ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article

 

ทุกครั้งที่มองดูพระจันทร์กลมโตส่องแสงสวยงามอยู่บนท้องฟ้าที่มืดมิด ฉันเองอดไม่ได้ที่จะคิดถึงบ้านนาที่จากมา คิดถึงชีวิตตอนที่ฉันตัวเล็ก ๆ คิดถึงพ่อมากที่สุด คิดถึงพี่สาวและพี่ชายไม่น้อยไปกว่ากัน คิดถึงหลาน ๆ ตัวเล็ก ๆ ที่ฉันไม่เคยเห็นหน้าและหลาน ๆ ที่โตเป็นหนุ่มกันหมดแล้ว หากฉันสามารถเดินย้อนอดีตกลับไปได้ ฉันเองก็อยากไปเป็นเด็กน้อยของพ่ออีกครั้ง อยากจะเป็นเด็กดีที่ช่วยพ่อทำงานทุกอย่าง

เมื่อปีที่ผ่านมา ฉันสัมผัสเรื่องราวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องการสูญเสียเพื่อนรัก และเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายที่เข้ามาทำให้ไม่สบายใจ ฉันยอมรับว่าเสียใจเป็นอย่างมากกับการสูญเสียเพื่อนรัก ทุกวันนี้ฉันยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ ยังรู้สึกว่าเพื่อนรักยังมีชีวิตอยู่ เวลาที่นั่งคิดถึงอดีตเก่า ๆ ฉันมักจะได้ยินเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยของเพื่อนรักก้องอยู่ในหูเสมอ ฉันจดจำใบหน้าของเพื่อนรักได้ทุกอย่าง และเพื่อนรักคนนี้ก็คือความทรงจำที่ฉันคิดถึงทีไรมีความสุขทุกที

ช่วงที่สูญเสียเพื่อนรัก มีเรื่องบางอย่างเข้ามาในชีวิต ที่ทำให้ฉันเสียใจและเสียความรู้สึกไม่น้อยไปกว่ากัน เพื่อนของฉันคนหนึ่งส่งหลักฐานทุกอย่างให้ฉันได้ดู พร้อมทั้งขอร้องให้ฉันอย่านำเรื่องเหล่านี้มาบอกเล่าสู่สาธารณะชน ซึ่งฉันก็รับปากเพื่อนเป็นอย่างดี และไม่คิดจะทำแต่อย่างใด ฉันเพียงแค่ต้องการบอกคนที่ทำให้ฉันไม่สบายใจรับรู้ว่า

"ฉันรับรู้ทุกอย่างกับสิ่งที่เธอทำ และฉันก็เลิกโต้ตอบเธอ ฉันไม่โกรธหรอกนะกับสิ่งที่เธอได้ทำลงไป เพราะฉันจะมองเธอด้วยความเมตตา ยิ่งฉันรู้ว่าเธอยังไม่เลิกนิสัยเดิม ๆ ฉันก็ควรที่จะสวดมนต์ภาวนาให้เธอมีความสุขทุก ๆ ค่ำคืน เพราะฉันเชื่อว่า ถ้าเธอมีชีวิตที่มีความสุข เธอก็จะไม่ทำนิสัยอย่างนี้อีก บางทีกาลเวลาจะช่วยให้เธอได้เรียนรู้และคิดสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิตตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องทำตัวเป็นสายลับคอยสืบเรื่องคนอื่นอีก ฉันยอมรับว่าอภัยให้เธอ แต่ต้องขอโทษจริง ๆ ที่ฉันลืมการกระทำของเธอไม่ได้เลย"

ฉันไม่สามารถพูดอะไรไปได้มากกว่าถ้อยคำสั้น ๆ ที่สื่อให้ใครบางคนทราบ ฉันยอมรับช่วงที่เกิดเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้ว ฉันพยายามเข้มแข็งและไม่อ่อนแออย่างที่เคยเป็น ฉันจะต้องเอาชนะความอ่อนแอของตัวเองให้ได้ ณ วันนี้ฉันทำได้อย่างที่ฉันปรารถนา นั่นก็คือ เวลาที่ฉันถูกใครบางคนรังแก ฉันจะนึกถึงคำสอนของพ่อตลอด

"ไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้องเสียใจนะลูก เพราะน้ำตาไม่ได้ช่วยให้อะไร ๆ ดีขึ้น ให้อภัยคนที่ทำให้เราเสียใจ ได้บุญขึ้นเยอะเลยนะลูก แต่หนูก็ไม่ควรลืมว่า ครั้งหนึ่งเขาคนนั้นทำอะไรกับเราไว้บ้าง อย่างน้อย ๆ เราก็จดจำมันไว้เป็นบทเรียน เพื่อระมัดระวังตัวเราเอง"

ใช่สิ ฉันพยายามทำอย่างที่พ่อบอกสอน ความจริงฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก หลายเดือนที่ผ่านมา ฉันสบายใจและสุขใจมากที่สุด ฉันอยากให้ความสุขที่ฉันมีในวันนี้ แบ่งปันให้คนที่กำลังทุกข์ใจ เพื่อจะได้ช่วยให้คนเหล่านี้สบายใจและมีความสุขในชีวิตเฉกเช่นเดียวกับฉัน

วันนี้ฉันต้องไปทำงานช่วงบ่าย แต่ฉันก็ต้องไปธุระที่ต้องจัดการ หลายวันก่อนหลานชายของพี่เขยเสียชีวิต ฉันเคยเห็นน้องโก้ตอนเด็ก ๆ เพราะเป็นเด็กที่เติบโตพร้อม ๆ กับหลานชายของฉัน ฉันไม่เคยคิดหรอกว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์จะพรากคนที่เรารักและรู้จักไปเร็วกว่าที่คิด ฉันได้เรียนรู้ว่าชีวิตคนเราไม่มีอะไรยั่งยืนจริง ๆ และไม่มีใครหนีความตายได้

ฉันกับคนรักตั้งใจจะโอนเงินกลับเมืองไทย เพื่อไปช่วยงานศพและแบ่งปันไปให้พี่สาวและหลานชายอีกคนที่ไม่ค่อยสบายไว้ซื้ออาหารรับประทาน ฉันยอมรับว่าทุกคนไม่เคยเอ่ยปากของอะไรจากฉันและคนรักเลยสักนิด แต่ความรู้สึกของฉัน หากมีก็อยากจะให้เท่าที่ทำได้ และก็ให้ด้วยใจ ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่า เราจะต้องช่วยคนที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้เสียก่อน เมื่อใดที่เขามีสุขภาพแข็งแรงดี เขาจะได้ลุกขึ้นมาทำงานดูแลตัวเองได้

ฉันไม่ใช่คนรวยแต่อย่างใด หากแต่หัวใจของฉันยังระลึกถึงคนข้างหลังเสมอ พ่อมักจะบอกฉันว่า

"อยู่ที่ไหนก็อย่าลืมพี่ลืมน้องนะลูก เวลามีอะไรดี ๆ ก็อย่ากินอิ่มเพียงคนเดียว แบ่งปันพี่น้องบ้าง"

พ่อเป็นผู้ชายที่ใจดี ชอบแบ่งปันทุก ๆ คนเสมอ บางทีฉันก็ไม่เข้าใจทำไมพ่อต้องแบ่งปันคนอื่นด้วย ทั้งที่ครอบครัวของฉันก็ไม่ได้มีเหลือกินแต่อย่างใด แต่พ่อบอกว่า การให้เป็นสิ่งที่ดี แม้จะเป็นการให้เพียงน้อยนิด แต่คนที่ได้รับก็สุขใจไม่น้อยกับการได้รับสิ่งดี ๆ จากเรา

เมื่อครั้งที่ฉันอายุหกขวบ พ่อมักจะสอนให้ฉันและพี่ ๆ ปลูกต้นไม้เป็นประจำ พ่อมีที่ดินปลูกบ้านอยู่สองแห่งในหมู่บ้าน ซึ่งแต่ละจุดพ่อจะปลูกผลไม้ไว้ที่บริเวณรั้วตลอด ไม่ว่าจะเป็นต้นมะม่วง มะขาม มะพร้าว มะยม ต้นนุ่น พ่อปลูกไว้ทั้งหมด และพ่อก็มักจะบอกฉันและพี่ ๆ ว่า

"ถ้าเราปลูกผลไม้ในรั้วบ้านเรา เวลามันเติบใหญ่ เราก็สามารถเก็บกินได้ และก็ไม่ต้องไปซื้อใครเขา"

ในตอนนั้นฉันยังตัวเล็กมาก ไม่รู้หรอกว่าอนาคตคืออะไร ฉันรู้เฉพาะวันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้น

"แล้วหนูกับต้นมะม่วงใครจะโตเร็วกว่ากันคะพ่อ"

พ่อลูบผมฉันเบา ๆ ยิ้มในความไร้เดียงสาของฉัน "ก็โตพร้อม ๆ กันแหละลูก แต่ต้นมะม่วงจะสูงใหญ่กว่าหนู"

"ถ้าอย่างงั้น หนูจะปลูกต้นมะม่วงต้นนี้ และหนูก็เอาผ้ามัดไว้ด้วย"

"ทำไมต้องเอาผ้ามัดด้วยล่ะลูก" พ่อถาม

"เพราะหนูกลัวว่า เวลาที่หนูจะโตไม่ทันต้นมะม่วง หนูจะได้จำมันได้"

พ่ออมยิ้มนิดหนึ่ง เดินไปหยิบเสียมขุดดินไปพลาง ๆ

"ต้นไม้แต่ละต้นโตเร็วมาก ๆ กว่าหนูจะโตก็คงได้ปีนต้นมะม่วงต้นนี้เป็นแน่"

"งั้นหนูเอาเศษผ้ามัดจองไว้ก่อน เวลาที่หนูโตขึ้น หนูจะได้รู้ว่าต้นมะม่วงต้นนี้ หนูเป็นปลูกเอง ต้นมะม่วงของหนู"

พ่อลูบผมฉันด้วยความรักความเอ็นดู "ไม่ต้องกลัวหรอกลูก ไม่มีใครแย่งต้นมะม่วงของหนูหรอก พ่อจะรักษาดูแลให้หนูเอง"

"หนูสัญญาว่า จะช่วยพ่อรดน้ำมะม่วงทุก ๆ วัน"

"ดีลูก เราสร้างอะไรไว้ เราก็ต้องหมั่นดูแลรักษาให้ดี"

พ่อเป็นผู้ชายที่มีความคิดที่ยาวไกล พ่อเป็นคนที่ขยันขันแข็ง พ่อเลี้ยงดูฉันและพี่ ๆ จนเติบใหญ่ ฉันไม่รู้ว่าพ่อเหนื่อยมากแค่ไหนกับการเลี้ยงดูลูกหกคนเพียงลำพัง พ่อเป็นผู้ชายที่อดทนมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็น ในบางค่ำคืนพ่อนอนไม่ค่อยหลับ นั้งเคี้ยวหมากอยู่เพียงลำพัง พ่อคงคิดหนักและคิดหลายอย่าง เพราะต้องวางแผนชีวิตให้กับฉันและพี่ ๆ พ่อคงอยากให้ฉันและพี่ ๆ เติบโตเป็นลูกที่ดีของพ่อ และเป็นคนดีของสังคมรอบข้าง

ทุก ๆ ค่ำคืนพ่อจะคอยห่มผ้าให้ฉันและพี่ ๆ เสมอ พ่อชอบนั่งเคี้ยวหมากใต้แสงตะเกียงอยู่เงียบ ๆ เพียงคนเดียว หากพ่อได้ยินเสียงฉันไอและหอบ พ่อก็ปลุกให้ฉันกินยา เพราะเกรงว่าฉันจะไม่สบายหนัก พ่อพยายามดูแลฉันทุกอย่าง เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิต ชดเชยในสิ่งที่ฉันไม่เคยได้สัมผัสตั้งแต่เกิด พ่อทำหน้าที่พ่อและแม่ในตัว ที่ทำให้ฉันภูมิใจในตัวพ่อที่สุด

มีอยู่คืนหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาตอนดึก ฉันเห็นพ่อนอนก่ายหน้าผากมองฝ้าเพดานอยู่นาน ฉันสังเกตดูพ่ออยู่เงียบ ๆ เห็นน้ำตาของพ่อไหลรินเป็นทางอาบแก้ม ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ ไม่เข้าใจทำไมพ่อต้องร้องไห้ มือเล็ก ๆ ของฉันเอื้อมไปจับแก้มพ่อ

"พ่อร้องไห้ทำไมคะ"

พ่อยิ้มทั้งน้ำตาและก็รีบเอาผ้าขาวม้าเช็ดน้ำตาไปด้วย พ่อโอบกอดฉันเบา ๆ

"พ่อไม่ได้ร้องไห้ลูก แค่ผงเข้าตาเท่านั้น"

"พ่อจะล้างตาไหมคะ เดี๋ยวหนูไปตักน้ำมาให้พ่อล้างตาเอง"

"ไม่เป็นไรลูก แค่ขี้ผงเล็กนิดเดียว อีกไม่นานก็หายแล้ว"

ฉันไม่รู้หรอกว่าผงเข้าตาพ่อจริง ๆ หรือว่าผงความทุกข์ถาถมเข้ามาในชีวิต ทำให้พ่อเหนื่อยจนไม่สามารถกลั้นความเจ็บปวดไว้ได้

"หลับนะลูกนะ พรุ่งนี้หนูต้องไปเรียนหนังสือไม่ใช่เหรอ"

"ค่ะ"

ฉันนอนหนุนแขนพ่อทุก ๆ คืน รู้สึกว่าอ้อมอกของพ่ออบอุ่นที่สุด พ่อเล่านิทานให้ฉันฟังก่อนนอนเป็นประจำ ซึ่งฉันจดจำนิทานของพ่อได้เป็นอย่างดี เพราะนิทานของพ่อแต่ละเรื่องล้วนแต่มีข้อคิดที่ดีประกอบอยู่ด้วยเสมอ พ่อร้องเพลงกล่อมลูกไม่เก่งเหมือนแม่ของเพื่อนฉัน แต่พ่อก็ตั้งใจร้องเพลงจำเรียงให้ฉันได้ฟังทุก ๆ ค่ำคืน บทเพลงจำเรียงของพ่อแฝงไว้ด้วยความสุข ความรักของลูกที่มีต่อพ่อ ฉันรักบทเพลงจำเรียงที่พ่อร้องเป็นอย่างมาก พ่อคงจะเหนื่อยน่าดูที่ต้องคิดร้องเพลงจำเรียงให้ฉันฟังทุก ๆ คืน

เช้าวันรุ่งขึ้นฉันไปโรงเรียนแต่เช้า ฉันตั้งใจเรียนเป็นอย่างดีเพราะไม่อยากให้พ่อเสียใจ ฉันมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันหลายคน เพื่อน ๆ ของฉันล้วนแต่เป็นลูกหลานของเพื่อนบ้านที่พ่อรู้จัก เวลาเลิกเรียนฉันก็รีบกลับมาบ้าน หากเป็นช่วงฤดูหนาวก็ช่วยพ่อหุงข้าวล้างจานจนเสร็จ จากนั้นก็เข็นรถเข็นหาเก็บฟืนให้พ่อได้นอนผิงไฟ หากเป็นฤดูร้อนก็ช่วยพ่อทำงานบ้านและก็ปอกนุ่นยามว่าง ฉันยังเด็กมากและก็มีความซุกซนตามประสา หากแต่หลาย ๆ ครั้งฉันก็ยังช่วยงานพ่ออยู่เสมอ

ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุด ฉันตื่นขึ้นมาเอาน้ำใส่ถังเล็ก ๆ มารดน้ำต้นไม้รอบ ๆ รั้วบ้าน แต่ก็ต้องตกใจเพราะต้นมะม่วงของฉันที่ปลูกไม่นานมานี้กลายไปอยู่บนพื้นดินของน้าบานเย็นเสียแล้ว ฉันยืนมองรั้วกั้นอันใหม่ที่น้าบานเย็นและสามีพากันสร้างเมื่อเย็นวานนี้ ฉันรับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง และก็รีบวิ่งไปบอกพ่อ ซึ่งขณะนั้นพ่อนั่งทำกับข้าวอยู่ในห้องครัว พ่อฟังฉันพลางคนแกงในหม้อไปด้วย

"เดี๋ยวให้พ่อทำกับข้าวเสร็จก่อนค่อยออกไปดูลูก" พ่อบอกฉัน น้ำเสียงยังใจเย็นอยู่มาก

"เร็ว ๆ นะคะพ่อ"

ฉันเดินมายืนรอพ่ออยู่ที่ใต้ต้นมะยม พี่สาวของฉันสามคนเดินมาดูต้นผลไม้ที่เคยพากันปลูกที่รั้วด้วยกัน พี่สาวแต่ละคนต่างก็บ่น

"ทำไมน้าบานเย็นสร้างรั้วเลยมากินเนื้อที่ดินของพวกเราล่ะเนี่ย แบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะ โกงกันชัด ๆ" พี่สาวคนโตพูดขึ้น

"โห ทำกันได้ยังงี้ได้ยังไง โกงนะเนี่ย" พี่สาวคนรองเห็นด้วย

เพียงครู่เดียวพ่อก็เดินออกมา พ่อยืนมองรั้วอันใหม่ที่น้าบานเย็นกับสามีสร้างขึ้นเมื่อตอนค่ำวานนี้ พ่อไม่รีรออะไรรีบเดินไปเรียกน้าบานเย็นออกมาคุยกันทันที ซึ่งน้าบานเย็นก็เดินออกมาตามลำพัง

"พี่สุม มีอะไรเหรอเรียกแต่เช้า"

"เรื่องรั้วบ้านนะ พี่ว่าน้องบานเย็นสร้างรั้วเลยมาบนที่ดินของพี่นะ"

"เลยอะไรพี่ รั้วบ้านอันเก่ามันไม่ตรง ฉันกับพี่เหงี่ยมก็เลยทำใหม่ให้มันตรง"

"แต่มันเลยมากินเนื้อที่บนที่ดินของพี่ มันไม่ถูกต้องนะน้องบานเย็น" พ่อยังคงโต้ตอบ

"เอาอะไรมาวัดล่ะว่าไม่ถูกต้อง เวลาแบ่งเขตแดนบนที่ดินกัน ก็ต้องวัดกันตรง ๆ ไม่ใช่หรอกหรือ"

"แต่ถ้าตรงแล้วไม่ล้ำเส้นเข้ามาบนที่ดินของพี่ ตัวพี่เองก็คงไม่ว่าอะไรหรอก แต่นี่การสร้างรั้วใหม่ของน้องบานเย็นมันเลยเถิดมากินพื้นที่ของพี่ไปเกือบหนึ่งเมตร มันไม่ใช่น้อย ๆ นะเนี่ย"

"แล้วทำไมล่ะ ฉันกับสามีก็สร้างตามแนวตรงเป็นหลัก"

"แต่ทุกพื้นที่ในหมู่บ้าน เวลาสร้างรั้วก็ใช่จะตรงตลอด พวกเรายึดเอาแนวพื้นที่การแบ่งแบบเก่า ๆ ยังไงก็ไม่ตรงแน่นอน หากน้องบานเย็นอยากให้ตรงจริง ๆ ก็แบ่งส่วนด้านหลังสุดคืนให้พี่สิ"

"เรื่องอะไรล่ะ ทำไมฉันต้องแบ่งที่ดินด้านหลังสุดให้พี่" น้าบานเย็นไม่ค่อยพอใจเป็นอย่างมาก

"เพราะมันจะได้ยุติธรรม ถ้าน้องบานเย็นจะขอแบ่งให้ตรง พี่ก็ยินดีแบ่งส่วนด้านหน้าให้ แต่ส่วนด้านหลังก็ต้องแบ่งคืนให้พี่ และให้แนวรั้วตรงดิ่งไปเลย" พ่อพูดขึ้น

"ฉันไม่แบ่ง มีปัญหาอะไร ถ้ามีก็ไปฟ้องเอา" น้าบานเย็นพูดตัดบท สีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก

พ่อได้ยินที่น้าบานเย็นพูด รู้สึกไม่พอใจเช่นเดียวกัน

"น้าบานเย็นขี้โกง น้าโกงเอาต้นมะม่วงของหนูและพี่ ๆ ไปได้ยังไง" ฉันเกาะแขนพ่ออดไม่ได้ที่จะตำหนิน้าสาว

"หุบปากเลยไอ้ณัฐ ตัวเล็กเท่าลูกหมา หัดมาด่าผู้ใหญ่ได้ยังไง"

"หนูไม่ได้ด่า แต่น้าโกงที่ดินพ่อ น้าโกงจะเอาต้นมะม่วงของพวกหนู น้าบานเย็นเป็นคนไม่ดี พ่อบอกว่า คนโกงเป็นคนไม่ดี จริงไหมคะพ่อ" ฉันเถียงน้าสาวและหันมาถามพ่อ

พ่อพยักหน้านิดหนึ่ง พลางบอกให้ฉันเงียบ ๆ

"พี่แค่อยากให้เราคุยกันดี ๆ ถ้าน้องบานเย็นไม่แบ่งส่วนที่ดินด้านหลังคืนให้พี่ ก็ขอให้ยกรั้วใหม่ออกไปซะ เพราะพี่ยึดหลักเขตแดนแนวเก่าเท่านั้น"

"เรื่องอะไรฉันจะยอม ฉันกับพี่เหงี่ยมอุตส่าห์ขุดดินกันทั้งวันทั้งคืนนะพี่"

ช่วงระหว่างนั้นน้าเงี่ยมเดินออกมาพร้อมปืนลูกซองในมือ "มีปัญหาอะไรกันเหรอ"

"น้องเหงี่ยม พี่ว่ารั้วที่น้องทำใหม่ มันลำเส้นมาบนที่ดินของพี่ ขอให้น้องดูใหม่สิ"

"เลยอะไร ไม่เห็นล้ำเส้นเลยสักนิด เวลาทำรั้ว เขาก็ทำตรง ๆ กันตลอด"

"แต่เขตการแบ่งที่ดินของเรา แบ่งลักษณะเฉียงมาตลอด ถ้าแบ่งแบบนี้มันไม่ยุติธรรมนะ น้องเหงี่ยมกับน้องบานเย็นทำรั้วล้ำเส้นบทที่ดินของพี่เกือบหนึ่งเมตร แบบนี้จะให้พี่คิดว่ายุติธรรมได้อย่างไร พี่ว่าเรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่า ถ้าน้องจะแบ่งให้ตรงและกินพื้นที่ด้านหน้าบนที่ดินของพี่ พี่ก็ไม่ว่าอะไร แต่ที่ดินด้านหลังในส่วนของน้อง น้องทั้งสองก็ต้องแบ่งคืนให้พี่เหมือนกัน พี่ถึงจะยอม"

"ไม่แบ่งและไม่ให้ ทำไมเหรอ มีปัญหาอะไรเหรอ ใครมีปัญหาจะยิงทิ้งทั้งหมด"

ฉันได้ยินคำพูดน้าเหงี่ยมรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก เห็นน้าเหงี่ยมถือปืนเอาไว้ก็กลัวว่าจะเอามายิงพ่อ

"ถ้าไม่ยอมคุยกันดี ๆ เห็นทีต้องเอาพ่อกำนันมาคุยแล้ว เพราะต้นมะม่วงที่ลูก ๆ ของพี่ปลูกเอาไว้ ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานได้ชัดเจน เห็นทีคงได้เห็นดีเห็นดำกันแน่"

"เอาสิ ก็ลองคุยดูสิ ใครกล้ามีปัญหากับไอ้เหงี่ยม ปืนลูกซองกระบอกนี้นี่แหละที่จะยิงให้ตาย ฆ่าคนตายติดคุกแค่ไม่กี่ปีเอง" น้าเหงี่ยมไม่พูดเปล่า แต่ลั่นไกยิงปืนขึ้นฟ้าสองนัด ยิ้มเยาะให้ฉันและพ่อด้วย

ปั้ง .........ปั้ง

ฉันตกใจเป็นอย่างมากกับเสียงปืน กอดพ่อไว้แน่น ร้องไห้ไปด้วย พี่สาวแต่ละคนกลัวจนตัวสั่นวิ่งมากอดพ่อพร้อม ๆ กัน พ่อมองหน้าน้าเหงี่ยมอยู่นาน กัดกรามเป็นระยะ ๆ กำมือแน่นเหมือนเจ็บแค้นที่สุด น้าบานเย็นยิ้มเชิดทำทีไม่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนเธอซะใจที่สามีวางอำนาจทำให้พ่อและพวกฉันกลัวจนตัวสั่น ฉันมองหน้าน้าบานเย็นทีไร รู้สึกเกลียดชังเธอที่สุด การกระทำของเธอเหมือนนางมารร้ายในละครทีวีที่ฉันเคยเห็นไม่มีผิด เธอไม่เหมือนน้าสาวที่ใจดีสมกับเป็นน้องสาวของแม่เลย

"คนขี้โกง โกงเอาต้นมะม่วงของหนู โกงที่ดินของพ่อ" ฉันด่าเบา ๆ กอดพ่อไว้แน่น ร้องไห้ไปด้วย เจ็บเหลือเกิน

"หากใครกล้ายกรั้วนี้ทิ้ง จะยิ่งแม่งตายทั้งครอบครัว" น้าเหงี่ยมขู่พร้อมทั้งยกปืนยิงอีกนัดหนึ่ง ทำให้พ่อดึงฉันและพี่ ๆ เดินกลับเข้ามาในบ้านทันที

"ทำไมพ่อต้องยอมเขาด้วย พวกเขาโกงที่ดินของเรา หนูกับน้องพากันปลูกต้นมะม่วงเอาไว้ตั้งเยอะ ถ้าบอกกำนันเรื่องนี้ กำนันจะต้องเข้าข้างเรานะพ่อ" พี่สาวคนโตร้องไห้พลางถามพ่อไปด้วย

"กำนันก็คงช่วยเราได้ไม่มาก เพราะกำนันก็ลุงน้าเหงี่ยม เขาก็คงเข้าข้างหลานชายเขาอยู่ดี อย่าเสียใจเลยลูก"

ฉันสะบัดมือเดินออกมานั่งร้องไห้เพียงคนเดียว "หนูไม่เข้าใจ ทำไมน้าบานเย็นกับน้าเหงี่ยมต้องโกงต้นมะม่วงของหนูด้วย หนูปลูกมันมากับมือ รดน้ำทุกวัน พ่อก็เห็นผ้าที่หนูมัดไว้ ทำไมพ่อต้องยอมให้เขาโกงต้นมะม่วงของหนู"

พ่อเดินมากอดฉันเบา ๆ "อย่าร้องไห้นะลูก ถ้าเขาอยากโกงก็ให้เขาโกงไป เราคงทำอะไรเขาไม่ได้หรอก"

"ทำไมละคะพ่อ เราก็บอกตำรวจก็ได้"

พ่อยิ้มกับความไร้เดียงสาของฉัน "หนูไม่รู้อะไรหรอกลูก ครอบครัวของน้าเหงี่ยมเป็นคนที่มีอิทธิพลในละแวกนี้ เราคงทำอะไรเขาไม่ได้หรอก แค่เสียที่ดินเพียงหนึ่งเมตร ไม่ทำให้เราจนหรอกลูก อย่าร้องไห้เลย"

"หนูแค่ไม่ชอบ ทำไมพ่อไม่สู้เขาล่ะ พ่อยอมเขาทำไม เขารังแกพวกเรานะ" พี่สาวคนรองส่ายหัวรับไม่ได้พลางร้องไห้ไปพลาง ๆ

"พ่อไม่เคยกลัวที่จะสู้ แต่พ่อกลัวว่าถ้าพ่อสู้แล้วเขาเอาปืนยิงพ่อตาย แล้วพวกหนูจะอยู่กับใครล่ะ มีใครบ้างที่รักลูกของพ่อได้อย่างแท้จริง" พ่อตอบ น้ำเสียงหนักแน่นแต่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดที่กล้ำกลืน นัยน์ตาของพ่อเศร้ามากเหมือนจะมีน้ำใส ๆ ไหลซึมออกมาให้ได้

"แล้วยายล่ะคะพ่อ ยายจะไม่ช่วยเราเลยเหรอ พ่อบอกให้ยายช่วยคุยกับน้าบานเย็นก็ได้" พี่กันต์บอกพ่อ

"ยายเคยเข้าข้างพวกเราซะที่ไหน ถ้ายายรักพวกเรา ยายคงออกมาช่วยพวกเราแล้วลูก"

ฉันได้แต่ร้องไห้กับสิ่งที่ได้ยิน ฉันรู้ว่ายายไม่ได้รักฉันและพี่น้องเลย ถ้ายายรักฉันและพี่น้อง ทำไมสามปีก่อนที่แบ่งมรดกกัน ยายแบ่งที่ดินให้ลูกทุกคน แต่ยายไม่แบ่งให้พ่อและแม่เลยสักนิด ยายยกแค่ต้นมะพร้าวต้นหนึ่งให้พี่ชายคนโต บอกว่าเป็นที่ระลึกเพื่อเห็นแก่หน้าแม่ สิ่งที่พ่อพูดคือความจริงที่ฉันจะต้องจดจำไว้ให้แม่น ไม่มีใครรักและช่วยพวกเราได้เลย

"ยายใจร้าย ยายลำเอียง และทุกคนก็ใจร้ายที่สุด ทุกคนรังแกพวกเรา" ฉันบ่นพลางร้องไห้ซบอกพ่อ

"อย่าไปโกรธยายลูก อย่าไปว่ายายเพราะมันบาปรู้ไหม ปล่อยให้เวรกรรมลงโทษคนที่ไม่ดีเอง เราทำอะไรไม่ได้หรอกลูก"

"แม้แต่ตำรวจที่คุณครูบอกว่า มีหน้าที่ไว้ปราบคนร้ายก็ช่วยเราไม่ได้เลยเหรอคะพ่อ"

"ตำรวจดี ๆ คงช่วยเราอยู่หรอก แต่คนที่เป็นตำรวจในอำเภอเราก็ญาติน้าเหงี่ยมทั้งนั้น"

พ่อรับรู้ทุกอย่างมาตลอด ในหมู่บ้านของฉันเครือญาติน้าเหงี่ยมมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก กำนันก็เป็นลุงน้าเหงี่ยม ตำรวจก็เครือญาติของน้าเหงี่ยม พ่อไม่รู้จักคนมีอำนาจ พ่อไม่รู้เรื่องกฏหมายมากนัก และพ่อก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะเข้าไปในตัวเมืองใหญ่ ๆ เพื่อไปเดินเรื่องให้คนที่มีอำนาจมาช่วยพวกเรา พ่อต้องดูแลฉันและพี่ ๆ ให้มีชีวิตที่มีความสุข เพื่อไม่ให้คนอื่นมาทำร้าย

"แค่เสียที่ดินเท่านี้ คงไม่ทำให้เราอดตายหรอกลูก จำคำพ่อเอาไว้นะ"

ฉันพยักหน้า เอามือเช็ดน้ำตาเบา ๆ "หนูจะจำทุกคนที่รังแกพวกเรา หนูจะไม่มีวันลืมเด็ดขาด"

"ดีแล้วลูก หนูเป็นลูกของพ่อ หนูต้องเข้มแข็งนะลูก ก้าวไปข้างหน้าให้ดีที่สุด เวลาที่ถูกคนอื่นรังแก ขอให้หนูจำมันเป็นบทเรียน หนูให้อภัยคนอื่นได้ แต่อย่าลืมความเจ็บปวดที่คน ๆ นั้นเคยทำให้เราเสียใจ จำมันไว้เป็นบทเรียนสอนใจ"

ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ฉันเองก็อดที่จะร้องไห้ไม่ได้ พ่อยอมเสียที่ดินบางส่วนเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อดูแลฉันและพี่ ๆ ให้เติบใหญ่ หากวันนั้นพ่อสู้และไม่ยอมแพ้ ฉันก็คงจะไม่ได้เติบโตมีชีวิตที่มีพ่ออยู่เคียงข้าง น้าเหงี่ยมกับน้าบานเย็นคงไม่ปล่อยให้พ่อมีชีวิตอยู่เป็นแน่ เพราะถ้าพ่อสู้ พ่อก็ทำได้ แต่พ่อไม่สู้ เพราะพ่อมองเห็นชีวิตของพวกฉันสำคัญกว่าที่ดินผืนนั้น

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉันรับรู้ข่าวจากพี่สาวว่า น้าเหงี่ยมกับน้าบานเย็นตกอับเป็นอย่างมาก ที่ดินทุกผืนที่ยายเคยมอบให้ไว้ทำมาหากิน ทั้งสองได้พากันขายกันเสียหมด คงเหลือแค่ที่ดินปลูกบ้านเพียงน้อยนิดที่คงอยู่ ลูก ๆ ของน้าเหงี่ยมและน้าบานเย็นก็ไม่มีใครได้ดีสักคน แต่ละคนคอยสร้างปัญหาหนักใจให้อยู่ตลอด เวลาที่พี่กันต์กลับไปบ้านต่างจังหวัด ก็เห็นน้าเหงี่ยมกับน้าบานเย็นมานั่งขอเงินซื้อเหล้ากินอยู่บ่อย ๆ สองคนนี้ติดเหล้าเป็นอย่างมาก และเวลากินเหล้าก็ทุบตีกันเป็นว่าเล่น

ฉันได้ฟังเรื่องราวทุกอย่าง รู้สึกเศร้าใจไปด้วย เวรกรรมที่เราสร้างเอาไว้ไม่ได้รอชาติหน้าเลย แต่สมัยนี้เวรกรรมเร็วยิ่งกว่าจรวจคอยตามติดเราตลอด ฉันยอมรับว่า ไม่ได้โกรธหรือติดใจเรื่องใด ๆ ที่น้าบานเย็นและน้าเหงี่ยมเคยทำไว้ ฉันให้อภัยพวกเขานานแล้ว แต่แปลกฉันไม่เคยลืมเรื่องเหล่านี้ไปได้เลย เวลาที่ได้นึกถึงเรื่องเหล่านี้ ฉันสงสารพ่อที่สุด ฉันรู้ว่าพ่อเสียใจที่ไม่ได้สู้ในตอนนั้น แต่ถ้าพ่อรับรู้เรื่องราวทุกอย่างในวันนี้ พ่อก็คงดีใจที่ทุกอย่างไม่ต้องรอกฏหมายลงโทษ แต่เวรกรรมจะคอยลงโทษคนไม่ดีเอง

ฉันดำเนินชีวิตในทุก ๆ วัน พยายามที่จะไม่โกรธเคืองใด ๆ กับคนที่ทำให้เสียใจ เพราะฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันได้สัมผัส ฉันอภัยให้ทุก ๆ อย่างกับทุกคนที่ทำให้ฉันเสียใจที่ผ่านมา ฉันภาวนาถึงแต่สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในโลกนี้ ฉันยังคงเป็นฉันคนเดิม และใช้ชีวิตเหมือนปุถุชนทั่วไป จิตใจของฉันมันยังคงเรียนรู้อยู่ทุกวัน และการเรียนรู้แต่ก้าวทำให้ฉันรู้จักแยกแยะสิ่งที่ถูกและผิดได้มากทีเดียว ฉันจะเป็นคนดีอย่างที่พ่อเลี้ยงดูและบอกสอน จะมองโลกในแง่ดีแบบที่ฉันเคยเป็น และฉันจะระมัดระวังการใช้ชีวิตให้มากขึ้น จะเข้มแข็งและก้าวไปข้างหน้าให้ดีที่สุด

ในชีวิตนี้ ฉันบอกจากใจเลยว่า

"ภูมิใจที่สุดทีเกิดเป็นลูกของพ่อ"









 



 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones