ReadyPlanet.com
dot dot
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletFree Speech Open Mic 2014
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletAbout Our Life
bulletOur profesional work
bulletOur Books
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletเรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย (Thai-Cajun House)
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "ช่างไม่รู้เลย"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletFolktales
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletBook Reviews "First They Killed My Father by Loung Ung"
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Cameron University
Sam
Blacklawrencepress
Memoirjournal


ต้นมะพร้าวของยาย

 

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ก็เหมือนกับปีก่อนๆ ที่ผ่านมา ในปีนี้ฉันมีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านกับพี่สาวอีกครั้ง แม้ว่าชีวิตของฉันจะทำงานอยู่ที่เมืองกรุงนานหลายปี แต่เรื่องให้ลืมบ้านเกิดเมืองนอนนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน ฉันยังเป็นสาวบ้านนาคนเดิมแม้จะเรียนหนังสืออยู่ในเมืองกรุง และซึมซับความเป็นคนกรุงไปเยอะ แต่สำนึกรักบ้านเกิดและจิตใจที่ซื่อ ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความจริงใจยังมีอยู่ในตัวฉันเสมอ ทุก ๆ อย่างยังอยู่กับตัวฉันเหมือนที่พ่อคอยพร่ำสอนเสมอมา

ในปีนี้พี่น้องของฉันมีโอกาสได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ฉันกับพี่สาวสามคนช่วยกันทำกับข้าวเลี้ยงทุกคนในครอบครัว หลาน ๆ แต่ละคนโตขึ้นกว่าเก่าเยอะเลย พี่สาวและพี่ชายแต่งงานกันหมดแล้ว คงเหลือเพียงฉันคนเดียวที่ยังครองโสดไม่มีหนุ่มที่จะลงเอยสักที เพราะนับตั้งแต่ที่ฉันผิดหวังกับความรัก ฉันก็ไม่เคยสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก เพราะทุกวันนี้ฉันก็มีความสุขดีกับชีวิตโสดอย่างนี้ แม้ว่าการกลับไปเยี่ยมบ้านรอบนี้ ฉันจะถูกชาวบ้านพูดหยอกล้อพูดแซวเล่นเรื่องผู้ชายให้ได้ยินเป็นประจำ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจมากนัก ฉันคิดว่าคนเราเมื่อถึงคราวเนื้อคู่จะมี ไม่ต้องไปแสวงหาให้มันยากลำบากอะไร เพราะเมื่อถึงเวลามันจะมาเองโดยธรรมชาติ

เมื่อถึงคราวที่ฉันและพี่ ๆ รวมทั้งหลาน ๆ มานั่งรับประทานอาหารด้วยกัน เราทุก ๆ คนต่างก็พร้อมหน้าพร้อมตาช่วยกันตักกับข้าวแบ่งปันฉันท์พี่น้อง ครอบครัวของฉันสูญเสียพ่อกับแม่ไปนานหลายปีแล้ว พี่คนโตและพี่คนรองยังทำหน้าที่คอยดูแลน้อง ๆ เป็นอย่างดีเสมอ พี่สาวแต่ละคนยังคอยดูแลเอาใจใส่น้องคนเล็กอย่างฉันมาตลอด ทุกคนยังคอยห่วงใยและให้กำลังใจฉันเหมือนเคย หลาน ๆ ทุกคนยังให้ความรักความนับถือน้าเล็กอย่างฉันเสมอมา แม้ว่าฉันและหลาน ๆ จะโตมีอายุใกล้เคียงกัน แต่ความที่หลาน ๆ ถูกสั่งสอนมาเป็นอย่างดี ทำให้ฉันเป็นที่เคารพของหลาน ๆ อยู่เสมอ

หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว พี่สาวทั้งสามคนก็ชวนฉันไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ตัวฉันเองก็ชอบที่จะไปดูสวนผลไม้ที่พ่อเคยปลูกไว้ให้พวกเราทุกคนได้รับประทานกัน

ปีนี้ต้นมะม่วงหลายสิบต้นที่พ่อปลูกเอาไว้ เมื่อหลายสิบปีก่อนออกลูกเยอะแยะไปหมด ส่วนต้นกะท้อนหวานนั้นก็ยังมีลูกดกเช่นเคย มะขามหวานและมะขามเปรี้ยวนั้นรสชาติผสมกันไปหมด และก็ยังออกลูกดกเหมือนเช่นผลไม้ต้นอื่น ๆ ส่วนต้นฝรั่งนั้นไม่ค่อยจะมีลูกมากนัก เพราะเด็ก ๆ ข้างสวนพากันมาเก็บกินบ่อยครั้ง สำหรับต้นมะพร้าวที่พ่อปลูกเอาไว้รอบ ๆ รั้วบนที่ดินของพวกเรานั้น ก็ต้นสูงขึ้นตั้งเยอะ แถมยังมีลูกดกอีกต่างหาก

ฉันยังจำได้เมื่อครั้งที่ยังเด็ก ๆ ฉันกับเพื่อน ๆ มักจะพากันปีนต้นมะพร้าวเป็นประจำ ครั้งใดที่พวกเรานึกอยากดื่มน้ำมะพร้าวกัน ฉันและเพื่อน ๆ ไม่เคยกลัวที่จะปีนต้นมะพร้าวเลยสักครั้ง การปีนต้นมะพร้าวได้นั้น ถือว่าเก่งมากสำหรับเด็กในวัยของฉัน แต่มาในวันนี้ฉันคงไม่มีแรงที่จะปีนต้นมะพร้าวอีกแล้ว

นับวันที่ฉันโตเป็นสาวเรื่องทำอะไรที่กล้าแก่นเหมือนตอนเด็ก ๆ ก็เปลี่ยนไปตามวิถีชีวิต ฉันเคยเล่นซนตอนเด็ก ๆ บ่อยครั้ง แต่ในวันนี้ฉันกลับเป็นหญิงสาวที่เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ไม่มีผิด ความเป็นผู้หญิงเรียบร้อยพูดจาไพเราะของฉัน ทำให้ผู้คนในหมู่บ้านนั้นไม่ค่อยอยากเชื่อว่า นี่หรือคือเด็กน้อยที่เคยซุกซนเมื่อครั้งเยาว์วัย ซึ่งไม่ว่าใครหลาย ๆ คนจะคิดอย่างไรแต่นี่แหละคือความเป็นตัวจริงของฉันเอง

เมื่อฉันและพี่สาวเดินไปถึงรั้วหลังบ้าน พวกฉันก็พากันแหงนหน้ามองดูลูกมะพร้าวด้วยรอยยิ้มปนเศร้าเล็กน้อย หลานคนโตเดินตามหลังฉันและพี่สาวสามคนมาห่าง ๆ วันนี้หลานชายคนโตอาสาปีนเก็บมะพร้าวให้พวกฉันได้รับประทานกันด้วย พอหลานชายเดินมาถึงโคนต้นมะพร้าว ก็จัดเตรียมอุปกรณ์พร้อมที่จะปีนป่าน ฉันนั้นก็ไม่รอช้ารีบเดินไปหาหลานชายพร้อมกำชับด้วยความห่วงใย

“ระมัดระวังหน่อยนะจ้ะ อย่าประมาทเด็ดขาด เดี๋ยวตกลงมาจะหาว่าน้าไม่เตือน” เป็นคำเตือนที่ปนเอ็นดูให้หลานชายระมัดระวังตัว

หลานชายพยักหน้ารับทราบกับคำเตือนปนความห่วงใยจากฉัน

“ครับผม...รับทราบครับ”

จากนั้นหลานชายก็สวมวิญญาณลิงน้อยปีนป่ายต้นมะพร้าวอย่างเร็ว ส่วนฉันและพี่สาวสามคนนั้นก็เดินถอยห่างออกมาจากโคนต้นมะพร้าว และเตรียมพร้อมที่จะเก็บลูกมะพร้าวกัน

ฉันเดินมานั่งอยู่ห่าง ๆ ออกมาจากจุดตรงนั้น สายตาก็เพ่งมองดูหลานชายปีนป่ายต้นมะพร้าวอยู่ แต่ในใจของฉันนั้นกลับหวนคิดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับต้นมะพร้าวของยายเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ฉันยังคงจำเหตุการณ์เรื่องราวในวันนั้นได้เสมอ


ในปีนั้นครอบครัวของฉันยังเปิดร้านขายของชำที่หมู่บ้าน นอกจากนั้นครอบครัวของฉันยังรับซื้อ ข้าวเปลือกและผลิตผลจากชาวไร่ชาวนาด้วย พ่อของฉันก็ไม่ต่างกับนายหน้าค้าขายที่คอยรับซื้อของจากพวกชาวนาชาวไร่แล้วเอาไปจำหน่ายให้พ่อค้าใหญ่ในตัวอำเภอที่อยู่ พอหมดฤดูเก็บเกี่ยวก็ย่างเข้าฤดูทำไร่กัน ในปีนั้นครอบครัวของฉันปลูกถั่วลิสงเพราะพ่อบอกว่าถั่วลิสงปลูกง่ายและดูแลไม่ยากมากนัก ราคาก็ดีกว่าปอและมันสำปะหลังเสียอีก

ครอบครัวของฉันทำไร่เสร็จเร็วกว่าครอบครัวอื่น ๆ เพราะพ่อมีเงินจ้างลูกจ้างด้วย ทำให้ไร่ของพวกเราเต็มไปด้วยถั่วลิงสง หลังจากเสร็จงานที่ไร่ พ่อกับพี่สาวก็มักจะกุลีกุจอกับการทำงานที่ร้านค้าเสียส่วนใหญ่ สำหรับพี่ชายอีกคนก็มักจะไปเที่ยวตระเวนชกมวยตามอำเภออื่นๆ ซึ่งไม่ได้มีเวลาอยู่ที่บ้านมากนัก ส่วนพี่ชายคนโตนั้นก็ยังเรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมปลายที่ตัวอำเภอไกลบ้าน พี่ชายคนโตมักจะกลับมาเยี่ยมบ้านเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

ในปีนั้นฉันยังเรียนหนังสืออยู่ ป.3 และก็ยังเล่นซนเหมือนเด็กทั่วไป ฉันมักจะช่วยพ่อทำงานเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้ามีเวลาว่างฉันก็มักจะเล่นตามประสาเด็กเสียมากกว่า บ่อยครั้งที่มีเวลาว่างฉันมักจะเดินไปเล่นกับลูกพี่ลูกน้องที่บ้านยายเสมอ ลูกของอาและน้าส่วนใหญ่เขาชอบจับกลุ่มเล่นที่บ้านยายเป็นพิเศษ เวลาฉันไปเล่นกับพวกเขา ฉันมักจะสังเกตได้เลยว่ายายไม่ค่อยจะรักและเอ็นดูฉันเท่าไร ซึ่งเวลายายมีของกินอร่อย ๆ ยายมักจะเรียกลูกพี่ลูกน้องกินขนมมากกว่าตัวฉันเสียอีก ส่วนฉันก็มักจะไม่เคยถูกเรียกกินขนมกับเขาเลยสักครั้ง คงมีแต่ความไม่รู้ประสีประสาหรือความหน้าด้านของฉันเท่านั้น ที่ทำให้ฉันพาตัวเองเดินไปขอขนมยายกินแบบหน้าด้าน ๆ

เท่าที่ฉันจำความได้ยายไม่ชอบพ่อของฉันมากนัก ยายไม่ค่อยอยากพูดคุยกับพ่อเสียเลย ส่วนพ่อนั้นยังคงรักและนับถือยายเหมือนเดิม ฉันไม่รู้ว่าทำไมยายถึงไม่ชอบพ่อมาตลอด ฉันคิดหลายอย่างแต่ก็คงได้แค่คิดตามประสาเด็กน้อย บ่อยครั้งฉันเคยถามพ่อว่าทำไมยายถึงไม่ชอบพ่อ แต่พ่อก็มักจะตอบว่า

“พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ด้วยความที่อยากรู้ฉันจึงมีโอกาสได้นั่งถามยายตรง ๆ ในครั้งหนึ่ง

“ทำไมยายถึงไม่คุยกับพ่อหนูคะ?” มันเป็นคำถามของเด็กน้อยที่ไม่ค่อยจะเข้าใจการกระทำของผู้ใหญ่มากนัก

“ก็พ่อมึงไม่ดี พ่อมึงมันเลว ปล่อยให้แม่มึงตาย กูถึงเกลียดขี้หน้าพ่อมึง จำไว้ด้วย แล้วก็ไม่ต้องมาถามอีก”

เสียงกระแทกปนห้วน ๆ จากยาย ทำให้ฉันมองยายตากระพริบ ๆ อย่างไม่เข้าใจ ซึ่งสิ่งที่ฉันได้ยินจากยายเป็นคำพูดที่ไม่ไพเราะเอาเสียเลย ฉันรู้สึกอึ้งเป็นอย่างมาก และก็ไม่คิดว่ายายจะพูดรุนแรงกับฉันขนาดนี้ เด็กน้อยที่มีจิตใจอ่อนไหวอย่างฉันก็คงทำได้แต่ร้องไห้แล้ววิ่งกลับมาหาพ่อเท่านั้น

ในวันนั้นพ่อยังคงทำงานหนักที่ร้าน ฉันร้องไห้วิ่งกลับมาหาพ่อเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งถูกเพื่อนรังแก ฉันเดินเข้าไปกอดพ่อทันที พ่อเองก็ตกใจไม่น้อยที่เห็นฉันร้องไห้ พ่อรีบโอบกอดฉันและก็พาฉันเดินเข้าไปในบ้าน โดยที่พ่อปล่อยให้พี่สาวทั้งสองคนดูแลร้านแทน

“เจ้าน้องนาง ไปโดนใครรังแกมาลูก ทำไมถึงร้องไห้มากมายขนาดนี้?”

พ่อถามพลางลูบหัวฉันเบา ๆ พร้อมปลอบโยนฉันไปด้วย จากนั้นพ่อก็นั่งลงข้าง ๆ ฉันด้วยความห่วงใย ตัวพ่อเองก็คงอยากจะรู้เหมือนกันว่าใครบังอาจรังแกลูกสาวสุดรักสุดห่วงของท่าน

“เปล่าค่ะ หนูแค่ถามยายว่า ทำไมยายไม่คุยกับพ่อเท่านั้น พอยายตอบหนูว่า พ่อเป็นคนไม่ดี พ่อเป็นคนเลว ปล่อยให้แม่ตาย หนูก็อดร้องไห้ไม่ได้ หนูไม่ชอบให้ใครมาว่าพ่อไม่ดี พ่อเป็นคนดีที่สุดสำหรับหนู”

ฉันเล่าความจริงให้พ่อฟังพลางร้องไห้ไปด้วย ในใจนั้นก็แอบน้อยอกน้อยใจกับคำพูดของยายไม่ได้

“อย่าร้องไห้เลยนะลูก ยายก็คงฝังใจอยู่แต่กับเรื่องเก่า ๆ ยายถึงเกลียดขี้หน้าพ่อ ไม่อยากพูดคุยกับพ่อ แต่พ่อไม่ถือสายายหรอกลูก”

“พ่อค่ะ หนูถามอะไรพ่อสักครั้งได้ไหม? ทำไมแม่ต้องตายคะ? แม่เป็นอะไรตายคะ?”

คำถามซื่อ ๆ จากเด็กน้อยอย่างฉันในวันนั้น ทำให้ใบหน้าพ่อดูเศร้ามากทีเดียว จากนั้นพ่อก็ค่อย ๆ บอกเล่าเรื่องราวให้ฉันได้ฟังอย่างกล้ำกลืน

“แม่หนูเป็นโรคอหิวาต์ตายลูก ตอนนั้นแม่เพิ่งคลอดหนูได้แค่สองเดือน พ่อให้แม่อยู่บ้านเลี้ยงหนูอย่างเดียว พ่อจ้างน้องสาวของแม่ให้มาช่วยดูแลงานบ้านงานเรือนให้ครอบครัวเราด้วย ก่อนออกจากบ้านพ่อได้สั่งห้ามไม่ให้แม่กินอาหารที่ผิดสำแลงทุกชนิด ในวันนั้นพ่อไม่ได้อยู่บ้านเพราะต้องไปดูแลคนงานที่นาด้วย พอตอนเที่ยงมีคนวิ่งมาบอกพ่อว่า แม่ท้องเสียไม่หยุด และพี่สาวคนโตของหนูก็ท้องเสียด้วย พ่อจึงรีบกลับมาบ้านทันที”

พ่อระบายลมหายใจยาวสักพัก ก่อนที่จะเล่าเรื่องราวต่อไป

“พอพ่อเห็นแม่ท้องเสียพ่อก็รีบพาแม่ไปโรงพยาบาลทันที แต่แม่กลับไม่ยอมไป พร้อมทั้งโวยวายโกรธเคืองพ่อ และก็ทะเลาะกันใหญ่ แม่บอกพ่อว่าให้พาพี่สาวคนโตของหนูไปรักษาก่อน ไม่ต้องห่วงแม่ ในวันนั้นพ่อก็เลยไม่ได้พาแม่ไปหาหมอ เพราะแม่อาศัยกินยาจากหมอเถื่อนตามบ้านเรา ส่วนพี่สาวของหนูนั้นพ่อพาไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมือง และก็ต้องดูแลเป็นพิเศษด้วย”

พ่อเอื้อมมือมาลูบผมฉันเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะเล่าเรื่องของแม่ให้ฟังต่ออีก

“แม่ของหนูไม่อยากไปโรงพยาบาลในเมือง เพราะคิดว่าลำบากลำบนเปล่า ๆ บวกทั้งหนูยังเด็กอยู่ด้วย ทำให้แม่เป็นห่วงเกรงว่าหนูจะร้องไห้ในยามที่แม่ไม่อยู่ พ่อสั่งห้ามไม่ให้แม่ให้นมหนู โดยในวันนั้นพ่อได้ซื้อนมผงจากในเมืองมาชงให้หนูดื่มด้วย พ่อเกรงว่าหากหนูดื่มนมแม่จะทำให้หนูท้องเสียเหมือนกับแม่ พอพ่อกลับมาจากในเมือง อาการของแม่ก็ไม่ดีขึ้นเลย และทรุดกว่าเก่าตั้งเยอะ พ่อขอร้องแม่ให้ไปหาหมอในเมืองกับพ่อ แต่แม่ก็ปฏิเสธตลอด และก็พลอยทะเลาะกับพ่ออีกครั้ง ในตอนนั้นพ่อก็ไม่เข้าใจว่าแม่ต้องการอะไรกันแน่ พ่อรักแม่มากและพ่อก็ไม่อยากทะเลาะกับแม่ในยามที่แม่เจ็บไข้ อะไรที่แม่ต้องการพ่อยอมแม่ทุกอย่าง สุดท้ายแม่ก็จากพวกเราไปอย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ตัวพ่อนั้นก็มีส่วนผิดที่ตามใจแม่ทุกอย่าง ทุกวันนี้พ่อก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าใครเขา พ่อบอกกับตัวเองเสมอว่า พ่อจะไม่ตามใจคนที่พ่อรักอีกแล้ว อะไรที่พ่อเห็นไม่ดีไม่เหมาะสม พ่อจะไม่ปล่อยให้คนที่พ่อรักทำตามอำเภอใจเด็ดขาด พ่อจะทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่พ่อรักมีชีวิตที่ดีมีความสุข” สิ้นคำพูดของพ่อ ฉันเห็นได้ชัดเลยว่าพ่ออยากจะร้องไห้ออกมากับเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ฉันเองก็ยังมีคำถามให้พ่ออีกเหมือนเคย

“แล้วทำไมยายต้องเกลียดพ่อขนาดนั้นคะ?”

พ่อส่ายหัวนิดหนึ่ง “พ่อก็ไม่รู้ลูก การเสียชีวิตของแม่หนูในครั้งนั้น ทำให้ยายคิดว่าพ่อเป็นคนผิดที่ไม่พาแม่ไปโรงพยาบาล ซึ่งที่จริงพ่อพยายามจะพาแม่ไปโรงพยาบาลหลายครั้งหลายหน แต่แม่ไม่ยอมไปสักที แม่ทะเลาะเบาะแว้งกับพ่อตลอด ตอนนั้นพ่อกับแม่ขึ้นปากขึ้นเสียงกันใหญ่ พ่อรักแม่มากและพ่อก็ตามใจแม่มาตลอด เพราะความที่พ่อรักแม่ทำให้พ่อกลายเป็นคนที่ผิดไปด้วย” คำพูดของพ่อดูเศร้าผิดปกติ

“แล้วยายก็ติดใจจนถึงวันนี้ใช่ไหมคะ? ยายเลยพลอยเกลียดชังหนูด้วยใช่ไหมคะ..พ่อ?”

“เจ้านางน้อยลูกรัก... ยายคงไม่ได้เกลียดหนูหรอกลูก ท่านก็คงโมโหตามประสาคนแก่ลูก อย่าไปถือสาท่านเลยนะลูก”

ความเป็นคนช่างถามอยู่แล้ว ทำให้ฉันมีคำถามให้กับพ่อตลอด

“แล้วทำไมแม่ต้องเป็นโรคอหิวาต์ด้วยค่ะ แม่ไปทำอะไรมาถึงเป็นโรคนี้คะ”

“โรคอหิวาต์ก็คือโรคท้องร่วง ในปีนั้นโรคนี้ระบาดมากในละแวกตำบลที่เราอยู่ ผู้คนมากมายเสียชีวิตด้วยโรคนี้ เท่าที่พ่อรู้นั้น น้องสาวของแม่ตำส้มตำใส่แคบหมูให้แม่กินในวันนั้น ซึ่งพ่อเองก็กำชับนักหนาว่าห้ามไม่ให้แม่กินอะไรผิดแผก แต่ด้วยความที่น้องสาวแม่เชื่อฟังแม่ยิ่งนัก ก็เลยตำส้มตำผสมแคบหมูให้แม่กิน จากนั้นแม่ก็ท้องเสียไม่หยุดเลย พ่อคิดว่าอาหารที่แม่กินในวันนั้นมีส่วนสำคัญของการเสียชีวิตของแม่ด้วยแหละ แต่อย่างว่าแหละคนเราคงโทษใครไม่ได้หรอก ทุกอย่างมันเป็นไปตามเวรกรรม ตัวพ่อเองก็ต้องรับผลกรรมที่ทำให้ยายเกลียดชังมาจนถึงทุกวันนี้”

ฉันอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก ขยับเข้าไปใกล้ ๆ พ่อ

“หนูรู้ว่าพ่อรักแม่มาก และพ่อก็พยายามช่วยชีวิตแม่ แต่แม่คงไม่อยากอยู่กับพวกเราจริง ๆ แม่ถึงไม่ยอมไปโรงพยาบาล พ่อไม่ผิดหรอกค่ะ หนูเชื่อพ่อค่ะ”

แม้ว่ายายจะไม่พูดกับพ่อหรือเกลียดชังพ่อเท่าไร แต่พ่อก็ไม่เคยสอนให้ฉันและพี่ ๆเกลียดชังยายเลยสักครั้ง พ่อยังคงสอนให้พวกเรารักและนับถือยายเสมอ เมื่อไหร่ที่พ่อมีอาหารดี ๆ รับประทานพ่อมักจะตักใส่จานให้ฉันเอาไปให้ยายตลอด แม้ยายจะเกลียดพ่อแต่เมื่อใดที่ยายเห็นฉันถือกับข้าวไปให้ ยายก็มักจะรับอาหารจานนั้นไว้โดยไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง

เหตุการณ์ตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนความรู้สึกของฉันไปจากยายเลยสักนิด ฉันยังคงรักยายและไปเล่นที่บ้านยายเป็นประจำ ฉันยังคงไปนั่งดูยายทอเสื่อจากต้นกกอีกด้วย ยายมักจะสอนลูกพี่ลูกน้องของฉันให้หัดทอเสื่อกก แต่ยายไม่เคยสอนหรือให้ฉันลองเลยสักครั้ง ฉันมักจะเก็บเอาเศษต้นกกที่ยายไม่ใช้แล้วมาหัดทอตามประสาเด็ก และก็ยังคงแอบมองวิธีการทอเสื่อกกของยายด้วย จนไม่นานนักฉันก็สามารถทอเสื่อกกได้ด้วยตัวเอง แต่ก็คงเป็นสื่อกกเล็ก ๆ ที่ฉันใช้นั่งเล่นได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

หลายเดือนถัดไปฉันเห็นยายเรียกน้าอาทุกคนให้มาที่บ้าน แต่ฉันกลับไม่เห็นยายเรียกพ่อไปร่วมกลุ่มกับพวกเขาเลย พ่อยังคงทำงานหนักอยู่ที่บ้านเพื่อทำมาหาเลี้ยงพวกเราทุก ๆ คนเหมือนเคย เท่าที่ฉันทราบจากลูกพี่ลูกน้องนั้น ยายเรียกน้าอาทุกคนไปพบเพราะต้องการแบ่งปันที่นาที่ไร่ให้พวกเขา ยายเริ่มแก่ลงทุกวันและก็คงอยู่อีกไม่นาน ยายถึงรีบจัดการเรื่องที่ดินทำมาหากินแบ่งปันให้ลูกหลานเป็นที่เป็นทางสักที

ยายมีลูกทั้งหมดหกคน แม่เป็นลูกสาวคนโตในครอบครัว แต่การแบ่งที่ดินของยายในครั้งนั้น ยายแบ่งให้ลูก ๆ เพียงห้าคนเท่านั้น โดยที่พ่อและแม่ไม่มีส่วนในการแบ่งที่ดินของยายเลย ฉันไม่รู้ว่าพ่อรู้สึกอย่างไร เพราะไม่เห็นพ่อสนใจเลยสักนิด พ่อยังคงทำงานไม่สุงสิงพูดคุยกับใคร พ่อไม่ชอบการพูดคุยนินทาเรื่องของคนอื่น พ่อมักจะบอกพวกเราทุกคนว่า..การนินทาเป็นสิ่งไม่ดี

วันนั้นฉันเห็นพวกน้าอาเดินลงมาจากบ้านยายต่างก็ยิ้มแย้มกันอย่างมีความสุข แต่ละคนต่างก็พูดคุยในส่วนแบ่งที่ตนเองได้รับ ฉันไม่เข้าใจการกระทำของผู้ใหญ่มากนัก แต่ก็อดสงสัยกับรอยยิ้มของน้าอาแต่ละคนไม่ได้ และมันก็เป็นคำถามให้กับตัวฉันในตอนนั้น

พอตอนบ่ายยายก็ลงมาจากบ้านแล้วก็ตระโกนเรียกฉัน

“ไอ้น้องนาง มาหายายหน่อยสิ ยายมีเรื่องจะใช้สักหน่อย”

ฉันเป็นเด็กดีและเชื่อฟังผู้ใหญ่มาตลอด เมื่อไหร่ที่ผู้ใหญ่เรียกใช้ ฉันมักจะไม่ชักช้าและรีบทำตามทันที

ฉันรีบวิ่งมาถึงหน้าบันไดบ้านยาย พลางแหงนหน้ามองยาย “ยายมีอะไรจะใช้หนูเหรอคะ?”

“มึงช่วยไปตามไอ้โตมาพบยายหน่อยสิ” สิ้นเสียงสั่งยายก็หันหลังเดินกลับขึ้นไปบนบ้าน โดยที่ไม่ได้สนใจตัวฉันเลยสักนิด

พี่โตคือชื่อพี่ชายคนโตของฉัน ในปีนี้พี่โต ๆเป็นหนุ่มมาก พี่โตเรียนอยู่มัธยมปลายปีสุดท้ายในตัวเมือง พี่โตเป็นคนที่เรียนเก่งได้รางวัลมากมายจากโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นรางวัลนักเรียนดีเด่นซึ่งได้รับถ้วยจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีชื่อในเมืองไทย พี่โตยังคงสร้างชื่อเสียงมากมายให้ผู้คนได้รู้จักนามสกุลของครอบครัวฉันมากขึ้น ฉันรู้ว่าพ่อปลื้มในตัวพี่โตมากมาย ดังนั้นพ่อจึงพยายามทำงานหนักเพื่อที่จะเก็บเงินไว้ส่งให้พี่โตได้เรียนจบสูง ๆ

ฉันไม่รอช้ารีบวิ่งไปตามพี่ชายซึ่งนอนอ่านหนังสืออยู่บนบ้าน

“พี่โต...พี่โต... ยายให้หนูมาตามพี่ ยายรออยู่ที่บ้าน” พูดจบฉันก็วิ่งกลับไปเล่นกับลูกพี่ลูกน้องเหมือนเดิม

ช่วงที่ฉันเล่นอยู่นั้น ฉันสังเกตเห็นพี่โตเดินต้อย ๆ ไปที่บ้านของยาย จากนั้นก็หายไปสักพัก ฉันเองก็อยากรู้ว่ายายมีอะไรคุยกับพี่โต ด้วยความที่ฉันเป็นเด็กที่อยากรู้อยากเห็นก็เลยฉวยโอกาสขึ้นไปบนบ้านของยายด้วย ฉันเห็นพี่โตนั่งข้าง ๆ ยาย เห็นยายพูดคุยกับพี่โตเหมือนจะเอ็นดูแต่ก็ไม่ใช่ เพราะระยะห่างการนั่งพูดคุยกันนั้นไม่สนิทชิดเชื้อมากนัก ฉันวิ่งมานั่งข้าง ๆ พี่โต พลางตั้งหน้าตั้งซักถามยายตามประสาเด็กน้อย

“วันนี้ยายไม่เข้าป่าไปหาแย้กับกะปอมเหรอคะ?” ฉันถามคำถามนี้กับยาย เพราะเห็นว่ายายชอบเข้าป่าหาแย้หากะปอมเป็นประจำ

“วันนี้กูไม่ว่าง มีธุระทำที่บ้านเยอะ คงจะไปพรุ่งนี้”

พูดเสร็จยายก็หันหน้าไปทำอย่างอื่น โดยทิ้งให้คนที่ตั้งคำถามอย่างฉันผิดหวังเล็กน้อย พอสักพักยายก็หันมาพูดกับฉันเหมือนรำคาญที่เห็นฉันนั่งอยู่ด้วย

“มึงลงไปเล่นใต้ถุนบ้านก่อน กูมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่ชายมึง” เสียงห้วน ๆ ของยายทำให้เด็กน้อยอย่างฉันรีบวิ่งลงไปข้างล่างทันที

ในตอนนั้นฉันไม่ได้วิ่งลงไปเล่นข้างล่างเหมือนที่ยายบอก แต่ฉันกลับวิ่งไปหาพ่อที่บ้าน ฉันไม่ค่อยชอบเวลายายพูดกับฉันมากนัก ยายพูดจาไม่ไพเราะเลย พ่อมักจะบอกฉันว่า คนที่พูดจา กู มึง นั้นเป็นคำพูดที่ไม่ไพเราะ แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีทำไมยายถึงพูดคำนี้ทุกครั้งที่ฉันได้ยิน ฉันไม่รู้ว่าระหว่างยายกับพ่อใครพูดได้ถูกต้องกันแน่ ฉันรู้แต่เพียงว่าหากฉันพูด กู มึง ให้พ่อได้ยินเมื่อไหร่ ฉันมักจะโดนพ่อดุหรือไม่ก็อาจโดนไม่เรียวของพ่อตลอด ดังนั้นฉันและพี่ ๆ เลยไม่เคยพูดคำนี้ให้ใครเขาได้ยินเลยสักครั้ง

ฉันเห็นพ่อกำลังทำงานกุลีกุจอกับการยัดนุ่นใส่กระสอบ ฉันรีบไปช่วยพ่อปอกนุ่นข้าง ๆ พี่สาว ในปีนั้นพ่อรับซื้อนุ่นจากชาวบ้านด้วย ดังนั้นเวลาที่พ่อจ้างคนปอกนุ่นเสร็จแล้ว พ่อมักจะยัดนุ่นด้วยตัวเองเสมอ โดยมีพี่สาวคนโตคอยช่วยเหลือพ่ออีกแรง ส่วนพี่สาวอีกคนหนึ่งก็ทำหน้าที่เฝ้าร้านค้าให้พ่อ สำหรับพี่สาวถัดจากฉันนั้นก็ไปดูแลควายที่นาฝั่งห้วยตั้งแต่เช้าตรู่และคงจะกลับมาบ้านในตอนเย็น ฉันนั่งปอกนุ่นใส่ในตะกร้าพลางคุยกับพี่สาวคนโตไปด้วย

“พี่ตาว่าไหม? ยายพูดจาไม่ไพเราะเอาเสียเลย คำก็กู สองคำก็มึง หนูไม่ชอบเลยค่ะ พ่อมักจะบอกพวกเราว่าคนพูด กู มึง นั้นไม่ดี ยังงี้ก็แสดงว่ายายเป็นคนไม่ดีใช่ไหมคะ?” ฉันถามพี่สาวด้วยความอยากรู้ปนความไร้เดียงสา

พี่ตามองค้อนฉันนิดหนึ่ง “น้องนาง ยายเขาแก่แล้ว เขาก็พูดตามประสาคนแก่ เราเป็นเด็กก็อย่าไปถือสาคนแก่เขา เรานั้นแหละที่ต้องพูดจาให้ไพเราะ หากเราพูดจาไม่ดีผู้ใหญ่เขาไม่รักเขาไม่เอ็นดูเราด้วยแหละ”

พี่ตายังคงสอนฉันไม่ต่างกับพ่อเหมือนเคย ฉันฟังพี่สาวพูดอธิบายให้ฟังก็เข้าใจบ้าง บางครั้งก็ทำเหมือนไม่อยากจะเข้าใจ แต่ส่วนใหญ่เวลาฉันไม่อยากจะเข้าใจอะไร ๆ ฉันมักจะทำตัวไม่สนใจกับคำถามนั้นอีกเลย

ช่วงที่ฉันนั่งปอกนุ่นอยู่นั้น ฉันเห็นพี่โตเดินกลับมาอ่านหนังสือบนบ้านเหมือนเช่นเดิม ฉันไม่ได้สนใจพี่โตมากนัก เพราะยังสนุกกับการช่วยพี่ตาปอกนุ่นอยู่ บางทีฉันก็ถือโอกาสกินเม็ดนุ่นไปด้วย ซึ่งถ้าหากกินเม็นนุ่นไปเยอะ ๆ ก็จะทำให้เวียนหัว ฉันนั้นกินเม็ดนุ่นก็แค่เพียงสนุกนึกอยากคึกตามประสาเด็กเท่านั้น นอกจากการกินเม็ดนุ่นแล้ว ฉันก็ชอบที่จะวิ่งจับแมลงที่อาศัยอยู่ตามลูกนุ่นไปด้วย

ในวันนั้นฉันช่วยพี่ตาทำงานจนพลบค่ำ พอสักพักพ่อก็สั่งให้พี่ตาพาฉันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นฉันก็ช่วยพี่ตาทำกับข้าวเหมือนทุกๆ วัน ฉันช่วยพี่ตาล้างจานให้เสร็จก่อนจะไปช่วยพี่ตองหาบน้ำใส่โอ่งด้วย ปีนี้พี่ตองอายุ 14 ปีแต่ตัวโตเหมือนคนอายุสิบแปดปีแล้ว พี่ตองตัวโตและสูงกว่าพี่ตาเยอะเลย พี่ตองเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงกว่าใคร ๆ ในครอบครัว ดังนั้นเรื่องหาบน้ำมักจะเป็นหน้าที่ของพี่ตองเสียมากกว่า ส่วนฉันนั้นตัวเล็กแต่ก็ยังใจแข็งแกร่งเหมือนพี่ ๆ ไม่มีผิด เมื่อใดที่พ่อสั่งให้ฉันไปช่วยพี่สาวหาบน้ำ ฉันก็ไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง แม้ว่าการหาบน้ำนั้นจะหนักและเหน็ดเหนื่อยมาก แต่สำหรับเด็กน้อยอย่างฉันนั้นมักจะคิดเป็นเรื่องสนุกสนานเสมอ

พอฉันและพี่ตองตักน้ำเต็มโอ่ง พี่ตองก็ขอตัวไปอาบน้ำที่ลุ่มน้ำห้วย ส่วนฉันก็ตามพี่ตองไปอาบน้ำอีกครั้ง พอเราอาบน้ำกันเสร็จก็กลับมาช่วยพี่ตาจัดเตรียมกับข้าวมื้อเย็นให้พร้อม ส่วนพ่อก็หยุดทำงานและอาบน้ำเตรียมรับประทานอาหารเย็นพร้อมกัน พี่เต้ยนั้นกลับมาจากเลี้ยงควายก็ต้อนควายเข้าคอกให้เรียบร้อย จากนั้นก็อาบน้ำให้สะอาดและก็เตรียมตัวมาร่วมนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน ส่วนพี่โตนั้นสบายกว่าใคร ๆ ไม่ต้องทำงานมากนัก ก็คงจะมีช่วยพ่อยกกระสอบนุ่นในบางครั้งเท่านั้น ส่วนใหญ่พี่โตจะอ่านหนังสือเรียนอยู่บนบ้านเสียมากกว่า ส่วนพี่โต้ง พี่ชายคนรองนั้นก็ตระเวนชกมวยยังไม่ได้กลับมาบ้านเลย คงจะกลับมาบ้านก็ประมาณอาทิตย์หน้านั่นแหละ

เมื่อถึงคราวรับประทานอาหารกัน ฉันเป็นลูกสาวคนเล็กก็มักจะนั่งติดกับพ่อเสมอ ส่วนพี่สาวและพี่ชายก็นั่งเรียงลำดับกันตามความอาวุโสของแต่ละคน ครอบครัวของฉันนั่งรับประทานอาหารกันห้อมล้อมเป็นวงกลม เราพร้อมเพรียงช่วยกันตักอาหารแบ่งปันกันรับเสมอ ฉันมักจะมีพ่อคอยตักน้ำตักเนื้อให้ได้รับประทานเป็นประจำ วันไหนที่ครอบครัวฉันทำต้มไก่บ้าน พวกตับไตมักจะเป็นของฉันตลอด วันใดที่ครอบครัวฉันได้รับประทานปลากัน พวกไข่ปลาก็มักจะเป็นของฉันตามเคย ฉันเป็นลูกสาวคนเล็กมักจะได้รับประทานอาหารดี ๆ กว่าใคร ๆ ในครอบครัว อันนี้เป็นที่รู้ ๆ กันดีในครอบครัวของฉัน

ฉันรักพ่อและพี่ ๆ เสมอ เมื่อใดที่ฉันได้รับประทานไข่ปลา หรือ ตับไต ฉันมักจะแบ่งปันพ่อและพี่ ๆ ทุกคน ฉันไม่เคยรับประทานอาหารดี ๆ แต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าพี่ ๆ บางคนและพ่อจะปฏิเสธการแบ่งปันจากฉัน แต่ถ้าพวกเขาถูกฉันคะยั้นคะยอให้รับน้ำใจจากฉัน พี่ ๆ และพ่อก็ไม่กล้าปฏิเสธฉันเลยสักครั้ง หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ฉันและพี่สาวก็ช่วยกันเก็บกวาดบ้านให้เรียบร้อย จากนั้นก็มานั่งเล่นตรงชานบ้านกับพ่อเหมือนเคย

ส่วนพ่อนั้นก็มานั่งเคี้ยวหมากอยู่ตรงชานบ้านเหมือนทุก ๆ วัน ปีนี้พ่ออายุหกสิบกว่าปีแล้วแต่ก็ยังดูหนุ่มและแข็งแรงเหมือนเดิม พ่อชอบเคี้ยวหมากเป็นประจำ พ่อเล่าให้ฉันฟังว่าพ่อเคี้ยวหมากตั้งแต่สมัยท่านยังหนุ่ม ๆ ซึ่งคนโบราณมักจะนิยมเคี้ยวหมากกัน บางคนก็ชอบสูบยาสูบ แต่พ่อเป็นผู้ชายที่กลับไม่ชอบเรื่องสูบยา พ่อเลือกที่จะเคี้ยวหมากมากกว่าสูบยาสูบเสียอีก

ช่วงระหว่างที่พ่อนั่งเคี้ยวหมากอยู่นั้น พี่สาวทั้งสามคนก็นั่งทำงานของแต่ละคนแตกต่างกันไป ส่วนฉันก็นั่งเล่นกับพ่อตามเคย พอสักพักพี่โตก็เดินมานั่งข้าง ๆ พ่อ พลางหยิบตระกร้าหมากของพ่อมาดูนั่นดูนี่ตามประสาคนหนุ่มอยากรู้ ครู่ต่อมาพ่อก็เอ่ยถามพี่โต

“อาทิตย์นี้มีการบ้านเยอะหรือเปล่าลูก? อ่านหนังสือจบหรือยัง?”

แม้ว่าพ่อจะไม่ได้เรียนหนังสือมาก่อน แต่เรื่องสนใจการเรียนของลูก ๆ พ่อมักจะคอยถามไถ่อยู่เสมอ

“ผมทำการบ้านเสร็จแล้วครับ ส่วนหนังสือยังอ่านไม่จบ กะว่าคืนนี้จะอ่านต่ออีกครับ”

พี่โตตอบคำถามพลางหยิบหมากมาเคี้ยวเล่น พ่อมองพี่โตด้วยความเอ็นดู พอสักพักพี่โตก็หันมาพูดกับพ่อ

“พ่อครับ ผมมีเรื่องจะบอกพ่อ”

พ่อหันหน้ามาสนใจพี่โตก่อนที่จะแหงนหน้ามองออกไปนอกชานบ้าน

“เรื่องอะไรเหรอลูก?”

“วันนี้ยายเรียกผมให้ไปพบ ยายบอกผมเกี่ยวกับที่ดินของยายซึ่งแบ่งปันให้น้าอาทุก ๆ คน ยายบอกว่ายายไม่มีอะไรจะให้พวกเรา ยายคงมีแค่ต้นมะพร้าวเพียงต้นเดียวที่อยากมอบให้พวกเรา ยายบอกว่าต้นมะพร้าวต้นนี้อยู่บนที่ดินของน้าปราณี หากพวกเราอยากเก็บกินก็สามารถไปเก็บกินได้เลย เพราะยายบอกกับทุก ๆ คนไว้แล้วว่า ยายได้ยกต้นมะพร้าวต้นนี้ให้กับพวกเรา”

น้ำเสียงของพี่โตดูเศร้าและก็ซ่อนเร้นด้วยความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ส่วนสีหน้าของพ่อบ่งบอกถึงความเสียใจเมื่อได้ยินเรื่องราวจากพี่โต พ่อยื่นมือไปลูบผมพี่โตเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู

“โตลูกรัก...หากพ่อจะขอร้องลูกสักครั้งจะได้ไหม พ่อไม่อยากให้ลูกรับของใด ๆ จากยาย”

พี่โตมองหน้าพ่อเหมือนรู้ว่าพ่อกำลังคิดอะไรอยู่

“สำหรับคำขอของพ่อแล้ว....ผมทำได้ทุกอย่างครับ”

“ต้นมะพร้าวที่ยายยกให้พวกเรานั้น พ่ออยากขอให้โตและน้อง ๆ ทุกคนอย่าไปแตะต้องเด็ดขาด ปล่อยมันไว้แบบนั้นแหละ ที่บ้านเรามีต้นมะพร้าวเยอะแยะ ปล่อยให้น้า ๆ อา ๆ เขาเก็บกินเถอะลูก”

พี่โตพยักหน้าเชื่อฟังสิ่งที่พ่อบอก “ครับพ่อ...แต่ผมข้องใจอยู่อย่างหนึ่ง ทำไมยายแบ่งที่ดินให้น้า ๆ อา ๆ ทุกคน ทำไมยายไม่แบ่งให้พวกเราบ้าง แม่ก็เป็นลูกของยายไม่ใช่เหรอครับ?”

แม้พี่โตจะเป็นวัยรุ่นแล้ว แต่เรื่องความไม่ยุติธรรมที่ยายมีนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน พ่อจดจ้องสายตามองพี่โตเหมือนอยากจะสอนอะไรสักอย่าง

“โต... ฟังพ่อนะลูก โตอย่าไปคิดเล็กคิดน้อยเรื่องมรดกของยายนะลูก ยายเขาจะแบ่งให้ใครก็เรื่องของเขา มันเป็นความพอใจและความสุขของยาย เราทุกคนควรเคารพการตัดสินใจของยาย ไม่ว่าบางอย่างเราจะเห็นว่ามันไม่ยุติธรรมมากนัก แต่พ่ออยากจะขอร้องลูกทุก ๆ คนให้ลืมมันไป พ่อจะขยันและทำงานหนักทุกอย่างเพื่อสร้างทุกสิ่งเอาไว้ให้ลูก ๆ ทุกคน”

พี่โตแหงนหน้ามองดูดาวบนท้องฟ้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ จากนั้นก็หันมาพูดกับพ่ออีกครั้ง “ผมก็แค่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเลย ยายมองข้ามพวกเราไปหมด ยายเกลียดชังพ่อแถมมาเกลียดพวกเราทุกคนด้วย ยายลืมไปว่าพวกเราก็คือสายเลือดของท่าน”

“โตห้ามคิดแบบนั้นเด็ดขาดลูก! พ่อบอกแล้วยังไงอย่าคิดเล็กคิดน้อยกับยาย ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามเวรตามกรรมนะลูก พ่ออยากให้โตตั้งใจเรียนให้จบและช่วยพ่อดูแลน้อง ๆ นี่แหละคือสิ่งที่พ่อใฝ่ฝันและปรารถนามาตลอด พ่ออยากเห็นโตและน้อง ๆ มีชีวิตที่ดี มีความสุขกัน ส่วนเรื่องอื่น ๆ พ่อไม่เคยสนใจหรอก” สิ้นคำสอนที่พ่อมีให้กับพี่โต จากนั้นพ่อก็ถือโอกาสบ้วนน้ำหมากใส่กระโถนทันที

“ครับพ่อ ผมจะเลิกคิดในทางลบกับยาย ผมจะตั้งใจเรียนและช่วยพ่อดูแลน้อง ๆ ให้ดีที่สุดครับ”

“ดีแล้วลูก แต่พ่อก็อยากให้ลูก ๆ ทุกคนรักและนับถือยายเหมือนเดิม พ่ออยากให้โตช่วยสอนน้อง ๆ ให้ช่วยกันดูแลเอาใจใส่ยายด้วย ยายแก่แล้วแถมเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว หากเกิดอะไรขึ้นกับพ่อก็อย่าลืมมองดูยายบ้างนะลูก”

ฉันได้ยินทุกถ้อยคำที่พ่อพูดกับพี่โตในคืนวันนั้นอย่างชัดเจน ฉันอดภูมิใจในตัวพ่อไม่ได้เลย แม้ว่ายายจะเกลียดชังพ่อและพวกฉัน แต่พ่อก็ไม่เคยสอนให้พวกฉันเกลียดชังยายเลยสักนิด พ่อมีแต่สอนสั่งฉันและพี่ ๆ ทุกคนให้รักและเคารพนับถือยายให้มาก ๆ แถมยังฝากฝั่งให้พวกเราช่วยดูแลยายด้วยอีกต่างหาก ฉันเองก็อยากรู้ว่ายายจะเคยรู้สึกบ้างไหมว่า ลูกเขยที่ยายเกลียดชังนักหนานั้น เขาห่วงใยยายมากเพียงใด

เหตุการณ์เมื่อสิบห้าปีที่แล้วมันผ่านไปเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก ในวันนี้ฉันโตเป็นสาวเรียนหนังสือจบในระดับหนึ่ง ฉันมีงานทำที่มั่นคงกว่าใคร ๆ ในหมู่บ้าน พี่ ๆ ทุกคนมีบ้าน มีรถขับ มีงานทำที่ดีกว่าใครเขา พี่สาวสองคนก็เลือกที่จะประกอบอาชีพเป็นชาวนาชาวไร่อยู่ติดกับบ้านนาของเรา ส่วนฉันนั้นยังคงทำงานและเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพ

ซึ่งก่อนพ่อเสียชีวิต ครอบครัวของฉันได้สร้างบ้านหลังใหญ่โต ให้พ่อได้อยู่อาศัยจวบจนลมหายใจสุดท้ายของท่าน แม้ว่าครอบครัวของฉันจะสิ้นพ่อไปแล้ว แต่พวกฉันก็ยังมียายที่เคารพนับถือมีชีวิตอยู่

ทุก ๆ ครั้งที่ฉันมีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านนอก ฉันมักจะซื้อเสื้อผ้าและอาหารอร่อยๆ ไปฝากยายเสมอ ส่วนใหญ่ฉันและพี่สาวคนอื่น ๆ จะพากันไปเยี่ยมยายพร้อม ๆ กัน บางทีเราก็หยิบเงินทองใส่กระเป๋าเสื้อให้ยายไว้ใช้จ่ายด้วย ทุก ๆ ครั้งที่ยายเห็นฉันและพี่ ๆ แวะไปเยี่ยม ยายมักจะมองหน้าพวกฉันไม่ติด เหมือนกับยายรู้สึกละอายใจกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ สำหรับฉันและพี่ ๆ แล้วเคยรักและเคารพยายแบบไหน พวกเราทุกคนก็ยังรู้สึกแบบนั้นเสมอ

มีอยู่วันหนึ่งช่วงที่ฉันทำงานอยู่ที่กรุงเทพ พี่ตองโทรทางไกลมาเล่าให้ฉันฟังว่ายายเสียชีวิตแล้ว และก็ขอโทษที่ไม่ได้โทรมาบอกเล่าเรื่องงานศพของยายให้ฉันได้รับรู้ พี่ตองบอกว่าไม่อยากให้ฉันเสียงานและเรื่องเรียนจึงไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้รู้ ฉันรู้สึกเสียใจที่ไม่มีโอกาสไปกราบศพของยายเป็นครั้งสุดท้าย และก็ได้แต่บอกกับตัวเองเสมอว่า หากมีโอกาสได้ไปวัดฉันจะไปทำบุญกุศลเพื่อที่จะส่งไปให้ยายด้วย และก็ได้แต่ภาวนาให้ดวงวิญญาณของยายจงมีแต่ความสุข

แต่ที่น่าเสียใจที่สุดก็คงไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องเล่าเกี่ยวกับยาย ซึ่งพี่ตองบอกเล่าให้ฉันได้ยินในครั้งนั้น พี่ตองเล่าให้ฉันฟังว่าก่อนที่ยายจะเสียชีวิต ยายได้ขอร้องให้น้าประวิทย์ช่วยไปตามทุกคนในครอบครัวเราให้มาพบยายด้วย แต่ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะตอนนั้นฉัน พี่เต้ย พี่โต้ง และพี่โตทำงานอยู่ที่กรุงเทพ ส่วนพี่ตานั้นก็อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง คนที่มีโอกาสได้พูดคุยกับยายเป็นคนสุดท้ายก็คงมีแต่พี่ตองคนเดียวเท่านั้น

พี่ตองเล่าให้ฟังว่า พอพี่ตองกับสามีเดินทางไปถึงบ้านน้าประวิทย์ พี่ตองเห็นสภาพยายนอนทรมานหายใจกระอั่กกระอ่วนเหมือนคนใกล้ตาย เหล่าบรรดาน้าอาทุกคนไม่เข้าใจทำไมยายต้องเรียกหาพวกเราทุกคนในครอบครัวด้วย ทั้งที่ยายเกลียดชังพวกเราและพ่อแม่มาตลอด แต่ในวันนั้นการกระทำของยายก็สร้างประหลาดใจให้พวกน้าอาเป็นอย่างมาก เพราะว่ายายอยากเห็นพวกฉันเป็นครั้งสุดท้าย โดยปกติคนที่กำลังจะตายมักจะอยากเห็นคนที่ตนเองรักเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น แต่กับยายนั้นไม่ใช่ ยายอยากเห็นคนที่ตนเองไม่เคยรู้สึกรักเลยสักนิดเป็นครั้งสุดท้าย

พอพี่ตองเดินไปทรุดตัวนั่งข้าง ๆ ยาย พี่ตองก็กุมมือยายขึ้นมาพลางพูดกับยาย

“ยายค่ะ...นี่ตองนะ ตองมาหายายแล้ว ยายเป็นยังไงบ้าง? ยายหิวอะไรไหม? ยายอยากได้อะไรบ้าง....เดี๋ยวตองจะหามาให้ยาย?” พี่ตองยังคงรักและไม่เคยรังเกียจในสภาพร่างกายทรุดโทรมของยายเลยสักนิด

ยายพยายามยกมือลูบไล้ใบหน้าพี่ตองเบา ๆ “ตอง....เอ็งพาพี่น้องเอ็งมาด้วยหรือเปล่า? ไอ้โต ไอ้โต้ง ไอ้เต้ย ไอ้ตา และไอ้น้องนาง มากับเอ็งหรือเปล่า”

พี่ตองยิ้มให้ยายนิดหนึ่ง แต่ในใจนั้นรู้สึกสงสารสภาพร่างกายของยายอย่างจับใจ

“เปล่าค่ะยาย พี่ ๆ ทุกคนยังมาไม่ถึงเลย ส่วนน้อง ๆ นั้นก็ยังทำงานอยู่ที่กรุงเทพโน้น แต่ละคนติดงานติดเรียนคงจะมาไม่ได้ ยายมีอะไรจะฝากบอกพวกเขาหรือเปล่าค่ะ?”

ยายบีบมือพี่ตองเท่าที่แรงจะมีอยู่ จากนั้นยายก็ร้องไห้ออกมาทันที

“ยายอยากขอโทษพี่น้องเอ็งทุกคน ยายทำผิดกับพ่อเอ็ง แม่เอ็งและพวกเอ็งไว้มากมาย ยายไม่รู้พวกแกจะโกรธและเกลียดยายไหม แต่ยายอยากขอโทษพวกเอ็งจริง ๆ”

สิ้นคำพูดยายก็เอาแต่ร้องไห้ ทำให้น้าๆ แต่ละคนตะลึงกับคำพูดที่ยายเอ่ยออกมา

พี่ตองร้องไห้ออกมาทันทีที่ได้ยินยายพูดแบบนั้น “ยายค่ะ พ่อและแม่ รวมทั้งหนูและพี่น้องทุกคนไม่เคยโกรธหรือเกลียดยายเลยนะค่ะ พวกเรายังรักยายและเคารพยายเหมือนเดิม พวกเราไม่ต้องการอะไรจากยายหรอกค่ะ ขอแค่ยายเป็นยายของพวกเรา แค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ”

พี่ตองกุมมือของยายพลางดึงมือของยายมาแนบไว้ตรงแก้มของตัวเองด้วย และก็ยังคงร้องไห้ไม่หยุด

“ที่ผ่านมายายเสียใจจริงๆ ลูก ยายผิดมาตลอด ทุกวันนี้ยายรู้สึกผิดไม่หาย หากยายไม่ได้ขอโทษเอ็งและพี่น้องของเอ็ง ยายคงตายตาไม่หลับแน่นอน” เสียงอ๊อด ๆ ของยายเหมือนคนไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพูดเลย

พี่ตองร้องไห้โฮ่ขึ้นมาทันที “ยายอย่าพูดแบบนั้นสิคะ หนูและน้อง ๆ รวมทั้งพี่ ๆ ทุกคนรักยายเสมอ หากมีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านพวกเราทุกคนจะแวะมาเยี่ยมยายแน่นอน หากยายอยากไปอยู่กับพวกเรา หนูจะพายายไปอยู่ด้วยนะคะ”

น้ำตาของยายยังไหลรินออกมาไม่หยุด น้ำคำของยายกล้ำกลืนอย่างเห็นได้ชัด

“ตองอภัยให้ยายนะลูก ฝากขอโทษพี่ชายของเอ็ง และน้อง ๆ ของเอ็งให้ยายด้วยนะ บอกพวกเขาว่ายายขอโทษ อย่าโกรธอย่าเกลียดยายเลยนะ”

“ยายค่ะ หนูและน้อง ๆ และพี่ ๆ ไม่เคยโกรธหรือเกลียดยายเลยนะค่ะ พวกเราทุกคนรักยายค่ะ ยายยังอยู่ในใจพวกเราเสมอ พ่อมักจะบอกพวกเราทุกคนให้รักยายมาก ๆ และพวกเราก็รักยายมากค่ะ”

สิ้นคำพูดของพี่ตอง ยายก็สิ้นลมหายใจต่อหน้าต่อตาพี่ตองทันที ทั้งหมดเหล่านี้คือคำสุดท้ายที่ยายต้องการจะบอกทุกคนในครอบครัวของฉัน ยายคงรู้สึกผิดที่ไม่เคยรักพวกฉันเลย ยายคงจะเสียใจที่เคยเกลียดชังและลำเอียงกับพวกฉัน ไม่ว่ายายจะเคยผิดพลาดมาสักกี่ครั้ง ยายก็คือยายของพวกฉันวันยังค่ำ ฉันและพี่ๆ ยังคงรักและนับถือยายเหมือนเดิม

สิ่งที่ฉันได้ยินจากพี่ตองทำให้ฉันร้องไห้ไปหลายวัน ตัวฉันเองไม่เคยโกรธยายเลยสักครั้ง ยอมรับว่าตอนเด็ก ๆ ฉันเคยแอบน้อยใจกับการกระทำของยายอยู่บ้าง แต่เอาเข้าจริงๆ ฉันไม่เคยเกลียดยายเลยสักนิด ฉันโชคดีที่มีพ่อคอยพร่ำสอนให้พวกเราทุกคนรักและเคารพยายให้มาก ๆ

ช่วงที่นั่งคิดอะไรไปพลาง ๆ นั้น หลานชานคนโตก็ตระโกนให้ฉันและพี่สาวออกห่างจากโคนต้นมะพร้าวให้มากที่สุด เพราะเกรงว่าพวกเราจะถูกลูกมะพร้าวหล่นใส่หัว ลูกมะพร้าวขนาดกำลังพอเหมาะหล่นมาจากต้นติดต่อกันหลาย ๆ ลูก ฉันและพี่สาวอีกสามคนพากันเดินออกมายืนอยู่ห่าง ๆ พี่ ๆ แต่ละคนยังคงจดจ้องมองดูหลานชายคนโตเก็บลูกมะพร้าวอย่างทะมัดทะแมง ส่วนฉันนั้นยืนคิดเรื่องราวไปเรื่อยเปื่อย จากนั้นก็หันหน้ามองไปบนที่ดินของน้าปราณี ฉันจดจ้องสายตาไปที่ต้นมะพร้าวต้นนั้น ซึ่งเป็นมรดกจากยายที่ได้มอบให้ฉันและพี่น้องทุกคน

ต้นมะพร้าวสูงตระหง่านอยู่บนที่ดินของน้าปราณีต้นนั้น มีลูกดกเต็มไปหมด สายลมปลิวพัดไปมาทำให้ก้านมะพร้าวพัดเสียดสีกันตลอด ซึ่งก็คงไม่ต่างกับธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะยึดติดกับเรื่องเก่า ๆ แม้เรื่องนั้นจะผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม

ฉันพิจารณาดูต้นมะพร้าวแล้วก็อดที่จะอมยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้ ใช่สิ....นี่คือมรดกชิ้นเดียวที่ยายมอบให้พวกเราทุกคนในครอบครัว เป็นมรดกที่ฉันและพี่ ๆ ทุกคนไม่เคยได้สัมผัสมันเลยสักนิด คงมีเพียงน้าอาบางคนเท่านั้นที่ได้สัมผัสมัน

สำหรับฉันและพี่น้องทุกคนในครอบครัวขอแค่ได้มองต้นมะพร้าวต้นนั้น และระลึกถึงยายก็เพียงพอแล้ว พวกเราทุกคนอยากเห็นต้นมะพร้าวต้นนั้นมีชีวิตอยู่อย่างนั้น เพราะอย่างน้อย ๆ มันช่วยเรียกความทรงจำเก่า ๆ เกี่ยวกับยายให้กับพวกเราได้เสมอ





 




Writing in Thai

ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
บัวรินทร์กับมลทินที่เปรียบดั่งตราบาป article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
Music Hidden in the Memory "คนที่เธอไม่รัก" บทเพลงซ่อนความทรงจำ article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: ไฟไหม้ และ หัวใจที่ติดดิน :) article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
บันทึกความทรงจำ "แม่กร คำวงษ์" ผู้หญิงที่ฉันรักมากคนหนึ่ง article
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
เหตุผลของคนเราไม่เหมือนกัน article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
คนดี....ที่ฉันไม่เคยลืม article
นิยายเรื่อง กุมภาพันธ์...ฉันรักเธอ
นิยายเรื่อง เส้นทางรัก...ข้ามพรมแดน (เวอร์ชั่นเก่า) article
นิยายเรื่อง เธอคือเงารักในฝัน article
นิยายเรื่อง คลื่นรัก...พายุหัวใจ article
นิยายเรื่อง มนต์รักข้ามคลอง article
นิยายเรื่อง หัวใจของผมเพื่อเธอ article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
เพราะรักแท้ของฉัน...มีแค่ครั้งเดียว article
คนดีที่ฉันไม่ได้รัก (ต๊ะ = เพื่อนรักเพื่อนสนิท)
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail
Authentication Code *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones.