ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article


คุณเคยไหมที่วันหนึ่งกำลังนอนหลับสบาย ๆ จู่ ๆ ก็มีคนมาเคาะประตูบ้าน และขอให้คุณเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ สำหรับหนูแล้วไม่เคยคิดมาก่อนเลย และในวันนี้คนที่มาเคาะประตูแต่เช้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนบ้านติด ๆ กันนี่เอง

เพื่อนบ้านคนนี้มาขอความช่วยเหลือ หากหนูมีเวลาว่างพอที่จะช่วยเธอเลี้ยงลูกให้สักหนึ่งวัน หนูเองก็งง ๆ เพราะปกติเธอไม่เคยมีใครมาเคาะประตูแต่เช้าแบบนี้เลย เพื่อนบ้านคนนี้เป็นคนมีน้ำใจกับหนูและแฟนมาก หนูยังระลึกถึงน้ำใจที่เธอเคยช่วยเหลือมาตลอด เมื่อครั้งที่หนูกับแฟนย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ

ในตอนนั้นหนูกับแฟนล็อกกุญแจไว้ในบ้านและก็เข้าบ้านไม่ได้เลย ซึ่งเวลานั้นก็ประมาณเที่ยงคืนแล้ว หนูกับแฟนเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ ๆ เราสองคนไม่รู้จักใครเลย สุดท้ายจึงตัดสินใจไปกดกริ่งหน้าบ้านของเพื่อนบ้านคนนี้

เพื่อนบ้านคนนี้ออกมาต้อนรับหนูกับแฟนเป็นอย่างดี นอกจะช่วยโทรศัพท์ตามบริษัทมาเปิดล็อกให้แล้ว ก็ยังเชิญเข้าไปกินน้ำกินท่าข้างในบ้านด้วย ซึ่งหนูยอมรับว่าซาบซึ้งน้ำใจของเพื่อนบ้านอยู่เสมอ หนูเป็นคนถูกสอนให้จดจำคุณความดีที่คนอื่นมอบให้เรา ดังนั้นเมื่อเพื่อนบ้านคนนี้ต้องการความช่วยเหลือ มีหรือที่หนูจะปฏิเสธได้ ยิ่งหนูยังอยู่ในช่วงเวลารอการเปิดเรียนในช่วงปีใหม่ด้วย หนูยิ่งมีเวลาว่างทุก ๆ วัน

หลังจากที่ได้พูดคุยกัน หนูจึงได้รู้ว่า เพื่อนบ้านต้องการพี่เลี้ยงเด็ก ส่วนหนูนั้นก็เป็นคนรักเด็กอยู่แล้ว และใฝ่ฝันอยากมีลูกเป็นของตัวเองด้วย แต่เนื่องจากยังไม่มี ก็เลยได้แต่แอบมองแอบชื่นชมลูกชาวบ้านมาตลอด พิเศษสุดก็เด็ก ๆ ในบล็อกแก็งค์

หนูไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้เลี้ยงดูลูกคนอเมริกันที่นี่ ไม่เคยคิดว่าจะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจขนาดนี้ ก็ยอมรับว่าภูมิที่เพื่อนบ้านได้ไว้ใจให้หนูดูแลลูกชายวัย 6 เดือนให้

หนูรีบตอบรับอย่างเร็ว โดยที่ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเรื่องรายได้ที่เขามอบให้เลย ก็อย่างที่หนูเคยบอกไว้แล้ว เวลาที่หนูทำงานอะไรสักอย่าง หนูไม่เคยสนใจเรื่องเงินค่าตอบแทนมากนัก หากงานนั้นเป็นงานที่หนูมีความสุข และอยากจะทำ หนูก็มักจะทำเสมอ ถึงแม้ว่างานนั้นจะเหนื่อยยากเพียงใด แต่ความเหนื่อยเหล่านี้ก็ไม่เคยทำลายความสุขของหนูไปได้เลย

ปกติหนูไม่เคยได้รับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก ๆ มาจากที่ใดมาก่อน แต่หนูอาศัยประสบการณ์ที่เลี้ยงหลานสมัยเด็ก ๆ จึงทำให้หนูจำได้แม่นยำ รวมทั้งด้วยความรักที่หนูมีให้กับเด็ก ๆ ด้วย ดังนั้นการเลี้ยงเด็กจึงดูไม่ยากสำหรับหนูเลย

ครั้งแรกที่เจอน้องไฮ้รัม หนูยิ้มแป้นออกมาทันที เด็กน้อยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสคนนี้ ทำให้หนูหลงไหลยิ่งนัก น้องไฮ้รัมเป็นเด็กลูกครึ่ง ผิวดำ ผสมผิวขาว และอเมริกันอินเดียนด้วย แถมมีผิวพรรณไม่ขาวและไม่ดำจนเกินไป นั่นก็คือมีผิวขนาดกำลังสวย ไฮ้รัมเป็นเด็กผู้ชายที่มีผิวพรรณที่เนียนสวยเหมือนเด็กผู้หญิง และก็มีผมหยิก ๆ เหมือนจิมมี่ เฮนดริกซ์ (jimi hendrix) นักร้องชื่อดังของอเมริกา



นอกจากนั้นน้องไฮ้รัมเป็นเด็กที่มีแววตาสดใสเป็นประกาย ตาโตดำสุกใส มีเสน่ห์ยิ่งนัก แค่แววตาที่หนูเห็นในครั้งแรก หนูก็ยังแอบคิดเลยว่า โตขึ้นน้องไฮ้รัมจะต้องเป็นหนุ่มน้อยที่หล่อไม่เบาแน่เลย เพราะคุณพ่อและคุณแม่น้องไฮ้รัมหน้าตาดีเสียด้วย

 



ส่วนคุณพ่อและคุณแม่ของน้องไฮ้รัมก็เอาข้าวของทุกอย่างที่จำเป็นต้องใช้มาให้หนูที่บ้าน นอกจากนั้นก็ยังเตรียมอาหาร นม ไว้ให้เรียบร้อย ไม่พอแค่นั้นก็ยังมีพวกชื่อที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ บัตรประกันสุขภาพของน้องไฮ้รัมใส่ไว้ในกระเป๋าเผื่อจำเป็นในยามฉุกเฉินด้วย นอกเหนือจากนั้นก็มีหนังสือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ

 



เมื่อได้ทุกอย่างแล้ว คุณแม่น้องไฮ้รัมก็ไม่ลืมของของเด็กเล่นสารพัดอย่างมาไว้ที่บ้านหนูด้วย ส่วนหนูก็ไม่รอช้าถามเกี่ยวกับตัวพอประมาณ คุณแม่น้องไฮ้รัมได้อธิบายความชอบ อุปนิสัยส่วนตัวของน้องไฮ้รัมให้หนูได้ทราบพอคร่าว ๆ หนูได้ทำความเข้าใจรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น โดยถามคำถามหลาย ๆ อย่าง



“Did he like the music?” ด้วยความที่เวลาหนูอยู่บ้าน หนูมักจะเปิดเพลงฟังมากกว่าดูทีวี

 



“Yes, he does. He loves the music and loves to dance.” คุณแม่น้องไฮ้รัมตอบด้วยรอยยิ้มอย่างจริงใจ



“Does Hiram like Thai music?” เพราะเพลงที่หนูฟังส่วนใหญ่ก็เพลงไทยทั้งนั้น และที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นเพลงในเวบบล็อกแก็งค์ของหนูนั่นเอง



“Yes, he likes all kind music. Every time he hears the music, he is always excited about it.” คุณแม่น้องไฮ้รัมยืนยัน

 



“That’s good. You don’t have to worry. I will take good care of him” พูดพลางเอื้อมมือไปอุ้มหนุ่มน้อยทันที จากนั้นก็ทักทายด้วยภาษาอังกฤษ น้องไฮ้รัมมองหน้าหนู พลางยิ้มแป้นให้หนูด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เด็กน้อยคนนี้เขาต้องถูกชะตากับหนูแน่นอน จากนั้นหนูก็ไม่ลืมถามคุณแม่น้องไฮ้รัม

“Can I speak Thai to him?”



หนูถามคำถามนี้ เพราะคิดว่าการได้พูดภาษาไทยไปด้วย ถือว่าเป็นการเรียนรู้อีกภาษาหนึ่งให้กับเด็กไปในตัว ที่จริงหนูก็ไม่เคยมีปัญหาในการพูดภาษาอังกฤษแต่อย่างใด

สำหรับหนูแล้วรู้สึกว่า การพูดจาอ่อนหวานกับเด็กหรือผู้ใหญ่ หนูว่าภาษาไทยเรามีเสน่ห์ยิ่งนัก ศัพท์ภาษาไทยบางคำสละสลวยสวยงามยิ่งกว่าภาษาอังกฤษเสียอีก ซึ่งศัพท์เหล่านี้บางทีภาษาอังกฤษกลับไม่มีเลย ดังนั้นหนูจึงมีความสุขกับการภาษาไทยพูดกับเด็กมากกว่าภาษาอังกฤษเสียอีก

คุณแม่น้องไฮ้รัมยิ้มแป้นทันที “Yes, no problem. I love to see you speak Thai to my baby. I would like him to learn to speak another language too.” เธอตอบรับอย่างมั่นใจ และเชื่อใจในภาษาไทยของหนูมากที่สุด



หลังจากที่พูดคุยกันเสร็จ หนูกับแฟนก็พากันอุ้มน้องไฮ้รัมเข้ามาในบ้าน พลางหยอกเล่นไปตามประสา พอเห็นน้องไฮ้รัมรู้สึกเบื่อกับการเล่นของเล่นที่มีอยู่ หนูก็สรรหากิจกรรมอื่น ๆ ที่ทำให้น้องไฮ้รัมตื่นเต้น แน่นอนหนูชอบเปิดเพลงเต้นรำ เมื่อหนูรู้ว่าน้องไฮ้รัมก็ชอบเสียงเพลงมีหรือที่หนูจะรีรอ

ในวันนี้หนูใส่ผ้าถุงที่ซื้อมาจากเมืองไทย และใส่เสื้อยืดที่ซื้อมาจากตะวันนาด้วย ไม่พอแค่นั้น หนูก็มัดผมทรงนังแจ๋วเสียด้วย หนูรีบเปิดเพลงจากเวบบล็อกแก็งค์ของหนูทันที “โนบรา โนราห์” ของ บิว กัลยาณี แล้วก็อุ้มน้องไฮ้รัมเต้นรำไปด้วย น้องไฮ้รัมดูมีความสุขกับการเต้นรำกับหนูเป็นอย่างมาก เห็นได้จากเสียงหัวเราะและปากค้าง พร้อมทั้งน้ำลายไหลเยิ้มออกมาด้วย หนูเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย

พอสักพักหนูก็รู้สึกเหนื่อยกับการอุ้มหนุ่มน้อยเป็นอย่างมาก เพราะน้องไฮ้รัมก็หนักใช่ย่อย หนูจึงตัดสินใจให้น้องไฮ้รัมนั่งในที่นั่งของเด็ก จากนั้นหนูก็เต้นให้น้องไฮ้รัมดู พร้อมทั้งทำท่าหยอกเล่นไปด้วย ส่วนน้องไฮ้รัมก็ยังยิ้มถูกอกถูกใจ แถมน้ำลายไหลไม่หยุด ๆ เสียงหัวเราะ เอิ๊ก อ๊าก จากหนุ่มน้อยทำให้หนูมีความสุขยิ่งนัก ส่วนแฟนก็นั่งมองหนูทำกิจกรรมกับน้องไฮ้รัมไปพลาง ๆ

หนูไม่เต้นเปล่า แถมบอกน้องไฮ้รัมอีกต่างหาก “Hi baby, look at me!” พูดพลางยิ้มแป้นทำท่าจ๊ะเอ๋ให้กับน้องไฮ้รัมไปด้วย ส่วนน้องไฮ้รัมก็ดูสนใจหนูเสียเหลือเกิน

“You have to look at me. I’m going to dance.”

พูดพลางหนูก็เต้นไปตามจังหวะท่าเต้นที่พอจะคิดได้ ไม่ว่าจะโยกซ้าย โยกขวา หน้าหลัง หนูเต้นได้หมด ไม่พอแค่นั้นยังดัดแปลงท่าเต้นของนักร้องขาแดนซ์หลาย ๆ คนมาเต้นโชว์ในครั้งนี้ด้วย แม้แต่ชากิร่า หรือ บิออนเซ่ก็ยังชิดซ้ายหนูเลย เพราะหนูเต้นมั่วไปหมด ยิ่งกว่าท่าเต้นของกบเขียดที่ถูกน้ำร้อนลวกเสียอีก

ส่วนน้องไฮ้รัมก็ยังชอบใจกับเสียงเพลง และท่าเต้นประแหลกประหลาดของหนูไม่น้อย หนูเองก็รู้สึกมันส์และก็สนุกกับกิจกรรมแรกเริ่มยิ่งนัก พอจบเพลงแรกก็ตามด้วยเพลงที่สอง เพลงต่อไปก็เป็นเพลง ตะลึง ของ อนัน อันวา ซึ่งหนูค้นเจอที่เวบเพลงด้วย

หนูชอบเพลงนี้มาก และคิดจะเอามาใช้เป็นเพลงประกอบในนิยายเสียด้วย ดังนั้นหนูจึงต้องขอเต้นเพลงนี้โชว์น้องไฮ้รัมสักหน่อย พอเพลงดังขึ้นหนูก็ทำท่าเต้นโชว์น้องไฮ้รัมทันที ไม่ว่าจะเป็นท่า ตะลึง ๆ หนูก็ลอกเลียนน้องอนัน อันวาได้อย่างเนียบเนียน ไม่พอแค่นั้นหนูก็ยังบอกน้องไฮ้รัมด้วย

“Hi, baby. How is my dance? Do you like it?”

 



พูดเสร็จก็ร้องตามตลึง ๆ และก็เต้นตามจังหวะ พร้อมทั้งหยอกน้องไฮ้รัมไปด้วย ส่วนน้องไฮ้รัมนั้นก็หัวเราะไม่หยุดหย่อน น้ำลายก็ยังไหลเยิ้ม ซึ่งหนูก็ต้องคอยเช็ดให้ตลอด ไม่รู้ว่าน้องไฮ้รัมหิวท่าเต้นของหนูหรือเปล่า พอสักพักแฟนก็มายืนดูหนูเต้นรำโชว์น้องไฮ้รัมด้วย ส่วนหนูก็แกล้งหยอกน้องไฮ้รัมว่า

“Baby, you have to look at me. You know when you grow up, you might not get to see an Asian woman dance for you. Right now you are lucky to see me dancing. You should look at me…ha ha ha…Do you like?”

พูดพลางเต้นรำและก็วิ่งไปหยอกน้องไฮ้รัมเรื่อย ๆ

พอเต้นไปได้สักพัก หนูก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว และน้องไฮ้รัมก็คงจะเบื่อหน่ายท่าเต้นเหมือนเขียดของหนูเสียแล้ว หนูจึงเปิดเพลงเอาไว้ และก็หากิจกรรมอย่างอื่นพาน้องไฮ้รัมทำต่อ ก็คงไม่มีอะไรมาก นอกจากให้เล่นของเล่น ดื่มนม ป้อนอาหาร และก็เปลี่ยนผ้าอ้อมและเสื้อผ้าให้

 



หนูได้เรียนรู้ว่า เด็ก ๆ เวลาที่หิวและง่วงจะงอแงมากที่สุด และเวลาที่เขาอึใส่แพมเพิร์ทก็มักจะทำหน้าทำตาเหมือนอึดอัดร่างกายของตัวเองตลอด นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องที่เขาอยากกลิ้ง หนูต้องปล่อยให้เขากลิ้งตามใจชอบ โดยหาผ้านวมกว้าง ๆ มาปูบนพื้น แล้วก็ให้เขากลิ้งให้สบายใจเขา ส่วนหนูก็นอนและคลานอยู่รอบ ๆ คอยดูคอยเฝ้าให้ดีที่สุด

น้องไฮ้รัมยังอยู่ในวัยกำลังคลานและกลิ้งเท่านั้น ซึ่งก็ยังนั่งด้วยตัวเองไม่ได้เลย เวลาที่ให้เขานั่ง หนูก็ต้องนั่งคอยประคับประคองตลอด เพื่อที่จะไม่ได้หกล้ม น้องไฮ้รัมเป็นเด็กที่น่ารักมาก เขาจะเป็นเด็กที่หลับง่าย เวลาที่หนูป้อนนมเขานั้น เขามักจะหลับทุกที แล้วเวลาที่น้องไฮ้รัมหลับหนูก็มักจะหลับด้วยตลอด สงสัยหนูคงจะหมดแรงกับการเต้นรำมาเยอะ เลยเพลียและหลับอย่างง่ายดาย



ในวันแรกที่หนูมีโอกาสได้เลี้ยงน้องไฮ้รัม หนูและแฟนมีความสุขเป็นอย่างมาก ช่วงเย็น ๆ หนูกับแฟนให้น้องไฮ้รัมนั่งในรถเข็น และก็พาเดินรอบ ๆ หมู่บ้านที่หนูพักอยู่ ก็นับว่าโชคดีอย่างมาก เพราะหมู่บ้านที่หนูพักอยู่ค่อนข้างสะอาดและมีความปลอดภัยสูง คนส่วนใหญ่ที่พักอยู่ที่นี่ก็ค่อนข้างเป็นกันเอง ทำให้หนูกับแฟนพลอยมีความสนุกกับทริปการเดินเล่นด้วย

ในช่วงค่ำหลังจากที่คุณพ่อคุณแม่มารับน้องไฮ้รัมกลับไปแล้ว หนูกับแฟนก็หมดแรงทันที เพราะเพลียกับการอุ้มและหยอกเล่นตลอด โดยเฉพาะหนูน๊อคเป็นตายเลย เพราะรู้สึกเพลียมาก ๆ ในวันนั้นหนูรับประทานอาหารแค่มื้อเดียวเท่านั้น

หนูคิดว่าถ้าหากหนูดูแลน้องไฮ้รัมทุก ๆ วัน หุ่นของหนูจะต้องผอมแน่นอน และก็เป็นความจริงคืนนั้นหนูเข้านอนตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบเที่ยงตรง ซึ่งหนูเองก็ไม่เคยนอนยาวขนาดนี้เลย ความเหนื่อยทำให้หนูเพลียและหลับเป็นตาย หนูกับแฟนยอมรับว่ามีความสุขกับการเลี้ยงน้องไฮ้รัมเป็นอย่างมาก



สองวันถัดมาคุณแม่น้องไฮ้รัมโทรมาหาหนูอีกครั้ง คราวนี้เธอต้องการจ้างหนูเป็นพี่เลี้ยงน้องไฮ้รัมอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งเสนอเงินค่าตอบแทนให้ และก็จัดตารางการทำงานต่าง ๆ ให้กับหนูด้วย หนูไม่ได้สนใจเรื่องเงินมากนัก สิ่งที่หนูสนใจก็คือ การได้รับความไว้ใจจากคน ๆ หนึ่งที่ให้หนูดูแลลูกเขาได้ พิเศษสุดก็คือการได้เลี้ยงหนุ่มน้อยคนนี้ด้วย

หนูกับแฟนยอมรับว่าหลงรักน้องไฮ้รัมเป็นอย่างมาก เราสองคนไม่เคยรังเกียจที่จะจับขี้จับเยี่ยวเลี้ยงดูเอาใจใส่เสมือนลูกของตัวเอง ผลกำไรที่ได้จากการเลี้ยงดูน้องไฮ้รัมก็คือ การได้ฝึกเลี้ยงเด็กไปในตัวด้วย



หนูมักจะอุ้มชูกอดหอมน้องไฮ้รัมตลอด บางทีก็พามานอนกลิ้งบนเตียงนอน หยอกนั่นหยอกนี่ ทำให้เขายิ้มและหัวเราะให้บ่อยที่สุด การเลี้ยงดูเด็กฝรั่งก็ไม่ได้ต่างกับเด็กไทยมากนัก เพียงแต่เด็กฝรั่งเราต้องจัดอาหารให้เด็กทานตามที่คุณแม่ของเด็กเตรียมไว้ให้ จะให้เด็กทานอาหารสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนหลาน ๆ ของหนูก็คงไม่ได้ เพราะสภาพร่างกายและการตอบรับของเด็กแตกต่างกัน

 



หนูได้เรียนรู้และมีความสุขที่ได้เป็นเบบี๋ซิทให้กับน้องไฮ้รัมเป็นที่สุด และแฟนเองก็พลอยมีความสุขกับหนูไปด้วย นอกจากนั้นญาติพี่น้องเพื่อนฝูงที่เมืองไทยก็พลอยหลงไหลเสียงหัวเราะและเรื่องเล่าน้องไฮ้รัมจากหนูเสมอ หนูเลี้ยงน้องไฮ้รัมได้เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน หลังจากนั้นคุณแม่น้องไฮ้รัมก็มีญาติมาช่วยเลี้ยงน้องไฮ้รัม ทำให้หนูไม่ได้เลี้ยงน้องไฮ้รัม แต่ก็มีเวลาไปนั่งเล่นด้วยอยู่เสมอ พอเลี้ยงน้องไฮ้รัมไม่นาน Auburn University ก็เปิดเทอม ซึ่งหนูเข้าไปเรียนเพียงไม่นานก็ต้องหยุด ด้วยเหตุผลทางส่วนลดที่ต้องรอให้แฟนทำงานจนครบหนึ่งปีเสียก่อน ช่วงระหว่างที่รอก็ทำงานฆ่าเวลาไปพลาง ๆ และบัญเอิญแฟนได้งานเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยที่รัฐโอกลาโฮม่า ทำให้หนูและคนรักจำเป็นต้องย้ายจากอลาบาม่าเพื่อมามีชีวิตใหม่ที่ดีและมั่นคงกว่ากัน แต่ทั้งนั้นหนูกับแฟนก็ยังคิดถึงน้องไฮ้รัมและครอบครัวเสมอ

บันทึกเรื่องเล่า วันที่ 27 ตุลาคม 2007 โดย Natthinee Khot-asa Jones







 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



[1]

Opinion No. 1 (138805)

บังเอิญได้อ่านข้อความของคุณ รู้สึกชื่นชม คุณเป็นคนดีนะ ขอให้คุณโชดดี

มีความสุข สุขกาย สุขใจ สุขภาพแข็งแรง ตลอดไปนะ

 

By P' am (amara_fsk-at-hotmail-dot-com)Date 2011-08-08 17:47:04


Opinion No. 2 (146951)

 ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์นะคะ  เพราะดิฉันเอง เพิ่งย้ายมา อยู่อเมริกา และเพื่อนบ้านได้มาฝากให้เลี้ยงลูกให้ แต่ว่า เป็น เด็กชาย 1 คน และ เด็กหญิง1 คน  ตื่นเต้นมากคะ ไม่รู้ต้องทำไง  รู้สึกดีขื้นที่ได้อ่านข้อความประสบการณ์ของคุณ  ขอบคุณมากคะ  ขอให้คุณมีความสุข สุขภาพแข็งแรง สมหวัง ในทุกสิ่งทุกประการคะ

By PIM (joob-joob2010-at-hotmail-dot-com)Date 2014-08-09 00:45:17


Opinion No. 3 (147098)

 ขอบคุณ คุณ P' am มากนคะที่แวะมาอ่านงานเขียนในเวบไซต์ของดิฉัน ขอบคุณสำหรับคำชมที่มอบให้ค่ะ ดิฉันก็ขอให้คุณและครอบครัวมีความสุขมาก ๆ เช่นกันนะคะ 

By ์Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-11-10 08:12:28


Opinion No. 4 (147099)

ขอบคุณ คุณ PIM มากนะคะที่แวะมาอ่านงานเขียนประสบการณ์ชีวิตในเวบไซต์ของดิฉัน ชีวิตการเป็นพี่เลี้ยงเด็กนั้น อันดับแรกก็ต้องมีใจรักในตัวเด็กค่ะ พร้อมที่จะเหน็ดเหนื่อยและดูแลเด็กให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องรายละเอียด พ่อกับแม่เด็กจะให้คำแนะนำอีกทีค่ะ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน และกิจวัตรประจำวันที่เด็กทำค่ะ 

 

ขอให้คุณโชคดีและมีความสุขมาก ๆ ในงานเป็นพี่เลี้ยงนะ ขอเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ 

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2014-11-10 08:14:50



[1]


Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones