ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article

 


ภาพของผู้ชายคนหนึ่งอุ้มลูกสาวตัวเล็ก ๆ เดินเลือกซื้อของในห้าง ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง หนูน้อยคนนี้ผิวขาวผมสีบลอนยักโศกยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าของเธอน่ารักน่าชังที่สุด เธอกอดตุ๊กตาบาร์บี้ตัวโปรดติดตัวตลอด บ่อยครั้งที่เธอเล่นกับตุ๊กตาและคุยกับพ่ออย่างสนุกสนาน ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหันไปมองภาพความงดงามเหล่านี้ เพราะภาพนี้ทำให้ฉันอดคิดถึงใครบางคนไม่ได้ สมองในตอนนั้นบอกให้ฉันรีบเดินกลับมาที่ออฟฟิศอย่างเร็ว พอเปิดประตูเข้ามานั่งในออฟฟิศได้ ก็หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเปิดดู เห็นภาพของพ่อก็อดไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมาดูชัด ๆ ความรู้สึกในตอนนั้นอยากจะร้องไห้เป็นที่สุด ฉันคิดถึงพ่อจังเลย คิดถึงมากที่สุด คิดถึงไออุ่นเก่าๆ เมื่อครั้งยังเด็ก อยากกอดพ่อ คิดถึงถ้อยคำที่พ่อพร่ำสอนฉันเมื่อครั้งยังเยาว์วัย

พ่อมักจะบอกฉันเสมอว่า ทุกคนในโลกนี้เกิดมาเพื่อเรียนรู้เคียงคู่ไปกับการต่อสู้เพื่อที่จะมีชีวิตที่ดี คนเราทุกคนมีความอดทนมากน้อยแตกต่างกันไป แต่การเป็นลูกสาวพ่อนั้นจะต้องเป็นคนที่อดทนให้มาก ๆ อย่าเป็นคนที่อ่อนแอและท้อแท้เด็ดขาด จะทำอะไรแต่ละอย่างก็ต้องมีสติคิดให้รอบคอบเสมอ

ฉันได้เรียนรู้จากพ่อหลายอย่าง พ่อบอกฉันว่า "ชีวิตคนเรามีผิดพลาดเป็นธรรมดา ไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จไปหมดทุกอย่าง แต่ละคนกว่าจะมีชีวิตที่มีความสุขได้จนทุกวันนี้ ก็ย่อมผ่านด่านความทุกข์มานับร้อย สิ่งใดที่เราทำผิดพลาดลงไป ก็ขอให้จดจำเป็นบทเรียนสอนใจ และจงใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง" เวลาที่ฉันนึกถึงคำสอนของพ่อ ก็อดไม่ได้ที่จะย้อนมองภาพชีวิตของตัวเอง

คำที่พ่อบอกว่า "เมื่อไหร่ที่หนูอ่อนแอและอยากร้องไห้ ขอให้หนูตั้งสติตัวเองให้ดี ให้นึกถึงอดีตเก่า ๆ เพราะยิ่งได้มองภาพเก่า ๆ ที่ก้าวผ่านมาได้ หนูจะรู้สึกว่าตัวเองผ่านจุดตรงนั้นไปได้อย่างไร ทั้งที่อุปสรรคมีมากมาย แต่หนูก็ผ่านมันมาได้ ทำไมหนูจะผ่านความอ่อนแอในวันนี้ไม่ได้"

 

 



ใช่สิ ในวันนี้ฉันอ่อนแอ ฉันท้อแท้เพราะความคิดถึงพ่อ คิดถึงภาพเก่า ๆ ในอดีต ภาพหลายอย่างที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของฉันตลอด ฉันจำได้ในตอนเด็ก ๆ ฉันเคยทำให้พ่อเสียใจครั้งหนึ่ง และเป็นครั้งเดียวที่ฉันจำได้ไม่เคยลืม ตอนนั้นฉันอายุประมาณหกขวบได้ ฉันกำลังจะเข้าไปเรียนหนังสือในชั้น ป. เด็กเล็ก ซึ่งคนในสมัยนี้คงจะเรียกว่าชั้นอนุบาลเสียมากกว่า ในสมัยนั้นฉันและเพื่อน ๆ เป็นนักเรียนรุ่นแรกที่ได้เรียนชั้น ป. เด็กเล็กในโรงเรียนละแวกนั้น

ก่อนวันเปิดเทอมหนึ่งอาทิตย์ พ่อพาฉันไปขายข้าวเปลือกที่ตลาด วันนั้นเถ้าแก่คนจีนให้ราคาข้าวเปลือกไม่ดีเท่าไร ฉันเห็นพ่อนับเงินทุกบาททุกสตางค์ และค่อย ๆ เก็บใส่กระเป๋าเสื้อพร้อมติดกระดุมไว้แน่น เพราะพ่อกลัวว่าเงินจำนวนนี้จะตกหาย จากนั้นพ่อก็พาฉันเดินออกมาที่ถนนด้านหน้า ช่วงระหว่างที่รอข้ามถนน พ่อก็พูดคุยกับฉันหลายอย่าง

"ปีนี้ข้าวเปลือกราคาตกมากเลยนะลูก ดูสิพ่อขายข้าวตั้งหลายกระสอบได้เงินมานิดเดียวเอง ไม่รู้จะพอใช้หรือเปล่า"

"พ่อจะใช้เงินทำอะไรคะ"

"พ่อจะซื้อชุดนักเรียนให้หนูและพี่ ๆ พอราคาข้าวเปลือกตกแบบนี้ พ่อคงซื้อชุดนักเรียนให้หนูได้แค่ชุดเดียวนะลูก" พ่อบอกฉัน ซึ่งฉันได้แต่พยักหน้า พยายามที่จะเข้าใจสิ่งที่พ่อบอก

"คะพ่อ"

"พ่อต้องเก็บเงินไว้ซื้อเสื้อผ้าให้พี่ ๆ ของหนูด้วย เราต้องประหยัดกันนะลูก" พ่อบอก นัยน์ตาดูเป็นกังวลกับการใช้จ่ายเงินแต่ละบาท นับตั้งแต่ที่แม่เสียชีวิต พ่อก็เป็นทั้งพ่อและแม่ที่ดูแลทุกอย่างให้ฉันและพี่ ๆ

ฉันมักจะเห็นเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันไปซื้อเสื้อผ้ากับแม่ตลอด แต่ฉันมีชีวิตต่างจากเพื่อน ๆ ในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก เวลาจะไปไหนก็มีแต่พ่อเท่านั้นที่พาฉันไปทุกแห่งหน ฉันไม่เคยรู้สึกเลยว่า การเป็นลูกกำพร้าแม่มาตั้งแต่เล็ก ๆ ชีวิตของฉันขาดอะไรบางอย่างไป เพราะพ่อทำหน้าที่ของพ่อและแม่ไปในตัวที่สมบูรณ์ที่สุดให้กับฉันและพี่ ๆ ทุกคน

เมื่อรถแต่ละคันวิ่งผ่านไป พ่อจูงมือฉันเดินข้ามถนนอย่างเร็ว ซึ่งตอนนั้นฉันยังเด็กมาก แต่ก็พอเดินได้คล่องทีเดียว เมื่อเห็นร้านน้ำหวานตั้งอยู่ไม่ไกลนัก พ่อก็แวะซื้อน้ำหวานให้ฉันได้ดื่ม

"เอาน้ำสีอะไรลูก สีแดงดีไหม" พ่อถามฉัน

"คะพ่อ"

พ่อรู้ว่าฉันชอบสีแดง จึงเลือกซื้อน้ำหวานสีแดงให้ฉัน จากนั้นก็หันไปถามราคาน้ำหวานจากแม่ค้า ในสมัยนั้นน้ำหวานหนึ่งถุงราคาหนึ่งบาท ถือว่าไม่แพงจนเกินไป พ่อควักเงินในกระเป๋าเสื้อมาจ่ายค่าน้ำหวาน จากนั้นก็พาฉันเดินผ่านมาที่ร้านขายไข่ต้ม

"หิวข้าวหรือเปล่าลูก"

ฉันดูดน้ำหวานด้วยความหิว หันไปมองหน้าพ่อ พยักหน้านิดหนึ่ง "หิวคะพ่อ"

ฉันบอกพ่อ ไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะปากจ่ออยู่กับถุงน้ำหวาน สมัยเด็ก ๆ ฉันเป็นเด็กที่พูดช้า พูดเอื่อย ๆ เหมือนเด็กที่ไม่ค่อยจะทันคน เวลารับประทานอาหาร ฉันก็ทานช้ากว่าใคร ๆ ในบรรดาพี่น้องทุกคน ฉันเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ ดูเหมือนไม่ค่อยแข็งแรง ด้วยเหตุนี้ทำให้พ่อรักและห่วงฉันมากที่สุด พ่อคงกลัวว่าฉันจะโตขึ้นเป็นคนที่ไม่สมบูรณ์ เกรงว่าความที่เป็นคนพูดช้า ดูอ่อนแอ จะทำให้ฉันตามคนอื่นไม่ทัน สารพัดอย่างที่พ่อห่วงอนาคตของฉัน ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่พ่อใส่ใจฉันมากกว่าใคร ๆ ในบรรดาพี่น้อง

"ไข่ต้มสักฟองสองฟองดีไหมลูก" พ่อถามอีกครั้ง

"ฟองเดียวก็พอคะพ่อ"

ฉันตอบพ่อ สายตาก็อดไม่ได้ที่จะแหงนมองแม่ค้าซึ่งยืนคุยกับพ่ออย่างคุ้นเคย เพราะทุกครั้งที่พ่อพาฉันมาตลาด พ่อจะพาฉันแวะซื้อไข่ต้มที่ร้านนี้เป็นประจำ พ่อรู้ว่าฉันชอบไข่ต้มเป็นที่สุด จะว่าเป็นอาหารที่ฉันโปรดปรานที่สุดก็ว่าได้

ในตอนเด็ก ๆ ฉันก็เหมือนเด็กบ้านนอกคนอื่น ๆ เวลาอยู่ในหมู่บ้านก็เล่นซุกซนเป็นธรรมดา แต่แปลกเวลาที่เข้าเมืองไปเดินตลาดกับพ่อ ฉันไม่เคยซนหรือทำให้พ่อหนักใจเลยสักครั้ง จะว่าเป็นเด็กที่เรียบร้อยที่สุดก็ว่าได้

หลังจากที่พ่อซื้อไข่ต้มให้ฉันเสร็จแล้ว พ่อก็พาฉันไปซื้อชุดนักเรียนที่ร้านเถ้าแก่คนจีนในเมือง พ่อขอลดราคาจากเถ้าแก่ ซึ่งตอนแรกเถ้าแก่ก็ไม่ยอมจะลดให้ แต่พอพ่อบอกว่าจะพาลูกสาวอีกสองคนมาซื้อชุดในวันหน้า เถ้าแก่ก็ยอมลดราคาให้ และก็บอกย้ำให้พ่อพาลูก ๆ มาซื้อชุดที่ร้านบ่อย ๆ ซึ่งพ่อก็รับคำเป็นอย่างดี เมื่อซื้อชุดนักเรียนเสร็จแล้ว พ่อก็แวะซื้อหมากพลูก่อนที่จะพาฉันไปนั่งรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารด้านซ้ายมือของตลาด

ในวันนั้นฉันทานข้าวนิดเดียวและก็นั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา ส่วนพ่อพอรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ก็สั่งซื้ออาหารและขนมใส่ถุงเพื่อที่จะเอาไปฝากพี่ ๆ ของฉันรวมทั้งญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ด้วย จากนั้นพ่อก็พาฉันเดินออกมาด้านหน้า

ตั้งแต่เกิดมาในชีวิต ฉันไม่เคยมีตุ๊กตาเลยสักครั้ง เวลาเล่นตุ๊กตาก็เอาขวดน้ำปลาเปล่าที่ไม่ใช้แล้วมาห่อกับผ้าถุงทำเป็นตุ๊กตาอุ้มเล่นตลอด ในวันนั้นพ่อพาฉันเดินผ่านร้านตุ๊กตา ฉันเห็นแล้วเกิดความอยากได้เป็นอย่างมาก อยากอุ้มตุ๊กตาตัวนั้นเหมือนเด็ก ๆ คนอื่น ๆ ฉันไม่เคยขออะไรจากพ่อเลยสักครั้งในชีวิต ไม่เคยทำให้พ่อลำบากใจ แต่ในวันนั้นฉันดึงมือพ่อให้หยุดยืนที่ร้านขายตุ๊กตา

"พ่อคะ ตุ๊กตาสวยจังเลย"

พ่อมองตุ๊กตาในร้านอยู่สักพัก ก้มหน้าหันมามองฉัน

"ราคาคงแพงน่าดูเลยนะลูก" พ่อบอกฉัน เหมือนต้องการให้ฉันรู้ว่า พ่อคงจะซื้อตุ๊กตาให้ฉันไม่ได้

"หนูอยากได้จังเลยค่ะ หนูอยากมีตุ๊กตากับเขาบ้าง"

คำพูดของฉันทำให้พ่อยิ้มละไมแต่ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะก้มลงบอกฉัน

"พ่อไม่มีเงินที่จะซื้อตุ๊กตาให้หนูนะลูก พ่อจะต้องเก็บเงินนี้ไว้ซื้ออาหาร ซื้อเสื้อผ้าชุดนักเรียนให้พี่ของหนูด้วย ไหนจะต้องให้เงินพี่ชายคนโตของหนูไปโรงเรียน เราต้องประหยัดกันนะลูก"

ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้ในใจจะแอบเสียใจที่พ่อไม่สามารถซื้อตุ๊กตาให้ฉันได้ แต่ฉันก็พอจะทำใจได้บ้าง เพราะรู้ว่าทางบ้านมีฐานะความเป็นอยู่อย่างไร หลังจากนั้นพ่อก็พาฉันเดินมาซื้อของที่ตลาด เสร็จแล้วก็แวะซื้อพวกอุปกรณ์เครื่องมือทำไร่ทำนาด้วย ซึ่งสมัยนั้นในหมู่บ้านของฉันยังไม่มีรถไถนาแต่อย่างใด การจะไถนาแต่ละครั้งจะต้องใช้ควายและคันไถเท่านั้น

เมื่อพ่อซื้อของเสร็จก็พาฉันเดินผ่านร้านขายตุ๊กตาอีกครั้ง เพื่อที่จะรอขึ้นรถโดยสารกลับไปยังหมู่บ้าน ระหว่างทางผ่านร้านตุ๊กตา ฉันก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองตุ๊กตาพลาสติกแสนสวยด้านใน เมื่อพ่อเห็นฉันสนใจตุ๊กตามากกว่าเส้นทางที่พ่อพาก้าวเดินไปข้างหน้า พ่อจึงหยุดเดินและหันไปมองตุ๊กตาที่ฉันกำลังเพ่งอยู่

"หนูอยากได้ตุ๊กตามากไหมลูก"

"คะพ่อ" ฉันตอบพ่อสั้น ๆ

วันนั้นพ่อไม่พูดอะไรอีกเลย จูงมือฉันเดินเข้าไปในร้านทันที เจ้าของร้านขายตุ๊กตาเป็นผู้หญิงชราอายุมากกว่าพ่อหลายปี เธอพูดคุยกับพ่อตามประสาแม่ค้าที่ทำมาค้าขาย เธอเดินไปหยิบตุ๊กตาหลายแบบให้พ่อเลือก พ่อถามราคาตุ๊กตาที่ฉันชอบ แม่ค้าบอกว่าราคายี่สิบบาท พ่อต่อรองราคาอยู่หลายนาที จนแม่ค้ายอมใจอ่อนและลดราคาให้เหลือสิบห้าบาท

แม่ค้าเดินไปหยิบตุ๊กตามายื่นให้พ่อ ซึ่งพ่อก็รีบควักเงินจากกระเป๋าเสื้อออกมาจ่ายจนเสร็จ จากนั้นก็หยิบตุ๊กตาให้ฉัน

"พ่อซื้อตุ๊กตาให้หนูแล้วนะ หนูต้องเป็นเด็กดีและเชื่อฟังคำสอนของพ่อและพี่ ๆ นะลูก"

"คะพ่อ" ฉันประนมมือไหว้พ่อทันที "ขอบคุณมากค่ะ"

พ่อลูบผมฉันเบา ๆ ด้วยความรัก ถึงแม้ว่าตอนแรกพ่อจะไม่อยากซื้อตุ๊กตาให้ฉัน แต่จนแล้วจนเหล่าความรักที่พ่อมีให้ฉันมากกว่าสิ่งใด พ่อยอมตัดใจไม่ซื้ออะไรให้กับตัวเองเลย และนำเงินตรงนั้นเพื่อที่จะซื้อตุ๊กตาให้ฉันได้เล่น จากนั้นก็จูงมือฉันออกมาจากร้านขายตุ๊กตา รถโดยสารหลายคันวิ่งผ่านไปมา แดดในวันนั้นร้อนพอสมควร พ่อรีบพาฉันเดินไปนั่งรอรถที่เก้าอี้ไม้เก่า ๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าติด ๆ กับถนน พ่อจัดของให้เรียบร้อย โดยที่บอกให้ฉันนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ใต้ร่ม ฉันนั่งเล่นกับตุ๊กตาตัวโปรด ใบหน้าที่ไม่ค่อยจะยิ้มให้กับใครในสถานที่แปลกหน้า แต่ในวันนั้นหลังจากที่ได้อุ้มตุ๊กตาตัวโปรด ฉันก็ยิ้มออกมาให้พ่อได้ชื่นใจบ้าง เมื่อพ่อมัดถุงข้าวของเสร็จแล้วก็เดินมานั่งข้าง ๆ ฉัน

"ปีนี้ข้าวราคาตกจริง ๆ เลย ไม่รู้ว่าปีหน้าราคาข้าวจะขึ้นหรือเปล่า ถ้าราคาตกแบบนี้ พ่อว่าเราแย่แน่ ๆ เลยลูก"

พ่อบ่นไปพลาง ๆ มือข้างหนึ่งก็หยิบผ้าขาวม้ามาเช็ดเหงื่อไปด้วย จากนั้นก็หยิบน้ำขวดมานั่งดื่มแก้กระหาย ฉันได้ยินพ่อบ่นให้ฟังหลายอย่าง แต่ก็ไม่ได้สนใจเลยว่าพ่อพูดอะไรบ้าง ตอนนั้นฉันยังเด็กมาก เรื่องข้าวราคาขึ้นราคาตก ฉันไม่เคยรู้เลย และก็ไม่เคยสนใจใคร่อยากรู้เสียด้วย รู้แต่ว่าเวลาที่พ่อเอาข้าวเปลือกมาขาย พ่อก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่เงินที่ได้จะมากหรือน้อย ฉันก็ไม่เคยถามพ่อเลยสักครั้ง ไม่รู้ว่าพ่อได้กำไรหรือขาดทุนกันแน่ รู้แต่ว่า ไม่ว่าพ่อจะขาดทุนหรือได้กำไร ทุกครั้งที่พ่อมาขายข้าวเปลือก พ่อก็มักจะซื้ออาหารดี ๆ พร้อมทั้งเสื้อผ้าชุดนักเรียนใหม่ ๆ ให้ฉันและพี่ ๆ เสมอ

เพียงไม่นานรถโดยสารก็วิ่งมาจอดด้านหน้า พ่ออุ้มฉันขึ้นไปนั่งบนรถก่อน จากนั้นก็เดินกลับมาเอาของขึ้นรถ ซึ่งเด็กรถลงมาช่วยพ่ออีกแรง ฉันอุ้มตุ๊กตาตัวโปรดนั่งรอพ่อที่เบาะด้านใน พอพ่อเอาของขึ้นรถเสร็จแล้ว ก็ขึ้นมาบนรถ ตอนนั้นรถโดยสารคนเต็มไปหมด พ่อไม่สามารถเข้ามานั่งกับฉันได้

"หนูนั่งดี ๆ นะลูก" พ่อหันมาบอกฉัน และยืนอยู่ด้านนอกโหนรถกับผู้ชายคนอื่น ๆ แต่สายตาของพ่อก็หันมามองฉันเป็นระยะ ๆ พ่อคงจะห่วงฉัน เกรงว่าฉันจะหลับระหว่างทาง

รถโดยสารค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางใหญ่ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าไปยังถนนสายเล็ก ๆ เข้าไปในหมู่บ้านติดภูเขาระหว่างเขตแดนไทยกัมพูชา ผู้คนภายในรถก็เริ่มลงตามจุดหมายของตัวเอง พอมีที่นั่งว่าง พ่อก็เดินมานั่งข้าง ๆ ฉัน และก็บอกให้ฉันนอนหนุนตักพ่อ ทุกครั้งที่ฉันนั่งรถโดยสาร ฉันมักจะปวดหัวตลอด พ่อรู้ว่าฉันเกิดอาการเมารถ หากฉันได้นอนพัก ฉันก็จะไม่อาเจียนออกมา พ่อใส่ใจในตัวฉันทุกอย่างและพยายามปกป้องฉันเสมอ

หลังจากกลับมาจากตลาด ฉันก็เล่นอยู่แต่กับตุ๊กตาตัวใหม่ที่พ่อซื้อให้เสียนาน เวลาที่พ่อเรียกไปใช้งาน ฉันก็รีบเอาตุ๊กตาไปเก็บไว้ในห้องนอน เพราะกลัวว่าจะมีคนมาขโมยตุ๊กตาของฉันไป ฉันไม่เคยเกี่ยงงานที่พ่ออยากให้ทำ ไม่ว่าจะหาบน้ำด้วยถังน้ำเล็ก ๆ ที่พ่อซื้อไว้ให้ฉันหัดหาบกับพี่สาวคนอื่น ๆ หรือแม้แต่ล้างจานและก่อไฟหุงข้าว ฉันก็เรียนรู้และทำตามคำสั่งของพ่อทุกอย่าง แต่พอมีเวลาว่างและพ่อให้ฉันไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ ได้ ฉันก็เอาตุ๊กตาไปแบ่งปันเพื่อน ๆ ได้เล่นด้วยกัน

สมัยเด็ก ๆ ฉันติดเล่นกับเพื่อน ๆ มากทีเดียว เล่นชนิดที่ว่าไม่ค่อยสนใจเรื่องไปเรียนหนังสือเลย มีอยู่วันหนึ่งพ่อได้ซื้อกล่องข้าวอันใหม่ให้ฉันและพี่สาว เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จพ่อกับพี่สาวคนโตก็ช่วยกันจัดอาหารใส่กล่องให้ฉันได้เอาไปรับประทานที่โรงเรียน ในวันนั้นฉันเกิดอาการเบื่อกับการไปเรียนหนังสือเป็นอย่างมาก เพราะอยากจะเล่นตุ๊กตาอยู่ที่บ้านมากกว่า

"ไม่ได้ หนูต้องไปโรงเรียนนะลูก ตุ๊กตาไว้เล่นหลังเลิกเรียน เข้าใจที่พ่อบอกไหม"

"แต่หนูไม่อยากไปเรียน หนูไม่ชอบโรงเรียนเลย"

ฉันตอบพ่อเสียงเอื่อย ๆ พูดไปตามความจริง ทำหน้าออดอ้อนขอร้องพ่อไปด้วย ฉันยอมรับว่าตอนนั้นไม่ชอบโรงเรียนเอามาก ๆ ไม่อยากไปเรียนหนังสือเสียอย่างนั้น เพราะห้องเรียนที่ฉันเรียนอยู่ ไม่มีเพื่อนสนิทที่ฉันรู้จักเลยสักคน เพื่อน ๆ สนิทของฉันส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนเลยสักคน ญาติพี่น้องที่เล่นด้วยกันต่างก็อายุน้อยกว่าฉัน ทุกคนยังไม่ได้เข้าโรงเรียนแต่อย่างใด

"ไม่ชอบก็ต้องไป เพราะหนูมีหน้าที่เรียนหนังสือ พ่อซื้อชุดนักเรียนใหม่ให้แล้ว ซื้อตุ๊กตาให้แล้ว หนูต้องไปโรงเรียน เข้าใจที่พ่อบอกไหม ถ้าหนูไม่ไปเรียน หนูก็จะไม่เป็นคนเก่งอย่างที่ครูสอน เข้าใจที่พ่อพูดหรือเปล่า" พ่อบอกฉันหลายอย่าง แต่ตอนนั้นฉันไม่สนใจเลย ไม่ได้อยากเป็นคนเก่งอะไร อยากเป็นแค่ลูกสาวพ่อ อยากอยู่บ้านกับพ่อมากกว่า

"หนูไม่สนใจ หนูไม่อยากไปโรงเรียน หนูไม่ชอบโรงเรียน พ่อให้หนูอยู่บ้านกับพ่อนะคะ นะคะพ่อ"

ฉันอ้อนวอนพ่อ น้ำตาเริ่มไหลรินออกมาทีละนิด ร้องไห้กระซิก ๆ ตามประสาเด็กติดพ่อที่ไม่อยากไปเรียนหนังสือ ไม่อยากจากบ้านไปอยู่ที่อื่นไกลจากพ่อ

"ไม่ได้ หนูต้องไปโรงเรียน เดี๋ยวพี่ตาจะปั่นจักรยานไปส่ง" พ่อยืนยันคำเดิม ไม่สนใจน้ำตาและคำอ้อนวอนของฉันเลย

พอพี่ตาเอาจักรยานมาจอดหน้าบ้าน พ่อไม่สนใจคำอ้อนวอนของฉัน และก็อุ้มฉันให้นั่งซ้อนท้ายพี่ตา ฉันร้องไห้ตลอด ปากก็บอกแต่ว่าไม่อยากไปโรงเรียน จะอยู่บ้านกับพ่อ ตอนนั้นพ่อยืนมองฉันด้วยสีหน้าเศร้า ๆ ฉันรู้ว่าพ่อคงจะเสียใจที่ฉันเชื่อฟังพ่อทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องไปโรงเรียนที่ฉันไม่ยอมทำตามที่พ่อบอกเลย

"ไปเรียนหนังสือ ตั้งใจเรียนหนังสือและเป็นเด็กดีของคุณครูนะลูก" พ่อพร่ำบอกฉันอยู่ตลอด

"ไม่ไป หนูไม่ไปโรงเรียน หนูจะอยู่บ้านกับพ่อ"

ฉันร้องไห้และพร่ำพูดแต่คำเดิม ๆ แม้จะนั่งซ้อนท้ายจักรยานของพี่สาว ฉันก็ร้องไห้ไม่หยุด พยายามโยกตัวไปมา โยกซ้ายโยกขวากะจะให้พี่สาวปั่นจักรยานไม่ได้ แล้วเธอคงจะอุ้มฉันลงจากรถ แต่พี่สาวก็ไม่ได้ทำอย่างที่ฉันคิด เธอทำท่าจะปั่นจักรยานออกไปบนเส้นทาง ซึ่งพ่อก็ยืนมองด้วยความเป็นห่วงกับความดื้อรั้นของฉัน

ในช่วงวินาทีนั้น สมองของฉันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หากแต่เป็นความคิดที่โง่เขลาที่สุดในชีวิต ซึ่งฉันไม่ต้องการให้ใครเอาความคิดโง่ ๆ ของฉันเป็นแบบอย่าง วันนั้นฉันคิดว่าถ้าฉันเอาขาข้างหนึ่งเข้าไปในล้อรถจักรยาน ก็จะทำให้พี่สาวไม่สามารถปั่นจักรยานออกไปได้ และฉันก็คงจะได้แผลเล็ก ๆ ให้พ่อได้เห็นใจ พอฉันเจ็บแผล ฉันก็ไม่ต้องไปโรงเรียนอย่างที่พ่อบอก

แต่ความจริงกับความคิดของฉันช่างต่างกันเหลือเกิน เมื่อฉันเอาขาซุกเข้าไปในล้อรถ ความเจ็บปวดก็วิ่งแปร๊ดเข้ามาในหัวใจ ฉันกรี้ดร้องดังลั่นเหมือนคนที่กำลังจะตายให้ได้ พี่สาวตกใจเป็นอย่างมาก เธอหยุดรถจักรยานทันที เหลียวหันไปมองล้อรถด้านหลัง พอเห็นขาของฉันพาดอยู่กับล้อรถ มีเลือดไหลซึมออกมาเป็นระยะ ๆ พี่ตาก็ตะโกนเรียกพ่ออย่างเร็ว เพราะเธอคงจะตกใจมากที่ขาของฉันไปติดอยู่ในล้อรถ

ในช่วงเวลานั้นพ่อไม่รอช้า รีบวิ่งมาหาฉันและพี่ตาทันที เมื่อพ่อเห็นขาข้างขวาของฉันเต็มไปด้วยเลือดติดอยู่กับล้อรถ พ่อก็อุ้มฉันลงมาจากรถจักรยานอย่างเร็ว จากนั้นก็ตะโกนร้องเรียกญาติพี่น้องให้เข้ามาช่วย

"ทำไมเป็นแบบนี้ หนูทำอะไรแบบนี้ หนูทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า"

พ่อถามฉันเสียงเข้ม น้ำเสียงของพ่อเห็นได้ชัดว่าโมโหกับสิ่งที่ฉันทำลงไป พ่อคงอยากจะตีฉันเหลือเกิน อยากจะลงโทษลูกสาวที่ดื้อรั้นที่สุด พ่อยกมือหลายครั้งหลายคราที่จะตีฉันให้ได้ แต่จนแล้วจนเล่าพ่อก็ตีฉันไม่ลง พ่อได้ดุและก็ปลอบโยนฉันในเวลาเดียวกัน พี่สาวต่างมารดาเห็นฉันร้องไห้ไม่หยุด เธอเห็นสีหน้าของพ่อโมโหกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงรีบเข้าไปอุ้มฉันจากพ่อเอาไว้ เพราะกลัวว่าพ่อจะระงับความโกรธไว้ไม่ได้

"พอแล้วพ่อ อย่าดุน้องเล็กเลยนะ ดูสิคงจะเจ็บน่าดู" พี่สาวหันไปปรามพ่อ ซึ่งพ่อยังไม่มีทีท่าว่าจะหายโกรธ พี่สาวหันมาลูบผมฉันเบา ๆ "ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวพี่จะพาไปหาหมอ อย่าร้องนะคนดีนะ ไม่ต้องร้องนะ" พี่สาวปลอบโยนฉันต่าง ๆ นานา คำพูดของเธอไม่ได้ทำให้ฉันหยุดร้องไห้เลยสักนิด

"ไม่ไป หนูไม่ไปหาหมอ หนูไม่ไปโรงเรียน หนูจะอยู่บ้านกับพ่อ หนูจะอยู่บ้านเท่านั้น"

ฉันร้องไห้สะอื้นใจแทบขาด ดิ้นไปมา ปากก็พูดแค่คำไม่กี่คำเท่านั้น ยอมรับว่าปวดแผลเป็นอย่างมาก ใจก็กลัวเหลือเกินว่าพ่อจะพาไปหาหมอ พอหมอทำแผลให้เสร็จ พ่อก็จะส่งฉันให้ไปโรงเรียนอีก ฉันไม่อยากไปโรงเรียน ฉันอยากอยู่บ้านกับพ่อ

"แผลใหญ่ขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะได้ไปโรงเรียน คงได้อยู่บ้านหลายวันเลยแหละน่า ไม่ต้องร้องไห้นะ นิ่งซะ" พี่สาวปลอบโยนฉัน โดยที่พ่อเดินตามหลังมาติด ๆ ด้วยความเป็นห่วง

"ทำไมทำตัวแบบนี้ หนูทำอะไรลงไปรู้ไหมลูก หนูทำอะไรลงไปรู้ไหม"

พ่อบอกย้ำถามฉันตลอด น้ำเสียงดูโกรธเคืองฉันอยู่มาก พ่อพูดแต่คำเดิม ๆ เท่านั้น ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้

"หนูไม่อยากไปโรงเรียน พ่ออย่าบังคับหนูได้ไหม"

พ่อไม่พูดอะไรอีกเลย สีหน้าเป็นกังวลยิ่งนัก พ่อกับพี่สาวรวมทั้งญาติพี่น้องคนอื่น ๆ พากันอุ้มฉันมาหาหมอที่หมู่บ้านทางเหนือ ซึ่งระยะทางก็ประมาณหนึ่งกิโลเมตรได้ พ่อกับพี่สาวไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยที่ต้องอุ้มฉันเดินเป็นระยะทางที่ไกล ทุกคนเต็มใจทำและอยากให้หมอรักษาฉันให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าฉันจะพิการขาเป๋เดินไม่ได้

"หนูรู้ไหมลูก ถ้าหนูเกิดพิการขาเป๋ขึ้นมา หนูจะทำอย่างไรลูก โตขึ้นหนูจะลำบากมากรู้ไหมลูก ผู้ชายที่ไหนเขาจะอยากแต่งงานกับผู้หญิงขาเป๋ หากวันหนึ่งไม่มีพ่อ แล้วหนูจะอยู่กับใคร ทีหลังอย่าทำอะไรโง่ ๆ อย่างนี้อีกนะลูก"

พ่อสอนฉันหลายอย่าง ส่ายหัวรับไม่ได้กับสิ่งที่ฉันทำลงไป แต่พ่อก็หอมผมฉันกอดฉันเอาไว้ ฉันเห็นน้ำใส ๆ ในเบ้าตาของพ่อตลอด แววตาที่เป็นกังวลห่วงฉันเป็นที่สุด แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอะไรมาก ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปผิดมากแค่ไหน ไม่รู้หรอกว่าอนาคตคืออะไร ฉันมีแค่วันนี้และพรุ่งนี้เท่านั้น รู้แต่ว่าช่วงวินาทีนั้น ฉันอยากอยู่บ้านกับพ่อ ฉันไม่อยากไปโรงเรียนเลย ไม่อยากให้ใครมาบังคับชีวิตของฉันด้วย

"ก็พ่อบังคับหนูให้ไปโรงเรียน หนูไม่อยากไปโรงเรียน พ่อได้ยินไหมคะ หนูจะอยู่กับพ่อ" ฉันร้องไห้สะอื้น ตัอพ้อต่อว่าพ่อด้วยความน้อยใจ

"ถ้าหนูไม่ไปโรงเรียน ตำรวจก็จะมาจับพ่อเข้าคุก ถ้าพ่อเข้าคุกหนูจะอยู่กับใครล่ะ หนูเข้าใจสิ่งที่พ่อพูดไหม"

ตอนนั้นฉันมองหน้าพ่อด้วยความสงสาร พ่อบอกฉันตามความคิดของชาวบ้านธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่มีความเชื่อที่ว่า ถ้าลูกคนใดคนหนึ่งไม่ยอมไปเรียนหนังสือ ตำรวจก็จะมาจับผู้ปกครองเข้าคุก

 



สิ่งที่ได้ยินจากพ่อทำให้ฉันรู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง ฉันเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปนั้น ผิดอย่างมหันต์ เป็นความผิดที่แสนจะโง่เขลาสมควรที่จะได้รับโทษจากพ่อ แต่จนแล้วจนเล่าพ่อก็ไม่ได้ลงโทษฉันเลยสักครั้ง พอมาถึงบ้านของคุณหมอ พ่อก็ขออุ้มฉันจากพี่สาวทันที ฉันกอดคอพ่อไว้แน่น โดยที่หมอเอาแอลกอฮอล์ล้างแผลให้ฉันไปด้วย ฉันรู้สึกเจ็บแสบแผลเป็นอย่างมาก ขาสั่นไปหมด กลัวสารพัดอย่าง ร้องไห้สะอื้น ไหล่ของพ่อซับน้ำตาฉันไปด้วย พ่อกอดฉันเอาไว้และปลอบโยนฉันตลอด

"อย่าร้องนะลูก อดทนนะคนดี เดี๋ยวคุณหมอก็ทายาให้แล้ว สักพักก็คงจะหายปวด" พ่อปลอบโยนฉันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฉันก็เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว

"ลูกสาวของผมจะพิการไหมครับคุณหมอ" พ่อถามคุณหมอด้วยสีหน้าเป็นกังวล ขณะที่ฉันร้องไห้สะอื้นซบอกพ่ออยู่ตลอด มือก็กอดพ่อไว้แน่น

"ไม่พิการหรอกลุง แต่ถ้าไม่รักษาแผลให้ดี รับรองพิการแน่ ๆ"

"แล้วผมควรทำยังไงบ้างคุณหมอ แผลของลูกสาวจะได้หายไว ๆ คุณหมอบอกผมมาเถอะ ผมจะทำตามที่คุณหมอบอกทุกอย่าง ขอแค่ลูกสาวของผมไม่พิการ" พ่อถามคุณหมอ

"อย่าให้แผลเปียกน้ำ พาลูกสาวมาให้หมอล้างแผลบ่อย ๆ และอย่าลืมให้เธอกินยาแก้อักเสบด้วย ยาที่หมอให้ไปก็ทาให้เธอทุกวัน คิดว่าไม่เกินเดือนแผลคงจะหาย" หมอบอกพ่อ ฉันได้ยินทุกอย่าง

"ขอบคุณครับคุณหมอ"

วันนั้นพ่อจ่ายค่ายาให้หมอเสร็จ ก็อุ้มฉันกลับมาบ้าน โดยที่ญาติพี่น้องคนอื่น ๆ เดินมาพร้อม ๆ กับพ่อด้วย ทุกคนต่างก็สอนฉันต่าง ๆ นานา แต่ก็ไม่มีใครดุด่ากับสิ่งที่ฉันได้ทำลงไปเลยสักคน มีแต่ความเป็นห่วงระหว่างทางและเสียงสะอื้นของฉัน จะมีก็แต่พ่อเท่านั้นที่ดุในตอนแรก ๆ พอมาช่วงหลัง ๆ พ่อก็ปลอบโยนฉันตลอด

เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ฉันไม่ได้ไปโรงเรียนเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็ม ๆ ฉันเดินไม่ได้เหมือนเพื่อนคนอื่น เพราะแผลยังไม่หายดี พ่อไม่เคยนิ่งดูดายหาไม้เท้าให้ฉันเกาะเดินไปด้วย ตลอดเวลาที่ต้องรักษาแผลให้หาย ฉันได้อยู่บ้านกับพ่อทุกวัน แต่แปลกในช่วงเวลานั้นฉันกลับไม่มีเพื่อนเล่นด้วยเลยสักคน เพราะเพื่อน ๆ ที่เคยเล่นด้วยกันต่างก็พากันไปไร่ไปนากับพ่อแม่ตลอด ฉันไม่สามารถไปว่ายน้ำเล่นในแม่น้ำห้วยกับเพื่อน ๆ ได้ เพราะคุณหมอสั่งห้ามไม่ให้แผลเปียกน้ำ ฉันไม่สามารถไปวิ่งเล่นหยอกล้อกับเพื่อน ๆ ได้ เพราะทุกครั้งที่เดินฉันจะต้องมีไม้เท้าค้ำตลอด

ทุก ๆ เช้าพ่อจะจัดยาให้ฉันได้กินหลังรับประทานอาหาร และก็พาฉันไปหาหมอล้างแผลอย่างต่อเนื่อง พ่อไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยเลยสักครั้ง พ่อมีแต่ความห่วงใยอยากให้ฉันหายไว ๆ อยากให้ฉันเดินได้ปกติ ฉันเห็นสิ่งที่พ่อทุ่มเทดูแลฉันก็อดสงสารพ่อไม่ได้ ความรู้สึกที่เคยคิดว่ามีความสุขกับการได้อยู่บ้านก็เปลี่ยนไป รู้สึกว่าตัวเองทำให้พ่อลำบากมาก พ่อไม่เคยเดินทางไปทำงานที่ไหนไกล ๆ เพราะกลัวว่าแผลของฉันจะอักเสบ จวบจนวันหนึ่งฉันมีโอกาสได้นอนหนุนตักพ่อ วันนั้นพ่อไม่ได้พูดอะไร นั่งเคี้ยวหมากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ

"พ่อ" ฉันเรียกพ่อ

"จ๊ะลูก"

"พ่อเหนื่อยไหมคะ" ฉันถามพ่อ

"ไม่เหนื่อยหรอกลูก หนูมีอะไรเหรอ"

"เมื่อไหร่แผลของหนูจะหายสักที"

"ก็คงอีกหลายวัน หนูอย่าไปปีนต้นไม้เสียล่ะ อย่าไปแอบว่ายน้ำนะลูก เดี๋ยวแผลจะอักเสบ"

"คะพ่อ แล้วเมื่อไหร่หนูจะได้ไปโรงเรียนล่ะคะพ่อ"

คำพูดของฉันทำให้พ่อหันมามองฉันนิดหนึ่ง พ่ออมยิ้มเต็มใบหน้าอย่างชื่นใจกับสิ่งที่ได้ยิน พ่อลูบผมฉันเบา ๆ ด้วยความถนุถนอม

"ถ้าแผลของหนูหายเมื่อไหร่ พ่อจะพาหนูไปส่งที่โรงเรียนด้วยตัวเอง"

"พ่อต้องพาหนูไปโรงเรียนจริง ๆ นะคะ"

"จ๊ะลูก พ่อสัญญา"

วันนั้นฉันนอนหนุนตักพ่อกอดตุ๊กตาตัวโปรดไว้แน่น ฉันนอนหลับไปตอนไหนไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ตัวเองนอนอยู่บนที่นอนเสียแล้ว พ่ออุ้มฉันเข้ามานอนในห้องนอนทุก ๆ คืน คอยห่มผ้าให้ฉันและพี่สาวเสมอ พ่อตื่นขึ้นมาในตอนดึก ๆ หากฉันฝันร้ายและร้องไห้ในตอนกลางคืน พ่อไม่เคยเหนื่อยที่จะสวดมนต์เป่าคาถาปกป้องรักษาให้กับฉัน

 

ในวันที่ฉันกลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง พ่อดีใจเป็นอย่างมากที่ฉันเดินได้ปกติ พ่อตื่นแต่เช้า ทำอาหารโปรดให้ฉันได้รับประทาน ห่อข้าวกับไข่ต้มให้ฉันได้นำไปรับประทานในช่วงกลางวัน พ่ออาบน้ำหวีผมให้ฉัน มือของพ่อประแป้งเด็กที่แสนหอมให้ฉัน พ่อช่วยสวมรองเท้าให้ฉัน จัดสมุดใส่กระเป๋าทุกอย่าง วันนั้นพ่อพาฉันไปส่งถึงห้องเรียน ฝากฝังฉันกับคุณครูประจำชั้นให้ช่วยดูแลฉันให้ดี ฉันเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของพ่อก่อนที่คุณครูจะพาฉันเดินเข้าไปในห้องเรียน ฉันจดจำใบหน้าของพ่อได้หมดทุกอย่าง พ่อเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของฉัน

เมื่อฉันโตเป็นสาวและมีโอกาสกลับไปเรียนหนังสือ ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่า ไม่ว่าชีวิตจะเลวร้ายแค่ไหน ฉันก็อยากจะทำอะไรสักอย่างให้พ่อภูมิใจในตัวฉันที่สุด เพราะตอนเด็ก ๆ ฉันเคยทำให้พ่อเสียใจหนึ่งครั้ง และครั้งนั้นก็จะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่า ฉันจะไม่ทำให้พ่อเสียใจอีกแล้ว

นับตั้งแต่ที่ฉันกลับไปเรียนหนังสือ ฉันยอมรับว่าไม่เคยทำให้พ่ออายใคร ๆ ทุกครั้งที่มีคนถามเกี่ยวกับตัวฉัน ฉันตอบทุกคนอย่างภาคภูมิใจว่าเป็นลูกสาวพ่อ เกรดเฉลี่ยสี่จุดศูนย์ ๆ ที่ฉันได้รับหลายเทอมติดต่อกัน และเกรดเฉลี่ยที่สูงที่สุดในบรรดาเพื่อน ๆ ที่เรียนจบเอกบัญชีด้วยกันในปีนั้น ทำให้ฉันภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำเป็นอย่างมาก แต่ก่อนฉันไม่เคยคิดหรอกว่า ตัวเองจะทำได้ จะมีวันนี้ได้อย่างไร แต่พอฉันได้นึกถึงใบหน้าของพ่อ นึกถึงคำสอนของพ่อในวันนั้น ฉันก็ตั้งใจเรียนและตั้งมั่นว่าจะทำให้ได้ และบอกกับตัวเองเสมอว่า เมื่อใดที่มีโอกาส ฉันจะใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มพูนไปเรื่อย ๆ จวบจนลมหายใจสุดท้ายในโลกใบนี้


 

 

 

 

 

 

ณ วันนี้ ฉันดีใจที่สุดที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างไปได้

 

 

 

 

ดีใจที่สุดที่ได้ทำให้พ่อภูมิใจในตัวฉัน แม้ว่าพ่อจะไม่มีโอกาสได้เห็นได้สัมผัส

 

 

 

 

แต่ฉันก็เชื่อว่า ดวงวิญญาณของพ่อเฝ้ามองดูชีวิตของฉันทุกวัน ทุกวินาที และทุก ๆ ก้าวที่ฉันเดินผ่านไป

 

 

 

 



"หนูรักพ่อที่สุดในโลก"

 

 

 

 

 

 

 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones