ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletNOLA-NOLIE
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article

 

ค่ำคืนนี้ฉันนั่งอ่านข่าวการเมืองไปเรื่อย ๆ และก็มาสะดุดตรงข่าวเกี่ยวกับการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องที่พิพาทกันก็ไม่ใช่เรื่องอะไร นอกจากเรื่องเขาพระวิหารแล้ว ก็มีเรื่องการแบ่งเส้นเขตแดนที่ไม่ตรงกัน โดยทั้งไทยและกัมพูชาต่างก็ยึดแผนที่คนละอัน ปัญหาเหล่านี้ถกเถียงกันมานานหลายปีแล้ว ซึ่งก็ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงสักที ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นต่างก็ส่งผลกระทบให้ผู้คนที่อาศัยอยู่แถวบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอันเป็นที่รักของฉัน

เมื่อหลายปีก่อนฉันและคนรักมีโอกาสได้กลับไปเที่ยวเมืองไทย และก็ได้พาญาติพี่น้องรวมทั้งพระที่วัดในหมู่บ้านไปเที่ยวเขาพระวิหารด้วย พวกเราทุกคนได้สัมผัสความสุขและภาพประทับใจหลายอย่าง ต่างคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ภูมิใจที่บรรพบุรุษสร้างสิ่งสวยงามเหล่านี้ไว้ให้เราได้เชยชม แม้ว่าวันนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป แต่ภาพเหล่านั้นก็ยังอยู่ในความทรงจำดี ๆ ของฉันและทุก ๆ คนตลอด

ยิ่งอ่านข่าวเกี่ยวกับการปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชามากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งสะท้อนใจของฉันทุกที ทำให้ฉันอดที่จะนึกถึงภาพอดีตเก่า ๆ ในวัยเด็กไม่ได้ เพราะภาพเหล่านั้นมันติดตรึงอยู่ในความทรงจำของฉันตลอด ไม่ว่าจะผ่านมาสักกี่ปีแล้ว ความทรงจำของฉันก็ไม่สามารถลบภาพเหล่านี้ไปได้เลย

ในปีนั้นฉันยังเด็กมาก เพิ่งจะไปเรียนหนังสือครั้งแรก ซึ่งวันนั้นฉันกับหลาน ๆ และลูกพี่ลูกน้องเดินไปโรงเรียนด้วยกัน พวกเราทุกคนอายุไล่เลี่ยกัน และก็อยู่ในวัยเรียนรู้ซุกซนกันตามประสา หลายเดือนแล้วที่พ่อของฉันบอกเล่าให้ฟังว่า ที่ประเทศกัมพูชากำลังสู้รบกัน ตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกว่าคนกัมพูชารบกันทำไม เพื่ออะไร และก็ไม่เข้าใจทำไมคนต้องฆ่ากันด้วย

พ่อบอกฉันว่าเขมรแดงเป็นตัวการที่ทำให้เกิดสงครามภายในประเทศกัมพูชา ตอนเด็ก ๆ ฉันคิดว่าเขมรแดงจะต้องมีผิวสีแดง และมีลูกตาแดง ๆ ซึ่งก็คงจะน่ากลัวน่าดู ยิ่งพ่อเล่าให้ฉันฟังว่าพวกเขมรแดงฆ่าคนได้โดยไม่รู้จักละอายกับคำว่าบาป ฉันก็ยิ่งกลัวยิ่งนักและก็คิดว่าคนเหล่านี้คงจะโหดร้ายหาที่เปรียบไม่ได้

สมัยเด็ก ๆ ฉันชอบเข้าป่าไปหาเก็บลูกไม้ป่ากับเพื่อน ๆ เป็นประจำ แม้พ่อจะห้ามเตือนหลายครั้งไม่ให้เข้าไปในป่า เพราะเกรงจะถูกพวกเขมรแดงจับไป แต่ฉันก็แอบไปหาลูกไม้ป่ากับเพื่อนอยู่เรื่อย และทุกครั้งที่กลับมาบ้านก็มักจะถูกพ่อดุตลอด ซึ่งฉันก็ฟังพ่ออยู่บ้าง แต่พอพ่อเผลอทีไรเป็นต้องออกเที่ยวไปในป่ากับเพื่อน ๆ อีกครั้ง

ปีนี้ฉันอายุหกขวบแล้ว เพิ่งจะเข้าเรียนชั้น ป. เด็กเล็ก โรงเรียนของฉันไม่ได้มีชั้นอนุบาลเหมือนโรงเรียนคนในเมือง แต่พวกเรามี ป. เตรียมเด็กเล็กเท่านั้น และรุ่นฉันก็เป็นรุ่นแรกที่ได้เรียนชั้นเด็กเล็กด้วย ซึ่งก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้นอยู่มาก ฉันมีเพื่อน ๆ ที่เรียนด้วยกันประมาณยี่สิบกว่าคน เพื่อน ๆ ของฉันพูดภาษาที่แตกต่างกัน บางคนพูดภาษาลาว (อีสาน) บางคนพูดภาษาไทย บ้างก็พูดภาษาส่วย แต่ภาษาที่เพื่อนพูดกันมากที่สุดก็คือภาษาเขมร และฉันก็พูดภาษาเขมรเหมือนกัน พร้อมทั้งเรียนรู้พูดภาษาอื่น ๆ กับเพื่อน ๆ ด้วย

ระยะทางจากบ้านไปโรงเรียนประมาณหนึ่งกิโลเมตรได้ ฉันกับเพื่อน ๆ เดินชมนกชมวิวไปตามประสา พวกเราแต่ละคนพกหนังสติ๊กติดตัวไปโรงเรียนตลอด ซึ่งก็เป็นอาวุธที่พวกเราใช้ยิงนกตกปลาตามประสาชีวิต บางครั้งก็พากันแวะเก็บต้นไทรด้านหน้าวัดกินก่อนไปโรงเรียน ส่วนวันไหนที่ขยันหน่อยก็พากันเดินไปเก็บลูกหว้าที่ท้องทุ่งนากินกัน

วันนี้ไม่เหมือนวันวานที่ผ่านมา ผู้คนในหมู่บ้านดูตื่นตระหนกกันมากขึ้น หลายครอบครัวไม่ค่อยออกไปไหนมาไหน เพราะเกรงกลัวพวกเขมรแดงอยู่ตลอด บางครอบครัวก็เก็บสัมพาระใส่กระเป๋าเตรียมไว้ในยามฉุกเฉิน ฉันไม่รู้หรอกว่าบ้านเขมรแดงกับบ้านของฉันอยู่ไกลกันแค่ไหน และก็ไม่เข้าใจทำไมพวกผู้ใหญ่ต้องกลัวกันด้วย

ช่วงระหว่างทางที่เดินไปโรงเรียนนั้น ก็มีรถถังสามคันและตามด้วยรถทหารหลายคันวิ่งผ่านไปบนท้องถนน ซึ่งก็มีทหารนั่งอยู่บนรถเต็มไปหมด ฉันกับเพื่อน ๆ ต่างก็ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เพราะเกิดมายังไม่เคยเห็นรถถังมาก่อน ได้แต่พากันยืนดูด้วยความสนใจ

พี่ ๆ ทหารที่อยู่บนรถต่างก็พากันส่งยิ้มและโบกมือให้ฉันกับเพื่อน ๆ พวกเราทุกคนได้แต่ยิ้มและโบกมือรับอย่างสนุกสนาน ฉันกับเพื่อน ๆ หันมาพูดคุยกันไปต่าง ๆ นา ๆ กับภาพที่เห็น เพื่อนหลายคนบอกฉันว่า พวกเขมรแดงจะทิ้งระเบิดลงมา ทำให้คนของรัฐส่งทหารมาปกป้องดูแลหมู่บ้านของฉัน

พอเดินผ่านมาถึงลานหญ้าด้านหน้าซึ่งตรงกันข้ามกับวัด รถถังและรถทหารทั้งหลายคันก็จอดพักกันที่นั่น ซึ่งก็มีผู้ใหญ่บ้านและกำนันพร้อมทั้งลูกบ้านหลายคนมาต้อนรับให้กำลังใจ ฉันกับเพื่อนปลีกตัวเข้าไปดู แต่ก็ถูกผู้หลักผู้ใหญ่ไล่ให้ไปโรงเรียนเสียก่อน พวกฉันทุกคนจึงได้แต่ทำหน้าละห้อยเดินคอตกอย่างเสียดายออกมา

เมื่อมาถึงโรงเรียนก็เอากระเป๋าไปเก็บ ไม่นานเสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นสามครั้ง ฉันและเพื่อน ๆ พากันมายืนเรียงแถวหน้าเสาธงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ประธานนักเรียนพาพวกฉันทำกิจกรรมหน้าเสาธงจนเสร็จ จากนั้นครูใหญ่ก็ออกมาพูดคุยกับนักเรียนทุก ๆ คน

“วันนี้ครูมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกนักเรียนทุกคน ตอนนี้บ้านเมืองเรากำลังมีปัญหา ที่ประเทศกัมพูชากำลังสู้รบกันอย่างหนัก ครูเป็นห่วงความปลอดภัยของนักเรียนทุก ๆ คน ครูขอให้นักเรียนทุกคนเชื่อฟังครูประจำชั้น และอย่าออกไปเที่ยวไหนที่ไกลจากบริเวณโรงเรียน”

นักเรียนทุกคนนิ่งเงียบฟังครูใหญ่พูดคุย บ้างก็เข้าใจ บางคนก็ไม่เข้าใจ เพราะพวกฉันยังไม่คุ้นเคยภาษาไทยมากนัก นับว่าโชคดีที่ครูประจำชั้นของพวกฉันพูดภาษาภาษาเขมรและภาษาลาว (อีสาน) ได้ ทำให้ครูช่วยบอกสอนพวกฉันอีกที ฉันและเพื่อน ๆ ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยที่ได้ยินคำที่ครูบอก เพราะป่าเขาที่อยู่ติด ๆ กับโรงเรียนนั้นก็ไม่ใช่ที่อื่นไกล แต่เป็นที่ไร่ของครอบครัวฉันและญาติ ๆ นั่นเอง

พอฟังครูใหญ่พูดเสร็จแล้ว พวกฉันก็พากันเดินเรียงแถวเข้ามาที่ห้องเรียน ซึ่งวันนี้ครูประจำชั้นสอนให้พวกฉันร้องเพลง “ช้าง” ด้วยแหละ ฉันกับเพื่อน ๆ ต่างก็พากันออกเสียงให้เหมือนครู แต่ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง ซึ่งก็ทำให้ครูต้องค่อย ๆ สอนทีละนิด และหัดร้องบ่อย ๆ พอตอนเที่ยงครูก็ให้พวกฉันนั่งกินข้าวด้วยกัน ซึ่งแต่ละคนห่อข้าวมาจากบ้าน พวกเราทุกคนนั่งกินข้าวเสร็จก็พากันออกไปวิ่งเล่นตามประสา

ในช่วงเวลาตอนบ่ายครูก็ให้พวกฉันไปแปรงฟันจนเสร็จ จากนั้นก็ให้อมฟลูออไรด์ไว้ด้วย ครูบอกฉันและเพื่อน ๆ ว่า

“อมฟลูออไรด์จะทำให้ฟันแข็งแรง และยิ้มสวย”

นอกจากนั้นครูก็ยังกำชับพวกฉันอีกว่าห้ามกลืนฟลูออร์ไรด์เด็ดขาด ฉันเห็นเพื่อนบางคนเผลอกลืนน้ำผสมฟลูออไรด์อยู่ตลอด แต่ก็ไม่เห็นเพื่อน ๆ เป็นอะไร ส่วนฉันนั้นก็ไม่เคยทำสักครั้ง ได้แต่อมและก็บ้วนทิ้งตามที่ครูบอก หลังจากนั้นครูก็ให้ฉันกับเพื่อน ๆ นอนในช่วงบ่าย ซึ่งฉันก็นอนไม่หลับเลย หมอนสีแดงที่เอามาจากบ้านมันน่าหนุนก็จริง แต่ฉันอยากไปวิ่งเล่นมากกว่าที่จะนอนอยู่กับเพื่อน ๆ

ช่วงที่หลับตาพริ้มทำท่าจะหลับ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ดังก้องมาเรื่อย ๆ และเสียงดังมาก ๆ พร้อมกับมีลมโบกพัดหน้าต่างปิดเปิดไปมา ฝุ่นคลุ้งเต็มไปหมด ทำให้ฉันและเพื่อน ๆ ลุกขึ้นกันทั้งหมด พวกเรามองหน้ากันและมองหน้าครูประจำชั้นเหมือนต้องการคำตอบ

“คุณครูขา เสียงอะไรคะ” เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งถาม

“เสียงเฮลิปคอปเตอร์ของทหาร” ครูตอบพลางบอกให้พวกฉันอยู่ในห้องอย่างเป็นระเบียบ

“ผมอยากไปดูเฮลิปคอปเตอร์ครับครู”

วิชัยเพื่อนสนิทของฉันถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น แถมเดินออกห่างเพื่อน ๆ มาชะเง้อมองที่ประตูห้อง

“เข้ามาด้านในวิชัย ลมข้างนอกมันแรง เดี๋ยวเธอจะเป็นอันตราย”

ครูสั่งวิชัยพลางปิดประตูห้องทันที ฉันกับเพื่อนผู้หญิงพากันไปยืนมุงดูที่รูเล็ก ๆ หน้าประตูห้อง ซึ่งก็เห็นมีทหารหลายคนลงจากเฮลิปคอปเตอร์ โดยที่มีรถทหารหลายคันวิ่งมาจอดที่ด้านหน้าสนามฟุตบอลด้วย

ฉันไม่รู้หรอกว่าเรื่องราวที่เห็นนั้นเป็นอะไรกันแน่ รู้แต่ว่าตื่นเต้นที่ได้เห็นเฮลิปคอปเตอร์ ไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ฉันเห็นลอยอยู่บนท้องฟ้านั้น จะมาจอดที่หน้าโรงเรียนอย่างนี้ ฉันกับเพื่อน ๆ อยากจะเดินไปลูบคลำมันเสียจริง ๆ เลย แต่ก็ไม่กล้าออกไป เพราะกลัวจะถูกครูตีเอา จึงได้แต่แอบคิดแอบฝันตามประสาเด็กเท่านั้น

ในหมู่บ้านของฉันมักจะได้ยินเสียระเบิดและเสียงปืนใหญ่อยู่ตลอด บ่อยครั้งที่กำนันตีกลองเรียกลูกบ้านมาประชุม มิพอแค่นั้นก็มีการจัดเวรลาดตระเวนในช่วงกลางคืนด้วย ส่วนใหญ่ก็เกณฑ์คนหนุ่ม ๆไปทำหน้าที่ตรงนี้ พี่ชายคนโตของฉันต้องไปร่วมด้วยช่วยลาดตระเวนกับเพื่อน ๆ ซึ่งฉันก็ได้ยินพ่อบ่นเป็นห่วงพี่ชายอยู่บ่อยครั้ง

เย็นวันนั้น ฉันกลับมาจากโรงเรียนก็ช่วยพี่สาวทำงานบ้าน และก็รดน้ำผักช่วยพี่สาวอีกคน ส่วนพี่ชายก็ไปทำงานอยู่ที่ท้องนา กว่าจะกลับมาบ้านก็คงประมาณค่ำ ๆ ส่วนพ่อก็ดูแลร้านขายของชำกับพี่สาวคนหนึ่งที่ด้านหน้า

ครอบครัวของฉันมีอาชีพทำนาทำไร่และขายของชำ ร้านค้าของพ่อขายดีพอสมควร มีลูกค้ามากมายหลายคนมาจับจ่ายซื้อของเป็นประจำ พี่สาวของฉันสองคนเรียนอยู่ชั้น ป. 6 และชั้น ป. 4 ฉันกับพี่ ๆ อายุห่างกันหลายปี ทำให้ไม่ค่อยเล่นด้วยกันมากนัก ส่วนใหญ่ฉันจะเล่นกับลูกพี่ลูกน้องมากกว่า ส่วนพี่สาวสองคนจะเล่นคู่กันตลอด

พอรับประทานอาหารมื้อเย็นเสร็จแล้ว พ่อก็กำชับให้พวกฉันอยู่แต่ในบ้าน อย่าได้ออกไปข้างนอก เพราะอันตรายรอบด้าน ฉันไม่เข้าใจทำไมพ่อต้องคอยทำเสียงดุบอกสั่งฉันอยู่ตลอด หรือว่าสิ่งที่พ่อพูดอยู่นี้เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ๆ ไม่ว่าสิ่งที่พ่อบอกเป็นอะไรก็ตาม แต่ในช่วงกลางคืนฉันก็ไม่กล้าออกไปวิ่งซนอยู่แล้ว

ทุก ๆ ค่ำคืนหลังจากที่รับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว พ่อก็จะปิดร้านทันทีและก็ให้ฉันกับพี่ ๆ เข้านอน ส่วนพี่ชายนั้นก็ต้องไปช่วยเข้าเวรกับพวกหนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านตามคำขอของผู้หลักผู้ใหญ่ ในเวลาที่หลับนอนฉันมักจะได้ยินเสียงระเบิด ตู้ม ๆ และเสียงปืนใหญ่อยู่ตลอด บางทีก็ได้ยินเสียงเฮลิปคอปเตอร์บินอยู่บนท้องฟ้าทุกค่ำคืน และด้วยความที่เป็นเด็ก พอได้ยินพ่อพูดให้ฟังเกี่ยวกับความโหดร้ายของพวกเขมรแดง ฉันก็นึกกลัวอยู่ไม่น้อย และก็นอนขดเกาะแขนพ่ออยู่ตลอด

ขณะที่ฉันนอนหลับอยู่ข้าง ๆ พ่อและพี่สาวคนหนึ่ง ส่วนพี่สาวอีกสองคนก็นอนด้วยกันที่ห้องถัดไป จู่ ๆ ก็มีเสียงคนปีนขึ้นมาบนบ้าน และเคาะประตูเรียกพ่อเบา ๆ ฉันจำเสียงเขาได้ดี เพราะเขาคนนี้ไม่ใช่ใคร แต่เป็นพี่ชายคนโตของฉันนั่นเอง พ่อค่อย ๆ จุดตะเกียงและเดินออกมาเปิดประตู

“มีอะไรเจ้าโต ทำไมหน้าตาตื่นแบบนี้”

“เขาอพยพกันพ่อ เห็นพวกทหารบางคนขับรถมาบอกกำนันว่า พวกเขมรหนีมาอยู่ที่ชายแดนแล้ว และกำลังพลของพวกเขมรแดงก็ตามมาด้วย พวกเราต้องรีบอพยพให้เร็วที่สุด ตอนนี้ผู้คนในหมู่บ้านพากันไปรวมตัวอยู่ที่บ้านกำนัน พ่อรีบไปนะ อย่าชักช้าเสียล่ะ”

พี่ชายบอกกล่าวด้วยความรีบเร่ง สีหน้าเป็นกังวลยิ่งนัก และก็วิ่งไปหาเพื่อน ๆ ชายในกลุ่มเพื่อทำหน้าที่ของตนต่อไป พ่อเข้าไปปลุกพี่สาวอีกสองคนและช่วยกันเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ซึ่งก็มีกระเป๋าเอกสารสำคัญหนึ่งใบ และกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่หนึ่งใบ ซึ่งก็มีพวกผ้าไหมและของมีค่าพกติดตัวไปด้วย ส่วนเสื้อผ้าที่ใส่ธรรมดานั้นก็ใส่ในกระเป๋าใบเก่า ๆ

พี่สาวคนรองค่อนข้างนอนขี้เซาและไม่อยากจะตื่นเมื่อพ่อปลุก พ่อจึงต้องเอามือตีที่ต้นขาเบา ๆ ให้ตื่น เธอทำหน้างัวเงีย มือข้างหนึ่งขยี้ตาเบา ๆ

“พ่อมีอะไรคะ ทำไมต้องปลุกด้วย หนูจะนอน”

พี่สาวบอกและก็ล้มตัวนอนต่อ พ่อจึงรีบวิ่งไปดึงแขนขึ้นมาและไล่ให้ไปล้างหน้าล้างตา

“ไปล้างหน้าเดี๋ยวนี้ เขากำลังอพยพกัน พวกเขมรกำลังบุกมาที่หมู่บ้านของเรา พวกเราต้องหนีกัน ถ้าไม่หนีเดี๋ยวนี้ พวกเขมรจะฆ่าตายเสียก่อน”

พี่สาวคนโตจัดเสบียงใส่ในถุงพลาสติก ซึ่งก็มีข้าวและขนมบางชนิดที่ขายในร้านเอาไปเป็นเสบียงด้วย โดยที่มีพ่อคอยหยิบสิ่งของที่จำเป็นแต่ละอย่างใส่ในกระเป๋า ส่วนฉันก็นั่งเกาะกระเป๋ายืนรอพ่อและพี่สาวอยู่ ตาก็ทำท่าจะหลับอยู่เรื่อย ๆ

“อย่าหลับเชียวนะ เดี๋ยวก็ถูกเขมรฆ่าตายแหละ”

คำขู่ของพ่อทำให้ตาที่สลึมสลือต้องตื่นขึ้นมาทันที ด้วยความกลัวทำให้ฉันเดินไปตักน้ำที่โอ่งมาล้างหน้าให้หายง่วง

พี่สาวคนรองทำตัวงอแงเพราะเธอร้องแต่จะเอาชุดนักเรียนไปด้วย พ่อสั่งห้ามไม่ให้เอาไป พยายามบอกให้เธอเก็บเอาเฉพาะสิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งเธอก็ไม่ได้เชื่อฟังพ่อมากนัก พ่อไม่สนใจเสียงพูดอู้อี้ของเธอ และก็ม้วนเสื่อให้พี่สาวอีกคนหนึ่งถือเอาไว้ ส่วนพี่สาวคนรองก็ถูกพ่อสั่งให้แบกหม้อข้าวและข้าวสารในถุงเล็ก ๆ ที่พอประทังชีวิตพวกเราได้วันสองวัน

“หนูอยากเอาชุดนักเรียนไปด้วย พ่อให้หนูเอาชุดนักเรียนไปด้วยนะ”

“บอกว่าไม่ได้ ถ้าเอาชุดนักเรียนไปมันหนักรู้ไหม เอาเฉพาะเสื้อกันหนาว ชุดนักเรียนเดี๋ยวพ่อซื้อให้ใหม่ เอานี่...ช่วยพี่สาวแบกถุงข้าวสาร” พ่อสั่งห้ามแถมทำเสียงดุอีกต่างหาก ทำให้พี่สาวเงียบไปสักพัก

“งั้นพ่อให้หนูเอาขนมข้าวเกรียบกุ้งไปด้วยนะ พวกเขมรจะได้ไม่มากินขนมในร้านเรา” พี่สาวเอ่ยบอกพ่ออีกครั้ง

“ไม่ได้ พ่อบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ เข้าใจที่พ่อพูดไหม อย่าดื้อ และก็ช่วยพี่สาวถือของ” เสียงเข้มของพ่อทำให้พี่สาวไม่กล้าร้องขออะไรอีกเลย

พ่อเดินมาสะกิดฉันเบา ๆ ซึ่งนั่งหงอยอยู่ข้าง ๆ กระเป๋าใบใหญ่

“ลุกขึ้นลูก อย่าอืดอาด เดี๋ยวพวกเขมรจะตามมา”

พ่อเป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัว ที่ต้องทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน ฉันและพี่สาวสามคนเดินตามหลังพ่อมาติด ๆ มือข้างหนึ่งของพ่อแบกกระเป๋าใบใหญ่ อีกข้างหนึ่งก็ถือตะเกียง ส่วนพี่สาวสองคนก็ถือข้าวของคนละอย่าง สำหรับฉันนั้นก็แบกย่ามที่มีถุงยาทั้งที่เป็นยาสมุนไพรและยาสมัยใหม่ไปด้วย

ฉันเดินเกาะแขนพ่อมาเรื่อย ๆ โดยที่มีพี่สาวสามคนเดินเกาะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ผู้คนมากมายเดินไปทางเดียวกันบนท้องถนน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง เสียงเจี้ยวแจ้วร้องเรียกหาลูกหลานดังก้องไปหมด บางคนก็ถือแต่เสื่อกับหมอนเท่านั้น ส่วนบางคนก็มีแต่หม้อกับข้าวสาร ผู้คนแต่คนต่างก็มีสีหน้าหวาดกลัวกับภัยที่กำลังเกิดขึ้น เด็กตัวเล็ก ๆ ร้องไห้ไปด้วย เพราะคงจะตกใจอยู่มาก

ระยะทางจากบ้านฉันไปยังบ้านกำนันมิใช่ใกล้ ๆ พอเดินได้ครึ่งทางฉันก็เริ่มงอแงเพราะเจ็บขา ซึ่งไปเดินสะดุดเอากับก้อนหินกรวดแดง ๆ ที่เป็นหลุมบนท้องถนน ฉันมองหน้าพ่อเพื่อขอความเห็นใจ

“พ่ออุ้มหนูหน่อยสิ หนูเดินไม่ไหวแล้ว”

ฉันเริ่มงอแงใส่พ่อ เนื่องมาจากเจ็บขาและอาการง่วงนอนที่ยังค้างคาอยู่

“พ่ออุ้มไม่ได้หรอกลูก มือพ่อไม่ว่างเลย หนูเดินเองนะลูกนะ อีกไม่นานก็ถึงบ้านกำนันแล้ว”

พ่อบอกเสียงนุ่ม มือยังดึงให้ฉันเดินตามต้อย ๆ ส่วนพี่สาวทั้งสามคนก็เดินตามไม่พูดอะไรสักคำ

“แต่หนูเดินไม่ไหวแล้วพ่อ หนูเจ็บขา หนูอยากนอน”

“ไม่ได้นะลูก นอนไม่ได้เด็ดขาด ถ้านอนพวกเขมรจะมาฆ่าเรา เข้าใจไหม เดินไว ๆ เร็วเข้า”

คำบอกของพ่อทำให้ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ไม่เข้าใจทำไมพ่อถึงกลัวคนเขมรเหลือเกิน ทั้งที่ผู้คนในหมู่บ้านก็คนเขมรเหมือนกัน ฉันไม่รู้หรอกว่าความแตกต่างระหว่างเขมรในหมู่บ้านของฉัน กับคนเขมรในกัมพูชาต่างกันอย่างไร เพราะไม่ว่าจะเป็นเขมรไทยและเขมรกัมพูชา พวกเราก็ล้วนแต่พูดภาษาเดียวกัน ฉันคิดไปต่าง ๆ นา ๆ ตามประสาเด็ก

ช่วงระหว่างทาง ฉันก็แอบหลับตลอด แต่มือยังเกาะแขนพ่อไว้แน่น แถมยังเผลอฝันไปหลายอย่าง พ่อคงจะรู้ว่าฉันหลับทั้งเดิน แต่ก็ไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะคงจะสงสารฉันและพี่ ๆ อยู่มาก จึงได้แต่พาฉันเดินไปให้ถึงบ้านกำนันให้เร็วที่สุด

ฉันมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มาถึงบ้านกำนัน ซึ่งเมียกำนันร้องเรียกให้พ่อพาพวกฉันเข้าไปนั่งด้านใน พ่อเข้าไปนั่งข้าง ๆ ลุงแสงซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพ่อและก็เป็นพี่ชายของกำนันด้วย เมื่อทอดกายนั่งลงเสร็จ พ่อก็นั่งเคี้ยวหมากกับลุงแสงและพูดคุยกันถึงเรื่องเขมรแดงไปพลาง ๆ ส่วนฉันและพี่สาวก็พากันนั่งข้าง ๆ พ่อ

พอเวลาผ่านไปสักพัก ฉันทนความง่วงไม่ไหว จึงเอนกายนอนบนพื้นอิงตักของพ่อกับพี่สาวสองคน ซึ่งพ่อก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะคงจะเข้าใจว่าพวกฉันยังเด็กและง่วงนอนเป็นธรรมดา จึงปล่อยให้หลับไป

มือแข็งแกร่งของพ่อลูบผมของฉันเบา ๆ อย่างถนุถนอม คงจะสงสารฉันกับพี่สาวอย่างจับใจ สายตาของพ่อก็มองไปยังผู้คนในหมู่บ้านที่ต่างก็พากันมารวมตัวกันที่บ้านกำนัน ส่วนเมียกำนันก็พากันหาน้ำท่ามาให้ลูกบ้านได้ดื่มกินด้วย

พอสักพักรถจิ๊ปทหารคันหนึ่งก็วิ่งมาจอดที่ถนนด้านหน้าบ้าน ฉันลืมตามองผู้คนช้า ๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจนัก เพราะยังอยากจะหลับต่ออีก ภาพกำนันเดินไปเจรจาพูดคุยกับนายทหารท่านนั้น ทำให้ลูกบ้านต่างก็เงียบสงบรอฟังข่าวคราวด้วยใจจดใจจ่อ

เมื่อคุยธุระเสร็จแล้ว นายทหารท่านนั้นและลูกน้องอีกสองคนก็พากันขับรถกลับไป กำนันเดินกลับมายืนกลางชุมนุม ซึ่งลูกบ้านแต่ละคนต่างก็นั่งฟังเรื่องราวอยู่เงียบ ๆ แต่ละคนต่างมีสีหน้าเป็นกังวลยิ่งนัก

“พี่น้องครับ ตอนนี้สถานการณ์ที่บริเวณชายแดนนิ่งแล้วครับ ทุกอย่างสงบกว่าเก่า ทางทหารไทยเราสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ซึ่งก็ไม่มีเขมรอพยพขึ้นมาในหมู่บ้านเราแล้ว ผมขอให้พี่น้องพากันกลับบ้านไป และก็ขอให้ทุกคนระมัดระวัง ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับหมู่บ้านเราด้วย หากพบเจอใครที่ไม่ชอบมาพากล ก็ขอให้แจ้งให้ผมทราบด้วย ผมขอให้ทุกคนกลับไปบ้าน และก็จงระมัดระวัง อย่าได้ประมาทเด็ดขาด ตอนนี้บ้านเมืองเราอยู่ในสถานการณ์คับขัน จงช่วยกันคนละไม้คนละมือ”

เมื่อกำนันพูดจบ ลูกบ้านแต่ละครอบครัวก็ทยอยกลับบ้านกันไป พ่อค่อย ๆ ปลุกฉันกับพี่สาว และก็หันไปบอกพี่สาวอีกสองคนซึ่งนั่งพิงเสาบ้านหลับอยู่ไม่ไกลนัก

“ตื่นได้แล้วลูก กลับบ้านเราเถอะ”

ฉันค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา มือขยี้ตาเบา ๆ “แล้วพวกเขมรล่ะพ่อ มันจะมาฆ่าเราไหม”

“มันไม่ฆ่าเราหรอก พวกมันไม่ขึ้นมาแล้ว กองกำลังทหารปกป้องเราแล้วลูก”

พ่อบอกเล่าเบา ๆ ตามประสาชาวบ้าน และเล่าไปตามที่กำนันแจ้งข่าวให้ทราบฉันเห็นสีหน้าของพ่อดูสดชื่นกว่าเก่าตั้งเยอะ และก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นและก็หันไปมองพี่สาวสองคน ซึ่งนั่งหน้าเศร้าอยู่ข้าง ๆ เพราะคงจะง่วงนอนกันอยู่มาก คืนนั้นพอกลับมาถึงบ้าน พวกเราก็ไม่มีใครได้หลับได้นอนกันอีกเลย เพราะญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ต่างก็มารวมตัวพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเขมรแดงที่บ้าน ส่วนฉันก็นอนหนุนตักพ่อฟังเรื่องราวไปด้วย

ทุก ๆ ครั้งที่นึกถึงเรื่องราวในอดีตเก่า ๆ ฉันก็รู้สึกเศร้าใจอยู่ตลอด รู้สึกสงสารชีวิตผู้คนที่อยู่ละแวกชายแดนเป็นอย่างมาก พวกเขาเป็นคนบริสุทธิ์ที่ต้องอยู่ท่ามกลางสงครามการสู้รบ และต้องรับรู้ถึงความเจ็บปวดของคนทั้งสองฝ่าย ที่หนักไปกว่านั้นอาจจะได้รับผลกระทบจากการสู้รบด้วย

เพื่อนพี่ชายกับญาติพี่เขยหลายคนเป็นทั้งทหารและตำรวจ หลายคนถูกเกณฑ์ให้ไปควบคุมสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คนที่เป็นตำรวจหนึ่งคนต้องไปดูแลความสงบที่หน้าทำเนียบ เนื่องมาจากมีการประท้วงต่าง ๆ เกิดขึ้น ส่วนคนที่เป็นทหารและประจำการอยู่ในดินแดนแถบอีสานใต้ ก็ถูกเกณฑ์ให้ไปดูแลการปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาที่เขตชายแดน ทุกคนล้วนต้องจากลูกจากเมียไปทำหน้าที่ของตน

ฉันรู้สึกสลดใจทุกครั้งที่คิดถึงพวกเขา ไม่รู้ว่าญาติพี่น้องและคนที่รู้จักเหล่านี้จะมีความปลอดภัยแค่ไหน ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวคราวตำรวจและทหารได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็รู้สึกเศร้าใจไปด้วย ฉันไม่ได้สนใจหรอกว่าใครเป็นคนที่ถูกหรือเป็นคนที่ผิด แต่สิ่งที่ฉันสนใจที่สุดก็คือคนที่ได้รับบาดเจ็บและคนที่ได้รับความเสียหาย พวกเขาเหล่านี้เป็นคนที่น่าสงสารที่สุด และก็น่าเห็นใจมากกว่าใคร ๆ

ทุก ๆ ค่ำคืน ฉันภาวนาอยู่ตลอด อยากให้ประเทศชาติสงบสุข อยากให้พี่น้องคนไทยรักกัน อยากให้ประเทศเพื่อนบ้านและคนไทยปรองดองกัน การแก้ปัญหาไม่ใช่การใช้กำลังแต่อย่างใด หากทุกฝ่ายมีสติและค่อย ๆ พูดคุยเจรจากัน ปัญหาทุกอย่างก็คงจะแก้ไม่ยาก

ฉันไม่อยากให้ภาพเรื่องราวในอดีตที่ตัวเองเคยสัมผัสนั้น ต้องเกิดขึ้นในปัจุบันนี้กับประเทศอันเป็นที่รักของฉัน และก็ได้แต่ขอพรฟ้าดินจงส่งความสุขมาให้พวกเราทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นไทย เขมร ลาว ญวน หรือแม้แต่ชาติอื่น ๆ ก็ตาม ฉันอยากเห็นโลกใบนี้สงบสุขและสวยงามเหมือนในฝันที่ฉันต้องการ








Writing in Thai

กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
ผู้ชายคนนั้น...ด้วยหัวใจฉันที่รู้สึก article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
นิยายเรื่อง เธอคือเงารักในฝัน article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail


Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones