ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article


 



หากจะพูดถึงชีวิตของแต่ละคนนั้น ยากที่จะบอกได้ว่า แต่ละชีวิตนั้นผ่านพบเจออะไรมาบ้าง หลาย ๆ คนมักจะบอกว่าสิ่งที่ตัวเองผ่านพบเจอนั้น เพราะโชคชะตากำหนดให้ต้องเป็นแบบนี้ ซึ่งความเป็นจริงไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่า ใช่โชคชะหรือพรหมลิขิตกำหนดให้เราเป็นเช่นนี้


ชีวิตของหลวงพี่นันทเมธี
นั้นไม่เหมือนใคร ไม่รู้ว่าโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตกันแน่ เพราะหลวงพี่มีชีวิตที่ไม่ค่อยจะเหมือนใครเขา หลวงพี่ต้องผ่านพบเรื่องราวเลวร้ายมากมายกว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่ว่าเรื่องราวที่ผ่านมาจะเจ็บปวดเพียงใด แต่หลวงพี่ก็เป็นพระรูปหนึ่งที่อยากจะกลับตัวมาเป็นคนดี และทำอะไรเพื่อสังคมได้บ้าง

หลวงพี่ นันทเมธี มีศักดิ์เป็นหลานชายของฉันเอง และก็เป็นหลานชายที่มีอายุมากกว่าฉันสามปี พ่อของฉันมีภรรยาสองคน ภรรยาคนแรกมีลูกสาวสามคน ส่วนแม่ของฉันนั้นมีลูกด้วยกันหกคน ทั้งภรรยาคนแรกและแม่ของฉันเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้ว แม่ของหลวงพี่นันทเมธี มีศักดิ์เป็นพี่สาวต่างมารดาของฉัน ซึ่งเป็นพี่สาวที่ฉันและพี่ ๆ ทุกคนรักและเคารพนับถือเป็นอย่างมาก

เมื่อแม่ (พี่รำ) และพ่อ (พี่โทน) ของหลวงพี่นันทเมธีแต่งงานได้ไม่นาน แม่ของหลวงพี่ก็ให้กำเนิดหลวงพี่ ซึ่งในตอนนั้นแถว ๆ หมู่บ้านของฉันมีการเล่นวิชาไสยศาสตร์กันอย่างมาก โดยที่พ่อของฉันเป็นหมอรักษาคนที่ถูกคุณไสย์ด้วย พ่อเป็นที่รักของหลาย ๆ คนในหมู่บ้าน ทุกครั้งที่พ่อไปช่วยชีวิตคนที่ถูกคุณไสย์ นั่นก็หมายถึงว่า พ่อสร้างศัตรูเพิ่มมากขึ้น แน่นอนเมื่อพ่อมีศัตรูเพิ่มมากขึ้น พ่อก็เป็นที่หมายปองของคนที่อยากจะทำร้ายพ่อเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

พี่โทน เป็นผู้ชายที่ขยันขันแข็งมาก เป็นลูกเขยที่พ่อโปรดปรานเป็นอย่างมาก ปกติแล้วครอบครัวของฉันจะมีความเชื่ออันลึกลับที่จะรู้เฉพาะคนภายในเท่านั้น พ่อมักจะบอกลูก ๆ ทุกคนเสมอว่าอะไรที่ควรทำควรทัก อะไรที่ไม่ควรจะทำ และอะไรที่ไม่ควรทัก ลูก ๆ ทุกคนรู้ดีและเข้าใจในสิ่งที่พ่อบอกเสมอ

พ่อบอกว่า คนที่ทำคุณไสย์เพื่อหวังปลิดชีวิตคนมีหลายแบบ หมอคุณไสย์แต่ละคนมีวิธีที่แตกต่างกัน บางคุณไสย์ก็มากับสายลม เสียง แสง และสัมผัส ซึ่งไม่สามารถรู้ได้เลยว่าทุก ๆ วินาทีก็หายใจอยู่นั้น ชีวิตแต่ละคนได้สัมผัสกับสิ่งเร้นลับอยู่ตลอด

ตลอดเวลาที่พี่รำและพี่โทนใช้ชีวิตด้วยกัน พี่รำลืมบอกพี่โทนกับคำสอนที่พ่อได้บอกเอาไว้ เธอใช้ชีวิตกับสามีอย่างปกติทั่วไป และมองข้ามความเร้นลับเหล่านี้เสียสนิท จนอยู่มาวันหนึ่ง หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จ พี่รำก็นั่งเคี้ยวหมากอยู่กับพ่อที่ชานเรือนในตัวบ้าน ส่วนพี่โทนก็นั่งสูบยาร่วมวงด้วย ในคืนวันนั้นทั้งลูกสาว ลูกเขยแต่ละคนต่างก็นั่งพูดคุยกันพร้อมหน้าพร้อมตากันเหมือนทุก ๆ ค่ำคืนที่ผ่านมา เด็ก ๆ ที่เป็นลูกหลานต่างก็นั่งเป่าเส้นยางเล่นไปตามประสา

คืนนั้นเป็นคืนเดือนมืด มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่ที่คอยให้แสงสว่างกับทุกชีวิต บรรยากาศภายในบ้านไม่ร้อนจนเกินไป เพราะเป็นบ้านไม้หลังใหญ่ที่มีหน้าต่างเปิดรับลมภายนอกทุกมุม ซึ่งก็มีลมพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างเป็นระยะ ๆ กิ่งไม้ไหวพลิ้วไปตามกระแสลมซึ่งเห็นได้จากเงาสลัว ๆ

ขณะที่ผู้หลักผู้ใหญ่นั่งคุยกันอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงดังเกิดขึ้นจากหลังคาบ้าน เสมือนเสียงคนเอาลูกมะพร้าวโยนใส่หลังคาบ้าน ทุกคนในครอบครัวเงียบสนิทไม่พูดไม่ทักอะไร คงมีเพียงพี่โทนเท่านั้นที่พูดทักเกี่ยวกับเสียงนั้นแต่เพียงผู้เดียว พ่อของฉันมองหน้าหน้าพี่รำอย่างตำหนิ และดูเหมือนผิดหวังกับอะไรบางอย่างอยู่ แน่นอนพ่อรับรู้ทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น และพ่อรู้ว่าพี่โทนกำลังโดนคุณไสย์เข้าแล้ว ซึ่งคุณไสย์นี้ เป็นคุณไสย์ที่มากับเสียงและไม่สามารถแก้ไขได้เลย

ค่ำคืนนั้นพ่อไม่พูดไม่จาอะไร แต่ก็ได้แต่ทำใจเอาไว้บ้างแล้ว ตอนเช้าวันถัดมาพ่อเรียกพี่รำเข้าไปคุยด้วย

“รำ...พ่อถามจริง ๆ ลูกเคยบอกลูกโทนหรือเปล่า เวลาได้ยินเสียงอะไรที่แปลกประหลาดห้ามทักเด็ดขาด”

พี่รำหน้าซีดทันที เพราะรู้ว่าคำถามคำของพ่อบ่งบอกอะไรบางอย่าง

“หนูลืมเลยพ่อ ลืมจริง ๆ แล้วพี่โทนจะเป็นอะไรไหมคะ?”

พ่อมองหน้าพี่รำด้วยความสงสาร “เป็นอยู่แล้ว แต่จะแบบไหนพ่อยังไม่รู้ ต้องหาวิธีแก้ดูก่อน”

สิ้นคำพูดของพ่อ ความเงียบเหงาก็เข้ามาบดบังความรู้สึกของพี่รำทันที พ่อรู้ว่าไม่มีทางใดรักษาคุณไสย์ชนิดนี้ได้ คนที่สั่งมานั้นต้องการปลดชีวิตพ่อ แต่ด้วยความที่ลูกเขยของพ่อไม่เคยรู้เรื่องแบบนี้มาก่อน ทำให้ต้องรับกรรมไปเต็ม ๆ

หลังเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านไปได้หนึ่งเดือน พี่โทนก็เสียชีวิตอย่างไร้สาเหตุ ซึ่งทุกคนในครอบครัวรู้ดีว่าถูกคุณไสย์ ในตอนนั้นหลวงพี่นันทเมธีมีอายุได้เพียง 4 ปีเท่านั้น

พ่อและทุก ๆ คนในครอบครัวเสียใจกับการจากไปของพี่โทนเป็นอย่างมาก พ่อรู้สึกผิดที่ลูกเขยต้องมารับเคราะห์กรรมแทนตัวเองแท้ ๆ พ่อช่วยพี่รำเลี้ยงดูหลวงพี่นันทเมธีเป็นอย่างดี พ่อรักหลวงพี่ไม่ต่างกับพวกฉันเลย ก่อนพี่โทนเสียชีวิตพ่อบอกกับพี่โทนว่า ทรัพย์สินในส่วนที่พ่อต้องการยกให้พี่โทนและพี่รำนั้น พ่อขอยกให้หลวงพี่นันทเมธีแต่เพียงผู้เดียว หากพี่รำต้องการจะแต่งงานใหม่ ก็ขอให้ไปแต่ตัว ที่ดินต่าง ๆ ที่พ่อต้องการยกให้เป็นของพี่โทนและพี่รำนั้น จะเป็นชื่อของหลวงพี่นันทเมธีแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น และไม่มีใครมีสิทธิ์มาขอส่วนแบ่งใด ๆ ทั้งสิ้น

แน่นอนสิ่งที่พ่อคาดคิดไว้ไม่มีผิด หลังจากที่พี่โทนเสียชีวิตได้สองปีกว่า ๆ พี่รำก็แต่งงานใหม่กับพ่อม่ายลูกติดในหมู่บ้านเดียวกัน แม้ว่าการแต่งงานครั้งนั้นพ่อจะไม่เห็นด้วย แต่พ่อก็มิอาจห้ามความรักของคนสองคนได้เลย

เมื่อพี่รำแต่งงานเสร็จแล้ว ก็ได้ย้ายไปอยู่กับสามีใหม่ โดยที่หลวงพี่นันทเมธีได้ย้ายไปอยู่ด้วย สามีใหม่ของพี่รำนั้นมีลูกติด 5 คน หลวงพี่ไปอยู่กับครอบครัวนี้ได้ไม่นานก็หนีระหกระเหินกลับมาหาผู้เป็นตา สาเหตุก็มาจากหลวงพี่ถูกพ่อเลี้ยงรังแกตลอด บางครั้งก็เอาหม้อข้าวเขวี้ยงใส่หัวบ้าง บางเวลาที่พ่อเลี้ยงไม่พอใจก็ทุบจานชามใส่ต่อหน้าต่อตาด้วยความโกรธเกลียด เรื่องราวเหล่านี้ทำให้พ่อเจ็บปวดไม่น้อยเพราะสงสารหลานชายจับใจ พ่อรู้ว่าเรื่องที่พ่อเลี้ยงไม่กินเส้นกับลูกเลี้ยงนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถห้ามกันได้ ซึ่งคนที่ทุกข์ใจที่สุดก็คงมีเพียงพี่รำคนเดียว เพราะสามีก็รัก ส่วนลูกในไส้ก็รักเหลือเกิน หลวงพี่ตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่กับพี่สวน ซึ่งเธอมีศักดิ์เป็นลูกสาวคนเล็กจากภรรยาคนแรกของพ่อ พ่อได้บอกให้หลวงพี่ย้ายมาอยู่กับครอบครัวของฉัน แต่ตอนนั้นหลวงพี่ขอมาอยู่กับพี่สวน เพราะคิดว่าพี่สวนมีลูกเพียงคนเดียว คงจะอยู่กันได้ไม่แออัดอย่างครอบครัวฉัน

ในบางครั้งที่หลวงพี่ไม่สบายใจก็ขอพี่สวนย้ายมาอยู่กับครอบครัวของฉันด้วย ชีวิตของหลวงพี่นั้นไป ๆ มาอยู่กับสามครอบครัว เหมือนจะอบอุ่น เหมือนอยากจะเติมเต็มความอบอุ่นให้กับชีวิต แต่ก็ไม่ใช่ พ่อของฉันก็เลี้ยงดูหลวงพี่เติบโตมาพร้อม ๆ กับฉัน และก็ให้ความรักเท่าเทียมกันเสมอ

ฉันอายุน้อยกว่าหลวงพี่ แต่ก็มักจะเรียกหลวงพี่ว่า “พี่โอ๊ะ” เสมอ เพราะเป็นชื่อเล่นของหลวงพี่นั่นเอง ซึ่งในภาษาขะแมร์เป็นคำที่ใช้เรียกลูกผู้ชาย ด้วยความที่เราเติบโตมาด้วยกัน ทำให้การเรียกชื่อตามศักดิ์นั้นไม่มีให้ได้ยินเลย ฉันอายุน้อยกว่าหลวงพี่สามปี แต่เรื่องการเคารพให้เกียรตินั้น ฉันจะรู้สึกว่าหลวงพี่เป็นพี่เสมอ ฉันไม่รู้ว่าเรื่องราวผ่านไปอย่างไร เพราะที่จำได้นั้นก็คือตอนหลวงพี่เรียนอยู่ ป. 4 หลวงพี่ก็ขออนุญาตพ่อของฉัน และพี่รำไปบวชที่วัดภายในหมู่บ้าน พ่อของฉันถามหลวงพี่ว่าทำไมถึงอยากไปบวช มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า หรือว่าหลวงพี่คิดว่าการไปบวชเรียนคือสิ่งที่หลวงพี่ต้องการในชีวิต ฉันไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ซึ่งหลวงพี่บอกว่า

"ผมอยากบวชครับตา ผมจะบวชเรียนให้ดีที่สุด"

ในวันนั้นพ่อและพี่รำอนุญาตให้หลวงพี่ไปบวช ตอนแรกนั้นเจ้าอาวาสยังไม่ให้หลวงพี่บวชเรียน เพราะเห็นว่าหลวงพี่ยังเด็กมาก แต่ให้หลวงพี่เป็นลูกศิษย์คอยติดตามเจ้าอาวาสเสียก่อน หลวงพี่ติดตามเจ้าอาวาสไปจำศีลตามป่าตามเขาต่าง ๆ พอไม่นานก็เป็นไข้มาลาเรีย และก็กลับมารักษาตัวอยู่บ้านโดยที่ยังไม่ได้บวชเลย พอหายจากอาหารไข้หลวงพี่ก็กลับไปบวชเรียนอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยหลวงพี่ย้ายไปอยู่วัดที่โคราช และก็ย้ายไปอยู่วัดอื่น ๆ ตามแต่ความเหมาะสมที่ญาติโยมนิมนต์

ฉันยังจำได้เสมอ เมื่อสมัยที่ยังเรียนประถม ทุกครั้งที่หลวงพี่กลับมาเยี่ยมบ้าน หลวงพี่มักจะเอาอาหารแห้งจากการได้รับบริจาคจากญาติโยมที่วัดในตัวเมืองใหญ่ ๆ มาแบ่งปันญาติพี่น้องเสมอ บางครั้งหลวงพี่ก็เจียดเงินปัจจัยที่มีอยู่มาให้โยมแม่ โยมน้า โยมตาได้ใช้ด้วย พ่อของฉันภูมิใจที่เห็นหลานชายห่มผ้าเหลืองตลอด ทุกครั้งที่หลวงพี่กลับมาเยี่ยมบ้าน พ่อและพี่รำ พี่สวนมักจะอิ่มเอิบใจเป็นที่สุด

หลวงพี่เป็นพระที่ใจบุญ และเป็นคนที่กตัญญูรู้คุณเสมอ พอหลวงพี่บวชเรียนจบนธรรมเอก ก็ได้สึกออกมาใช้ชีวิตเสมือนสามัญชนทั่วไป แต่การที่หลวงพี่เป็นคนดี รักพี่น้องเพื่อนฝูง เป็นคนซื่อและเป็นคนมองโลกในแง่ดีเกินไป ทำให้หลวงพี่ไม่ค่อยจะทันเหลี่ยมคนอื่น ๆ มากนัก

หลวงพี่ได้เข้ามาทำงานที่เมืองกรุง โดยทำงานโรงงานแถว ๆ บางโพงพาง ปกติคนแถวต่างจังหวัดเวลามาทำงานในเมืองกรุง มักจะนัดพบญาติพี่น้องที่สวนจตุจักร หรือไม่ก็สวนลุมพินีเสมอ หลวงพี่บวชเรียนมานานหลายปี ไม่เคยรู้ว่าคนในโลกภายนอกที่ไม่ใช่โลกธรรมใช้ชีวิตกันอย่างไรบ้าง เมื่อเพื่อนชวนกินเหล้าก็กินตามเขา เพราะไม่กล้าปฏิเสธเนื่องมาจากเกรงใจเพื่อน กลัวว่าเพื่อนจะเสียใจ เพื่อนชวนสูบบุหรี่ก็สูบเพราะไม่อยากทำให้เพื่อนผิดหวัง โดยเฉพาะการที่ต้องสังคมกับคนรุ่นพี่ด้วย ยิ่งต้องทำตัวให้เป็นที่รักของคนในกลุ่มเป็นอย่างมาก ชีวิตของหลวงพี่เหมือนผ้าขาวกำลังแปดเปื้อนกับน้ำหมึก ไปทีละหยด...ทีละเรื่องราว...นับตั้งแต่วันนั้น

อยู่มาวันหนึ่งเพื่อน ๆ ชวนหลวงพี่ไปเที่ยวสวนลุมพินี เพราะต้องการนัดพบคนบ้านเดียวกัน หลวงพี่ไปเที่ยวกับเพื่อนและกินเหล้าเมากับเพื่อนในกลุ่มตามประสา พอหลวงพี่เมาก็หลับสลบสไลอยู่ในสวนลุมพินี แต่ในวันนั้นเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นกับหลวงพี่เข้าจนได้ เมื่ออยู่ ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งถูกกระทำชำราวด้วยชายสิบกว่าคน เหตุการณ์ในครั้งนั้นตำรวจไม่สามารถจับคนผิดได้ แต่ตำรวจมาจับหลวงพี่ไปเพราะเห็นนอนสลบสไลอยู่แถวนั้นพอดี ตำรวจสงสัยว่าหลวงพี่อาจจะเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาเลยเอาตัวไปสอบปากคำ พร้อมทั้งตรวจหาข้อมูลหลักฐานด้วย

ผลการตรวจก็คือหลวงพี่บริสุทธิ์ใจ ไม่ได้กระทำตัวแบบนั้นเลย แต่ที่หลับอยู่ในสวนลุมพินีก็เพราะความเมาต่างหาก แต่เนื่องมาจากทางตำรวจเห็นว่าหลวงพี่อายุยังน้อย และท่าทางเหมือนเด็กมีปัญหา ทางตำรวจจึงได้ส่งหลวงพี่ไปไว้ที่บ้านเมตตา ซึ่งบ้านเมตตานั้นเป็นบ้านที่กักขังช่วยเหลือเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหาต่าง ๆ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ได้บอกกับหลวงพี่ว่า จะต้องให้แม่และญาติมารับตัวกลับไปเท่านั้น จึงจะสามารถออกไปได้ และจะต้องมีหลักฐานมายืนยันด้วย

ในวันนั้นพี่รำได้ขอร้องพี่กันต์ (พี่สาวแม่เดียวกับฉัน) ได้พากันขึ้นมากรุงเทพฯ เพื่อมายืนยันรับตัวหลวงพี่ออกจากบ้านเมตตา ช่วงชีวิตตรงนั้นหลวงพี่ได้รับความเจ็บปวดเสียใจมากมาย ทั้งจากเพื่อน ญาติพี่น้องบางคน เรื่องราวในวันนั้นทำให้หลวงพี่ได้เรียนรู้ว่า เพื่อนก็ทิ้งเพื่อนได้เสมอ เพื่อนจริงเพื่อนแท้หายากยิ่งนัก ไม่ว่าคนอื่น ๆ จะเลวร้ายกับหลวงพี่แค่ไหน แต่หลวงพี่ก็ยังมีจิตสำนึกที่ดีคิดเหมือนพระรูปหนึ่งอยู่เสมอ นั่นก็คือให้อภัยกับทุก ๆ คน

พอหมดทุกข์หมดโศกกับเรื่องราวเหล่านี้ หลวงพี่ก็กลับไปบวชเรียนอีกครั้ง และก็อาศัยอยู่ที่วัดแถว ๆ นครนายก ฉันไม่รู้ว่าหลวงพี่บวชนานแค่ไหน แต่รู้เพียงว่าทุกครั้งที่หลวงพี่สึกออกมาอยากใช้ชีวิตอย่างสามัญชนอีกครั้ง หลวงพี่ก็มักจะเจอแต่เรื่องเลวร้ายตลอด หลวงพี่เป็นคนมองโลกในแง่ดี คิดว่าคนทุกคนจะต้องดีเหมือนตนเสมอ นอกจากนั้นหลวงพี่ยังเป็นคนที่ใจบุญอีกต่างหาก มีเงินเท่าไรใครมาขอให้ช่วย หลวงพี่ให้หมด โดยที่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะอยู่กินอย่างไร

ฉันจำได้ว่า ครั้งหนึ่งที่ตกระกำลำบาก พี่รองได้บีบบังคับให้ฉันมาพักอยู่ด้วยที่รังสิต โดยให้ฉันไปหางานทำที่ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ในวันนั้นหลวงพี่ได้พาฉันไปสมัครงานในร้านอาหารเพื่อชีวิต เพราะตัวเองก็ทำงานอยู่ร้านอาหารเพื่อชีวิตเช่นเดียวกัน เพียงแต่ทำงานอยู่คนละร้าน

"เนียงคิดว่าทำงานนี้ได้ไหม" หลวงพี่ถามฉันด้วยความเป็นห่วง

"หนูทำได้ค่ะ พี่โอ๊ะไม่ต้องห่วงหนูนะ หนูจะตั้งใจทำงานให้ดี"

"ถ้าทำไม่ได้ก็บอกนะ พี่จะได้พาไปหางานใหม่"

"ค่ะ"

หลวงพี่มักจะเรียกฉันว่า "เนียง" เสมอ ถ้าพูดคุยเกี่ยวกับฉันกับทุก ๆ คนหลวงพี่มักจะเรียกฉัน "เนียงกัมปู หรือ เนียงปู" ในภาษาขะแมร์แปลว่า "น้องคนเล็ก" นั่นเอง ซึ่งชื่อนี้คนที่เรียกก็มีแต่พี่น้องและคนในเครือญาติของฉันเท่านั้น ส่วนคนอื่น ๆ จะเรียกชื่อเล่นของฉันตลอด

ในช่วงนั้นชีวิตของฉันเปลี่ยนไปหลายอย่าง พร้อม ๆ กับที่ฉันไม่ได้ทราบข่าวคราวเกี่ยวกับหลวงพี่เลย และนานหลายปีที่หลวงพี่หายไป พอมาทราบข่าวอีกทีก็คือ หลวงพี่บวชอยู่และไปร่วมงานศพของพ่อฉันด้วย ภาพหลวงพี่ห่มผ้าเหลืองเป็นภาพที่ฉันเห็นมาตลอด มันเป็นภาพที่ฉันมักจะตั้งคำถามให้กับตัวเองเสมอว่า หลวงพี่เคยมีโครงการอยากจะสึกไปเลี้ยงจิ้งหรีดขาย แต่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากญาติพี่น้องแต่อย่างใด ชีวิตของหลวงพี่บวชสึกอยู่อย่างนี้หลายครั้งหลายครา เวลาที่หลวงพี่กลับมาใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน ก็มักจะพบแต่เรื่องที่ไม่ดี กินเหล้า เมาสุรา ตามประสาวัยรุ่นทั่วไป สุดท้ายชีวิตก็มีแต่ปัญหา ในตอนนั้นหลวงพี่ไม่มีที่พึ่งเหมือนคนอื่นเขา เพราะแม่ของหลวงพี่เสียชีวิตหลังจากที่พ่อของฉันเสียชีวิตได้เพียงสามเดือนเท่านั้น

หลวงพี่ไม่มีทั้งแม่ ไม่มีทั้งตาที่รัก คงมีเพียงน้า ๆ ที่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่บ้าง บางครั้งช่วงชีวิตที่หลวงพี่ล้มลง คนที่คอยด่าคอยสมน้ำหน้า และดูกถูกก็มีเต็มไปหมดทั้งหมู่บ้าน ฉันเห็นหน้าหลวงพี่ทีไร มักจะเศร้าใจที่สุด ฉันรู้สึกเศร้าเสียใจเพราะห่วงใยในความเป็นอยู่ และเป็นห่วงอนาคตของหลวงพี่เป็นอย่างมาก ครั้งสุดท้ายที่มีโอกาสได้พูดกับหลวงพี่ ก็คืออยากให้หลวงพี่กลับไปบวชอีกครั้ง อยากให้หลวงพี่บวชเรียนให้จบสูง ๆ

หลายปีที่ผ่านมา ฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากเมื่อได้รู้ว่าหลวงพี่กลับไปบวช เหมือนที่หลาย ๆ คนอยากให้หลวงพี่ทำมาตลอด ปัจุบันนี้หลวงพี่นันทเมธีบวชอยู่ที่วัดในหมู่บ้านของฉัน และกำลังศึกษาปริญญาตรีอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่จังหวัดอุบลราชธานี หลวงพี่เป็นคนเก่งและมีความสามารถได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัดให้ไปเป็นพระอาจารย์สอนวิชาพุทธศาสนา อยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมประจำตำบลในละแวกนั้นด้วย

ชีวิตของหลวงพี่ต้องต่อสู้มามาก ขนาดอยู่ในผ้าเหลืองก็ต้องพบเจอเรื่องร้าย ๆ มาตลอด ครั้งล่าสุดก็เรื่องที่นาและที่ดินในส่วนที่เป็นของหลวงพี่ ซึ่งถูกพี่สวนใส่ชื่อเป็นเจ้าของตอนที่มีการสำรวจการเป็นเจ้าของสิทธิ์จากฝ่ายรัฐ อันนี้ก็เนื่องมาจากพี่สวนหวังดีเกรงว่าหลวงพี่จะเอาที่ดินไปขายกิน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหลวงพี่ไม่ใช่คนที่ขายมรดกกินเลย สิทธิที่ดินในส่วนตรงนั้นควรจะเป็นของหลวงพี่ แต่ก็ยังอยู่ภายใต้ชื่อของพี่สวนทั้งหมด

วันหนึ่งหลังจากบิณฑบาตรและฉันท์ข้าวเสร็จแล้ว หลวงพี่ก็เดินมาที่บ้านพี่สวน เพื่อมาขอให้พี่สวนยอมเซ็นสิทธิ์ที่ดินเป็นของตัวเองให้ แต่ในวันนั้นพี่สวนไม่ยอมเซ็นเพราะบอกว่าตัวเองได้เป็นคนไปไถ่ถอนที่ดินของหลวงพี่มาจากคนอื่น

"ที่ดินของอาตมาถูกจำนำไว้ตอนไหนโยมน้า"

"ก็ตอนที่โยมแม่ของหลวงเสียชีวิตนั่นแหละ" พี่สวนตอบ

"แล้วทำไมไม่มีใครบอกอาตมามาก่อน"

"บอกทำไม ตัวเองยังบวชอยู่ ก็ควรจะอยู่ในวัด"

"แต่ทรัพย์สินตรงนั้นเป็นของอาตมาโดยชอบ ถึงอาตมาจะไม่ได้มาอยู่ ก็อยากให้ที่ดินตรงนั้นเป็นชื่อของอาตมาตามที่โยมตาได้มอบให้"

ในวันนั้นพี่สาวนไม่สนใจอะไรนัก เพราะเธอคิดว่าหลวงพี่ยังบวชอยู่ คงไม่มาสนใจเรื่องสิทธิที่ดินของตัวเอง และเรื่องก็มีอยู่ว่า หลังจากที่พี่รำเสียชีวิต พ่อเลี้ยงก็ได้เอาที่ดินของหลวงพี่ไปจำนำให้กับคนในหมู่บ้าน โดยที่หลวงพี่ยังเป็นพระอยู่เลย และก็ไม่ได้รู้เรื่องเหล่านี้จากใครเลย คงมีแต่พี่สวนเท่านั้นที่รู้เรื่องทั้งหมด แม้แต่พี่น้องของฉันคนอื่น ๆ ก็ไม่รู้ และแล้วเรื่องราวเหล่านี้ก็ถูกเปิดเผยความจริง ก็ตอนที่หลวงพี่ไปขอให้พี่สวนช่วยเซ็นชื่อในสิทธิที่ดินของตนให้ ในวันนั้นพี่สวนบอกว่า

"น้าจะไม่ยอมเซ็นชื่อยกสิทธิ์ให้หลวง หากหลวงไม่เอาเงินมาใช้คืนค่าไถ่ถอนทั้งหมด ถ้าหลวงมีเงินมาไถ่คืนเมื่อใด น้ายินดีเซ็นชื่อคืนสิทธิ์ให้ทันที"

แน่นอนหลวงพี่เป็นพระย่อมไม่มีเงินตรงนั้น ฉันและพี่กันต์เป็นเพียงพี่น้องสองคนเท่านั้นที่รักและห่วงใยหลวงพี่มาตลอด เมื่อหลวงพี่เดือดร้อนเรื่องเงิน คนที่ช่วยได้ก็มีเพียงฉันและพี่กันต์เท่านั้น วันนั้นพี่กันต์ได้โทรศัพท์มาเล่าเรื่องราวให้ฉันได้ฟัง ฉันได้ปรึกษาคนรักและส่งเงินก้อนหนึ่งไปให้หลวงพี่ไปไถ่คืนที่ดินส่วนตรงนั้นคืนมาให้เร็วที่สุด

"หนูจะโอนเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดส่งไปให้พี่ช่วยนำไปมอบให้หลวงพี่ไถ่ถอนที่ดินออกมาทั้งหมด เงินนี้หนูกับคนรักให้ฟรี ๆ ไม่ต้องใช้คืน ขอให้หลวงพี่ได้มีที่ดินของตัวเอง รักษาสิทธิ์เอาไว้ และตั้งใจเรียนให้จบสูง ๆ แค่นี้แหละที่หนูและคนรักปรารถนา" ฉันบอกพี่กันต์ผ่านโทรศัพท์ทางไกลข้ามประเทศ

"พี่ขอบใจเรามากนะ ที่มีน้ำใจช่วยเหลือทุก ๆ คนมาตลอด" พี่กันต์บอก

"ไม่เป็นไรค่ะ หากเงินจำนวนนี้ทำให้ความบาดหมางใจกันในครอบครัวกลับมาคืนดีกันได้ หนูก็อยากให้ทุกคนกลับมารักและเข้าใจกันเหมือนกับตอนที่พ่อมีชีวิตอยู่"

"จ๊ะ พี่เชื่อว่าความดีจะทำให้ทุก ๆ คนเข้าใจกันขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะต้องใช้เวลา แต่ความดีเอาชนะทุกอย่างนะ"

"บอกหลวงพี่นะว่า หนูกับคนรักอยากช่วยจริง ๆ ไม่ต้องว่าเป็นบุญคุณต้องทดแทน ขอแค่หลวงพี่เป็นพระที่ดี มีเมตตาและเรียนให้จบสูง ๆ ได้สอนเด็ก ๆ ที่ยากไร้ให้คิดดีทำดี แค่นี้แหละที่หนูกับคนรักปรารถนา"

"จ้า เดี๋ยวพี่จะบอกให้"

พอพี่กันต์ได้รับเงินก็นำไปมอบให้หลวงพี่เอาไปให้พี่สวน แต่ในวันนั้นพี่สวนรับเงินก็จริง แต่เธอไม่ยอมเซ็นสิทธิ์คืนที่ดินให้หลวงพี่เลย แม้ว่าหลวงพี่จะไปขอให้ทำให้ตั้งหลายครั้ง แต่พี่สวนก็ยังทำเป็นไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว

นอกจากนั้นพี่น้องบางคนก็ยังต้องการให้หลวงพี่แบ่งที่ดินในส่วนของหลวงพี่ให้กับน้องชายต่างบิดาด้วย ซึ่งตอนแรกหลวงพี่ก็ไม่ยอมแบ่ง เพราะที่ดินส่วนตรงนี้พ่อของฉันได้มอบให้หลวงพี่แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งพี่รีนที่เป็นพี่สาวคนโตสุดรู้เรื่องนี้ดีกว่าใครเขา แต่ก็อย่างว่ากิเลสคนเราแต่ละคนมีมากมาย เมื่อหลวงพี่ไม่ยอมเซ็นแบ่งที่ดินให้น้องชายต่างบิดา พี่น้องบางคนก็รุมด่าหลวงพี่หาว่าโลภ ต่าง ๆ นานา สารพัด และก็ด่าหลวงพี่ในขณะที่เป็นพระห่มเหลืองถือศีลเสียด้วย (บาปกรรมใครทำไว้รับไปเต็ม ๆ) หลวงพี่ไม่เคยโต้ตอบโยมน้าแต่ละคนแต่อย่างใด ได้แต่มองโยมน้าด้วยความเจ็บปวดและเศร้าใจยิ่งนัก

วันนั้นหลวงพี่น้ำตาตกในเดินกลับวัดด้วยความผิดหวัง และพยายามทำใจให้สบาย สวดมนต์ภาวนาให้อภัยกับทุก ๆ คนที่ว่าร้ายให้กับตัวเอง ฉันทราบข่าวคราวจากพี่กันต์ ซึ่งคอยโทรมาเล่าเรื่องให้ฟังบ่อย ๆ ก็รู้สึกเสียใจไปด้วย พี่กันต์เป็นพี่สาวคนเดียวที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งพยายามคอยปกป้องสิทธิ์ช่วยเหลือหลวงพี่มาตลอด ส่วนฉันเป็นคนคอยช่วยเหลือในส่วนขาดและแรงใจสำคัญให้หลวงพี่ด้วย

หลังจากที่สงบจิตสงบใจและคิดทบทวนเรื่องราว ในที่สุดหลวงพี่ก็ยอมแบ่งที่ดินบางส่วนให้น้องชายต่างบิดาได้ปลูกบ้านด้วย แต่ก็น่าเศร้าใจเพราะน้องชายต่างบิดาคนนี้ไม่ให้ความเคารพหลวงพี่เลย แถมยังดูถูกดูแคลนหลวงพี่มาตลอด วันใดที่หลวงพี่มีชีวิตย่ำแย่ น้องชายคนนี้ก็พร้อมเสมอที่จะเหยียบซ้ำ แถมยังดูถูกหลวงพี่ไว้เสมอว่า “ชีวิตหลวงพี่ก็อยู่แค่นี่แหละ...ไปไม่รอดหรอก” เป็นคำดูถูกจากน้องร่วมสายเลือด ที่ตอกย้ำให้หลวงพี่ลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง

ทุกวันนี้หลวงพี่ต้องดิ้นรนกับชีวิตเป็นอย่างมาก บางครั้งไม่มีเงินค่ารถไปเรียนหนังสือและไปสอนหนังสือ หลวงพี่ก็มาหยิบยืมจากญาติพี่น้องบ้าง บางคนให้หลวงพี่ยืมเงินไปเรียนหนังสือ แต่ลับหลังก็เอาหลวงพี่ไปนินทาว่าร้ายให้เจ็บช้ำบ่อย ๆ ซึ่งหลวงพี่ยืมเงินใครก็คืนทุกบาททุกสตางค์ไม่เคยคดโกงแต่อย่างใด แต่คนที่นินทาพระก็ทำไปได้โดยไม่รู้สึกกลัวคำว่าบาปแต่อย่างใด

บางวันที่หลวงพี่ไปบิณฑบาตรนั้น คนแถวบ้านนอกก็ไม่ค่อยจะสนใจเรื่องทำบุญทำทานกันมากนัก ความเห็นแก่ตัวของสังคมเพิ่มมากขึ้น จริยธรรม คุณงามความดีที่ผู้คนในหมู่บ้านมักจะปฏิบัติทำกันมายาวนานก็เปลี่ยนไป หลวงพี่ไปสอนหนังสือแต่ละครั้งก็ต้องเสียค่ารถวินมอเตอร์ไซต์ไปกลับ ซึ่งก็ถือว่าสูงมากสำหรับพระที่ไม่มีรายได้มากมาย แต่หลวงพี่ก็ไม่เคยหยุดความตั้งใจเอาไว้เลย หลวงพี่ยังคงไปสอนนักเรียนตามที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี และถ่ายทอดความรู้ที่มีทั้งหมดให้นักเรียนเหล่านี้

นอกจากนั้นหลวงพี่ยังกู้เงินกองทุนจากมหาวิทยาลัยเรียนด้วย เพราะตั้งใจจะเรียนให้จบสูง ๆ หลวงพี่ยังเป็นพระอาจารย์สอนวิชาพุทธศาสนาอยู่ที่โรงเรียนมัธยม บางครั้งเงินเดือนค่าสอนออกช้า หลวงพี่ก็ไม่มีเงินหมุนที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนได้ แต่ก็ยังมีญาติโยมที่มีน้ำใจให้ความช่วยเหลืออยู่บ้าง อย่างน้อย ๆ พี่กันต์และครอบครัวของพี่เขยที่มีน้ำใจแบ่งปันตลอด ส่วนน้า ๆ บางคนก็ช่วยบ้างเป็นบางครั้ง

หลวงพี่มีใจรักการด้านสอนหนังสือเป็นอย่างมาก เพราะหลวงพี่อยากเห็นนักเรียนเหล่านี้เป็นคนดีของสังคม หลวงพี่อยากเรียนจบสูง ๆ เพื่อที่จะได้นำความรู้ที่เรียนรู้มาพัฒนาและช่วยเหลือสังคมให้มากที่สุด หลวงพี่คาดหวังว่าจะเรียนจบปริญญาตรีภายในสองปีให้ได้ ซึ่งตอนนี้หลวงพี่ได้เรียนจบเรียบร้อยแล้ว คงเหลือแต่รอรับปริญญาเท่านั้น นอกจากนั้นหลวงพี่เป็นคนที่ชอบปลูกต้นไม้ หลวงพี่จะปลูกต้นยูคาลิปตัสไว้รอบ ๆ แปลงนาที่ติดกับน้ำห้วยตลอด หลวงพี่ตั้งใจไว้ว่า หากวันหนึ่งข้างหน้าต้องเรียนสูงขึ้น ต้นไม้ที่หลวงพี่ปลูกไว้ก็สามารถตัดขายและได้เงินไปเป็นทุนการศึกษาไปด้วย

ทุกวันนี้ เวลาที่มีญาติโยมมานิมนต์ให้ไปทำบุญตามโอกาสต่าง ๆ เงินปัจจัยที่หลวงพี่ได้รับมานั้นก็เก็บไว้เรียนหนังสือ จนอยู่มาวันหนึ่ง พี่สวนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ไม่สามารถลุกเดินได้ ไม่สามารถทำงานได้ ไม่มียารักษา ไม่มีอาหารจะกิน ก็ได้หลวงพี่และครอบครัวของฉันคอยแบ่งปันช่วยเหลือ ส่วนหลวงพี่นั้นก็รักและเคารพพี่สวนเหมือนแม่คนหนึ่ง แม้จะบวชเป็นพระ แต่หลวงพี่ก็ไม่เคยนิ่งดูดาย คอยแบ่งปันอาหารจากญาติโยมที่เอามาบิณฑบาตรให้โยมน้าได้รับประทานด้วย ในบางวันก็วิ่งหายารักษาโรคและเงินปัจจัยมอบให้โยมน้าเสมอ รวมทั้งแบ่งปันให้น้า ๆ และญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ด้วย ซึ่งเรื่องราวที่ฉันและทุก ๆ คนได้ยินได้ฟัง ต่างก็อดที่จะชื่นชมในความดีต่าง ๆ ที่หลวงพี่มีให้คนที่เคยด่าทอตัวเองไม่ได้

หัวใจของหลวงพี่ให้อภัยทุกคนเสมอ แม้ว่าโยมน้าบางคนจะเคยด่าทอหลวงพี่ให้เจ็บปวดหลายครั้ง แต่หลวงพี่ก็ให้อภัยตลอด หลวงพี่เป็นพระที่ใจบุญสุนทาน เป็นพระที่มีความตั้งมั่นในตัวเองสูง เป็นเพราะที่เคยมีประสบการณ์ชีวิตที่เลวร้าย แต่หลวงพี่ก็พยายามลุกขึ้นมาต่อสู้และสร้างฝันตัวเองให้เป็นจริง ๆ แม้จะห่มผ้าเหลืองอยู่ แต่หลวงพี่ก็ไม่เคยทิ้งความตั้งใจในสิ่งที่วาดฝันเอาไว้นอกเหนือจากการเรียนรู้ในทางธรรม โดยที่มีจิตใจเมตตาและคอยให้ความช่วยเหลือผู้คนรอบข้างควบคู่กับการสร้างฝันของตัวเองให้เป็นจริง

หลายวันที่ผ่านมา พี่กันต์โทรมาบอกฉันว่า ปลายปีนี้หลวงพี่จะรับปริญญาและมีแผนการที่จะเรียนต่อด้านปริญญาโทอีก เพื่อที่จะได้เรียนจบและสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ฉันเองภูมิใจในตัวหลวงพี่เป็นอย่างมาก และคิดว่าถ้าดวงวิญญาณของพี่โทน พี่รำและพ่อสามารถรับรู้ได้ ทุก ๆ คนคงจะภูมิใจในตัวหลวงพี่ไม่น้อยไปกว่าฉันและพี่น้อง ฉันกับคนรักบอกกับตัวเองเสมอว่า เมื่อใดที่ได้กลับไปเมืองไทย เราสองคนจะมอบของขวัญความดีให้กับหลวงพี่อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งฉันและคนรักได้แต่รอ....และจะรอจนกว่าจะถึงวันนั้น




 

บันทึกเรื่องราวทุกอย่างจากใจ

ด้วยจิตคาราวะ

เนียงกัมปู

 


 

 

 

 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones