ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)

 



เมื่อหลายปีก่อน ดิฉันและแฟนได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านที่เมืองไทย ดิฉันและแฟนมีความสุขมากที่ได้ไปพบเจอหน้าญาติพี่น้อง หลังจากที่ห่างบ้านเกิดเมืองนอนมานานหลายปี ดิฉันและแฟนถือโอกาสซื้อคอมพิวเตอร์เป็นของขวัญให้พี่ ๆ ทุกครอบครัว และก็ซื้อเสื้อผ้าไปฝากคนแก่คนเฒ่าด้วย ส่วนของฝากอื่นๆ ที่ขนไปจากอเมริกาก็ได้แจกญาติพี่น้องกันถ้วนหน้า

 



การที่ดิฉันซื้อคอมพิวเตอร์ให้พี่ ๆ นั้น เพราะว่าดิฉันและแฟนมีแนวคิดที่ว่า อยากให้หลานเรียนรู้อะไรใหม่ๆ หากวันหนึ่งข้างหน้า ๆ หลาน ๆ เรียนสูงขึ้นก็จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ และคิดว่าคอมพิวเตอร์คือสิ่งที่หลาน ๆ จำเป็นต้องใช้ในอนาคตข้างหน้าด้วย สำหรับคอมพิวเตอร์ดิฉันซื้อมานั้นจะต้องมาลงโปรแกรมด้วยตัวเอง ดิฉันซึ่งกับหลานชายคนโตก็พอทำได้อยู่แล้ว

 



พอถึงเวลากลับบ้านต่างจังหวัดที่ศรีสะเกษ ดิฉันและแฟน รวมทั้งพี่น้องทุกคนต่างก็กลับไปเยี่ยมบ้านพร้อมหน้าพร้อมตากัน บวกทั้งพี่สาวคนหนึ่งมีงานฉลองขึ้นบ้านใหม่ด้วย ทำให้พวกเราทุกคนมีโอกาสได้กลับไปบ้านพร้อมๆ กัน หลังจากเสร็จงานขึ้นบ้านใหม่พี่สาวคนนี้ พวกเราทุกคนในครอบครัวก็ถือโอกาสไปเที่ยวปราสาทเขาพระวิหารกันด้วย

ในตอนเช้าพี่เขยและแฟนก็พากันเอาข้าวไปทำบุญที่วัด ส่วนดิฉันและพี่สาวคนอื่น ๆ ก็ช่วยกันจัดอาหารรอเตรียมรับประทานอาหารกัน แฟนกับพี่เขยกลับมาจากวัดก็เล่าให้ฟังว่าหลวงตาที่วัดพูดคุยด้วย ก็เลยเล่าให้ฟังว่าวันนี้พวกเราจะไปเที่ยวเขาพระวิหารกัน หลวงตาได้ยินแบบนั้นก็บ่นว่าเกิดมาในชีวิตไม่เคยมีโอกาสวาสนาได้เห็นเขาพระวิหารเลยสักครั้ง ตัวดิฉันกับแฟนก็ไม่เคยเห็นปราสาทเขาพระวิหารมาก่อนในชีวิตเช่นกัน และก็อยากให้หลาย ๆ คนได้เห็นด้วย ก็เลยบอกให้พี่เขยไปนิมนต์พระไปเที่ยวด้วยกัน ท่านจะไปกี่องค์ก็ได้ เพราะดิฉันกับแฟนขอจัดการเสียค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้กับทุก ๆ คนในทริปนี้เอง
 




งานนี้มีญาติน้องรวมกันประมาณ 30 คนไปเที่ยวเขาพระวิหารด้วยกัน หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว พี่เขยทั้งสองคนซึ่งมีรถปิกอัพก็ขับรถไปรับพระที่วัด ส่วนพี่น้องคนอื่น ๆ ก็นั่งข้างหลังรถบ้าง ส่วนคนแก่คนเฒ่าก็นั่งแค่บด้านในรถปิ๊กอัพ สำหรับดิฉันกับแฟนนั้นก็นั่งรถเก๋งของพี่ชายคนโต ระยะทางจากบ้านดิฉันไปเขาพระวิหารนั้นประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง เพราะพวกเราขับไม่เร็วมากนัก เราพากันขับแบบเน้นความปลอดภัยไว้ก่อน เหนื่อยก็หยุดพักกันตามสบาย

พอรถไปถึงอำเภอกันทราลักษณ์ พี่เขยก็พาพวกเราทุกคนขับรถไปบ้านพี่สาวของพี่เขยซึ่งแต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่อำเภอนี้ด้วย พวกเราเข้าไปทักทายพี่สาวของพี่เขยและสามีของเธอซึ่งเป็นตำรวจอยู่ที่อำเภอนี้ด้วย จากนั้นพี่สาวของพี่เขยและสามีก็นำทางพวกเราไปยังปราสาทเขาพระวิหาร ตรงทางผ่านด่านเขตแดนเมืองไทยนั้นก็ผ่านไปด้วยดี เพราะตำรวจชายแดนที่ดูแลตรงด่านเป็นคนรู้จักของสามีพี่สาวของพี่เขยด้วย ก็เลยทำให้ทุกอย่างไม่มีปัญหายุ่งยาก

 




จากนั้นพวกเราทุกคนก็เอารถไปจอดตรงจุดจอดรถ และก็เตรียมพากันปีนเขาไปด่านตรงเขตประเทศกัมพูชา พี่น้องแต่ละคนต่างก็ร่วมกันถ่ายรูปที่ระลึก ดิฉันกับแฟนเห็นจะสบายกว่าใคร ๆ เพราะไม่ต้องแบกกล้องถ่ายรูป เพราะพี่สาวคนที่สองถือโอกาสเป็นตากล้องแทน ทำให้เราสองคนเบามือไปเยอะ แต่ก็ไม่ลืมซื้อน้ำขวดน้ำดื่มให้ทุก ๆ คนได้ถือไว้ในตัวด้วย จากนั้นเราก็เข้าไปในด่านชายแดนเขมร ด่านตรงนี้มีการเก็บบัตรค่าผ่านทางเข้าด้วยด้วย ดิฉันจำไม่ได้ราคาต่อคนเท่าไร่แต่รู้สึกว่ารวมแล้วดิฉันจ่าย 1200 บาท กับค่าผ่านด่านตรงนี้ จากนั้นพวกเราทุกคนก็รีบมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายหลักทันที

พอไปถึงทางขึ้นปราสาทดิฉันก็ต้องตลึงกับความงามที่พบเจอ ความมหัศจรรย์ของตัวปราสาท แม้ว่าจะมีส่วนพังทลายเป็นบางจุดแต่ความสวยงามหลายๆ จุดยังเห็นได้ชัด ดิฉันกับแฟนอดที่จะภูมิใจไม่ได้ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสได้มาเที่ยวปราสาทแห่งนี้ ซึ่งมันไม่ใช่เป็นแค่ตำนานนิยายปรำปราที่คุณพ่อเคยเล่าให้ดิฉันฟังตอนเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ปราสาทแห่งนี้เป็นมากกว่านิทานที่คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังเสียอีก

ดิฉันเห็นรอยยิ้มของญาติพี่น้องทุก ๆ คน รวมทั้งพระสี่องค์ที่มาเที่ยวกับพวกเราด้วย ก็อดตื่นตั้นใจไม่ได้ และก็ดีใจที่ตัวเองและแฟนมีโอกาสได้ชวนทุกคนมาเที่ยวมาสนุกด้วยกัน

 



หลาน ๆ ตัวเล็ก ๆ ดูยิ้มแย้มแจ่มใส่แข่งกันปีนบันไดปราสาท ส่วนดิฉันนั้นห่างเหินกับการใช้ชีวิตที่ลุย ๆ มานานแล้ว ทำให้ปีนเขาอยู่หลังเพื่อนตลอด นึก ๆ แล้วก็ยังอายตัวเองที่เคยแก่นแก้วแต่ตอนนี้กลับฤทธิ์หมดเสียแล้ว อิอิ ยิ่งได้เห็นคนแก่รุ่นอายุ 60 -70 ปีปีนเขาเก่งกว่าตัวเอง ดิฉันยิ่งรู้สึกอายตยิ่งนัก ก็ทำยังไงได้ละในเมื่อคุณยายบางคนท่านปีนเขาหาไข่มดแดงเป็นประจำ แต่ดิฉันนี่สิห่างจากชีวิตตรงนั้นมาเป็นสิบกว่าปีแล้ว

บวกกับการมาเที่ยวปราสาทในครั้งนี้ดิฉันไม่ได้เตรียมตัวมามากนัก แถมยังใส่รองเท้าส้นสูงของพี่สาวมาด้วย ทำให้ปีนเขาลำบาก ในที่สุดก็จัดการถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าเสียดีกว่า แต่ก็นับว่าโชคดีที่บริเวณปราสาทอากาศไม่ร้อนมากนัก ทำให้ดิฉันไม่มีปัญหาที่จะเดินเท้าเปล่าในการเที่ยวปราสาทครั้งนี้

พอไปถึงจุดที่ต้องปีนบันไดปราสาทที่สูงชัน ดิฉันก็นึกกลัวว่าจะตกลงมาเหมือนกัน พยายามที่จะไม่หันหน้าไปมองด้านล่างเพราะเกรงจะหน้ามืดตกลงไปได้ หลานสาวตัวเล็กๆ อายุประมาณ 6 ขวบนั้นก็ปีนป่ายปราสาทเก่งกว่าดิฉันเสียอีก ดิฉันกับแฟนชอบมองหลานคนนี้มาก ๆ เพราะเขาไม่พูดภาษาเขมรเหมือนหลาน ๆ คนอื่น ๆ เขาจะพูดภาษาไทยปนลาว (อีสานบ้านเรา) ตลอด มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ดิฉันอดขำไม่ได้ หลานสาวคนนี้บอกให้ดิฉันมองดูเวลาที่เขาปีนปราสาท

“อาเล็กค่ะ...เบิ่ง แบ๋ม ๆ สิค่ะ ตั้งแต่ปีนบันไดมาแบ๋มบ๋เหนื่อยเลยค่ะ”


 



หลาน ๆ ส่วนใหญ่มักจะเรียกดิฉันว่าน้า/อาเล็กอยู่เสมอ เพราะดิฉันเป็นลูกสาวคนเล็กของครอบครัว ดังนั้นจึงกลายเป็นน้า/อาเล็กไปโดยปริยาย

เมื่อดิฉันเห็นหลานสาวพูดแบบนั้น ก็อดขำไม่ได้ บางทีเวลาที่หลานคนนี้พยายามปีนปราสาทแต่เขาไม่ค่อยมีแรง เขาก็มักจะเอ่ยบอกพ่อของเขาว่า

“คุณพ่อขา....ช่วยดันตูดแบ๋มหน่อยสิค่ะ”

ดิฉันกับพี่สาวสองคนที่ปีนปราสาทตามหลังหลานคนนี้ ต่างก็อดขำไม่ได้ แต่ก็ไม่รอช้าที่จะทักท้วงเขา

“อะไรกัน อยู่กรุงเทพฯตั้งแต่เกิดพูดไทยปนลาว...เอาสักภาษาให้มันแน่สิจ๊ะ แบ๋ม” เมื่อถูกแซวหลานสาวคนนี้ก็ยิ้มอาย ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจคำทักท้วงของดิฉันมากนัก

หลานคนนี้ไม่ค่อยจะเหมือนใครเขา เพราะเธอชอบทานปลาจ๋อมปลาซิวเป็นชีวิตจิตใจ อาหารอะไร ๆ อร่อยแค่ไหนถ้าวางเคียงข้างปลาจ๋อมปลาซิว ไม่ต้องห่วงว่าเธอจะแย่งคุณทานอาหารชนิดอื่น ๆ เพราะปลาจ๋อมปลาซิวนั้นเป็นอาหารที่โปรดปรานของเธอ

บางครั้งดิฉันกับพี่สะใภ้ก็ชอบพากันหยอกพากันแซวหลานคนนี้เป็นประจำ

“ปกติดั้งก็หักอยู่แล้ว...ชอบจังเลยนะปลาจ๋อม” เวลาแซวหลานก็อดขำไม่ได้ เพราะหลานเขาก็ยิ้มอย่างเดียวไม่รู้ว่าเขารับรู้หรือเปล่า แต่คนที่แซวนี่สิอดขำไม่ได้

พอพวกเราทุกคนขึ้นไปบนปราสาทได้ ก็นั่งถ่ายรูปที่ระลึกกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นก็พากันไปนั่งพักชมวิวตรงหน้าผาระหว่างฝั่งไทยกับประเทศกัมพูชา บรรยากาศบนประสาทสวยงามมาก ไม่ร้อนจนเกินไปและก็มีลมเย็นพัดผ่านมาตลอด พี่น้องแต่ละคนดูยิ้มแย้มแจ่มใส่กันตลอด เราทุกคนต่างนั่งจับกลุ่มคุยกัน ส่วนคนเฒ่าคนแก่ก็เล่าตำนานเรื่องเก่า ๆ ให้ได้ยินได้ฟัง เด็กตัวเล็ก ๆ ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องกันเท่าไหร่ คนที่เห็นจะสนใจก็คงจะเป็นดิฉันและแฟนมากกว่า

ส่วนแฟนดิฉันนั้นก็ฟังไทยออกบ้าง แต่จับใจความไม่ได้มากนัก ดิฉันกับพี่น้องบางคนจึงจำเป็นต้องเป็นล่ามให้กับแฟนตลอด ได้แต่หวังว่าหากกลับบ้านรอบหน้าแฟนคงพูดฟังภาษาไทยออกกว่านี้ พอเราทุกคนเที่ยวชมปราสาทเขาพระวิหารกันอิ่มหน่ำสำราญใจแล้ว พวกเราก็พากันปีนลงจากปราสาท ซึ่งก็เห็นคนแก่คนเฒ่าเดินนำหน้าไปรอที่ต้นปราสาทอยู่แล้ว ดิฉันกับแฟนและพี่สาวสองสามคนอยู่หลังเพื่อนตามเคย

 



พอเที่ยวปราสาทกันหน่ำใจแล้ว ดิฉันกับแฟนและพี่น้องทุกคนก็พากันไปปีนผามออีแดงอีกรอบ รอบนี้ตั้งใจปีนไปดูหน้าผาตรงที่เขาบอกว่ามีการแกะสลักไว้ด้วย เนื่องด้วยจุดที่ดูหน้าผาตรงนั้นเป็นบันไดไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไปให้ปีนไปดู แต่ด้วยความที่ดิฉันเกิดกลัวความสูงขึ้นมา จึงจำเป็นต้องถอดรองเท้าอีกตามเคย ซึ่งพี่น้องแต่ละคนก็สงสัยว่าทำไมดิฉันต้องถอดรองเท้าอยู่คนเดียว เหตุผลของดิฉันก็คือ ถ้าบันไดมันพังลงมาจะได้ปีนป่ายได้ทัน เพราะดิฉันกลัวตกจากที่สูงและตาย หากจะตายก็ขอตายอย่างสบาย ๆ ไม่อยากตายอย่างทรมาน

พอเที่ยวชมถ่ายรูปที่ระลึกในผามออีแดงเสร็จแล้ว พวกเราทุกคนก็ลงมาจากเขา และก็ไปรอกันตรงจุดที่จอดรถเอาไว้ จากนั้นก็พากันไปนั่งรับประทานอาหารกันที่ร้านอาหารหน้าทางเข้าปราสาท ส่วนพระนั้นพวกเราก็สั่งเครื่องดื่มให้ท่าน เพราะพระคงจะฉันท์ข้าวไม่ได้ เพราะหมดเวลาฉันท์เพลเสียแล้ว


 



ดิฉันและญาติพี่น้องหลาย ๆ คนนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน และก็ขอชื่นชมคนทำอาหารว่าทำอาหารได้อร่อยมาก ๆ และราคาก็ถูกอกถูกใจคนจ่ายเหลือเกิน บริการต่าง ๆ ก็ดีมาก ๆ เลย เพราะพี่น้องดิฉันทั้งหมดก็ 26 คนได้ แต่อาหารนั้นมาวางบนโต๊ะได้ทันใจจริง ๆ ใครอยากเบิ้ลอยากทานอะไรเพิ่ม ดิฉันกับแฟนก็เต็มที่อยู่แล้ว สรุปแล้วทริปไปเที่ยวปราสาทเขาพระวิหารในครั้งนั้น มีความสุขกันถ้วนหน้า ดิฉันและแฟนรู้สึกอิ่มเอิบใจที่มีโอกาสได้พาคนเฒ่าคนแก่ญาติน้อง รวมทั้งพระมาเที่ยวมาชมเขาพระวิหารด้วย

พอกลับมาถึงบ้านก็เวลาประมาณหนึ่งทุ่มได้ ดิฉันมีนัดต้องไปต่อคอมพิวเตอร์ให้หลานสาวที่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ดังนั้นดิฉันและพี่เขยอีกคน หลานสาว และหลานชายคนโต รวมทั้งหลานชายตัวเล็ก ๆ สองคนก็ไปด้วย พวกเราพากันขับรถขนคอมพิวเตอร์ไปที่บ้านของหลานสาวทันที เนื่องมาจากดิฉันจากบ้านมาตั้งแต่อายุ 15 ปี มาเรียนมาทำงานอยู่กรุงเทพนานแสนนาน เวลามีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมบ้านก็ไม่เคยได้อยู่นานเลยสักครั้ง

ระยะเวลาสิบกว่าปีที่ดิฉันไม่เคยมีโอกาสไปเที่ยวไร่เลยสักครั้ง ทำให้ดิฉันเห็นความเปลี่ยนแปลงของการพัฒนาต่าง ๆ ในหมู่บ้านไปได้เร็วมาก เร็วไม่เร็วคิดดูป่าช้าเก่าก็กลายมาเป็นถนนหนทางที่ดูโล่งเตียนไปหมด ถนนหลังหมู่บ้านที่เคยรกร้างน่ากลัวในยามค่ำคืน ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ใหญ่กว่าเดิม และก็มีเสาไฟฟ้าเดินสายข้าง ๆ ถนนไปด้วย มีบ้านเรือนผู้คนขยับขยายมาสร้างบ้านกันมากขึ้น ทำให้หมู่บ้านของดิฉันดูครึกครื้นกันไปหมด

 



คืนนี้พี่เขยถือโอกาสพาดิฉันและหลาน ๆ ขับรถไปเส้นทางลัด นั่นก็หมายถึงถนนหลังหมู่บ้านนั่นเอง และก็ต้องวิ่งตัดป่าช้าเก่าด้วย ดิฉันกับหลานสาวนั่งด้านหน้ารถ ส่วนหลานชายทั้งสามคนก็นั่งด้านหลังรถเพราะคอยจับโต๊ะคอมและเครื่องคอมไม่ให้ล้มด้วย ดิฉันเห็นความเจริญต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ส่วนพี่เขยนั้นก็ขับรถไม่ค่อยพูดค่อยจาตามนิสัยของเขา ในคืนนั้นดิฉันก็พูดยิ่งกว่านกแก้วนกขุนทอง เห็นอะไรก็ทักไปหมดจนลืมคำสอนเก่า ๆ ของคุณพ่อไปเสียหมด

พอรถของพี่เขยวิ่งผ่านตรงจุดที่เป็นไร่ของดิฉัน ดิฉันมองเห็นแสงไฟดวงใหญ่ ๆ มีสีสันหลากหลายลอยไปมาอยูระยะไกล ดิฉันก็อดตื่นเต้นไม่ได้นึกว่าเป็นบ้านคน ที่มีการกินเลี้ยงและเอาไฟดิสโก้เธคมาติดเอาไว้ ดิฉันก็จ้องใหญ่เลยและก็ไม่รอช้าที่จะรีบบอกพี่เขยและหลานสาวให้ดูไฟดิสโก้เธค แถมยังบ่นพึงพำกับตัวเองว่า

“หมู่บ้านเรานี่เจริญจริง ๆ เลยนะคะพี่โย่ง นี่ขนาดในไร่ยังมีแสงไฟเต็มไปหมด แถมยังเป็นไฟดิสโก้เธคเสียด้วย นี่ถ้าไม่เห็นกับตาหนูไม่เชื่อเลยนะคะเนี่ย”

ดิฉันบ่นพึงพำอยู่กับตัวเองอยู่อย่างนั้น มองเห็นหลานสาวไม่พูดไม่จาได้แต่อมยิ้มกับความตื่นเต้นของดิฉัน ส่วนพี่เขยนั้นดูคร่ำเครียดกับการขับรถยิ่งนัก พอดิฉันเห็นพี่เขยเงียบแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะถามนั่นถามนี่ตามประสา

“พี่โย่ง...เห็นไฟดิสโก้เธคหรือเปล่า? เห็นติดกันแทบทุกบ้านเลย พี่โย่งว่าไหม บ้านเรานี่สุดยอดเลยเนาะ”

พี่เขยอมยิ้มแล้วบอกกับดิฉันว่า “ณัฐอย่าไปทัก...อย่าไปท้วง”

ทันทีที่ได้ยินพี่เขยพูดแบบนี้ดิฉันก็หุบปากทันที พลางนึกโกรธตัวเองที่ลืมคำสอนของคุณพ่อ และก็นึกกลัวขึ้นมาทันที เพราะถ้าพี่เขยพูดแบบนี้ก็แสดงว่าไฟนั้นไม่ใช่ไฟบ้านคนธรรมดาปกติทั่วไป

พอรถวิ่งมาถึงอีกหมู่บ้านหนึ่ง พี่เขยก็จอดรถตรงกลางหมู่บ้านที่ดูจะมีผู้คนอยู่บ้าง จากนั้นก็เดินออกไปถามหลานชายแต่ละคนว่าทุกคนปลอดภัยหรือเปล่า ซึ่งหลานชายแต่ละคนก็กำลังอยู่ในวัยซนเสียด้วย ทุกคนดูจะสนุกกับการห้อยโหนรถด้านหลังมากกว่ากลัวเรื่องผีเสียอีก

 



จากนั้นพี่เขยก็เล่าให้ดิฉันและหลานสาวฟังว่า ไอ้ไฟที่ดิฉันเห็นและคิดว่าเป็นไฟดิสโก้เธคนั้นมันไฟผีปอบต่างหาก ไฟดิสโก้เธคที่ไหนจะมาลอยกลางป่าไม่มีบ้านคน พอฟังพี่เขยพูดเสร็จ ดิฉันกับหลานสาวก็กลัวยกใหญ่เลย ดิฉันนี่สิกลัวกว่าหลานสาวเสียอีก ขอเปลี่ยนที่นั่งไปอยู่ด้านตรงแคบรถด้านในทันที ปล่อยให้หลานสาวกับพี่เขยนั่งหน้ารถกันสองคนเท่านั้น

พอรถวิ่งมาถึงบ้านพี่สาวคนโต หลานสาวก็รีบลงจากรถ ดิฉันก็ไม่รอช้ารีบลงจากรถขึ้นไปบนบ้านพี่สาวทันที ปล่อยให้หลาน ๆ และพี่เขยพากันยกของกันเอง ดิฉันยังขนลุกไม่หายกับเหตุการณ์ที่เพิ่งพบเจอไม่กี่นาทีที่ผ่านมา และก็ขึ้นไปไหว้พระบนบ้านพี่สาวอยู่นาน

 



จากนั้นก็มานั่งรอให้หลาน ๆ ยกของขึ้นมาบนบ้านให้เสร็จ โชคดีที่หลานชายคนโตรู้เรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง ทำให้ดิฉันเบามือกับการต่อคอมพิวเตอร์และลงโปรแกรมไปเยอะ ส่วนหลานสาวนั้นก็หาน้ำหาท่ามาต้อนรับดิฉันด้วย และก็พาคุยนั่นคุยนี่ให้ดิฉันลืมเรื่องราวที่ผ่านมา แต่แปลกดิฉันกลับลืมไม่ได้เลย เวลาคิดถึงเรื่องนี้ทีไรขนลุกขึ้นมาทุกที

หลังจากที่พวกเราต่อและลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์เสร็จสรรพ พี่เขยก็เล่าเรื่องนี้ให้หลานชายทั้งสามคนฟังกัน จากนั้นพวกเราก็ขับรถกลับกันโดยที่หลาน ๆ แต่ละคนมานั่งข้างในด้วยกัน เพราะแต่ละคนต่างก็กลัวผีปอบไปตาม ๆ กัน และก็พากันมานั่งเบียดกันในเบาะข้างในรถ ดิฉันนี่สิเห็นจะกลัวกว่าหลาน ๆ เสียอีก และก็ถือสิทธิ์ความเป็นน้าขอนั่งกลางเสียเลย โดยที่มีหลานชายสองคนนั่งกั้นหน้ากั้นหลังให้ตลอด

 



ตั้งแต่เจอเหตุการณ์ในวันนั้น ดิฉันเองก็ไม่อยากเชื่อว่าผีปอบยังมีอยู่ แต่ก็ได้เล่าเรื่องราวให้พี่สาวทุกคนได้ทราบกัน พี่สาวคนที่อยู่ในหมู่บ้านดิฉันบอกว่าเดี๋ยวนี้ผู้ชายหลาย ๆ คนในหมู่บ้านลงไปเรียนวิชาคุณไสย์ที่ประเทศกัมพูชาเยอะมาก และแต่ละคนก็มาลองของลองวิชาในหมู่บ้านตลอด บางคนผิดครูผิดวิชาก็ผิดเพี้ยนเป็นบ้าไป บ้างก็เป็นปอบก็มี พี่สาวได้แต่เตือนให้ดิฉันระมัดระวังตัวให้มากขึ้น เพราะเรื่องเร้นลับแบบนี้ไม่เคยตายไปจากหมู่บ้านของดิฉันเลย มันมีอยู่ตลอดและก็ห้ามมองข้ามเรื่องแบบนี้เด็ดขาด


 



 




Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones