dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "ร้องไห้กับฉัน"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนที่เธอไม่รัก"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
bulletMusic Hidden in the Memory "ช่างไม่รู้เลย"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


Music Hidden in the Memory "คนที่เธอไม่รัก"

 




บทเพลง "คนที่เธอไม่รัก" ของ "พลพล" ดังอยู่ตลอด ผมนั่งฟังเพลงอยู่เงียบ ๆ นึกถึงเรื่องราวชีวิตตัวเองที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้ทำให้ผมอดไม่ได้ที่นึกถึงใครคนหนึ่งที่ผมเคยรักมาก คนที่ผมเก็บซ่อนไว้ในหัวใจมาตลอด และผมก็ไม่เคยลืมเธอคนนี้ไปได้เลย

เมื่อปี 2545 เศรษฐกิจของไทยซบเซาเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ส่งผลกระทบให้กับผู้ประกอบการทุกประเภท แม้แต่ในสังคมโรงงานก็ไม่สามารถพยุงตัวเองได้เลย โดยเฉพาะภายในสังคมโรงงานในนวนคร มีหลายโรงงานตัดสินใจลดต้นทุนการผลิต โดยการการจ้างพนักงานออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ยอมรับว่าเหตุการณ์ในช่วงนั้นมีคนตกงานอยู่หลายคน

สำหรับบริษัทที่ผมทำงานอยู่ จัดว่าเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร บริษัทผมมีนโยบายจ้างพนักงานออกเช่นเดียวกัน โดยที่ไม่มีการบังคับพนักงานแต่อย่างใด พนักงานทุกคนสามารถสมัครใจลาออกด้วยตนเอง และทางบริษัทยินดีจ่ายค่าตอบแทนให้ตามความเหมาะสม แน่นอนเสมียนคนหนึ่งซึ่งดูแลงานแผนกของผมก็สมัครใจลาออกในครั้งนี้ด้วย ด้วยเหตุผลที่อยากออกไปเรียนหนังสือต่ออย่างเดียว ดังนั้นแผนกของผมและแผนกฝ่ายเอ็นจิเนียร์จึงขาดเสมียนผู้ช่วยไปหนึ่งคน

ส่วนเสมียนที่เหลือก็ทำงานหนักตัวเป็นเกลียวเพียงลำพัง หลายวันที่ผ่านมาผมได้ยินเหล่าบรรดาผู้จัดการคุยกันว่าจะดึงเสมียนจากแผนกฝ่ายคลังสินค้ามาทำงานตรงนี้แทนเสมียนคนเก่า เพราะไม่อยากเทรนงานเด็กใหม่ให้เสียเวลา อีกทั้งบริษัทกำลังลดต้นทุนในส่วนแรงงานด้วย ฉะนั้นการดึงพนักงานจากแผนกอื่น ๆ มาทำหน้าที่ตรงนี้แทน คือทางออกที่ดีที่สุดที่ทางบริษัทพอจะทำได้

วันนี้ผมไปทำงานปกติเหมือนกับวันอื่น ๆ ทุก ๆ วันจันทร์ที่แผนกฝ่ายช่างพร้อมทั้งฝ่ายเอ็นจิเนียร์มักจะมีการประชุมเป็นประจำ ผมในฐานะที่เป็นเพียงแค่ช่างเทคนิคธรรมดา ๆ ซึ่งเพิ่งจะเรียนจบใหม่ ๆ ก็ต้องทำงานตามคำสั่งของผู้จัดการตลอด ซึ่งเหล่าบรรดาผู้จัดการของผมก็คือพวกเอ็นจิเนียร์นั่นเอง ผมยอมรับว่าแผนกของผมมีพนักงานผู้ชายมากที่สุด และก็มีพนักงานผู้หญิงเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งถ้านับรวมกับฝ่ายผลิต ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายออฟฟิตใหญ่ของแผนก พนักงานผู้หญิงก็มีประมาณ 10 คนได้ นอกนั้นก็มีแต่ผู้ชายทั้งหมด

ในวันที่ผมจะต้องเข้าประชุมในตอนเช้า พวกช่างเทคนิคและเอ็นจิเนียร์ต่างก็ยืนคุยเกี่ยวกับปัญหางานด้วยกัน ซึ่งผมก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี ช่วงระหว่างนั้นผู้จัดการใหญ่ในแผนกเดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งผมจดจำเธอคนนี้ได้เสมอ เพราะผมเคยเห็นเธอช่วงที่ไปเบิกตัวงานในแผนกคลังสินค้า

ผู้หญิงคนนี้ผมคิดว่าอายุน่าจะประมาณยี่สิบปีต้น ๆ ผมดำสลวยยาวถึงเอว ผิวพรรณคมขำ ใบหน้าหวาน ๆ ร่างเล็ก ๆ แต่กะทัดรัดได้รูป และก็จัดว่าเป็นผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักมีเสน่ห์ไม่น้อยไปกว่าหญิงสาวในแผนก เวลาที่มองแววตาของเธอชวนให้หลงไหลไปอีกแบบ สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าเธอจัดเป็นคนที่สวยที่สุดในสายตาผม ผมมักจะแอบมองทุกครั้งที่เห็นเธอเดินผ่าน เมื่อไหร่ที่ผมได้สัมผัสแววตาของเธอ ใจของผมก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมอยากค้นหา

เมื่อพี่นพดลซึ่งเป็นผู้จัดการใหญ่ฝ่ายเอ็นจิเนียร์เดินเข้ามาในกลุ่ม เหล่าบรรดาเอ็นจิเนียร์ทั้งหลายต่างก็หยุดคุยทันที เสมือนกับว่าคนที่กำลังเดินเข้ามาในกลุ่มมีอำนาจเหลือเกิน ทำให้ทุกคนต้องหยุดการกระทำของตัวเองโดยอัตโนมัติ และเมื่อสบโอกาสผมก็แอบมองเธอคนนี้ตามเคย ผมเห็นรอยยิ้มเขินอายจากริมฝีปากเล็ก ๆ และแววตาที่เป็นประกายมีเสน่ห์คู่นั้น

พี่นพดลยืนแนะนำเธอให้ผมและพนักงานทุก ๆ คนได้รู้จัก แน่นอนในช่วงเวลานั้นก็มีเพียงพนักงานเสมียนผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่แปลกที่สายตาผู้ชายหลายสิบคนในเวลานั้นต่างก็จดจ้องมองไปที่เธอคนนี้คนเดียว และผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยที่มองเธออยู่ตลอด

“เสมียนคนใหม่ของเราครับ น้องเขามาทำงานแทนน้องหลินนะ ชื่อ น้องณัฐ ยังไงพี่ฝากทุก ๆ คนช่วยดูแลให้คำแนะนำแก่น้องเขาบ้างนะครับ อย่าลืมช่วยสอนงานให้น้องเขาด้วยนะ พี่คิดว่าหลาย ๆ คนในนี้คงจะคุ้นเคยหน้าตาน้องเขามาบ้างแล้ว เพราะน้องเขาทำงานอยู่ที่แผนกฝ่ายคลังสินค้าของเรา เมื่อแผนกของเราขาดน้องหลินไปสักคน พี่และผู้บริหารหลายคนจึงเลือกที่จะดึงน้องณัฐมาช่วยดูแลงานตรงนี้ให้กับพวกเราทุก ๆ คน ยังไงก็ฝากดูแลด้วยนะครับ”

คำพูดของพี่นพดลทำให้ทุก ๆ คนพยักหน้าและก็ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับเธอตลอด และสิ่งที่ผมยังจำได้ติดตาก็มือเรียวสวยประนมไหว้ทุกๆ คนที่อยู่ในที่ประชุม ผมเห็นแล้วอยากสัมผัสมือเรียวคู่นั้นเสียเหลือเกิน เพราะมันคือความอ่อนโยนที่เธอมีในตัวซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อน

“สวัสดีค่ะ ณัฐขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

คำพูดอ่อนหวานทำเอาใจของผมสุขไม่น้อย ผมไม่คิดว่าผู้หญิงหวาน ๆ อย่างเธอจะมาทำงานร่วมกับแวดวงผู้ชายได้ และก็ได้แต่เฝ้าคิดเฝ้าหวังว่าเธอคงจะรอดน้ำมือเหล่าบรรดาเสือสิงห์ในแผนกของผมไปได้

แน่นอนผมยังเฝ้าดูการกระทำของเธอตลอด นับตั้งแต่วันแรกที่เธอย้ายมาทำงานในแผนกของผม แม้ว่าเธอจะนั่งทำงานประจำอยู่ที่ออฟฟิตใหญ่กับเหล่าบรรดาเอ็นจิเนียร์และผู้จัดการระดับใหญ่ตลอด แต่ผมก็มีโอกาสได้เห็นเธอทุก ๆ วัน เพราะในแต่ละวันเธอจะแวะมาในส่วนการทำงานของผมเป็นประจำ บางครั้งก็แวะเอาเอกสารที่ก้อปปี้มาฝากพี่ช่างใหญ่ของผม และนั่นก็คือโอกาสที่ผมได้เห็นเธอแทบทุกวัน

การได้เห็นและได้แอบรักเธอมันคือความสุขของผู้ชายอย่างผม และทุกครั้งที่เธอเดินผ่านเข้ามาในแผนกที่ทำงานของผม เธอก็มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสปนเขินอายอยู่ตลอด เพราะเพื่อน ๆ ของผมหลายคนชอบหยอกชอบแซวเธอเป็นประจำ บางครั้งผมก็สังเกตเห็นใบหน้าของเธอแดงระเรื่อกับคำแซวของเหล่าบรรดาผู้ชายที่ทำงานด้วยกัน ผมรู้สึกชอบอกชอบใจทุกครั้งที่เห็นเธอเขินอาย ผมรู้สึกว่า ผู้หญิงแต่ละคนมีความสวยที่แตกต่างกัน ผู้หญิงบางคนยิ่งมองก็ยิ่งสวย แต่ผู้หญิงบางคนเห็นครั้งแรกสวยน่ารักมาก แต่พอมองนาน ๆ เข้ากลับดูไม่มีเสน่ห์ไม่มีความสวยเหลืออยู่เลย

ผมเองก็ไม่ใช่ผู้ชายที่เชี่ยวชาญเรื่องผู้หญิงแต่อย่างใด ผมยังเป็นเด็กหนุ่มที่เพิ่งเรียนจบ และมาทำงานที่นี่เพื่อหาประสบการณ์ชีวิตให้กับตนเอง ผมยอมรับว่าเคยมีความรักมาบ้าง แต่ก็เป็นความรักแบบวัยรุ่น ไม่ได้จริงจังมากนัก มันเหมือนกับความสนุกเสียมากกว่า แต่แปลกทำไมใจของผมถึงชอบมองเธอคนนี้ตลอด

บ่อยครั้งที่ผมนั่งซ่อมเครื่องจักรอยู่ พอเห็นเธอเดินผ่านมา ผมก็อดที่จะแอบมองไม่ได้ รอยยิ้มที่เธอส่งมาให้ทำเอาผมชื่นใจไม่น้อย ผมคิดว่าเธอคงไม่ได้คิดอะไรกับรอยยิ้มที่ส่งมาให้ผม เพราะเธอเป็นคนที่อัธยาศัยดีและยิ้มเก่ง ทำให้เธอมองว่าเป็นนิสัยส่วนตัวของเธอด้วย แต่ผมนี่สิแอบรักนิสัยส่วนตัวและรักทุกอย่างที่เป็นเธอมาตลอด

มีอยู่วันหนึ่งทางฝ่ายเอ็นจิเนียร์ต้องการนับตัวงาน (แมทธิเรียล) ที่เหลือทั้งหมดของแผนกฝ่ายช่าง โดยที่ทางผู้จัดการใหญ่ได้ส่งเธอมาช่วยดูแลตรงนี้ด้วย ทำให้ผมได้ใกล้ชิดเธอมากขึ้น แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงเวลาที่น้อยนิดหรือแค่ความรู้สึกที่ผมคิดข้างเดียว แต่ผมก็มีความสุขที่ได้ทำงานกับเธอ ผมไม่เคยมีโอกาสได้พูดกับเธอมากนัก นอกจากเรื่องงานแล้วผมก็ไม่เคยได้คุยกับเธอเลย คนที่ได้คุยกับเธอบ่อยที่สุดก็คงจะเป็นนายช่างใหญ่ซึ่งเป็นหัวหน้าผมเอง

“พี่บีคะ งานโมเดลนี้มีเหลืออยู่อีกหรือเปล่าคะ?”

เสียงนุ่มของเธอถามพี่บีและก็ช่วยพวกผมนับงานไปด้วย โดยที่งานส่วนตรงนี้ไม่ใช่หน้าที่ของเธอเลย หน้าที่โดยตรงของเธอก็คือการคอยจดตัวเลขจากพวกผมเท่านั้น แต่เธอคนนี้เป็นคนมีน้ำใจและไม่เคยรังเกียจที่จะทำงานนอกเหนือจากหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งส่วนตรงนี้นี่เองที่ทำให้ผมนับถือน้ำใจเธอไม่น้อย

“ก็มีอยู่ที่ด้านหลังไลน์นะ เดี๋ยวพี่ให้กฤษไปนับให้นะ” พี่บีได้แจ้งให้เธอทราบ ก่อนที่จะหันมาสบตาพร้อมทั้งยิ้มให้ผมนิดหนึ่ง

แน่นอนพี่บีอ่านใจผมออกว่าอะไรเป็นอะไร แม้ผมจะไม่เคยเอ่ยปากบอกให้พี่บีทราบว่าผมแอบรักเธอคนนี้ แต่นิสัยผู้ชายด้วยกันคงดูไม่ยากมากนัก คงมีแต่เธอเท่านั้นที่ไม่เคยอ่านใจผมได้เลย บ่อยครั้งที่เธอเห็นผมแอบมอง เธอก็มักจะส่งยิ้มให้ผมตลอด จนผมไม่รู้ได้เลยว่ารอยยิ้มตรงนี้เป็นรอยยิ้มที่เธอรับรู้ความรู้สึกจากหัวใจของผม หรือว่าเป็นแค่เพียงรอยยิ้มที่เธอมีให้กับทุกๆ คนที่รู้จัก

“เดี๋ยวณัฐไปช่วยพี่กฤษนะคะ” คำพูดอ่อนหวานทำให้ใจผมกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทุกที นอกจากเธอจะน่ารักแล้ว เธอคนนี้ก็ยังมีน้ำใจกับผมอีกต่างหาก

และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ผมหวังเอาไว้ วันนั้นผมมีโอกาสได้นั่งนับงานกับเธอสองคนที่หลังไลน์ ซึ่งแผนกของผมเป็นแผนกที่ใหญ่มาก ซึ่งจะมีเครื่องจักรสำหรับพนักงานฝ่ายผลิตประมาณห้าสิบเครื่องเรียงยาว และแต่ละเครื่องจักรจะมีพนักงานชายคุมเครื่องเพียงหนึ่งคนเท่านั้น

แม้ว่าช่วงเวลานั้นจะมีเพียงเธอกับผม แต่ผมก็ไม่กล้าพูดอะไรกับเธอนอกเหนือจากคุยเรื่องงานเท่านั้น ผมสังเกตดูใบหน้าหวาน ๆ ดูเป็นผู้หญิงที่จริงจังกับชีวิตไม่น้อย ซึ่งเวลานับงานเธอค่อนข้างละเอียดรอบคอบตลอด แม้แต่งานเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอก็ไม่เคยปล่อยให้ผ่านสายตาไปได้เลย เธอจะนับทุกจุดที่เห็นว่าสำคัญ ซึ่งการได้ใกล้ชิดกับเธอทำให้ผมได้เข้าใจแล้วว่า ทำไมผู้จัดการใหญ่จึงเลือกเธอเข้ามาทำงานในส่วนตรงนี้

“ขอบคุณพี่กฤษมากนะคะ”

คือคำพูดที่เธอเอื้อนเอ่ยให้ผมได้ยินหลังจากที่นับงานเสร็จ แม้ใจของผมอยากจะขอบคุณเธอเสียมากกว่าที่สละเวลามาช่วยผมนับงานตรงนี้ แต่ผมก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป ได้แต่มองหน้าเธอและก็ยิ้มอยู่ตลอด ผมยอมรับว่าอยากจะขอบคุณเธอมากกว่าที่ทำให้ผมได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับเธอสองต่อสอง

แน่นอนคำขอบคุณของเธอทำเอาใจของผมชุ่มชื่นยิ่งนัก ผมรักเสียงที่เธอพูดคุย และก็หลงไหลรอยยิ้มของเธอเป็นชีวิตจิตใจ บวกทั้งมีความสุขทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับเธอ

หนุ่มโรงงานอย่างผมอยากจะจีบเธอมากเหลือเกิน และก็อยากจะบอกรักเธอไปตรง ๆ แต่ก็ไม่กล้า เพราะผมไม่รู้ว่าเธอมีใครอยู่ในใจ ผมได้แต่ภาวนาว่าเธอคงไม่มีใครเหมือนกับที่ผมเป็นอยู่

ทุก ๆ วันจันทร์ที่แผนกใหญ่มักจะมีการประชุมเสมอ ผมเห็นเธอยืนข้างหน้ากับเพื่อนผู้หญิงสองสามคนที่เคยทำงานในคลังสินค้าตลอด บางครั้งผมก็เห็นเธอยืนเกาะแขนเพื่อนสนิทของเธอและก็คุยเรื่องสนุกสนาน ผมเห็นแล้วอยากจะเป็นเพื่อนสนิทของเธอมากที่สุด อยากจะให้เธอคนนี้เกาะแขนผมสักครั้ง ไม่รู้ว่าชาตินี้ผมจะมีโอกาสไหม ผมได้แต่แอบคิดและแอบมองเธอทุกครั้งที่เห็นภาพเหล่านี้

บ่อยครั้งที่มีการประชุมผมมักจะยืนติดกับพี่บีเสมอ และก็มักจะสังเกตดูการกระทำของเธอไม่ให้คลาดสายตา ในบางครั้งที่พี่บีมีคำถามให้กับเหล่าบรรดาผู้จัดการใหญ่ พี่บีก็ยกมือตั้งคำถามต่างๆ นานา บ่อยครั้งที่ได้ยินเสียงพี่บีถามขึ้น ผมมักจะเห็นหลาย ๆ คนหันหน้ามาสนใจคนที่ตั้งคำถามตลอด

แน่นอนผมเห็นใบหน้างาม ๆ หันมามองพี่บีเช่นเดียวกัน และผมก็สบตากับเธอทุกครั้งที่หันมาทางพี่บี คงมีเพียงรอยยิ้มอ่อนหวานที่ผมได้รับกลับมาเช่นเคย ซึ่งก็ทำให้ผมมีความสุขไม่น้อย ผมชอบมองเส้นผมของเธอเป็นชีวิตจิตใจ ผมดำนุ่มสลวยของเธอคงจะนุ่มยิ่งกว่าผ้าไหมที่แม่ของผมเคยทอเมื่อครั้งที่ผมยังเด็ก ๆ รอยยิ้มของเธอคือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่า แผนกที่ผมทำงานอยู่นี้มีอะไรที่ดึงดูดใจผมไม่น้อย

ผมไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับชีวิตเธอมากนัก และก็เคยได้ยินเพื่อนฝูงพูดให้ฟังบ้างว่า เธอมีคนที่รักอยู่แล้ว และเขาคนนั้นกำลังเรียนหนังสืออยู่ ผมไม่รู้ว่ารักของเธอเป็นเช่นไร และก็ได้แต่ภาวนาอย่าให้เป็นจริง นอกจากนั้นก็มีข่าวให้ผมได้ยินแว่ว ๆ มาอีกว่า เธอมีหนุ่มต่างบริษัทมาจีบด้วย แต่ไม่รู้ว่าใจของเธอรักใครกันแน่ ผมไม่อยากรับรู้ว่าเธอมีใครที่เธอรัก แต่ผมอยากให้เธอรู้เหลือเกินว่า ผมเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่รักเธอไม่น้อย และก็รักตั้งแต่วันแรกที่เจอเธอ

เดือนแรกที่เธอย้ายเข้ามาทำงานที่แผนก ทำให้ชีวิตของผมมีความสุขอยู่มากทีเดียว ผมทราบจากเพื่อน ๆ มาว่าเธอพักอยู่กับเพื่อนสนิทที่หมู่บ้านไทยธานีในนวนคร และก็ทราบว่าเธอพักอยู่ซอยไหน หลังจากนั้นผมก็หาเรื่องย้ายไปอยู่คนละซอยกับเธอ โดยหาข้ออ้างว่าอยากหาที่พักใกล้ ๆ กับบริษัท ซึ่งจริงๆ แล้วผมอยากเห็นอยากรู้จักเธอเสียมากกว่า

เมื่อผมได้ย้ายไปอยู่คนละซอยกับเธอ ผมก็มีโอกาสได้พบเธอมากขึ้น และก็มีโอกาสได้มายืนรอรถรับส่งจุดเดียวกับเธอตลอด ในบริษัทของผมมีผู้หญิงมากมายหลายคน แต่แปลกทำไมเธอถึงเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ทำให้ผมอยากรู้จักเป็นพิเศษ ถึงขนาดยอมย้ายที่อยู่เพื่อจะได้มาเห็นชีวิตของเธอในแต่ละวัน ทั้งที่เธอไม่เคยรู้ตัวเลยว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่

ในบางวันผมก็เห็นเธอเดินออกมาขึ้นรถรับส่งกับเพื่อนสนิทที่จุดเดียวกันกับผม บ่อยครั้งที่ผมเห็นเธอเดินคุยหัวเราะสนุกสนานกับเพื่อน ๆ เหล่านั้น ก็มักจะทำให้ผมแอบอิจฉาเพื่อน ๆ ของเธอไม่น้อย ผมอยากจะเป็นเพื่อนสนิทของเธอเหลือเกิน เพราะอยากรู้ว่าเธอคุยอะไรกันบ้าง และก็อยากรู้ว่าใจของเธอมีสุขทุกข์อย่างไร ผมได้แต่คิดและอยากรู้ แต่ไม่กล้าทำอะไรเลยสักครั้ง ผมยังคงเป็นเพียงผู้ชายที่แอบรักเธออยู่ห่าง ๆ ไม่มีโอกาสได้คุยกับเธอเลย บ่อยครั้งที่เธอเห็นผม ก็มักจะส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรมาให้เสมอ ซึ่งก็ทำให้ผมพึงพอใจไม่น้อย

มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ผมมายืนรอรถรับส่งอีกฝั่งหนึ่ง ผมเห็นเธอเดินข้ามถนนอย่างรีบเร่ง เมื่อเห็นผมส่งสายตาให้ เธอก็ยิ้มตอบรับเหมือนเดิม พอข้ามถนนมาได้เธอก็เดินมายืนข้าง ๆ ผม

“วันนี้พี่กฤษมารอรถแต่เช้าเลยนะคะ ณัฐยังมาช้ากว่าพี่เสียอีก” พูดพลางยิ้มไปด้วย ทำเอาผมยิ้มไม่หุบเลย และก็ได้แต่ตอบอย่างเขินอาย

"ครับ พอดีพี่นอนไม่ค่อยหลับ"

"มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ"

"เปล่าครับ"

แน่นอนผมกับเธออายุไล่เลี่ยกัน ถ้าจะให้ผมเดานั้น ผมคิดว่าเธอต้องอายุน้อยกว่าผมหนึ่งปี หรือไม่ก็ไม่กี่เดือน ไม่ว่าผมและเธอจะอายุเท่าไร ส่วนตรงนี้ก็ไม่ได้มีผลกับหัวใจของผมที่มีต่อเธอเลย ผมยังคงรักเธอเสมอและรักเหมือนเดิม และก็แอบรักแอบเฝ้าดูความเป็นไปของเธออยู่ทุกวัน

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเธอมารอรถรับส่งที่เดียวกับผมเหมือนแต่ก่อน ผมอดสงสัยไม่ได้ และก็แกล้งไปสืบข่าวคราวกับเพื่อนสนิทของเธอ ในที่สุดผมก็ได้รู้ว่าเธอย้ายไปพักอยู่ที่อื่น และสิ่งที่ผมได้ยินก็ทำให้ใจของผมซึมเศร้าเป็นอย่างมาก เพราะรู้สึกเป็นห่วงเธอไม่น้อย ไม่รู้ว่าเธอจะมีชีวิตอย่างไร ไม่รู้ว่าเธอจะมีคนคอยดูแลเอาใจใส่หรือไม่ เกรงว่าเธอจะเหงาไม่มีเพื่อนคุย ผมยังคงสังเกตดูเธออยู่เรื่อย ๆ โดยที่ไม่เคยแบ่งปันใจและความรู้สึกไปให้ผู้หญิงคนไหนเลย

ความรู้สึกของผมที่มีให้กับเธอนั้น ไม่มีใครรู้นอกจากพี่บีเท่านั้น ผมรู้ว่าพี่บีก็เอ็นดูผมไม่น้อย และบ่อยครั้งที่พี่บีก็มักจะแกล้งคุยถามไถ่เกี่ยวกับชีวิตของเธอ ซึ่งผมก็รู้เกี่ยวกับตัวเธอมาจากพี่บีอีกครั้ง บางครั้งผมก็ซื้อเหล้าให้พี่บีดื่มเพื่อให้ช่วยสืบเกี่ยวกับตัวเธอให้กับผมให้ได้ ผมอยากรู้เกี่ยวกับตัวเธอทุกอย่าง แต่ทำไมผมไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับเธอด้วยตัวเอง ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรที่คอยกั้นขวางความรู้สึกระหว่างผมและเธอมาตลอด โดยที่ผมไม่กล้าทำอะไรได้เลย นอกจากการเก็บเอาภาพใบหน้างาม ๆ มานอนคิดถึงทุกค่ำคืนเท่านั้น

มีอยู่วันหนึ่งขณะที่ผมและเพื่อน ๆ พักรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว พวกผมก็มานั่งเล่นอยู่ที่ม้านั่งด้านหน้าของบริษัท ซึ่งก็มีม้านั่งอยู่หลายตัว เพื่อน ๆ ของผมบางคนก็นั่งสูบบุหรี่คุยเรื่องทั่วไปตามประสาผู้ชาย ผมรู้เสมอว่าเธอและเพื่อน ๆ มักจะเดินผ่านจุดนี้ตลอด และก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นเธอเดินผ่าน และที่สุขไปกว่านั้นก็คือการได้เห็นรอยยิ้มของเธอ

ขณะที่ผมกับเพื่อน ๆ นั่งคุยกันอยู่ เธอกับเพื่อนสนิทก็เดินผ่านมาพอดี พี่บีสบตากับผมนิดหนึ่งพลางอมยิ้มอยู่ในใจ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ส่วนผมนั้นก็แอบมองเธอเป็นครั้งคราว เพราะไม่อยากให้เธอรู้ตัว แต่แล้วความจริงก็ถูกเปิดเผย

“ณัฐ จะรีบไปไหนหรือเปล่า พอดีพี่มีเรื่องจะบอก” พี่บีเอ่ยทักเธอพลางยิ้มไปด้วย ทำเอาใจผมเต้นผิดปกติทันที ผมไม่รู้ว่าธุระที่พี่บีจะบอกเธอนั้นคืออะไรกันแน่

แน่นอนผมรู้ว่าเธอนับถือพี่บีเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง เธอส่งยิ้มมาให้ผมและเพื่อน ๆ ในกลุ่มอย่างเป็นมิตร จากนั้นก็บอกให้เพื่อนสนิทยืนรอสักพัก และก็เดินตรงมาหาพี่บีทันที

“พี่บีมีธุระอะไรเหรอคะ?”

เสียงที่เปล่งออกมาดูสดใสที่สุด ทำเอาใจของผมชุ่มฉ่ำเหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยงเข้ามาในชีวิตทันที

“พี่กฤษรักณัฐนะ”

พี่บีไม่พูดเปล่าแต่ยิ้มเหมือนคำพูดนั้นเป็นเรื่องสนุกที่ได้บอกให้เธอรู้ คำพูดของพี่บีทำเอาผมรู้สึกหน้าชาทันที เพราะไม่คิดว่าพี่บีจะพูดความจริงให้เธอทราบ

จากนั้นผมก็เห็นเธอหันมายิ้มให้กับผมนิดหนึ่ง

“อย่ามารักณัฐเลย เดี๋ยวก็โดนหลอกหมดตัวแหละ” เธอพูดเชิงหยอกเชิงเล่นและก็หัวเราะอย่างมีความสุข ดูสนุกสนานเหมือนกับสิ่งที่พี่บีบอกเป็นเรื่องที่ตลก

ผมรู้ว่าเธอพูดเล่น เพราะผมไม่เคยได้ยินประวัติเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเธอเลย ผมรู้ว่าเธอเป็นคนดีที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนหลงรัก และก็ไม่ใช่ผมคนเดียวในแผนกที่แอบรักแอบชอบเธอ ผมรู้ว่ามีหนุ่ม ๆ อีกสองสามคนที่หมายปองและพยายามเข้าไปจีบเธออยู่เช่นเดียวกัน แต่ก็น่าแปลกใจที่หนุ่มเหล่านั้นมักจะถูกเธอปฏิเสธตลอด สิ่งตรงนี้แหละที่ทำให้ผมกลัวที่สุด

“ณัฐจะหลอกพี่กฤษจริง ๆ เหรอ พี่กฤษยอมให้ณัฐหลอกหมดตัวหมดใจเลยนะ” พี่บียังคงพูดหยอกพูดเล่นกับเธอเหมือนเดิม

ส่วนผมนั้นก็นั่งยิ้มอย่างเดียว ไม่พูดไม่จาและก็แอบมองเธออย่างเนืองนิตย์ แน่นอนเมื่อพี่บีตอบแบบนั้น เธอก็หัวเราะถูกอกถูกใจ พอสักพักก็หันมาสบตากับผม

“ณัฐรักพี่กฤษเหมือนพี่ชายค่ะ ถ้ามากกว่านี้เป็นไปไม่ได้หรอกนะคะ”

คำพูดของเธอแม้จะเชิงหยอกเชิงเล่นแต่ก็ทำให้หัวใจของผมเจ็บจี๊ด ๆ อยู่ตลอด น้ำเสียงของเธอดูจริงจังอยู่มากเห็นได้จากแววตาที่มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ และแน่นอนคำพูดของเธอไม่ได้ทำให้ผมเจ็บอย่างเดียว แต่ก็ทำเอาใจของผมห่อเหี่ยวขึ้นมาทันที

ผมไม่เสียใจที่เธอไม่เคยรักผมเหมือนคนรัก และก็แอบดีใจที่เธอรักผมเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง แค่ได้รู้ว่าเธอเองก็มีผมอยู่ในความคิดอยู่บ้าง ผมก็มีความสุขพอแล้ว ผู้ชายอย่างผมคงไม่ต้องการอะไรมากมาย นอกจากการได้รักและเห็นชีวิตความเป็นไปของเธอ

เรื่องราวความรักของผมที่มีให้กับเธอยังคงเหมือนเดิม ผมได้แต่รักและมองเธออยู่ห่าง ๆ โดยที่เธอไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรอีกเลย เธอเคยรู้สึกและปฏิบัติกับผมอย่างไร เธอก็ยังเป็นแบบนั้นเหมือนเดิม และก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเกี่ยวกับผมเลย เธอยังคงมีมิตรไมตรีที่ดีให้กับผมและเพื่อน ๆ เสมอ

ช่วงเทศกาลปีใหม่ ผมเห็นเพื่อนๆ หลายคนกลับไปเยี่ยมบ้านต่างจังหวัด แม้แต่เธอคนที่ผมรักก็กลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัดด้วย ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมรู้ดีว่ามีหนุ่มต่างบริษัทคนหนึ่งที่รักเธออยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าความรักระหว่างเธอและเขาเป็นเช่นใด

ในช่วงเทศกาลปีใหม่หลาย ๆ คนคงจะสนุกสนานกันมากมาย แต่ผมกลับต้องมานั่งซ่อมเครื่องจักรอยู่ที่แผนก ผมไม่ได้กลับบ้านเพราะได้แจ้งให้พ่อกับแม่ได้ทราบไว้ก่อนแล้วว่า ผมจะต้องทำงานเก็บเงินให้ได้เยอะๆ เพราะตั้งใจไว้ว่าจะกลับไปเรียนต่อด้านวิศวะให้ได้ สิ่งตรงนี้มันเป็นเพียงความฝันของผู้ชายอย่างผม วันข้างหน้าผมจะทำได้หรือไม่ก็ไม่รู้เลย ผมแค่มีความสุขที่ได้คิดได้ฝันเท่านั้น

หลังเทศกาลปีใหม่ ผมเห็นเพื่อน ๆ กลับมาทำงานพร้อมหน้าพร้อมตากัน เพื่อนบางคนก็ยังเมาค้างอยู่เลย แต่ก็ต้องแบกสังขารมาทำงานให้ได้ แน่นอนคนที่ผมเฝ้ารอดูและอยากเห็นหน้ามากที่สุดก็มาทำงานเช่นกัน แต่เธอในวันนี้กลับไม่เหมือนผู้หญิงที่ผมเคยรู้จักเลย จากผู้หญิงที่ยิ้มเก่ง ๆ เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ยิ้มน้อยและไม่ค่อยพูดจามากนัก ผมไม่รู้ว่าเธอมีอะไรทุกข์ใจหรือไม่ หรืออะไรที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป

ผมเฝ้าสังเกตและมองดูเธออยู่ห่าง ๆ บ่อยครั้งที่ผมมีโอกาสได้สบตากับเธอ ผมมองเห็นความเศร้าบนดวงตาคู่นั้น ผมรู้สึกว่าเธอมีเรื่องทุกข์อยู่ในใจที่ไม่มีใครรับรู้ได้เลย แต่ผมสามารถอ่านความรู้สึกของเธอได้ ผมอยากจะเข้าไปถามเข้าไปช่วยแบ่งเบาทุกข์ที่เธอมีอยู่ แต่ผมก็ไม่กล้าทำแบบนั้น เพราะเกรงจะทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจไปมากกว่านี้ ผมคงเป็นได้แค่กำลังใจที่เฝ้ามองเธออยู่ห่าง ๆ เธออาจจะไม่รู้เลยก็ได้ว่าผมคนนี้คอยรักและห่วงใยเธอมากแค่ไหน

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป ความห่วงใยของผมที่มีให้เธอก็เพิ่มทวีมากขึ้น มีอยู่วันหนึ่งผมเห็นเธอเดินไปที่ล็อกเกอร์เก็บของ ผมจึงถือโอกาสแกล้งเดินไปที่ล็อกเกอร์เช่นกัน และนั่นแหละคือโอกาสที่ผมได้คุยกับเธอ

“ณัฐเป็นอะไรหรือเปล่า? ดูซึม ๆ และเงียบไปนะ” ผมตั้งใจถามเธอเพราะคิดว่าคงจะได้ยินความจริงจากใจเธอบ้าง

เธอแหงนหน้ามองผมนิดหนึ่ง พลางส่งยิ้มเศร้า ๆ มาให้ผมด้วย

“ณัฐไม่ได้เป็นไรคะพี่กฤษ ขอบคุณมากค่ะ” เพียงคำตอบสั้น ๆ ที่ผมสามารถรู้ได้เลยว่าเธอไม่อยากเล่าให้ผมได้ฟัง

จากนั้นเธอก็เดินกลับไปทำงานเหมือนเดิม ผมได้แต่มองตามหลังร่างบอบบาง ผมยาวสลวยด้วยความห่วงใย ผมอยากถนุถนอมเธอที่สุด อยากรู้เสียเหลือเกินว่าใครหนอที่ทำให้ผู้หญิงที่ผมรักเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ผมยินดีทำทุกอย่างที่เธอต้องการ หากการกระทำของผมทำให้เธอกลับมาเป็นหญิงสาวคนเดิม ผมพร้อมที่จะทำเพื่อเธอ

ในวันประชุมตอนเช้าของอาทิตย์ถัดไป ผมเห็นเบ้าตาของเธอแดงก่ำ เหมือนกับเธอร้องไห้มาทั้งวันทั้งคืน ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง และรู้สึกเป็นห่วงเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมสังเกตเห็นเธอเหมือนไม่สบายทั้งกายและใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ผมไม่เคยเห็นเธอลาป่วยหรือลางานแต่อย่างใด บางครั้งที่เธอไม่สบาย ผมก็เห็นเธอพยายามมาทำงานตลอด ผมรู้ว่าเธอมีความอดทนสูงแต่ผมไม่เข้าใจว่าเธอจะอดทนเพื่ออะไร

วันนั้นเธอมาทำงานสาย ซึ่งตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา ผมไม่เคยเห็นเธอมาทำงานสายเลยสักครั้ง เธอมักจะมาทำงานแต่เช้าและก็ส่งยิ้มหวานให้กับทุก ๆ คนที่ทักทาย แต่หลายวันมานี้หญิงสาวที่ผมรักไม่ได้เป็นเหมือนก่อน เธอคงจะแบกรับทุกข์มากมายไว้ในใจ ผมอยากจะรู้เหลือเกินว่าอะไรที่ทำให้เธอเจ็บปวดขนาดนี้ สำหรับผมแล้วไม่ว่าเธอคนนี้จะพบเจออะไรมามากแค่ไหน ผมก็ยังรักและรับเธอได้เสมอ และก็พร้อมที่จะนั่งเคียงข้างปลอบโยนเธอทุกครั้งที่ต้องการ ขอแค่เธอเปิดใจให้ผมบ้าง ผมจะถือว่าเป็นบุญวาสนาของผมเสียด้วยซ้ำ

และวันนั้นก็เป็นวันสุดท้ายที่ผมได้เห็นเธอไปทำงาน พอวันถัดมาผมก็ได้ข่าวว่าเธอลาออกจากงานกะทันหัน ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอลาออกจากงาน แม้ว่าทางผู้จัดการใหญ่จะคะยั้นคะยอให้เธออยู่ทำงานต่อ โดยการเสนอเงินเดือนเพิ่มขึ้นอีก แต่เธอก็ปฏิเสธตลอด พร้อมทั้งยืนยันที่จะออกจากงานให้ได้ ผมได้ข่าวจากเพื่อนสนิทของเธอว่า เธอต้องการลาออกไปเรียนต่อ ซึ่งผมไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ สำหรับผมแล้วคิดว่าไม่น่าจะใช่เหตุผลที่เธอลาออกแน่นอน ต้องมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ทำให้เธอลาออกโดยไม่บอกเล่าให้ใครหลาย ๆ คนทราบ

สองวันถัดไปขณะที่ผมนั่งรับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อน ๆ ผมก็เห็นเธอซึ่งไม่ได้ใส่ชุดยุนิฟอร์มเหมือนสาวโรงงานที่ผมเคยเห็น ในวันนั้นเธอใส่กางเกงยีน เสื้อคอจีบตุ๊กตา ซึ่งก็ดูน่ารักดูแปลกตาไปมาก แม้เธอจะดูซึมเศร้าและโทรมไปบ้าง แต่ผมก็ยังมองเห็นความสวยงามของเธอเสมอ เธอยกมือไหว้ร่ำลาพี่ ๆ ทุกคนในแผนกรวมทั้งตัวผมด้วย

ในเวลานั้นผมอยากจะเข้าไปกอดเธอเหลือเกิน อยากจะถามว่าจากนี้ต่อไปเธอจะไปอยู่ที่ไหน ผมอยากรู้มากมายเกี่ยวกับชีวิตของหลังจากวันนี้เป็นต้นไป แต่ผมก็คงทำอะไรไม่ได้ ซึ่งก็ได้แต่คิดและเก็บความรู้สึกในใจไว้คนเดียว จวบจนทุกวันนี้ผมก็ยังทำงานอยู่ที่เดิม เพียงแต่ปรับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ผมเรียนจบวิศวะอย่างที่ตั้งใจ แต่ผมก็ยังไม่มีใครที่ทำให้ผมรู้สึกได้เหมือนกับเธอ

ผมยอมรับว่า มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครทำให้ผมรู้สึกรักได้เหมือนกับเธอคนนี้ ความรักของผมที่มีต่อเธอมันเป็นรักที่มีความสุข ความรักที่บริสุทธิ์สะอาดสวยงาม และผมก็พึงพอใจพร้อมทั้งมีความสุขที่ได้รักเธอ แม้ว่าเธอคนนี้จะไม่เห็นคุณค่าความรักที่ผมมีให้ แต่ผมก็พอใจที่ได้บอกให้เธอรู้ว่า ผมรู้สึกเช่นใดกับเธอ แม้ถ้อยคำนั้นจะผ่านคนอื่น ๆ ที่บอกความจริงกับเธอ แต่ผมก็ไม่เคยเสียใจที่เธอไม่เคยรักผม และก็ยังจดจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้เสมอ

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมทราบข่าวจากเพื่อนสนิทของเธอว่า เธอคนที่ผมรักได้แต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ไกลแสนไกล เธอมีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ได้ลำบากหรือมีชีวิตที่มีทุกข์แต่อย่างใด ผมดีใจที่รับรู้ว่า เธอมีชีวิตที่มีความสุข และก็ได้แต่ภาวนาให้เขาคนนั้นรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด สำหรับผมแล้วยังคงเก็บเธอไว้ในใจเสมอ แม้เวลาจะหมุนผ่านไปแต่ละวัน แต่ผมก็ยังคงจดจำเธอไว้ในความทรงจำไม่เคยเปลี่ยน เพราะเธอคือผู้หญิงที่ผมรัก และคือความงดงามในหัวใจผม








Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones