ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Our Life
bulletOur Books
bulletOur Publications
bulletHardy's Grants and Awards
bulletOur Profesional Work
bulletHardy's Interviews
bulletNatthinee's Interviews
bulletReading Schedule
bulletOur Reading Photos 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2015
bulletReading at Free Speech Open Mic 2014
bulletNOLA-NOLIE
bulletCameron University 2014 Service Recognition Reception and Dinner
bulletScissortail Creative Writing Festival at East Central University April 3, 2014
bulletThai-Cajun House (เรือนไทย-เคจั่น ณ เมืองไทย)
bulletThe Best Memories of Louisiana
bulletBeans & Leaves Monthly Reading on May 5, 2013
bulletReading at Emporia State University, Kansas 2012
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 1)
bulletLouisiana Book Festival 2012 at Baton Rouge, Louisiana (Part 2)
bulletLaborFest 2012 Oklahoma Open Mic
bulletMusic Hidden in the Memory "กำลังใจที่เธอไม่รู้"
bulletMusic Hidden in the Memory "เรือรักกระดาษ"
bulletMusic Hidden in the Memory "รักเธอ"
bulletMusic Hidden in the Memory "คนไม่สำคัญ"
dot
Web Link
dot
bulletCybersoleiljournal
bulletKasetporpeang
bulletPantip
dot
Newsletter

dot
bulletA Terrible Beauty (Novel in English)
bulletThe best memories of my best friend: Jan - Pen (Thai)
bulletThe Khmer Mystery - Funan (The Lost City)


Blacklawrencepress


วันแม่ของเด็กกำพร้า...ชีวิตที่ขาด article

 

หลังจากที่อ่านข่าวและเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเสนอให้มีการยกเลิกกิจกรรมวันแม่ โดยเฉพาะการเชิญคุณแม่ทั้งหลายมากราบไหว้ในพิธีที่โรงเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนที่มีพ่อกับแม่อยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน มีความสมบูรณ์ในครอบครัวก็ดูจะมีความสุขในแบบของเขา แต่สำหรับเด็กที่ไม่มีแม่ให้กราบไหว้ พวกลูกกำพร้าทั้งหลายต่างก็รู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน คนที่ไม่เคยเป็นลูกกำพร้า คุณจะไม่มีวันเข้าใจว่า คนที่เกิดมาในครอบครัวที่ขาดนั้น จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

 

 

 

ตัวพี่เองเป็นลูกสาวคนเล็กในครอบครัว แต่ก็กำพร้าแม่ตั้งแต่แบเบาะ ไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับแม่แท้ ๆ เลย เพราะแม่เสียชีวิตหลังจากที่คลอดพี่ได้เพียงสองเดือนกว่า ๆ ชีวิตของพี่ถือว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่มีพ่อและพี่สาวช่วยกันเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ และตั้งแต่จำความได้ ชีวิตครอบครัวของพี่มีความสุขดีมาก เพราะพี่ได้ใช้ชีวิตเหมือนกับเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่มีชีวิตอิสระในการได้เติบโตแบบเด็กบ้านนาอย่างแท้จริง ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่ไม่เคยรู้สึกว่าขาดอะไรไปในชีวิตเพราะพ่อคือทุกอย่างในชีวิตของพี่

 

 

 

ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่พ่อคอยพร่ำสอนลูกทุกคนให้เป็นคนดี มีศีลธรรม มีความคิดดี ทำดีแบบวิถีชีวิตของคนไทยจริง ๆ ที่มีหัวใจเฉกเช่นชาวพุทธทั่วไป พ่อจะคอยบอกสอนลูก ๆ ทุกเรื่อง โดยเฉพาะลูกผู้หญิงทุกคนที่พ่อจะคอยย้ำคอยเตือนอยู่ตลอด พ่อเฝ้าสอนลูกผู้หญิงทุกคนต้องเรียนรู้การทำอาหาร รู้จักดูแลงานบ้านงานเรือน บ่อยครั้งที่พ่อมักจะพูดกรอกหูพี่และพี่สาวทุกคนว่า

 

 

 

เกิดเป็นลูกผู้หญิงถ้ากิริยาท่าทางไม่งามไม่สะอาดสะอ้านไม่เป็นงานบ้านงานเรือน พูดจาไม่เสนาะไพเราะหู ไม่มีชายใดอยากได้ไปเป็นเมียหรอก

 

 

 

คำพูดของพ่อเป็นสิ่งที่ดีมาก ที่คอยย้ำเตือนลูกผู้หญิงทุกคนและพ่อก็พยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อเติมความสุขให้ลูกทุกคนแทนแม่ โดยที่ลูกทุกคนพยายามที่จะเรียนรู้จากพ่อให้ได้มากที่สุด

 

 

 

พี่จำความได้เสมอว่า พ่อคอยอาบน้ำให้พี่สระผมให้ทาแป้งเด็กหอมให้และให้พี่ยืนยิ้มส่องกระจกพร้อมกับคำชมของพ่อโกนกะม่อมเอาว์ละออจะนับคำชมในภาษาขะแมร์ ภาษาพื้นบ้านของคนแถบอีสานใต้เป็นคำพูดที่ดังก้องหูพี่ตลอด รอยยิ้มบาง ๆ จากใบหน้าของพ่อที่ดูอิ่มเอิบใจเวลาที่เห็นลูกสาวคนเล็กหัวเราะถูกอกถูกใจ แม้ว่าคำชมของพ่ออาจจะดูธรรมดาสำหรับคนอื่นแต่ก็ทำให้เด็กน้อยตัวเล็กยิ้มแทบปากฉีก ทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ รู้สึกมีคุณค่าในชีวิตมากที่สุด

 

 

 

ถึงแม้ว่าที่โรงเรียนมัธยมต้นของพี่ จะมีเพื่อนชายบางคนเคยพูดจาหยอกล้อในความเป็นคนผิวดำ ความผอมแห้งความขี้เหร่ของพี่อยู่ตลอด และทำให้พี่เสียใจไปบ้าง แต่แปลกนะที่เวลาที่พี่กลับมาบ้าน คิดถึงคำพูดคำชมของพ่อ ก็ทำให้พี่มีความสุข เพราะไม่ว่าพี่จะดูขี้เหร่เพียงใด แต่พี่กลับเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่สวยที่สุดของพ่อ และตรงนี้ทำให้พี่มีความสุขได้เสมอมา

 

 

 

บ่อยครั้งที่พี่เห็นเพื่อนเล่นข้างบ้านมีความสุขได้กอดแม่ แต่พี่กลับไม่ได้รู้สึกอะไรในไออุ่นของแม่ เพราะพี่กอดพ่อในทุก ๆ วันได้ตลอด ในความเป็นเด็กนั้น พี่ไม่เคยเห็นความแตกต่างของครอบครัวพี่และครอบครัวคนอื่นเลย ไม่เคยรู้เลยว่า ความสมบูรณ์ของครอบครัวจริง ๆ ก็คือ การที่ครอบครัวหนึ่งมีพ่อกับแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ถึงแม้ครอบครัวพี่จะไม่มีแม่คอยเคียงข้างพ่อ แต่พ่อของพี่ก็ได้ทำหน้าที่พ่อที่สมบูรณ์แบบทุกอย่าง และพ่อก็ทำหน้าที่แม่แทนแม่ได้ดีที่สุด ทำให้พี่ไม่เคยรู้สึกขาดอะไรในชีวิตเลย

 

 

 

จวบจนปีการศึกษาสุดท้ายในระดับมัธยมต้นของพี่ ทางโรงเรียนที่พี่เรียนหนังสือนั้นได้จัดกิจกรรมวันแม่ขึ้น และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ทางโรงเรียนได้จัดขึ้นเสียด้วย ทางอาจารย์ได้ส่งหนังสือเรียนเชิญแม่ของนักเรียนทุกคนมาร่วมกิจกรรมในวันแม่ วันนั้นพี่แอบเปิดอ่านหนังสือเรียนเชิญแม่อยู่คนเดียว นั่งคิดอะไรเงียบ ๆ อยู่เพียงลำพัง ไม่เคยเอ่ยปากบอกใคร แม้แต่เพื่อนที่สนิทที่สุดก็ไม่เคยปรึกษาอะไร พี่รู้สึกถึงความแปลกแยก และเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่างในชีวิตทันที และความด้อยที่ไม่เหมือนใครเขาในครอบครัวอื่น เพราะพี่ไม่เคยสัมผัสถึงไออุ่นของแม่มาก่อนในชีวิต เท่าที่พี่จำความได้ก็มีแต่พ่อคอยโอบกอดพี่ พ่อคอยซับน้ำตาเวลาที่พี่หกล้มร้องไห้ พ่อคอยป้อนข้าวให้พี่ได้ทาน พ่อคอยเป็นทุกอย่างที่พี่ต้องการ

 

 

 

พี่คิดหนัก ไม่รู้จะไปหาแม่ที่ไหนมาร่วมกิจกรรมวันแม่เหมือนเพื่อน ๆ ร่วมชั้น และพี่ก็คงเป็นเด็กนักเรียนหนึ่งในไม่กี่คนที่โรงเรียนแห่งนี้ที่ขาดแม่ วันนั้นพี่ปั่นจักรยานกลับบ้านเงียบ ๆ ไม่ได้คุยอะไรกับเพื่อนสนิท พอกลับถึงบ้าน ก็ยกมือไหว้พ่ออย่างที่เคยทำทุกวัน และก็เปิดกระเป๋านักเรียนหยิบเอาจดหมายเรียนเชิญให้พ่อได้อ่าน ซึ่งวันนั้นพ่อนั่งเคี้ยวหมากอยู่ใต้ต้นมะยมหน้าบ้าน

 

 

 

“พ่อ จดหมายเชิญจากทางโรงเรียนค่ะ” พี่มองใบหน้าของพ่อ ซึ่งปีนี้พ่อแก่ชรามาก พ่ออายุ 71 ปีกว่าแล้ว ในขณะที่พี่อายุย่าง 15 ปีเอง พ่อแก่ตัวลงมาก ร่างกายของพ่อไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน ในขณะที่พี่กำลังโตเป็นสาวในทุก ๆ วัน พ่อก็แก่เฒ่าลงไปเรื่อย ๆ  

 

 

 

มือเหี่ยวแห้งกร้านของพ่อค่อย ๆ คลี่จดหมายเชิญผู้ปกครองอ่านเงียบ ๆ สายตาก็เพ่งเล็งตัวอักษรบนกระดาษอย่างหนัก เหมือนจะพยายามทำความเข้าใจในจดหมายเชิญให้ละเอียดที่สุด พี่เฝ้ามองพ่ออยู่ข้าง ๆ สังเกตดูพ่อที่รักอย่างแน่วแน่ จึงได้เข้าใจเลยว่า ปีนี้พ่อชราลงมาก พ่อทำงานหนักมาทั้งชีวิตเพื่อเลี้ยงดูลูก ๆ ทุกคน มือของพ่อกับสุขภาพที่ไม่ค่อยจะดีก็เริ่มจะถดถ่อย สายตาพร่ามัว ทำให้พ่อมองอะไรไม่ค่อยจะชัดเจนเหมือนแต่ก่อน

 

 

 

“พ่อ เดี๋ยวหนูอ่านให้นะคะ”

 

 

 

พ่อพยักหน้าหงึก ๆ และก็ตั้งใจฟังอย่างดี ปากก็เคี้ยวหมากไปด้วย

 

 

 

“เรียนเชิญผู้ปกครอง....เด็กหญิง ณัฐฑินี โคตรอาสา

 

 

 

                 เนื่องจากทางโรงเรียนได้มีการจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติในปีนี้ จึงขอเรียนเชิญแม่ของเด็กหญิง ณัฐฑินี โคตรอาสา มาร่วมกิจกรรมวันแม่ในวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งกิจกรรมนี้ทางโรงเรียนต้องการให้นักเรียนได้ระลึกถึงบุญคุณค่าน้ำนมที่แม่มีต่อลูก ๆ ทุกคน...............................หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากท่าน”

 

 

 

พี่อ่านจดหมายจบก็ค่อย ๆ พับไว้ หันไปมองพ่อซึ่งกำลังเคี้ยวหมากอยู่  พ่อหันมามองพี่และก็เอามือข้างหนึ่งลูบผมพี่เบา ๆ

 

 

 

“หนูไม่มีแม่ พ่อไปร่วมงานได้ไหมคะ” พี่หันไปถามพ่อ ซึ่งพ่อก็ยิ้มเบา ๆ อย่างเข้าใจ

 

 

 

“งานวันแม่ ก็คงจะมีแต่แม่ ๆ ที่ไปกันทั้งโรงเรียน พ่อไปจะดีไหม” พ่อถามกลับ รู้ว่าใจของพ่ออยากไปเพื่อลูก แต่เพราะไม่อยากให้ลูกรู้สึกเป็นตัวประหลาดในกลุ่มเพื่อน ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะถามความรู้สึกของลูกสาวคนนี้

 

 

 

“พูดถึงงานวันแม่ เพื่อนหนูทุกคนพาแม่ไปหมด ถ้าพ่อไม่ไป แล้วหนูจะพาใครไปล่ะคะ” พี่ถามพ่อขึ้น

 

 

 

พ่อครุ่นคิดสักพัก จากนั้นก็หันมาทางพี่ “ก็พาพี่รำไปสิ พี่สาวต่างมารดาของหนูนะ เขาก็เหมือนแม่ของหนูนะลูก เพราะเขาช่วยพ่อเลี้ยงหนูมากับมือ หนูเองก็เรียกเขาว่าแม่มาตลอด” พ่อบอกพลางพยักหน้าสนับสนุนให้พี่พาพี่สาวต่างมารดาไปร่วมงานวันแม่

 

 

 

“ถ้าอย่างนั้นตอนค่ำพ่อไปกับหนูนะคะ เราไปชวนพี่รำไปงานวันแม่ที่โรงเรียนกับหนูนะคะ”

 

 

 

“ได้ ๆ ลูก” พ่อรับปากอย่างหนักแน่น เย็นวันนั้นหลังจากรับประทานอาหารมื้อค่ำเสร็จ พ่อกับพี่ก็พากันเดินไปเล่นที่บ้านพี่รำซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก พี่รำเป็นพี่สาวต่างมารดาซึ่งแต่งงานมีครอบครัวแยกไปอยู่บ้านไม่ไกลกัน พี่รำเป็นลูกสาวคนที่สองของพ่อที่ช่วยเลี้ยงดูพี่ตั้งแต่แม่เสียชีวิตไป

 

 

 

ตั้งแต่จำความได้ พี่เองเรียกพี่รำว่า “แม่” มาตลอด พี่ไม่เคยรู้เลยว่า คนที่พี่เรียกว่าแม่นั้น แท้จริงแล้วเป็นพี่สาวต่างมารดา และเป็นลูกสาวคนที่สองของพ่อที่เป็นเสมือนมือขวาของครอบครัว เพราะตั้งแต่แม่เสียชีวิต สามีพี่รำก็เสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน พี่รำกับลูกชายก็ตัดสินใจย้ายมาอยู่กับพ่อ คอยช่วยพ่อเลี้ยงดูน้อง ๆ ลูกของตนเอง และก็ช่วยพ่อทำมาค้าขาย ทำนาทำไร่ เพื่อจะได้มีเงินมาช่วยจุนเจือครอบครัว พี่ชายและพี่สาวของพี่ทุกคนรู้มาตลอดว่าพี่รำเป็นเพียงพี่สาวต่างมารดาเท่านั้น แต่ไม่เคยมีใครบอกความจริงกับพี่เลยแม้แต่คนเดียว

 

 

 

ตัวพี่เองมารู้ความจริงว่าพี่รำเป็นพี่สาว ก็ตอนที่พี่รำแต่งงานแยกครอบครัวไป ในตอนนั้นพี่อายุประมาณหกขวบกว่า ๆ เหตุการณ์ในวันนั้น พี่รำได้แต่งงานกับพ่อม่ายบ้านใกล้กัน หลังจากแต่งงานเสร็จก็เก็บเสื้อผ้าย้ายไปอยู่กับครอบครัวสามีทันที วันนั้นพี่ไม่เข้าใจอะไรเลย พี่เอาแต่ร้องไห้ชักดิ้นชักงอใจแทบขาดที่แม่แต่งงานไปอยู่กับชายอื่น พี่วิ่งตามพี่รำไปยังถนนหน้าบ้าน แต่พ่อก็ดึงตังพี่เอาไว้ พี่ร้องบอกพ่อแต่ว่า “หนูจะไปอยู่กับแม่” น้ำตาของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อาบแก้ม เบ้าตาเต็มไปด้วยน้ำใส ๆ ที่ไหลทะลักออกมา วันนั้นคงเป็นวันที่พ่อสะเทือนใจใช่น้อย และในที่สุดพ่อคงจะอดสงสารพี่ไม่ได้ จึงต้องบอกความจริงกับพี่ว่า

 

 

 

“ฟังนะลูก ฟังพ่อดี ๆ นะ พี่รำเป็นพี่สาวของหนูนะลูก เขาไม่ใช่แม่แท้ ๆ ของหนู พี่รำแต่งงานแล้วต้องไปอยู่กับสามีที่บ้านใหม่ ส่วนแม่แท้ ๆ ของหนูนั้นเสียชีวิตตั้งแต่หนูอายุแค่สองเดือนกว่า ๆ หนูไม่ต้องร้องไห้นะลูก หนูอยู่กับพ่อและพี่ ๆ ที่บ้านหลังนี้ เวลาคิดถึงพี่รำ หนูก็ไปหาเขาก็ได้ เดี๋ยวพ่อพาไปนะคนดี”

 

 

 

คำพูดของพ่อในวันนั้นทำให้พี่ได้รู้ความจริงทุกอย่าง พ่อเช็ดน้ำตาให้พี่เบา ๆ จูงมือพี่กลับเข้าบ้านอย่างเงียบ ๆ  แม้ว่าพ่อจะพูดความจริงให้ฟัง แม้ว่าพี่จะมึนงงไม่เข้าใจตามประสาเด็ก แต่พี่ก็เชื่อฟังพ่ออย่างดี และรับรู้ว่า ความจริงในชีวิตของพี่นั้น พี่เติบโตมาได้โดยไม่มีแม่แท้ ๆ พี่มีเพียงพ่อและพี่สาวที่ช่วยกันเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ แม้พี่จะรู้ความจริงทั้งหมด แต่พี่ก็ยังรักและนับถือพี่รำเสมือนแม่แท้ ๆ และยังคงเรียกพี่สาวว่า “แม่” เสมอ

 

 

 

คำพูดของพ่อทำให้พี่ฉุกคิดได้ ใช่สิชีวิตพี่ก็มีแม่เหมือนคนอื่นเขา แม้จะไม่ใช่แม่ที่ให้กำเนิด แต่ก็เป็นแม่ที่เลี้ยงดูพี่จนเติบใหญ่ ในเย็นวันนั้นพี่รำรับปากทันทีที่พี่เอ่ยชวนไปร่วมงานกิจกรรมวันแม่ที่โรงเรียน โดยที่พี่รำไม่ปฏิเสธและไม่มีติดขัดอะไร พี่รู้เสมอว่า พี่รำเองก็รักและเอ็นดูพี่เสมือนลูกคนหนึ่ง แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ แต่เพราะพี่รำเลี้ยงดูพี่มาตั้งแต่แบเบาะ ความผูกพันที่มีอยู่ในสายเลือดกับความรักที่มีให้จึงอยู่ในหัวใจเสมอ

 

 

 

 

ในที่สุดกิจกรรมวันแม่ก็มาถึง วันที่ 12 สิงหาคมที่เหล่าบรรดาคุณแม่ทั้งหลายได้ยิ้มแฉ่งกันทั้งวัน  ในวันนั้นพี่ตื่นแต่เช้า อาบน้ำ รับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็มานั่งรอพี่สาวอยู่หน้าบ้าน ระหว่างที่นั่งรอพี่สาว พ่อก็มานั่งเป็นเพื่อน พ่อให้เงินพี่เป็นค่ารถโดยสารและเผื่อให้พี่จ่ายค่ารถให้พี่รำด้วย ระหว่างนั้นหญิงสาวในวัยกลางคนเดินข้ามถนนอย่างรีบเร่ง ภาพของพี่รำในเสื้อลูกไม้สีขาวกับผ้าไหมสีน้ำตาลแดงออกเข้ม ๆ  ส่งยิ้มมาแต่ไกล ระหว่างนั้นพี่ยกมือไหว้พี่รำก่อนยิ้มรับด้วยใจ

 

 

 

“ขอบใจนะรำที่สละเวลาไปช่วยน้องลูก” พ่อเอ่ยบอกพี่รำเบา ๆ ใบหน้าซาบซึ้งใจที่ลูกสาวคนนี้รักและเอ็นดูลูกสาวคนเล็กอยู่เสมอ พ่อดูสุขใจที่เห็นพี่น้องต่างมารดารักและกลมเกลียวต่อกัน

 

 

 

“ไม่เป็นไรพ่อ น้องเล็กก็เหมือนลูก หนูก็รักเหมือนลูก น้องเรียกแม่มาตั้งแต่จำความได้ ลูกอยากได้อะไรคนเป็นแม่ก็ต้องให้” พี่รำตอบพลางยิ้ม เอามือมาโอบกอดร่างเล็ก ๆ ของพี่ และลูบผมพี่เบา ๆ ด้วยความรักความเอ็นดู

 

 

 

หากไม่ใช่คนในครอบครัว จะไม่มีใครเข้าใจถึงความรักความผูกพันระหว่างสองพี่น้องที่มีต่อกัน สำหรับคนนอกที่ไม่สนิทสนมกับครอบครัวพี่ ก็จะมองว่า พี่รำเป็นแค่เพียงพี่สาวต่างมารดาของพี่เท่านั้น แต่สำหรับคนที่สนิทสนมในครอบครัว จะรับรู้ถึงความรักความผูกพันที่พี่และพี่รำมีต่อกันเสมอ และในความเป็นพี่น้องที่มีคำว่า “แม่” เกี่ยวข้องอยู่ด้วย

 

 

 

เมื่อรถโดยสารวิ่งมาจอดหน้าบ้าน พี่กับพี่รำขึ้นไปนั่งบนรถโดยสารด้วยกัน เพื่อน ๆ ที่ร่วมชะตากรรมในโรงเรียนมัธยมแห่งนี้ต่างก็หันมามองเป็นทางเดียวกัน เพื่อนร่วมโรงเรียนทุกคนพาแม่มาร่วมกิจกรรมวันแม่ตามคำเชิญของอาจารย์ ขณะนั้นพี่รำเข้าไปนั่งใกล้ ๆ กับแม่ของเพื่อนสนิทของพี่ ซึ่งแม่ของเพื่อนสนิทพี่ก็เป็นเพื่อนสนิทกับพี่รำด้วย

 

 

 

“มายังไงไปยังล่ะรำ สบายดีไหม” แม่ของเดือนเพื่อนสนิทเอ่ยทักทายพี่รำ ส่วนพี่กับเดือนก็นั่งคุยกันตามประสาเด็กสาวแรกรุ่น

 

 

 

“ก็มาเป็นแม่ให้ลูกสาวในวันแม่นี่แหละ เขาจะได้มีแม่เหมือนคนอื่น ๆ เขา” พี่รำตอบอย่างภูมิใจ และโปรยยิ้มให้ทุก ๆ คนบนรถโดยสาร รอยยิ้มของพี่รำ ช่างเป็นรอยยิ้มที่พี่จดจำได้เสมอ รอยยิ้มเสมือนคนไม่เคยทุกข์ใจ รอยยิ้มของคนที่มีแต่ความจริงใจ คนที่เสียสละมีน้ำใจ คนที่ไม่มีพิษมีภัย คนที่มองโลกในแง่ดี คนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก คนที่ไม่เคยเอาเปรียบใคร คนที่มีแต่ความอดทนเพื่อคนที่รักได้ตลอด

 

 

 

น้าเรือนแม่ของเดือนจับมือให้กำลังใจพี่รำเบา ๆ ยิ้มพยักหน้าเห็นด้วย เพราะน้าเรือนรู้จักครอบครัวพี่ดีมาก และรู้ว่าพี่รำช่วยพ่อเลี้ยงดูพี่ตั้งแต่แม่เสียชีวิตจนเติบใหญ่

 

 

 

 “ดี ๆ ลูกสาวจะได้มีกำลังใจ”

 

 

 

เมื่อรถโดยสารวิ่งไปจอดหน้าโรงเรียน เหล่าบรรดาแม่ ๆ และลูกทุกคนต่างก็เดินไปยังอาคารใหญ่ ซึ่งเป็นที่จัดงานในกิจกรรมวันแม่ปีนี้ บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยไออุ่นจากความรักของแม่ที่มีต่อลูก ๆ และทุกคนที่มาร่วมงานต่างก็มีแต่รอยยิ้มให้กัน บรรดาแม่ ๆ ของเพื่อนสนิทพี่ทุกคนล้วนแต่รู้จักพี่รำ เพราะครอบครัวพี่เคยทำมาค้าขายในหมู่บ้าน จึงไม่แปลกที่พี่รำจะเป็นที่รู้จักของหลาย ๆ คนในหมู่บ้านอื่น ๆ และที่สำคัญพี่รำเป็นเพื่อนสาวรุ่นราวคราวเดียวกันกับแม่ ๆ ของเพื่อนพี่ในกลุ่ม ดังนั้นแม่ ๆ เพื่อนสนิททุกคนล้วนแต่รู้ว่า พี่รำเป็นพี่สาวต่างมารดาของพี่ มิใช่แม่แท้ ๆ

 

 

 

กิจกรรมทุกอย่างเป็นไปด้วยดี รอยยิ้มในวันแม่อบอ่วนไปหมด ลูก ๆ ทุกคนนั่งเคียงข้างแม่ของตนเองและคุยกันอย่างสนุกสนาน ส่วนบรรดาแม่ ๆ บางคนก็จับกลุ่มนั่งคุยกันอย่างเป็นกันเอง จวบจนถึงเวลากิจกรรมที่ลูก ๆ ต้องเข้าไปกราบแม่ เพื่อนร่วมชั้นทุกคนต่างก็หันมามองพี่ เพราะทุกคนในห้องเดียวกันจะรู้ว่าแม่พี่เสียชีวิตไปนานแล้ว พี่เป็นลูกกำพร้าแม่ แล้วทำไมในวันนี้พี่กลับมีแม่มาร่วมกิจกรรมวันแม่เหมือนคนอื่นเขา ผู้หญิงคนนี้ที่ยืนเคียงข้างพี่เป็นใคร สายตาของทุกคนที่ไม่รู้จักสนิทสนมต่างส่งมาทางพี่

 

 

 

แม้พี่จะไม่เคยบอกไม่เคยคุยเรื่องชีวิตส่วนตัวให้คนอื่นได้รู้มากนัก นอกเสียจากเพื่อนสนิท แต่พี่ก็รับรู้ถึงรังสีของคำถามที่คาใจของทุก ๆ คนส่งมาให้ ระหว่างที่ทำกิจกรรมเข้าไปกราบไหว้แม่ตามที่อาจารย์ได้กำหนดเอาไว้นั้น พี่ก็ตั้งใจทำอย่างดีที่สุด และก็ภูมิใจที่อย่างน้อยพี่มีโอกาสได้พาพี่รำ พี่สาวที่เสมือนเป็นแม่แท้ ๆ อีกคนมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ และพี่ก็ภูมิใจที่มีวันนี้เหมือนคนอื่น ๆ

 

 

 

ระหว่างที่เดินมานั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ พี่รำ พี่ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของเพื่อน ๆ ต่างห้องเรียนที่หันมาทางพี่และพี่รำ

 

 

 

“ไม่ใช่แม่มันหรอก แม่มันซะที่ไหน แม่มันเสียชีวิตไปนานแล้ว มันไปพาใครมากราบไหว้ก็ไม่รู้” เพื่อนหญิงต่างห้องคนหนึ่งพูดขึ้นและยิ้มติดตลก ทำให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มยิ้มตามไปด้วย และหันมาทางพี่กับพี่รำ

 

 

 

“มีคนบอกว่า ผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่พี่สาวต่างมารดาของมันว่ะ ลูกเมียคนแรกของพ่อมันเอง” เพื่อนหญิงอีกคนหนึ่งพูดขึ้น โดยที่ไม่ระมัดระวังคำพูดใด ๆ ทำให้พี่และพี่รำได้ยินชัดเจน

 

 

 

“มีด้วยเหรอว่ะ วันนี้เป็นวันแม่แท้ ๆ  อะไรเอาพี่สาวมากราบแทนแม่ บ้าหรือเปล่าว่ะ” เพื่อนสาวคนแรกพูดเสริมและก็หัวเราะเสมือนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตพี่เป็นเรื่องตลกขบขัน

 

 

 

“คนบ้าเท่านั้นที่ทำกัน” เสียงเพื่อนสาวอีกคนเห็นพ้องต้องกัน และก็ต่างก็พากันหัวเราะสนุกสนานเหมือนพี่เป็นตัวตลก

 

 

 

ชีวิตของคนขาดแม่ไม่ใช่มีแค่ความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญ แต่เหตุการณ์ในวันนี้ชีวิตพี่กลายเป็นเรื่องสนุกของคนรอบข้างบางคน พี่เองได้ยินทุกถ้อยคำของเพื่อนหญิงต่างห้องพูดขึ้น แม้จะเป็นคำพูดที่ทิ่มแทงใจดำเหลือเกิน แต่ก็เป็นคำพูดที่ทำให้คนที่ถูกเอ่ยถึงเจ็บปวดใช่น้อย

 

 

 

ในขณะนั้นพี่รำจับมือพี่ไว้แน่นและยิ้มเบา ๆ หันมามองใบหน้าของพี่ด้วยความรักและความเอ็นดู ซึ่งก็แปลกในช่วงเวลานั้นความรู้สึกของพี่เหมือนจะร้องไห้ให้ได้ รู้สึกหดหู่สะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกลึก ๆ เสมือนหัวใจถูกบีบให้เจ็บปวด แววตาเศร้า ๆ สัมผัสได้อย่างชัดเจน แม้จะไม่มีน้ำใส ๆ ไหลรินออกมาให้ได้เห็น แต่พี่รำก็รับรู้ว่า พี่เสียใจกับคำพูดที่ได้ยิน พี่รำจึงพยายามที่จะบอกพี่ว่า

 

 

 

“แม่อยู่ตรงนี้แล้ว หนูไม่ต้องไปคิดมากนะ ไม่ต้องไปสนใจคำพูดคนอื่น เพราะหนูเป็นลูกของแม่เสมอ”

 

 

 

คำพูดของพี่รำทำให้พี่มีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แต่ก็แปลกที่คำพูดของเพื่อนสาวต่างห้องเรียนกลุ่มนั้นช่างมีอิทธิพลยิ่งนัก เพราะมันยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทมันสมองของพี่ตลอด เสมือนคอยตอกย้ำอะไรบางอย่างในชีวิตของพี่

 

 

 

ใช่สิ...อะไรบางอย่างที่คนเกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ มักจะไม่เคยรู้สึกเลย แต่มันเป็นอะไรบางอย่างนี้ที่พี่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต และกิจกรรมวันแม่ในปีนั้นทำให้พี่รู้สึกได้ถึงความแตกต่างที่เกิดขึ้น ความไม่สมบูรณ์ของครอบครัวที่ถูกหยิบยกพูดถึงในหมู่เพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน การเกิดมาเป็นลูกกำพร้าแม่ถูกมองว่าเป็นปมด้อย การมีคนคอยมาขยี้บาดแผลของคนที่ขาดแม่ในชีวิตให้เจ็บปวดมากขึ้น ทั้งที่แต่ก่อนหน้านั้นพี่เองไม่เคยรู้สึกอะไรตรงนี้เลย  

 

 

 

พี่ข่มใจเก็บความรู้สึกไว้ทั้งหมด หันไปยิ้มให้พี่สาวต่างมารดา นัยน์ตาเศร้า ๆ เหมือนคนที่อยากจะร้องไห้ออกมาให้ได้ แต่พี่ก็เข้มแข็ง ไม่ว่าชีวิตนี้พี่ต้องเจออะไรบ้าง แต่พี่ก็รับรู้เสมอว่า ในความโชคร้ายที่แม่เสียชีวิตไปนั้น พี่ก็ยังโชคดีที่มีพี่สาวที่คอยเป็นทุกอย่างให้พี่แทนแม่ได้ดีทุกอย่าง พี่บอกกับตัวเองไว้ว่า ชีวิตนี้ยังอีกยาวไกลและพี่ต้องเจออะไรอีกเยอะ พี่ต้องอดทนและเข้มแข็ง พี่จับมือพี่สาวและพยักหน้าอย่างมั่นใจ

 

 

 

 “หนูไม่เป็นไรคะแม่ ขอบคุณแม่มากนะคะที่ดีกับหนูเสมอ ขอบคุณที่คอยช่วยพ่อเลี้ยงหนูจนเติบใหญ่ อย่างน้อยในปีนี้หนูก็ได้พาแม่มากราบไหว้จริง ๆ อย่างน้อยก็อยากให้ทุกคนรู้ว่า ชีวิตนี้หนูก็มีแม่คนนี้อยู่ หนูภูมิใจในตัวแม่นะคะ”

 

 

 

วันนั้นเป็นวันที่พี่รำระบายยิ้มเต็มใบหน้า แววตาดูสดใสแสดงถึงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้อย่างจริงใจ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขใจ ความสุขของพี่สาวคนหนึ่งที่มีความภาคภูมิใจที่ได้ช่วยพ่อเลี้ยงน้องสาวคนเล็กจนเติบใหญ่  ความสุขใจที่ได้เป็นแม่ให้น้องในยามที่น้องสาวคนเล็กขาดแม่ ความสุขกับการได้เป็นแม่ที่ดีในยามที่น้องต้องการไออุ่น พี่รำคือแม่และพี่สาวที่ดีที่สุดในชีวิตของพี่ และมิมีวันใดเลยที่พี่จะไม่คิดถึงพี่รำ แม่ที่ดีที่สุดของพี่

 

 

 

วันแม่ที่เมืองไทยเป็นวันที่คุณแม่หลาย ๆ คนทั่วประเทศไทยมีความสุขที่สุดที่ลูก ๆ ได้แสดงความรักให้ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้และเข้าใจถึงลูก ๆ ที่เกิดมาในความไม่พร้อมในชีวิต คนที่เกิดมาไม่เคยได้รับไออุ่นจากแม่ให้ได้สัมผัสว่ารู้สึกเช่นใด วันแม่ในความสุขของคนที่มาจากครอบครัวที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ แต่กลับเป็นวันที่ตอกย้ำความขาดความไม่พร้อมของเด็กที่ไม่มีแม่ เด็กที่เกิดมาในครอบครัวที่แตกแยก ครอบครัวที่ไม่มีความสมบูรณ์แบบ

 

 

 

 

พี่ในฐานะทีเป็นคนไทย เกิดมาในครอบครัวที่ขาดแม่ เกิดมาในความไม่พร้อม และในฐานะที่เคยเป็นครูผู้ช่วยสอนเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงเกรด 5 ที่โรงเรียนรัฐแห่งหนึ่งในมลรัฐโอคลาโฮม่า ในประเทศสหรัฐอเมริกามาสี่ปีเต็ม ๆ ครูผู้ช่วยคนนี้ที่เคยกอดเด็กนักเรียนตัวเล็ก ๆ ที่มาจากครอบครัวที่แตกแยก คนที่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างจากเมืองไทยในหัวใจความเป็นครูผู้ช่วยคนหนึ่ง ซึ่งจากประสบการณ์ที่พี่ได้สัมผัสถึงกิจกรรมวันแม่ของคนที่อเมริกานั้น จะแตกต่างจากเมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะทุกโรงเรียนที่พี่สอนนั้น ไม่มีการจัดกิจกรรมวันแม่ ไม่มีการเชิญคุณแม่มากราบไหว้เทิดทูนแบบเมืองไทย แต่ก็มีการให้ความสำคัญวันแม่ในอีกแบบหนึ่ง  โดยครูบางคนจะให้เด็กวาดรูปในหัวข้อแม่หรือผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิต บางชั้นเรียนก็มีการให้นักเรียนเขียนบทความเล่าเกี่ยวกับแม่หรือผู้หญิงที่คุณรักที่สุดสั้น ๆ  ถ้าใครไม่มีแม่ก็เขียนเกี่ยวกับใครก็ได้ที่ดีที่สุด

 

 

 

ส่วนเหล่าบรรดาคุณแม่ทั้งหลายที่อยากจะฉลองวันแม่ และอยากจะแสดงความรักให้แม่นั้น ก็สามารถทำได้นอกเหนือเวลาเรียน ซึ่งก็มีบางครอบครัวพากันไปกินเลี้ยงฉลองมื้อค่ำในวันแม่อย่างสนุกสนาน และวัฒนธรรมตรงนี้ทำให้คนที่เกิดมาในครอบครัวที่ไม่พร้อมไม่ได้รู้สึกขาดอะไร เพราะทุกคนที่แสดงความรักเกี่ยวกับแม่นั้น จะกระทำเป็นการส่วนตัว ไม่มีการทำแบบโจ่งแจ้งในสถานศึกษาให้เด็กที่ขาดรู้สึกถึงความแตกต่าง เพราะทุกคนเรียนรู้ที่จะเคารพสิทธิในความแตกต่างและเห็นอกเห็นใจคนอื่นที่เกิดมามีไม่พร้อม และไม่มีการเอาปมด้อยความแตกต่างของคนอื่นมาพูดล้อเล่นเป็นเรื่องสนุกอย่างที่พี่สัมผัสในชีวิต

 

 

 

ดังนั้นในมุมมองของพี่จึงคิดว่า ถ้ากิจกรรมอะไรที่ทำให้ทุกคนบนแผ่นดินมีความสุขได้ โดยที่ไม่ได้ทำให้คนที่ไม่มีความสุขกลับทุกข์ใจยิ่งขึ้น ก็ควรจะสนับสนุน แต่ถ้ากิจกรรมใดที่ส่งผลกระทบไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้สุขและไม่สุขปะปนกัน ก็เห็นสมควรที่ทางรัฐบาลควรจะคิดพิจารณาให้ดี การเชิดชูระลึกถึงบุญคุณของแม่และพ่อนับเป็นสิ่งดี แต่การการกระทำที่ไม่ส่งผลกระทบต่าง ๆ นั้นมีให้เลือกกระทำได้เสมอ อยู่ที่ว่าเราจะเลือกหรือว่าเราจะเดินย่ำอยู่กับจุดเดิม ๆ  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 



Writing in Thai

Enjoy Life and Be Happy article
A Wave of Love (นวนิยายเรื่อง คลื่นรัก พายุหัวใจ) article
เธอคือ "สามกาญจนา" article
เพื่อชีวิตที่ไม่ใช่เพื่อเธอ article
คำสัญญาที่พรากเธอไป article
เลือดข้น แต่ใจคนจาง article
ทำดีในมุมมองที่แตกต่าง article
คนที่เคยใจดีในวันนั้น article
เข้าใจชีวิตและหัวใจเราเอง article
วิถีคนขยันที่แสนดื้อ article
กระโปรงบาน คอซอง แอบชอบรุ่นน้อง ม.3/1 ละลมวิทยา article
30 พฤศจิกายนของทุกปี article
"น้องเนาะ" ความฝันที่เคยเกิดขึ้นจริง article
The Leech (ปลิง...ฝันร้ายในชีวิตจริง) ตอนที่ 1 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 16 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 15 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 14 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 13 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 12 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 11 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 10 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 9 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 8 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 7 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 6 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 5 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 4 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 3 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 2 article
สาวไทย สะใภ้เท็กเซียน่า (Texiana) บทชีวิตที่ 1 แรกเริ่มการเป็นสะใภ้ article
มนต์รักข้ามคลอง article
รวมบันทึกความรู้สึกที่งดงาม ปี 2015 ณ มลรัฐโอกลาโฮม่า สหรัฐอเมริกา article
ภาพเล่าเรื่องราว...ปลายซัมเมอร์ที่งดงาม (August 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (June 22, 2014) article
ภาพเล่าเรื่องราว...ซัมเมอร์ที่งดงาม (May 28, 2014)
ความทรงจำวันวานระหว่างเราสองคน article
Spring 2014 at Lawton Oklahoma article
ชีวิตที่ไม่แน่นอน...แต่ใจที่มั่นคง (September 1, 2012) article
ฝันที่มีชีวิต...Associate of the month....(November 2011) article
บันทึกชีวิต.....หนึ่งชีวิตที่ฉันเกิดมา...เทียบไม่ได้กับสี่แผ่นดินที่พ่อสัมผัส article
บันทึกชีวิต รักสุดท้ายที่ปลายปืน article
ฉันนี่แหละ เพื่อน "เรยา" ตัวจริง (ของแท้) article
ด้วยดวงใจหนึ่งเดียว article
หน้าที่การงาน เที่ยวกิน ศิลปะ กับคู่รักอารมณ์ดี article
ความจำฝังใจความฝันน่ากลัว.....(ความจริงเธอยังคงมีฉันตลอด) article
บันทึกความทรงจำ...น้องเนาะ (มุย กันทรารมย์) article
ลำดวนสามกลีบ (บันทึกความทรงจำระหว่างคำว่าเพื่อน)
บันทึกความทรงจำในหัวใจ.....แค่เพียงฝันร้ายในความรักที่สวยงาม article
เรื่องเล่าในความทรงจำ....ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
บันทึกเรื่องเล่าในอดีต สาวเบบี๋ซิท (เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนขอให้หนูเป็นพี่เลี้ยงเด็กฝรั่ง) article
ความทรงจำเจ็บลึกยาวนาน "อภัยได้แต่ไม่เคยลืม" article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน...ไฟไหม้และหัวใจที่ติดดิน article
อดีตที่ไม่ค่อยน่ารักของฉัน....ตอน...(: เสียตังค์ห้าบาทดูของประหลาดกัน:) article
เรื่องเล่าต่างแดน...เพื่อรัก..เพื่อสองเรา...และเพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง article
ความคล้ายคลึงในช่วงเวลาที่แตกต่าง
หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่มีเจ้าเป็นดั่งลูกชาย "กัมโบ" น้อย
วิถีชีวิตสาวบ้านนา...และคำสัญญาของพ่อ article
เธอคือ ดร. ในดวงใจ article
เรื่องเก่า ๆ อยากเล่าให้ฟัง ตอนที่ 1 เหตุผลที่พ่อไม่ยอมนั่งเครื่องบิน article
เจ้ากัมโบน้อย (Gumbo) สมาชิกใหม่ในครอบครัว article
เพียงแค่ฝันร้าย.....ชีวิตสาวบ้านนา (แรกเริ่มของความฝัน)
"พ่อ" ผู้ชายที่มีแต่ให้ โดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ article
ความจำฝังใจ...ความฝันน่ากลัว (บันทึกความฝันเดือนเมษายน 2553) article
นิยายเรื่อง สาวไทย สะใภ้ Texiana article
ภาพเรื่องเล่างาน Scissortail Creative Writing Festival 2010 article
ถ้าพี่ไม่กลับ..ไปรับหลานมาอยู่ด้วย article
คุณไสย์และชีวิตชายผ้าเหลือง article
บันทึกเรื่องราวความทรงจำชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน" (Sony & DDK, Thailand) article
บันทึกเรื่องราวชีวิต "เพื่อนเก่าสาวโรงงาน (PSK & Seagate)" article
ความฝันของสาวรากหญ้า article
ส่วนเกินของหัวใจ...ตอน มือที่สามอย่างไม่ตั้งใจ article
ทุกลมหายใจของผู้หญิงคนนี้ "เพื่อชีวิตและเพื่อเธอ" article
เรื่องเล่าต่างแดน...สิ่งที่ดีที่สุดในรอบปีนี้ (The Saints ) และเรื่องราวทั่วไปในชีวิต article
เรื่องเล่าต่างแดน...Trust Fund และ Living Trust / Life Estate เกี่ยวพันกันอย่างไร article
บันทึกเรื่องเล่าทั่วไป.....สิ่งที่ฉันเป็นอยู่....สิ่งที่เคียงคู่ด้วยใจ article
เรื่องเล่าต่างแดน...เขียนเช็คเด้ง ติดหนี้ธนาคาร ค้างหนี้บัตรเครดิต ใครว่าไม่สำคัญ article
เรื่องเล่าต่างแดน...วันขอบคุณพระเจ้าและเรื่องราวของเราในวันนี้ article
ภาพเก่าเล่าเรื่อง ครอบครัวร่วมกันทำบุญเพื่อพ่อและแม่ในปี 2006 article
เรื่องเล่าครั้งเยาว์วัย...พ่อหลวงในดวงใจของพ่อ article
จดหมายถึงพ่อ...จากลูกสาวคนเล็ก article
หากแม้เลือกเกิดได้ (ผู้หญิงคนนี้ชื่อสมหมาย) article
ความทรงจำ...ชายแดนกัมพูชา article
ความจำฝังใจ ความฝันน่ากลัว article
เมื่อหนูอยากเป็นลูกลิง+ดาวลูกไก่และในชีวิตจริง article
คุณไสย์...และหัวใจของพ่อ article
แอบดูเป็น...แอบลุ้นแทบตาย article
มดแดงและนมของหนู article
คุณค่าที่เธอไม่เคยรัก.....กุมภาพันธ์
คำว่า"แม่" จากใจคนที่ไม่เคยสัมผัส และคำว่า"พ่อ" คือที่สุดในชีวิต
แหวนวงนี้ที่รอการพิสูจน์
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยลบล้างความเร้นลับ (ผีปอบ)
เรื่องเล่าต่างแดน...ชีวิตที่ไม่ได้ปรุงแต่ง article
วันสารทขะแมร์...งัยแขเบญ...งัยโดนตา
ต้นมะพร้าวของยาย
The Best Memories of Alabama 2007 article
First Step Of My College 2007 at Auburn University article
บทกลอน...มายาริษยา article



Opinion
Opinion *
By  *
E-Mail 
Don't Display E-mail



Copyright © 2010 All Rights Reserved by Natthinee Khot-asa Jones