ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article

 

 

 

 

 

เมื่อตอนหนูอายุ 11 ขวบ ไม่มีใครแก่นและซ่าส์ได้เท่าหนู หนูมีเพื่อน ๆ ร่วมแก็งค์ไม่ว่าจะเป็นญาติห่าง ๆ หรือแม้แต่ลูกพี่ลูกน้องก็ร่วมอยู่ในแก็งค์ของหนูทั้งหมด หนูและเพื่อน ๆ ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเล่นสนุกสนานด้วยกันทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะแก้ผ้าไล่เตะกันตามขอบลำน้ำห้วย หรือแม้แต่เล่นดำน้ำแข่งกัน หรือไม่ก็ว่ายน้ำแข่งกัน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายหนูก็ประชันฝีมือมาทั้งนั้น และก็มีชนะบ้างแพ้บ้างตามประสา แต่สิ่งหนึ่งที่หนูไม่เคยแพ้คนอื่นเลย ก็คือ การได้เป็นหัวหน้าแก็งค์ในเขตถิ่นรอบบ้านของหนูเอง

สาเหตุก็คงสืบเนื่องมาจากหนูอายุมากกว่าน้อง ๆ สองสามปี และหนูก็เป็นลูกสาวคนเล็กเสียด้วย ทำให้หนูมีเวลาเล่นได้เต็มที่ ไม่ว่าเวลาไปเลี้ยงควายตามท้องทุ่งนา หนูก็ไม่พลาดหาโอกาสคว้าอาวุธทำมาหากินไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นจอบ เสียม เพื่อไปหาขุดแมงจีนูนและแมงกุดจี๋ พวกหนูก็ไม่ลืมพกไปด้วย บางวันก็พากันพกมีดอีโต้ไปด้วย และอาวุธที่พวกหนูขาดไม่ได้เลยก็คงเป็นหนังสติ๊ก ใครไม่มีอาวุธชิ้นนี้ถือว่าเชยที่สุดสำหรับเด็กในวัยของหนู

หนูชอบเวลาที่หนูกับเพื่อนไปเลี้ยงควายมากที่สุด เพราะพวกเราจะชอบพากันขี่ควายแข่งกันด้วย เวลาควายมันวิ่งเร็วก็พากันกลัวจนหัวตั้งเหมือนกัน บางทีพวกหนูก็ฉลาดใช่ย่อย วิชาหนังจีนกำลังภายในที่ดูในทีวีก็ไม่ลืมที่จะลอกเลียนเอามาใช้ได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นวิธีกระโดดขี่หลังควายจากคันนาสูง ๆ หรือแม้แต่เรื่องตีลังกาลงจากคันนาหลาย ๆ รอบ หนูและเพื่อน ๆ ก็ลองมาหมดแล้ว และก็ได้แผลเจ็บตัวไปตาม ๆ กัน

เวลาไปเลี้ยงควายในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หากพวกหนูไม่ได้ห่อข้าวไปรับประทานที่ท้องทุ่ง พวกหนูก็จะกลับมาหาอาหารประทังท้องที่บ้านเป็นประจำ ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่พวกหนูสนุกสนานกับการเลี้ยงควายมากที่สุด เพราะท้องทุ่งนาไม่มีต้นข้าวคอยให้ระมัดระวังควายไปกินต้นกล้าของคนอื่นเขา ไม่มีต้นพันธุ์ผักของพวกชาวบ้านด้วย ดังนั้นพวกหนูจึงมักจะปล่อยให้ควายเป็นอิสระในการเดินเลือกหาเศษหญ้ากินตามใจชอบ โดยที่พวกหนูพากันเดินยิงนกตกปลาไปด้วย ส่วนสายตาก็ยังเฝ้ามองควายอยู่ตลอด บ่อยครั้งที่ควายหายแต่ก็หาเจอทุกที เพราะเหล่าบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่แถวหมู่บ้านต่างก็ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กันและกันเสมอ ส่วนโทษฐานของพวกหนูที่ทำควายหายในแต่ละครั้ง อย่างมากก็ถูกพ่อแม่ดุแต่พองามเท่านั้น หรือมีบ้างที่ถูกพ่อแม่ตีแต่ก็คงไม่ใช่หนูแน่นอน

ในบางครั้งหนูก็ดีใจไม่น้อยที่มีควายแสนรู้ยิ่งนัก บางทีมันหายไปวันสองวัน จู่ ๆ ตอนเย็นของอีกวันหนึ่งพวกมันก็พากันเดินกลับมาที่คอกของมันเอง โดยที่พวกหนูไม่ต้องไปตามหาเลย อันนี้ไม่ใช่เป็นเพราะเวทมนต์คาถาแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะความคุ้นเคยของพวกมันเสียมากกว่า

หนูยังจำได้ว่าวันหนึ่งหนูกับเพื่อน ๆพากันไปเลี้ยงควายตามเคย วันนั้นพวกเราไม่ได้ห่อข้าวไปรับประทานที่ท้องทุ่ง เพราะตั้งใจพากันกลับมารับประทานอาหารที่บ้านของตัวเอง บ่อยครั้งที่พวกหนูมักจะทำกัน ก็คือเอากับข้าวและอาหารของแต่ละคนมาร่วมกันรับประทานที่บ้านของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพวกหนูก็ไม่พลาดหาของหวานของเปรี้ยวตบท้ายด้วย อาหารที่พวกหนูมักจะได้รับประทานบ่อยที่สุดก็คงไม่พ้นมะม่วง, มะขาม เพราะทุก ๆ ครอบครัวแถวหมู่บ้านของหนู มักจะมีต้นมะม่วงปลูกไว้รับประทานเสียด้วย

ครอบครัวของหนูถือว่าโชคดีกว่าหลาย ๆ ครอบครัว นอกจากพ่อจะปลูกต้นมะม่วงรอบ ๆ รั้วที่สวนหลังบ้านแล้ว พ่อก็จะปลูกต้นมะยมหวานไว้หน้าบ้านด้วย ส่วนต้นมะขาม ต้นบักสีดา ต้นกะท้อน และมะพร้าวนั้นก็อยู่ที่สวนหลังบ้านทั้งหมด นอกจากความสามารถด้านอื่น ๆ ที่พวกหนูถนัดเล่นกันแล้ว เรื่องปีนป่ายต้นไม้พวกหนูก็เก่งเสียยิ่งกว่าลูกลิง ไม่ว่าจะปีนทางโคนต้นไม้หรือปีนจากกิ่งไม้ พวกหนูก็มีความสามารถทำได้เช่นกัน

วันนี้หนูในฐานะที่เป็นหัวหน้าแก็งค์ก็เสนอความคิดว่าเราจะรับประทานมะม่วงกัน โดยเราทุกคนจะต้องช่วยกันออกส่วนประกอบที่จะทำพริกเกลือและน้ำปลาหวานด้วย หนูนั้นรับอาสาทำน้ำปลาหวาน เพราะครอบครัวของหนูค้าขาย คงหาส่วนผสมทั้งหมดไม่ยาก และก็มอบหน้าที่ทำพริกเกลือให้เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งไปทำเอง

ไอ้ม่อนคือเพื่อนสนิทอายุมากกว่าหนูหนึ่งปี แต่เนื่องมาจากไอ้ม่อนสอบตกตอนอยู่ ป. 2 จึงทำให้ไอ้ม่อนต้องเรียนอยู่ชั้นเดียวกับหนู แต่ไอ้ม่อนกับหนูเรียนคนละห้อง ไอ้ม่อนเรียนอยู่ห้องคุณครูที่ขยันสอนเรื่องพละ ส่วนหนูเรียนอยู่ห้องคุณครูที่ชอบปล่อยให้พวกหนูเล่นตามใจฉัน เพราะคุณครูชอบนอนหลับที่โต๊ะทำงานเป็นประจำแทบทุกวัน อันนี้หนูและเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนชอบยิ่งนัก เพราะพวกเราจะได้เล่นกระโดดยางกันตามประสา

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หนูกับไอ้ม่อนจะสนิทกันเป็นพิเศษ นอกจากไอ้ม่อนแล้ว ก็ยังมีไอ้วรรณเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กคนเดียวของญาติห่าง ๆ ของหนู ไอ้วรรณกับไอ้ม่อนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่หนูก็ไม่เคยเรียกพวกมันว่าพี่เลย เพราะมันตัวโตเท่า ๆ กับหนู บวกกับการที่หนูเป็นหัวโจกของนอ้ง ๆ ที่เหลือด้วย ดังนั้นหนูจึงไม่จำเป็นต้องเรียกไอ้ม่อนกับไอ้วรรณว่าพี่เหมือนที่น้อง ๆ คนอื่น ๆ เขาเรียกกัน

หนูบอกกับไอ้ม่อนว่าให้ไปทำพริกเกลือที่บ้านของมัน เพราะหนูจะเอาน้ำปลาหวานไปนั่งกินกันใต้ถุนบ้านของมันด้วย หนูชอบไปนั่งเล่นที่บ้านไอ้ม่อนเพราะมันมีน้องชายตัวเล็ก ๆ ที่กำลังน่ารักน่าชังเสียด้วย หนูชอบน้องไอ้ม่อนเป็นอย่างมาก บางวันแอบอุ้มน้องชายไอ้ม่อนมาเล่นที่บ้านประจำ อย่างว่านอกจากพวกหนูจะเป็นญาติกันแล้วพวกหนูก็ยังเป็นเพื่อนรักกันเสียด้วย การกระทำของพวกหนูแต่ละคนล้วนแต่อยู่ในสายตาของผู้หลักผู้ใหญ่อยู่เสมอ

เวลาที่สนุกสนานกันเราก็สนุกด้วยกัน เวลามีเรื่องมีปัญหาคนที่รับหน้าเต็ม ๆ ต้องเป็นหนูแต่เพียงผู้เดียว เพราะหนูใหญ่กว่าเพื่อน หรือเป็นเพราะพ่อของหนูใหญ่ในละแวกหมู่บ้านนั้นด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ หนูรู้เพียงว่าเวลามีเรื่องหนูจะถูกพ่อดุมากกว่าใคร ๆ ส่วนคนอื่น ๆ เขาจะบอกว่ามันยังเด็กไม่รู้เรื่อง คนโตพาเล่นเด็ก ๆ ก็เล่นตาม ต้องโทษคนโต หนูจึงต้องยอมรับในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ของน้อง ๆ ซึ่งก็หมายถึงหนูต้องเป็นผู้รับผิดชอบจากการกระทำของน้อง ๆ ในแก็งค์เดียวกันด้วย

เดือนพฤษภาคมเป็นฤดูที่หนุ่มสาวแถวบ้านหนูนิยมแต่งงานกันมากที่สุด หนูก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงชอบแต่งงานกันฤดูนี้ด้วย ร้อนก็ร้อนจะตาย แต่ก็ช่างเถอะเด็กเจ้าปัญญาอย่างหนูก็ได้แต่คิดไปตามประสา ใครจะแต่งงานมีลูกมีหลานก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น เรื่องของพวกหนูก็คือเรื่องเล่น เรื่องสนุก เรื่องเรียนที่ต้องทำตามหน้าที่ จะดีหรือไม่ดีก็ค่อยว่ากันไป

ใช่สิเมื่อสองอาทิตย์ก่อนพี่สาวไอ้ม่อน พี่วิไลเพิ่งจะแต่งงานกับพี่ชายไอ้ตั้มนี่เอง หนูและเพื่อน ๆ เห็นพี่วิไลกับพี่นนท์จู๋จี๋กันมาตลอด แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ต้องทำแบบนั้นกันด้วย

หลังจากที่พี่วิไลกับพี่นนท์แต่งงานกัน สองคนนี้ก็ไม่ได้ออกไปทำงานที่ไหน วัน ๆ ก็อยู่ที่บ้านอย่างเดียว บางครั้งก็หายไปในห้องนอนกลางวันแสก ๆ พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็พากันออกมาจากห้องเหงื่อแตกเหงื่อแตน และทั้งสองก็รีบพากันคว้าขันน้ำไปอาบน้ำที่ลุ่มน้ำห้วยหลังบ้านเป็นประจำ หนูกับเพื่อน ๆ ก็ถนัดเรื่องตามผู้ใหญ่ไปเล่นน้ำเสียด้วย บางครั้งพวกหนูก็เห็นพี่ ๆ เขาว่ายน้ำหยอกกันเล่นไปมาอย่างมีความสุข พวกหนูก็พากันมองพากันหัวเราะตามประสาเด็ก แต่ก็ยังไม่เข้าใจเป้าหมายของผู้ใหญ่อยู่ดี

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว เพื่อน ๆ ของหนูก็ไปนั่งรอหนูที่ใต้ถุนบ้านไอ้ม่อน ส่วนพี่วิไลกับพี่นนท์นั้นหายเข้าไปที่ห้องนอนซึ่งอยู่ที่ชั้นสองของบ้านเกือบครึ่งชั่วโมงและก็ไม่เห็นออกมาสักที

บ้านของไอ้ม่อนนั้นสร้างห้องครัวสองชั้นโดยจะยกระดับพื้นสูงจากพื้นดินประมาณเมตรครึ่ง และก็สร้างติดกับห้องนอนพี่วิไลเสียด้วย วันนี้พ่อแม่ไอ้ม่อนไม่มีใครอยู่บ้าน เพราะทุกคนไปรับจ้างปอกนุ่นให้พ่อของหนูด้วย ดังนั้นในบ้านของไอ้ม่อนจึงมีแต่พี่วิไลกับพี่นนท์เท่านั้นที่คอยเฝ้าบ้านในวันนี้

ทันทีที่หนูเดินเข้าไปที่บ้านของไอ้ม่อน หนูก็เห็นไอ้ม่อน ไอ้ตั้ม ไอ้เน๊าะ ไอ้น้องเพื่อน ไอ้หยัด ไอ้นอ้งแพะ ไอ้เอ ไอ้นัย พากันแอบดูบางสิ่งบางอย่างตรงช่องต่อระหว่างห้องครัวของบ้านกับห้องนอนของพี่วิไล หนูเห็นแบบนั้นก็อยากรู้อยากเห็นตามนิสัยของเด็กที่เจ้าปัญญา มีหรือที่หนูจะพลาดเรื่องเด็ด ๆ แบบนี้

“เฮ้ย! พวกเอ็งดูอะไรกันว่ะ?” หนูรีบถามไอ้ตั้มเพื่อนสนิทอีกคนที่วิ่งหน้าตาตื่น แถมยิ้มไม่หุบเสียด้วย

“จุ๊ ๆ เบา ๆ หน่อย ก็แอบดูพี่วิไลกับพี่นนท์กำลังจู๋จี๋กันนะ รูตรงที่กั้นห้องมันใหญ่มองเห็นชัดเลยแหละ เธอไม่อยากดูเหรอ?” ไอ้ตั้มเพื่อนที่รู้ใจรีบรายงานให้หนูทราบ แถมยังพูดชักชวนหนูด้วย


หนูได้ยินไอ้ตั้มพูดชี้ชวนขนาดนั้นมีหรือที่จะไม่อยากดู ยิ่งเห็นไอ้ม่อนและน้อง ๆ พากันหัวเราะกลิ้งไปตาม ๆ กัน แถมยังวิ่งขึ้นห้องครัว แต่กระโดดลงชานบ้านในห้องครัวเสียด้วย ภาพเหล่านี้ยิ่งทำให้หนูตื่นเต้นไปด้วย

ไอ้ม่อน กับไอ้เน๊าะวิ่งออกมาจากจุดที่ตรงนั้นและพากันยิ้มไม่หยุด ตัวหนูเองก็อดยิ้มไม่ได้ แต่ที่แปลกที่สุด เพื่อน ๆ ของหนูทุกคนพากันปีนบันไดบ้านขึ้นไปมุงดูกับสิ่งนั้น แต่ขาลง
กลับพากันกระโดดลงจากชานห้องครัวตลอด แถมยังพากันวิ่งไปหลบในต้นกล้วยหน้าบ้านอีกด้วย หนูไม่เข้าใจทำไมทุกคนดูตื่นเต้นและท่าทางมีพิรุธที่สุด ยิ่งกระโดดลงจากชานตรงห้องครัวที่สูงระดับนั้น แถมไม่มีใครกลัวเอาเสียเลย ยิ่งทำให้หนูนึกคึกและอยากเก่งเหมือนเพื่อน ๆ เช่นกัน

ไอ้ม่อนนั้นไม่รอช้ารีบวิ่งมาหาหนูทันที “ ไอ้ตังค์ ห้ามเสียงดังนะ เดี๋ยวพี่วิไลกับพี่นนท์จะรู้ตัว” พูดเสร็จไอ้ม่อนก็หนีไปนั่งข้างหลังต้นกล้วย แถมยังส่งสายตามองดูท่าทีของหนูอีกด้วย หนูเชื่อฟังไอ้ม่อนเป็นอย่างดีและก็ไม่รอช้ารีบปีนบันไดไปดูของดีกับเพื่อน ๆ อย่างเร็ว

หนูแหวกเข้าไปกลางวงของน้อง ๆ ซึ่งกำลังมุมดูภาพข้างหน้าอย่างสนุกสนาน และไม่เข้าใจกับสิ่งที่กำลังเห็น ทันทีที่หนูเห็นภาพพี่นนท์บรรจงจูบที่ต้นขาของพี่วิไล แถมยังทำท่าถอดกางเกงในสีแดงของพี่วิไลเสียด้วย หนูรู้สึกขำขึ้นมาทันที เสียงหัวเราะของหนูและเพื่อนๆ ดังไปทั่วห้องครัว หนูเกรงว่าเสียงหัวเราะของพวกหนูจะทำให้พี่วิไลกับพี่นนท์รู้ตัว หนูจึงรีบวิ่งกระโดดลงมาจากชานบ้านอย่างเร็ว

ใช่แล้ว หนูเป็นเหมือนเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่ไม่ยอมวิ่งลงบันได แต่กลับกระโดดลงจากชานห้องครัวโดยที่ไม่รู้สึกกลัวเหมือนกัน ส่วนใจของหนูนั้นก็เต้นไม่เป็นปกติเลย หนูทั้งกลัว ทั้งอาย ทั้งอยากดู แต่ไอ้ความขำบนความเป็นคนเส้นตื้นของหนูมันกำเริบอีกแล้ว และหนูก็เป็นเหมือนเพื่อน ๆ ทุกคน พากันนั่งขำและหัวเราะกับภาพที่เห็นเช่นกัน


หนูรีบวิ่งไปร่วมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ข้างหลังต้นกล้วยทันที พวกหนูต่างก็พากันมองหน้ากันและกัน และก็ยิ้มให้กันเหมือนกำลังสนุกกับภาพที่เห็นมากมาย แถมยังตั้งคำถามนา ๆ ไปตามประสาเด็ก ไอ้น้องเพื่อนซึ่งวิ่งมาตามหลังหนูติด ๆ รีบเอ๋ยปากขึ้นมาทันที

“กางเกงในของพี่วิไลแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงที่บ้านยายเสียอีก” หนูมองหน้าไอ้น้องเพื่อนแล้วก็อดกลั้นหัวเราะไม่อยู่

“พี่ตังค์เห็นอะไรหรือเปล่า?” น้องเพื่อนกระซิบถามหนูเบา ๆ

“พี่ก็เห็นแค่พี่นนท์จูบต้นขาพี่วิไลแล้วถอดกางเกงใน แค่นั้นเองแหละ” หนูพูดจบก็หัวเราะตามเดิม

“ไปดูอีกสิ...ตอนนี้พี่นนท์ทำมากกว่านั้นด้วยแหละ” น้องเพื่อนผู้ตั้งใจดูมากกว่าใคร ๆ ชักชวนหนูกับไอ้ม่อนและเพื่อนคนอื่น ๆ ให้ไปดูอีกรอบ

“ไปสิ ไปพร้อมกันหมดเลยนะ” หนูก็ยังติดใจภาพที่เห็นอยู่ เพราะว่ายังเห็นไม่หมดก็เลยอยากดูต่อตามประสาเด็ก เพื่อน ๆ ของหนูก็คงรู้สึกไม่ต่างกับหนูเช่นกัน พวกเราทุกคนรีบพากันปีนบันไดขึ้นไปตรงเป้าหมายสำคัญตามเดิม

หนู ไอ้ม่อน ไอ้ตั้ม ไอ้เน๊าะ ไอ้น้องเพื่อน น้องแพะ ไอ้เอ ไอ้นัย ไอ้หยัด พากันยืนเรียงแถวส่องดูภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ต่างคนต่างก็พากันหัวเราะเสียงดัง หนูนั้นไม่ได้ตั้งใจดูมากนัก มัวแต่หันหน้ามองดูต้นทางเสียมากกว่า พอหนูกำลังจะแง้มตาส่องดูอีกรอบ

“พวกมึงมาแอบดูอะไร?!” เสียงกำรามปนขมขู่ของพี่นนท์ดังลั่นแถมสายตาเหมือนทั้งตกใจและโกรธแค้นพวกหนูอย่างเห็นได้ชัด ส่วนพี่วิไลก็นอนคลุมหัวกับผ้าห่มเหมือนกำลังอายกับการกระทำของตนอยู่ หนูและเพื่อน ๆ ไม่รอช้ารีบวิ่งกระโดดลงมาจากชานบ้านทันที ต่างคนต่างไม่สนใจให้พี่นนท์ด่าต่อ หนูในฐานะหัวหน้าแก็งค์รีบวิ่งไปที่บ้านป้าซึ่งอยู่ติด ๆ กับบ้านของหนูอย่างเร็ว

จากนั้นหนูกับเพื่อน ๆ ต่างก็จับกลุ่มนั่งคุยกันกับภาพที่เพิ่งจะเห็นมาอย่างสนุกสนานตามประสาเด็กด้วยความตื่นเต้นที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต พอสักพักพี่นนท์ใส่ผ้าขาวม้าเดินลงมาหากลุ่มของพวกหนูติดๆ หนูและเพื่อน ๆ รู้สึกผิดและรู้สึกกลัวพี่นนท์ขึ้นมาทันที ต่างก็ไม่กล้าสู้หน้าพี่นนท์ ส่วนพี่นนท์นั้นพอเดินมาถึงก็ด่าพวกหนูเต็ม ๆ

“ไอ้พวกลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน...คอยดูนะกูจะบอกพ่อแม่มึงให้ตีพวกมึงเสียให้เข็ด” พี่นนท์ยืนชี้หน้าด่าพวกหนูอย่างไม่เกรงอกเกรงใจผู้เป็นป้า ซึ่งนั่งเคี้ยวหมากอยู่ใต้ถุนบ้านเอาเสียเลย

ป้าเห็นพี่นนท์มาด่าพวกหนูแบบนั้นก็เดือดร้อนทันที “อะไรของมึงว่ะไอ้นนท์...มึงมาด่าเด็กพวกนี้ทำไม” ป้าถามพี่นนท์ด้วยความสงสัย

“ก็ไอ้พวกเด็กจัญไรมันแอบดูฉันกับวิไล xxx…?” พี่นนท์ไม่พูดให้จบแต่ยืนทะมึนตึงเหมือนกับแค้นพวกหนูเอามาก ๆ

หนูกับเพื่อน ๆ พากันก้มหน้าก้มตามองพื้นดินไม่กล้าเถียงไม่กล้าสบตาพี่นนท์อีกเลย เหมือนเด็กที่ยอมรับผิดทุกอย่าง ป้านั้นก็ไม่รอช้ารีบเดินมาถามหนูทันที

“ไอ้ตังค์กับไอ้ม่อน พวกเอ็งเป็นพี่ทำไมพาน้อง ๆ ไปทำจัญไรแบบนั้น” ป้าถามหนูกับไอ้ม่อนอย่างไม่ค่อยจะพอใจมากนัก

หนูเองเคยกลัวป้าสักที่ไหน หากหนูไม่ได้เป็นคนนำเรื่อง หนูก็มักจะโต้เถียงตามเคย

“หนูไม่ได้พาน้อง ๆ ไปดูนี่ป้า น้อง ๆ เขาพากันดูก่อนหนูเสียอีก หนูก็เลยเข้าไปดูกับเขาด้วย”

“แล้วเป็นยังไงล่ะ” ป้าไม่รอช้าที่จะย้อนให้หนูตามเคย

“ก็หนูไม่เคยเห็นนี่ และพวกหนูก็ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน เราก็เลยอยากดูกัน” หนูยังคงเถียงป้าไม่หยุด

“ไปเลยนะมึง กลับไปบ้านพวกมึงเลย เดี๋ยวกูจะไปฟ้องพ่อมึงให้ตีมึงเสียให้เข็ด โตเท่าควายยังไม่รู้จักคิด” ป้าด่าหนูทิ้งท้ายแถมมาขู่ว่าจะไปฟ้องพ่อเสียด้วย

“หนูตัวโตยังไม่เท่าลูกควายเลย...ป้าก็พูดเวอร์เสียจริง ๆ” หนูยังเถียงป้าอีกตามเคย

“เดี๋ยวเถอะมึง เถียงเก่งนัก กูจะหาไม้ลำปอตีมึงสักทีดีไหม” ป้าพูดเสร็จก็รีบเดินไปหยิบไม้ลำปอข้าง ๆ บ้านของแกทันที หนูไม่รอช้ารีบวิ่งกลับบ้านทันที ส่วนน้อง ๆ ก็วิ่งตามหนูมาติด ๆ

หลังจากที่วิ่งหลบไม้ลำปอของป้ามาอย่างเร็ว พวกหนูก็พากันวางตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอสักพักหนูกับเพื่อน ๆ ก็พากันว่ายน้ำข้ามแม่น้ำห้วยไปดูแลควายตามหน้าที่ พอตกเย็นก็พากันต้อนควายกลับมาบ้าน หนูช่วยพี่สาวทำงานบ้านตามแต่จะทำได้ จากนั้นก็ไปนั่งเล่นที่โคนต้นนุ่นข้างหลังบ้านกับเพื่อนๆ ตามเคย หนูเห็นไอ้ม่อนนั่งน้ำตาซึมอยู่บนโคนต้นนุ่น ก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปถาม หนูจึงได้รู้ว่าเรื่องที่หนูและเพื่อน ๆ แอบดูพี่นนท์กับพี่วิไลจู๋จี๋กันนั้น ไอ้ม่อนได้รับโทษโดยถูกแม่ตีไปหลายรอบเลย ส่วนคนอื่น ๆ ไม่มีใครโดนเลยสักนิด

สำหรับหนูนั้นพ่อมารู้เรื่องเอาตอนหัวค่ำ หนูเลยถูกพ่อเรียกไปตักเตือนตามเคย พ่อบอกหนูว่า “ห้ามทำนิสัยแบบนี้อีกเด็ดขาด เรื่องของผู้ใหญ่อย่าไปอยากรู้มากนัก ไว้เราโตขึ้นแล้วเราค่อยรู้เอง อะไรที่ไม่เคยเห็นก็อย่าไปสนใจมัน เพราะมันไม่ดีรู้ไหม”

“ค่ะ หนูไม่ทำอีกแล้ว หนูสัญญาค่ะ” เป็นคำสัญญาที่หนูให้กับพ่อมาตลอด แต่หนูก็ไม่รู้ว่าหนูจะสามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อได้ไหม ก็อย่างว่าแหละ เด็กก็ยังเป็นเด็กวันยังค่ำ หนูก็ยังเรียนรู้ต่อไปไม่รู้จักจบสักที ผู้ใหญ่ก็เอาแต่มาโทษเด็กฝ่ายเดียว พวกผู้ใหญ่ก็ควรจะแก้ปัญหาตัวเองเสียบ้าง หากจะจู๋จี๋กันก็ควรจะเป็นที่ลับไม่ใช่ที่ล่อแหลมสำหรับเด็ก ๆ อย่างพวกหนู เพราะการจู๋จี๋ของผู้ใหญ่อาจส่งผลให้เด็กดีๆ อย่างพวกหนูใจแตกก็ได้




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones