ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article

  

 



ชีวิตในวัยเด็ก เป็นอะไรที่สนุกมาก ๆ แม้ว่าในหมู่บ้านจะไม่มีไฟฟ้าและประปาใช้ แต่พวกเราก็มีความสุขตามแบบวิถีชีวิตของคนท้องทุ่ง ฉันและหลาน ๆ รวมทั้งลูกพี่ลูกน้องต่างก็เล่นด้วยกันตลอด เวลาไปเลี้ยงควายที่ท้องทุ่งนา เราก็ไปกันเป็นกลุ่ม ห่อข้าวไปทานด้วยกัน เพื่อน ๆ ในกลุ่มจะแบ่งความรับผิดชอบกันตามสัดส่วน บางคนมีหน้าที่เอาพริกเกลือไปด้วย บางคนก็พกมีดอีโต้ บางคนก็พกเสียม ไม่ว่าแต่ละคนจะพกอะไร แต่ทุก ๆ คนล้วนแต่มีหนังสติ๊กคู่ใจตลอด เพราะหนทางข้างหน้า เราทุกคนจะต้องช่วยกันหาอาหารในป่าประทังชีวิตไปด้วย หากหาได้เยอะก็เอามาแบ่งเท่า ๆ กัน เพื่อที่จะเอากลับไปให้พ่อแม่ทำกับข้าวในมื้อค่ำ


ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นลูกผู้หญิง แต่การเป็นลูกสาวที่ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อและพี่ ๆ จึงเป็นธรรมดาที่ฉันมักจะแก่นแก้วตามประสา และก็มักจะทำอะไรโลดโผนตลอด แต่ก็ไม่เคยทำให้พ่อเดือดเนื้อร้อนใจเลยสักครั้ง ในวัยเด็ก ๆ เป็นวัยที่สดใสสวยงาม ไม่ได้คิดอะไรนัก คิดถึงแต่ว่าวันนี้ต้องทำอะไร ไม่เคยคิดเลยว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร นอกจากความฝันที่อยากจะเป็นหางเครื่องหมอลำซึ่ง หางเครื่องคณะกันตรึม เป็นลิงที่จะได้กินกล้วยบ่อย ๆ หรือไม่ก็เป็นดาวบนท้องฟ้า ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้เป็นแค่ความฝันของเด็กผู้หญิงตัวน้อย ๆ 
 

สีแดงเป็นสีที่ฉันและญาติพี่น้องรุ่นเดียวกันโปรดปรานเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าพวกเราชอบใส่เสื้อสีแดงทั้งนั้น เพราะสีแดงตัดกับผิวสีดำแดง (เรียกตามประสาคนแถวบ้าน) ทำให้ดูโดดเด่นไม่น้อย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เด็ก ๆ รุ่นเดียวกับฉันมักจะชอบสีแดง จะเห็นได้จากภาพเหล่านี้ เสื้อแดง กางเกงแดงมีหมด

นอกจากสีแดงแล้ว สีสด ๆ ไม่ว่าจะเป็นส้มหรือฟ้าก็ล้วนแต่เป็นสีที่พวกเราชอบเป็นชีวิตจิตใจ ส่วนพ่อและผู้ปกครองท่านอื่น ๆ ก็นิยมสีสดใสเช่นเดียวกัน เพราะใส่แล้วไม่หมองไม่เก่าง่าย ยิ่งฉันกับเพื่อน ๆ อยู่ในวัยที่แสนซน จึงเป็นธรรมดาที่เสื้อผ้าป่นเปื้อนได้ง่าย

รองเท้าตราดาวเทียม เป็นรองเท้ายี่ห้อยอดฮิตของผู้คนในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก เพราะใช้ทนและคุ้มที่สุด พ่อมักจะซื้อรองเท้าตราดาวเทียมให้ฉันและพี่ ๆ เป็นประจำ ซึ่งคู่หนึ่งก็ใส่ได้สองสามปี ใครที่มีรองเท้าตราดาวเทียมใส่ จัดว่าเทห์มาก ๆ เลย ซึ่งฉันและเพื่อน ๆ รู้สึกเทห์ทุกครั้งที่ใส่ดาวเทียมตามแบบวิถีชีวิตเด็กบ้านนา

 

 



เวลาที่หันกลับไปมองภาพอดีตตัวเองตอนเด็ก ๆ ฉันมักจะนั่งอมยิ้มตลอด บางทีนั่งดูรูปตัวเองและแอบส่องกระจกไปด้วย ทรงผมสมัยเด็ก ๆ เป็นทรงที่ฮิตที่สุดและเป็นทรงผมตามกฏระเบียบของโรงเรียน จะตัดสั้นตัดสอยไม่เป็นไร แต่ถ้าปล่อยให้ยาวเลยติ่งหูเมื่อไหร่เป็นเรื่องทุกที ดังนั้นในภาพจะเห็นทรงผมของฉันและหลาน ๆ ต่างก็สั้นกันทั้งนั้น จะว่าเป็นทรงผมยอดฮิตของนักเรียนระดับอนุบาลจนถึงมัธยมก็ว่าได้

สิบหกปีกว่าแล้วที่ฉันเรียนจบมัธยมต้น และก็ปล่อยผมไว้ยาวตลอด อาจจะมีเร็มปลายผมบ้างตามแต่โอกาส แต่ก็ยอมรับว่าไม่เคยตัดสั้นเหมือนสมัยเด็ก ๆ เลย ฉันเรียนจบมัธยมต้นก็ไม่ได้เรียนต่อมัธยมปลายโดยตรง เพราะชีวิตที่ลำบากยากจน ทำให้เบนเส้นทางชีวิตตัวเองเพื่อทำงานเป็นหลัก เพื่อสร้างฝันให้เป็นจริง





สิบสามปีแล้วที่ฉันไม่ได้ทำงานเป็นสาวโรงงาน และก็เป็นเวลาสิบสองปีกว่าแล้วที่ฉันแต่งงานและย้ายมาอยู่ต่างแดนกับคนรัก ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่แปลกฉันไม่เคยลืมเรื่องราวชีวิตสาวโรงงานเลย

ชีวิตของฉันคงไม่มีโอกาสได้เป็นสาวโรงงาน หากไม่มีเพื่อนรักแต่ละคนคอยให้ความช่วยเหลือ "จันทร์เพ็ญ" หรือ "เดือน" หรือ "เพ็ญ" คอยให้ความช่วยเหลือสร้างฝันให้เป็นจริง ฉันและเพ็ญเป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิท เราสองคนเรียนหนังสือด้วยกันตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมต้น



เพ็ญเรียนจบมัธยมต้นรุ่นเดียวกับฉัน ก็ขึ้นมาทำงานเป็นสาวโรงงานแถว ๆ พระประแดง ส่วนฉันไม่มีโอกาสได้เป็นสาวโรงงาน เพราะพ่อไม่ต้องการให้เข้าไปทำงานกรุงเทพฯ ชีวิตผลัดหลงต้องไปทำงานที่ร้านอาหารตามสั่งให้กับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ ฉันทำงานในร้านนี้ได้เพียงแค่หกเดือนกว่า ๆ ก็ต้องลาออก เพราะอยากเดินตามฝันของตัวเอง อยากทำงานในโรงงานเหมือนเพื่อน ๆ ในช่วงนั้นฉันได้ติดต่อเพ็ญเพื่อนรักให้ช่วยเหลือหางานด้านโรงงานให้ทำ ซึ่งเพ็ญก็เต็มใจช่วยและรับปากเป็นอย่างดี



ฉันยังจำได้เสมอว่า วันที่ฉันขึ้นไปทำงานกรุงเทพฯเพียงคนเดียวในครั้งนั้น เพ็ญเพื่อนรักของฉันมารับฉันที่หมอชิตเก่าด้วยตัวเอง ในสมัยนั้นหมอชิตเก่าจะอยู่ตรงข้ามกับสวนจตุจักร ซึ่งจะมีรถประจำทาง รถทัวร์ของภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคตะวันตกบางส่วนมารวมตัวกันที่นี่ ซึ่งตอนนั้นถนนพหลโยธินยังมิได้สร้างรถไฟฟ้าแต่อย่างใด ผู้คนมากมายต่างสัญจรไปมาและมาจุกกันอยู่ที่หมอชิตเป็นส่วนใหญ่ เพราะหมอชิตเป็นศูนย์กลางหัวใจของคนต่างจังหวัดก็ว่าได้




วันนั้นฉันยืนรอเพื่อนรักด้วยความหวัง นัยน์ตาก็เศร้า ๆ ที่ต้องจำจากพ่อและพี่มาทำงานในเมืองกรุง รู้สึกเสียใจที่ขึ้นมาทำงานโดยที่ไม่ได้ร่ำลาพ่อสักคำ เพราะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ฉันต้องการมาทำงานที่กรุงเทพฯ พ่อจะสั่งห้ามเพียงอย่างเดียว ฉันยอมรับว่า ตอนนั้นได้ฝ่าฝืนคำสั่งของพ่อ เพื่อเข้ามาสร้างฝันของตัวเอง เพราะฉันไม่อยากเป็นภาระให้กับพี่น้องคนใดหากวันหนึ่งข้างหน้าไม่มีพ่อ ฉันคิดว่าตัวเองอายุสิบห้าปีแล้ว ฉันสามารถช่วยตัวเองได้ดีกว่านี้ และจะสร้างอนาคตที่ดีให้กับตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้คนอื่นมาทำให้


ช่วงระหว่างนั้นฉันคิดอยู่ตลอดว่า ค่าแรงขั้นต่ำวันล่ะ 137 บาทต่อวันถือว่าเยอะมาก และฉันก็ตั้งความฝันไว้ว่า จะเก็บเงินสร้างบ้านให้พ่อจนเสร็จ เงินบางส่วนก็จะส่งตัวเองเรียนให้จบมัธยมปลาย ชีวิตในตอนนั้นไม่ได้คิดฝันอะไรมาก ฝันแค่นี้และก็ฝันเพียงธรรมดา ๆ แบบพื้น ๆ เหมือนสาวบ้านนาทั่วไป ซึ่งถ้าเทียบกับลูกคนมีฐานะในเมืองใหญ่ ความฝันเท่านี้ถือว่าน้อยมาก

บนเส้นทางความฝันของฉันมักจะมีอุปสรรคหลายอย่าง พี่ชายทุกคนไม่ยินยอมให้ฉันขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพฯ ทุกคนพยายามที่จะยัดเยียดพร้อมบังคับให้ฉันกลับไปเป็นเด็กสาวชาวบ้านธรรมดา ๆ ที่อยู่แต่บ้านนาเท่านั้น แต่ฉันเป็นคนที่ยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เพราะตั้งมั่นไว้ว่าจะไม่ทำให้พี่น้องเดือดร้อน เมื่อฉันไม่สนใจคำสั่งของพี่ชาย ในที่สุดพี่ชายคนรองก็เข้ามาควบคุมดูแลเกี่ยวกับชีวิตฉันบ้าง ถึงแม้ว่าบางครั้งจะมีการลงไม้ลงมือ เพื่อต้องการให้ฉันอยู่ในกรอบที่พี่ชายต้องการ แต่บนความเจ็บปวดตรงนั้นไม่ได้ทำให้ฉันทิ้งความฝันของตัวเองเลย




โรงงานแรกที่ฉันทำงานนั้น เป็นโรงงานพลาสติก (PSK) ซึ่งฉันต้องทำงานวันละ 12 ชั่วโมง กับค่าแรงวันละหนึ่งร้อยบาท หากทำวันอาทิตย์จะได้ค่าแรงสองร้อยบาท ฉันทำงานอาทิตย์ละหกวันหยุดหนึ่งวัน ตอนนั้นฉันทำงานกับวรรณ ซึ่งวรรณเป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งที่ฉันรู้จักตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นฉันตกระกำลำบากมาก ก็ได้เพ็ญและวรรณช่วยดึงชีวิตให้ได้ไปทำงานโรงงานแถว ๆ พระประแดง ซึ่งในวันนั้นถ้าฉันไม่มีเพ็ญและวรรณ ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้มีวันนี้แน่นอน

 

 

 



ชีวิตที่ทำงานในโรงงานในพระประแดง ยอมรับว่ามีความสุขมาก ๆ แม้ว่าเงินค่าตอบแทนจะน้อย มีเงินเก็บไม่มาก แต่ก็มีความสุขกับงานที่ทำ เจ้าของโรงงานเป็นคนจีนที่ใจดี คอยดูแลลูกน้องทุก ๆ คนเป็นอย่างดี ในช่วงเทศกาลตรุษจีนก็มีขนมและอาหารอร่อย ๆ เลี้ยงตลอด ในเทศกาลปีใหม่ก็พาไปเลี้ยงอาหารที่ร้านอาหารขึ้นชื่อแถว ๆ พระประแดง ฉันเองยังคิดถึงกลิ่นไอความสุขตรงนั้นได้ตลอด คิดถึงวรรณ น้องต้อย และเพื่อนสาวโรงงานคนอื่น ๆ ที่เคยทำงานด้วยกัน




หลังจากทำงานอยู่โรงงานนี้ได้เพียงไม่นาน ชีวิตของฉันต้องพบอุปสรรคหลายอย่าง อย่างที่กล่าวไว้ข้างบนว่าพี่ชายไม่ยินดีให้ฉันเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ จะว่าเป็นปัญหาที่ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนก็ว่าได้ พี่ชายรับรู้เรื่องที่ฉันขึ้นมาทำงานในโรงงานอีกครั้ง และก็ไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก จึงใช้กฏหลักควบคุมชีวิตฉันอีกครั้ง แม้กฏหลักเหล่านี้จะดูโหดร้าย แต่ก็นี่แหละชีวิตที่ฉันสัมผัส และระยะเวลาตรงนั้นทำให้ฉันผลัดหลงเข้าไปทำงานในโรงงานยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยจนได้



ซีเกท เป็นบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย ซึ่งส่งออกทั่วโลกและเป็นที่รู้จักของหลาย ๆ คน สมัยที่ทำงานอยู่พระประแดง เพ็ญเคยบอกฉันว่า ถ้าใครเข้าไปทำงานในบริษัทซีเกทได้ ถือว่าเป็นคนเก่งและมีความสามารถมาก ฉันไม่รู้หรอกว่าอะไรคือมาตรฐานวัดความสามารถของพนักงานในบริษัทนี้ ระหว่างการทำข้อสอบภาษาอังกฤษและวิชาคณิตศาสตร์ หรือว่าประสบการณ์และความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานของผู้สมัคร ฉันรู้แต่เพียงว่าวันนั้นฉันเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อม และก็แต่งตัวเรียบร้อยและสุภาพที่สุด เพราะตั้งใจจะสมัครงานตำแหน่งพนักงานฝ่ายผลิต



ขณะที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อนร่วมชะตาสร้างฝัน ฉันน้ำตาซึมทันทีที่ได้รู้ว่า ชื่อตัวเองติดลิสต์ผู้ผ่านการสอบและผ่านการสัมภาษณ์สามารถเข้าไปทำงานในซีเกทได้ ฉันเดินมาขึ้นรถเมล์กลับห้องพักด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง



ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถเมล์ก็คิดคำนวณค่าตอบแทนต่าง ๆ ตอนนั้นค่าแรงขั้นต่ำของเมืองไทยอยู่ที่ 147 บาท/ต่อวัน ซึ่งต้องทำงาน 8 ชั่วโมง แต่ซีเกทให้ค่าแรงพนักงานเริ่มต้นที่ 151 บาทต่อวันพร้อมสวัสดิการต่าง ๆ ซึ่งก็ถือว่าเยอะกว่าบริษัทอื่น ๆ มาก ท้องฟ้าในวันนั้นสดใสสวยงามที่สุด ฉันบอกกับตัวเองเสมอว่า เงินเดือนที่ได้รับจะส่งให้พ่อและแบ่งให้พี่ชาย เพื่อจะได้ช่วยพี่ชายสร้างบ้านให้เสร็จ ที่เหลือจะเก็บไว้เป็นค่าเรียน ค่ากิน และค่าที่พัก




แรกเริ่มของการเป็นสาวซีเกท เป็นอะไรที่สนุกและมีความสุขมาก ๆ ฉันเป็นเด็กที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มไลน์ที่ตัวเองทำงานอยู่ ตอนแรกฉันต้องเทรนงานสองอาทิตย์ในช่วงกะเช้า พอเทรนงานผ่านแล้ว ผู้ดูแลการเทรนส่งฉันกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มเข้าทำงานกะ C ซึ่งตอนนั้นซีเกทแบ่งออกเป็นสามกะ นั่นก็คือ กะ ABC


อาทิตย์ที่สามฉันต้องทำงานกะดึกที่ยิงยาวตั้งแต่สี่ทุ่มยันหกโมงเช้า มีเวลาพักรับประทานอาหารหนึ่งชั่วโมง บริษัทมีรถรับส่งทุกสาย มีข้าวให้ฟรี และอาหารขายในราคาที่ถูกมาก ๆ มีชุดยูนิฟอร์มให้คนละสองชุด มีชุดสม็อคให้คนละหนึ่งชุด มีพนักงานทำความสะอาดชุดสม็อคให้ ถ้าเข้ากะดึกได้ค่ากะเพิ่ม 20 บาท แต่ถ้าเข้ากะบ่ายได้ค่ากะ 10 บาท หากเข้ากะเช้าไม่ได้ค่ากะแต่อย่างใด ถ้าทำงานล่วงเวลา (โอที) ในวันปกติจะได้ค่าแรงเพิ่ม 1.5 แรง ถ้าเป็นวันหยุดจะได้ 2 - 3 แรงตามกฏหมายแรงงาน



บริษัทให้โบนัสปีละสองครั้ง นั่นก็คือทุกวันที่ยี่สิบธันวาคมและวันที่ 20 มิถุนายน ส่วนเงินปันผลกำไรนั้นก็จะได้รับเป็นไตรมาส ซึ่งแบ่งตามสัดส่วนความเหมาะสม มีประกันสังคม ประกันสุขภาพ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทุนการศึกษา และอีกมากมายที่พนักงานอย่างฉันได้รับจากบริษัทนี้



ทุก ๆ ปลายปี บริษัทจะมีงานเลี้ยงประจำปีให้กับพนักงาน หรือที่รู้จักกันใน "วันครอบครัวซีเกท" ซึ่งในงานนี้จะมีกิจกรรมดี ๆ หลายอย่าง ฉันทำงานในบริษัทนี้สามปีกว่า ๆ ได้เข้าร่วมงานเหล่านี้อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมร่ายรำ หรือไม่ก็กิจกรรมพรีเซ็นต์เกี่ยวกับงานด้านคุณภาพของแผนก



ปีแรกที่ทำงานในบริษัทนี้ ฉันและเพื่อน ๆ สนิทรุ่นพี่ได้รับเลือกให้เป็น "นางรำระบำฮาวาย" ซึ่งก็หมายถึงว่า ฉันและเพื่อน ๆ ต้องเต้นรำระบำฮาวายโชว์ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งไทยและต่างชาติที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ซึ่งงานนี้เป็นงานวันครอบครัวซีเกทประจำปีนั้น และก็ได้จัดขึ้นที่ซาฟารีเวิร์ลเสียด้วย ในตอนแรกฉันก็ปฏิเสธตลอดโดยบอกพี่เตือนใจซึ่งเป็นลีดเดอร์ประจำไลน์และเป็นคนที่คอยคัดเลือกนางรำว่า

"หนูไม่รำนะพี่เตือน หนูไม่เอานะ"

"ทำไมวะ เป็นอะไรของเอ็ง"

"หนูไม่สวย หนูไม่อยากรำ หนูอายเขา"

"สวยไม่สวยก็ต้องรำ ไม่ต้องอาย พี่เลือกแล้ว เอ็งต้องรำ เอ็งต้องช่วยพี่ และเอ็งต้องช่วยบริษัท" พี่เตือนตอบกึ่งคำสั่ง

ฉันค่อย ๆ หันไปมองหน้าพี่เตือน เห็นแววตาของเธอที่ดูจริงจัง ทำให้ฉันไม่กล้าปฏิเสธอีกเลย

" หนูรำก็ได้ แต่ถ้าหนูรำไม่สวย พี่อย่าว่าหนูนะ"

"เออ ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวพี่จะสอนให้"

พี่เตือนใจเป็นลีดเดอร์ประจำไลน์ที่ฉันทำงานอยู่ เธอเป็นผู้หญิงที่เก่งมากด้วยความสามารถหลายด้าน ที่สำคัญเป็นคนที่จริงจังและมุ่งมั่นต่อหน้าที่การงานเป็นอย่างมาก



ในวันนั้นคนที่เป็นนางรำระบำฮาวายประจำปี มีทั้งสวยสุดและก็ขี้เหร่อย่างฉันปะปนกันไป ซึ่งใคร ๆ ที่เห็นก็คงจะคิดว่า สวย ๆ กว่านี้หาไม่ได้แล้วเหรอในซีเกท ฉันเองก็คงต้องตอบว่า ที่สวย ๆ มีเยอะในซีเกท เพียงแต่ว่าสวย ๆ และให้ความร่วมมือกับกิจกรรมของบริษัทมีอยู่เพียงไม่กี่คน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผู้หลักผู้ใหญ่จึงเลือกผู้เต้นรำครั้งนี้ไม่ได้เน้นที่ความสวย หากแต่เน้นคนที่มีเวลาและให้ความร่วมมือกับบริษัทอย่างจริงใจ

เพื่อนรุ่นพี่ของฉันที่สนิท ๆ กันสามสี่คนต่างก็ได้รับเลือกให้มาเป็นนางรำระบำฮาวายด้วยกัน พวกเราซ้อมเต้นรำกันทุก ๆ หลังพักรับประทานอาหาร หลังเลิกงาน ไม่ว่าจะเข้ากะดึกหรือกะไหน เราก็ต้องซ้อมกันตลอด ในวันแรกที่ซ้อมเต้นรำ ฉันจำได้เสมอว่า พี่เตือนทักฉันว่า

"เฮ้ย! รำสวย ๆ หน่อย ระบำฮาวายนะเว้ย ไม่ใช่เซิ้งหมอลำซิ่ง"

วันนั้นฉันและเพื่อน ๆ หัวเราะกันท้องขัดท้องแข็ง ฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยถนัดเรื่องรำนัก แต่ก็ยอมรับว่า พอได้ซ้อมบ่อย ๆ รู้สึกว่าการเต้นรำเป็นอะไรที่สนุกไปอีกแบบ จะมีก็แต่เวลาท่านั่งแบบแช่นาน ๆ นี่สิ ฉันรู้สึกเมื่อยที่สุด เกรงว่าจะทำไม่ได้นาน เกรงว่าจะล้มกลางเวที

ในงานวันครอบครัวซีเกทประจำปีนั้น มีพนักงานซีเกทจากโรงงานทั้งสี่โรงงานมาร่วมกัน นั่นก็คือ สาขาโชคชัย รังสิตคลองเจ็ด เวลโกร บางปะกง ส่วนสาขาเทพารักษ์มิได้มาร่วมงานแต่อย่างใด เพราะเป็นสาขาใหญ่ ส่วนมากจะมีกิจกรรมที่แยกออกไปต่างหาก แต่โรงงานสาขาเล็ก ๆ ที่ฉันอยู่นั้นจะมีกิจกรรมร่วมกับสาขาเล็ก ๆ สาขาอื่น ๆ เป็นประจำ โดยเฉพาะงานวันครอบครัวซีเกทนั้นมีการจัดร่วมกันบ่อย ๆ

ก่อนวันงานหนึ่งอาทิตย์ พี่เตือนใจ พี่กมล (ผู้จัดการฝ่ายบุคคล) พี่ปู ได้พาฉันและเพื่อน ๆ ไปร่วมประชุมกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดูแลเกี่ยวกับการจัดงานครั้งนี้ที่ซาฟารีเวิร์ล ซึ่งสาวบ้านนาอย่างฉันอดภูมิใจไม่ได้ที่มีโอกาสได้เข้าไปนั่งในห้องประชุมสุดหรู (ในตอนนั้นวาสนาได้เห็นห้องประชุมที่ซาฟารีเวิร์ลจัดว่าหรูที่สุดในชีวิตก็ว่าได้) พอประชุมเสร็จแล้วก็มีการซ้อมเต้นกันที่สเตเดี่ยมใหญ่ โดยที่ข้างหลังจะเป็นสระกว้าง มีคนเล่นสกีโชว์ต่าง
ๆ ด้วย

ตอนซ้อมฉันไม่ค่อยรู้สึกเขินอายมากนัก เพราะมีแต่รุ่นพี่ด้วยกัน ทำให้อุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่พอวันต้องเต้นรำโชว์จริง ๆ ฉันกลับตัวสั่นตั้งแต่นั่งรถตู้เดินทางไปยังซาฟารีเวิร์ล วันนั้นฉันและเพื่อน ๆ เหล่านางรำด้วยกันต้องเดินทางไปก่อนเพื่อน เพราะจะต้องไปแต่งหน้าทาตาด้วย ก่อนหน้านั้นฉันรู้จักแค่ลิปสติกมันออกสี ลิปสีต่าง ๆ ที่เขียนคิ้ว รู้จักที่ทาแก้มและทาตาบ้าง แต่ไม่เคยรู้จักมาสคาร่า

"เอ็งมองพี่ตานิ่ง ๆ สิ อย่ากระพริบตาได้ไหม" เสียงพี่เตือนบอก

"ไม่เอาพี่เตือน หนูไม่ชอบเลย ไม่ทาได้ไหม" ฉันขอร้องพี่เตือน เพราะไม่ชอบการแต่งหน้าที่มีอะไรก็ไม่รู้มาปัดที่ขนตาและวาดรอบ ๆ ขอบตา เป็นอะไรที่หวาดกลัวที่สุด กลัวว่าดินสอกับเจ้ามาสคาร่าจะทิ่มตาเอา

วันนั้นพี่เตือนและพี่ปูเป็นช่างแต่งหน้าที่คอยเสริมความงามให้พวกฉัน แต่ละท่านพยายามทามาสคาร่าให้ฉัน พยายามเขียนขอบตาให้ แต่ฉันไม่ยอมท่าเดียว เพราะไม่ชอบให้ใครมาจับตาเด็ดขาด ตอนแรกพี่เตือนลองทามาสคาร่าให้ แต่พอฉันกระพริบตา ปรากฏว่าขอบตากลับดำปี๋ และก็ไม่ยอมให้พี่เตือนทาให้อีก เพราะกระพริบตาตลอด สรุปแล้ววันนั้นพี่เตือนแต่งหน้าให้ฉันทุกอย่าง โดยที่ไม่เขียนขอบตาและทามาสคาร่าให้ฉันอีกเลย ซึ่งฉันก็ดีใจมาก ๆ เพราะรู้สึกว่าชีวิตการเต้นรำมีความสุข ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรกับการแต่งหน้าธรรมดา ๆ เพราะคิดว่าการแต่งหน้าเท่านี้ก็สวยพอแล้ว (คิดเองตามประสาวัยรุ่น)



ฉันไม่รู้ว่าที่ซาฟารีเวิร์ลมีชาวต่างชาติทำงานประจำอยู่ที่นั่นหรือเปล่า รู้แต่ว่าขณะที่ยืนรอออกมาเต้นรำหน้าเวทีลานด้านหน้า มีหญิงชายชาวต่างชาติหลายคนยืนมองฉันและเพื่อน ๆ ในกลุ่ม จู่ ๆ ก็มีหญิงต่างชาติคนหนึ่งเดินมาทักทายฉัน เธอบอกว่า ฉันมีผิวที่สวยมาก สิ่งที่ได้ยินทำให้ฉันยิ้มอย่างมีความสุข ฉันพอรู้ว่าหญิงต่างชาติคนนั้นพูดว่าอะไร แต่เพื่อความแน่ใจเลยไปถามพี่เตือน




"พี่เตือน คำว่าบิวตี้ฟูลสกินนี่แปลว่าผิวสวยใช่ไหมพี่"

พี่เตือนยิ้มรับพยักหน้าให้ "เอ่อ แปลแบบนั่นแหละ ว่าแต่ใครพูดฝรั่งกับเอ็งเหรอ"

"คุณป้าฝรั่งคนนั้นนะพี่" ฉันบอกพี่เตือนให้หันไปมองหญิงต่างชาติคนนั้น


พี่เตือนยิ้มสดใสเหมือนคนมีความสุข "นี่ พี่ว่าเอ็งนะ มีแววได้ผัวฝรั่งแหง ๆ ดูสิขนาดฝรั่งผู้หญิงยังมาชม ถ้าฝรั่งผู้ชายไม่คลั่งเหรอ ผิวดำแดงอย่างเอ็งนะฝรั่งชอบ รู้หรือเปล่า"

วันนั้นฉันอายุเพียงสิบหกปีกว่า ๆ ได้แต่ยืนฟังพี่เตือนและก็ยิ้ม คิดในใจฝรั่งที่ไหนจะมารักฉันได้ ในชีวิตเคยเห็นฝรั่งในทีวีและผู้บริหารที่เป็นฝรั่งเท่านั้น ถ้าให้คิดฝันที่จะแต่งงานกับฝรั่ง ฉันไม่เคยมีความคิดเลย เพราะตอนนั้นหัวใจมอบให้หนุ่มไทยเท่านั้น และคิดแต่ว่าพรุ่งนี้จะทำงานเยอะ ๆ และจะทำโอทีหลาย ๆ ชั่วโมง เพื่อที่จะเก็บเงินให้ได้มากที่สุด



เพื่อน ๆ ของฉันที่เต้นรำระบำฮาวายด้วยกัน มีทั้งผิวขาวเนียนสวยเหมือนสาวในเมือง บางคนก็ผิวผสมขาวเหลือง ขาวแบบอมชมพูก็มี ส่วนฉันและพี่ป่านเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งเป็นคนใต้ค่อนข้างมีผิวสีคล้ำคล้าย ๆ กัน นั่นก็คือดำแดง หรือถ้าเรียกแบบอินเตอร์ ๆ หน่อยก็ผิวสีแทน



เพลงที่ใช้เต้นรำระบำฮาวาย เป็นเพลงฝรั่งออกแนวพลิ้ว ๆ จังหวะการเต้นไม่เร็วมาก แต่ก็ต้องส่ายเอวตลอด และก็โยกบ่อย ๆ ทำไม้ทำมือไปตามจังหวะ ไม่มีการแต่งตัวโป๊แต่อย่างใด พวกเราใส่เสื้อยืดสีขาวแขนสั้น แม้จะใส่กระโปรงเชือกฟางหลากหลายสีของแต่ละคน แต่ทุกคนก็ใส่กางเกงขาสั้นข้างใน ส่วนดอกไม้นั้นพี่เตือนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจัดหาให้ทั้งหมด

นางรำแต่ละคนหน้าตาเพลียมาก ๆ เพราะก่อนวันงานต้องไปทำงานตามปกติ พอวันงานต้องมารวมตัวกันแต่เช้า แถมไม่ได้ทานข้าวเช้ากันเสียด้วย กว่าจะแต่งหน้าแต่งตา ทำผมเสร็จ และได้แสดงโชว์ก็สิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว ในงานมีพนักงานหลายพันคนมาร่วมงาน มีผู้บริหารระดับใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาชมงานกันเกือบทุกคน เพราะงานนี้พนักงานทุกคนสามารถพาครอบครัวมาร่วมงานได้

พอบทเพลงระบำฮาวายบรรเลงขึ้น เสียงปรบมือดังก้องทั่วงาน สาว ๆ นางรำค่อย ๆ เดินออกมาพร้อม ๆ กับร่ายรำไปด้วย โยกเอวส่ายสะโพกไปตามจังหวะ




ทันทีที่ยืนอยู่กลางเวที แม้จะยิ้มตลอด แต่สายตาก็อดที่จะหันไปมองผู้ชมไม่ได้ พอสายตาปะทะกับผู้ชม อาการเขินอายและตัวสั่นก็เกิดขึ้นอย่างเร็วมาก ยอมรับว่าอายมาก ๆ มือไม้สั่นไปหมด ปากก็สั่นเสียด้วย แม้จะยิ้มตลอดแต่ปากสั่นหงึก ๆ ไม่รู้ว่าคนดูจะรู้ไหมหนอว่านางรำเขินเหลือเกิน อยากจะมุดลงใต้เวทีเสียให้ได้ ขณะที่เต้นรำส่ายเอวกันไปมา ผลปรากฏว่าลมแรงพัดผ่านเข้ามา ทำเอากระโปรงเชือกฟางพัดพลิ้วไปตามสายลม ซึ่งสามารถเห็นกางเกงขาสั้นด้านในได้เลย หนุ่มสาวที่ชมอยู่ต่างกันกรี๊ดร้องโห่กันสนุกสนานไปตามประสา บางคนก็แซวตลอด ทำให้นางรำอายแทบจะม้วนและหยุดเต้นเลย แต่จนแล้วจนเล่าฉันและเหล่าบรรดานางรำทุก ๆ คนต่างก็เต้นรำกันจนจบเพลง

ฉันยอมรับเลยว่า กว่าเพลงจะจบ ฉันและเพื่อน ๆ ยิ้มจนเหงือกแห้ง โยกจนเอวแทบเคล็ด สายสะโพกจนเหนื่อย พอรำเสร็จแล้ว เสียงปรบมือดังลั่นอีกครั้ง แต่พวกฉันใช่จะได้หยุดพักผ่อนแต่อย่างใด พวกเราทุกคนต้องแอคชั่นท่ารำให้ตากล้องประจำบริษัทได้ถ่ายภาพงาม ๆ ไว้ลงวารสารประจำปีของบริษัทด้วย ฉันเองรู้สึกเมื่อยจนมือเอนลงเรื่อย ๆ เห็นได้จากภาพ



หลังจากทุกอย่างจบลงที่เวที คนดูทุกคนต่างก็แยกย้ายไปดูการละเล่นต่าง ๆ ของซาฟารีเวิร์ล ฉันกับเพื่อน ๆ ต่างก็พากันเปลี่ยนชุดทันที วันนั้นมีคอนเสิร์ตของมอส ปฏิภาณ และก็อต จักพรรณ อาบครบุรีมาแสดงในตอนค่ำด้วย ฉันเองไม่เคยพลาด หลังจากที่ถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ สนิทเสร็จแล้ว ก็พากันไปนั่งร่วมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ในสาขาที่ตัวเองประจำอยู่ วันนั้นฉันและเพื่อน ๆ สาวต่างก็เมาโค้กกันตลอด เพราะบริษัทมีอาหารอร่อย ๆ ให้รับประทานและมีดนตรีสด ๆ จากนักร้องดังมาบรรเลงเสียด้วย ยอมรับว่ามันส์สุด ๆ



ชีวิตในซีเกทมีอะไรหลายอย่างให้ได้เรียนรู้เยอะ ไม่ว่าจะเรื่องงาน กิจกรรมต่าง ๆ หรือแม้แต่มิตรภาพดี ๆ ก็มีให้เห็นเสมอ วันไหนที่บริษัทหยุดยาวเพราะไม่มีโอที รุ่นพี่ที่ฉันสนิท พี่นวลจันทร์และเพื่อน ๆ ก็พาการจัดนำเที่ยวจังหวัดต่าง ๆ ฉันเคยมีโอกาสไปเที่ยวทะเลหาดจอมเทียนและหัวหินกับเพื่อนสองครั้ง เพราะเพื่อนสนิทจัดไป ก็อยากจะไปด้วย อีกอย่างคนที่ไปก็มีแต่เพื่อน ๆ ในไลน์และแผนกเดียวกัน ถือว่าไว้ใจได้















ส่วนแพเธคจังหวัดกาญจนาบุรีนั้น ฉันก็มีโอกาสได้ไปครั้งเดียว ซึ่งยอมรับว่าประทับใจหลายอย่าง แม่น้ำแควที่เคยเห็นในทีวีก็ได้เห็นกับตา น้ำตกเอราวัณก็มีโอกาสได้ไปชม อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์ เพื่อน ๆ แต่ละคนต่างก็สนุกสนาน เหมือนกับได้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยทั้งหมด






สามปีที่ทำงานในบริษัทนี้ ยอมรับว่ามีความสุขเป็นอย่างมาก ความทรงจำดี ๆ หลายอย่างมีคุณค่ามากมาย เพื่อนสนิทหลายคนต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง บางคนก็กลับปักษ์ใต้ กลับอีสาน กลับภาคเหนือ และอยู่ในภาคกลาง หลายคนหางานทำในโรงงานอื่น ๆ บางคนก็ย้ายไปทำงานในสาขาที่โคราช ปัจุบันนี้มีซีเกทอยู่ที่เมืองไทยเพียงไม่กี่สาขา เท่าที่จำได้มีสาขาเทพารักษ์และสาขาโคราช ส่วนสาขาที่โชคชัยไม่แน่ใจว่ามีการเทคโอเวอร์จากบริษัทอื่นหรือไม่






ฉันเองไม่ได้ถูกจ้างออกแต่อย่างใด เพราะลาออกจากซีเกทหลังจากที่พ่อเสียชีวิต เพื่อที่จะกลับไปเรียนต่อ พอเรียนจบและกลับเข้ามากรุงเทพฯอีกครั้ง สรุปแล้วเพื่อน ๆ ที่เคยทำงานด้วยกันสมัครใจลาออกเกือบทุกคน โดยที่ได้รับเงินค่าตอบแทนตามความเหมาะสม ฉันได้เจอเพื่อน ๆ ทุกคนครั้งสุดท้ายในกลางปี 2000 วันนั้นเพื่อน ๆ สนิทหลายคนพาฉันไปเลี้ยงต้อนรับการกลับมากรุงเทพฯอีกครั้ง จากนั้นพวกเราต่างก็แยกย้ายกันไปตามวิถีชีวิต มีการติดต่อหากันบ้างตามโอกาส






ทุกวันนี้เพื่อนสาวโรงงานซีเกทที่ติดต่อกันอยู่มีเพียงไม่กี่คน เพราะบางคนกลับไปอยู่ต่างจังหวัดซึ่งไม่สามารถติดต่อได้เลย เพ็ญเพื่อนรักของฉันก็เคยทำงานซีเกทในสาขาที่ฉันทำงานด้วย เพียงแต่เพ็ญทำอยู่คนละแผนกและคนละกะกับฉัน เธอทำงานในซีเกทได้แค่สามเดือนก็ลาออกไปทำงานที่สมุทรปราการ ทำให้ฉันและเพ็ญไม่ได้ทำงานด้วยกันอีกเลย




แม้ว่าวันนี้จะไม่มีเพ็ญอยู่ในโลกนี้ และไม่มีเพื่อนเก่า ๆ เหมือนในอดีต แต่ฉันก็ยังเก็บภาพเก่า ๆ และความทรงจำดี ๆ ตรงนี้ไว้ในใจเสมอ และอยากขอบคุณมิตรภาพดี ๆ จากเพื่อนสาวซีเกทและโรงงานอื่น ๆ ที่มีให้กันมาตลอด ขอบคุณผู้หลักผู้ใหญ่ในบริษัทซีเกทและบริษัทพีเอสเคที่เปิดโอกาสให้เด็กสาวบ้านนาคนนี้มีโอกาสได้เรียนรู้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด หากไม่มีอดีตในวันนั้น ฉันก็คงไม่มีวันนี้แน่นอน ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง




ขอบคุณเพื่อนเก่าสาวโรงงานทุก ๆ คน






ขอบคุณทุก ๆ โอกาสที่ได้รับจากบริษัทเหล่านี้




ขอบคุณผู้หลักผู้ใหญ่ทุกคนที่มีเมตตาให้สิ่งดี ๆ เสมอมา

ขอบคุณค่ะ










Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



[1]

Opinion No. 1 (140150)

 

เข้ามาอ่าน เคยทำงานที่เดียวกัน เทพารักษ์ ปี34 แผนก slider อ่านแล้วเพลินดีนึถึงอดีตเก่าๆ หน้าตาคุ้นๆหลายคน

By kit Date 2012-02-20 09:45:47


Opinion No. 2 (143302)

บทความของน้องเป็นเสมือนกระจกสท้อน และย้อนอดีตของคนซีเกทได้อย่างดีค่ะ และไม่น่าเชื่อว่าทำงานแค่ 3 ปีจะรักซีเกทได้ขนาดนั้น สำหรับพี่เองคงต้องบอกว่าซีเกทคือ "บ้าน" แล้วกระมั้ง :)

By baba Date 2012-07-13 18:20:16


Opinion No. 3 (143326)

ขอบคุณมากค่ะพี่ kit ไม่แน่นะคะเพื่อน ๆ หนูในรูปอาจจะเคยเป็นเพื่อนพี่ก็ได้ เพราะเพื่อน ๆ บางคนเป็นคนเก่าแก่รุ่นบุกเบิกโรงงานเทพารักษ์นะคะ สำหรับหนูเป็นยุคกลาง ๆ แต่ก็เป็นคนที่คบเพื่อนรุ่นพี่เสียมากกว่า ไม่ค่อยมีเพื่อนรุ่นเดียวกันค่ะ ชอบคบรุ่นพี่ เพราะมีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพูดคุยได้ รู้สึกอบอุ่นเหมือนพี่สาวด้วยค่ะ

 

ตอนที่หนูทำงานอยู่ซีเกท หนูทำอยู่สาขาคลองเจ็ดค่ะ แผนก Line Pole ค่ะ ทุกวันนี้ยังจำเลขประจำตัวของตัวเองได้เลยค่ะ 61097 เป็นตัวเลขที่จำขึ้นใจเลยค่ะ เวลาเหงา ๆ ก็อดคิดถึงเพื่อน ๆ ไม่ได้ค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ ยอมรับว่าบางช่วงเวลาก็อดคิดถึงอดีตไม่ได้ค่ะ

By Natthinee Khot-asa Jones (roslita1978-at-gmail-dot-com)Date 2012-07-16 13:27:27


Opinion No. 4 (143327)

ขอบคุณพี่ baba ที่แวะมาอ่านเรื่องราวของหนูค่ะ ซีเกทสำหรับหนูไม่ใช่แค่รักเท่านั้น แต่ผูกพันในหัวใจตลอด เหมือนบริษัทฝรั่งบริษัทแรกที่เปิดโอกาสให้หนูได้สัมผัสประสบการณ์และสิ่งดี ๆ ในชีวิต ชีวิตก่อนที่จะได้มาทำงานซีเกทก็ผ่านพบความลำบากบนเมืองกรุงพอสมควร พอได้มาทำงานซีเกท บริษัทที่มีสวัสดิการตามกฏหมายแรงงานไทยทั่วไป ยอมรับว่ารักและภูมิใจที่เคยได้เป็นส่วนหนึ่งของซีเกทค่ะ เวลาคิดถึงก็จะเข้ามาดูภาพและอ่านเรื่องเก่า ๆ ที่ตัวเองเขียนไว้ตลอดค่ะ

 

ไม่ทราบว่าพี่ทำงานซีเกทสาขาไหนคะ อยู่ซีเกทนานหรือยังคะ หนูทำแค่สามปีก็ลาออกค่ะ พอซีเกทมีการย้ายไปโคราช หนูก็ไม่ได้ย้ายไปตามเลยค่ะ เพราะฟ้าดินกำหนดเอาไว้ว่าต้องอยู่กรุงเทพต่อ ไม่น่าเชื่อว่า สิบกว่าปีที่ผ่านมากับวันนี้ หนูต้องเดินทางไกลอยู่ตลอด ไม่เคยมีโอกาสได้อยู่ติดบ้านเกิดเลยค่ะ ตั้งใจไว้ว่า เกษียณเมื่อไหร่กลับไทยแน่นอนค่ะ

By Natthinee Khot-asa Jones Date 2012-07-16 13:31:50



[1]


Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones