคาดหวังว่า คุณงามความดีต่าง ๆ กับพระที่ศรัทธาจะช่วยปกป้องดูแลฉันให้รอดพ้นจากความฝันเลวร้าย

พี่สาวเคยถามฉันว่า พี่วีระชนยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ฉันตอบได้คำเดียวว่า

“หนูไม่รู้ และก็ไม่เคยอยากรู้เสียด้วย”

มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่สาวเคยบอกให้ฉันสืบดู เคยถามฉันว่าทำไมไม่โทรไปถามที่บ้านของเขา ว่าเขายังชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ฉันก็ไม่เคยทำ เพราะไม่ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ เขาก็เป็นคนที่ฉันกลัวมากที่สุด หลาย ๆ คนอาจจะแปลกใจว่าทำไมฉันต้องกลัวเขาขนาดนั้น ฉันเองก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน แต่ยอมรับว่ากลัวฝังจิตมาตลอด เพราะเขายังอยู่ในความฝันของฉันไม่เคยหายไปเลย

หรืออาจจะเป็นเพราะว่า.......ครั้งหนึ่ง เขาคนนั้นเคยฝากถ้อยคำนี้ไว้ให้ฉันว่า

“ณัฐเป็นผู้หญิงของพี่ และพี่ก็ไม่มีวันปล่อยให้ณัฐเป็นของใคร”

เพราะคำสุดท้ายของเขาที่ฝากเอาไว้ ทำให้ฉันกลัวทุกอย่าง กลัวแม้กระทั่งเดินทางไปท่องเที่ยวที่ปักษ์ใต้ และพี่น้องของฉันทุกคนก็พลอยห่วงความปลอดภัยของฉันไปด้วย เพราะเมื่อใดที่เราไม่รู้ว่าเขามีชีวิตอยู่หรือไม่ เราก็ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน



จวบจนคืนวันอังคารที่ผ่านมา ฉันนอนฝันร้ายอีกเช่นเคย ฉันฝันว่าตัวเองอุ้มเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเดินทางลงไปยังปักษ์ใต้ ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันต้องเดินทางไปปักษ์ใต้ มารู้อีกทีก็ตอนที่เห็นพี่วีระชนยืนรออยู่ที่บ้านหลังเขา ทันทีที่เห็นหน้ากัน ฉันกลับอุ้มเด็กคนนั้นและพยายามเดินหนีไปให้ไกลที่สุด พอเห็นเขาวิ่งตามฉันก็วิ่งหนีสุดชีวิต พอมารู้สึกตัวอีกทีก็เหงื่อแตกเต็มไปหมด ฉันลุกขึ้นอย่างเร็ว เอามือขยี้ตาเพื่อจะเตือนสติตัวเองให้ดี ว่าทุกอย่างเป็นแค่ความฝันเท่านั้น ไม่มีเรื่องใด ๆ เกิดขึ้นในชีวิตจริง

ทุกครั้งที่ฝันร้าย ฉันไม่มีความสุขเลย ฉันกลายเป็นผู้หญิงที่เกลียดความฝันเหล่านี้เป็นอย่างมาก ฉันภาวนาอยู่บ่อย ๆ เพื่อไม่อยากฝันเห็นพี่วีระชน แต่ก็แปลกไม่ว่าใจฉันจะบริสุทธิ์ใจไม่ได้คิดอะไรฟุ้งซ่าน แต่วันดีคืนดีพี่วีระชนก็มาเข้าฝันฉันได้เรื่อย ๆ ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อะไรทำให้ฉันฝันเห็นเขาได้ตลอด มันเป็นคำถามที่ฉันถามตัวเอง ถามคนรัก และถามทุกคนที่ฉันรู้จัก แต่ทุกคนกลับบอกฉันว่า มันคือความเจ็บปวดที่ฝังอยู่ในใจ จนยากที่จะทำลายมันออกไปจากชีวิตได้

ในวันพุธที่ผ่านมา ฉันนอนไม่หลับ ตัดสินใจโทรศัพท์หาพี่สาว เพราะมีลางสังหรณ์บางอย่าง ทำให้ฉันอยากคุยกับพี่สาวมากที่สุด ทันทีที่พี่สาวรับสายก็ร้องเรียกชื่อฉันด้วยความดีใจ

"ณัฐพี่ดีใจจังที่ณัฐโทรมา พี่มีเรื่องสำคัญจะบอกณัฐ ตอนแรกพี่ก็ตั้งใจไว้ว่า หลังเลิกงานจะซื้อการ์ดโฟนโทรหาณัฐ ดีใจจังเลยที่ณัฐโทรมาหาพี่วันนี้"

"ณัฐมีความรู้สึกว่าพี่กันต์มีเรื่องสำคัญอยากบอกณัฐ ณัฐนอนไม่หลับ รู้สึกคิดถึงพี่อยู่ตลอด จึงอดไม่ได้ที่จะโทรมาหา"

"พี่มีเรื่องสำคัญจะบอก เรื่องของวีระชน แฟนเก่าณัฐยังไงล่ะ ณัฐจำได้ไหม"

"จำได้สิค่ะ จะตายกี่ชาติก็ไม่มีวันลืมผู้ชายคนนี้หรอก ว่าแต่พี่กันต์มีอะไรเหรอ"

"ณัฐ รู้หรือเปล่า วีนะเขายังมีชีวิตอยู่นะณัฐ เขาถามหาณัฐตลอด"

ฉันได้ยินที่พี่สาวบอกรู้สึกอึ้งไปหมด นี่ใช่ไหมที่ฉันฝันร้ายมาตลอด มันไม่ใช่แค่สมองฟุ้งซ่านหรือความทรงจำที่ฝังจิต แต่มันเป็นความรู้สึกที่เขายังมีชีวิตอยู่ ที่เขายังคงโหยหาและคิดถึงฉันได้ตลอด

"เขาอยู่ที่ไหนคะ"

"ยังอยู่ที่ภูเก็ต บังเอิญพี่บุหงาโทรมาบอกพี่ตะกี้"

"พี่บุหงารู้ข่าวนี้ได้ยังไง" ฉันถามเพราะอยากรู้ทุกอย่าง

พี่กันต์เล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ฉันฟังทั้งหมด

"ก็พี่บุหงาไปประชุม อสม. กับป้านิ่ม ซึ่งเป็นคนหมู่บ้านเดียวกับพี่โอ๋ บังเอิญวันนั้นป้านิ่มชวนคุย ป้านิ่มบอกว่า ป้านิ่มกับสามีไปทำงานก่อสร้างที่โรงแรมในภูเก็ตเมื่อไม่นานมานี่ เขาได้รู้จักโฟร์แมนคนหนึ่งเป็นคนนครศรีธรรมราช พอโฟร์แมนคนนี้รู้ว่าป้านิ่มมาจากศรีสะเกษและเป็นคนบ้านเดียวกับพี่โอ๋ เขาก็ถามใหญ่เลย"

"เขาถามว่าอะไรบ้าง" ฉันอดไม่ได้ที่จะถามพี่สาว

"ก็ถามว่ารู้จักพี่โอ๋ไหม ที่ภรรยาชื่อพี่กันต์ มีน้องสาวคนเล็กชื่อณัฐ เป็นลูกสาวของพ่อสุม แถมบอกนามสกุลทุกอย่าง บอกชื่อพี่น้องเราทุกคน บอกชื่อหมู่บ้านและบ้านของพ่อด้วย จนป้านิ่มอึ้งไปหมด เพราะไม่คิดว่าโฟร์แมนคนนครศรีธรรมราชคนนี้จะรู้จักพ่อของเราด้วย" พี่กันต์เล่าน้ำเสียงดูตื่นเต้นอยู่มาก

ฉันยังคงนั่งฟังพี่สาวอยู่อย่างต่อเนื่อง "เล่าต่อสิคะ"

"ป้านิ่มก็ถามรู้จักได้อย่างไร โฟร์แมนคนนี้ชื่อวีระชน"

"แล้วยังไงคะ เล่าต่อสิ" ฉันเองยังคงอยากรู้ทุกอย่าง

"ป้านิ่มเล่าว่า วียอมรับว่าเคยเป็นแฟนกับณัฐ เคยไปบ้านณัฐสามครั้ง เคยจะแต่งงานกับณัฐ แต่พ่อมาเสียชีวิตเสียก่อน แล้วณัฐก็ยกเลิกงานแต่งงาน เขาบอกว่าเขาเคยไปร่วมงานศพของพ่อเราด้วย แถมบอกว่า พี่โอ๋นะใจดี เป็นพี่เขยของณัฐและเคยให้พระเขาเอาไว้ด้วย วีพูดทุกอย่าง แถมยังชมตลอดว่า ณัฐเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตเขา ครอบครัวเราก็ดีกับเขามาก ๆ เขาบอกว่าเขาผิดทุกอย่าง เขาทำไม่ดีกับณัฐไว้เยอะ เขายังรู้สึกเสียดายอยู่ตลอด"

ฉันได้ฟังที่พี่กันต์บอกเหมือนจะร้องไห้ แต่ไม่ใช่ความรู้สึกเสียใจอะไร หากแค่เป็นความรู้สึกที่ว่า ยามที่เธอมีฉัน แปลกเธอไม่เห็นคุณค่าของฉันเลย แต่ยามที่เธอเสียฉันไป เธอกลับโหยหาและอยากรู้ชีวิตของฉันทุกอย่าง ในช่วงเวลานั้น ฉันอดไม่ได้ที่จะถามพี่สาว

"แล้วป้านิ่มเล่าอะไรให้พี่วีฟังบ้างล่ะคะ"

"เล่าหมดเลย ป้านิ่มนะช่างพูดจะตาย แกนะคุยไปหมด นี่ป้านิ่มก็คุยบอกว่า ณัฐนะตั้งแต่เลิกกับวี ณัฐก็แต่งงานกับฝรั่งคนอเมริกัน ย้ายไปอยู่อเมริกาเกือบสิบปีแล้ว สามีของณัฐนะเป็นถึงศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย เรียนจบ ดร. เสียอีก มีงานทำที่ดี เป็นผู้ชายที่ดีและมีระดับพอสมควร ณัฐมีชีวิตที่มีความสุขมาก ๆ สามีทั้งรักทั้งดูแลดีเอาใจใส่ทุกอย่าง เวลาที่กลับมาเมืองไทย พี่น้องทุกคนในครอบครัวหรือแม้แต่ชาวบ้านในหมู่บ้าน ต่างก็รักณัฐและสามีของณัฐมาก ๆ"

ฉันนั่งฟังพี่กันต์เล่าเรื่องไปพลาง ๆ รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

"แล้วพี่วีได้ฟังเรื่องของณัฐแล้ว เขารู้สึกอย่างไรบ้าง"

"ก็คงเสียใจบ้างแหละ ป้านิ่มยังคงบอกว่า พอวีรับรู้ว่าณัฐแต่งงานกับฝรั่ง วีนะหน้าซึมไปเลย เดินคอตก ใบหน้าเศร้าเหมือนคนอกหักไม่มีผิด ป้านิ่มเลยถามว่า ไม่อยากไปหาหนูณัฐที่ศรีสะเกษหรอกหรือ ไม่คิดจะไปเยี่ยมเขาเลยเหรอ คิดถึงหนูณัฐหรือเปล่าล่ะ"

"ป้านิ่มถามทำไมล่ะคะพี่กันต์ ณัฐไม่อยากเจอพี่วี" ฉันได้ยินทุกอย่าง ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน จึงถามออกไป

"แกก็คงอยากรู้ว่า โฟร์แมนคนนี้รักณัฐแค่ไหน เลยแกล้งลองถาม"

"แล้วยังไงต่อคะ"

"วีบอกว่า คิดถึงครับ ผมยังรู้สึกกับณัฐเหมือนเดิม แต่ผมไม่กล้าไปหรอกป้า ผมไม่ดีพอ ผมทำร้ายน้องสาวเขาไว้มาก ถ้าผมไป พวกเขาต้องฆ่าผมแน่ ๆ ทุกวันนี้ผมยังรู้สึกเสียใจไม่หาย ผมทำผิดไว้มาก มากเกินกว่าที่เขาจะอภัยให้ผมได้"

"จริงเหรอคะพี่กันต์" ฉันยอมรับว่าไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน

"จริงสิ ป้านิ่มบอกว่า ทันทีที่วีพูดจบก็เดินไปนั่งที่โขดหินใกล้ ๆ ชายหาด เสร็จแล้วก็ล้วงบุหรี่ขึ้นมาสูบหลายม้วน และนั่งแช่อยู่ตรงนั้นเสียนาน สายตาก็เหม่อลอยไปยังท้องทะเลที่กว้างไกล เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ข้าวปลาอาหารก็ไม่ยอมรับประทานเลย แม้ว่าภรรยาและลูกจะร้องเรียกให้มาทานข้าวด้วยกัน แต่วีก็ปฏิเสธบอกว่าไม่หิว และนั่งอยู่คนเดียวแบบนั้นเสียหลายชั่วโมง"

"พี่วีระชนมีลูกมีเมียด้วยเหรอคะพี่กันต์" ฉันถามขึ้น

"เห็นป้านิ่มเล่าว่า วีนะมีลูกมีเมียแล้ว แต่เหมือนไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นเลย เหมือนใช้ชีวิตฆ่าเวลาไปวัน ๆ หัวใจของเขาดูเงียบเหงา เหมือนคนที่เก็บซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ แต่เวลาที่ป้านิ่มเล่าเรื่องณัฐให้ฟังนะ เขาดูสนใจมาก ๆ เลย ดูตื่นเต้น ดูมีความสุขที่ได้รู้เรื่องของณัฐ แต่พอรู้ว่าณัฐแต่งงานและมาอยู่อเมริกา เขาเศร้าเป็นคนละคนเลย"

"ทำไมล่ะคะ เขาก็ภรรยา มีลูกด้วยกัน เขาน่าจะรักกันออก เขาจะมาคิดถึงณัฐทำไม"

"ป้านิ่มบอกว่า วีอาจจะรักผู้หญิงคนนั้น แต่ถ้าเทียบกับณัฐแล้ว วีรักณัฐมากกว่าหลายเท่า และรักณัฐอยู่ตลอด"

ฉันรู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึก ๆ ในหัวใจ เป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างไม่มีเหตุผล

"นี่ใช่ไหมคะพี่กันต์ นี่ใช่ไหมที่ณัฐฝันร้ายมาตลอด" ฉันถามพี่สาว เพราะรู้สึกว่าที่ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ เพราะพี่วีระชนยังคงนึกถึงฉันตลอดนี่เอง

"พี่เชื่อว่าใช่ เพราะคนเราเลิกรากันไปนานเป็นสิบปี จะยังฝันเห็นกันตลอดได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว หากพี่ไม่ได้ยินเรื่องราวที่ป้านิ่มเล่าให้ฟัง พี่จะไม่เชื่อเลยสักนิด พี่จะคิดว่าณัฐคิดมากไปเอง แต่นี่ป้านิ่มเล่าทุกอย่างให้ฟัง พี่เชื่อเลยว่า วียังรักณัฐไม่เคยเปลี่ยน"

"แต่ณัฐหมดรักเขาแล้วนะคะ ณัฐไม่รักเขาตั้งแต่ที่รับรู้ว่าเขานอนกับบาทหลวงคนนั้น ณัฐไม่เคยรักเขาเลย จะมีแต่ความเจ็บปวดเสียใจที่มีบ้าง"

"ณัฐอย่าลืมสิว่า ณัฐนะเป็นรักแรกของวี และวีได้ความบริสุทธิ์ของณัฐไป เขาได้ความภาคภูมิใจทุกอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งปรารถนามาตลอด และเขาก็ปรารถนาที่จะมีณัฐเพียงคนเดียวเท่านั้น เขาอยากให้ณัฐเป็นภรรยาของเขา อยากมีลูกกับณัฐ แต่พอไม่มีณัฐ มีหรือที่เขาจะลืมณัฐไปได้ ณัฐและเขาเคยอยู่ด้วยกัน เคยมีความสุขด้วยกัน เคยผูกพันกันแน่นแฟ้น แต่จู่ ๆ ทุกอย่างก็ถูกทำลายไปเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ผู้ชายนะณัฐ เวลาที่รักผู้หญิงสักคน เขาจะนึกถึงผู้หญิงคนนั้นตลอด ยิ่งถ้าเขาเคยได้รักและภาคภูมิใจที่มีผู้หญิงคนนั้นเคียงข้าง เขาจะไม่มีวันลืมณัฐเลย"

สิ่งที่ได้ยินจากพี่สาวทำให้ฉันกลัวอยู่ลึก ๆ ฉันยอมรับว่าสิ่งที่พี่กันต์พูดถูกทุกอย่าง

"แบบนี้ณัฐคงไม่กล้าเดินทางไปเที่ยวปักษ์ใต้แน่ ๆ เลย ณัฐกลัวคะพี่กันต์ กลัวพี่วีจะฉุดณัฐไปอยู่กับเขา ณัฐกลัว

"นี่แหละที่พี่ต้องบอกให้ณัฐรู้เอาไว้ จะได้ระมัดระวังตัว"

"ตราบใดที่พี่วียังมีชีวิตอยู่ หากพี่วีมีเงิน มีอำนาจ ณัฐเชื่อว่าเขาพร้อมที่จะแย่งชิงณัฐกลับไป เพราะเขายังรักและไม่ลืมณัฐแบบนี้ ณัฐเชื่อว่าเขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ณัฐมาเป็นของเขาอีก ณัฐกลัวจังเลยคะพี่กันต์ กลัวแม้กระทั่งกลับไปเมืองไทย"

ฉันยอมรับว่าตอนนั้นคิดอะไรฟุ้งซ่าน นึกกลัวถูกฉุกกระชากทำร้ายจิตใจ กลัวว่าอดีตคนรักจะทำร้ายคนรักของตนเอง เพื่อที่จะแย่งชิงฉันกลับไปอยู่กับเขา แต่ก่อนฉันเคยคิดว่าละครในทีวีที่ถูกสร้างขึ้นเป็นเรื่องที่เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น แต่ในวันนี้ฉันเริ่มเข้าใจแล้วว่า ชีวิตคนเราบางทีก็เป็นยิ่งกว่าละครเสียอีก

"พี่เล่าให้ณัฐฟัง เพราะไม่อยากให้ณัฐคิดมาก อยากให้ณัฐรู้ว่า สิ่งที่ณัฐฟังไม่ได้เกิดจากความเจ็บปวดที่ฝังจิต แต่เกิดจากวีเขายังรักและไม่เคยลืมณัฐ พี่อยากให้ณัฐระวัง เวลาจะกลับเมืองไทยหรือไปไหน ไม่ต้องบอกใครต่อใครนะ แค่บอกพี่น้องเราเท่านั้นพอ หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องติดต่อเพื่อนเก่า ๆ ที่วีรู้จัก เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง พี่ห่วงณัฐนะ เพราะณัฐผ่านความเจ็บปวดมาได้ และมีชีวิตที่มีความสุข พี่ก็อยากให้ณัฐและแฟนมีความสุขตลอดไป"

"ค่ะ ณัฐจะระมัดระวังตัวให้มากที่สุด"

"นอนเถอะนะคนดี ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องร้องไห้เสียใจ วีก็ต้องรับผลกรรมของเขา ไม่ว่าเขาจะมีชีวิตทีมีความสุขกับผู้หญิงคนนั้นหรือไม่ มันเป็นชีวิตของเขา อย่าไปคิดมาก อย่าไปฟุ้งซ่าน คืนนี้ณัฐรับรู้เรื่องราวทั้งหมด พรุ่งนี้ก็ลืมมันไปเสีย ชีวิตณัฐจะได้มีแต่ความสุข จากนี้ต่อไป ณัฐก็จะได้รู้แล้วว่า ตัวณัฐมีดีและมีค่าพอที่จะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งยังคงรักและเสียดายมาตลอด"

ฉันนั่งฟังคำปลอบโยนจากพี่สาวอยู่เงียบ ๆ ในค่ำคืนที่ดูเงียบเหงา ความรู้สึกในตอนนั้นอยากกอดพี่สาวจับใจ ยามใดที่ฉันหวาดกลัวหรือเสียใจ ยามใดที่ฉันอยากมีเพื่อนคุย พี่สาวจะเป็นทุกอย่างให้กับฉันได้ตลอด

"ณัฐไปนอนได้แล้วน้องรัก แล้วอย่าคิดมาก หลับให้สบาย และลืมอดีตทั้งหมดได้แล้ว จากนี้ต่อไปก็จะมีแต่รอยยิ้มและมีความสุขกับชีวิตตัวเอง" พี่กันต์บอกทิ้งท้าย

"ค่ะ"

หลังจากที่วางสายจากพี่สาว ฉันปิดโทรศัพท์มือถือทันที จากนั้นก็วางเอาไว้บนโต๊ะไม่ไกลจากเตียงนอน ฉันล้มตัวนอนข้าง ๆ คนรักซึ่งหลับตาพริ้มอยู่ไม่ไกลนัก ฉันดึงผ้าห่มคลุมกายให้กับตัวเองและคนรัก นอนหนุนอ้อมแขนของคนรักไปด้วย มือข้างหนึ่งก็กอดเขาไว้แน่น ฉันหอมอ้อมอกของคนรัก ไม่ว่าจะตายสักกี่ชาติ ฉันก็อยากที่จะเกิดมาเป็นภรรยาของคนรักตลอด และอยากมีชีวิตอยู่แบบนี้ตลอดไป ชีวิตที่ไม่ต้องมีใครมาแย่งชิงฉันไปจากคนที่ฉันรัก ชีวิตที่มีแต่รักของสองเราเท่านั้น ไม่มีอดีตที่คอยหลอกหลอน ไม่มีมีฝันร้ายให้หวาดกลัวอีกต่อไป จะมีแค่เราสองคนนิจนิรันดร์




 







 



 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones